
โคเปนเฮเกน (Copenhagen) เป็นเมืองหลวงของเดนมาร์ก เมืองนี้ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกและยังได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็น "เมืองหลวงแห่งสถาปัตยกรรมโลก" ในปี 2023 อีกด้วย ซึ่งก็ไม่แปลกเลยเพราะแค่เดินอยู่ในเมืองก็รู้สึกได้ว่าทุกมุมถ่ายรูปออกมาสวย ไม่ว่าจะเป็นตึกเก่าแก่สีสันจัดจ้านริมคลอง สวนสาธารณะกลางเมือง หรือย่านช้อปปิ้งที่คึกคัก
การเที่ยวโคเปนเฮเกนไม่ได้มีแค่สถานที่สวย ๆ ให้ถ่ายรูปเท่านั้น แต่ยังมีกิจกรรมให้ทำเพียบ ตั้งแต่ล่องเรือชมคลอง ปั่นจักรยานเที่ยวเมืองแบบชาวเดนมาร์ก ไปจนถึงการกินอาหารร้านระดับมิชลินสตาร์ที่หนาแน่นเป็นอันดับต้นๆ ของยุโรป รวมกับระบบขนส่งสาธารณะที่ดีมาก ๆ สนามบินที่อยู่ใกล้เมืองและเมืองก็ขนาดกะทัดรัดพอที่จะเดินหรือปั่นจักรยานได้สบาย ๆ อ่านจบแล้วจองตั๋วและจองที่พักในโคเปนเฮเกนกับ Traveloka เลย!
ถ้าคุณลองหาคำว่า “โคเปนเฮเกน” ในกูเกิล รูปแรกที่ขึ้นมาแทบจะการันตีได้เลยว่าต้องเป็นท่าเรือนูฮาวน์ ท่าเรือเก่าแก่สร้างในศตวรรษที่ 17 ที่ตอนนี้กลายเป็นจุดไฮไลท์ที่ใครมาเที่ยวโคเปนเฮเกนก็ต้องแวะ เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่ตึกแถวสีสันสดใสที่เรียงรายตลอดแนวฝั่งน้ำ สีแดง สีเหลือง สีฟ้า สลับกันไปมาอย่างน่ารัก ด้านล่างเต็มไปด้วยร้านอาหารและคาเฟ่ที่เอาโต๊ะออกมาตั้งริมน้ำ สามารถนั่งจิบกาแฟหรือดื่มเบียร์ท้องถิ่นแบบชิลๆ ได้เลย
นอกจากการเดินเล่นถ่ายรูปแล้ว นูฮาวน์ยังเป็นจุดขึ้นเรือล่องคลองชมเมืองด้วย เส้นทางแล่นผ่านแลนด์มาร์กหลายจุดให้เห็นวิวเมืองในมุมที่แปลกใหม่ กลางคืนบรรยากาศจะยิ่งดีขึ้นอีกเพราะไฟส่องสว่างสะท้อนน้ำดูโรแมนติกมาก ถ้ามาช่วงฤดูร้อน ผู้คนจะออกมานั่งกันแน่นขนัดริมท่า เพราะคนที่นี่รักแสงอาทิตย์เอามาก ๆ บรรยากาศคึกคักแบบที่หาได้ยากในเมืองอื่น ที่เที่ยวโคเปนเฮเกนแห่งนี้เหมาะกับทุกช่วงเวลาของวันแต่ถ้าอยากได้รูปสวยโดยไม่มีคนเยอะแนะนำให้มาตอนเช้าจ้า
หนึ่งในที่เที่ยวโคเปนเฮเกนที่น่าสนใจที่สุดสำหรับสายประวัติศาสตร์ก็ต้องเป็นพระราชวังคริสเตียนสบอร์กที่ตั้งอยู่กลางเมืองบนเกาะเล็กๆ ชื่อ Slotsholmen มีประวัติยาวนานกว่า 800 ปี และถือเป็นพระราชวังที่พิเศษมากเพราะเป็นที่เดียวในโลกที่รวมสามสถาบันหลักของประเทศไว้ในอาคารเดียวกัน ได้แก่ รัฐสภา ศาลฎีกา และสำนักนายกรัฐมนตรี ขณะเดียวกันก็ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้อีกด้วย
ภายในมีหลายส่วนให้เดินชม ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดคือห้อง The Knights' Hall ที่ใช้จัดพระราชพิธีสำคัญต่างๆ รวมถึงมีบัลลังก์พิธีราชาภิเษกตั้งอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังมีโบสถ์ประจำพระราชวัง ห้องเครื่องและห้องรับรองที่ตกแต่งอย่างอลังการ ถ้ามีเวลาพอแนะนำให้ขึ้นไปบนหอคอยชมวิวด้วย เพราะมองเห็นทิวทัศน์เมือง โคเปนเฮเกน เดนมาร์ก ได้แบบ 360 องศาเลย ค่าเข้าชมแต่ละส่วนแยกจ่ายหรือจะซื้อบัตรรวมก็ได้
อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ต้องแวะเมื่อมาเที่ยวโคเปนเฮเกนคือพระราชวังโรเซนเบิร์ก ปราสาทสไตล์ดัตช์เรเนซองส์อายุกว่า 400 ปี ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าคริสเตียนที่ 4 เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ตัวอาคารดูโดดเด่นมากเพราะสร้างด้วยอิฐสีแดงและมีหอคอยแหลมขึ้นไปหลายจุด ถ่ายรูปออกมาดูเหมือนปราสาทในเทพนิยายเลยหล่ะ
ภายในพระราชวังจัดแสดงห้องต่างๆ ที่ยังมีเฟอร์นิเจอร์และของใช้ในยุคนั้นไว้เกือบครบ แต่ที่เป็นไฮไลท์สุดของที่นี่คือชั้นใต้ดินที่เก็บเครื่องราชกกุธภัณฑ์และมหามงกุฎของราชวงศ์เดนมาร์กไว้ ใครชอบประวัติศาสตร์ราชวงศ์จะชอบมากเป็นพิเศษ ด้านหน้าปราสาทเป็นสวน The King's Garden ที่เปิดให้เข้าฟรี ช่วงฤดูใบไม้ผลิประมาณเดือนมีนาคมถึงเมษายน ดอกโครคัสกว่า 200,000 ต้นจะบานพร้อมกันเต็มสวน กลายเป็นพรมดอกไม้สีม่วงและขาวที่สวยมาก ๆ นับเป็นหนึ่งในที่เที่ยวโคเปนเฮเกนที่คุ้มค่าเดินทางมากที่สุด
ถ้าพูดถึงสัญลักษณ์ของโคเปนเฮเกน เดนมาร์กที่คนทั่วโลกรู้จักมากที่สุด ก็ต้องเป็นรูปปั้นนางเงือกน้อยริมท่าเรือ ถูกสร้างขึ้นในปี 1913 โดยได้แรงบันดาลใจมาจากนิทานของ Hans Christian Andersen นักเขียนชาวเดนมาร์กชื่อดังที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อ "เงือกน้อยผจญภัย" รูปปั้นตั้งอยู่บนโขดหินริมอ่าว Langelinie
รูปปั้นของจริงมีขนาดเล็กกว่าที่หลายคนคิดไว้ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความสำคัญของมันลดลงเพราะนี่คือสัญลักษณ์ที่ผูกพันกับเมืองนี้มานานกว่าร้อยปี การมาถ่ายรูปกับนางเงือกน้อยถือเป็นเรื่อง must-do เมื่อมา เที่ยวโคเปนเฮเกน แนะนำให้มาช่วงเช้าตรู่จะได้รูปสวยโดยไม่ต้องรอคิวนาน บริเวณรอบๆ ยังมีสวนและทางเดินริมน้ำให้เดินเล่นชิลๆ ได้อีกด้วย
ใครบอกว่าสวนสนุกเป็นแค่ที่เที่ยวสำหรับเด็ก ลองมาที่ทิโวลีก่อนแล้วจะเปลี่ยนใจ สวนสนุกแห่งนี้เปิดมาตั้งแต่ปี 1843 ถือเป็นหนึ่งในสวนสนุกที่เก่าแก่ที่สุดในโลกและยังเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของโคเปนเฮเกนที่คนท้องถิ่นเองก็ยังชอบมาเดินเล่น ตั้งอยู่ใจกลางเมืองติดกับสถานีรถไฟกลาง เดินทางสะดวกมาก ๆ
ภายในพื้นที่กว่า 30 ไร่มีเครื่องเล่นมากกว่า 30 ชนิด ตั้งแต่รถไฟเหาะ The Demon ที่หมุนตีลังกา 360 องศา ไปจนถึง The Golden Tower ที่ดิ่งลงมาจากความสูงกว่า 60 เมตร แต่ทิโวลีไม่ได้มีดีแค่เครื่องเล่น เพราะภายในยังมีสวนดอกไม้สวยงาม เวทีคอนเสิร์ตที่จัดการแสดงตลอดฤดูกาลและร้านอาหารหลายร้านที่ได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ด้วย
โคเปนเฮเกนตั้งอยู่ทางตะวันออกของประเทศเดนมาร์ก บนเกาะ Zealand ติดกับช่องแคบที่คั่นระหว่างเดนมาร์กและสวีเดน เมืองมีสนามบินนานาชาติ Copenhagen Airport (CPH) หรือที่รู้จักกันในชื่อสนามบิน Kastrup ซึ่งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองแค่ประมาณ 8 กิโลเมตร นั่งรถไฟเข้าเมืองได้ภายใน 15-20 นาที ถือว่าสะดวกมากเมื่อเทียบกับสนามบินในเมืองใหญ่อื่นๆ ของยุโรป
เหมาะกับ: คู่รัก / คนที่ชอบดีไซน์โรงแรมมีสไตล์ / คนที่อยากพักกลางเมือง
Venders Copenhagen เป็นโรงแรมบูติกสไตล์นอร์ดิกที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดินไปถึงย่านสตรอกเกตและท่าเรือนูฮาวน์ได้สบาย ๆ ห้องพักตกแต่งด้วยดีไซน์สไตล์สแกนดิเนเวียที่เรียบแต่ดูมีรสนิยม เน้นความอบอุ่นและใช้งานได้จริง บรรยากาศโดยรวมให้ความรู้สึกเหมือนพักอยู่ในอพาร์ตเมนต์ของคนโคเปนเฮเกนมากกว่าโรงแรมทั่วไป
เหมาะกับ: นักท่องเที่ยวทั่วไป / ครอบครัว / คนที่อยากได้ทำเลดี
Scandic Aalborg City เป็นเชนโรงแรมชื่อดังจากสแกนดิเนเวียที่การันตีเรื่องมาตรฐานและความสะอาดได้เลย สาขา Aalborg City ให้บริการห้องพักที่กว้างขวางในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าโรงแรมบูติกในย่านเดียวกัน สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งอาหารเช้าบุฟเฟต์แบบสแกนดิเนเวีย ฟิตเนส และ Wi-Fi ความเร็วสูง เดินทางไปยังจุดท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ ของที่เที่ยวโคเปนเฮเกนได้สะดวกด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่อยู่ใกล้ๆ
เหมาะกับ: สายติดแกลม / คู่รัก / คนอยากพักริมน้ำ
สำหรับใครที่อยากพักแบบหรูหราเมื่อมาเที่ยวโคเปนเฮเกน Copenhagen Marriott Hotel เป็นตัวเลือกที่ดีมาก ๆ ที่นี่ตั้งอยู่ริมท่าเรือ Copenhagen Harbour วิวจากห้องพักหลายห้องมองเห็นน้ำและเมืองได้สวยมาก ห้องพักกว้างขวางตกแต่งอย่างหรูหรา มีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และร้านอาหารในโรงแรมที่ได้มาตรฐานระดับสากล ทำเลอยู่ไม่ไกลจากนูฮาวน์และแลนด์มาร์กสำคัญหลายจุด เดินทางสะดวกทั้งเดินเท้าและใช้ขนส่งสาธารณะ
ที่เที่ยวใกล้เคียง







