
ถ้าพูดถึงทริปยุโรป หลายคนอาจนึกถึงฝรั่งเศส อิตาลี หรือสวิตเซอร์แลนด์ก่อน แต่ถ้าอยากลองเปิดแผนที่ไปทางยุโรปกลาง บอกเลยว่าโปแลนด์ เป็นอีกประเทศที่มีอะไรให้เที่ยวเยอะกว่าที่คิดมาก ตั้งแต่เมืองเก่าบรรยากาศยุโรปคลาสสิก ปราสาทอิฐขนาดมหึมา เหมืองเกลือใต้ดิน ไปจนถึงเทือกเขาสูงที่เหมาะกับทั้งเดินป่าหน้าร้อนและเล่นสกีหน้าหนาว
ความสนุกของการเที่ยวโปแลนด์ คือแต่ละเมืองมีคาแรกเตอร์ต่างกันชัดเจน อยากเที่ยวเมืองใหญ่ก็มีวอร์ซอ (Warsaw) อยากได้ฟีลเมืองเก่าสวย ๆ ต้องไปคราคูฟ (Kraków) ชอบเมืองริมทะเลสีสันสดใสมี กดัญสก์ (Gdańsk) ส่วนสายธรรมชาติก็สามารถลงใต้ไป ซาโกปาเน (Zakopane) และ เทือกเขาทาทรา (Tatra Mountains) ได้ในทริปเดียว ที่สำคัญ ระบบรถไฟโปแลนด์เชื่อมเมืองหลักค่อนข้างสะดวก จึงเหมาะมากสำหรับคนที่อยากเที่ยวโปแลนด์ด้วยตัวเอง
บทความนี้ Traveloka เลยรวม 10 ที่เที่ยวโปแลนด์ที่น่าไปมาให้แบบครบ ๆ พร้อมพิกัด วิธีเดินทาง ที่พัก และช่วงเวลาน่าเที่ยว ใครเริ่มมีแพลนแล้วก็สามารถจองทั้งตั๋วเครื่องบินและที่พักโปแลนด์ผ่าน Traveloka ได้เลย เตรียมวันลาให้พร้อม แล้วไปดูกันว่าที่เที่ยวโปแลนด์มีที่ไหนที่ไม่ควรพลาดบ้าง!
มาเที่ยวโปแลนด์ครั้งแรก ยังไงก็ต้องเริ่มที่ วอร์ซอ (Warsaw) เมืองหลวงของประเทศ โดยเฉพาะ Warsaw Old Town หรือย่านเมืองเก่าที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในภาพจำของโปแลนด์เลย
เดินเข้ามาในย่านนี้จะเจอกับอาคารสีพาสเทลเรียงรายรอบถนนหิน บรรยากาศคลาสสิกแบบยุโรปสุด ๆ ไฮไลต์หลักอยู่ที่ Castle Square, Sigismund's Column และ Old Town Market Square ซึ่งรอบ ๆ มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านขายของที่ระลึกให้แวะตลอดทาง
อีกจุดที่อย่าลืมแวะถ่ายรูปคือ Warsaw Mermaid หรือ Syrenka รูปปั้นนางเงือกประจำเมืองที่ตั้งอยู่กลาง Old Town Market Square และถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของวอร์ซอด้วย
ที่น่าสนใจคือย่านเมืองเก่าแห่งนี้ถูกทำลายอย่างหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนจะได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่อย่างละเอียดจากภาพวาดและข้อมูลทางประวัติศาสตร์ จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO ในเวลาต่อมา ใครมีเวลา แนะนำให้แวะเข้า Royal Castle ต่อด้วย จะได้ทั้งชมสถาปัตยกรรมสวย ๆ และทำความรู้จักประวัติศาสตร์โปแลนด์มากขึ้น
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/e8PnNwxfwi6aKrcYA
ถ้าถามถึงเมืองน่าเที่ยวโปแลนด์ ที่บรรยากาศสวยจนเดินเล่นได้ทั้งวัน คราคูฟ (Kraków) คือหนึ่งในเมืองที่อยากให้ใส่ไว้ในลิสต์เลย
หัวใจของเมืองอยู่ที่ Rynek Główny หรือจัตุรัสกลางเมืองขนาดใหญ่ รอบ ๆ เต็มไปด้วยอาคารเก่าสวย ๆ คาเฟ่ ร้านอาหาร และแลนด์มาร์กดังอย่าง St. Mary's Basilica กับ Cloth Hall เดินเล่นไปเรื่อย ๆ ก็ได้ฟีลยุโรปเก่าแบบเต็ม ๆ
จากจัตุรัสสามารถเดินต่อไปยัง Wawel Royal Castle ปราสาทเก่าแก่บนเนินริมแม่น้ำ Vistula ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์โปแลนด์ ตัวปราสาทมีทั้งลานกว้าง โบสถ์ และนิทรรศการหลายส่วนให้เลือกชม
ข้อดีอีกอย่างคือคราคูฟใช้เป็นฐานเที่ยวรอบ ๆ ได้ดีมาก ไม่ว่าจะไปเหมืองเกลือวิเอลิชกา (Wieliczka Salt Mine)หรือ ค่ายกักกัน Auschwitz-Birkenau ก็เดินทางไม่ไกล ถ้ามีเวลา แนะนำให้นอนสัก 2–3 คืน จะได้เที่ยวแบบไม่ต้องรีบ
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/4dAFAp7K9ndfsPm67
ใครคิดว่าเหมืองเกลือจะมีแค่กำแพงหินธรรมดา ๆ บอกเลยว่าต้องมาดูที่นี่ก่อน เพราะเหมืองเกลือวิเอลิชกา คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวโปแลนด์ที่ทั้งแปลกและอลังการมาก
เส้นทางจะพาเดินลงไปใต้ดินลึกประมาณ 135 เมตร ผ่านอุโมงค์ ห้องโถง ทะเลสาบน้ำเค็ม และประติมากรรมที่ทำจากเกลือ ไฮไลต์เด็ดคือ St. Kinga's Chapel โบสถ์ใต้ดินที่ทั้งพื้น ผนัง ประติมากรรม ไปจนถึงโคมไฟระย้าล้วนทำจากเกลือ เดินเข้าไปครั้งแรกมีว้าวแน่นอน
เส้นทางใช้เวลาประมาณ 2–3 ชั่วโมงและต้องเดินค่อนข้างเยอะ แนะนำให้ใส่รองเท้าที่เดินสบาย ส่วนอุณหภูมิภายในเหมืองอยู่ประมาณ 14–16°C ตลอดทั้งปี ต่อให้มาเที่ยวช่วงหน้าร้อนก็อย่าลืมพกเสื้อคลุมบาง ๆ ลงไปด้วย ไม่อย่างนั้นมีหนาวแน่นอน
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/JPJWchr52pJdowgY7
อีกหนึ่งสถานที่สำคัญของโปแลนด์ ที่หลายคนตั้งใจมาเยือนสักครั้งคือ Auschwitz-Birkenau อดีตค่ายกักกันและค่ายสังหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอนุสรณ์สถานและพิพิธภัณฑ์ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวและรำลึกถึงผู้ที่ตกเป็นเหยื่อในช่วงเวลานั้น
การมาเที่ยวที่นี่จะให้ความรู้สึกต่างจากที่เที่ยวโปแลนด์ที่อื่น ๆ อย่างชัดเจน เพราะเป็นพื้นที่ที่ชวนให้เราได้เรียนรู้และทำความเข้าใจอีกด้านหนึ่งของประวัติศาสตร์ยุโรป ภายในยังคงเก็บรักษาอาคารเดิม ห้องจัดแสดง และสถานที่สำคัญหลายจุดไว้ ทำให้เรื่องราวที่เคยอ่านจากหนังสือหรือเห็นผ่านภาพถ่ายดูใกล้ตัวและชัดเจนขึ้นมาก
แนะนำให้เผื่อเวลาไว้หลายชั่วโมงเพื่อค่อย ๆ เดินชมทั้ง Auschwitz I และ Auschwitz II-Birkenau โดยเฉพาะใครที่มาเที่ยวโปแลนด์ครั้งแรก การเข้าชมพร้อม Guide-Educator ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะจะช่วยอธิบายที่มา เหตุการณ์ และบริบทของแต่ละจุด ทำให้เข้าใจความสำคัญของสถานที่แห่งนี้ได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/YMDAcy7wkbcmN9tXA
ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองเก่าแบบคลาสสิก มาเป็นเมืองท่าริมทะเลที่ดูสดใสขึ้นหน่อยเมืองกดัญสก์ (Gdańsk) คือคำตอบเลย! ย่านท่องเที่ยวหลักที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเล่นกันคือ Gdańsk Main Town หรือ Główne Miasto ซึ่งเป็นคนละพื้นที่กับ Old Town หรือ Stare Miasto ดั้งเดิมของเมืองเล็กน้อย
Main Town จะโดดเด่นด้วยอาคารทรงสูงสีสันสดใสเรียงรายไปตามถนนสายเก่า ยิ่งช่วงแดดดี ๆ บรรยากาศคือถ่ายรูปสวยแทบทุกมุม เส้นทางยอดนิยมคือเริ่มจาก Golden Gate แล้วเดินไปตามถนน Długa ผ่าน Long Market, Neptune's Fountain และ Main Town Hall ก่อนจะไปจบที่ริมแม่น้ำ Motława
ช่วงเย็นแนะนำให้มานั่งเล่นริมแม่น้ำ เพราะบรรยากาศจะคึกคัก มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และวิวอาคารเก่าสะท้อนผิวน้ำแบบโรแมนติกมาก ใครมีเวลาเพิ่ม ยังสามารถต่อทริปไป Sopot และ Gdynia ซึ่งรวมกันเป็นโซน ทริป 3 เมืองได้ง่าย ๆ ถือเป็นอีกหนึ่งเมืองสวยในโปแลนด์ ที่ควรเผื่อเวลาไว้อย่างน้อย 1–2 วัน
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/oqXLZdwy5oae7rN17
ถ้าชอบเมืองเก่าสีสันสดใสที่มีอะไรให้เดินดูเพลิน ๆ ตลอดทาง วรอตสวัฟ (Wrocław) เป็นอีกหนึ่งเมืองสวยในโปแลนด์ที่อยากให้ลองแวะมาสุด ๆ เพราะนอกจากสถาปัตยกรรมสวย ๆ แล้ว เมืองนี้ยังมีคาแรกเตอร์ขี้เล่นไม่เหมือนที่อื่นด้วย
เริ่มเที่ยวกันได้ที่ Market Square หรือ Rynek จัตุรัสกลางเมืองที่ล้อมรอบด้วยอาคารหลากสีและ Old Town Hall สไตล์โกธิก จากนั้นลองเดินต่อไปทางแม่น้ำ Oder จะเจอกับสะพานและเกาะเล็ก ๆ กระจายอยู่ทั่วเมือง โดยเฉพาะบริเวณ Ostrów Tumski หรือ Cathedral Island ที่บรรยากาศดีมากในช่วงเย็น เหมาะกับการเดินเล่นแบบไม่ต้องมีแพลนแน่น ๆ
แต่สิ่งที่ทำให้การเดินเที่ยววรอตสวัฟสนุกขึ้นอีกคือการตามหา Wrocław Dwarfs รูปปั้นคนแคระตัวจิ๋วที่ซ่อนอยู่ตามมุมต่าง ๆ ทั่วเมือง แต่ละตัวมีท่าทางและคาแรกเตอร์ไม่เหมือนกัน จากที่ตั้งใจมาเดินชมเมืองธรรมดา ๆ อาจกลายเป็นเดินตามหาคนแคระกันจนเพลินแบบไม่รู้ตัวเลยก็ได้
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/rwmzY13B9WCc3eDa7
สายปราสาทน่าจะถูกใจที่นี่ตั้งแต่แรกเห็น เพราะ Malbork Castle เป็นปราสาทอิฐขนาดมหึมาที่โดดเด่นและอลังการมาก แถมยังเป็นหนึ่งในที่เที่ยวโปแลนด์ ห้ามพลาดสำหรับใครที่ชอบเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมยุโรปยุคกลาง
ปราสาทแห่งนี้เคยเป็นฐานสำคัญของอัศวิน Teutonic Order ภายในมีพื้นที่ให้เดินสำรวจหลายส่วน ทั้งลานปราสาท ห้องโถง โบสถ์ ทางเดิน และนิทรรศการที่พาเราไปรู้จักเรื่องราวในอดีต ยิ่งเดินก็ยิ่งได้เห็นรายละเอียดของสถาปัตยกรรมที่ซ่อนอยู่ตามมุมต่าง ๆ แนะนำให้เผื่อเวลาไว้อย่างน้อยครึ่งวัน เพราะตัวปราสาทกว้างและมีอะไรให้ชมเยอะกว่าที่คิด
อีกข้อดีคือ Malbork สามารถนั่งรถไฟจากเมืองกดัญสก์ มาเที่ยวแบบ Day Trip ได้สะดวกมาก ใครมีเมืองกดัญสก์อยู่ในแพลนเที่ยวโปแลนด์อยู่แล้ว ลองแบ่งเวลาสักวันแวะมาที่นี่ดู จะได้เปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองท่าริมทะเลไปสัมผัสกลิ่นอายยุโรปยุคกลางกันแบบเต็ม ๆ
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/BTvsiFX3CyXFPFjX7
เที่ยวเมืองเก่ากันมาหลายแห่งแล้ว ลองเปลี่ยนบรรยากาศไปสูดอากาศดี ๆ ท่ามกลางภูเขากันบ้างที่ ซาโกปาเน (Zakopane) เมืองรีสอร์ตยอดนิยมทางตอนใต้ของโปแลนด์ ที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาทาทราและเป็นจุดหมายพักผ่อนยอดฮิตทั้งในช่วงหน้าร้อนและหน้าหนาว
ใจกลางเมืองคือถนน Krupówki ถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขายของฝาก และร้านค้าต่าง ๆ ให้เดินเล่นกันได้ตั้งแต่กลางวันไปจนถึงช่วงค่ำ ส่วนใครอยากชมวิวภูเขาสวย ๆ แบบไม่ต้องออกแรงเดินเยอะ สามารถขึ้นไปยัง Gubałówka เพื่อชมวิวเมืองซาโกปาเนและแนวเทือกเขาทาทราจากมุมสูงได้ บรรยากาศดีและถ่ายรูปสวยมาก!
อีกหนึ่งข้อดีของเมืองนี้คือ เป็นพิกัดที่มาเที่ยวได้แทบทุกฤดู แถมแต่ละช่วงก็ให้บรรยากาศต่างกันไป ช่วงอากาศอบอุ่นเหมาะกับการเดินป่าและออกเที่ยวธรรมชาติ ส่วนใครวางแผนเที่ยวโปแลนด์ หน้าหนาว เมืองนี้จะเปลี่ยนเป็นเมืองหิมะสุดคึกคัก พร้อมกิจกรรมฤดูหนาวและลานสกีหลายแห่ง ถ้ามีเวลา แนะนำให้นอนค้างสัก 1–2 คืน จะได้เที่ยวภูเขาและเดินเล่นในเมืองแบบเต็มอิ่ม
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/yyDXbe2yr9WQcckX7
มาถึงซาโกปาเนแล้ว ถ้ายังไม่ได้ออกไปสัมผัสเทือกเขาทาทราแบบใกล้ ๆ ก็เหมือนมาไม่ถึง เพราะ Tatra National Park คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวโปแลนด์ ที่สายธรรมชาติควรเผื่อเวลาไว้อย่างน้อยหนึ่งวันเต็ม!
หนึ่งในจุดยอดนิยมคือ Morskie Oko ทะเลสาบบนภูเขาที่โอบล้อมด้วยยอดเขาสูง วิวตรงหน้าสวยแบบแทบไม่ต้องแต่งรูปเพิ่ม ถึงเส้นทางจะค่อนข้างไกลและต้องเดินกันพอสมควร แต่เส้นทางหลักก็ไม่ได้โหดจนเกินไป จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะมากสำหรับคนที่อยากลองเดินเขาในโปแลนด์แบบไม่ต้องลุยระดับจริงจังมาก
ส่วนสาย Hiking ที่มีประสบการณ์ ที่นี่ยังมีเส้นทางอีกหลายระดับให้เลือก แต่ไม่ว่าจะเลือกเส้นทางไหน อย่าลืมเช็กสภาพอากาศและสถานะเส้นทางก่อนออกเดิน เพราะอากาศบนภูเขาเปลี่ยนได้ค่อนข้างเร็ว รองเท้าที่เดินสบาย เสื้อกันลม และน้ำดื่ม เป็นของที่ควรมีติดตัวไว้เสมอ
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/Cq97Hg7RZKz7PsZDA
ปิดท้าย 10 ที่เที่ยวโปแลนด์ ด้วยการหลบความคึกคักของเมืองใหญ่ แล้วเข้าไปสัมผัสธรรมชาติแบบเต็ม ๆ ที่ Białowieża National Park ส่วนหนึ่งของผืนป่าโบราณที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในยุโรป และให้บรรยากาศต่างจากที่เที่ยวก่อนหน้าในลิสต์แบบคนละมู้ดเลย
ไฮไลต์ของที่นี่คือ European bison หรือกระทิงยุโรปขนาดใหญ่ที่ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของผืนป่า Białowieża นอกจากนี้พื้นที่ป่ายังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์อีกหลายชนิด ใครชอบดูสัตว์ เดินป่า หรืออยากเห็นอีกด้านของธรรมชาติในโปแลนด์น่าจะถูกใจเป็นพิเศษ
Białowieża อาจไม่ได้อยู่บนเส้นทางยอดนิยมแบบ วอร์ซอ คราคูฟ หรือ กดัญสก์ และต้องเผื่อเวลาเดินทางมากขึ้นสักหน่อย แต่ก็แลกมากับบรรยากาศสงบและธรรมชาติที่แตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างชัดเจน ถ้ามีวันเที่ยวเหลือและอยากปิดท้ายทริปด้วยอะไรที่ไม่เหมือนใคร ที่นี่ถือว่าน่าเพิ่มเข้าไปในแพลนเที่ยวโปแลนด์มาก
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/L2DtXLPG7jxhyqrg7
ถ้าเน้นทำเลสะดวกและอยากพักใจกลางเมือง Novotel Warsaw Centrum เป็นตัวเลือกที่ลงตัวมาก ตัวโรงแรมตั้งอยู่ในย่าน Śródmieście ใกล้ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ แหล่งช้อปปิ้ง และระบบขนส่งสาธารณะ ที่สำคัญยังอยู่ไม่ไกลจากสถานี Warszawa Centralna เหมาะมากสำหรับคนที่มีแพลนนั่งรถไฟต่อไปคราคูฟ กดัญสก์ หรือเมืองอื่น ๆ บรรยากาศของโรงแรมมาในสไตล์โมเดิร์น เรียบง่าย และพักสบาย ห้องพักบนชั้นสูงยังได้วิวเมืองวอร์ซอแบบกว้าง ๆ โดยเฉพาะช่วงค่ำที่แสงไฟในเมืองเริ่มเปิด บรรยากาศยิ่งน่าพักขึ้นไปอีก ใครมาเที่ยวโปแลนด์ด้วยตัวเองแล้วอยากได้ที่พักที่เดินทางง่าย กลับโรงแรมดึกก็ไม่ต้องต่อรถหลายทอด ที่นี่ถือเป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างครบเลย
ถ้าอยากเพิ่มความพิเศษให้ทริปด้วยการพักโรงแรมสวย ๆ สักคืน ลองปักหมุด Raffles Europejski Warsaw ไว้ได้เลย โรงแรมตั้งอยู่บนเส้นทาง Royal Route ใกล้ทั้ง Presidential Palace และ Warsaw Old Town ทำให้แค่เดินออกจากโรงแรมก็พร้อมเที่ยวต่อได้ทันที โดยเฉพาะใครที่ชอบเดินเล่นชมเมืองแบบไม่ต้องพึ่งรถมาก ที่นี่ได้เปรียบเรื่องทำเลสุด ๆ เสน่ห์อีกอย่างคือบรรยากาศของโรงแรมที่ผสมความคลาสสิกของอาคารเก่าเข้ากับความหรูหราแบบร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ภายในตกแต่งสวยงาม มีทั้งห้องพักกว้าง สปา ร้านอาหาร และพื้นที่พักผ่อนครบ เหมาะกับคู่รัก ทริปฉลองโอกาสพิเศษ หรือใครที่อยากเปลี่ยนจากวันเดินเที่ยวแน่น ๆ มาพักผ่อนแบบเต็มที่สักคืน
ส่วนใครตั้งใจเก็บงบไว้กิน เที่ยว และนั่งรถไฟตะลุยหลายเมือง a&o Warsaw Wola เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ ที่พักตั้งอยู่ในย่าน Wola ซึ่งเป็นย่านเมืองสมัยใหม่ของวอร์ซอ และสามารถเดินทางเข้าใจกลางเมืองด้วยระบบขนส่งสาธารณะได้สะดวก จึงไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าที่พักสูงเพื่อให้อยู่ติด Old Town เสมอไป บรรยากาศของที่นี่ค่อนข้างเป็นกันเอง มีให้เลือกทั้งห้องพักส่วนตัวและห้องพักแบบแชร์ เหมาะกับทั้งคนที่เดินทางคนเดียว กลุ่มเพื่อน หรือสายแบ็กแพ็กเกอร์ พื้นที่ส่วนกลางก็ช่วยเพิ่มฟีลโฮสเทลให้ได้พบปะนักเดินทางคนอื่น ๆ ใครวางแผนเที่ยวโปแลนด์หลายวันและมองหาที่พักที่เน้นความคุ้มค่า เดินทางไม่ยุ่งยาก และเอางบไปลงกับประสบการณ์ระหว่างทริปมากกว่าที่นี่ตอบโจทย์เลย
สำหรับคนไทย วิธีเดินทางไปโปแลนด์ ที่ง่ายที่สุดคือบินไปลงที่ Warsaw Chopin Airport (WAW) ซึ่งเป็นสนามบินหลักของวอร์ซอและเชื่อมต่อกับเมืองอื่นได้สะดวกมาก
ปัจจุบันเส้นทางจากกรุงเทพฯ สามารถเลือกเที่ยวบินต่อเครื่องผ่านเมืองใหญ่อย่าง Doha, Dubai หรือ Istanbul ได้
จากสนามบิน Warsaw Chopin เข้าเมืองสามารถนั่งรถไฟหรือรถบัสได้ ใช้เวลาไม่นาน และถ้าแพลนจะเที่ยวต่อเมืองอื่น ก็สามารถต่อรถไฟจากสถานี Warszawa Centralna ไป Kraków, Gdańsk หรือ Wrocław ได้เลย
อีกเรื่องที่ต้องเตรียมคือวีซ่า เพราะผู้ถือหนังสือเดินทางไทยต้องขอวีซ่าเชงเก้นก่อนเดินทาง แนะนำให้เตรียมเอกสารและนัดหมายล่วงหน้า 2-3เดือน จะได้ไม่ต้องลุ้นใกล้วันบิน
เรื่องการเดินทางในโปแลนด์ ถือว่าเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมาก โดยเฉพาะถ้าเที่ยวตามเมืองใหญ่ เพราะระบบรถไฟเชื่อมกันดีจนแทบไม่ต้องเช่ารถเลย
ช่วงที่เหมาะกับการเที่ยวโปแลนด์มากที่สุดคือเดือนพฤษภาคม–มิถุนายน และกันยายน–ตุลาคม เพราะอากาศกำลังสบาย เหมาะกับการเดินเที่ยวเมืองเก่าและออกไปชมธรรมชาติ แถมโดยทั่วไปยังไม่หนาแน่นเท่าช่วงพีคของฤดูร้อน
แต่จริง ๆ แล้วโปแลนด์ เที่ยวได้ตลอดปี เพราะแต่ละฤดูก็มีบรรยากาศและกิจกรรมต่างกันไป
| ฤดู | ช่วงเดือน | บรรยากาศ | เหมาะกับ |
| ใบไม้ผลิ | มี.ค.–พ.ค. | อากาศเริ่มอุ่น สดชื่น | เดินเที่ยวเมือง ชมสวน |
| ร้อน | มิ.ย.–ส.ค. | อบอุ่น กลางวันยาว คึกคัก | เที่ยวหลายเมือง เดินป่า เที่ยวทะเล |
| ใบไม้ร่วง | ก.ย.–พ.ย. | เย็นสบาย ใบไม้เปลี่ยนสี | ถ่ายรูป เดินเมือง เที่ยวธรรมชาติ |
| หนาว | ธ.ค.–ก.พ. | หนาว มีโอกาสเจอหิมะ | ตลาดคริสต์มาส เล่นสกี เที่ยวซาโกปาเน |
Q: ไปเที่ยวโปแลนด์ต้องทำวีซ่าไหม?
A: ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยจำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ล่วงหน้าก่อนเดินทาง แนะนำให้เตรียมเอกสารและทำการนัดหมายล่วงหน้าประมาณ 2–3 เดือนเพื่อป้องกันความล่าช้า
Q: ไปเที่ยวโปแลนด์เตรียมงบค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่?
A: งบไม่รวมตั๋วเครื่องบินจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 – 4,000 บาทต่อวัน/คน ซึ่งครอบคลุมค่าที่พักระดับ 3-4 ดาว ค่าอาหาร ค่าตั๋วรถไฟข้ามเมือง และค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ถือว่าประหยัดกว่าประเทศยุโรปตะวันตกพอสมควร
Q: เดินทางจากสนามบินวอร์ซอ (Warsaw Chopin Airport) เข้าเมืองยังไง?
A: วิธีที่สะดวกและประหยัดที่สุดคือการนั่งรถไฟท้องถิ่น (สาย S2, S3 หรือ KM) หรือรถบัสสาย 175 ตรงเข้าสู่สถานีรถไฟกลาง (Warszawa Centralna) ใช้เวลาเพียงประมาณ 20–30 นาทีเท่านั้น
Q: ไปเที่ยวโปแลนด์ช่วงไหนดีที่สุด?
A: ช่วงเดือน พฤษภาคม–มิถุนายน และ กันยายน–ตุลาคม ดีที่สุด เพราะอากาศกำลังเย็นสบาย ไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป ผู้คนไม่แน่นหนาเท่าช่วงฤดูร้อน และมีวิวธรรมชาติที่สวยงามทั้งดอกไม้บานและใบไม้เปลี่ยนสี
Q: เดินทางเที่ยวในโปแลนด์ แต่งตัวยังไงดี?
A: เน้นใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าที่ซัพพอร์ตเท้าดีๆ เพราะย่านเมืองเก่าเป็นปูด้วยถนนหินเกือบทั้งหมด ส่วนการแต่งกายแนะนำให้แต่งแบบหลายชั้น (Layers) เพื่อให้ถอดหรือใส่เพิ่มตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงระหว่างวันได้ง่าย โดยเฉพาะหากไปเที่ยวเหมืองเกลือหรือขึ้นเทือกเขาสูง






