
บึงกาฬ จังหวัดเล็ก ๆ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย อาจยังไม่เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวเท่าจังหวัดยอดฮิตอื่น ๆ แต่กลับเต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวที่ดึงดูดใจ ผู้แสวงหาความเงียบสงบและธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ด้วยภูมิประเทศที่โดดเด่นทั้งภูเขา ลำธาร น้ำตก และยังเป็นจังหวัดที่ติดกับแม่น้ำโขง จึงมีที่เที่ยวริมแม่น้ำโขงเยอะไม่แพ้ ที่เที่ยวนครพนม นอกจากธรรมชาติแล้ว บึงกาฬยังเปี่ยมด้วยแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่าค้นหา ผู้คนเป็นมิตร อาหารอีสานรสจัดจ้านถูกปาก และยังมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เช่น วัดอาฮงศิลาวาส ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงในจุดที่เชื่อกันว่าเป็น “สะดือแม่น้ำโขง” ไม่ว่าคุณจะเป็นสายผจญภัย สายธรรมชาติ หรือสายถ่ายรูป บึงกาฬมีครบทุกมุมให้คุณได้สัมผัสอย่างเต็มอิ่ม และอาจกลายเป็นจุดหมายใหม่ที่คุณอาจหลงรักแบบไม่รู้ตัว
หินสามวาฬ เป็นจุดเช็กอินสุดอลังการในบึงกาฬที่สายธรรมชาติห้ามพลาด! จุดเด่นคือหินขนาดยักษ์รูปร่างเหมือนวาฬพ่อแม่ลูกเรียงกันอยู่บนหน้าผา มองออกไปเห็นวิวป่าเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา โดยเฉพาะตอนเช้าถ้าได้ไปชมพระอาทิตย์ขึ้น นอกจากนั้นยังมีจุดชมวิวอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียงหลายแห่ง เช่น จุดชมวิวถ้ำฤๅษี ประตูภูสิงห์ จุดชมวิวหินหัวช้าง บอกเลยว่าคุ้มสุด ๆ เหมาะกับคนที่ชอบธรรมชาติ รักการถ่ายรูป และสายแอดเวนเจอร์ที่ชอบเดินเทรลเบา ๆ อารมณ์อยากรีเฟรชใจกลางป่าแต่ไม่ต้องปีนเขาหนัก ๆ
เวลาเปิด-ปิด: 5.00 น. ถึง 17.00 น.
ภูทอก หรือวัดเจติยาคีรีวิหาร จ.บึงกาฬ เป็นจุดหมายที่ต้องไปสักครั้งในชีวิต! ที่นี่โดดเด่นด้วยทางเดินไม้ที่สร้างลัดเลาะรอบภูเขา สูงและหวาดเสียวพอประมาณ ถ้ากลัวความสูงต้องเตรียมใจนิดนึง แต่รับรองว่าวิวสวยสุด ๆ โดยเฉพาะตอนเช้าหรือหน้าหนาว จะได้เห็นทะเลหมอกลอยคลอเคลียภูเขา เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายธรรมะ ชอบความสงบ หรือใครที่อยากท้าทายความกลัวความสูงก็ต้องมา ที่สำคัญคือได้สัมผัสทั้งความงามของธรรมชาติและศรัทธาในคราวเดียว
ถ้ำนาคา ที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา เป็นจุดหมายที่ทั้งสายมูและสายธรรมชาติต้องห้ามพลาด! จุดเด่นคือหินรูปร่างคล้ายพญานาคขนาดใหญ่ มีลวดลายเหมือนเกล็ดงู ซึ่งเกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เรียกว่า "ซันแครก" (Sun Crack) นอกจากความงดงามทางธรณีวิทยาแล้ว ยังมีตำนานความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคที่ดึงดูดผู้คนให้มาเยือน เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบการเดินป่าเบา ๆ ชื่นชอบธรรมชาติ และผู้ที่มีความเชื่อในเรื่องพญานาค ต้องจองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน QueQ และมีไกด์ท้องถิ่นนำทางเพื่อความปลอดภัย ใครอยากสัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติและตำนานที่น่าค้นหา ต้องลองไปสักครั้ง!
น้ำตกถ้ำพระ หรือที่หลายคนเรียกว่า “สวนน้ำกลางป่า” แห่งบึงกาฬ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ 3 ชั้น ที่ไหลอยู่บนภูเขาหินทรายขนาดใหญ่ จุดเด่นคือ “สไลเดอร์ธรรมชาติ” ที่เกิดจากร่องน้ำไหลผ่านโขดหิน ทำให้สามารถเล่นน้ำได้อย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงต้นตุลาคม เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง และครอบครัวที่ต้องการพาเด็กๆ มาเล่นน้ำท่ามกลางธรรมชาติ การเดินทางต้องนั่งเรือเข้าไปประมาณ 10 นาที แล้วเดินเท้าต่ออีกเล็กน้อย บรรยากาศร่มรื่นและอากาศสดชื่น ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนบึงกาฬ
เวลาเปิด-ปิด: 8.00 น. ถึง 16.00 น.
ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว อำเภอเซกา เดิมมีชื่อในภาษาท้องถิ่นว่า “น้ำตกห้วยกระอาม” (สะอาม) เพราะน้ำตกนี้เกิดจากธารน้ำของห้วยกะอามไหลมาตามหน้าผาหิน เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามและเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง น้ำตกนี้มีทั้งหมด 3 ชั้น โดยเฉพาะชั้นที่ 3 ซึ่งเป็นชั้นที่สวยที่สุด เมื่อแสงแดดส่องกระทบน้ำตก จะเกิดละอองน้ำที่กระจายเป็นสีรุ้งสวยงาม จึงเป็นที่มาของชื่อน้ำตกเจ็ดสี
เวลาเปิด-ปิด: 8.30 น. ถึง 17.00 น.
ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามและเป็นธรรมชาติ จุดเด่นคือ “สะพานหิน” ที่เป็นลานหินทรายกว้างประมาณ 100 เมตร มีน้ำไหลลอดผ่านใต้แนวหิน เป็นอะไรที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ น้ำตกนี้เกิดจากลำห้วยชะแนน ไหลลดหลั่นกันมาเป็นชั้นๆ กว่า 2 ชั้น นอกจากนี้ ยังมี “บึงจระเข้” บึงขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่เหนือน้ำตก ประมาณ 300 เมตร ซึ่งบริเวณริมบึงมีหาดทรายกว้าง เหมาะสำหรับสายลุยที่ชอบถ่ายรูปวิวธรรมชาติสวย ๆ
น้ำตกตาดวิมานทิพย์ เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของบึงกาฬที่สายธรรมชาติต้องลองไปเยือน! ที่นี่เป็นน้ำตกสูงจากหน้าผาหินทรายกลางป่าภูวัว น้ำไหลลงมาเป็นสายสวยงามสุด ๆ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน จะมีปริมาณน้ำตกไหลมากกว่าฤดูอื่น ๆ และบรรยากาศจะเขียวชุ่มฉ่ำ เย็นสบาย เหมาะกับสายลุยที่ชอบเดินป่าเบา ๆ ผจญภัยหน่อย ๆ แต่ไม่โหดเกินไป ใครที่ชอบธรรมชาติแบบสงบ ไม่วุ่นวาย อยากนั่งฟังเสียงน้ำตกท่ามกลางป่าเขา บอกเลยว่าที่นี่คือ “วิมาน” สมชื่อจริง ๆ
เวลาเปิด-ปิด: 6.00 น. ถึง 14.00 น.
ลานธรรมภูสิงห์ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติภูสิงห์ เป็นลานกว้างที่มีหินทรายแดงขนาดใหญ่รูปร่างคล้ายสิงโตหมอบ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “ภูสิงห์” บริเวณนี้ประดิษฐานพระพุทธรูป “หลวงพ่อพระสิงห์” สีทองอร่าม ให้ผู้มาเยือนได้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบธรรมชาติและความสงบ นอกจากนี้ยังเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของแม่น้ำโขงและฝั่งประเทศลาวได้อย่างชัดเจน
เวลาเปิด-ปิด: 05.00 น. ถึง 18.30 น.
พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านขี้เหล็กใหญ่ อำเภอโซ่พิสัย เป็นสถานที่ที่นำเสนอวิถีชีวิตชาวอีสานผ่านบ้านไม้เก่าอายุกว่า 60 ปี ภายในจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ดั้งเดิม เช่น ห้องครัวอีสานโบราณ ผ้าซิ่น และภาพถ่ายขาวดำของในหลวงรัชกาลที่ 9 นอกจากนี้ ยังมีภาพวาดสตรีทอาร์ตพญานาคบนฝาบ้านไม้ สะท้อนวัฒนธรรมและความเชื่อของชุมชน เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นและวิถีชีวิตชาวอีสานแบบร่วมสมัย แถมพิพิธภัณฑ์ยังมีเพจเฟสบุคคูล ๆ ของพิพิธภัณฑ์คอยอัปเดทกิจกรรมต่าง ๆ ของคอมมูนิตี้อีกด้วย
เวลาเปิด-ปิด: 8.00 น. ถึง 17.00 น.
เป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินที่ไม่ควรพลาด! ที่นี่มีลานหินกว้างที่เต็มไปด้วยหลุมเล็กใหญ่คล้าย ๆ ร่องรอยอุกกาบาตกระจายทั่วบริเวณ ซึ่งเกิดจากการยุบตัวของหินตามธรรมชาติ ในช่วงหน้าฝน หลุมเหล่านี้จะมีน้ำขัง คล้ายอ่างจากุชชี่ธรรมชาติ จุดนี้เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพและการชมวิวธรรมชาติแบบไม่ซ้ำใคร โดยเฉพาะในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน บรรยากาศจะสวยงามและโรแมนติกมาก ๆ ส่วนการเดินทางก็สะดวกมาก ๆ แค่ขับรถขึ้นไป แล้วเดินเท้าต่อประมาณ 50 เมตรเท่านั้น
เวลาเปิด-ปิด: 24 ชั่วโมง
วัดอาฮงศิลาวาส เป็นวัดเล็ก ๆ ริมฝั่งแม่น้ำโขงในบึงกาฬที่เงียบสงบและมีเสน่ห์สุด ๆ จุดเด่นอยู่ตรง “สะดือแม่น้ำโขง” ซึ่งเชื่อว่าเป็นจุดที่ลึกที่สุดของแม่น้ำ! ช่วงหน้าพรรษายังเป็นช่วงที่มีปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคให้ลุ้นอีกด้วยนะ เหมาะกับสายเที่ยวที่ชอบความสงบ รักธรรมชาติ และสนใจเรื่องความเชื่อของชาวบ้านท้องถิ่น หรือจะแค่มานั่งชิลริมโขง ฟังเสียงน้ำไหล รับลมเย็น ๆ ก็ได้
เวลาเปิด-ปิด: 24 ชั่วโมง
หนึ่งในจุดเช็กอินของที่เที่ยวบึงกาฬที่สายธรรมชาติและสายมูไม่ควรพลาด ที่นี่มีหินขนาดใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายพญานาคเล่นน้ำในลำธารกลางหุบเขา ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าทึ่งและเชื่อมโยงกับตำนานท้องถิ่น จึงทำให้ชาวบ้านมากราบไหว้ บูชาหินที่ห้วยหินแหบ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการผจญภัยเบา ๆ และสนใจเรื่องราวทางวัฒนธรรมและความเชื่อ หากคุณกำลังมองหาสถานที่ที่ผสมผสานความงดงามของธรรมชาติกับเรื่องราวลึกลับ ห้วยหินแหบคือคำตอบที่ลงตัวที่สุด!
วัดสว่างอารมณ์ หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่า วัดถ้ำศรีธน ตั้งอยู่ที่อำเภอปากคาด เป็นวัดที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ด้วยพระอุโบสถทรงระฆังคว่ำที่ตั้งอยู่บนโขดหินใหญ่ และถ้ำด้านล่างที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพาน บรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย และสัมผัสความสงบของธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของแม่น้ำโขงและฝั่งประเทศลาวได้อย่างชัดเจน
วัดโพธาราม หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "วัดหลวงพ่อพระใหญ่" ตั้งอยู่ที่บ้านท่าไคร้ อำเภอเมืองบึงกาฬ เป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางจิตใจของชาวบึงกาฬและชาวลุ่มน้ำโขง ภายในวัดประดิษฐาน "หลวงพ่อพระใหญ่" พระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะล้านช้าง ซึ่งเป็นศูนย์รวมศรัทธาและมีเรื่องเล่าปาฏิหาริย์มากมาย นอกจากนี้ ยังมีเรือกำปั่นโบราณอายุกว่า 70 ปีให้ชมและขอโชคลาภอีกด้วย เหมาะสำหรับสายบุญที่อยากสัมผัสวัดเก่าแก่และเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น หรือใครที่กำลังมองหาที่สงบใจและเติมพลังบวกให้ชีวิต
เวลาเปิด-ปิด: 6.00 น. ถึง 19.00 น.
ศาลเจ้าแม่สองนาง เป็นศาลศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวบึงกาฬ ตั้งอยู่ริมถนนเจ้าแม่สองนาง หน้าโรงพยาบาลบึงกาฬ เป็นสถานที่ที่ผู้คนกราบไหว้บูชาและขอพรให้เจริญรุ่งเรือง ตำนานเจ้าแม่สองนางเล่าถึงสองพี่น้องที่ล่องเรืออพยพมาตามแม่น้ำโขงแล้วเรือล่มเสียชีวิต ชาวบ้านจึงได้ตั้งศาลขึ้นเพื่อเป็นที่สถิตของดวงวิญญาณทั้งสอง ในช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี จะมีพิธีบวงสรวงและรำบวงสรวงอย่างยิ่งใหญ่ เป็นโอกาสที่ดีในการสัมผัสประเพณีและความศรัทธาของชาวบึงกาฬ
เวลาเปิด-ปิด: 7.00 น. ถึง 21.00 น.
ที่นี่คือบึงน้ำจืดขนาดใหญ่กลางหุบเขาในจังหวัดบึงกาฬ มีวิวสวยสงบ เหมาะกับการพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์สุด ๆ ช่วงเช้าจะมีหมอกลอยเหนือน้ำ โรแมนติกเหมือนในหนังเลยล่ะ แถมยังเป็นแหล่งดูนกน้ำและสัตว์ป่าหายาก ใครเป็นสายถ่ายรูป สายปิกนิก หรืออยากมานั่งชิลชมพระอาทิตย์ตก บอกเลยว่าตอบโจทย์มาก ๆ เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายชิล สายครอบครัว หรือใครที่อยากเติมพลังใจจากธรรมชาติแบบเงียบ ๆ ก็เชิญที่นี่เลย!
แก่งอาฮง หรือที่รู้จักกันว่า “สะดือแม่น้ำโขง” เป็นจุดที่แม่น้ำโขงลึกที่สุดและมีความลึกลับน่าค้นหา ตั้งอยู่หน้าวัดอาฮงศิลาวาส จังหวัดบึงกาฬ ที่นี่มีตำนานเกี่ยวกับพญานาคและเชื่อว่าเป็นประตูสู่เมืองบาดาล กระแสน้ำวนที่เกิดขึ้นบริเวณนี้ยิ่งเพิ่มความขลังให้กับสถานที่ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ สายบุญ และสายมูที่อยากสัมผัสความสงบและพลังศรัทธา ช่วงออกพรรษายังมีโอกาสได้ชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคอีกด้วย
เวลาเปิด-ปิด: 24 ชั่วโมง
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จังหวัดบึงกาฬ เป็นสวรรค์ของสายธรรมชาติและนักผจญภัยที่แท้จริง! ที่นี่มีป่าดิบแล้งและป่าเต็งรังที่อุดมสมบูรณ์ พร้อมสัตว์ป่านานาชนิด เช่น ช้าง เก้ง หมี และชะมด ไฮไลต์คือ “กิ้งก่าภูวัว” สัตว์หายากที่พบได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีน้ำตกสวย ๆ อย่างน้ำตกชะแนนและน้ำตกถ้ำพระ ที่มีสไลเดอร์ธรรมชาติให้เล่นกันสนุก ๆ เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายลุย ชอบเดินป่า กางเต็นท์ และสัมผัสธรรมชาติแบบใกล้ชิด ถ้าอยากหลีกหนีความวุ่นวาย มาสูดอากาศบริสุทธิ์และฟังเสียงธรรมชาติที่นี่ รับรองว่าใจฟูแน่นอน!
ที่นี่มีน้ำตกไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ ท่ามกลางป่าเขียวขจี บรรยากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี น้ำใสไหลเย็น เล่นได้แบบเพลิน ๆ เหมาะมากกับสายแคมป์ปิ้งหรือคนที่อยากหนีความวุ่นวายไปพักใจในธรรมชาติ ที่สำคัญคือไม่ต้องเดินไกลมาก เหมาะทั้งครอบครัว คู่รัก หรือจะมากับแก๊งเพื่อนก็สนุก ใครกำลังมองหาที่นั่งปิคนิคหรือเล่นน้ำคลายร้อนแบบโลคอล ๆ ต้องลองแวะมาที่นี่เลย!
เวลาเปิด-ปิด: 7.00 น. ถึง 16.30 น.
อุทยานแห่งชาติภูลังกา เป็นจุดหมายปลายทางสุดชิลของสายธรรมชาติที่อยากหนีความวุ่นวายไปพักใจ บรรยากาศที่นี่เขียวขจี อากาศสดชื่นตลอดปี เดินป่าเบาๆ ชมวิวสวยๆ ก็ได้ หรือจะมานั่งชมพระอาทิตย์ขึ้นแบบเงียบๆ ก็ฟินสุดๆ ที่ห้ามพลาดคือ “หินรถบัส” จุดชมวิวไฮไลต์ที่หินรูปร่างคล้ายรถบัสจอดอยู่ริมหน้าผา วิวตรงนี้อลังการมาก มองเห็นผืนป่ากว้างสุดลูกหูลูกตา เหมาะกับสายแคมป์ปิ้งที่ชอบความเงียบสงบ และรักธรรมชาติแบบแท้จริง บอกเลยว่ามาแล้วจะอยากกลับมาอีก!
เวลาเปิด-ปิด: 8.00 น. ถึง 16.00 น.
ร้านอาหารบรรยากาศริมโขงที่มีอาหารให้เลือกหลากหลายเมนู ตั้งแต่ต้ม ผัด แกง ทอด เมนูแนะนำ ได้แก่ หอยนางรมทรงเครื่อง กุ้งแช่น้ำปลา และผัดฉ่าปลาแม่น้ำโขง เหมาะสำหรับการนั่งรับประทานอาหารพร้อมชมวิวแม่น้ำโขง
เวลาเปิด-ปิด: 16.00 น. ถึง 23.00 น.
ร้านอาหารที่มีบรรยากาศดี ตกแต่งสวยงาม มีโซนดนตรีหน้าร้าน เมนูแนะนำ ได้แก่ ลาบปลาน้ำโขง และเนื้อโคขุนย่างจิ้มแจ่ว เหมาะสำหรับการรับประทานอาหารพร้อมชมวิวแม่น้ำโขงและฟังเพลงเพลิน ๆ
เวลาเปิด-ปิด: 17.00 น. ถึง 24.00 น.
ร้านอาหารที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง มีเมนูอาหารพื้นบ้านให้เลือกหลากหลาย เมนูแนะนำ ได้แก่ ลาบปลาแข้ ต้มยำปลาคัง และไข่เจียวหมูสับ เหมาะสำหรับการรับประทานอาหารในบรรยากาศสบาย ๆ ริมแม่น้ำ
เวลาเปิด-ปิด: 9.00 น. ถึง 20.00 น.
เหมาะกับ: กลุ่มเพื่อน สายรักความสะดวก ครอบครัว
The One Hotel เป็นที่พักยอดนิยมในตัวเมืองบึงกาฬที่ผสมผสานความสะดวกสบายและความทันสมัยอย่างลงตัว ห้องพักสะอาด กว้างขวาง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีสระว่ายน้ำกลางแจ้งสำหรับผู้ใหญ่และเด็ก รวมถึงห้องอาหารภายในโรงแรมที่ให้บริการอาหารหลากหลาย ทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้กับเทสโก้โลตัสและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น วัดภูทอก ทำให้การเดินทางสะดวกสบาย เหมาะสำหรับครอบครัว นักธุรกิจ หรือผู้ที่ต้องการพักผ่อนในบรรยากาศเงียบสงบแต่ไม่ห่างไกลจากความสะดวกสบายของเมือง

Thailand

โรงแรมเดอะ วัน

8.3/10
•




Bueng Kan
THB 984.54
เหมาะกับ: สายคอนเทนต์ คนรักความสงบ สายเสพวิว
Lake House Naka Cave ตั้งอยู่ริมบึงโขงหลงในอำเภอบึงโขงหลง เป็นที่พักที่โดดเด่นด้วยวิวทะเลสาบที่สวยงามและบรรยากาศเงียบสงบ ห้องพักตกแต่งอย่างทันสมัย สะอาด และมีระเบียงส่วนตัวให้ชมพระอาทิตย์ตกดินเหนือผืนน้ำ พนักงานเป็นมิตรและให้บริการอย่างอบอุ่น เหมาะสำหรับคู่รักหรือผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย มาสัมผัสธรรมชาติและพักผ่อนอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังอยู่ใกล้กับถ้ำนาคา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดบึงกาฬ

Thailand

เลค เฮาส์ นาคา เคฟ

9.6/10
•


Bueng Khong Long
THB 1,853.88
THB 1,756.75
เหมาะกับ: สายคุมบัจเจต สายเที่ยวคนเดียว สายชิล
B2 Bueng Kan Boutique & Budget Hotel เป็นที่พักราคาประหยัดในตัวเมืองบึงกาฬที่ให้ความสะดวกสบายเกินราคา ห้องพักสะอาด ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ทันสมัย พร้อมเตียงนุ่มสบายและเครื่องปรับอากาศที่เย็นฉ่ำ ตั้งอยู่ใกล้กับตลาดและร้านอาหารท้องถิ่น ทำให้การหาของกินสะดวก เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ต้องการที่พักคุณภาพดีในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวสายแบ็คแพ็ค นักธุรกิจ หรือครอบครัวที่ต้องการประหยัดงบประมาณ

Thailand

บีทู บึงกาฬ บูติค แอนด์ บัดเจท โฮเทล

9.3/10
•



Bueng Kan
THB 444.26
การเดินทางไปจังหวัด บึงกาฬ สามารถเลือกได้หลายวิธีตามงบประมาณและความสะดวก ดังนี้:
✅ เหมาะกับคนต้องการเดินทางเร็ว
✅ ประหยัด ง่าย ไม่ต้องเปลี่ยนขบวน
✅ เหมาะกับคนอยากแวะเที่ยวระหว่างทาง
✅ เหมาะกับสายชิล ที่มีเวลาเหลือ ๆ หรือคนที่อยากแวะเที่ยวอุดรกับเที่ยวหนองคายก่อนแบบจอย ๆ
Fri, 15 May 2026

Thai VietJet Air
กรุงเทพ (BKK) ไป อุดรธานี (UTH)
เริ่มจาก THB 1,176.00
Wed, 20 May 2026

Nok Air
กรุงเทพ (DMK) ไป อุดรธานี (UTH)
เริ่มจาก THB 948.69
Sun, 17 May 2026

Thai AirAsia
เชียงใหม่ (CNX) ไป อุดรธานี (UTH)
เริ่มจาก THB 1,391.60






















