10 ที่เที่ยวโปแลนด์ รวมเมืองสวย แลนด์มาร์กดัง พร้อมที่พักแนะนำ [2026]

รวม 10 ที่เที่ยวโปแลนด์ ห้ามพลาด ทั้งวอร์ซอ คราคูฟ กดัญสก์ ซาโกปาเน พร้อมแนะนำที่พัก วิธีเดินทาง ช่วงน่าเที่ยว และเคล็ดลับเที่ยวโปแลนด์ด้วยตัวเอง
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
ที่เที่ยวโปแลนด์

ถ้าพูดถึงทริปยุโรป หลายคนอาจนึกถึงฝรั่งเศส อิตาลี หรือสวิตเซอร์แลนด์ก่อน แต่ถ้าอยากลองเปิดแผนที่ไปทางยุโรปกลาง บอกเลยว่าโปแลนด์ เป็นอีกประเทศที่มีอะไรให้เที่ยวเยอะกว่าที่คิดมาก ตั้งแต่เมืองเก่าบรรยากาศยุโรปคลาสสิก ปราสาทอิฐขนาดมหึมา เหมืองเกลือใต้ดิน ไปจนถึงเทือกเขาสูงที่เหมาะกับทั้งเดินป่าหน้าร้อนและเล่นสกีหน้าหนาว

ความสนุกของการเที่ยวโปแลนด์ คือแต่ละเมืองมีคาแรกเตอร์ต่างกันชัดเจน อยากเที่ยวเมืองใหญ่ก็มีวอร์ซอ (Warsaw) อยากได้ฟีลเมืองเก่าสวย ๆ ต้องไปคราคูฟ (Kraków) ชอบเมืองริมทะเลสีสันสดใสมี กดัญสก์ (Gdańsk) ส่วนสายธรรมชาติก็สามารถลงใต้ไป ซาโกปาเน (Zakopane) และ เทือกเขาทาทรา (Tatra Mountains) ได้ในทริปเดียว ที่สำคัญ ระบบรถไฟโปแลนด์เชื่อมเมืองหลักค่อนข้างสะดวก จึงเหมาะมากสำหรับคนที่อยากเที่ยวโปแลนด์ด้วยตัวเอง

บทความนี้ Traveloka เลยรวม 10 ที่เที่ยวโปแลนด์ที่น่าไปมาให้แบบครบ ๆ พร้อมพิกัด วิธีเดินทาง ที่พัก และช่วงเวลาน่าเที่ยว ใครเริ่มมีแพลนแล้วก็สามารถจองทั้งตั๋วเครื่องบินและที่พักโปแลนด์ผ่าน Traveloka ได้เลย เตรียมวันลาให้พร้อม แล้วไปดูกันว่าที่เที่ยวโปแลนด์มีที่ไหนที่ไม่ควรพลาดบ้าง!

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยวโปแลนด์ใน 1 นาที

10 พิกัดห้ามพลาด: จัดเต็มจุดเช็กอินครบทุกสไตล์ ตั้งแต่ย่านเมืองเก่ามรดกโลกหลากสีสัน (Warsaw, Kraków, Wrocław, Gdańsk), ปราสาทอิฐแดงขนาดใหญ่ที่สุดในโลก (Malbork Castle), สิ่งมหัศจรรย์ใต้ดิน (Wieliczka Salt Mine), สถานที่ทางประวัติศาสตร์สำคัญ (Auschwitz-Birkenau) ไปจนถึงธรรมชาติสุดอลังการอย่างเทือกเขาทาทรา (Zakopane) และผืนป่าโบราณ (Białowieża)
ช่วงเวลาน่าเที่ยว: ช่วงพฤษภาคม – มิถุนายน และ กันยายน – ตุลาคม ดีที่สุดเพราะอากาศเย็นสบาย เหมาะแก่การเดินเที่ยวเมืองเก่าและชมธรรมชาติ หากอยากชมทุ่งหญ้าและเดินป่าแนะนำช่วงฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม) ส่วนสายสกีและอยากเที่ยวตลาดคริสต์มาสรับหิมะ แนะนำช่วงฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์)
การเดินทางไปโปแลนด์: บินไปลงท่าอากาศยาน Warsaw Chopin Airport (WAW) จากสนามบินนั่งรถไฟหรือรถบัสเข้าสู่ใจกลางเมืองได้ง่ายๆ เพียง 20–30 นาที
การเดินทางในโปแลนด์: สะดวกสบายด้วยระบบขนส่งสาธารณะโดยไม่ต้องเช่ารถ การเดินทางข้ามเมืองใช้รถไฟโปแลนด์ (PKP Intercity) ที่รวดเร็วและตรงเวลา ส่วนการเดินทางในเมืองใหญ่ใช้ตั๋วร่วมตามเวลา (Time-based Ticket) ขึ้นได้ทั้ง Tram, Bus และ Metro (ในวอร์ซอ) เช็กสายรถและซื้อตั๋วผ่านแอป Jakdojade ได้ทันที
เคล็ดลับการเที่ยว: คนไทยต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้นล่วงหน้า 2–3 เดือน, ควรวางแผนจองตั๋วรถไฟข้ามเมืองและที่พักล่วงหน้าเพื่อราคาดีที่สุด, สถานที่ยอดนิยมอย่าง Auschwitz-Birkenau และ เหมืองเกลือ Wieliczka ต้องจองรอบเข้าชมล่วงหน้า, และเตรียมรองเท้าที่เดินสบายเพราะย่านเมืองเก่าส่วนใหญ่เป็นถนนหิน

รวม 10 ที่เที่ยวโปแลนด์ที่ต้องไปเช็กอิน! 

1. เมืองเก่าวอร์ซอ (Warsaw Old Town)

มาเที่ยวโปแลนด์ครั้งแรก ยังไงก็ต้องเริ่มที่ วอร์ซอ (Warsaw) เมืองหลวงของประเทศ โดยเฉพาะ Warsaw Old Town หรือย่านเมืองเก่าที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในภาพจำของโปแลนด์เลย

เดินเข้ามาในย่านนี้จะเจอกับอาคารสีพาสเทลเรียงรายรอบถนนหิน บรรยากาศคลาสสิกแบบยุโรปสุด ๆ ไฮไลต์หลักอยู่ที่ Castle Square, Sigismund's Column และ Old Town Market Square ซึ่งรอบ ๆ มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านขายของที่ระลึกให้แวะตลอดทาง

อีกจุดที่อย่าลืมแวะถ่ายรูปคือ Warsaw Mermaid หรือ Syrenka รูปปั้นนางเงือกประจำเมืองที่ตั้งอยู่กลาง Old Town Market Square และถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของวอร์ซอด้วย

ที่น่าสนใจคือย่านเมืองเก่าแห่งนี้ถูกทำลายอย่างหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนจะได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่อย่างละเอียดจากภาพวาดและข้อมูลทางประวัติศาสตร์ จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO ในเวลาต่อมา ใครมีเวลา แนะนำให้แวะเข้า Royal Castle ต่อด้วย จะได้ทั้งชมสถาปัตยกรรมสวย ๆ และทำความรู้จักประวัติศาสตร์โปแลนด์มากขึ้น

2. เมืองเก่าคราคูฟและปราสาทวาเวล (Kraków Old Town & Wawel Castle)

ถ้าถามถึงเมืองน่าเที่ยวโปแลนด์ ที่บรรยากาศสวยจนเดินเล่นได้ทั้งวัน คราคูฟ (Kraków) คือหนึ่งในเมืองที่อยากให้ใส่ไว้ในลิสต์เลย

หัวใจของเมืองอยู่ที่ Rynek Główny หรือจัตุรัสกลางเมืองขนาดใหญ่ รอบ ๆ เต็มไปด้วยอาคารเก่าสวย ๆ คาเฟ่ ร้านอาหาร และแลนด์มาร์กดังอย่าง St. Mary's Basilica กับ Cloth Hall เดินเล่นไปเรื่อย ๆ ก็ได้ฟีลยุโรปเก่าแบบเต็ม ๆ

จากจัตุรัสสามารถเดินต่อไปยัง Wawel Royal Castle ปราสาทเก่าแก่บนเนินริมแม่น้ำ Vistula ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์โปแลนด์ ตัวปราสาทมีทั้งลานกว้าง โบสถ์ และนิทรรศการหลายส่วนให้เลือกชม

ข้อดีอีกอย่างคือคราคูฟใช้เป็นฐานเที่ยวรอบ ๆ ได้ดีมาก ไม่ว่าจะไปเหมืองเกลือวิเอลิชกา (Wieliczka Salt Mine)หรือ ค่ายกักกัน Auschwitz-Birkenau ก็เดินทางไม่ไกล ถ้ามีเวลา แนะนำให้นอนสัก 2–3 คืน จะได้เที่ยวแบบไม่ต้องรีบ

3. เหมืองเกลือวิเอลิชกา (Wieliczka Salt Mine)

ใครคิดว่าเหมืองเกลือจะมีแค่กำแพงหินธรรมดา ๆ บอกเลยว่าต้องมาดูที่นี่ก่อน เพราะเหมืองเกลือวิเอลิชกา คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวโปแลนด์ที่ทั้งแปลกและอลังการมาก

เส้นทางจะพาเดินลงไปใต้ดินลึกประมาณ 135 เมตร ผ่านอุโมงค์ ห้องโถง ทะเลสาบน้ำเค็ม และประติมากรรมที่ทำจากเกลือ ไฮไลต์เด็ดคือ St. Kinga's Chapel โบสถ์ใต้ดินที่ทั้งพื้น ผนัง ประติมากรรม ไปจนถึงโคมไฟระย้าล้วนทำจากเกลือ เดินเข้าไปครั้งแรกมีว้าวแน่นอน

เส้นทางใช้เวลาประมาณ 2–3 ชั่วโมงและต้องเดินค่อนข้างเยอะ แนะนำให้ใส่รองเท้าที่เดินสบาย ส่วนอุณหภูมิภายในเหมืองอยู่ประมาณ 14–16°C ตลอดทั้งปี ต่อให้มาเที่ยวช่วงหน้าร้อนก็อย่าลืมพกเสื้อคลุมบาง ๆ ลงไปด้วย ไม่อย่างนั้นมีหนาวแน่นอน

4. อนุสรณ์สถานและพิพิธภัณฑ์ Auschwitz-Birkenau

อีกหนึ่งสถานที่สำคัญของโปแลนด์ ที่หลายคนตั้งใจมาเยือนสักครั้งคือ Auschwitz-Birkenau อดีตค่ายกักกันและค่ายสังหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอนุสรณ์สถานและพิพิธภัณฑ์ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวและรำลึกถึงผู้ที่ตกเป็นเหยื่อในช่วงเวลานั้น

การมาเที่ยวที่นี่จะให้ความรู้สึกต่างจากที่เที่ยวโปแลนด์ที่อื่น ๆ อย่างชัดเจน เพราะเป็นพื้นที่ที่ชวนให้เราได้เรียนรู้และทำความเข้าใจอีกด้านหนึ่งของประวัติศาสตร์ยุโรป ภายในยังคงเก็บรักษาอาคารเดิม ห้องจัดแสดง และสถานที่สำคัญหลายจุดไว้ ทำให้เรื่องราวที่เคยอ่านจากหนังสือหรือเห็นผ่านภาพถ่ายดูใกล้ตัวและชัดเจนขึ้นมาก

แนะนำให้เผื่อเวลาไว้หลายชั่วโมงเพื่อค่อย ๆ เดินชมทั้ง Auschwitz I และ Auschwitz II-Birkenau โดยเฉพาะใครที่มาเที่ยวโปแลนด์ครั้งแรก การเข้าชมพร้อม Guide-Educator ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะจะช่วยอธิบายที่มา เหตุการณ์ และบริบทของแต่ละจุด ทำให้เข้าใจความสำคัญของสถานที่แห่งนี้ได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น

5. เมืองกดัญสก์ (Gdańsk Main Town)

ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองเก่าแบบคลาสสิก มาเป็นเมืองท่าริมทะเลที่ดูสดใสขึ้นหน่อยเมืองกดัญสก์ (Gdańsk) คือคำตอบเลย! ย่านท่องเที่ยวหลักที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเล่นกันคือ Gdańsk Main Town หรือ Główne Miasto ซึ่งเป็นคนละพื้นที่กับ Old Town หรือ Stare Miasto ดั้งเดิมของเมืองเล็กน้อย

Main Town จะโดดเด่นด้วยอาคารทรงสูงสีสันสดใสเรียงรายไปตามถนนสายเก่า ยิ่งช่วงแดดดี ๆ บรรยากาศคือถ่ายรูปสวยแทบทุกมุม เส้นทางยอดนิยมคือเริ่มจาก Golden Gate แล้วเดินไปตามถนน Długa ผ่าน Long Market, Neptune's Fountain และ Main Town Hall ก่อนจะไปจบที่ริมแม่น้ำ Motława

ช่วงเย็นแนะนำให้มานั่งเล่นริมแม่น้ำ เพราะบรรยากาศจะคึกคัก มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และวิวอาคารเก่าสะท้อนผิวน้ำแบบโรแมนติกมาก ใครมีเวลาเพิ่ม ยังสามารถต่อทริปไป Sopot และ Gdynia ซึ่งรวมกันเป็นโซน ทริป 3 เมืองได้ง่าย ๆ ถือเป็นอีกหนึ่งเมืองสวยในโปแลนด์ ที่ควรเผื่อเวลาไว้อย่างน้อย 1–2 วัน

6. เมืองเก่าวรอตสวัฟ (Wrocław Old Town)

ถ้าชอบเมืองเก่าสีสันสดใสที่มีอะไรให้เดินดูเพลิน ๆ ตลอดทาง วรอตสวัฟ (Wrocław) เป็นอีกหนึ่งเมืองสวยในโปแลนด์ที่อยากให้ลองแวะมาสุด ๆ เพราะนอกจากสถาปัตยกรรมสวย ๆ แล้ว เมืองนี้ยังมีคาแรกเตอร์ขี้เล่นไม่เหมือนที่อื่นด้วย

เริ่มเที่ยวกันได้ที่ Market Square หรือ Rynek จัตุรัสกลางเมืองที่ล้อมรอบด้วยอาคารหลากสีและ Old Town Hall สไตล์โกธิก จากนั้นลองเดินต่อไปทางแม่น้ำ Oder จะเจอกับสะพานและเกาะเล็ก ๆ กระจายอยู่ทั่วเมือง โดยเฉพาะบริเวณ Ostrów Tumski หรือ Cathedral Island ที่บรรยากาศดีมากในช่วงเย็น เหมาะกับการเดินเล่นแบบไม่ต้องมีแพลนแน่น ๆ

แต่สิ่งที่ทำให้การเดินเที่ยววรอตสวัฟสนุกขึ้นอีกคือการตามหา Wrocław Dwarfs รูปปั้นคนแคระตัวจิ๋วที่ซ่อนอยู่ตามมุมต่าง ๆ ทั่วเมือง แต่ละตัวมีท่าทางและคาแรกเตอร์ไม่เหมือนกัน จากที่ตั้งใจมาเดินชมเมืองธรรมดา ๆ อาจกลายเป็นเดินตามหาคนแคระกันจนเพลินแบบไม่รู้ตัวเลยก็ได้

7. ปราสาทมัลบอร์ก (Malbork Castle)

สายปราสาทน่าจะถูกใจที่นี่ตั้งแต่แรกเห็น เพราะ Malbork Castle เป็นปราสาทอิฐขนาดมหึมาที่โดดเด่นและอลังการมาก แถมยังเป็นหนึ่งในที่เที่ยวโปแลนด์ ห้ามพลาดสำหรับใครที่ชอบเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมยุโรปยุคกลาง

ปราสาทแห่งนี้เคยเป็นฐานสำคัญของอัศวิน Teutonic Order ภายในมีพื้นที่ให้เดินสำรวจหลายส่วน ทั้งลานปราสาท ห้องโถง โบสถ์ ทางเดิน และนิทรรศการที่พาเราไปรู้จักเรื่องราวในอดีต ยิ่งเดินก็ยิ่งได้เห็นรายละเอียดของสถาปัตยกรรมที่ซ่อนอยู่ตามมุมต่าง ๆ แนะนำให้เผื่อเวลาไว้อย่างน้อยครึ่งวัน เพราะตัวปราสาทกว้างและมีอะไรให้ชมเยอะกว่าที่คิด

อีกข้อดีคือ Malbork สามารถนั่งรถไฟจากเมืองกดัญสก์ มาเที่ยวแบบ Day Trip ได้สะดวกมาก ใครมีเมืองกดัญสก์อยู่ในแพลนเที่ยวโปแลนด์อยู่แล้ว ลองแบ่งเวลาสักวันแวะมาที่นี่ดู จะได้เปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองท่าริมทะเลไปสัมผัสกลิ่นอายยุโรปยุคกลางกันแบบเต็ม ๆ

8. ซาโกปาเน (Zakopane)

เที่ยวเมืองเก่ากันมาหลายแห่งแล้ว ลองเปลี่ยนบรรยากาศไปสูดอากาศดี ๆ ท่ามกลางภูเขากันบ้างที่ ซาโกปาเน (Zakopane) เมืองรีสอร์ตยอดนิยมทางตอนใต้ของโปแลนด์ ที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาทาทราและเป็นจุดหมายพักผ่อนยอดฮิตทั้งในช่วงหน้าร้อนและหน้าหนาว

ใจกลางเมืองคือถนน Krupówki ถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขายของฝาก และร้านค้าต่าง ๆ ให้เดินเล่นกันได้ตั้งแต่กลางวันไปจนถึงช่วงค่ำ ส่วนใครอยากชมวิวภูเขาสวย ๆ แบบไม่ต้องออกแรงเดินเยอะ สามารถขึ้นไปยัง Gubałówka เพื่อชมวิวเมืองซาโกปาเนและแนวเทือกเขาทาทราจากมุมสูงได้ บรรยากาศดีและถ่ายรูปสวยมาก!

อีกหนึ่งข้อดีของเมืองนี้คือ เป็นพิกัดที่มาเที่ยวได้แทบทุกฤดู แถมแต่ละช่วงก็ให้บรรยากาศต่างกันไป ช่วงอากาศอบอุ่นเหมาะกับการเดินป่าและออกเที่ยวธรรมชาติ ส่วนใครวางแผนเที่ยวโปแลนด์ หน้าหนาว เมืองนี้จะเปลี่ยนเป็นเมืองหิมะสุดคึกคัก พร้อมกิจกรรมฤดูหนาวและลานสกีหลายแห่ง ถ้ามีเวลา แนะนำให้นอนค้างสัก 1–2 คืน จะได้เที่ยวภูเขาและเดินเล่นในเมืองแบบเต็มอิ่ม

9. อุทยานแห่งชาติทาทรา (Tatra National Park)

มาถึงซาโกปาเนแล้ว ถ้ายังไม่ได้ออกไปสัมผัสเทือกเขาทาทราแบบใกล้ ๆ ก็เหมือนมาไม่ถึง เพราะ Tatra National Park คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวโปแลนด์ ที่สายธรรมชาติควรเผื่อเวลาไว้อย่างน้อยหนึ่งวันเต็ม!

หนึ่งในจุดยอดนิยมคือ Morskie Oko ทะเลสาบบนภูเขาที่โอบล้อมด้วยยอดเขาสูง วิวตรงหน้าสวยแบบแทบไม่ต้องแต่งรูปเพิ่ม ถึงเส้นทางจะค่อนข้างไกลและต้องเดินกันพอสมควร แต่เส้นทางหลักก็ไม่ได้โหดจนเกินไป จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะมากสำหรับคนที่อยากลองเดินเขาในโปแลนด์แบบไม่ต้องลุยระดับจริงจังมาก

ส่วนสาย Hiking ที่มีประสบการณ์ ที่นี่ยังมีเส้นทางอีกหลายระดับให้เลือก แต่ไม่ว่าจะเลือกเส้นทางไหน อย่าลืมเช็กสภาพอากาศและสถานะเส้นทางก่อนออกเดิน เพราะอากาศบนภูเขาเปลี่ยนได้ค่อนข้างเร็ว รองเท้าที่เดินสบาย เสื้อกันลม และน้ำดื่ม เป็นของที่ควรมีติดตัวไว้เสมอ

10. อุทยานแห่งชาติบีอาโลวีเอชา (Białowieża National Park)

ปิดท้าย 10 ที่เที่ยวโปแลนด์ ด้วยการหลบความคึกคักของเมืองใหญ่ แล้วเข้าไปสัมผัสธรรมชาติแบบเต็ม ๆ ที่ Białowieża National Park ส่วนหนึ่งของผืนป่าโบราณที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในยุโรป และให้บรรยากาศต่างจากที่เที่ยวก่อนหน้าในลิสต์แบบคนละมู้ดเลย

ไฮไลต์ของที่นี่คือ European bison หรือกระทิงยุโรปขนาดใหญ่ที่ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของผืนป่า Białowieża นอกจากนี้พื้นที่ป่ายังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์อีกหลายชนิด ใครชอบดูสัตว์ เดินป่า หรืออยากเห็นอีกด้านของธรรมชาติในโปแลนด์น่าจะถูกใจเป็นพิเศษ

Białowieża อาจไม่ได้อยู่บนเส้นทางยอดนิยมแบบ วอร์ซอ คราคูฟ หรือ กดัญสก์ และต้องเผื่อเวลาเดินทางมากขึ้นสักหน่อย แต่ก็แลกมากับบรรยากาศสงบและธรรมชาติที่แตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างชัดเจน ถ้ามีวันเที่ยวเหลือและอยากปิดท้ายทริปด้วยอะไรที่ไม่เหมือนใคร ที่นี่ถือว่าน่าเพิ่มเข้าไปในแพลนเที่ยวโปแลนด์มาก

ที่พักยอดนิยมในโปแลนด์

Novotel Warsaw Centrum

ถ้าเน้นทำเลสะดวกและอยากพักใจกลางเมือง Novotel Warsaw Centrum เป็นตัวเลือกที่ลงตัวมาก ตัวโรงแรมตั้งอยู่ในย่าน Śródmieście ใกล้ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ แหล่งช้อปปิ้ง และระบบขนส่งสาธารณะ ที่สำคัญยังอยู่ไม่ไกลจากสถานี Warszawa Centralna เหมาะมากสำหรับคนที่มีแพลนนั่งรถไฟต่อไปคราคูฟ กดัญสก์ หรือเมืองอื่น ๆ บรรยากาศของโรงแรมมาในสไตล์โมเดิร์น เรียบง่าย และพักสบาย ห้องพักบนชั้นสูงยังได้วิวเมืองวอร์ซอแบบกว้าง ๆ โดยเฉพาะช่วงค่ำที่แสงไฟในเมืองเริ่มเปิด บรรยากาศยิ่งน่าพักขึ้นไปอีก ใครมาเที่ยวโปแลนด์ด้วยตัวเองแล้วอยากได้ที่พักที่เดินทางง่าย กลับโรงแรมดึกก็ไม่ต้องต่อรถหลายทอด ที่นี่ถือเป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างครบเลย 

Raffles Europejski Warsaw

ถ้าอยากเพิ่มความพิเศษให้ทริปด้วยการพักโรงแรมสวย ๆ สักคืน ลองปักหมุด Raffles Europejski Warsaw ไว้ได้เลย โรงแรมตั้งอยู่บนเส้นทาง Royal Route ใกล้ทั้ง Presidential Palace และ Warsaw Old Town ทำให้แค่เดินออกจากโรงแรมก็พร้อมเที่ยวต่อได้ทันที โดยเฉพาะใครที่ชอบเดินเล่นชมเมืองแบบไม่ต้องพึ่งรถมาก ที่นี่ได้เปรียบเรื่องทำเลสุด ๆ เสน่ห์อีกอย่างคือบรรยากาศของโรงแรมที่ผสมความคลาสสิกของอาคารเก่าเข้ากับความหรูหราแบบร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ภายในตกแต่งสวยงาม มีทั้งห้องพักกว้าง สปา ร้านอาหาร และพื้นที่พักผ่อนครบ เหมาะกับคู่รัก ทริปฉลองโอกาสพิเศษ หรือใครที่อยากเปลี่ยนจากวันเดินเที่ยวแน่น ๆ มาพักผ่อนแบบเต็มที่สักคืน

a&o Warsaw Wola

ส่วนใครตั้งใจเก็บงบไว้กิน เที่ยว และนั่งรถไฟตะลุยหลายเมือง a&o Warsaw Wola เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ ที่พักตั้งอยู่ในย่าน Wola ซึ่งเป็นย่านเมืองสมัยใหม่ของวอร์ซอ และสามารถเดินทางเข้าใจกลางเมืองด้วยระบบขนส่งสาธารณะได้สะดวก จึงไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าที่พักสูงเพื่อให้อยู่ติด Old Town เสมอไป บรรยากาศของที่นี่ค่อนข้างเป็นกันเอง มีให้เลือกทั้งห้องพักส่วนตัวและห้องพักแบบแชร์ เหมาะกับทั้งคนที่เดินทางคนเดียว กลุ่มเพื่อน หรือสายแบ็กแพ็กเกอร์ พื้นที่ส่วนกลางก็ช่วยเพิ่มฟีลโฮสเทลให้ได้พบปะนักเดินทางคนอื่น ๆ ใครวางแผนเที่ยวโปแลนด์หลายวันและมองหาที่พักที่เน้นความคุ้มค่า เดินทางไม่ยุ่งยาก และเอางบไปลงกับประสบการณ์ระหว่างทริปมากกว่าที่นี่ตอบโจทย์เลย

วิธีการเดินทางไปโปแลนด์

สำหรับคนไทย วิธีเดินทางไปโปแลนด์ ที่ง่ายที่สุดคือบินไปลงที่ Warsaw Chopin Airport (WAW) ซึ่งเป็นสนามบินหลักของวอร์ซอและเชื่อมต่อกับเมืองอื่นได้สะดวกมาก

ปัจจุบันเส้นทางจากกรุงเทพฯ สามารถเลือกเที่ยวบินต่อเครื่องผ่านเมืองใหญ่อย่าง Doha, Dubai หรือ Istanbul ได้ 

จากสนามบิน Warsaw Chopin เข้าเมืองสามารถนั่งรถไฟหรือรถบัสได้ ใช้เวลาไม่นาน และถ้าแพลนจะเที่ยวต่อเมืองอื่น ก็สามารถต่อรถไฟจากสถานี Warszawa Centralna ไป Kraków, Gdańsk หรือ Wrocław ได้เลย

อีกเรื่องที่ต้องเตรียมคือวีซ่า เพราะผู้ถือหนังสือเดินทางไทยต้องขอวีซ่าเชงเก้นก่อนเดินทาง แนะนำให้เตรียมเอกสารและนัดหมายล่วงหน้า 2-3เดือน จะได้ไม่ต้องลุ้นใกล้วันบิน

วิธีการเดินทางในโปแลนด์

เรื่องการเดินทางในโปแลนด์ ถือว่าเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมาก โดยเฉพาะถ้าเที่ยวตามเมืองใหญ่ เพราะระบบรถไฟเชื่อมกันดีจนแทบไม่ต้องเช่ารถเลย

รถไฟโปแลนด์ (PKP Intercity): ตัวเลือกหลักสำหรับเดินทางข้ามเมือง โดยเฉพาะ Warsaw–Kraków, Warsaw–Gdańsk และ Warsaw–Wrocław ทั้งสะดวกและประหยัดเวลา มีทั้งรถไฟความเร็วสูง EIP (Pendolino) ที่วิ่งเร็วที่สุด และรถไฟด่วน IC / TLK ที่ราคาประหยัดขึ้น แนะนำจองล่วงหน้าผ่านแอป PKP Intercity ได้สูงสุด 30 วันเพื่อราคาถูกที่สุด
Tram และ Bus: เมืองใหญ่อย่าง Warsaw, Kraków, Gdańsk และ Wrocław มีรถรางกับรถบัสครอบคลุมย่านท่องเที่ยวหลัก ใช้งานง่ายมาก โดยใช้ ตั๋วตามเวลา (Time-based Ticket) ชนิดเดียวกันขึ้นได้ทั้งคู่ (เช่น ตั๋ว 20 นาที, 75 นาที หรือ 24 ชั่วโมง) ซื้อผ่านตู้กด แตะบัตร Contactless บนรถ หรือซื้อผ่านแอป Jakdojade ได้เลย (อย่าลืมตอกตั๋วเมื่อขึ้นรถ)
Metro: วอร์ซอมีรถไฟใต้ดินเมืองเดียวในโปแลนด์ แบ่งเป็น สาย M1 (เหนือ–ใต้) และ สาย M2 (ตะวันออก–ตะวันตก) ช่วยให้เดินทางข้ามเมืองได้เร็วขึ้น โดยใช้ตั๋วร่วมชนิดเดียวกับ Tram และ Bus ของวอร์ซอได้ทันที
รถบัสระหว่างเมือง (เช่น FlixBus): เหมาะสำหรับบางจุดที่รถไฟเข้าไม่ถึง หรือเมืองเล็ก ๆ รวมถึงเส้นทางยอดฮิตอย่าง Kraków ไป Zakopane จองตั๋วผ่านแอปได้ง่ายและราคาประหยัด
เช่ารถ: เหมาะกับสาย Road Trip หรือคนที่อยากเข้าพื้นที่ธรรมชาติห่างไกล แต่ถ้าเที่ยวแต่เมืองหลัก อาจไม่จำเป็นมาก เพราะระบบขนส่งสาธารณะครอบคลุมครบถ้วนอยู่แล้ว

เที่ยวโปแลนด์ เดือนไหนดี?

ช่วงที่เหมาะกับการเที่ยวโปแลนด์มากที่สุดคือเดือนพฤษภาคม–มิถุนายน และกันยายน–ตุลาคม เพราะอากาศกำลังสบาย เหมาะกับการเดินเที่ยวเมืองเก่าและออกไปชมธรรมชาติ แถมโดยทั่วไปยังไม่หนาแน่นเท่าช่วงพีคของฤดูร้อน 

แต่จริง ๆ แล้วโปแลนด์ เที่ยวได้ตลอดปี เพราะแต่ละฤดูก็มีบรรยากาศและกิจกรรมต่างกันไป

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม): อากาศเริ่มอุ่น เมืองกลับมาสดใส หลังผ่านหน้าหนาว อากาศจะค่อย ๆ อุ่นขึ้น สวนและพื้นที่สีเขียวเริ่มกลับมามีชีวิตชีวา ช่วงปลายเมษายนถึงพฤษภาคมเหมาะกับการเดินเที่ยววอร์ซอ คราคูฟ และวรอตสวัฟมากเป็นพิเศษ อากาศไม่ร้อน เดินทั้งวันได้สบาย และยังไม่เข้าสู่ช่วงนักท่องเที่ยวแน่นที่สุดของปีดอีกด้วย
ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม): เหมาะกับเที่ยวเมืองและออกไปลุยธรรมชาติ เป็นช่วงกลางวันยาวและอากาศอบอุ่น เหมาะกับการจัดทริปหลายเมือง รวมถึงเดินป่าที่เทือกเขาทาทรา หรือเที่ยวเมืองริมทะเลอย่างกดัญสก์ บรรยากาศคึกคัก มีกิจกรรมกลางแจ้งและเทศกาลให้เลือกเยอะ แต่ก็เป็น High Season เช่นกัน ใครเดินทางช่วงนี้ควรจองตั๋วรถไฟและที่พักล่วงหน้า
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน): อากาศเย็นสบาย ได้ฟีลโรแมนติก ถ้าถามว่าเที่ยวโปแลนด์ ช่วงไหนดีสำหรับคนที่อยากเดินเที่ยวสบาย ๆ พร้อมชมสีสันของใบไม้ ช่วงกันยายนถึงต้นตุลาคมน่าไปมาก อากาศเริ่มเย็นลง ต้นไม้ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม และแดง ยิ่งตามสวนสาธารณะ เมืองเก่า และพื้นที่ธรรมชาติ บรรยากาศยิ่งสวย
ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์): เมืองคริสต์มาสและหิมะมาเต็ม ใครอยากเที่ยวโปแลนด์ หน้าหนาว ช่วงนี้ได้บรรยากาศยุโรปแบบเต็ม ๆ ทั้งตลาดคริสต์มาส แสงไฟประดับ และเมืองเก่าที่มีโอกาสปกคลุมด้วยหิมะ โดยเฉพาะซาโกปาเน ที่คึกคักด้วยกิจกรรมฤดูหนาวและการเล่นสกี ทั้งนี้อากาศค่อนข้างหนาวและกลางวันสั้น ต้องเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวให้พร้อม

สรุปเที่ยวโปแลนด์ เดือนไหนดี?

ฤดูช่วงเดือนบรรยากาศเหมาะกับ
ใบไม้ผลิมี.ค.–พ.ค.อากาศเริ่มอุ่น สดชื่นเดินเที่ยวเมือง ชมสวน
ร้อนมิ.ย.–ส.ค.อบอุ่น กลางวันยาว คึกคักเที่ยวหลายเมือง เดินป่า เที่ยวทะเล
ใบไม้ร่วงก.ย.–พ.ย.เย็นสบาย ใบไม้เปลี่ยนสีถ่ายรูป เดินเมือง เที่ยวธรรมชาติ
หนาวธ.ค.–ก.พ.หนาว มีโอกาสเจอหิมะตลาดคริสต์มาส เล่นสกี เที่ยวซาโกปาเน

เคล็ดลับการเที่ยวโปแลนด์

วางเส้นทางตามเมืองก่อนจองที่พัก: ถ้ามีเวลา 7–10 วัน ลองจัดแพลนเที่ยวโปแลนด์เป็นเส้นทางต่อเนื่อง เช่น วอร์ซอ–คราคูฟ–วรอตสวัฟ–กดัญสก์ จะช่วยลดเวลาเดินทางย้อนกลับไปมา
จองรถไฟระหว่างเมืองล่วงหน้า: รถไฟโปแลนด์เป็นวิธีเดินทางข้ามเมืองที่สะดวกมาก โดยเฉพาะเส้นทางหลักอย่างวอร์ซอ–คราคูฟ หรือวอร์ซอ–กดัญสก์ ช่วงวันหยุดและ High Season ควรจองที่นั่งไว้ก่อน
เตรียมรองเท้าที่เดินสบาย: หลายที่เที่ยวในโปแลนด์โดยเฉพาะย่านเมืองเก่ามีถนนหินและต้องเดินค่อนข้างเยอะ รองเท้าที่ซัพพอร์ตเท้าดี ๆ จะช่วยให้เที่ยวได้ยาวกว่าเดิม
เช็กวันและเวลาเปิดก่อนเดินทาง: พิพิธภัณฑ์ ปราสาท และสถานที่สำคัญบางแห่งมีวันหยุดหรือเวลาเปิดต่างกันตามฤดูกาล ควรเช็กเว็บไซต์ทางการอีกครั้งก่อนออกเดินทาง
จองสถานที่ยอดนิยมไว้ก่อน: Auschwitz-Birkenau และ เหมืองเกลือวิเอลิชกา เป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวเยอะ การจองรอบเข้าชมล่วงหน้าจะช่วยให้จัดตารางเที่ยวได้ง่ายขึ้น
เตรียมเสื้อผ้าแบบสวมทับหลายชั้น: อากาศในโปแลนด์ เปลี่ยนแปลงได้ตามเมืองและฤดูกาล โดยเฉพาะพื้นที่ภูเขาอย่าง ซาโกปาเนและเทือกเขาทาทรา การแต่งตัวหลายชั้นจะปรับใส่และถอดตามอากาศได้สะดวกกว่า
เผื่อเวลาให้แต่ละเมืองบ้าง: ไม่จำเป็นต้องอัดทุกเมืองลงในทริปเดียว ลองเผื่อเวลาสำหรับเดินเล่น คาเฟ่ หรือแวะร้านอาหารท้องถิ่นแบบไม่ต้องรีบ จะได้สัมผัสบรรยากาศของแต่ละเมืองมากขึ้น

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวโปแลนด์

Q: ไปเที่ยวโปแลนด์ต้องทำวีซ่าไหม? 

A: ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยจำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ล่วงหน้าก่อนเดินทาง แนะนำให้เตรียมเอกสารและทำการนัดหมายล่วงหน้าประมาณ 2–3 เดือนเพื่อป้องกันความล่าช้า

Q: ไปเที่ยวโปแลนด์เตรียมงบค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่? 

A: งบไม่รวมตั๋วเครื่องบินจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 – 4,000 บาทต่อวัน/คน ซึ่งครอบคลุมค่าที่พักระดับ 3-4 ดาว ค่าอาหาร ค่าตั๋วรถไฟข้ามเมือง และค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ถือว่าประหยัดกว่าประเทศยุโรปตะวันตกพอสมควร

Q: เดินทางจากสนามบินวอร์ซอ (Warsaw Chopin Airport) เข้าเมืองยังไง? 

A: วิธีที่สะดวกและประหยัดที่สุดคือการนั่งรถไฟท้องถิ่น (สาย S2, S3 หรือ KM) หรือรถบัสสาย 175 ตรงเข้าสู่สถานีรถไฟกลาง (Warszawa Centralna) ใช้เวลาเพียงประมาณ 20–30 นาทีเท่านั้น

Q: ไปเที่ยวโปแลนด์ช่วงไหนดีที่สุด? 

A: ช่วงเดือน พฤษภาคม–มิถุนายน และ กันยายน–ตุลาคม ดีที่สุด เพราะอากาศกำลังเย็นสบาย ไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป ผู้คนไม่แน่นหนาเท่าช่วงฤดูร้อน และมีวิวธรรมชาติที่สวยงามทั้งดอกไม้บานและใบไม้เปลี่ยนสี

Q: เดินทางเที่ยวในโปแลนด์ แต่งตัวยังไงดี? 

A: เน้นใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าที่ซัพพอร์ตเท้าดีๆ เพราะย่านเมืองเก่าเป็นปูด้วยถนนหินเกือบทั้งหมด ส่วนการแต่งกายแนะนำให้แต่งแบบหลายชั้น (Layers) เพื่อให้ถอดหรือใส่เพิ่มตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงระหว่างวันได้ง่าย โดยเฉพาะหากไปเที่ยวเหมืองเกลือหรือขึ้นเทือกเขาสูง

ในบทความนี้

• Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยวโปแลนด์ใน 1 นาที
• รวม 10 ที่เที่ยวโปแลนด์ที่ต้องไปเช็กอิน! 
• 1. เมืองเก่าวอร์ซอ (Warsaw Old Town)
• 2. เมืองเก่าคราคูฟและปราสาทวาเวล (Kraków Old Town & Wawel Castle)
• 3. เหมืองเกลือวิเอลิชกา (Wieliczka Salt Mine)
• 4. อนุสรณ์สถานและพิพิธภัณฑ์ Auschwitz-Birkenau
• 5. เมืองกดัญสก์ (Gdańsk Main Town)
• 6. เมืองเก่าวรอตสวัฟ (Wrocław Old Town)
• 7. ปราสาทมัลบอร์ก (Malbork Castle)
• 8. ซาโกปาเน (Zakopane)
• 9. อุทยานแห่งชาติทาทรา (Tatra National Park)
• 10. อุทยานแห่งชาติบีอาโลวีเอชา (Białowieża National Park)
• ที่พักยอดนิยมในโปแลนด์
• Novotel Warsaw Centrum
• Raffles Europejski Warsaw
• a&o Warsaw Wola
• วิธีการเดินทางไปโปแลนด์
• วิธีการเดินทางในโปแลนด์
• เที่ยวโปแลนด์ เดือนไหนดี?
• สรุปเที่ยวโปแลนด์ เดือนไหนดี?
• เคล็ดลับการเที่ยวโปแลนด์
• FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวโปแลนด์

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ Poland

Warsaw

Poland

Poland

จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร