
ออสเตรีย ดินแดนสุดคลาสสิกที่มาพร้อมความโรแมนติกระดับตำนาน ใครเป็นสายยุโรปต้องเลิฟหนักมากกก~ เพราะที่นี่คือบ้านเกิดของดนตรีคลาสสิก แถมยังมีสถาปัตยกรรมยุโรปแท้ๆ ให้เดินชมกันแบบเพลินๆ จนเมมกล้องเต็ม! ถ้ายังนึกภาพไม่ออก ไม่ต้องห่วง! เราคัด 20 ที่เที่ยวสุดปังในออสเตรียมาให้แล้ว ดูแล้วถ้าใจมันใช่ ก็อย่ามัวช้า! รีบไปส่องตั๋วเครื่องบินไปออสเตรียและที่พักน่านอนในแอป Traveloka ได้เลย! ราคาดี โปรเด็ด มีบริการหลังการขายแบบมือโปร บินสบาย เที่ยวเพลิน ชิลล์ยันจบทริป!
Wed, 2 Sep 2026

Air Arabia
กรุงเทพ (BKK) ไป เวียนนา (VIE)
เริ่มจาก THB 13,121.11
Tue, 11 Aug 2026

Vueling
อัมสเตอร์ดัม (AMS) ไป เวียนนา (VIE)
เริ่มจาก THB 7,287.47
Tue, 1 Sep 2026

Scandinavian Airlines
จาการ์ตา (CGK) ไป เวียนนา (VIE)
เริ่มจาก THB 14,573.27
เรียกได้ว่าว่าเป็นแหล่งเช็กอินที่เที่ยวออสเตรียในอันดับต้น ๆ ซึ่งคนที่มาเวียนนาต้องได้เห็น ที่นี่สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงประมาณศตวรรษที่ 13 เป็นพระราชวังฤดูร้อนซึ่งได้ต้นแบบมาจากพระราชวังแวร์ซายส์ในฝรั่งเศส พระราชวัง 3 ชั้นสีเหลืองสดสวยแห่งนี้ ประกอบไปด้วยห้องที่มากถึง 1,441 ห้องกันเลยทีเดียว ที่สำคัญยังเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกอีกด้วย
อีกหนึ่งแลนด์มาร์กเก่าแก่ในกรุงเวียนนา และถือว่าเป็นจุดที่เที่ยวออสเตรียซึ่งควรค่าแก่การไปเยือน ที่นี่เป็นวิหารเก่าแก่ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ราวๆ ปี ค.ศ.1147 ในรูปแบบสถาปัตยกรรม Gothic ตัววิหารเดิมนั้นได้รับความเสียหายจากสงครามในยุคอดีต และมีการสร้างวิหารใหม่ขึ้นในพื้นที่เดิมจนเสร็จสมบูรณ์ นอกจากความสวยงามของรูปแบบอาคารแล้ว วิหารแห่งนี้ยังมีไฮไลต์เป็นลวดลายกระเบื้องหลังคา ที่ใช้กระเบื้องมากกว่า 230,000 แผ่น และมีหอคอยทรงสูงสวยงามสุดตระการตา มาเวียนนาเมื่อไหร่ ห้ามพลาดที่นี่ไปเด็ดขาดเชียว
ไม่น่าเชื่อว่าตลาดแห่งนี้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวออสเตรียที่เก่าแก่และมีมาตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 16 ตลาดแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นคลังอาหารที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดของกรุงเวียนนา เดิมทีในตอนแรกเริ่ม ที่เที่ยวออสเตรียแห่งนี้เป็นเพียงแค่ตลาดค้าขายนมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ก่อนจะมีการเพิ่มเติมของร้านค้าต่าง ๆ จนกลายเป็นตลาดซึ่งรวบรวมสารพัดอาหาร ผัก และผลไม้ ที่มีให้เลือกกันจนละลานตา แถมทุกเช้าวันเสาร์ตลาดแห่งนี้จะมีการออกร้านค้าขายของมือสองของผู้คนในท้องถิ่นอีกด้วยนะ
ออกจากกรุงเวียนนามาเยือนที่เที่ยวออสเตรียในเมืองซาลซ์บูร์กกันบ้าง เมืองนี้เป็นศูนย์กลางการค้าของออสเตรียและยังเป็นอีกหนึ่งเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย
พระราชวังสไตล์อิตาเลียนผสมฝรั่งเศสแห่งนี้ ตัวพระราชวังมีการตกแต่งที่สวยงาม โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยสวนที่ถูกนำไปใช้เป็นฉากในการร้องเพลง Do - Re - Mi อันโด่งดังของหนังซูเปอร์คลาสสิกอย่าง The Sound of Music นั่นเอง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดฮิตของที่เที่ยวออสเตรียยอดนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยว
ฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) ที่เที่ยวออสเตรียที่คุณจะต้องเสียดายมากหากพลาดไป เพราะที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองริมทะเลสาบซึ่งมีทิวทัศน์สวยที่สุดในโลกกันเลยทีเดียว เสน่ห์ของเมืองเล็ก ๆ แสนสวยแห่งนี้ อยู่ที่อาคารบ้านเรือนเก่าแก่ในรูปแบบสุดน่ารักที่ตั้งเรียงรายให้ได้เดินชมกันแบบสุดเพลิน พร้อมเดินชมรอบเมืองได้ครบโดยไม่ต้องใช้เวลานาน ทิวทัศน์รอบด้านยังเป็นเทือกเขาสูงที่รายล้อมตัวเมืองและทะเลสาบเอาไว้ อากาศดี โรแมนติก เดินเที่ยวก็สบาย ๆ เชื่อว่านี่คืออีกหนึ่งแห่งที่คุณจะประทับใจและมีรูปถ่ายไปอวดเพื่อนกันได้รัว ๆ อย่างแน่นอน
ที่เที่ยวออสเตรียซึ่งให้บรรยากาศสุดชิลล์แถมยังมาพร้อมกับวิวสวยสุดตื่นตา คือจุดชมวิวซึ่งเป็นไฮไลต์ในการมาเยือนเมือง St. Wolfgang แห่งนี้นี่เอง เมืองนี้เป็นเมืองตากอากาศเล็ก ๆ ที่แวดล้อมไปด้วยทิวเขาและทะเลสาบแสนสวย จะเดินเล่นชมเมืองก็ได้ ล่องเรือชมวิวจากทะเลสาบก็ดี แต่ที่อยากให้ลองคือการนั่งรถไฟโบราณสุดน่ารัก เพื่อขึ้นไปยังจุดชมวิวบนยอดเขาที่อยู่ด้านบน ซึ่งบอกได้ว่าระยะทางน่ะไม่ได้ไกลมากมาย เดินทางง่าย และมีทิวทัศน์ที่ทุกคนควรมาเห็นด้วยตาตัวเอง
หากคุณมองหาที่เที่ยวออสเตรียซึ่งมาในบรรยากาศสงบ เรียบง่าย และเต็มไปด้วยธรรมชาติ นี่คือที่เที่ยวที่อยากชวนให้ไปเยือนกันดูซักครั้ง เมืองนี้เป็นที่เที่ยวออสเตรียซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของลานสกีในช่วงฤดูหนาว แต่ในฤดูอื่นก็ยังเรียกได้ว่าสวยงามน่าสนใจไม่แพ้กันเลยทีเดียว ด้วยความที่เป็นเมืองเล็ก ๆ อยู่กลางเทือกเขา จึงให้บรรยากาศที่สงบ สบาย เต็มไปด้วยกลิ่นอายของธรรมชาติและอากาศดี ๆ เป็นอีกเมืองที่อยากให้สายท่องเที่ยวแบบชิลล์ ๆ ชอบความสโลว์ไลฟ์ได้ลองไปเยือนดู
ที่เที่ยวออสเตรียแห่งนี้เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่บนความสูง 1,368 เมตร และเป็นเมืองยอดฮิตของเหล่านักสกีที่จะมาเยือนกันหนาแน่นในช่วงฤดูหนาว เพราะหมู่บ้านนี้แวดล้อมไปด้วยทิวทัศน์ของเทือกเขาแอลป์ และธารน้ำแข็งมากมาย ในช่วงนอกฤดูหนาวนั้น ที่นี่ก็จะกลายเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ให้บรรยากาศสุดสบายและแสนสงบ เป็นอีกหนึ่งเมืองที่ให้บรรยากาศสุดชิลล์ เหมาะกับการมาเดินเล่นสูดอากาศดี ๆ และบอกตรงนี้ว่าโรแมนติกไม่แพ้ที่ไหน
นี่คือพระราชวังเก่าแก่กลางกรุงเวียนนา ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.1275 และนับว่าเป็นหนึ่งในที่เที่ยวออสเตรียที่ไม่ควรพลาดการมาเยือน เพราะที่นี่เป็นหนึ่งในพระราชวังซึ่งเก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งเดิมทีเคยทำหน้าที่เป็นพระราชวังฤดูหนาวของเหล่าราชวงศ์ แต่ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงมาเป็นพิพิธภัณฑ์สำคัญถึง 3 แห่งในบริเวณเดียวกัน ด้านในจัดแสดงข้าวของล้ำค่าและเรื่องราวประวัติศาสตร์ความเป็นมาของราชวงศ์ออสเตรียเอาไว้มากมาย ด้านนอกก็สวย ด้านในก็เลอค่า แล้วจะไม่มาได้ยังไง
สายช้อปปิ้งเชิญทางนี้ เพราะนี่คือที่เที่ยวออสเตรียที่คุณต้องถูกใจอย่างแน่นอน ถนนเส้นนี้เป็นถนนเก่าแก่กลางกรุงเวียนนาซึ่งเต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าและร้านรวงต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่ร้านขายสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนม ร้านขายเครื่องแก้วและคริสตัลเจียระไน ไปจนถึงร้านอาหารและร้านขนมอีกมากมาย ระหว่างเส้นทางยังเต็มไปด้วยงานศิลปกรรมสวย ๆ ให้ชมกันได้อีกเพียบ ช้อปปิ้งก็เพลิน เดินเที่ยวก็ชิลล์มากมาย พลาดไม่ได้เลยเชียว
สายพิพิธภัณฑ์น่าจะโดนใจกับที่เที่ยวออสเตรียแห่งนี้แน่นอน เพราะนอกจากจะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ชวนให้ตื่นตาตื่นใจตั้งแต่ด้านนอกที่ยิ่งใหญ่อลังการกันแล้วนั้น ด้านในยังจัดแสดงชิ้นส่วนของประวัติศาสตร์ทางด้านธรรมชาติในประเทศนี้เอาไว้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นฟอสซิลอายุเก่าแก่ ซากสัตว์สตัฟฟ์หลากหลายสายพันธุ์ เรื่องราวเกี่ยวกับชีววิทยาและธรรมชาติอีกนานารูปแบบ และทั้งหมดนั้นจัดแสดงท่ามกลางบรรยากาศที่แสนจะสวยงามหรูหราอลังการของอาคารเก่าแก่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่อยากแนะนำให้คุณลองมาใช้บริการกันดู เชื่อว่าน่าจะเพลิน
นี่คือถ้ำน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลก! โดยถ้ำนี้มีความยาวทั้งหมดถึง 42 กิโลเมตรเลยเชียวนะ และเป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินที่เที่ยวออสเตรียในบรรยากาศที่แตกต่างออกไป และอยากชวนให้คุณได้มาเห็นด้วยตา ถ้ำนี้ตั้งอยู่ในภูเขา Hochkogel ณ เมือง Werfen ด้านในเต็มไปด้วยน้ำแข็งหลากหลายรูปร่างลักษณะให้ได้ชมกัน คล้ายหินงอกหินย้อยที่เกิดขึ้นในถ้ำตามปกติทั่วไปนั่นละ เพียงแต่ว่าทั้งหมดในถ้ำนี้เป็นน้ำแข็งล้วน ๆ เท่านั้นเอง มาเที่ยวออสเตรียกันเมื่อไหร่ ไม่อยากให้พลาดที่นี่ไปเลยจริง ๆ
อีกหนึ่งแหล่งที่เที่ยวออสเตรียที่สายสโลว์ไลฟ์น่าจะถูกใจมากๆ แน่นอน เพราะนี่คือเมืองสวยท่ามกลางวงล้อมของเทือกเขาแอลป์อันยิ่งใหญ่ตระการตา และน่าจะให้อารมณ์เป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างความสวยของธรรมชาติและบรรยากาศทันสมัยแบบในตัวเมือง ใจกลางเมืองถือว่าใหญ่พอสมควร และเต็มไปด้วยอาคารร้านรวงสไตล์คลาสสิกแบบยุโรปเรียงราย ในขณะที่มองผ่านหลังคาตึกออกไปจะเป็นยอดเขาขนาดใหญ่ล้อมเอาไว้แทบจะ 360 องศา ด้านหนึ่งยังเป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านตัวเมือง ชิลล์มาก แถมยังสะดวกสบาย ไม่แปลกใจเลยที่หลายคนยกให้ที่เที่ยวออสเตรียแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งเมืองที่ต้องมา
อีกหนึ่งเมืองสวยริมทะเลสาบซึ่งเป็นที่เที่ยวออสเตรียสายธรรมชาติที่ใครหลาย ๆ คนถูกใจ เพราะเป็นเมืองขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กที่มีบ้านเรือนตั้งไล่เรียงกันไปในบริเวณเชิงเขาสูง ด้านหนึ่งมีทะเลสาบกว้างใหญ่ และยังมีจุดชมวิวในมุมสูงบนยอดเขา Schmitte ซึ่งเราสามารถขึ้นไปชมวิวแบบเต็ม ๆ ตา 360 องศาได้ด้วยการใช้บริการเคเบิลคาร์ สุดสะดวกสบาย ใจกลางเมืองก็ยังเดินเล่นชมความสวยของตัวเมืองได้แบบชิลล์ ๆ ไปอีก สวย ครบ จบในที่เดียว อย่าพลาดที่จะมาเห็นด้วยตาเชียวนะคุณ
แวะมาเที่ยวหมู่บ้านสวย ๆ กันบ้างกับอัลพ์บัช ณ รัฐทิโรล หมู่บ้านที่จัดว่าสวยที่สุดในออสเตรีย และยังขึ้นชื่อว่าเป็นหมู่บ้านแห่งดอกไม้ที่สวยที่สุดในยุโรปอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นนะ หมู่บ้านแห่งนี้ยังตั้งอยู่ในความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,000 เมตร จึงทำให้เป็นหมู่บ้านกลางหุบเขาที่มีทุ่งหญ้าเขียวชอุ่มสุดลูกหูลูกตา สีสันดอกไม้สวยสดใสสมราคาคุย อากาศก็ดี แถมยังมีกิจกรรมมากมาย จะเดินป่า หรือปั่นจักรยานชิลล์ ๆ ก็ฟินได้ เป็นที่เที่ยวออสเตรียที่ไม่ควรพลาดเลยจริง ๆ
เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของออสเตรีย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ มีพรมแดนติดกับประเทศสโลวีเนีย จึงเป็นที่เที่ยวออสเตรียระดับท็อปที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือน ที่ใครมาเป็นต้องเดินเล่นถ่ายรูปกับสถาปัตยกรรมโบราณย่านเมืองเก่า โดยเฉพาะหอนาฬิกา (The Uhrturn) แลนด์มาร์กของเมืองที่มีความสูงถึง 28 เมตร ตั้งอยู่บนเนินเขา นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวสวย ๆ อย่าง Murinsel โดมกระจกที่ตั้งอยู่กลางแม่น้ำ Mur แค่นั่งชมพักผ่อนชิลล์ ๆ ก็ฟินเวอร์
ถนนที่สวยที่สุดในออสเตรียบนความสูง 3,798 เมตร จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ที่เที่ยวออสเตรียแห่งนี้ได้รับความนิยมมาก โดยแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวมาเยือนที่นี่กว่า 1 ล้านคน โดยชื่อถนนมาจากชื่อหุบเขา Grossglockner ความฟินมันอยู่ที่การได้สัมผัสกับวิวสองข้างทางบนเส้นทางที่ยาวกว่า 50 กิโลเมตร 36 โค้ง เข้าสู่ใจกลางอุทยานแห่งชาติ Hohe Tauern แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรีย
มาต่อกันที่อุทยานแห่งชาติ Hohe Tauern National Park อุทยานแห่งนี้ใหญ่ที่สุด และยังเก่าแก่ที่สุดในออสเตรียอีกด้วย คุณจะได้สัมผัสกับธรรมชาติอันงดงามไม่ว่าจะเป็น ทะเลสาบ Whte Lake น้ำตก Krimml Falls และธารน้ำแข็ง Pasterze ที่มีธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์มีสัตว์ป่านานาพันธุ์ อาทิเช่น เลียงผา มาร์มอต และนกอินทรีทอง มาสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด แล้วเช็กอินที่เที่ยวออสเตรียแห่งนี้กัน
แลนด์มาร์คออสเตรียที่ไม่ควรพลาด ที่เที่ยวออสเตรียแห่งนี้เป็นโรงแรมหรูระดับ 4 ดาว ตั้งอยู่ใจกลางเมืองฮัลล์สตัทท์ แค่เพียงเดินออกมาจากห้องพักก็สามารถชื่นชมกับบรรยากาศงดงามริมทะเลสาบอันแสนเงียบสงบ สัมผัสกับอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า พร้อมกับวิวทิวทัศน์ที่สวยงามราวกับเทพนิยาย อยากพักผ่อนแบบคูล ๆ ปักหมุดเลย
ปิดท้ายด้วยแลนด์มาร์คออสเตรเลียที่ไม่ควรพลาดกับเทือกเขาแอลป์ (Alps) เทือกเขาขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปที่มีอาณาเขตครอบคลุมหลายประเทศทั้งออสเตรีย อิตาลี สโลวีเนีย สวิตเซอร์แลนด์ โมนาโก ลิกเตนสไตน์ เยอรมนี และฝรั่งเศส แต่เทือกเขานี้กว่า 60% อยู่ในออสเตรีย และด้วยความงามระดับเทพจึงทำให้ที่นี่เป็นสวรรค์ของนักสกีจากทั่วทุกมุมโลก เป็นไงล่ะที่เที่ยวออสเตรียแต่ละแห่งแจ่ม ๆ ทั้งนั้น พักกายพักใจสูดอากาศบริสุทธิ์พร้อมกับสัมผัสธรรมชาติที่งดงามต้องเลือกปักหมุดออสเตรียเลย
อ่านต่อ
เก็บลิสต์ที่เที่ยวกันไปแบบจุกๆ แล้ว อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่จะยอมพลาดไม่ได้เด็ดขาดก็คือ "ที่พัก" เพราะการได้นอนหลับเต็มอิ่มในโลเคชันดีๆ บรรยากาศโดนๆ จะช่วยเติมพลังให้ทริปออสเตรียฟินขึ้นอีกหลายเท่า!
สำหรับใครที่กำลังมองหาพิกัดเช็กอินเจ๋งๆ เราคัด 3 โรงแรมเด็ด 3 สไตล์ มีทั้งตัวท็อปยอดนิยม สายหรูหราลักชูรี และสายคุมงบเซฟกระเป๋า มาป้ายยากันตรงนี้ ชอบสไตล์ไหนรีบพุ่งตัวไปกดจองในแอป Traveloka ได้เลย!
ถ้าพูดถึงโรงแรมยอดฮิตตลอดกาลที่ใครมาออสเตรียก็อยากมานอนสักครั้ง ต้องยกให้ที่นี่เลย Heritage Hotel Hallstatt โรงแรมระดับ 4 ดาวสุดคูลที่ซ่อนตัวอยู่ใจกลางเมืองริมทะเลสาบสุดโรแมนติกอย่างฮัลล์สตัทท์ ความเจ๋งคือตัวโรงแรมรีโนเวทมาจากอาคารประวัติศาสตร์เก่าแก่ ทำให้ได้กลิ่นอายความคลาสสิกแบบยุโรปแท้ๆ ลองนึกภาพตื่นเช้ามาเปิดหน้าต่างห้องพัก แล้วเจอวิวทะเลสาบสีฟ้าครามตัดกับสายหมอกจางๆ มีฉากหลังเป็นขุนเขาตระการตา สวยเป๊ะราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในโลกนิทานเลยทีเดียว แถมยังเดินไปท่าเรือหรือจุดถ่ายรูปมหาชนได้ง่ายนิดเดียว โลเคชันปังขนาดนี้ต้องตามไปเช็กอินแล้วไหม!

Austria

โรงแรมแบบเฮอริเทจ ฮัลสตัต

8.9/10
•




Politischer Bezirk Gmunden
THB 8,980.98
ขยับมาเอาใจสายลักชูรีที่อยากสัมผัสความหรูหราอลังการแบบราชวงศ์ยุโรปกันบ้าง กับ Hotel Sacher Wien โรงแรม 5 ดาวระดับตำนานใจกลางกรุงเวียนนาที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับโรงละครเวียนนาสเตทโอเปร่าแบบพรีเมียมสุดๆ ด้านในตกแต่งได้วิจิตรตระการตามาก มีทั้งเฟอร์นิเจอร์แอนทีคย้อนยุค งานศิลปะเลอค่า และการบริการระดับเฟิร์สคลาสที่ดูแลเราดีจนเหมือนเป็นเจ้าหญิงเจ้าชาย ไฮไลต์เด็ดที่ห้ามพลาดเลยก็คือการไปนั่งละเลียดขนมหวานที่คาเฟ่ของโรงแรม เพื่อลิ้มลอง "Sacher-Torte" เค้กช็อกโกแลตสอดไส้แยมแอปริคอตสูตรต้นตำรับระดับโลก บอกเลยว่าเป็นการพักผ่อนที่หรูหรา คลาสสิก และคุ้มค่ากับประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตจริงๆ

Austria

โรงแรมซาเชอร์ วีน

9.7/10
•





Vienna
THB 22,052.66
THB 20,643.41
Wombat's City Hostels Vienna - The Lounge ปิดท้ายด้วยพิกัดลับขวัญใจแบ็กแพ็กเกอร์และสายเซฟงบ ที่รับรองว่าตอบโจทย์คนอยากเที่ยวสนุกแต่จ่ายในราคาสบายกระเป๋า ที่พักแห่งนี้ตั้งอยู่ทำเลทองใกล้กับตลาดแนชมาร์ก (Naschmarkt) คลังอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเวียนนา ชนิดที่ว่าเดินไปหาของกินอร่อยๆ ได้ทุกวันไม่มีเบื่อ แถมเรื่องเดินทางก็สะดวกหายห่วงเพราะอยู่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน จะนั่งไปเช็กอินที่พระราชวังเชินบรุนน์หรือมหาวิหารเซนต์สตีเฟนก็ง่ายและรวดเร็วมาก ตัวโฮสเทลตกแต่งสไตล์โมเดิร์น ดูสะอาดสะอ้าน บรรยากาศสดใส มีให้เลือกทั้งห้องเดี่ยวส่วนตัวและห้องนอนรวม แถมยังมีพื้นที่ส่วนกลางและบาร์ชิคๆ ให้ได้มานั่งดริ้งก์ คุยเล่น แลกเปลี่ยนแผนเที่ยวกับเพื่อนใหม่จากทั่วโลกด้วย เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าจนต้องกดไลก์ให้เลย!

Austria

พลาซ่า อินน์ อมีเดีย วีน

8.6/10
•




Vienna
THB 2,427.17
แพลนเที่ยวพร้อม ที่พักพร้อม! คราวนี้ก็ถึงเวลาเคลียร์เรื่องการเดินทางไปปักหมุดที่ออสเตรียกันแล้ว บอกเลยว่าไม่ได้ยากอย่างที่คิด แถมเตรียมตัวง่ายสุดๆ ตามนี้เลย
มาถึงออสเตรียแล้วจะเดินทางท่องเที่ยวอย่างไรดี? บอกเลยว่าระบบขนส่งสาธารณะของที่นี่ปังมากกก~ เชื่อมต่อกันหมดทั้งประเทศ สะอาด ตรงเวลา และเดินทางง่ายจนมือใหม่ก็เที่ยวเองได้สบายๆ
เที่ยวออสเตรีย เดือนไหนดี? ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวออสเตรียคือ เดือนพฤษภาคม - กันยายน (ช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูร้อน) และ เดือนตุลาคม - พฤศจิกายน (ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี) เนื่องจากสภาพอากาศกำลังเย็นสบาย ไม่หนาวจัดจนเกินไป ท้องฟ้าแจ่มใส เหมาะกับการเดินเที่ยวชมสถาปัตยกรรมระดับโลกและธรรมชาติเป็นที่สุด แต่ถ้าใครเป็นสายกิจกรรม อยากไปเล่นสกีหิมะหรือเดินตลาดคริสต์มาสสุดโรแมนติกเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ (ฤดูหนาว) ก็เป็นอีกหนึ่งช่วงที่ปังมากๆ
เรามาเจาะลึกความงามของออสเตรียในแต่ละฤดูกันดีกว่า ชอบบรรยากาศแบบไหนจะได้เลือกปักหมุดกันถูกเดือน
| ฤดูกาล | ช่วงเดือน | อุณหภูมิเฉลี่ย | บรรยากาศและไฮไลต์เด็ด |
| ฤดูใบไม้ผลิ | มีนาคม - พฤษภาคม | 10°C - 20°C | ดอกไม้เริ่มบาน ทุ่งหญ้าเขียวขจี คนไม่แน่น เที่ยวสบายตา |
| ฤดูร้อน | มิถุนายน - สิงหาคม | 20°C - 30°C | ท้องฟ้าแจ่มใส วันยาวนาน เหมาะเที่ยวทะเลสาบและทำกิจกรรมเอาท์ดอร์ |
| ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี | กันยายน - พฤศจิกายน | 5°C - 15°C | ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีส้มทอง บรรยากาศโรแมนติก คลาสสิกสุดๆ |
| ฤดูหนาว | ธันวาคม - กุมภาพันธ์ | -5°C - 5°C | เมืองหิมะสีขาว มีตลาดคริสต์มาส และเปิดฤดูกาลเล่นสกีบนเทือกเขาแอลป์ |
ก่อนจะเก็บกระเป๋าแล้วออกเดินทางไปสัมผัสความโรแมนติกที่ออสเตรีย เรามีทริคเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยให้ทริปของคุณราบรื่น สนุก และเซฟเงินในกระเป๋าได้มากขึ้นมาฝากกัน
Q: ไปเที่ยวออสเตรียต้องแต่งตัวยังไง?
A: แนะนำให้แต่งตัวแบบ Layering (แต่งตัวเป็นชั้นๆ) เพื่อให้ปรับเปลี่ยนตามสภาพอากาศได้ง่าย หากไปช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือใบไม้เปลี่ยนสีควรพกเสื้อโค้ตกันลมหรือสเวตเตอร์ไปด้วย ส่วนฤดูหนาวจำเป็นต้องจัดเต็มด้วยเสื้อโค้ตหนาตัวยาว ลองจอห์น ถุงมือ และรองเท้าที่เดินลุยหิมะได้แบบไม่ลื่น
Q: ขับรถเที่ยวออสเตรียยากไหม มีที่จอดรถหรือเปล่า?
A: ขับไม่ยากเลยเพราะถนนหนทางดีมากและวิวสองข้างทางสวยสะกดใจสุดๆ แต่ตามเมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ หรือเมืองเก่าอย่างกรุงเวียนนาและซาลซ์บูร์ก ที่จอดรถค่อนข้างหายากและค่าจอดราคาแรง แนะนำให้เลือกจองโรงแรมที่มีบริการที่จอดรถ (Park & Ride) ไว้ล่วงหน้าจะสะดวกและประหยัดกว่า
Q: ไปเที่ยวออสเตรียใช้วีซ่าอะไร และต้องขอร่วงหน้ากี่วัน?
A: ใช้วีซ่าเชงเกน (Schengen Visa) ของประเทศออสเตรีย แนะนำให้เตรียมเอกสารและยื่นขอวีซ่าล่วงหน้าก่อนเดินทางอย่างน้อย 15 - 45 วัน เพื่อเผื่อเวลาในการพิจารณาผลและจัดการแพลนตั๋วเครื่องบินหรือที่พักได้อย่างสบายใจไร้กังวล
Q: วันอาทิตย์ที่ออสเตรียไม่มีร้านค้าเปิดเลยจริงไหม แล้วจะไปเที่ยวไหนดี?
A: จริงเป็นส่วนใหญ่ เพราะร้านค้า ห้างสรรพสินค้า และซูเปอร์มาร์เก็ตเกือบทั้งหมดจะปิดทำการตามกฎหมาย แนะนำให้จัดแพลนวันอาทิตย์เป็นการเข้าชมพระราชวัง พิพิธภัณฑ์ อุทยานแห่งชาติ หรือนั่งชิลล์เสพงานศิลปะและดนตรีคลาสสิกตามร้านคาเฟ่แทน ซึ่งสถานที่เหล่านี้ยังเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวตามปกติ
Q: ไปเที่ยวออสเตรียใช้เงินสกุลอะไร และจำเป็นต้องให้ทิปไหม?
A: ออสเตรียใช้เงินสกุล ยูโร (€) สำหรับการให้ทิป (Tip) ตามร้านอาหาร ปกติจะนิยมให้ประมาณ 5% - 10% ของค่าอาหารเพื่อเป็นมารยาทหากประทับใจในการบริการ หรือใช้วิธีปัดเศษเงินทอนเพิ่มขึ้นให้เป็นเลขกลมๆ แทนก็ได้
Q: ไปออสเตรียต้องใช้ปลั๊กไฟแบบไหน ต้องพกหัวแปลงไปด้วยไหม?
A: ออสเตรียใช้ปลั๊กไฟ Type C และ F (หัวกลมคู่คู่) และใช้แรงดันไฟฟ้า 230 โวลต์ ดังนั้นนักท่องเที่ยวจากไทยจำเป็นต้องพกหัวแปลงปลั๊กไฟ (Universal Adapter) ติดตัวไปด้วย
Q: ระบบน้ำประปาที่ออสเตรียดื่มได้ไหม หรือต้องซื้อน้ำขวดตลอดทริป?
A: น้ำประปาที่ออสเตรียสะอาด บริสุทธิ์ และสามารถดื่มได้อย่างปลอดภัย 100% เลย น้ำประปาส่วนใหญ่ของเขาไหลตรงมาจากน้ำแร่ธรรมชาติบนเทือกเขาแอลป์ แนะนำให้พกกระบอกน้ำส่วนตัวไปเติมตามก๊อกน้ำสาธารณะที่มีป้ายระบุว่าน้ำดื่มได้ทั่วเมือง เพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะมาก
Q: คนออสเตรียพูดภาษาอะไรกัน แล้วถ้าพูดภาษาอังกฤษจะเที่ยวรอดไหม?
A: ภาษาทางการของออสเตรียคือภาษาเยอรมัน แต่สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปพูดภาษาอังกฤษรอดแน่นอน เพราะผู้คนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรม และขนส่งสาธารณะตามเมืองใหญ่ๆ สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างดีเยี่ยมและพร้อมช่วยเหลือเราเสมอ
Q: ตลาดคริสต์มาส (Christmas Market) ที่ออสเตรียเริ่มจัดช่วงเดือนไหน?
A: ตลาดคริสต์มาสในออสเตรียจะเริ่มเปิดตั้งแต่ ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงปลายเดือนธันวาคม หรือบางเมืองอาจยิงยาวถึงต้นมกราคมเลย หากใครอยากมาสัมผัสบรรยากาศแสงไฟระยิบระยับและจิบเครื่องดื่มอุ่นๆ แนะนำให้แพลนมาเที่ยวในช่วงเดือนต้นธันวาคมซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดคึกคักและฟินที่สุด


















