ถ้าถามว่า “เมืองซาลซ์บูร์ก น่าเที่ยวไหม?” บอกเลยว่าที่นี่คือหนึ่งในเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในยุโรปแบบไม่ต้องลังเล!
ซาลซ์บูร์ก (Salzburg) เมืองเล็กๆ ทางตอนเหนือของออสเตรียที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายเมืองเก่ายุโรปผสมผสานกับวิวภูเขาแอลป์แบบพอดีเป๊ะ จนหลายคนยกให้เป็นหนึ่งในเมืองโรแมนติกที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต
ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ความสวย แต่ยังเป็นเมืองแห่งเสียงดนตรี บ้านเกิดของโมสาร์ท และโลเคชันถ่ายทำหนังระดับโลกอย่าง The Sound of Music อีกด้วย ทำให้การมาเที่ยวซาลซ์บูร์กเหมือนได้สัมผัสทั้งวัฒนธรรมยุโรป ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติไปพร้อมกัน
บทความนี้จะพาไปรีวิวการเที่ยวซาลซ์บูร์กแบบครบๆ ตั้งแต่จุดไฮไลต์ วิธีเดินทาง ช่วงเวลาน่าเที่ยว ไปจนถึงกิจกรรมและที่พัก อ่านจบคือวางแผนทริปได้ทันที แถมยังสามารถจองตั๋วเครื่องบินและที่พักผ่าน Traveloka ได้ง่ายๆ ครบ จบ ในที่เดียว เที่ยวได้แบบสบายใจสุดๆ
จุดไฮไลท์ต่างๆ ของซาลซ์บูร์ก (Salzburg)
1. Fortress Hohensalzburg ป้อมปราการโฮเฮนซาลซ์บูร์กแลนด์มาร์กคู่เมือง
ถ้ามาถึงซาลซ์บูร์กแล้วไม่ขึ้นมาที่ ป้อมปราการโฮเฮนซาลซ์บูร์ก ถือว่าพลาดมาก เพราะนี่คือไฮไลต์ที่มองเห็นวิวทั้งเมืองได้แบบเต็มตา ตัวปราสาทสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1077 โดยอาร์คบิชอปแห่งซาลซ์บูร์ก เพื่อใช้เป็นป้อมป้องกันเมืองในยุคกลาง ความพิเศษคือแทบไม่เคยถูกตีแตกเลย ทำให้ยังคงสภาพเดิมได้ดีมากจนถึงทุกวันนี้ พอขึ้นไปถึงด้านบนจะได้เห็นทั้งเมืองเก่าซาลซ์บูร์ก หลังคาสีพาสเทล ไล่ไปจนถึงฉากหลังของวิวภูเขาแอลป์แบบสวยละมุนสุดๆ ใครอยากได้ฟีลยุโรปคลาสสิก พร้อมวิวอลังการ จุดนี้คือห้ามพลาด
2. Mirabell Palace and Gardens พระราชวังมิราเบลล์และสวนมิราเบลล์
แค่ก้าวเข้ามาที่พระราชวังมิราเบลล์ก็จะรู้สึกได้ถึงความโรแมนติกแบบยุโรปทันที ที่นี่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1606 โดยเจ้าชายอาร์คบิชอป Wolf Dietrich Raitenau ที่สร้างวังนี้ให้คนรัก เรื่องราวเบื้องหลังเลยยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้สถานที่เข้าไปอีก ส่วนด้านหน้าคือ สวนมิราเบลล์ ที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบสวยงาม มีทั้งรูปปั้น น้ำพุ และแปลงดอกไม้สีสด ไฮไลต์คือมุมที่มองเห็นป้อม Hohensalzburg อยู่ไกลๆ เป็นฉากหลัง บอกเลยว่าเป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปซาลซ์บูร์กที่สวยและลงตัวที่สุด แถมยังเป็นโลเคชันจาก The Sound of Music อีกด้วย เดินเล่นเพลินๆ ได้ฟีลดีมาก
3. Altstadt Salzburg เมืองเก่าซาลซ์บูร์ก (Old Town)
ถ้าอยากสัมผัสเสน่ห์ของเมืองซาลซ์บูร์กแบบเต็มๆ ต้องลองเดินเล่นในเมืองเก่าซาลซ์บูร์ก ที่นี่เป็นเขตเมืองมรดกโลกที่ยังคงบรรยากาศยุโรปยุคบาโรกเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ถนนหินเล็กๆ อาคารสีพาสเทล และร้านค้าเก่าแก่เรียงรายไปตลอดทาง ทำให้ทุกก้าวที่เดินเหมือนกำลังย้อนเวลาจริงๆ ไฮไลต์อยู่ที่ถนน Getreidegasse ที่มีป้ายร้านเหล็กดัดสไตล์ยุโรปโบราณแขวนเรียงกันอย่างมีเอกลักษณ์ เดินไปเรื่อยๆ จะรู้สึกเหมือนได้หลงอยู่ในเมืองเก่ายุโรปจริงๆ เหมาะมากกับสายชิลที่อยากเดินเล่น ถ่ายรูป และซึมซับบรรยากาศแบบสโลว์ไลฟ์
4. Salzburg Cathedral มหาวิหารซาลซ์บูร์ก
โบสถ์ใหญ่กลางเมืองที่เห็นโดดเด่นมาตั้งแต่ไกล Salzburg Cathedral หรือมหาวิหารซาลซ์บูร์ก หนึ่งในสัญลักษณ์ของเมือง สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 ในสไตล์บาโรกที่บอกเลยว่าอลังการมาก ภายในตกแต่งด้วยโดมสูง ภาพวาด และรายละเอียดที่โอ่อ่าและหรูหราสุดๆ ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ความสวย แต่ยังเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะเป็นที่ที่โมสาร์ทเคยรับศีลล้างบาปด้วย บรรยากาศข้างในเงียบสงบและขลังมาก เหมาะกับคนที่อยากพักจากความวุ่นวาย แล้วซึมซับเสน่ห์ของวัฒนธรรมยุโรปและสถาปัตยกรรมออสเตรียแบบลึกขึ้น
5. Mozart’s Birthplace บ้านของโมสาร์ท จุดกำเนิดตำนานดนตรี
อีกหนึ่งจุดที่ทำให้ซาลซ์บูร์ก ไม่เหมือนเมืองไหนก็คือเรื่องของดนตรี และสถานที่ที่สะท้อนสิ่งนี้ได้ดีที่สุดก็คือ บ้าน Mozart อาคารสีเหลืองโดดเด่นบนถนน Getreidegasse ที่นี่คือบ้านเกิดของ Wolfgang Amadeus Mozart นักดนตรีระดับโลก ภายในถูกจัดเป็นพิพิธภัณฑ์เล็กๆ ที่เล่าเรื่องชีวิตของเขา ตั้งแต่เครื่องดนตรีไปจนถึงต้นฉบับโน้ตเพลง เดินดูไปเรื่อยๆ จะรู้สึกเหมือนได้เข้าไปใกล้ตัวตนของศิลปินในตำนานมากขึ้น เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกที่ไม่ได้แค่สวย แต่ยังทำให้การเที่ยวซาลซ์บูร์ก มีความหมายและน่าจดจำมากขึ้นจริงๆ
ที่ตั้งและการเดินทางไปซาลซ์บูร์ก (Salzburg)
ซาลซ์บูร์ก เป็นเมืองตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของประเทศออสเตรีย ใกล้พรมแดนเยอรมนี และถูกโอบล้อมด้วย วิวภูเขาแอลป์ ทำให้บรรยากาศของเมืองนี้มีทั้งความเป็นเมืองเก่ายุโรป และธรรมชาติที่ลงตัวมากๆ ตัวเมืองไม่ใหญ่มาก เดินเที่ยวได้สบาย แต่ก็มีจุดเชื่อมต่อการเดินทางที่สะดวก เหมาะกับการวางแผนทริปยุโรปแบบหลายเมือง
วิธีการเดินทางไปซาลซ์บูร์ก (Salzburg)
บินจากไทย → เวียนนา (Vienna) + ต่อรถไฟ ÖBB Railjet เส้นทางยอดนิยมที่สุด คือบินไปลงเวียนนา แล้วต่อรถไฟความเร็วสูงของ ÖBB (การรถไฟออสเตรีย) ขบวน Railjet (RJ/RJX) ซึ่งเป็นรถไฟหลักที่วิ่งตรงจาก Vienna Hauptbahnhof ไป Salzburg Hauptbahnhof ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 20 นาที จุดเด่นคือรถไฟใหม่ นั่งสบาย วิ่งตรงไม่ต้องต่อ แถมวิวระหว่างทางดีมาก เหมาะกับสายชิลที่อยากเริ่มทริปแบบสบายๆ นั่งรถไฟจากมิวนิก (Munich) ด้วย DB / Meridian / BRB ถ้าเที่ยวฝั่งเยอรมนีอยู่แล้ว สามารถนั่งรถไฟของ Deutsche Bahn (DB) หรือขบวนอย่าง Meridian / BRB จาก Munich Hauptbahnhof มายัง Salzburg ได้เลย ใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมงเท่านั้น เส้นนี้ก็ฮิตมากเช่นกีนเพราะสะดวกและวิ่งถี่ เหมาะกับการจัดทริป 2 ประเทศในครั้งเดียว
บินเข้าซาลซ์บูร์ก (Salzburg Airport - SZG) สำหรับใครที่อยากถึงซาลซ์บูร์ก แบบรวดเร็ว สามารถบินต่อเครื่องจากเมืองใหญ่ในยุโรป เช่น Frankfurt, Vienna หรือ Zurich มาลงที่ Salzburg Airport ได้เลย จากสนามบินเข้าเมืองใช้เวลาแค่ประมาณ 15–20 นาทีเท่านั้น
เช่ารถขับ (Road Trip ยุโรป) อีกตัวเลือกที่สายเที่ยวชอบมาก คือการเช่ารถขับจากเวียนนาหรือมิวนิก เส้นทางขับรถจะผ่านวิวภูเขาแอลป์ และหมู่บ้านเล็กๆ สวยๆ ระหว่างทาง ขับเพลินมาก เหมาะกับคนที่อยากแวะเที่ยวหลายจุดแบบไม่ต้องรีบ
ส่องราคาตั๋วเครื่องบินไปซาลซ์บูร์กกับ Traveloka
การเดินทางภายในเมืองซาลซ์บูร์ก
เดินเที่ยว (ดีที่สุดสำหรับสายชิล) จุดแลนด์มาร์กหลักอย่างเมืองเก่าซาลซ์บูร์ก, Salzburg Cathedral หรือ Getreidegasse อยู่ใกล้กันหมด เดินถึงกันได้สบาย แถมระหว่างทางยังเต็มไปด้วยจุดถ่ายรูปซาลซ์บูร์กสวยๆ แบบไม่ต้องตามหาให้เหนื่อยเลยด้วย
รถบัสสาธารณะ (Salzburg Verkehr) ระบบรถบัสในเมืองครอบคลุมดีมาก วิ่งตรงเวลา และเชื่อมทุกโซนสำคัญ เหมาะกับคนที่อยากประหยัดแรงหรือไปจุดที่ไกลออกมา
เช่าจักรยานปั่นเลียบแม่น้ำ Salzach อีกหนึ่งกิจกรรมที่ฟีลดีสุดๆ คือปั่นจักรยานเลียบแม่น้ำ Salzach ได้ทั้งวิวเมืองเก่าและธรรมชาติ เป็นมุมที่นักท่องเที่ยวหลายคนหลงรัก
เช่ารถ (เที่ยวรอบนอก) ถ้าอยากออกไปนอกเมือง เช่น Hallstatt หรือทะเลสาบต่างๆ การเช่ารถจะสะดวกที่สุด เพราะสามารถแวะเที่ยวระหว่างทางได้เต็มที่ จุดเด่นของซาลซ์บูร์ก (Salzburg)
เมืองมรดกโลกที่ยังคงความคลาสสิกแบบยุโรปแท้ๆ ซาลซ์บูร์กเป็นหนึ่งในเมืองมรดกโลกที่ยังรักษาเสน่ห์ของเมืองเก่ายุโรปเอาไว้ได้ครบ ทั้งถนนหิน อาคารบาโรก และโครงสร้างเมืองที่แทบไม่เปลี่ยนไปจากอดีต ทำให้ทุกมุมมีความ “ยุโรปแท้” แบบไม่ต้องปรุงแต่ง
เมืองแห่งดนตรี บ้านเกิดของโมสาร์ท สิ่งที่ทำให้เมืองซาลซ์บูร์กแตกต่างจากเมืองอื่น คือเรื่องของดนตรี โดยเฉพาะการเป็นบ้านเกิดของ Mozart ที่ยังคงมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมเมืองจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ตคลาสสิก หรือพิพิธภัณฑ์ต่างๆ
วิวภูเขาแอลป์ที่โอบล้อมเมืองแบบลงตัว ไม่ใช่แค่เมืองสวย แต่ยังมีฉากหลังเป็นวิวภูเขาแอลป์ที่ทำให้ภาพรวมของเมืองดูนุ่มละมุนและโรแมนติกมากขึ้น ไม่ว่าจะมองจากมุมสูงหรือเดินอยู่ในเมือง ก็จะเห็นภูเขาอยู่รอบตัวตลอด
เมืองที่มีมุมสวยเต็มไปหมดแบบไม่ต้องหาโลเคชัน ใครที่กำลังมองหาจุดถ่ายรูปซาลซ์บูร์กบอกเลยว่าแทบไม่ต้องวางแผน เพราะแค่เดินไปตามถนนหรือริมแม่น้ำ Salzach ก็จะเจอมุมสวยๆ เต็มไปหมด เป็นหนึ่งในเมืองที่ถ่ายรูปง่ายสุดๆ ในยุโรป
บรรยากาศโรแมนติก เดินเที่ยวเพลินทั้งวัน ด้วยขนาดเมืองที่ไม่ใหญ่ ทำให้สามารถเดินเที่ยวเมืองได้แบบชิลๆ ทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่เล็กๆ ร้านขนม หรือมุมเงียบๆ ริมแม่น้ำ ทุกอย่างให้ฟีลอบอุ่นและผ่อนคลาย เหมาะมากกับสายสโลว์ไลฟ์
โลเคชันหนังดังระดับโลก ที่นี่คือฉากสำคัญของ The Sound of Music ทำให้หลายคนอยากมาตามรอยสถานที่จริง และสัมผัสบรรยากาศแบบในหนัง ซึ่งยังคงความสวยเหมือนเดิมแทบทุกมุม
สถาปัตยกรรมออสเตรียที่มีเอกลักษณ์ ทั้งโบสถ์ พระราชวัง และอาคารต่างๆ ในซาลซ์บูร์กมีดีเทลที่ผสมผสานศิลปะบาโรกเข้ากับกลิ่นอายยุคกลางได้อย่างลงตัว ใครที่ชอบสถาปัตยกรรมคลาสสิกจะต้องหลงรักเมืองนี้แน่นอน
เมืองเล็ก เที่ยวง่าย แต่ครบทุกฟีล แม้จะเป็นเมืองขนาดไม่ใหญ่ แต่ซาลซ์บูร์ก มีอะไรน่าสนใจเยอะมากทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และกิจกรรม เหมาะมากกับคนที่อยากเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ แต่ยังได้ประสบการณ์ครบในทริปเดียว
จองที่พักในซาลซ์บูร์กกับ Traveloka บริการฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียมแฝง
เที่ยวซาลซ์บูร์ก (Salzburg) เดือนไหนดี?
ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม) ช่วงนี้อากาศกำลังสบาย เย็นๆ ไม่หนาวเกินไป ดอกไม้เริ่มบานทั่วเมือง โดยเฉพาะโซนสวน Mirabell ที่จะสวยเป็นพิเศษ เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายรูป และซึมซับบรรยากาศแบบชิลๆ นักท่องเที่ยวยังไม่เยอะมาก ถือว่าเป็นช่วงที่เที่ยวสบายที่สุดช่วงหนึ่ง
ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม) เป็นช่วงไฮซีซันของการเที่ยวซาลซ์บูร์ก อากาศดีที่สุด ฟ้าใส แดดสวย เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น เดินเล่นเมืองเก่า ปั่นจักรยาน หรือขึ้นไปชมวิวบนป้อมปราการ Hohensalzburg อีกทั้งยังมีเทศกาลดนตรีระดับโลกอย่าง Salzburg Festival ด้วย แต่ข้อเสียคือคนค่อนข้างเยอะ และราคาที่พักจะสูงขึ้น
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน) ถ้าอยากได้บรรยากาศโรแมนติกแบบอบอุ่น ช่วงนี้ตอบโจทย์มาก ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีเป็นโทนเหลือง ส้ม แดง ตัดกับฉากหลังของวิวภูเขาแอลป์ สวยมาก นักท่องเที่ยวน้อยลงกว่าหน้าร้อน เที่ยวได้สบายขึ้น เหมาะกับสายถ่ายรูปและคนที่อยากได้ฟีลเมืองโรแมนติกแบบไม่วุ่นวาย
ฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์) อีกหนึ่งช่วงที่มีเสน่ห์มาก โดยเฉพาะเดือนธันวาคมที่เมืองจะถูกตกแต่งด้วยไฟและตลาดคริสต์มาสสุดคลาสสิก ให้ฟีลเหมือนหลุดเข้าไปในนิทาน ยิ่งถ้ามีหิมะตก บรรยากาศของเมืองเก่าซาลซ์บูร์กจะยิ่งสวยขึ้นไปอีก แต่ต้องเตรียมตัวรับอากาศหนาวและวันที่สั้นลงเล็กน้อย
กิจกรรมแนะนำในซาลซ์บูร์ก (Salzburg)
ตามรอย The Sound of Music หนึ่งในกิจกรรมซิกเนเจอร์ของที่นี่เลยคือการตามรอยโลเคชันจากหนังระดับโลก The Sound of Music ไม่ว่าจะเป็นสวน Mirabell, ทะเลสาบ หรือวิวภูเขารอบเมือง หลายจุดยังคงบรรยากาศเหมือนในหนังแบบเป๊ะๆ จะเลือกเดินเองหรือจองทัวร์ก็ได้ ฟีลเหมือนได้เข้าไปอยู่ในฉากจริงเลย
ขึ้นป้อมปราการ Hohensalzburg ชมวิวเมือง กิจกรรมที่ห้ามพลาดสำหรับใครที่มาซาลซ์บูร์กคือการขึ้นไปด้านบนของป้อมปราการ จะเลือกเดินขึ้นหรือขึ้นรถรางก็ได้ พอถึงแล้วจะได้เห็นวิวเมืองแบบพาโนรามา เห็นทั้งหลังคาเมืองเก่าและวิวภูเขาแอลป์แบบสวยจัดเต็ม
เดินเล่นเมืองเก่าซาลซ์บูร์ก (Altstadt) แค่ได้เดินเที่ยวเมืองเก่าซาลซ์บูร์กก็ถือเป็นกิจกรรมที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งแล้ว เดินไปเรื่อยๆ ตามถนนหิน ผ่านโบสถ์ คาเฟ่ และร้านเล็กๆ ระหว่างทางจะเจอจุดถ่ายรูปซาลซ์บูร์กสวยๆ แบบไม่ต้องหา เหมาะมากกับการปล่อยตัวชิลๆ แล้วซึมซับบรรยากาศ
ปั่นจักรยานเลียบแม่น้ำ Salzach อีกหนึ่งกิจกรรมที่ฟีลดีมากคือการปั่นจักรยานเลียบแม่น้ำ Salzach ได้ทั้งวิวเมืองเก่าและธรรมชาติไปพร้อมกัน เส้นทางค่อนข้างเรียบ ปั่นง่าย เหมาะกับทุกวัย แถมยังได้เห็นอีกมุมของเมืองที่สงบและโรแมนติกขึ้น
ล่าโลเคชันถ่ายรูปทั่วเมือง สำหรับสายคอนเทนต์ บอกเลยว่าจุดเช็คอินซาลซ์บูร์กมีเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นมุมสะพานข้ามแม่น้ำ วิวจากป้อมปราการ หรือถนน Getreidegasse ทุกที่คือถ่ายออกมาแล้วได้ฟีลเมืองเก่ายุโรปแบบสวยคลาสสิก
ฟังคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิก ด้วยความที่เป็นบ้านเกิดของ Mozart การมาฟังคอนเสิร์ตคลาสสิกในโบสถ์หรือฮอลล์เก่าๆ คือประสบการณ์ที่พิเศษมาก บรรยากาศจะขลังและอินสุดๆ เหมือนได้สัมผัสตัวตนของเมืองนี้จริงๆ
นั่งคาเฟ่และลองขนมท้องถิ่น อีกหนึ่งความสุขเล็กๆ ของการมาเที่ยวเมืองซาลซ์บูร์ก คือการแวะนั่งคาเฟ่ ลองขนมขึ้นชื่ออย่าง Sachertorte หรือกาแฟร้อนๆ ท่ามกลางบรรยากาศคลาสสิก เป็นโมเมนต์ที่เรียบง่ายแต่ดีมาก
เที่ยวต่อเมืองใกล้เคียง (Hallstatt / ทะเลสาบต่างๆ) ถ้ามีเวลา แนะนำให้เพิ่ม Day Trip ออกจากตัวเมือง เช่น Hallstatt หรือทะเลสาบรอบๆ ซึ่งอยู่ไม่ไกลมาก จะได้สัมผัสธรรมชาติแบบเต็มๆ และเห็นอีกมุมของซาลซ์บูร์ก ออสเตรียที่ไม่ได้มีแค่เมือง
แนะนำที่พักใกล้ซาลซ์บูร์ก (Salzburg)
H+ Hotel Salzburg
+2
![H+ Hotel Salzburg]()
H+ Hotel Salzburg ที่พักยอดฮิตของนักท่องเที่ยวที่มาซาลซ์บูร์ก ออสเตรีย เพราะโลเคชันดีมาก อยู่ติดสถานี Salzburg Hauptbahnhof แบบเดินไม่กี่ก้าวก็ถึง เหมาะกับคนที่เดินทางด้วยรถไฟหรือมีแพลนไปเที่ยวเมืองอื่นต่อ ห้องพักสไตล์โมเดิร์น สะอาด ใช้งานง่าย มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ จากโรงแรมสามารถนั่งรถบัสเข้าเมืองเก่าซาลซ์บูร์กได้สะดวก ถือเป็นตัวเลือกที่ลงตัวมากสำหรับคนที่อยากเที่ยวแบบคล่องตัว
Rosewood Schloss Fuschl
+2
![Rosewood Schloss Fuschl]()
Rosewood Schloss Fuschl ถ้าอยากยกระดับทริปให้พรีเมียมขึ้นอีกขั้น ต้องที่นี่เลย โรงแรมระดับลักชัวรีที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ Fuschl ใกล้ซาลซ์บูร์ก ให้ฟีลเหมือนพักในปราสาทยุโรปแท้ๆ รายล้อมด้วยธรรมชาติและวิวภูแบบสงบและเป็นส่วนตัว ห้องพักตกแต่งหรูหรา พร้อมวิวทะเลสาบสุดอลังการ เหมาะมากกับคู่รักหรือคนที่อยากพักผ่อนแบบเงียบๆ และดื่มด่ำกับบรรยากาศเมืองโรแมนติกแบบเต็มที่
Pension Elisabeth - Rooms & Apartments
+2
![Pension Elisabeth - Rooms & Apartments]()
สำหรับสายประหยัดที่อยากได้ที่พักคุ้มค่าและบรรยากาศอบอุ่นแบบโฮมมี่ Pension Elisabeth เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ห้องพักเรียบง่าย สะอาด และมีหลายแบบให้เลือก ทั้งห้องส่วนตัวและอพาร์ตเมนต์ อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ เดินทางเข้าเมืองได้สะดวก เหมาะกับคนที่เน้นออกไปเก็บ ที่เที่ยวซาลซ์บูร์ก ทั้งวัน แล้วกลับมาพักผ่อนแบบสบายๆ ในงบที่ไม่แรงเกินไป
เพนชั่นเอลิซาเบท - ห้องและอพาร์ทเมนท์
เคล็ดลับการเที่ยวซาลซ์บูร์ก (Salzburg)
การมาเที่ยวซาลซ์บูร์กให้ฟินจริงๆ ไม่ได้มีแค่เลือกที่เที่ยวซาลซ์บูร์ก ที่ต้องไปเท่านั้น แต่การวางแผนเล็กๆ น้อยๆ จะช่วยให้ทริปไหลลื่นขึ้นเยอะ ใครกำลังแพลนอยู่ ลองเช็กทริคเหล่านี้ไว้ก่อน รับรองเที่ยวสบายขึ้นแน่นอน
วางแผนเที่ยวโซนเมืองเก่าให้ดี แลนด์มาร์กส่วนใหญ่จะอยู่ในโซนเมืองเก่าซาลซ์บูร์ก เดินถึงกันได้หมด แนะนำให้เริ่มจากฝั่งหนึ่งแล้วไล่เก็บทีละจุด จะได้ไม่เดินย้อนให้เหนื่อย และมีเวลาแวะถ่ายรูปหรือเข้าคาเฟ่แบบชิลๆ
เผื่อเวลาเดินเล่น เพราะเมืองนี้เหมาะกับการ “เดินช้าๆ” เสน่ห์ของเมืองซาลซ์บูร์ก คือการได้เดินเรื่อยๆ แบบไม่ต้องรีบ ระหว่างทางจะเจอทั้งตรอกเล็กๆ ร้านเก่า และจุดถ่ายรูปซาลซ์บูร์กที่โผล่มาแบบไม่ตั้งใจ ยิ่งรีบ ยิ่งพลาดความสวยแบบนี้
มาเช้าหรือช่วงเย็น แสงสวย คนไม่เยอะ จุดฮิตอย่างถนน Getreidegasse หรือมุมริมแม่น้ำ Salzach ถ้ามาช่วงกลางวันคนจะค่อนข้างเยอะ แนะนำให้มาเช้าตรู่หรือช่วงเย็น แสงจะนุ่มกว่าและได้รูปสวยกว่าเยอะ
จองตั๋วล่วงหน้าในช่วงพีค โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนหรือคริสต์มาส สถานที่ดังๆ อย่างป้อมปราการหรือคอนเสิร์ตมักเต็มเร็ว การจองล่วงหน้าจะช่วยประหยัดเวลาและไม่พลาดไฮไลต์สำคัญ
เช็กอากาศและแต่งตัวเป็นเลเยอร์ อากาศของที่นี่เปลี่ยนได้ค่อนข้างไว โดยเฉพาะช่วงรอยต่อฤดู แนะนำให้ใส่เสื้อเป็นเลเยอร์ จะได้ปรับตามอุณหภูมิได้ง่าย เที่ยวได้ทั้งวันแบบไม่อึดอัด
ลองเปลี่ยนบรรยากาศด้วยจักรยาน นอกจากเดินแล้ว ลองเช่าจักรยานปั่นเลียบแม่น้ำ จะได้เห็นอีกมุมของเมืองที่เงียบและโรแมนติกขึ้น เป็นกิจกรรมเล็กๆ ที่ช่วยให้ทริปพิเศษขึ้นมาก
อย่าพลาดลองขนมท้องถิ่น มาซาลซ์บูร์ก ออสเตรียทั้งที ต้องลอง Sachertorte หรือขนมสไตล์ออสเตรียแท้ๆ ตามคาเฟ่ในเมืองเก่า เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ช่วยเติมเต็มทริปให้ครบขึ้น
ถ้ามีเวลา แนะนำเพิ่ม Day Trip รอบเมือง รอบๆ ซาลซ์บูร์กมีที่เที่ยวสวยๆ เยอะมาก เช่น Hallstatt หรือทะเลสาบต่างๆ ถ้ามีเวลาเพิ่มอีกวัน จะทำให้ทริปหลากหลายขึ้นและได้เห็นธรรมชาติแบบเต็มๆ
สรุปง่ายๆ เลยคือ การเที่ยวซาลซ์บูร์ก ให้สนุกที่สุด ไม่จำเป็นต้องรีบเก็บทุกจุด แต่ลอง “ปล่อยเวลาให้ช้าลง” เดินเล่น ถ่ายรูป แวะคาเฟ่ แล้วค่อยๆ ซึมซับบรรยากาศคลาสสิกของเมือง รับรองว่าทริปนี้จะกลายเป็นหนึ่งในความทรงจำที่ดีที่สุดแน่นอน
อย่าลืมเก็บโค้ดส่วนลดพิเศษจาก Traveloka ที่นี่