
หากกำลังมองหาจุดหมายใหม่ๆ ในยุโรปที่ทั้งสวย แปลกใหม่ และยังไม่วุ่นวายเท่าประเทศยอดฮิตอื่นๆ บอกเลยว่าการได้ลองไปเที่ยวโรมาเนีย (Romania) อาจเป็นทริปที่ทำให้เพื่อนๆ ตกหลุมรักได้แบบไม่รู้ตัว เพราะประเทศแห่งนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์หลากหลาย ตั้งแต่ปราสาทในตำนานแดร็กคูล่า เมืองเก่ายุคกลางที่สวยเหมือนหลุดออกมาจากนิทาน ไปจนถึงธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของเทือกเขาคาร์เพเทียนที่สวยไม่แพ้ประเทศดังในยุโรปตะวันตกเลย
ไม่ว่าจะเป็นสายประวัติศาสตร์ สายถ่ายรูป สายธรรมชาติ หรือชอบเที่ยวเมืองเก่าบรรยากาศคลาสสิก โรมาเนียก็มีครบทุกแบบ แถมยังเป็นหนึ่งในประเทศที่น่าเที่ยวที่สุดแห่งหนึ่งในโซนยุโรปตะวันออกอีกด้วย
บทความนี้ Traveloka รวบรวม 12 ที่เที่ยวโรมาเนียที่ห้ามพลาดมาไว้ให้ครบ ทั้งปราสาทชื่อดัง เมืองมรดกโลก ธรรมชาติสุดอลังการ และพิกัดอันซีนที่น่าสนใจ พร้อมข้อมูลการเดินทาง ที่พัก และช่วงเวลาน่าเที่ยวแบบครบจบในบทความเดียว
และถ้าพร้อมออกเดินทางเมื่อไหร่ ก็สามารถจองตั๋วเครื่องบินไปโรมาเนีย ที่พัก และกิจกรรมท่องเที่ยวต่างๆ ผ่าน Traveloka ได้ง่ายๆ ในแอปเดียว ช่วยให้การวางแผนเที่ยวโรมาเนียด้วยตัวเองสะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทริปสั้น 7 วัน หรือทริปเที่ยวยุโรปหลายประเทศก็จัดการได้ครบในที่เดียว
ถ้าพูดถึงที่เที่ยวโรมาเนีย ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงก็คงหนีไม่พ้นปราสาทบราน หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ปราสาทแดร็กคูล่า” ปราสาทหินยุคกลางที่ตั้งโดดเด่นอยู่บนเนินเขาสูงกลางแคว้นทรานซิลเวเนีย แค่เห็นจากด้านนอกก็บอกเลยว่าบรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในนิยายแฟนตาซี ทั้งหอคอยสูง กำแพงหินเก่า และป่าไม้ที่ล้อมรอบอยู่ทุกด้าน
แม้ในความเป็นจริงปราสาทแห่งนี้จะไม่ได้เป็นบ้านของแดร็กคูล่าตามตำนานโดยตรง แต่ด้วยรูปลักษณ์และเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับ Vlad the Impaler ผู้เป็นแรงบันดาลใจของตัวละครแวมไพร์ชื่อดัง ก็ทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่มีชื่อเสียงที่สุดของโรมาเนีย แถมภายในปราสาทยังมีห้องจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ของราชวงศ์โรมาเนีย โดยเฉพาะพระราชินีมารีแห่งโรมาเนียที่เคยประทับอยู่ที่นี่จริง ทำให้ได้ทั้งบรรยากาศลึกลับและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน
ถ้าปราสาทบรานให้ความรู้สึกลึกลับน่าค้นหา ปราสาทเปเลสก็เปรียบเหมือนปราสาทในเทพนิยายที่สวยจนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะมีอยู่จริง ปราสาทนี้ตั้งอยู่ในเมืองซีนายา ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงามของเทือกเขาคาร์เพเทียน และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในปราสาทที่งดงามที่สุดในยุโรป
เดิมทีที่นี่เป็นพระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์คาโรลที่ 1 (King Carol I) แห่งโรมาเนีย ตัวอาคารโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอเรอเนสซองส์ที่ผสมผสานความหรูหราและความประณีตได้อย่างลงตัว ส่วนภายในตกแต่งด้วยไม้แกะสลัก กระจกสี โคมไฟระย้า และห้องต่างๆ ที่ออกแบบในสไตล์ยุโรปหลากหลายรูปแบบ เรียกได้ว่าเดินชมเพลินจนลืมเวลาเลยทีเดียว ใครชอบปราสาทสวยๆ หรือสถาปัตยกรรมยุโรป บอกเลยว่าที่นี่คือไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด
บราซอฟเป็นเมืองเล็กๆ กลางหุบเขาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบยุโรปคลาสสิก และถือเป็นหนึ่งในเมืองที่นักท่องเที่ยวหลงรักมากที่สุดของโรมาเนีย เพราะแค่เดินเข้ามาในย่านเมืองเก่า ก็จะได้เจอกับจัตุรัสกว้างๆ ที่รายล้อมด้วยอาคารสีพาสเทล คาเฟ่น่ารักๆ และถนนหินที่ชวนให้ออกมาเดินเล่นแบบสบายๆ ทั้งวัน
แลนด์มาร์กสำคัญของเมืองคือ Black Church หรือโบสถ์ดำ โบสถ์สไตล์โกธิกอายุกว่า 600 ปี ซึ่งได้ชื่อมาจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในอดีตที่ทำให้ผนังอาคารกลายเป็นสีดำ นอกจากนี้ยังมี Strada Sforii หรือ Rope Street หนึ่งในถนนที่แคบที่สุดในยุโรปที่หลายคนต้องแวะมาถ่ายรูปเช็กอิน บรรยากาศโดยรวมของเมืองให้ความรู้สึกอบอุ่น โรแมนติก และมีเสน่ห์จนอยากใช้เวลาอยู่ที่นี่นานกว่าที่คิด เรียกว่าเป็นเมืองที่ไม่ว่าจะมาฤดูไหนก็สวยและน่าเที่ยวเสมอ
ซีกีโซอาราเป็นหนึ่งในป้อมปราการยุคกลางที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีที่สุดในยุโรป และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO อีกด้วย ความพิเศษของที่นี่คือไม่ใช่เพียงเมืองเก่าที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเท่านั้น แต่ยังคงมีผู้คนอาศัยอยู่ภายในกำแพงเมืองจริงๆ จนถึงปัจจุบัน
เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่บ้านเรือนสีสันสดใส ถนนหินกรวด และหอนาฬิกาโบราณที่ตั้งเด่นเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ยิ่งเดินเล่นก็ยิ่งรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปหลายร้อยปีก่อน นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นบ้านเกิดของ Vlad the Impaler บุคคลต้นแบบของตำนานแดร็กคูล่าอีกด้วย ทำให้ซีกีโซอาราเป็นอีกพิกัดที่เต็มไปด้วยทั้งเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และตำนานที่น่าสนใจในเวลาเดียวกัน
ซีบิวเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ไหนในโรมาเนีย เพราะหลังคาบ้านหลายหลังมีช่องหน้าต่างรูปทรงคล้ายดวงตา จนได้รับฉายาว่า “เมืองแห่งดวงตา” และกลายเป็นหนึ่งในภาพจำที่นักท่องเที่ยวหลายคนต้องมาถ่ายรูปด้วยตัวเองสักครั้ง
นอกจากสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นแล้ว เมืองนี้ยังเต็มไปด้วยคาเฟ่ พิพิธภัณฑ์ และบรรยากาศทางศิลปะที่น่าหลงใหล ไฮไลต์อีกแห่งคือสะพานแห่งคำโกหก (Bridge of Lies) สะพานเก่าแก่ที่มีตำนานเล่าว่าหากใครพูดโกหกบนสะพาน สะพานจะส่งเสียงประท้วงขึ้นมา แม้จะเป็นเพียงเรื่องเล่าพื้นบ้าน แต่ก็ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้เมืองนี้ได้ไม่น้อยเลย
สำหรับสาย Road Trip นี่คือหนึ่งในเส้นทางที่ควรมาเยือนสักครั้งในชีวิต ถนนทรานส์ฟิการาซานทอดยาวผ่านเทือกเขาคาร์เพเทียน คดเคี้ยวไปตามแนวภูเขาสูง พร้อมวิวธรรมชาติสุดอลังการตลอดสองข้างทาง จนได้รับคำชมจากรายการ Top Gear ว่าเป็นหนึ่งในถนนที่ดีที่สุดในโลก
ระหว่างทางสามารถแวะชมจุดชมวิว น้ำตก และทะเลสาบน้ำแข็งบาเลีย (Bâlea Lake) ที่ตั้งอยู่บนความสูงกว่า 2,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลได้อีกด้วย แต่ถ้าอยากขับรถผ่านเส้นทางนี้แบบเต็มเส้นทาง แนะนำให้วางแผนมาในช่วงประมาณเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม เพราะเป็นช่วงที่ถนนเปิดและอากาศกำลังสวยที่สุด รับรองว่าวิวที่เห็นตรงหน้าคุ้มค่ากับการเดินทางแน่นอน
ถ้ามีสถานที่ไหนที่ทำให้หลายคนประหลาดใจที่สุดเมื่อมาเที่ยวโรมาเนีย ก็คงหนีไม่พ้นเหมืองเกลือซาลินา ตูร์ดา เพราะจากเหมืองเกลืออายุกว่า 2,000 ปี ปัจจุบันถูกพัฒนาให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวใต้ดินสุดล้ำที่ไม่เหมือนที่ไหนในโลก
เมื่อเดินลงไปด้านล่าง เพื่อนๆ จะได้พบกับพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ดูคล้ายฉากในหนังไซไฟ มีทั้งชิงช้าสวรรค์ สนามมินิกอล์ฟ โต๊ะปิงปอง และทะเลสาบใต้ดินที่สามารถพายเรือเล่นได้ บรรยากาศแปลกตาและอลังการจนหลายคนยกให้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ต้องมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง
สำหรับสายธรรมชาติ Danube Delta คืออีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด เพราะที่นี่เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติโดย UNESCO กิจกรรมยอดนิยมคือการล่องเรือผ่านลำคลองและทะเลสาบน้อยใหญ่เพื่อชมระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ ระหว่างทางอาจได้เห็นนกเพลิแคน นกกระสา และสัตว์ป่าหายากอีกหลายชนิด บรรยากาศเงียบสงบและใกล้ชิดธรรมชาติสุดใจ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากพักจากความวุ่นวายและสัมผัสอีกมุมหนึ่งของโรมาเนียที่แตกต่างจากเมืองเก่าและปราสาทชื่อดัง
แม้ชื่ออาจไม่คุ้นหูเท่าปราสาทแดร็กคูล่า แต่หลายคนที่เคยมาต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ปราสาทคอร์วินคือหนึ่งในปราสาทที่สวยที่สุดของโรมาเนีย ด้วยรูปลักษณ์แบบโกธิกที่ดูยิ่งใหญ่ หอคอยสูงตระหง่าน และสะพานขนาดใหญ่ที่ทอดยาวข้ามคูเมือง ทำให้ที่นี่ดูเหมือนฉากในภาพยนตร์แฟนตาซีมากกว่าสถานที่จริง
ภายในยังคงรักษาห้องโถงอัศวิน บันไดหิน และห้องต่างๆ จากยุคกลางเอาไว้ได้อย่างดี จึงเป็นสถานที่ที่ทั้งสวย ถ่ายรูปขึ้น และเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ใครที่ชอบปราสาทยุโรปหรือหลงใหลบรรยากาศยุคอัศวิน รับรองว่าจะต้องถูกใจที่นี่แน่นอน
กลางกรุงบูคาเรสต์มีอาคารขนาดมหึมาหลังหนึ่งที่ใหญ่จนมองเห็นได้จากหลายจุดในเมือง นั่นคือ Palace of Parliament อาคารรัฐสภาที่ได้รับการบันทึกว่าเป็นหนึ่งในอาคารสำหรับพลเรือนที่ใหญ่และหนักที่สุดในโลก
สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ขนาดอันอลังการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เบื้องหลัง เพราะอาคารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในยุคคอมมิวนิสต์ภายใต้การปกครองของ Nicolae Ceaușescu ผู้นำคนสำคัญของประเทศในช่วงนั้น ซึ่งปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมภายในได้ ซึ่งเต็มไปด้วยห้องโถงหินอ่อน บันไดขนาดใหญ่ และโคมไฟระย้าสุดหรู การได้มาที่นี่จึงไม่ใช่แค่การมาชมสถาปัตยกรรมอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการเรียนรู้หน้าสำคัญของประวัติศาสตร์โรมาเนียยุคใหม่อีกด้วย
ใครชอบสถานที่ที่ทั้งสวยและมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ บอกเลยว่ากลุ่มอารามทาสีแห่งบูโคเวนาคืออีกหนึ่งพิกัดที่ไม่ควรพลาด ที่นี่เป็นกลุ่มอารามและโบสถ์เก่าแก่ทางตอนเหนือของโรมาเนีย ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO
ความพิเศษอยู่ที่ภาพจิตรกรรมสีสันสดใสที่ถูกวาดไว้บนผนังด้านนอกของอาคาร แทนที่จะอยู่เฉพาะภายในโบสถ์เหมือนที่อื่น ภาพเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 15-16 เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวจากคัมภีร์ไบเบิลให้ผู้คนในยุคนั้นได้เรียนรู้ผ่านภาพวาด แม้เวลาจะผ่านมาหลายร้อยปีแล้ว แต่สีสันและรายละเอียดหลายส่วนยังคงสวยงามจนน่าทึ่ง โดยเฉพาะ Voroneț Monastery ที่มีชื่อเสียงจากเฉดสีน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ จนได้รับฉายาว่า “สีน้ำเงินแห่งโวโรเนต” ใครที่ชอบศิลปะ ประวัติศาสตร์ หรืออยากเห็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนที่ไหนในยุโรป ที่นี่ถือว่าคุ้มค่ากับการมาเยือนมากๆ
ปิดท้ายกันกับสถานฟังชื่อแล้วอาจดูขัดกันนิดๆ เพราะปกติเรามักนึกถึงสุสานในภาพของความเงียบสงบและความโศกเศร้า แต่ The Merry Cemetery หรือสุสานแห่งความรื่นเริง กลับเล่าเรื่องความตายในมุมที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
สุสานแห่งนี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านซาปึนซา ทางตอนเหนือของโรมาเนีย และโด่งดังจากป้ายหลุมศพไม้แกะสลักสีสันสดใสที่เรียกว่า “สีฟ้าซาปึนซา” (Săpânța Blue) ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ แต่ละหลุมศพจะมีภาพวาดและบทกลอนสั้นๆ ที่เล่าเรื่องราวชีวิตของผู้ล่วงลับ บางเรื่องชวนยิ้ม บางเรื่องชวนซึ้ง และบางเรื่องก็แอบมีอารมณ์ขันแบบคาดไม่ถึง สิ่งที่ทำให้สถานที่แห่งนี้น่าสนใจไม่ใช่แค่ความสวยแปลกตา แต่เป็นแนวคิดของชาวท้องถิ่นที่เลือกจดจำผู้จากไปผ่านเรื่องราวดีๆ และความทรงจำที่มีความหมาย ทำให้บรรยากาศของที่นี่อบอุ่นและแตกต่างจากสุสานทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เป็นอีกหนึ่งมุมของโรมาเนียที่ทั้งแปลก น่าสนใจ และน่าประทับใจมากทีเดียว
หากอยากสัมผัสบรรยากาศยุโรปคลาสสิกแบบเต็มอิ่ม Grand Hotel Continental Bucuresti คือหนึ่งในโรงแรมที่น่าพักที่สุดในกรุงบูคาเรสต์ ตัวอาคารเก่าแก่สไตล์ Belle Époque โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสุดสง่างาม ให้ความรู้สึกราวกับย้อนกลับไปสู่ยุครุ่งเรืองของยุโรปในศตวรรษที่ 19 ภายในตกแต่งอย่างหรูหราแต่ยังอบอุ่นและน่าพักผ่อน ห้องพักกว้างขวาง พร้อมวิวเมืองสวยๆ และทำเลที่เดินไปย่านเมืองเก่า ร้านอาหาร คาเฟ่ และแลนด์มาร์กสำคัญได้สะดวก เหมาะมากสำหรับคนที่อยากพักโรงแรมสวย มีคาแรกเตอร์ และได้สัมผัสเสน่ห์ของบูคาเรสต์อย่างใกล้ชิด

Sector 1

แกรนด์โฮเทลคอนติเนนทัล บูคาเรสต์

9.3/10
•





Sector 1
THB 5,388.33
THB 5,044.13
สำหรับใครที่อยากเพิ่มความพิเศษให้ทริปโรมาเนีย The Marmorosch Bucharest คือโรงแรมหรูที่ทั้งสวยและมีเรื่องราวน่าสนใจ เพราะดัดแปลงมาจากอาคารธนาคารเก่าแก่ใจกลางเมืองที่มีอายุกว่าร้อยปี ภายในผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ตั้งแต่โถงล็อบบี้สูงโปร่ง รายละเอียดงานตกแต่งสุดประณีต ไปจนถึงห้องพักที่ให้ความรู้สึกหรูหราแต่ผ่อนคลาย แถมทำเลยังอยู่ใกล้ย่าน Old Town ทำให้สามารถออกไปเดินเล่น ชิมอาหาร หรือสัมผัสบรรยากาศเมืองยามค่ำคืนได้ง่าย ใครเป็นสายนอนโรงแรมสวย ชอบความพรีเมียม ที่นี่น่าจะถูกใจไม่น้อย

Sector 3

ดิ มาร์โมรอช บูคาเรสท์, คอลเลคชัน ออโตกราฟ

9.6/10
•





Sector 3
ดูราคา
ถ้ากำลังมองหาที่พักราคาดีในเมืองซีบิว MyContinental Sibiu เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสุดๆ สำหรับนักเดินทาง ตัวโรงแรมตั้งอยู่ใกล้ย่านเมืองเก่า เดินทางสะดวก และสามารถไปยังแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองได้ง่าย ห้องพักสะอาด โปร่งสบาย และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แม้จะเป็นโรงแรมราคาย่อมเยา แต่บรรยากาศโดยรวมอบอุ่นและน่าพักผ่อน เหมาะสำหรับคนที่อยากเก็บงบไว้เที่ยวหรือชิมอาหารท้องถิ่น แต่ยังได้ที่พักคุณภาพดีในทำเลที่ดีไม่แพ้โรงแรมระดับสูง

Sibiu

MyContinental ซิบิอุ

8.4/10
•



Sibiu
THB 2,329.03
แม้ว่าโรมาเนียจะยังไม่ใช่จุดหมายยอดฮิตของนักท่องเที่ยวไทยเท่ากับฝรั่งเศส อิตาลี หรือสวิตเซอร์แลนด์ แต่การเดินทางไปที่นี่ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่หลายคนคิด โดยเฉพาะในปัจจุบันที่สามารถต่อเครื่องจากเมืองใหญ่ในยุโรปและตะวันออกกลางได้อย่างสะดวก
สำหรับคนที่วางแผนเที่ยวยุโรปหลายประเทศ โรมาเนียสามารถเดินทางเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านได้ค่อนข้างสะดวก ไม่ว่าจะเป็นฮังการี บัลแกเรีย เซอร์เบีย หรือออสเตรีย
โรมาเนียเป็นประเทศที่เที่ยวได้ง่ายกว่าที่หลายคนคิด โดยเฉพาะเส้นทางยอดนิยมอย่าง บูคาเรสต์ – ซีนายา – บราซอฟ – ซีกีโซอารา – ซีบิว ซึ่งมีระบบขนส่งเชื่อมต่อค่อนข้างดี
ปัจจุบันโรมาเนียเป็นสมาชิกเชงเก้นเต็มรูปแบบ (Fully Joined Schengen Area) เรียบร้อยแล้ว ทำให้นักท่องเที่ยวไทยที่ถือวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ประเภทดับเบิ้ล (Double-entry) หรือ มัลติพิล (Multiple-entry) รวมถึงผู้ที่ขอวีซ่าเชงเก้นโดยมีโรมาเนียเป็นจุดหมายหลัก สามารถใช้เดินทางเข้าออกได้อย่างสะดวกสบาย
ที่สำคัญคือ ตั้งแต่ต้นปี 2025 เป็นต้นมา ได้มีการยกเลิกการตรวจเอกสารบริเวณพรมแดนทางบกแล้ว ทำให้การวางแผนเดินทางเชื่อมต่อแบบ Road Trip หรือนั่งรถไฟในเส้นทางยอดนิยมอย่าง ฮังการี – โรมาเนีย – บัลแกเรีย หรือ ออสเตรีย – ฮังการี – โรมาเนีย สามารถเดินทางผ่านฉลุยได้อย่างไร้รอยต่อ ไม่ต้องเสียเวลารอคิวตรวจพาสปอร์ตที่ด่านพรมแดนทางบกอีกต่อไป
| ฤดู | ช่วงเดือน | จุดเด่น | เหมาะกับใคร |
| 🌸 ฤดูใบไม้ผลิ | มีนาคม – พฤษภาคม | ดอกไม้บาน อากาศเย็นสบาย นักท่องเที่ยวยังไม่เยอะ | สายเที่ยวเมืองเก่า ชมปราสาท ถ่ายรูป และคนที่ชอบอากาศกำลังดี |
| ☀️ ฤดูร้อน | มิถุนายน – สิงหาคม | ท้องฟ้าโปร่ง กลางวันยาว เที่ยวธรรมชาติและภูเขาได้เต็มที่ | สาย Road Trip เดินป่า เที่ยว Danube Delta และขับรถบนเส้นทาง Transfăgărășan (ตั้งแต่กรกฎาคมเป็นต้นไป) |
| 🍁 ฤดูใบไม้ร่วง | กันยายน – พฤศจิกายน | ใบไม้เปลี่ยนสีทั่วเทือกเขาคาร์เพเทียน บรรยากาศโรแมนติก | สายถ่ายภาพ ธรรมชาติ และคนที่ชอบวิวสวยเหมือนโปสการ์ด |
| ❄️ ฤดูหนาว | ธันวาคม – กุมภาพันธ์ | หิมะปกคลุมเมือง บรรยากาศคริสต์มาสสุดคลาสสิก | สายหิมะ ตลาดคริสต์มาส เล่นสกี และคนที่ชอบเมืองยุโรปช่วงปลายปี |
หากเป็นการเที่ยวโรมาเนียครั้งแรก แนะนำช่วง มิถุนายน – กรกฎาคม สำหรับคนที่อยากเที่ยวได้ครบทั้งเมืองเก่า ปราสาท และเส้นทาง Road Trip ชื่อดังอย่าง Transfăgărășan Highway ส่วนใครที่ชอบบรรยากาศโรแมนติกและใบไม้เปลี่ยนสี ช่วงกันยายน – ตุลาคม ถือเป็นช่วงที่สวยที่สุดของปี ขณะที่สายหิมะและตลาดคริสต์มาสควรปักหมุดช่วง ธันวาคม รับรองว่าจะได้เห็นโรมาเนียในอีกบรรยากาศที่น่าประทับใจไม่แพ้ฤดูไหนแน่นอน
Q: เที่ยวโรมาเนียใช้วีซ่าอะไร?
A: ปัจจุบันโรมาเนียเข้าร่วมพื้นที่เชงเก้นอย่างเต็มรูปแบบ 100% แล้ว นักท่องเที่ยวไทยสามารถใช้ วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) เดินทางเข้าออกได้เลย ทั้งทางเครื่องบินและพรมแดนทางบกข้ามมาจากประเทศเพื่อนบ้านโดยไม่ต้องจอดตรวจพาสปอร์ตซ้ำ
Q: เที่ยวโรมาเนียกี่วันดี?
A: หากเน้นเฉพาะเมืองหลักและปราสาทไฮไลท์ เวลา 7 วัน ถือว่ากำลังดี แต่ถ้าอยากเก็บเมืองในแคว้นทรานซิลเวเนียให้ครบ พร้อมขับรถโรดทริปชมธรรมชาติด้วย แนะนำให้จัดทริปประมาณ 10–12 วัน จะฟินที่สุด
Q: โรมาเนียปลอดภัยไหม?
A: โดยรวมโรมาเนียเป็นประเทศที่ปลอดภัยมาก มีสถิติอาชญากรรมต่ำกว่าหลายประเทศในยุโรปตะวันตก นักท่องเที่ยวเพียงแค่ต้องระวังมิจฉาชีพล้วงกระเป๋าตามสถานีรถไฟหรือแหล่งท่องเที่ยวที่มีคนพลุกพล่านตามปกติเท่านั้นเอง
Q: เที่ยวโรมาเนีย งบเท่าไหร่?
A: โรมาเนียมีค่าครองชีพที่ถูกกว่ายุโรปตะวันตกมาก สำหรับทริป 7–10 วัน กินเที่ยวแบบสบาย ๆ งบประมาณจะอยู่ที่ประมาณ 60,000–100,000 บาทต่อคน ซึ่งรวมค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และค่าเดินทางทั้งหมดแล้ว
Q: เที่ยวโรมาเนียด้วยตัวเองง่ายไหม?
A: ง่ายและสะดวกมาก เส้นทางท่องเที่ยวหลักมีระบบรถไฟเชื่อมต่อถึงกัน ป้ายบอกทางและเมนูอาหารส่วนใหญ่มีภาษาอังกฤษ และผู้คนท้องถิ่นโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีเยี่ยม
Q: ขับรถเที่ยวโรมาเนียดีไหม?
A: แนะนำเป็นอย่างยิ่ง เพราะสถานที่ท่องเที่ยวแนวปราสาทและธรรมชาติมักตั้งอยู่ห่างกัน การเช่ารถขับจะช่วยให้จัดเวลาได้ยืดหยุ่นมาก แถมยังได้สัมผัสเส้นทาง Transfăgărășan Highway ที่ได้ชื่อว่าขับสนุกและสวยที่สุดสายหนึ่งของโลกด้วย
Q: ไปเที่ยวปราสาทแดร็กคูลา (Bran Castle) ต้องแต่งตัวยังไง?
A: แต่งตัวสไตล์ลำลองทั่วไปได้ตามสบายเลย แต่แนะนำให้ใส่รองเท้าผ้าใบที่เดินสบายและยึดเกาะดี เพราะตัวปราสาทตั้งอยู่บนเนินเขา และด้านในมีบันไดหินแคบๆ รวมถึงทางเดินลาดชันที่ต้องออกแรงเดินค่อนข้างเยอะ
Q: ขับรถเที่ยวตามสถานที่ไฮไลท์ มีที่จอดรถไหม?
A: สถานที่เที่ยวหลักทุกแห่ง เช่น ปราสาทบราน ปราสาทเปเลส หรือทางหลวงทรานส์ฟิการาซาน มีบริการที่จอดรถรองรับ ส่วนใหญ่จะเป็นลานจอดรถแบบเก็บค่าบริการ (แนะนำให้เตรียมเงินสดสกุล Leu ติดตัวไว้จ่ายค่าจอดด้วย)
Q: อารามทาสีแห่งบูโคเวนา (Painted Monasteries) มีข้อห้ามเรื่องการถ่ายรูปไหม?
A: นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายภาพสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมฝาผนังภายนอกอาคารได้ตามปกติ แต่กฎเหล็กคือห้ามถ่ายภาพภายในตัวโบสถ์โดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้แสงแฟลชทำลายสีสันของภาพวาดโบราณอันล้ำค่า
Q: เหมืองเกลือซาลินา ตูร์ดา (Salina Turda) ด้านในหนาวไหม ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
A: อุณหภูมิใต้ดินของเหมืองเกลือจะคงที่อยู่ที่ประมาณ 10-12 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี แนะนำให้พกเสื้อกันหนาวหรือแจ็กเก็ตหนาๆ ติดตัวลงไปด้วย และควรสวมรองเท้าที่ยึดเกาะพื้นได้ดีเพราะบางจุดอาจมีความชื้นและลื่นง่าย
Q: สุสานแห่งความรื่นเริง (The Merry Cemetery) สามารถเดินเข้าไปถ่ายรูปหลุมศพได้จริงไหม?
A: สามารถเดินชมและถ่ายรูปได้เต็มที่ในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แต่เนื่องจากยังเป็นสุสานที่มีการใช้งานจริง จึงควรเข้าชมด้วยความสำรวม ไม่ส่งเสียงดัง และให้เกียรติญาติผู้ล่วงลับที่อาจเข้ามาทำพิธี
อ่านต่อ:


















