
ถ้าพูดถึงเกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่ครบทั้งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และวิวทะเลสวยแบบตะโกน มอลตา (Malta) คือหนึ่งในจุดหมายที่กำลังมาแรงสุดๆ ในยุโรปตอนนี้เลย! ประเทศเล็กๆ แห่งนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ของเมืองเก่ายุโรปผสมกับทะเลมอลตาที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำทะเลสีฟ้าใสแบบไม่ต้องใส่ฟิลเตอร์
ใครกำลังสงสัยว่ามอลตา มีที่เที่ยวอะไรบ้าง หรือกำลังแพลนอยู่ว่าเที่ยวมอลตา ไปไหนดี บทความนี้เรารวมมาให้ครบแล้ว กับ 12 พิกัดที่เที่ยวมอลตา ที่ต้องไป พร้อมที่พัก วิธีเดินทาง และเคล็ดลับเที่ยวแบบจัดเต็ม อ่านจบพร้อมแพลนทริปได้เลย!
และที่สำคัญ ทริปเที่ยวมอลตา ครั้งนี้ไม่ต้องวางแผนให้ยุ่งยาก เพราะสามารถจองทุกอย่างได้ง่ายๆ ผ่าน Traveloka ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเครื่องบินไปมอลตาหรือที่พักวิวมอลตาทะเลสวยๆ ก็เลือกจองได้ครบในแอปเดียว เที่ยวสบาย จัดทริปเองได้แบบมือโปร!
ถ้ามาถึงมอลตา แล้วไม่ได้แวะ Valletta เมืองหลวงมอลตาถือว่ายังมาไม่ถึง! เพราะที่นี่คือหัวใจของประเทศมอลตาที่รวมทุกความเป็นยุโรปไว้แบบครบๆ ทั้งเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยอาคารหินสีทอง คาเฟ่เล็กๆ น่ารักๆ และวิวทะเลที่โผล่มาให้เห็นเป็นระยะ เสน่ห์ของที่นี่คือการเดินเที่ยวเมืองเก่าแบบไม่ต้องรีบ เดินไปเรื่อยๆ ก็จะเจอมุมสวยๆ เต็มไปหมด โดยเฉพาะระเบียงไม้สีสด (Maltese balconies) ที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้ไปแล้ว ใครเป็นสายถ่ายรูปบอกเลยว่าฟิน เก็บภาพได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ ช่วงเย็นแนะนำให้เดินไปฝั่ง Grand Harbour เพราะวิวพระอาทิตย์ตกที่นี่คือดีงามมากกก เป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่ทำให้หลายคนตกหลุมรักการเที่ยวมอลตาแบบไม่รู้ตัวเลย
มากันต่อกับไฮไลต์อันโด่งดัง St. John’s Co-Cathedral ด้านนอกอาจดูเรียบๆ แต่พอเดินเข้าไปข้างใน จะรู้เลยว่าว้าวจริง! ที่นี่คือหนึ่งในโบสถ์ที่อลังการที่สุดในยุโรป ภายในเต็มไปด้วยลวดลายสีทอง วิจิตรแบบ สถาปัตยกรรมยุโรปสไตล์บาโรกที่ละเอียดทุกตารางนิ้ว พื้นโบสถ์ทำจากหินอ่อนที่ฝังเป็นหลุมศพของอัศวินยุคโบราณ ส่วนผนังและเพดานก็เต็มไปด้วยภาพวาดศิลปะระดับโลก ไฮไลต์คือผลงานของ Caravaggio ที่หาดูได้ยากมาก ใครที่ชอบงานศิลป์หรืออยากเห็นความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมมอลตาแบบใกล้ๆ ที่นี่คือหนึ่งในที่เที่ยวมอลตา ที่ต้องไปจริงๆ
หนึ่งในจุดเช็คอินมอลตาที่วิวดีที่สุด ต้องยกให้ Upper Barrakka Gardens เลย! สวนเล็กๆ บนเนินเขาใน Valletta ที่มองเห็น Grand Harbour แบบพาโนรามา แค่เดินลอดซุ้มโค้งออกไปก็จะเจอวิวทะเลแบบเต็มตา เห็นทั้งเรือ เมืองฝั่งตรงข้าม และสีฟ้าของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตัดกับอาคารหินสีทอง บอกเลยว่ามุมนี้คือจุดถ่ายรูประดับไฮไลต์ อีกอย่างที่ห้ามพลาดคือ “Saluting Battery” การยิงปืนใหญ่โชว์ช่วงเที่ยงและบ่าย ใครไปตรงเวลาก็จะได้เห็นบรรยากาศย้อนยุคแบบเท่ๆ เพิ่มอีกฟีล
อีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของ Valletta ที่สายประวัติศาสตร์ต้องเลิฟคือ Grand Master’s Palace อดีตที่ประทับของผู้นำอัศวินแห่งมอลตา ในยุคศตวรรษที่ 16 ความน่าสนใจคือภายในพระราชวังยังคงบรรยากาศขลังๆ ของยุคกลางเอาไว้ ทั้งห้องโถงขนาดใหญ่ เพดานลวดลายสวย และโซน Armory ที่จัดแสดงชุดเกราะและอาวุธโบราณแบบใกล้ชิด เดินอยู่ข้างในจะให้ฟีลเหมือนได้ย้อนเวลาไปยุคอัศวินจริงๆ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากรู้จักประวัติของประเทศมอลตามากขึ้น
ถ้าอยากสัมผัสฟีลเมืองเก่ายุโรปแบบคลาสสิกสุดๆ ต้องมาที่ Mdina หรือที่หลายคนเรียกว่า “Silent City” เพราะที่นี่เงียบมาก มีประชากรเพียงแค่ 300 คน ไม่ค่อยรถวิ่งพลุกพล่าน เสน่ห์ของเมืองนี้คือกำแพงหินสีทอง ถนนแคบๆ และบรรยากาศที่เหมือนหยุดเวลาไว้ตั้งแต่ยุคกลาง เพราะเมืงนี้ถูกสร้างขึ้นช่วงปลายยุคสำริด (Bronze Age) หรือประมาณ 1500-1000 ปีก่อนคริสตกาล บอกเลยว่า เดินไปเรื่อยๆ จะเจอมุมสวยๆ เต็มไปหมด เหมาะกับการเดินเที่ยวเมืองและถ่ายรูปแบบชิลๆ อีกหนึ่งไฮไลต์คือวิวด้านบนกำแพงเมือง ที่สามารถมองเห็นวิวรอบเกาะแบบกว้างสุดสายตา ใครกำลังหาที่เที่ยวมอลตาสวยๆ ที่ได้ทั้งฟีลโรแมนติกและประวัติศาสตร์ ที่นี่ตอบโจทย์มาก
ถ้าจะถามว่ามาเที่ยวมอลตา ไปไหนดี ให้เจอทะเลแบบว้าวจริง คำตอบต้องเป็น Blue Lagoon มอลตา บนเกาะ Comino Island เท่านั้น! ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำทะเลสีฟ้าใสจนเห็นพื้นด้านล่าง แถมสีของน้ำยังเป็นโทนฟ้าเทอร์ควอยซ์แบบที่เห็นในโปสการ์ดเลย บรรยากาศที่นี่ค้อนข้างคึกคัก เหมาะทั้งการมาลงเล่นน้ำ ลอยตัวชิลๆ หรือจะไปลองล่องเรือ Blue Lagoon ชมคลองต่างๆ รอบเกาะ ก็ฟินสุด ใครเป็นสายทะเลหรืออยากสัมผัสทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแบบเต็มๆ ที่นี่คือหนึ่งในที่เที่ยวมอลตา ที่ต้องไปจริงๆ
ถ้าอยากหนีความคึกคักจากเกาะหลัก ลองข้ามมาที่ เกาะ Gozo แล้วจะรู้ว่าเที่ยวมอลตายังมีอีกมุมที่สงบและธรรมชาติสุดๆ ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องวิวหน้าผา ทุ่งหญ้า และชายฝั่งที่ยังคงความดิบของธรรมชาติ เหมาะกับสาย เที่ยวแบบ slow life หรือคนที่อยากพักผ่อนแบบไม่เร่งรีบ อีกหนึ่งความพิเศษที่หลายคนอาจยังไม่รู้คือ เกาะ Gozo เคยเป็นโลเคชันถ่ายทำซีรีส์ดังอย่าง Game of Thrones ที่เคยใช้เป็นฉากสำคัญในเรื่อง ทำให้ที่นี่กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกที่สายซีรีส์ต้องอินแน่นอน ส่วนกิจกรรมยอดฮิตของที่นี่คือการขับรถเที่ยวรอบเกาะ แวะจุดชมวิว หรือหามุมเงียบๆ นั่งดูทะเล บอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งโซนที่ทำให้หลายคนตกหลุมรักประเทศมอลตาแบบสุดใจ
หนึ่งในวิหารที่ทั้งสวยและสงบที่สุดของมอลตา ต้องยกให้ Ta’ Pinu Basilica บนเกาะ Gozo เลย ตัววิหารตั้งโดดเด่นอยู่กลางทุ่งโล่ง รายล้อมด้วยภูเขาและธรรมชาติ ทำให้บรรยากาศดูยิ่งใหญ่ แต่ก็เงียบสงบในเวลาเดียวกัน แค่ขับรถเข้ามาใกล้ๆ ก็จะเห็นตัวอาคารตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางวิวโล่งกว้าง เป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายรูปมอลตาที่ได้ฟีลต่างจากในเมืองแบบชัดเจน ทั้งโปร่ง โล่ง และดูคลาสสิกมาก ด้านในตกแต่งอย่างประณีต มีรายละเอียดสวยงามและโซนจัดแสดงเครื่องบูชาต่างๆ ให้เดินชม แต่เสน่ห์จริงๆ ของที่นี่คือความสงบและบรรยากาศที่ดูศักดิ์สิทธิ์ เหมาะกับการแวะพักใจ ชาร์จพลังเบาๆ ระหว่างทริปเที่ยวเกาะ Gozo ได้ดีเลย
ไปกันต่ออีกหนึ่งที่เที่ยวมอลตาสวยๆ ที่ฟีลไม่เหมือนที่ไหน Popeye Village หมู่บ้านไม้สีสดใสริมทะเลที่เคยใช้ถ่ายทำหนังเรื่อง Popeye มาก่อน ตอนนี้ถูกปรับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยมุมถ่ายรูปน่ารักๆ เดินไปทางไหนก็เจอสีสันสดใสตัดกับวิวทะเล เป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายรูปมอลตาที่สายคอนเทนต์จะต้องถูกอกถูกใจ นอกจากถ่ายรูปแล้ว ที่นี่ยังมีคาเฟ่ กิจกรรม และจุดชมวิวให้เดินเล่นเพลินๆ ใครอยากเปลี่ยนฟีลจากเมืองเก่ายุโรปมาเป็นอะไรที่ดูสนุก มีสีสันและความสดใส ที่นี่ตอบโจทย์เลย
ถ้าอยากรู้ว่าทะเลมอลตา สวยไหมต้องมาที่ Golden Bay เลย เพราะที่นี่เป็นหนึ่งในชายหาดที่สวยที่สุดของเกาะ! จุดเด่นคือหาดทรายสีทองนุ่มๆ ตัดกับน้ำสีฟ้าใสของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน บรรยากาศโดยรวมคือชิลสุดๆ เหมาะกับการนอนอาบแดด เล่นน้ำ หรือเดินเล่นริมทะเลแบบจอยๆ ส่วนไฮไลต์จริงๆ คือช่วงเย็น เพราะพระอาทิตย์ตกที่นี่สวยมากกก ได้บรรยากาศแสงสีส้มทองสะท้อนกับทะเลฟินๆ เป็นอีกหนึ่งจุดที่ถ่ายรูปออกมาแล้วปังแบบไม่ต้องแต่งเพิ่มเลย
หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ที่กลายเป็นหนึ่งในจุดเช็คอินมอลตายอดฮิต ด้วยเอกลักษณ์ของเรือ Luzzu สีสันสดใสที่จอดเรียงกันเต็มอ่าว ภาพของเรือสีแดง ฟ้า เหลือง ตัดกับน้ำทะเลใสๆ คือซิกเนเจอร์ของที่นี่เลย ทำให้ที่นี่กลายเป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายรูปที่มาแล้วต้องได้รูปกลับไปเป็นสิบ! (หรืออาจจะร้อยสำหรับสายคอนเทนต์) แนะนำให้มาเช้าวันอาทิตย์ เพราะจะมีตลาดท้องถิ่นขายอาหารทะเลสดๆ และของพื้นเมือง บรรยากาศคึกคัก น่าเดินมากกก หรือถ้าหากมาวันอื่นๆ ก็ยังสามารถลองแวะร้านรวงแถวนี้ ชิมซีฟู้ดอร่อยๆ ตามแบบฉบับมอลต้าก็ฟินไม่แพ้กัน ใครอยากสัมผัสชีวิตชาวบ้านของประเทศมอลตาแบบใกล้ชิด ต้องไม่พลาด!
ปิดท้ายด้วยสถานที่ที่ยูนีคที่สุดแห่งหนึ่งในมอลตา อย่าง Hypogeum of Hal Saflieni โบราณสถานใต้ดินอายุกว่า 6,000 ปี ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกโดย UNESCO บอกเลยว่าที่นี่ไม่ใช่แค่ที่เที่ยว แต่เป็นประสบการณ์เหมือนได้ลงไปสำรวจ “โลกใต้ดิน” จริงๆ ภายในประกอบด้วยห้องหินแกะสลักหลายชั้น เชื่อมต่อกันอย่างซับซ้อน บรรยากาศทั้งลึกลับและน่าทึ่งแบบไม่เหมือนที่ไหน ด้วยความที่เป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญ จึงมีการจำกัดจำนวนผู้เข้าชมในแต่ละวัน ใครอยากมา แนะนำให้จองล่วงหน้า เพราะที่นี่ถือเป็นหนึ่งใน สถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกที่ทั้งหาชมได้ยาก และควรค่าแก่การมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง
ถ้าอยากได้ที่พักที่ครบทั้งความหรูและวิวปัง ต้องยกให้ Grand Hotel Excelsior เลย ตัวโรงแรมโลเคชั่นดีงาม เดินทางเข้าเมืองเก่าได้ง่ายมาก จุดเด่นคือวิวทะเลแบบพาโนรามา มองเห็นท่าเรือและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ได้แบบเต็มตา ห้องพักกว้างขวาง ตกแต่งเรียบหรู มีทั้งสระว่ายน้ำกลางแจ้งและพื้นที่พักผ่อนริมทะเล บรรยากาศโดยรวมเงียบ สบาย เหมาะกับการมาพักผ่อนจริงๆ
The Phoenicia Malta - The Leading Hotels of the World โรงแรมระดับไอคอนของมอลตา ที่ใครหลายคนใฝ่ฝันจะมาพักสักครั้ง ตั้งอยู่ติดกับประตูเมือง Valletta ทำให้เดินเข้าเมืองเก่ายุโรปได้แบบชิลๆ ดีไซน์ของโรงแรมให้ฟีลคลาสสิก หรูหราแบบยุโรป ไฮไลต์คือสระว่ายน้ำ infinity pool ที่มองเห็นวิวเมืองและทะเลแบบกว้างสุดสายตา บรรยากาศโรแมนติกมาก เหมาะกับคู่รักหรือทริปพิเศษที่อยากได้อะไรพรีเมียมขึ้นอีกระดับ
สำหรับสายงบประหยัดที่อยากพักในทำเลดี The Windsor Hotel เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ตั้งอยู่ในย่าน Sliema ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโซนยอดฮิตของนักท่องเที่ยว โลเคชันใกล้ทะเล เดินไปชิลริมชายหาดหรือหาคาเฟ่นั่งได้ง่าย ห้องพักเรียบง่าย แต่สะอาดและพักสบาย เหมาะกับคนที่อยากเอางบไปเน้นเที่ยวมอลตาให้เต็มที่ แล้วกลับมาพักผ่อนแบบสบายๆ ในราคาที่ไม่แรง
การไปเที่ยวมอลตาจากไทย อาจต้องวางแผนนิดหน่อย แต่บอกเลยว่าไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพราะมีหลายวิธีให้เลือกตามสไตล์การเดินทางเลย
หลายคนที่กำลังวางแผนเที่ยวมอลตาอาจสงสัยว่าไปช่วงไหนดี จริงๆ แล้วที่นี่เป็นประเทศในโซนทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่สามารถเที่ยวได้เกือบทั้งปี แต่แต่ละช่วงจะให้อารมณ์ต่างกันชัดเจน ใครชอบแบบไหนเลือกได้เลย
ก่อนออกทริปเที่ยวมอลตา (Malta) ให้สนุกแบบไม่มีสะดุด ลองเช็กทริคเล็กๆ เหล่านี้ไว้ จะช่วยให้เที่ยวได้ง่ายขึ้น ฟินขึ้น และเก็บที่เที่ยวมอลตาได้ครบแบบไม่พลาด
สรุปง่ายๆ วางแผนโซนเที่ยวให้ดี เตรียมตัวรับแดด และจองล่วงหน้าไว้ก่อน เท่านี้ทริป เที่ยวมอลตา ก็จะทั้งง่าย สนุก และได้รูปกลับมาแบบจุกๆ แน่นอน!






