[รีวิว] เกาะนิวฟันด์แลนด์ (Newfoundland Island) พร้อมไฮไลท์แนะนำ

พาเที่ยวเกาะนิวฟันด์แลนด์ (Newfoundland Island) แคนาดา รวมจุดไฮไลท์ กิจกรรมน่าลอง วิธีเดินทาง ช่วงน่าเที่ยว ที่พักแนะนำ และเคล็ดลับเที่ยวครบในที่เดียว
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 4 นาที

เกาะนิวฟันด์แลนด์ (Newfoundland Island) เป็นอีกหนึ่งจุดหมายของแคนาดาที่อยากชวนสายธรรมชาติลองปักหมุดไว้สักครั้ง เพราะที่นี่มีเสน่ห์ต่างจากเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมที่หลายคนคุ้นเคย บรรยากาศรอบเกาะค่อนข้างสงบ ได้ฟีลใกล้ชิดธรรมชาติ และมีวิวสวยๆ ให้เจอตลอดการเดินทาง ยิ่งใครชอบทริปที่ได้ออกไปสูดอากาศดีๆ ชมวิวกว้างๆ และเที่ยวแบบไม่ต้องเร่งรีบ น่าจะถูกใจกับบรรยากาศของที่นี่ไม่น้อยเลย

ความสนุกของการเที่ยวนิวฟันด์แลนด์ คือที่นี่เหมาะกับการค่อยๆ เที่ยวไปตามจังหวะของตัวเอง จะวางแพลนแบบเน้นธรรมชาติ ออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือจัด Road Trip แคนาดา แวะชมวิวระหว่างทางไปเรื่อยๆ ก็สนุกได้คนละแบบ ที่สำคัญคือแต่ละช่วงของปีมีบรรยากาศแตกต่างกันออกไป ทำให้เลือกจัดทริปได้ตามสไตล์ที่ชอบเลย

ใครเริ่มสนใจแล้วว่า เกาะนิวฟันด์แลนด์ มีอะไรน่าเที่ยว บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกันแบบครบๆ ตั้งแต่จุดไฮไลท์ วิธีเดินทาง ช่วงเวลาน่าเที่ยว กิจกรรมน่าลอง ไปจนถึงที่พักและเคล็ดลับสำหรับคนอยากเที่ยวด้วยตัวเอง เตรียมแพลนให้พร้อม แล้วไปจองเที่ยวบินและที่พักกับ Traveloka ก่อนออกไปสัมผัสอีกมุมของแคนาดาที่น่าเที่ยวกว่าที่คิดกันได้เลย!

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยวเกาะนิวฟันด์แลนด์ (Newfoundland Island) ใน 1 นาที

สัมผัสความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติแอตแลนติก: เกาะธรรมชาติสุดสงบทางฝั่งตะวันออกของแคนาดาที่โดดเด่นด้วยภูมิประเทศดิบ ๆ ทั้งแนวชายฝั่ง หน้าผาสูงชัน ภูเขา ทะเลสาบ และมหาสมุทรสุดลูกหูลูกตา
จุดท่องเที่ยวห้ามพลาด: สัมผัสความอลังการของฟยอร์ด Western Brook Pond และภูเขาหินแมนเทิลสีส้มที่อุทยานแห่งชาติมรดกโลก Gros Morne National Park, ขึ้น Cabot Tower บน Signal Hill ชมวิวเมือง St. John's และท่าเรือแบบกว้าง ๆ, เช็กอินจุดตะวันออกที่สุดของแคนาดาที่ Cape Spear, สัมผัสวิถีชีวิตเมืองชายทะเลชิล ๆ ที่ Twillingate และย้อนรอยประวัติศาสตร์ไวกิ้ง 1,000 ปีที่มรดกโลก L'Anse aux Meadows
กิจกรรมยอดฮิต: ออกทริป Boat Tour ตามหาภูเขาน้ำแข็ง (Iceberg) ขนาดยักษ์บนแนว Iceberg Alley, ล่องเรือดูวาฬและนกทะเลตามธรรมชาติ, เดินป่า Hiking บนเส้นทางธรรมชาติ, พาย Sea Kayak เลียบแนวชายฝั่ง และชิมอาหารทะเลสด ๆ โดยเฉพาะเมนูปลา Cod ขึ้นชื่อ
การเดินทางสะดวก: บินจากไทยไปต่อเครื่องที่เมืองใหญ่ในแคนาดาอย่างโตรอนโต (YYZ), มอนทรีออล (YUL) หรือฮาลิแฟกซ์ (YHZ) แล้วเลือกบินลงสนามบิน St. John's (YYT) ทางฝั่งตะวันออก หรือ Deer Lake (YDF) ทางฝั่งตะวันตก เมื่อถึงเกาะแนะนำให้เช่ารถขับ จัด Road Trip วิ่งตามเส้นทางหลัก Trans-Canada Highway (Route 1) และ Viking Trail (Route 430) จะสะดวกที่สุด
ช่วงเวลาน่าเที่ยว: เที่ยวได้ดีที่สุดช่วงฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม) อากาศอุ่นสบาย กลางวันยาวนาน กิจกรรมเปิดครบ, ช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูร้อน (พฤษภาคม–มิถุนายน) เหมาะกับการชมภูเขาน้ำแข็งลอยผ่านชายฝั่ง และช่วงฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน) ได้บรรยากาศเงียบสงบและอากาศเย็นสบาย
ระยะเวลาที่แนะนำ: ใช้เวลาประมาณ 7–10 วัน สำหรับเก็บไฮไลท์เน้นฝั่งตะวันออกหรือฝั่งตะวันตกฝั่งใดฝั่งหนึ่ง หรือ 10–14 วัน สำหรับจัดทริป Road Trip บินเข้า-ออกคนละสนามบินขับรถข้ามเกาะได้อย่างเต็มอิ่มและคุ้มค่าที่สุด

จุดไฮไลท์ต่างๆ ของเกาะนิวฟันด์แลนด์ (Newfoundland Island)

1. อุทยานแห่งชาติ Gros Morne National Park

เริ่มกันที่ Gros Morne National Park แลนด์มาร์กธรรมชาติตัวท็อปของ Newfoundland ที่เหมาะมากกับคนชอบภูเขา เดินป่า และวิวกว้าง ๆ แบบมองแล้วต้องหยุดถ่ายรูป ที่นี่เป็นอุทยานมรดกโลก UNESCO และมีภูมิประเทศหลากหลายมาก ทั้งภูเขา ป่า ทะเลสาบ ชายหาด ไปจนถึงหน้าผาสูงที่เกิดจากธารน้ำแข็งในอดีต เรียกว่าเดินไปแต่ละโซนแล้วแทบจะได้บรรยากาศคนละแบบเลย

หนึ่งในมุมที่อยากให้ไปเห็นกับตาคือ Western Brook Pond ทะเลสาบขนาดใหญ่ที่มีหน้าผาสูงขนาบอยู่สองด้าน วิวอลังการจนให้ฟีลคล้ายกำลังล่องเรืออยู่กลางฟยอร์ด ส่วนใครชอบภูมิประเทศแปลก ๆ ต้องลองไป The Tablelands ภูเขาสีน้ำตาลอมส้มที่ดูต่างจากพื้นที่สีเขียวรอบ ๆ แบบชัดเจน ที่พิเศษคือหินบริเวณนี้มาจากส่วนลึกของโลกซึ่งถูกดันขึ้นมาอยู่บนพื้นผิว ใครเป็นสายธรรมชาติหรือชอบ Hiking น่าจะใช้เวลาอยู่ที่นี่ได้แบบเพลินๆ เลย

2. Signal Hill

อีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวเกาะนิวฟันด์แลนด์ คือ Signal Hill เนินเขาชื่อดังที่ตั้งอยู่บริเวณเมือง St. John's เมืองหลวงของ Newfoundland and Labrador จุดนี้ขึ้นชื่อเรื่องวิวสวย เพราะจากด้านบนสามารถมองเห็นทั้งตัวเมือง ท่าเรือ และมหาสมุทรแอตแลนติกได้แบบกว้างๆ โดยมี Cabot Tower อาคารหินทรงคลาสสิกตั้งเด่นอยู่บนยอดเขา ยิ่งวันไหนฟ้าเปิด วิวจะยิ่งสวยจับใจ จะมาเดินเล่นช่วงกลางวันหรือรอชมแสงเย็นก็ได้บรรยากาศดีไปคนละแบบ

นอกจากวิวแล้ว Signal Hill ยังมีเรื่องราวน่าสนใจซ่อนอยู่ด้วย เพราะบริเวณนี้เคยมีบทบาททั้งด้านการทหารและการสื่อสาร โดยในปี 1901 Guglielmo Marconi สามารถรับสัญญาณวิทยุไร้สายข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกได้ที่นี่ รอบๆ ยังมีเส้นทางเดินเลียบหน้าผาให้เดินรับลม ชมทะเล และมองเมืองจากหลายมุม ใครชอบเที่ยวแบบได้ทั้งวิวธรรมชาติและเรื่องราวระหว่างทาง ที่นี่ถือว่าครบเลย

3. Cape Spear

ถ้าอยากรู้ว่า ฟีลลิ่งของการยืนอยู่ริมมหาสมุทรแบบสุดลูกหูลูกตาเป็นยังไง ลองมาที่ Cape Spear กันดูได้เลย เพราะที่นี่อยู่ตรงปลายตะวันออกของเกาะ Newfoundland และเป็นจุดตะวันออกสุดของประเทศแคนาดา วิวด้านหน้าจึงแทบไม่มีอะไรมาบัง มีแค่หน้าผา ทุ่งหญ้า และมหาสมุทรแอตแลนติกกว้างๆ ให้ยืนรับลมกันแบบเต็มที่

อีกหนึ่งไฮไลท์ของที่นี่คือ Cape Spear Lighthouse ประภาคารเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่ปี 1835 และกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของบริเวณนี้ไปแล้ว รอบ ๆ มีทางเดินให้ค่อย ๆ เดินชมชายฝั่งและจุดชมวิวหลายมุม ถ้ามาถูกช่วงยังมีโอกาสเห็นวาฬหรือภูเขาน้ำแข็งอยู่ไกล ๆ กลางทะเลด้วย ส่วนสายตื่นเช้าจะลองมารอดูพระอาทิตย์ขึ้นก็ได้ เพราะด้วยตำแหน่งที่อยู่ทางตะวันออกสุด บรรยากาศตอนเช้าของที่นี่ถือว่าน่าจดจำมากทีเดียว

4. Twillingate

จากวิวภูเขาและหน้าผา ลองเปลี่ยนมาสัมผัสฟีลเมืองชายทะเลเล็กๆ กันที่ Twillingate เมืองที่มีทั้งบ้านเรือนริมอ่าว เรือประมง และวิวมหาสมุทรอยู่รอบตัว บรรยากาศค่อนข้างสบาย ๆ ไม่ต้องมีแพลนแน่นก็เที่ยวสนุก แค่ขับรถชมวิวแล้วแวะตรงจุดที่ถูกใจก็เพลินได้แล้ว

แต่สิ่งที่ทำให้ Twillingate พิเศษขึ้นไปอีกคือเมืองนี้อยู่บนแนว Iceberg Alley เส้นทางที่ภูเขาน้ำแข็งลอยผ่านลงมาจากทางเหนือในแต่ละปี ถ้ามาถูกจังหวะอาจได้เห็นไอซ์เบิร์กก้อนใหญ่ลอยอยู่กลางทะเลแบบไม่ต้องบินไปถึงขั้วโลกเลย จะชมจากริมฝั่ง ขึ้นไปดูวิวบริเวณ Long Point Lighthouse หรือออก Boat Tour ก็เลือกได้ตามสไตล์ ใครมีภาพเที่ยว Newfoundland ในฝันเป็นบ้านริมทะเลกับภูเขาน้ำแข็งสีขาวอยู่ไกลๆ พิกัดนี้น่าจะตรงใจมาก!

5. L'Anse aux Meadows

ปิดท้ายด้วยอีกหนึ่งพิกัดที่ให้อารมณ์ต่างจากสี่แห่งแรกแบบชัดเจนอย่าง L'Anse aux Meadows เพราะที่นี่ไม่ได้เด่นแค่วิวธรรมชาติ แต่ยังพาย้อนกลับไปเจอกับเรื่องราวของชาวนอร์สหรือที่หลายคนคุ้นกันในชื่อ “ไวกิ้ง” เมื่อกว่า 1,000 ปีก่อน โดยบริเวณนี้มีการค้นพบร่องรอยการตั้งถิ่นฐานของชาวนอร์ส และปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO

ความสนุกของการมาเที่ยวที่นี่คือไม่ได้มีแค่เดินชมพื้นที่ประวัติศาสตร์หรืออ่านป้ายข้อมูลเท่านั้น แต่ยังมีอาคารจำลองและกิจกรรมที่ช่วยให้เห็นภาพชีวิตในอดีตได้ชัดขึ้น ทั้งการตีเหล็ก งานไม้ และการแต่งกายแบบชาวนอร์ส ยิ่งมีฉากหลังเป็นทุ่งโล่งและชายฝั่งกว้างๆ ก็ยิ่งได้บรรยากาศเหมือนกำลังย้อนเวลากลับไปในอดีต ใครวางแผน Newfoundland Road Trip ขึ้นมาทางตอนเหนือของเกาะ ที่นี่ถือเป็นจุดปิดท้ายเส้นทางที่มีคาแรกเตอร์มาก ๆ เลย

ที่ตั้งและการเดินทางไปเกาะนิวฟันด์แลนด์ (Newfoundland Island)

เกาะนิวฟันด์แลนด์ (Newfoundland Island) ตั้งอยู่ทางตะวันออกของประเทศแคนาดา ริมมหาสมุทรแอตแลนติก และเป็นส่วนหนึ่งของ Newfoundland and Labrador โดยมี St. John's เป็นเมืองหลวงของจังหวัดและเป็นหนึ่งในประตูหลักสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังเกาะแห่งนี้

การเดินทางจากไทยไปเกาะนิวฟันด์แลนด์

สำหรับนักท่องเที่ยวจากไทย วิธีเดินทางไป Newfoundland ที่สะดวกที่สุดคือเครื่องบิน ปัจจุบันยังไม่มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปยังเกาะ จึงต้องต่อเครื่องอย่างน้อย 2 จุด (ต่อเครื่องในเอเชีย/ยุโรป 1 จุด และต่อเครื่องในแคนาดาอีก 1 จุดเพื่อผ่านการตรวจคนเข้าเมือง) โดยจุดต่อเครื่องหลักในแคนาดาก่อนบินเข้าเกาะ ได้แก่:

Toronto Pearson International Airport (YYZ): จุดต่อเครื่องยอดนิยมที่สุด มีเที่ยวบินตรงต่อไปยังสนามบินบนเกาะนิวฟันด์แลนด์หลากสายการบินและมีไฟลท์ถี่ที่สุด
Montréal-Trudeau International Airport (YUL): ทางเลือกที่ดีมากสำหรับคนที่บินสายการบินฝั่งยุโรปหรือตะวันออกกลาง ช่วยลดระยะเวลาบินในท่อนสุดท้ายได้ดี
Halifax Stanfield International Airport (YHZ): ศูนย์กลางการบินของแอตแลนติกแคนาดา เหมาะกับคนที่แวะเที่ยวภูมิภาคนี้ก่อน โดยใช้เวลาบินต่อไปยังเกาะเพียง 1.5–2 ชั่วโมง

ส่วนการเลือกบินลงสนามบินบนเกาะ สามารถเลือกได้ตามแผนการเดินทางและโซนที่อยากเที่ยว ดังนี้:

บินไปลง St. John’s International Airport (YYT) – เหมาะกับคนมา Newfoundland ครั้งแรก: เริ่มต้นจากสนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) บินไปต่อเครื่องยังเมืองใหญ่ในแคนาดา (เช่น โตรอนโต มอนทรีออล หรือฮาลิแฟกซ์) เพื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระ ก่อนบินต่อมาลง St. John’s International Airport (YYT) ทางฝั่งตะวันออกของเกาะ วิธีนี้เหมาะกับคนที่อยากเริ่มเที่ยวจาก St. John’s เช่ารถออกเที่ยวเมืองหลวงและพิกัดรอบๆ ทางฝั่งตะวันออกได้ง่าย ทั้งนี้ควรเช็กตารางเที่ยวบินและเผื่อเวลาต่อเครื่องที่แคนาดาอย่างน้อย 2.5–3 ชั่วโมง
บินไปลง Deer Lake Regional Airport (YDF) – เหมาะกับคนเน้นเที่ยวฝั่งตะวันตก: ถ้าแพลนหลักอยู่แถว Gros Morne National Park หรืออยากเริ่มทริปจากฝั่งตะวันตก สามารถบินจากกรุงเทพฯ แล้วต่อเที่ยวบินภายในแคนาดามายัง Deer Lake Regional Airport (YDF) ได้ สนามบินนี้มีเที่ยวบินเชื่อมต่อกับเมืองใหญ่อย่าง Toronto, Montreal และ Halifax รวมถึงมีเที่ยวบินตรงของ Porter Airlines เชื่อมกับ Ottawa เพิ่มเข้ามาด้วย ตัวสนามบินอยู่ห่างจาก Gros Morne ไม่มาก ขับรถใช้เวลาประมาณ 30 นาที ช่วยประหยัดเวลาขับรถได้เยอะเมื่อเทียบกับการเริ่มต้นจาก St. John’s
บินเข้า St. John’s แล้วออก Deer Lake หรือสลับกัน – เหมาะกับทริป Road Trip หลายวัน: ถ้ามีเวลาประมาณ 10–14 วันและอยากเที่ยวทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก แนะนำให้จองตั๋วแบบบินเข้า-ออกคนละสนามบิน (Multi-city) เช่น BKK → St. John’s (YYT) แล้วขับรถเที่ยวข้ามเกาะไปเรื่อย ๆ ก่อนบินกลับจาก Deer Lake (YDF) ผ่านโตรอนโตหรือมอนทรีออล วิธีนี้ช่วยลดการขับรถย้อนกลับทางเดิม ซึ่งต้องใช้เวลาขับรถข้ามเกาะตรงๆ ยาวนานถึง 7–8 ชั่วโมง
เดินทางด้วยเรือเฟอร์รี – เหมาะกับคนที่เที่ยว Atlantic Canada ด้วยรถอยู่แล้ว: ถ้ากำลังขับรถเที่ยว Nova Scotia หรือภูมิภาค Atlantic Canada สามารถขับมายังท่าเรือ North Sydney, Nova Scotia แล้วนำรถขึ้นเรือ Marine Atlantic ข้ามมายัง Newfoundland ได้ โดยมี 2 เส้นทางคือ เส้น North Sydney → Port aux Basques (ฝั่งตะวันตก) ใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง และให้บริการตลอดปี และอีกส้านทางคือ เส้นทาง North Sydney → Argentia (ฝั่งตะวันออก) ใช้เวลาประมาณ 16.5 ชั่วโมง เปิดให้บริการช่วงกลางเดือนมิถุนายนถึงปลายกันยายน สูงสุดประมาณ 3 เที่ยวต่อสัปดาห์ เหมาะกับคนที่อยากนำรถข้ามมาแล้วขับ Road Trip ยาว ๆ บนเกาะต่อ

การเดินทางภายในเกาะนิวฟันด์แลนด์

การเที่ยวเกาะนิวฟันด์แลนด์ ต่างจากเที่ยวเมืองใหญ่ตรงที่สถานที่ท่องเที่ยวกระจายอยู่ทั่วเกาะ บางแห่งอยู่ห่างกันหลายร้อยกิโลเมตร จึงควรวางเส้นทางไว้คร่าวๆ ก่อนออกเดินทาง โดยวิธีหลักๆ มีดังนี้

รถเช่า – สะดวกที่สุดสำหรับ Road Trip: ถ้าตั้งใจเที่ยวหลายเมือง แนะนำเช่ารถตั้งแต่สนามบิน เช่น St. John’s International Airport (YYT) หรือ Deer Lake Regional Airport (YDF) แล้วใช้ Trans-Canada Highway (Route 1) เป็นถนนสายหลักที่พาดข้ามเกาะจาก St. John’s ไปจนถึง Port aux Basques ระยะทางประมาณ 905 กิโลเมตร ส่วนใครจะขึ้นไปทาง Gros Morne, St. Anthony และ L'Anse aux Meadows ให้แยกจาก Route 1 บริเวณ Deer Lake แล้วใช้ Route 430 หรือ Viking Trail ขึ้นไปทางเหนือ เส้นนี้เหมาะกับการทำ Road Trip มาก เพราะระหว่างทางมีทั้งวิวชายฝั่งและเมืองเล็ก ๆ ให้แวะเรื่อย ๆ
รถบัสระหว่างเมือง – เหมาะกับคนไม่อยากขับรถ: มีรถบัส DRL-LR ให้บริการตามแนว Trans-Canada Highway เชื่อมเมืองหลักต่าง ๆ บนเกาะ เหมาะกับการเดินทางระหว่างเมืองมากกว่าการใช้เที่ยวตามแหล่งธรรมชาติ เพราะสถานที่หลายแห่งไม่ได้อยู่ติดเส้นทางรถบัสหลัก หากจะไปเมืองเล็กหรือพื้นที่ชายฝั่งบางแห่งอาจต้องต่อรถบัสท้องถิ่น Passenger Van หรือ Taxi เพิ่มอีกทอดหนึ่ง
Metrobus – ใช้เดินทางใน St. John’s: ถ้าพักเที่ยวอยู่ใน St. John's โดยยังไม่เช่ารถ สามารถใช้ Metrobus เดินทางในเมืองได้ โดย Downtown St. John’s มีสาย 2, 3, 10 และ 11 ผ่าน ส่วนจาก St. John’s International Airport สามารถขึ้น Route 14 ซึ่งวิ่งผ่าน Airport Heights, Torbay Road, Marine Institute และ Memorial University ได้ แต่หากจะออกไปเที่ยวสถานที่ธรรมชาตินอกเมือง การเช่ารถหรือใช้ Taxi จะคล่องตัวกว่า
เรือเฟอร์รี – ใช้เดินทางไปเกาะเล็กและพื้นที่ที่ถนนเข้าไม่ถึง: Newfoundland มีระบบเรือเฟอร์รีเชื่อมชุมชนตามชายฝั่งหลายแห่ง โดยบางเส้นทางสามารถนำรถขึ้นเรือไปด้วยได้ หากอยากเดินทางต่อไปฝั่ง Labrador สามารถขับรถตาม Route 430 ไปขึ้นเรือที่ St. Barbe แล้วข้ามช่องแคบไปลง Blanc-Sablon, Quebec ใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง และให้บริการตลอดปี นอกจากนี้ยังมีเรือภายในจังหวัดไปยังชุมชนและเกาะเล็ก ๆ อีกหลายเส้นทาง จึงควรเช็กตารางเรือให้ตรงกับ Route ก่อนเดินทาง

จุดเด่นของเกาะนิวฟันด์แลนด์ (Newfoundland Island)

ธรรมชาติสวยและหลากหลาย: จุดเด่นของ Newfoundland คือภูมิประเทศที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ทั้งแนวชายฝั่ง หน้าผา ภูเขา ป่า และพื้นที่เปิดโล่ง บางวันแค่ขับรถไปตามเส้นทางก็ได้เจอวิวใหม่ ๆ ตลอดทาง เหมาะกับคนที่ชอบเที่ยวธรรมชาติแบบไม่ต้องมีตึกหรือเมืองใหญ่อยู่รอบตัวตลอดเวลา
มีโอกาสเห็นไอซ์เบิร์กจากริมชายฝั่ง: หนึ่งในภาพที่เป็นเอกลักษณ์ของ Newfoundland Canada คือภูเขาน้ำแข็งที่ลอยผ่านนอกชายฝั่งตามฤดูกาล บางจุดสามารถมองเห็นได้จากบนฝั่งเลย ทำให้การตามหาไอซ์เบิร์กกลายเป็นอีกความสนุกของทริป เพราะแต่ละวันอาจเจอขนาด รูปร่าง และตำแหน่งไม่เหมือนกัน
เป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับดูวาฬ: นอกจากไอซ์เบิร์กแล้ว ทะเลรอบ Newfoundland ยังมีวาฬหลายสายพันธุ์แวะเข้ามาในช่วงฤดูกาล จะเลือกออกเรือไปชมกลางทะเล หรือคอยส่องจากจุดชมวิวริมชายฝั่งก็ได้ ถือเป็นอีกประสบการณ์ที่ช่วยเติมความตื่นเต้นให้ทริปสายธรรมชาติได้ดีมาก
บรรยากาศเมืองและชุมชนริมทะเลมีเสน่ห์เฉพาะตัว: ระหว่างทางจะได้เจอกับเมืองเล็ก ๆ บ้านสีสันสดใส ท่าเรือ และชุมชนชาวประมงที่ยังคงกลิ่นอายของวิถีชีวิตริมมหาสมุทร ทำให้ทริปไม่ได้มีแค่การออกไปชมธรรมชาติ แต่ยังได้สัมผัสอีกมุมของ Atlantic Canada ที่ดูเรียบง่ายและเป็นกันเอง
เหมาะกับการเที่ยวแบบ Road Trip มาก: ถนนบนเกาะเชื่อมผ่านทั้งเมืองเล็กและพื้นที่ธรรมชาติ ทำให้การจัด Road Trip ที่นี่มีความสนุกตรงที่ไม่จำเป็นต้องรีบไปถึงจุดหมาย แค่เผื่อเวลาไว้สำหรับจอดชมวิว แวะเมืองระหว่างทาง หรือเปลี่ยนแพลนตามสภาพอากาศ ก็ได้ทริปที่มีเรื่องให้น่าจดจำกลับไปเพียบ

เที่ยวเกาะนิวฟันด์แลนด์ (Newfoundland Island) เดือนไหนดี?

ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวเกาะนิวฟันด์แลนด์ที่สุดคือประมาณเดือนมิถุนายน–กันยายน เพราะอากาศอุ่นขึ้น กลางวันยาว เหมาะกับการขับรถเที่ยว เดินป่า และทำกิจกรรมกลางแจ้ง ส่วนใครอยากเพิ่มโอกาสเจอภูเขาน้ำแข็ง ช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูร้อนก็น่าสนใจเป็นพิเศษ ทั้งนี้ Newfoundland อากาศ ค่อนข้างแปรปรวน และอุณหภูมิแต่ละพื้นที่บนเกาะอาจต่างกันได้

ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน–พฤษภาคม): เป็นช่วงที่อากาศยังเย็นและมีความเป็นหน้าหนาวหลงเหลืออยู่ บางวันอาจเจอทั้งหมอก ลม หรือฝน อุณหภูมิบริเวณ St. John’s โดยทั่วไปอยู่ราว 0–10°C จุดน่าสนใจคือช่วงปลายฤดูเริ่มมีโอกาสเห็นภูเขาน้ำแข็งลอยผ่านชายฝั่ง เหมาะกับคนที่อยากสัมผัส Newfoundland ในบรรยากาศสงบๆ และไม่ติดว่าต้องเจออากาศเย็น
ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม): เป็นช่วงที่เที่ยวสนุกและจัดแพลนง่ายที่สุด อากาศสบายขึ้น กลางวันยาว และกิจกรรมกลางแจ้งเปิดคึกคัก โดยบริเวณ St. John’s มีอุณหภูมิเฉลี่ยช่วงกลางวันประมาณ 15–21°C เหมาะกับทั้งการทำ Road Trip เดินป่า ล่องเรือ และดูวาฬ ใครมาเป็นครั้งแรก เลือกช่วงนี้ถือว่าเที่ยวได้ค่อนข้างครบ
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน): เดือนกันยายนยังเป็นช่วงน่าเที่ยว อากาศเย็นสบายและบรรยากาศเริ่มเงียบลง ก่อนที่อุณหภูมิจะลดลงเรื่อยๆ เมื่อเข้าเดือนตุลาคม–พฤศจิกายน โดยทั่วไปอยู่ประมาณ 3–16°C แล้วแต่เดือน เหมาะกับคนที่ชอบเที่ยวแบบไม่คึกคักมาก แต่ควรเช็กวันเปิดให้บริการของทัวร์และสถานที่ต่าง ๆ เพราะบางแห่งเริ่มปิดตามฤดูกาล
ฤดูหนาว (ธันวาคม–มีนาคม): Newfoundland เข้าสู่ช่วงอากาศหนาวเต็มตัว มีทั้งหิมะ ลมแรง และวันที่กลางวันสั้นลง บริเวณ St. John’s อุณหภูมิโดยทั่วไปอยู่ประมาณ -5 ถึง 5°C ส่วนที่พื้นที่ด้านในและฝั่งตะวันตกอาจหนาวกว่านี้ เหมาะกับคนที่อยากเห็นบรรยากาศหน้าหนาวจริง ๆ แต่ถ้าเน้นขับรถเที่ยวหลายเมืองหรือทำกิจกรรม Outdoor ฤดูร้อนจะเดินทางสะดวกกว่า

กิจกรรมแนะนำในเกาะนิวฟันด์แลนด์ (Newfoundland Island)

ออก Boat Tour ตามหาไอซ์เบิร์ก: เปลี่ยนจากการมองไอซ์เบิร์กบนฝั่งมาออกเรือชมกลางทะเล จะได้เห็นทั้งขนาด รูปร่าง และสีของน้ำแข็งชัดขึ้น โดยเฉพาะวันที่อากาศดีและทะเลสงบ ถือเป็นประสบการณ์ที่ค่อนข้างเฉพาะตัวของการเที่ยว Newfoundland เลย
ล่องเรือดูวาฬและนกทะเล: ช่วงฤดูชมวาฬสามารถซื้อทัวร์ออกไปลุ้นเจอวาฬกลางมหาสมุทร พร้อมชมนกทะเลตามธรรมชาติไปด้วย ความสนุกคือไม่มีใครรู้ว่าวาฬจะโผล่มาตรงไหนหรือเมื่อไหร่ ทุกครั้งที่เราได้เห็นการเคลื่อนไหวบนผิวน้ำเลยชวนตื่นเต้นอยู่ตลอด
เดิน Hiking เลือกเส้นทางให้เข้ากับสไตล์: Newfoundland มีเส้นทางเดินธรรมชาติให้เลือกตั้งแต่ Trail สั้น ๆ สำหรับเดินชมวิวสบาย ๆ ไปจนถึงเส้นทางหลายชั่วโมงสำหรับสายลุย จึงไม่จำเป็นต้องเป็นสาย Trekking จริงจังก็สนุกได้ แค่เลือกรองเท้าดี ๆ แล้วเผื่อเวลาหยุดถ่ายรูประหว่างทางไว้เยอะหน่อย
พาย Sea Kayak เลียบชายฝั่ง: ใครอยากสัมผัสทะเลในมุมที่ต่างออกไป ลองพายคายัคไปตามอ่าวและแนวชายฝั่ง จะได้ชมหน้าผา โขดหิน และธรรมชาติจากระดับผิวน้ำแบบใกล้ขึ้น มือใหม่สามารถเลือก Guided Tour ที่มีไกด์และอุปกรณ์เตรียมไว้ให้ จะเที่ยวได้สบายใจกว่า
ลองชิมอาหารทะเลและเมนูท้องถิ่น: เที่ยวเกาะกลางมหาสมุทรทั้งทีต้องหาเวลาลองซีฟู้ดสด ๆ กันหน่อย โดยเฉพาะปลา Cod ที่ผูกพันกับวัฒนธรรมอาหารของ Newfoundland มายาวนาน นอกจากนี้ยังมีเมนูพื้นถิ่นและร้านเล็ก ๆ ตามเมืองชายฝั่งให้แวะลองระหว่าง Road Trip เพิ่มสีสันให้ทริปได้ดีเลย
ออกไปดูดาวและเก็บบรรยากาศยามค่ำคืน: ถ้าพักนอกเมือง ลองหาเย็นที่ฟ้าเปิดแล้วออกมาดูดาวกันสักคืน เพราะหลายพื้นที่มีแสงรบกวนค่อนข้างน้อย บรรยากาศเงียบ ๆ กับท้องฟ้ากว้างเหนือมหาสมุทรเป็นอีกโมเมนต์เรียบง่ายที่ช่วยให้ทริปเที่ยว Newfoundland Island มีเสน่ห์ขึ้นอีกเยอะ

แนะนำที่พักใกล้เกาะนิวฟันด์แลนด์ (Newfoundland Island)

DoubleTree by Hilton St. John’s Harbourview

ถ้าอยากพักใน St. John’s แบบตื่นมาก็ได้เห็นบรรยากาศเมืองท่าของ Newfoundland เลย DoubleTree by Hilton St. John’s Harbourview น่านอนมาก ตัวโรงแรมอยู่ใกล้ St. John’s Harbour และ Downtown บางห้องสามารถมองเห็นวิวอ่าวและหมู่บ้านสีสันสดใสที่เรียงตัวอยู่ตามเนินเขาได้จากหน้าต่าง ยิ่งช่วงเช้าที่เมืองค่อย ๆ สว่างหรือช่วงเย็นที่เริ่มเปิดไฟกันแล้ว วิวจากห้องก็ยิ่งมีเสน่ห์ขึ้นไปอีก ด้านในตกแต่งสไตล์โมเดิร์น ดูสบายตา ห้องพักมีพื้นที่ให้พักผ่อนแบบไม่อึดอัด เหมาะกับการกลับมาเอนตัวหลังเดินเที่ยวมาทั้งวัน ที่หลายคนชอบอีกอย่างคือโลเคชันค่อนข้างดี จะออกไปเดินเล่นแถว Waterfront แวะหาร้านอาหารใน Downtown หรือเดินทางต่อไปเที่ยวรอบเมืองก็สะดวก ใครอยากได้โรงแรมที่พักง่าย ทำเลดี และยังได้บรรยากาศของ St. John’s แบบเต็ม ๆ ที่นี่ลงตัวเลย

Dvele Inn

ถ้าอยากมีสักคืนที่เปลี่ยนจากการเร่งเก็บที่เที่ยวมาเป็นการพักผ่อนแบบช้า ๆ Dvele Inn ใน Twillingate น่าเก็บไว้ในลิสต์มาก ที่นี่เป็นที่พักบูทีคที่ให้บรรยากาศสงบและเป็นส่วนตัวสุด ๆ การตกแต่งออกแนวเรียบหรูแต่ยังดูอบอุ่น ทุกอย่างให้ความรู้สึกเหมือนตั้งใจออกแบบมาเพื่อให้ได้พักผ่อนจริง ๆ มากกว่าจะเป็นแค่ที่นอนระหว่างทาง ส่วนโลเคชันก็เข้ากับบรรยากาศสุด ๆ เพราะอยู่ใน Twillingate เมืองชายทะเลเล็ก ๆ ที่รอบตัวมีทั้งวิวชายฝั่ง อ่าว และธรรมชาติ ถ้ามาช่วงฤดูไอซ์เบิร์กก็สามารถใช้ที่นี่เป็นจุดพักสำหรับออกไปตามหาภูเขาน้ำแข็งหรือขึ้น Boat Tour ได้ ตอนเย็นกลับมาพักในบรรยากาศเงียบ ๆ หลังออกเที่ยวมาทั้งวัน บอกเลยว่าฟินเกินต้าน เหมาะมากกับคู่รักหรือใครที่อยากเพิ่มคืนพิเศษ ๆ สักคืนให้ทริปนี้ 

The Murray Premises Hotel

ใครชอบที่พักมีคาแรกเตอร์มากกว่าโรงแรมสมัยใหม่ทั่ว ๆ ไป ลองดู The Murray Premises Hotel ใน Downtown St. John’s กันได้เลย ที่นี่ตั้งอยู่ในอาคารเก่าแก่ซึ่งถูกนำมาปรับเป็นโรงแรม แต่ยังเก็บรายละเอียดดั้งเดิมเอาไว้ ทั้งกำแพงหิน งานไม้ และบรรยากาศคลาสสิก พอเข้ามาในห้องจึงได้ความรู้สึกอบอุ่นและมีเสน่ห์แบบเมืองเก่า โดยไม่ดูเชยจนเกินไป ที่สำคัญคือทำเลดีมาก เพราะอยู่ใกล้ St. John’s Harbour และ Water Street ออกจากโรงแรมก็เดินไปหาร้านอาหาร คาเฟ่ หรือเดินเล่นชมบรรยากาศ Downtown ได้เลย เหมาะกับวันที่อยากจอดรถไว้แล้วออกเดินเที่ยวเมืองแบบสบาย ๆ ยิ่งตอนเย็นออกไปหาอะไรกินแล้วเดินกลับที่พักได้ก็ยิ่งสะดวก ใครกำลังมองหา ที่พัก Newfoundland ที่ได้ทั้งโลเคชันและบรรยากาศแบบ St. John’s ที่นี่เป็นอีกแห่งที่น่านอนเลย 

เคล็ดลับการเที่ยวเกาะนิวฟันด์แลนด์ (Newfoundland Island)

แต่งตัวแบบหลายชั้นไว้ก่อน: อากาศบนเกาะเปลี่ยนค่อนข้างไว โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งที่อาจเจอทั้งลม หมอก ฝน หรือแดดสลับกันในวันเดียว แนะนำใส่เสื้อผ้าแบบหลายชั้น เพื่อจะได้ สวมเพิ่มหรือถอดออกตามอากาศได้สะดวก และอย่าลืมพกเสื้อกันลมกับเสื้อกันฝนติดไว้ แม้จะมาเที่ยวช่วงหน้าร้อนก็ตาม
อย่าจัดตารางแน่นทุกวัน: เสน่ห์ของ Newfoundland คือระหว่างทางมีอะไรให้แวะอยู่เรื่อย ๆ แถมสภาพอากาศยังเปลี่ยนได้ตลอด เผื่อเวลาในแต่ละวันไว้บ้าง จะได้สลับแพลนหรือหยุดชมวิวสวย ๆ โดยไม่ต้องคอยรีบดูนาฬิกา
เติมน้ำมันก่อนออกเส้นทางไกล: เมื่อขับออกจากเมืองใหญ่ ปั๊มน้ำมัน ร้านอาหาร และร้านสะดวกซื้ออาจไม่ได้มีถี่เหมือนในเมือง ควรเติมน้ำมันให้พร้อมและมีน้ำดื่มกับของกินเล่นติดรถไว้ โดยเฉพาะวันที่ต้องขับผ่านพื้นที่ธรรมชาติเป็นระยะทางไกล
ระวังสัตว์บนถนน โดยเฉพาะช่วงเช้ามืดและกลางคืน: บางเส้นทางมีโอกาสเจอกวางมูสออกมาใกล้หรือข้ามถนน จึงไม่ควรขับเร็วและคอยความระมัดระวังเมื่อขับรถในช่วงที่แสงน้อย ถ้าไม่จำเป็น การวางแผนให้ถึงที่พักก่อนมืดจะขับสบายกว่า
ดาวน์โหลดแผนที่ Offline ติดมือถือไว้: สัญญาณโทรศัพท์อาจไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะเส้นทางห่างเมืองและแหล่งธรรมชาติ การเซฟแผนที่ เส้นทาง และข้อมูลที่พักไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้เที่ยวได้อุ่นใจกว่า
จองกิจกรรมยอดนิยมไว้ล่วงหน้า: หากเดินทางช่วงฤดูร้อนและมี Boat Tour, Whale Watching หรือกิจกรรมที่อยากทำเป็นพิเศษ ควรจองไว้ก่อน เพราะรอบยอดนิยมอาจเต็มได้ และควรเผื่อวันสำรองไว้ด้วยในกรณีที่กิจกรรมต้องยกเลิกเพราะสภาพอากาศ
เช็กพยากรณ์อากาศทุกเช้าก่อนออกเที่ยว: ที่นี่อากาศมีผลกับประสบการณ์เที่ยวค่อนข้างมาก โดยเฉพาะกิจกรรมกลางแจ้งและการออกเรือ ลองเช็กทั้งฝน ลม และทัศนวิสัยก่อนออกจากที่พัก แล้วค่อยปรับแผนในแต่ละวัน จะเที่ยวสนุกและคล่องตัวกว่าการยึดตารางเดิมแบบเป๊ะ ๆ

อ่านต่อ:

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวเกาะนิวฟันด์แลนด์ (Newfoundland Island)

Q: ไปเที่ยวเกาะนิวฟันด์แลนด์ ต้องทำวีซ่าไหม?

A: นักท่องเที่ยวที่ถือพาสปอร์ตไทยจำเป็นต้องขอวีซ่าท่องเที่ยวแคนาดา (Visitor Visa/TRV) ล่วงหน้าก่อนเดินทาง ไม่สามารถใช้ระบบ eTA ได้ เว้นแต่จะเข้าเงื่อนไขพิเศษ เช่น มีวีซ่าชั่วคราวของสหรัฐอเมริกาที่ยังไม่หมดอายุ หรือเคยถือวีซ่าแคนาดาในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

Q: เที่ยวเกาะนิวฟันด์แลนด์ช่วงไหนดีที่สุด?

A: ช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมดีที่สุด เพราะอากาศอุ่นสบายกำลังดี (อุณหภูมิเฉลี่ย 15–21°C) ช่วงเวลากลางวันยาวนาน เดินทางสะดวก และกิจกรรมท่องเที่ยวเปิดคึกคัก แต่หากตั้งใจมาชมภูเขาน้ำแข็ง แนะนำให้มาช่วงปลายพฤษภาคมถึงมิถุนายน

Q: เดินทางภายในเกาะนิวฟันด์แลนด์ยังไงสะดวกที่สุด?

A: การเช่ารถขับทำ Road Trip สะดวกและคล่องตัวที่สุด เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวกระจายตัวอยู่ห่างกันหลายร้อยกิโลเมตร ส่วนระบบขนส่งสาธารณะอย่างรถบัสระหว่างเมือง (DRL) จะมีให้บริการเฉพาะบนเส้นทางหลัก Route 1 เท่านั้น

Q: อยากเห็นภูเขาน้ำแข็ง (Iceberg) ต้องไปเมืองไหน และช่วงไหน?

A: ปักหมุดไปที่เมือง Twillingate ได้เลย เพราะได้รับการขนานนามว่าเป็น "Iceberg Capital of the World" โดยช่วงเวลาที่มีโอกาสเห็นภูเขาน้ำแข็งขนาดยักษ์ลอยผ่านมากที่สุดคือช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูร้อน (ประมาณปลายพฤษภาคม–มิถุนายน)

Q: เที่ยวเกาะนิวฟันด์แลนด์ใช้งบประมาณเท่าไหร่?

A: สำหรับทริปประมาณ 7–10 วัน คาดการณ์งบประมาณเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 100,000 – 150,000 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับราคาตั๋วเครื่องบินไป-กลับจากไทย ค่าเช่ารถ ค่าน้ำมัน และประเภทของที่พักที่เลือก

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ นิวฟันด์แลนด์และแลบราดอร์

นิวฟันด์แลนด์และแลบราดอร์

Canada

บทความแนะนำ

กิจกรรมแอดเวนเจอร์ในสิงคโปร์: คู่มือสุดยอดความสนุกกลางแจ้งและเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

23 Sep 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที

เที่ยวสิงคโปร์ เดือนไหนดี? - ที่เที่ยวกิจกรรมแนะนำในแต่ละฤดูกาล

19 Sep 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

จุดเช็กอิน "ต๋าข่า" สุดไวรัลในจีนประจำปี 2026: ถนนอู่คัง, กำแพงแดงหอกลอง และแคนตันทาวเวอร์

18 Sep 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 2 นาที

รวม 15 เมืองน่าเที่ยวในประเทศจีน อัปเดตเมืองสวย จุดเช็กอิน ที่เที่ยวจีน 2026 ห้ามพลาด!

04 Aug 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 6 นาที

ปักหมุด 30 ที่เที่ยวอุดรธานี ลิสต์เดียวเที่ยวได้ทั้งทริป อัปเดตใหม่ 2026

26 Jul 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 12 นาที

สิงหาคม เที่ยวไหนดี? 20 พิกัดเที่ยวไทย-เที่ยวต่างประเทศ พาแม่เที่ยวฟินๆ [อัปเดต 2026]

25 Jul 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 7 นาที
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร