
ถ้าพูดถึงทริปยุโรป หลายคนอาจนึกถึงฝรั่งเศส อิตาลี หรือสวิตเซอร์แลนด์ก่อน แต่ถ้าอยากลองเปิดแผนที่ไปทางยุโรปกลาง บอกเลยว่าโปแลนด์ เป็นอีกประเทศที่มีอะไรให้เที่ยวเยอะกว่าที่คิดมาก ตั้งแต่เมืองเก่าบรรยากาศยุโรปคลาสสิก ปราสาทอิฐขนาดมหึมา เหมืองเกลือใต้ดิน ไปจนถึงเทือกเขาสูงที่เหมาะกับทั้งเดินป่าหน้าร้อนและเล่นสกีหน้าหนาว
ความสนุกของการเที่ยวโปแลนด์ คือแต่ละเมืองมีคาแรกเตอร์ต่างกันชัดเจน อยากเที่ยวเมืองใหญ่ก็มีวอร์ซอ (Warsaw) อยากได้ฟีลเมืองเก่าสวย ๆ ต้องไปคราคูฟ (Kraków) ชอบเมืองริมทะเลสีสันสดใสมี กดัญสก์ (Gdańsk) ส่วนสายธรรมชาติก็สามารถลงใต้ไป ซาโกปาเน (Zakopane) และ เทือกเขาทาทรา (Tatra Mountains) ได้ในทริปเดียว ที่สำคัญ ระบบรถไฟโปแลนด์เชื่อมเมืองหลักค่อนข้างสะดวก จึงเหมาะมากสำหรับคนที่อยากเที่ยวโปแลนด์ด้วยตัวเอง
บทความนี้ Traveloka เลยรวม 10 ที่เที่ยวโปแลนด์ที่น่าไปมาให้แบบครบ ๆ พร้อมพิกัด วิธีเดินทาง ที่พัก และช่วงเวลาน่าเที่ยว ใครเริ่มมีแพลนแล้วก็สามารถจองทั้งตั๋วเครื่องบินและที่พักโปแลนด์ผ่าน Traveloka ได้เลย เตรียมวันลาให้พร้อม แล้วไปดูกันว่าที่เที่ยวโปแลนด์มีที่ไหนที่ไม่ควรพลาดบ้าง!
Tue, 27 Oct 2026

Lot Polish Airlines
กรุงเทพ (BKK) ไป วอร์ซอ (WAW)
เริ่มจาก THB 13,088.88
Mon, 9 Nov 2026

Lot Polish Airlines
กรุงเทพ (BKK) ไป วอร์ซอ (WAW)
เริ่มจาก THB 13,215.32
Fri, 13 Nov 2026

Lot Polish Airlines
กรุงเทพ (BKK) ไป วอร์ซอ (WAW)
เริ่มจาก THB 21,291.03
มาเที่ยวโปแลนด์ครั้งแรก ยังไงก็ต้องเริ่มที่ วอร์ซอ (Warsaw) เมืองหลวงของประเทศ โดยเฉพาะ Warsaw Old Town หรือย่านเมืองเก่าที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในภาพจำของโปแลนด์เลย
เดินเข้ามาในย่านนี้จะเจอกับอาคารสีพาสเทลเรียงรายรอบถนนหิน บรรยากาศคลาสสิกแบบยุโรปสุด ๆ ไฮไลต์หลักอยู่ที่ Castle Square, Sigismund's Column และ Old Town Market Square ซึ่งรอบ ๆ มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านขายของที่ระลึกให้แวะตลอดทาง
อีกจุดที่อย่าลืมแวะถ่ายรูปคือ Warsaw Mermaid หรือ Syrenka รูปปั้นนางเงือกประจำเมืองที่ตั้งอยู่กลาง Old Town Market Square และถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของวอร์ซอด้วย
ที่น่าสนใจคือย่านเมืองเก่าแห่งนี้ถูกทำลายอย่างหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนจะได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่อย่างละเอียดจากภาพวาดและข้อมูลทางประวัติศาสตร์ จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO ในเวลาต่อมา ใครมีเวลา แนะนำให้แวะเข้า Royal Castle ต่อด้วย จะได้ทั้งชมสถาปัตยกรรมสวย ๆ และทำความรู้จักประวัติศาสตร์โปแลนด์มากขึ้น
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/e8PnNwxfwi6aKrcYA
ถ้าถามถึงเมืองน่าเที่ยวโปแลนด์ ที่บรรยากาศสวยจนเดินเล่นได้ทั้งวัน คราคูฟ (Kraków) คือหนึ่งในเมืองที่อยากให้ใส่ไว้ในลิสต์เลย
หัวใจของเมืองอยู่ที่ Rynek Główny หรือจัตุรัสกลางเมืองขนาดใหญ่ รอบ ๆ เต็มไปด้วยอาคารเก่าสวย ๆ คาเฟ่ ร้านอาหาร และแลนด์มาร์กดังอย่าง St. Mary's Basilica กับ Cloth Hall เดินเล่นไปเรื่อย ๆ ก็ได้ฟีลยุโรปเก่าแบบเต็ม ๆ
จากจัตุรัสสามารถเดินต่อไปยัง Wawel Royal Castle ปราสาทเก่าแก่บนเนินริมแม่น้ำ Vistula ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์โปแลนด์ ตัวปราสาทมีทั้งลานกว้าง โบสถ์ และนิทรรศการหลายส่วนให้เลือกชม
ข้อดีอีกอย่างคือคราคูฟใช้เป็นฐานเที่ยวรอบ ๆ ได้ดีมาก ไม่ว่าจะไปเหมืองเกลือวิเอลิชกา (Wieliczka Salt Mine)หรือ ค่ายกักกัน Auschwitz-Birkenau ก็เดินทางไม่ไกล ถ้ามีเวลา แนะนำให้นอนสัก 2–3 คืน จะได้เที่ยวแบบไม่ต้องรีบ
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/4dAFAp7K9ndfsPm67
ใครคิดว่าเหมืองเกลือจะมีแค่กำแพงหินธรรมดา ๆ บอกเลยว่าต้องมาดูที่นี่ก่อน เพราะเหมืองเกลือวิเอลิชกา คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวโปแลนด์ที่ทั้งแปลกและอลังการมาก
เส้นทางจะพาเดินลงไปใต้ดินลึกประมาณ 135 เมตร ผ่านอุโมงค์ ห้องโถง ทะเลสาบน้ำเค็ม และประติมากรรมที่ทำจากเกลือ ไฮไลต์เด็ดคือ St. Kinga's Chapel โบสถ์ใต้ดินที่ทั้งพื้น ผนัง ประติมากรรม ไปจนถึงโคมไฟระย้าล้วนทำจากเกลือ เดินเข้าไปครั้งแรกมีว้าวแน่นอน
เส้นทางใช้เวลาประมาณ 2–3 ชั่วโมงและต้องเดินค่อนข้างเยอะ แนะนำให้ใส่รองเท้าที่เดินสบาย ส่วนอุณหภูมิภายในเหมืองอยู่ประมาณ 14–16°C ตลอดทั้งปี ต่อให้มาเที่ยวช่วงหน้าร้อนก็อย่าลืมพกเสื้อคลุมบาง ๆ ลงไปด้วย ไม่อย่างนั้นมีหนาวแน่นอน
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/JPJWchr52pJdowgY7
อีกหนึ่งสถานที่สำคัญของโปแลนด์ ที่หลายคนตั้งใจมาเยือนสักครั้งคือ Auschwitz-Birkenau อดีตค่ายกักกันและค่ายสังหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอนุสรณ์สถานและพิพิธภัณฑ์ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวและรำลึกถึงผู้ที่ตกเป็นเหยื่อในช่วงเวลานั้น
การมาเที่ยวที่นี่จะให้ความรู้สึกต่างจากที่เที่ยวโปแลนด์ที่อื่น ๆ อย่างชัดเจน เพราะเป็นพื้นที่ที่ชวนให้เราได้เรียนรู้และทำความเข้าใจอีกด้านหนึ่งของประวัติศาสตร์ยุโรป ภายในยังคงเก็บรักษาอาคารเดิม ห้องจัดแสดง และสถานที่สำคัญหลายจุดไว้ ทำให้เรื่องราวที่เคยอ่านจากหนังสือหรือเห็นผ่านภาพถ่ายดูใกล้ตัวและชัดเจนขึ้นมาก
แนะนำให้เผื่อเวลาไว้หลายชั่วโมงเพื่อค่อย ๆ เดินชมทั้ง Auschwitz I และ Auschwitz II-Birkenau โดยเฉพาะใครที่มาเที่ยวโปแลนด์ครั้งแรก การเข้าชมพร้อม Guide-Educator ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะจะช่วยอธิบายที่มา เหตุการณ์ และบริบทของแต่ละจุด ทำให้เข้าใจความสำคัญของสถานที่แห่งนี้ได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/YMDAcy7wkbcmN9tXA
ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองเก่าแบบคลาสสิก มาเป็นเมืองท่าริมทะเลที่ดูสดใสขึ้นหน่อยเมืองกดัญสก์ (Gdańsk) คือคำตอบเลย! ย่านท่องเที่ยวหลักที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเล่นกันคือ Gdańsk Main Town หรือ Główne Miasto ซึ่งเป็นคนละพื้นที่กับ Old Town หรือ Stare Miasto ดั้งเดิมของเมืองเล็กน้อย
Main Town จะโดดเด่นด้วยอาคารทรงสูงสีสันสดใสเรียงรายไปตามถนนสายเก่า ยิ่งช่วงแดดดี ๆ บรรยากาศคือถ่ายรูปสวยแทบทุกมุม เส้นทางยอดนิยมคือเริ่มจาก Golden Gate แล้วเดินไปตามถนน Długa ผ่าน Long Market, Neptune's Fountain และ Main Town Hall ก่อนจะไปจบที่ริมแม่น้ำ Motława
ช่วงเย็นแนะนำให้มานั่งเล่นริมแม่น้ำ เพราะบรรยากาศจะคึกคัก มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และวิวอาคารเก่าสะท้อนผิวน้ำแบบโรแมนติกมาก ใครมีเวลาเพิ่ม ยังสามารถต่อทริปไป Sopot และ Gdynia ซึ่งรวมกันเป็นโซน ทริป 3 เมืองได้ง่าย ๆ ถือเป็นอีกหนึ่งเมืองสวยในโปแลนด์ ที่ควรเผื่อเวลาไว้อย่างน้อย 1–2 วัน
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/oqXLZdwy5oae7rN17
ถ้าชอบเมืองเก่าสีสันสดใสที่มีอะไรให้เดินดูเพลิน ๆ ตลอดทาง วรอตสวัฟ (Wrocław) เป็นอีกหนึ่งเมืองสวยในโปแลนด์ที่อยากให้ลองแวะมาสุด ๆ เพราะนอกจากสถาปัตยกรรมสวย ๆ แล้ว เมืองนี้ยังมีคาแรกเตอร์ขี้เล่นไม่เหมือนที่อื่นด้วย
เริ่มเที่ยวกันได้ที่ Market Square หรือ Rynek จัตุรัสกลางเมืองที่ล้อมรอบด้วยอาคารหลากสีและ Old Town Hall สไตล์โกธิก จากนั้นลองเดินต่อไปทางแม่น้ำ Oder จะเจอกับสะพานและเกาะเล็ก ๆ กระจายอยู่ทั่วเมือง โดยเฉพาะบริเวณ Ostrów Tumski หรือ Cathedral Island ที่บรรยากาศดีมากในช่วงเย็น เหมาะกับการเดินเล่นแบบไม่ต้องมีแพลนแน่น ๆ
แต่สิ่งที่ทำให้การเดินเที่ยววรอตสวัฟสนุกขึ้นอีกคือการตามหา Wrocław Dwarfs รูปปั้นคนแคระตัวจิ๋วที่ซ่อนอยู่ตามมุมต่าง ๆ ทั่วเมือง แต่ละตัวมีท่าทางและคาแรกเตอร์ไม่เหมือนกัน จากที่ตั้งใจมาเดินชมเมืองธรรมดา ๆ อาจกลายเป็นเดินตามหาคนแคระกันจนเพลินแบบไม่รู้ตัวเลยก็ได้
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/rwmzY13B9WCc3eDa7
สายปราสาทน่าจะถูกใจที่นี่ตั้งแต่แรกเห็น เพราะ Malbork Castle เป็นปราสาทอิฐขนาดมหึมาที่โดดเด่นและอลังการมาก แถมยังเป็นหนึ่งในที่เที่ยวโปแลนด์ ห้ามพลาดสำหรับใครที่ชอบเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมยุโรปยุคกลาง
ปราสาทแห่งนี้เคยเป็นฐานสำคัญของอัศวิน Teutonic Order ภายในมีพื้นที่ให้เดินสำรวจหลายส่วน ทั้งลานปราสาท ห้องโถง โบสถ์ ทางเดิน และนิทรรศการที่พาเราไปรู้จักเรื่องราวในอดีต ยิ่งเดินก็ยิ่งได้เห็นรายละเอียดของสถาปัตยกรรมที่ซ่อนอยู่ตามมุมต่าง ๆ แนะนำให้เผื่อเวลาไว้อย่างน้อยครึ่งวัน เพราะตัวปราสาทกว้างและมีอะไรให้ชมเยอะกว่าที่คิด
อีกข้อดีคือ Malbork สามารถนั่งรถไฟจากเมืองกดัญสก์ มาเที่ยวแบบ Day Trip ได้สะดวกมาก ใครมีเมืองกดัญสก์อยู่ในแพลนเที่ยวโปแลนด์อยู่แล้ว ลองแบ่งเวลาสักวันแวะมาที่นี่ดู จะได้เปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองท่าริมทะเลไปสัมผัสกลิ่นอายยุโรปยุคกลางกันแบบเต็ม ๆ
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/BTvsiFX3CyXFPFjX7
เที่ยวเมืองเก่ากันมาหลายแห่งแล้ว ลองเปลี่ยนบรรยากาศไปสูดอากาศดี ๆ ท่ามกลางภูเขากันบ้างที่ ซาโกปาเน (Zakopane) เมืองรีสอร์ตยอดนิยมทางตอนใต้ของโปแลนด์ ที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาทาทราและเป็นจุดหมายพักผ่อนยอดฮิตทั้งในช่วงหน้าร้อนและหน้าหนาว
ใจกลางเมืองคือถนน Krupówki ถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขายของฝาก และร้านค้าต่าง ๆ ให้เดินเล่นกันได้ตั้งแต่กลางวันไปจนถึงช่วงค่ำ ส่วนใครอยากชมวิวภูเขาสวย ๆ แบบไม่ต้องออกแรงเดินเยอะ สามารถขึ้นไปยัง Gubałówka เพื่อชมวิวเมืองซาโกปาเนและแนวเทือกเขาทาทราจากมุมสูงได้ บรรยากาศดีและถ่ายรูปสวยมาก!
อีกหนึ่งข้อดีของเมืองนี้คือ เป็นพิกัดที่มาเที่ยวได้แทบทุกฤดู แถมแต่ละช่วงก็ให้บรรยากาศต่างกันไป ช่วงอากาศอบอุ่นเหมาะกับการเดินป่าและออกเที่ยวธรรมชาติ ส่วนใครวางแผนเที่ยวโปแลนด์ หน้าหนาว เมืองนี้จะเปลี่ยนเป็นเมืองหิมะสุดคึกคัก พร้อมกิจกรรมฤดูหนาวและลานสกีหลายแห่ง ถ้ามีเวลา แนะนำให้นอนค้างสัก 1–2 คืน จะได้เที่ยวภูเขาและเดินเล่นในเมืองแบบเต็มอิ่ม
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/yyDXbe2yr9WQcckX7
มาถึงซาโกปาเนแล้ว ถ้ายังไม่ได้ออกไปสัมผัสเทือกเขาทาทราแบบใกล้ ๆ ก็เหมือนมาไม่ถึง เพราะ Tatra National Park คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวโปแลนด์ ที่สายธรรมชาติควรเผื่อเวลาไว้อย่างน้อยหนึ่งวันเต็ม!
หนึ่งในจุดยอดนิยมคือ Morskie Oko ทะเลสาบบนภูเขาที่โอบล้อมด้วยยอดเขาสูง วิวตรงหน้าสวยแบบแทบไม่ต้องแต่งรูปเพิ่ม ถึงเส้นทางจะค่อนข้างไกลและต้องเดินกันพอสมควร แต่เส้นทางหลักก็ไม่ได้โหดจนเกินไป จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะมากสำหรับคนที่อยากลองเดินเขาในโปแลนด์แบบไม่ต้องลุยระดับจริงจังมาก
ส่วนสาย Hiking ที่มีประสบการณ์ ที่นี่ยังมีเส้นทางอีกหลายระดับให้เลือก แต่ไม่ว่าจะเลือกเส้นทางไหน อย่าลืมเช็กสภาพอากาศและสถานะเส้นทางก่อนออกเดิน เพราะอากาศบนภูเขาเปลี่ยนได้ค่อนข้างเร็ว รองเท้าที่เดินสบาย เสื้อกันลม และน้ำดื่ม เป็นของที่ควรมีติดตัวไว้เสมอ
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/Cq97Hg7RZKz7PsZDA
ปิดท้าย 10 ที่เที่ยวโปแลนด์ ด้วยการหลบความคึกคักของเมืองใหญ่ แล้วเข้าไปสัมผัสธรรมชาติแบบเต็ม ๆ ที่ Białowieża National Park ส่วนหนึ่งของผืนป่าโบราณที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในยุโรป และให้บรรยากาศต่างจากที่เที่ยวก่อนหน้าในลิสต์แบบคนละมู้ดเลย
ไฮไลต์ของที่นี่คือ European bison หรือกระทิงยุโรปขนาดใหญ่ที่ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของผืนป่า Białowieża นอกจากนี้พื้นที่ป่ายังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์อีกหลายชนิด ใครชอบดูสัตว์ เดินป่า หรืออยากเห็นอีกด้านของธรรมชาติในโปแลนด์น่าจะถูกใจเป็นพิเศษ
Białowieża อาจไม่ได้อยู่บนเส้นทางยอดนิยมแบบ วอร์ซอ คราคูฟ หรือ กดัญสก์ และต้องเผื่อเวลาเดินทางมากขึ้นสักหน่อย แต่ก็แลกมากับบรรยากาศสงบและธรรมชาติที่แตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างชัดเจน ถ้ามีวันเที่ยวเหลือและอยากปิดท้ายทริปด้วยอะไรที่ไม่เหมือนใคร ที่นี่ถือว่าน่าเพิ่มเข้าไปในแพลนเที่ยวโปแลนด์มาก
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/L2DtXLPG7jxhyqrg7
ถ้าเน้นทำเลสะดวกและอยากพักใจกลางเมือง Novotel Warsaw Centrum เป็นตัวเลือกที่ลงตัวมาก ตัวโรงแรมตั้งอยู่ในย่าน Śródmieście ใกล้ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ แหล่งช้อปปิ้ง และระบบขนส่งสาธารณะ ที่สำคัญยังอยู่ไม่ไกลจากสถานี Warszawa Centralna เหมาะมากสำหรับคนที่มีแพลนนั่งรถไฟต่อไปคราคูฟ กดัญสก์ หรือเมืองอื่น ๆ บรรยากาศของโรงแรมมาในสไตล์โมเดิร์น เรียบง่าย และพักสบาย ห้องพักบนชั้นสูงยังได้วิวเมืองวอร์ซอแบบกว้าง ๆ โดยเฉพาะช่วงค่ำที่แสงไฟในเมืองเริ่มเปิด บรรยากาศยิ่งน่าพักขึ้นไปอีก ใครมาเที่ยวโปแลนด์ด้วยตัวเองแล้วอยากได้ที่พักที่เดินทางง่าย กลับโรงแรมดึกก็ไม่ต้องต่อรถหลายทอด ที่นี่ถือเป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างครบเลย

Poland

โรงแรมโนโวเทล วอร์ซอว์ เซ็นเตอร์

9.0/10
•




Warsaw
THB 3,802.44
ถ้าอยากเพิ่มความพิเศษให้ทริปด้วยการพักโรงแรมสวย ๆ สักคืน ลองปักหมุด Raffles Europejski Warsaw ไว้ได้เลย โรงแรมตั้งอยู่บนเส้นทาง Royal Route ใกล้ทั้ง Presidential Palace และ Warsaw Old Town ทำให้แค่เดินออกจากโรงแรมก็พร้อมเที่ยวต่อได้ทันที โดยเฉพาะใครที่ชอบเดินเล่นชมเมืองแบบไม่ต้องพึ่งรถมาก ที่นี่ได้เปรียบเรื่องทำเลสุด ๆ เสน่ห์อีกอย่างคือบรรยากาศของโรงแรมที่ผสมความคลาสสิกของอาคารเก่าเข้ากับความหรูหราแบบร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ภายในตกแต่งสวยงาม มีทั้งห้องพักกว้าง สปา ร้านอาหาร และพื้นที่พักผ่อนครบ เหมาะกับคู่รัก ทริปฉลองโอกาสพิเศษ หรือใครที่อยากเปลี่ยนจากวันเดินเที่ยวแน่น ๆ มาพักผ่อนแบบเต็มที่สักคืน

Poland

Raffles Europejski Warsaw

9.8/10
•





Warsaw
THB 18,084.33
ส่วนใครตั้งใจเก็บงบไว้กิน เที่ยว และนั่งรถไฟตะลุยหลายเมือง a&o Warsaw Wola เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ ที่พักตั้งอยู่ในย่าน Wola ซึ่งเป็นย่านเมืองสมัยใหม่ของวอร์ซอ และสามารถเดินทางเข้าใจกลางเมืองด้วยระบบขนส่งสาธารณะได้สะดวก จึงไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าที่พักสูงเพื่อให้อยู่ติด Old Town เสมอไป บรรยากาศของที่นี่ค่อนข้างเป็นกันเอง มีให้เลือกทั้งห้องพักส่วนตัวและห้องพักแบบแชร์ เหมาะกับทั้งคนที่เดินทางคนเดียว กลุ่มเพื่อน หรือสายแบ็กแพ็กเกอร์ พื้นที่ส่วนกลางก็ช่วยเพิ่มฟีลโฮสเทลให้ได้พบปะนักเดินทางคนอื่น ๆ ใครวางแผนเที่ยวโปแลนด์หลายวันและมองหาที่พักที่เน้นความคุ้มค่า เดินทางไม่ยุ่งยาก และเอางบไปลงกับประสบการณ์ระหว่างทริปมากกว่าที่นี่ตอบโจทย์เลย

Poland

a&o Warszawa Wola

8.6/10
•


Warsaw
THB 2,115.17
สำหรับคนไทย วิธีเดินทางไปโปแลนด์ ที่ง่ายที่สุดคือบินไปลงที่ Warsaw Chopin Airport (WAW) ซึ่งเป็นสนามบินหลักของวอร์ซอและเชื่อมต่อกับเมืองอื่นได้สะดวกมาก
ปัจจุบันเส้นทางจากกรุงเทพฯ สามารถเลือกเที่ยวบินต่อเครื่องผ่านเมืองใหญ่อย่าง Doha, Dubai หรือ Istanbul ได้
จากสนามบิน Warsaw Chopin เข้าเมืองสามารถนั่งรถไฟหรือรถบัสได้ ใช้เวลาไม่นาน และถ้าแพลนจะเที่ยวต่อเมืองอื่น ก็สามารถต่อรถไฟจากสถานี Warszawa Centralna ไป Kraków, Gdańsk หรือ Wrocław ได้เลย
อีกเรื่องที่ต้องเตรียมคือวีซ่า เพราะผู้ถือหนังสือเดินทางไทยต้องขอวีซ่าเชงเก้นก่อนเดินทาง แนะนำให้เตรียมเอกสารและนัดหมายล่วงหน้า 2-3เดือน จะได้ไม่ต้องลุ้นใกล้วันบิน
เรื่องการเดินทางในโปแลนด์ ถือว่าเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมาก โดยเฉพาะถ้าเที่ยวตามเมืองใหญ่ เพราะระบบรถไฟเชื่อมกันดีจนแทบไม่ต้องเช่ารถเลย
ช่วงที่เหมาะกับการเที่ยวโปแลนด์มากที่สุดคือเดือนพฤษภาคม–มิถุนายน และกันยายน–ตุลาคม เพราะอากาศกำลังสบาย เหมาะกับการเดินเที่ยวเมืองเก่าและออกไปชมธรรมชาติ แถมโดยทั่วไปยังไม่หนาแน่นเท่าช่วงพีคของฤดูร้อน
แต่จริง ๆ แล้วโปแลนด์ เที่ยวได้ตลอดปี เพราะแต่ละฤดูก็มีบรรยากาศและกิจกรรมต่างกันไป
| ฤดู | ช่วงเดือน | บรรยากาศ | เหมาะกับ |
| ใบไม้ผลิ | มี.ค.–พ.ค. | อากาศเริ่มอุ่น สดชื่น | เดินเที่ยวเมือง ชมสวน |
| ร้อน | มิ.ย.–ส.ค. | อบอุ่น กลางวันยาว คึกคัก | เที่ยวหลายเมือง เดินป่า เที่ยวทะเล |
| ใบไม้ร่วง | ก.ย.–พ.ย. | เย็นสบาย ใบไม้เปลี่ยนสี | ถ่ายรูป เดินเมือง เที่ยวธรรมชาติ |
| หนาว | ธ.ค.–ก.พ. | หนาว มีโอกาสเจอหิมะ | ตลาดคริสต์มาส เล่นสกี เที่ยวซาโกปาเน |
Q: ไปเที่ยวโปแลนด์ต้องทำวีซ่าไหม?
A: ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยจำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ล่วงหน้าก่อนเดินทาง แนะนำให้เตรียมเอกสารและทำการนัดหมายล่วงหน้าประมาณ 2–3 เดือนเพื่อป้องกันความล่าช้า
Q: ไปเที่ยวโปแลนด์เตรียมงบค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่?
A: งบไม่รวมตั๋วเครื่องบินจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 – 4,000 บาทต่อวัน/คน ซึ่งครอบคลุมค่าที่พักระดับ 3-4 ดาว ค่าอาหาร ค่าตั๋วรถไฟข้ามเมือง และค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ถือว่าประหยัดกว่าประเทศยุโรปตะวันตกพอสมควร
Q: เดินทางจากสนามบินวอร์ซอ (Warsaw Chopin Airport) เข้าเมืองยังไง?
A: วิธีที่สะดวกและประหยัดที่สุดคือการนั่งรถไฟท้องถิ่น (สาย S2, S3 หรือ KM) หรือรถบัสสาย 175 ตรงเข้าสู่สถานีรถไฟกลาง (Warszawa Centralna) ใช้เวลาเพียงประมาณ 20–30 นาทีเท่านั้น
Q: ไปเที่ยวโปแลนด์ช่วงไหนดีที่สุด?
A: ช่วงเดือน พฤษภาคม–มิถุนายน และ กันยายน–ตุลาคม ดีที่สุด เพราะอากาศกำลังเย็นสบาย ไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป ผู้คนไม่แน่นหนาเท่าช่วงฤดูร้อน และมีวิวธรรมชาติที่สวยงามทั้งดอกไม้บานและใบไม้เปลี่ยนสี
Q: เดินทางเที่ยวในโปแลนด์ แต่งตัวยังไงดี?
A: เน้นใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าที่ซัพพอร์ตเท้าดีๆ เพราะย่านเมืองเก่าเป็นปูด้วยถนนหินเกือบทั้งหมด ส่วนการแต่งกายแนะนำให้แต่งแบบหลายชั้น (Layers) เพื่อให้ถอดหรือใส่เพิ่มตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงระหว่างวันได้ง่าย โดยเฉพาะหากไปเที่ยวเหมืองเกลือหรือขึ้นเทือกเขาสูง


















