12 ที่เที่ยวมอลตา ทะเลสวย เมืองโรแมนติก จุดเช็คอินห้ามพลาดในยุโรป

รวม 12 ที่เที่ยวมอลตา (Malta) จุดเช็คอินห้ามพลาด ทั้ง Valletta, Blue Lagoon, Gozo พร้อมที่พัก วิธีเดินทาง และเคล็ดลับเที่ยวครบจบในบทความเดียว
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
ที่เที่ยวมอลตา

ถ้าพูดถึงเกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่ครบทั้งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และวิวทะเลสวยแบบตะโกน มอลตา (Malta) คือหนึ่งในจุดหมายที่กำลังมาแรงสุดๆ ในยุโรปตอนนี้เลย! ประเทศเล็กๆ แห่งนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ของเมืองเก่ายุโรปผสมกับทะเลมอลตาที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำทะเลสีฟ้าใสแบบไม่ต้องใส่ฟิลเตอร์

ใครกำลังสงสัยว่ามอลตา มีที่เที่ยวอะไรบ้าง หรือกำลังแพลนอยู่ว่าเที่ยวมอลตา ไปไหนดี บทความนี้เรารวมมาให้ครบแล้ว กับ 12 พิกัดที่เที่ยวมอลตา ที่ต้องไป พร้อมที่พัก วิธีเดินทาง และเคล็ดลับเที่ยวแบบจัดเต็ม อ่านจบพร้อมแพลนทริปได้เลย!

และที่สำคัญ ทริปเที่ยวมอลตา ครั้งนี้ไม่ต้องวางแผนให้ยุ่งยาก เพราะสามารถจองทุกอย่างได้ง่ายๆ ผ่าน Traveloka ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเครื่องบินไปมอลตาหรือที่พักวิวมอลตาทะเลสวยๆ ก็เลือกจองได้ครบในแอปเดียว เที่ยวสบาย จัดทริปเองได้แบบมือโปร!

12 ที่เที่ยวมอลตาแนะนำ

1. Valletta เมืองหลวงมอลตา

ถ้ามาถึงมอลตา แล้วไม่ได้แวะ Valletta เมืองหลวงมอลตาถือว่ายังมาไม่ถึง! เพราะที่นี่คือหัวใจของประเทศมอลตาที่รวมทุกความเป็นยุโรปไว้แบบครบๆ ทั้งเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยอาคารหินสีทอง คาเฟ่เล็กๆ น่ารักๆ และวิวทะเลที่โผล่มาให้เห็นเป็นระยะ เสน่ห์ของที่นี่คือการเดินเที่ยวเมืองเก่าแบบไม่ต้องรีบ เดินไปเรื่อยๆ ก็จะเจอมุมสวยๆ เต็มไปหมด โดยเฉพาะระเบียงไม้สีสด (Maltese balconies) ที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้ไปแล้ว ใครเป็นสายถ่ายรูปบอกเลยว่าฟิน เก็บภาพได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ ช่วงเย็นแนะนำให้เดินไปฝั่ง Grand Harbour เพราะวิวพระอาทิตย์ตกที่นี่คือดีงามมากกก เป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่ทำให้หลายคนตกหลุมรักการเที่ยวมอลตาแบบไม่รู้ตัวเลย

2. มหาวิหารเซนต์จอห์น (St. John’s Co-Cathedral)

มากันต่อกับไฮไลต์อันโด่งดัง St. John’s Co-Cathedral ด้านนอกอาจดูเรียบๆ แต่พอเดินเข้าไปข้างใน จะรู้เลยว่าว้าวจริง! ที่นี่คือหนึ่งในโบสถ์ที่อลังการที่สุดในยุโรป ภายในเต็มไปด้วยลวดลายสีทอง วิจิตรแบบ สถาปัตยกรรมยุโรปสไตล์บาโรกที่ละเอียดทุกตารางนิ้ว พื้นโบสถ์ทำจากหินอ่อนที่ฝังเป็นหลุมศพของอัศวินยุคโบราณ ส่วนผนังและเพดานก็เต็มไปด้วยภาพวาดศิลปะระดับโลก ไฮไลต์คือผลงานของ Caravaggio ที่หาดูได้ยากมาก ใครที่ชอบงานศิลป์หรืออยากเห็นความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมมอลตาแบบใกล้ๆ ที่นี่คือหนึ่งในที่เที่ยวมอลตา ที่ต้องไปจริงๆ

3. สวนอัปเปอร์บารัคคา (Upper Barrakka Gardens)

หนึ่งในจุดเช็คอินมอลตาที่วิวดีที่สุด ต้องยกให้ Upper Barrakka Gardens เลย! สวนเล็กๆ บนเนินเขาใน Valletta ที่มองเห็น Grand Harbour แบบพาโนรามา แค่เดินลอดซุ้มโค้งออกไปก็จะเจอวิวทะเลแบบเต็มตา เห็นทั้งเรือ เมืองฝั่งตรงข้าม และสีฟ้าของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตัดกับอาคารหินสีทอง บอกเลยว่ามุมนี้คือจุดถ่ายรูประดับไฮไลต์ อีกอย่างที่ห้ามพลาดคือ “Saluting Battery” การยิงปืนใหญ่โชว์ช่วงเที่ยงและบ่าย ใครไปตรงเวลาก็จะได้เห็นบรรยากาศย้อนยุคแบบเท่ๆ เพิ่มอีกฟีล

4. พระราชวังแกรนด์มาสเตอร์ (Grand Master’s Palace)

อีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของ Valletta ที่สายประวัติศาสตร์ต้องเลิฟคือ Grand Master’s Palace อดีตที่ประทับของผู้นำอัศวินแห่งมอลตา ในยุคศตวรรษที่ 16 ความน่าสนใจคือภายในพระราชวังยังคงบรรยากาศขลังๆ ของยุคกลางเอาไว้ ทั้งห้องโถงขนาดใหญ่ เพดานลวดลายสวย และโซน Armory ที่จัดแสดงชุดเกราะและอาวุธโบราณแบบใกล้ชิด เดินอยู่ข้างในจะให้ฟีลเหมือนได้ย้อนเวลาไปยุคอัศวินจริงๆ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากรู้จักประวัติของประเทศมอลตามากขึ้น

5. เมืองเก่า มดินา (Mdina)

ถ้าอยากสัมผัสฟีลเมืองเก่ายุโรปแบบคลาสสิกสุดๆ ต้องมาที่ Mdina หรือที่หลายคนเรียกว่า “Silent City” เพราะที่นี่เงียบมาก มีประชากรเพียงแค่ 300 คน ไม่ค่อยรถวิ่งพลุกพล่าน เสน่ห์ของเมืองนี้คือกำแพงหินสีทอง ถนนแคบๆ และบรรยากาศที่เหมือนหยุดเวลาไว้ตั้งแต่ยุคกลาง เพราะเมืงนี้ถูกสร้างขึ้นช่วงปลายยุคสำริด (Bronze Age) หรือประมาณ 1500-1000 ปีก่อนคริสตกาล บอกเลยว่า เดินไปเรื่อยๆ จะเจอมุมสวยๆ เต็มไปหมด เหมาะกับการเดินเที่ยวเมืองและถ่ายรูปแบบชิลๆ อีกหนึ่งไฮไลต์คือวิวด้านบนกำแพงเมือง ที่สามารถมองเห็นวิวรอบเกาะแบบกว้างสุดสายตา ใครกำลังหาที่เที่ยวมอลตาสวยๆ ที่ได้ทั้งฟีลโรแมนติกและประวัติศาสตร์ ที่นี่ตอบโจทย์มาก

6. บลูลากูน (Blue Lagoon)

ถ้าจะถามว่ามาเที่ยวมอลตา ไปไหนดี ให้เจอทะเลแบบว้าวจริง คำตอบต้องเป็น Blue Lagoon มอลตา บนเกาะ Comino Island เท่านั้น! ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำทะเลสีฟ้าใสจนเห็นพื้นด้านล่าง แถมสีของน้ำยังเป็นโทนฟ้าเทอร์ควอยซ์แบบที่เห็นในโปสการ์ดเลย บรรยากาศที่นี่ค้อนข้างคึกคัก เหมาะทั้งการมาลงเล่นน้ำ ลอยตัวชิลๆ หรือจะไปลองล่องเรือ Blue Lagoon ชมคลองต่างๆ รอบเกาะ ก็ฟินสุด ใครเป็นสายทะเลหรืออยากสัมผัสทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแบบเต็มๆ ที่นี่คือหนึ่งในที่เที่ยวมอลตา ที่ต้องไปจริงๆ

7. เกาะโกโซ (Gozo Island)

ถ้าอยากหนีความคึกคักจากเกาะหลัก ลองข้ามมาที่ เกาะ Gozo แล้วจะรู้ว่าเที่ยวมอลตายังมีอีกมุมที่สงบและธรรมชาติสุดๆ ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องวิวหน้าผา ทุ่งหญ้า และชายฝั่งที่ยังคงความดิบของธรรมชาติ เหมาะกับสาย เที่ยวแบบ slow life หรือคนที่อยากพักผ่อนแบบไม่เร่งรีบ อีกหนึ่งความพิเศษที่หลายคนอาจยังไม่รู้คือ เกาะ Gozo เคยเป็นโลเคชันถ่ายทำซีรีส์ดังอย่าง Game of Thrones ที่เคยใช้เป็นฉากสำคัญในเรื่อง ทำให้ที่นี่กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกที่สายซีรีส์ต้องอินแน่นอน ส่วนกิจกรรมยอดฮิตของที่นี่คือการขับรถเที่ยวรอบเกาะ แวะจุดชมวิว หรือหามุมเงียบๆ นั่งดูทะเล บอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งโซนที่ทำให้หลายคนตกหลุมรักประเทศมอลตาแบบสุดใจ

8. วิหารทาพินู (Ta’ Pinu Basilica)

หนึ่งในวิหารที่ทั้งสวยและสงบที่สุดของมอลตา ต้องยกให้ Ta’ Pinu Basilica บนเกาะ Gozo เลย ตัววิหารตั้งโดดเด่นอยู่กลางทุ่งโล่ง รายล้อมด้วยภูเขาและธรรมชาติ ทำให้บรรยากาศดูยิ่งใหญ่ แต่ก็เงียบสงบในเวลาเดียวกัน แค่ขับรถเข้ามาใกล้ๆ ก็จะเห็นตัวอาคารตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางวิวโล่งกว้าง เป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายรูปมอลตาที่ได้ฟีลต่างจากในเมืองแบบชัดเจน ทั้งโปร่ง โล่ง และดูคลาสสิกมาก ด้านในตกแต่งอย่างประณีต มีรายละเอียดสวยงามและโซนจัดแสดงเครื่องบูชาต่างๆ ให้เดินชม แต่เสน่ห์จริงๆ ของที่นี่คือความสงบและบรรยากาศที่ดูศักดิ์สิทธิ์ เหมาะกับการแวะพักใจ ชาร์จพลังเบาๆ ระหว่างทริปเที่ยวเกาะ Gozo ได้ดีเลย

9. หมู่บ้านป๊อปอาย (Popeye Village)

ไปกันต่ออีกหนึ่งที่เที่ยวมอลตาสวยๆ ที่ฟีลไม่เหมือนที่ไหน Popeye Village หมู่บ้านไม้สีสดใสริมทะเลที่เคยใช้ถ่ายทำหนังเรื่อง Popeye มาก่อน ตอนนี้ถูกปรับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยมุมถ่ายรูปน่ารักๆ เดินไปทางไหนก็เจอสีสันสดใสตัดกับวิวทะเล เป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายรูปมอลตาที่สายคอนเทนต์จะต้องถูกอกถูกใจ นอกจากถ่ายรูปแล้ว ที่นี่ยังมีคาเฟ่ กิจกรรม และจุดชมวิวให้เดินเล่นเพลินๆ ใครอยากเปลี่ยนฟีลจากเมืองเก่ายุโรปมาเป็นอะไรที่ดูสนุก มีสีสันและความสดใส ที่นี่ตอบโจทย์เลย

10. โกลเด้นเบย์ (Golden Bay)

ถ้าอยากรู้ว่าทะเลมอลตา สวยไหมต้องมาที่ Golden Bay เลย เพราะที่นี่เป็นหนึ่งในชายหาดที่สวยที่สุดของเกาะ! จุดเด่นคือหาดทรายสีทองนุ่มๆ ตัดกับน้ำสีฟ้าใสของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน บรรยากาศโดยรวมคือชิลสุดๆ เหมาะกับการนอนอาบแดด เล่นน้ำ หรือเดินเล่นริมทะเลแบบจอยๆ  ส่วนไฮไลต์จริงๆ คือช่วงเย็น เพราะพระอาทิตย์ตกที่นี่สวยมากกก ได้บรรยากาศแสงสีส้มทองสะท้อนกับทะเลฟินๆ เป็นอีกหนึ่งจุดที่ถ่ายรูปออกมาแล้วปังแบบไม่ต้องแต่งเพิ่มเลย

11. หมู่บ้านชาวประมง มาร์ซักลอกก์ (Marsaxlokk Fishing Village)

หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ที่กลายเป็นหนึ่งในจุดเช็คอินมอลตายอดฮิต ด้วยเอกลักษณ์ของเรือ Luzzu สีสันสดใสที่จอดเรียงกันเต็มอ่าว ภาพของเรือสีแดง ฟ้า เหลือง ตัดกับน้ำทะเลใสๆ คือซิกเนเจอร์ของที่นี่เลย ทำให้ที่นี่กลายเป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายรูปที่มาแล้วต้องได้รูปกลับไปเป็นสิบ! (หรืออาจจะร้อยสำหรับสายคอนเทนต์) แนะนำให้มาเช้าวันอาทิตย์ เพราะจะมีตลาดท้องถิ่นขายอาหารทะเลสดๆ และของพื้นเมือง บรรยากาศคึกคัก น่าเดินมากกก หรือถ้าหากมาวันอื่นๆ ก็ยังสามารถลองแวะร้านรวงแถวนี้ ชิมซีฟู้ดอร่อยๆ ตามแบบฉบับมอลต้าก็ฟินไม่แพ้กัน ใครอยากสัมผัสชีวิตชาวบ้านของประเทศมอลตาแบบใกล้ชิด ต้องไม่พลาด!

12. ไฮโปเจียมแห่งฮัลซาฟลิเอนี (Hypogeum of Hal Saflieni)

ปิดท้ายด้วยสถานที่ที่ยูนีคที่สุดแห่งหนึ่งในมอลตา อย่าง Hypogeum of Hal Saflieni โบราณสถานใต้ดินอายุกว่า 6,000 ปี ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกโดย UNESCO บอกเลยว่าที่นี่ไม่ใช่แค่ที่เที่ยว แต่เป็นประสบการณ์เหมือนได้ลงไปสำรวจ “โลกใต้ดิน” จริงๆ ภายในประกอบด้วยห้องหินแกะสลักหลายชั้น เชื่อมต่อกันอย่างซับซ้อน บรรยากาศทั้งลึกลับและน่าทึ่งแบบไม่เหมือนที่ไหน ด้วยความที่เป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญ จึงมีการจำกัดจำนวนผู้เข้าชมในแต่ละวัน ใครอยากมา แนะนำให้จองล่วงหน้า เพราะที่นี่ถือเป็นหนึ่งใน สถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกที่ทั้งหาชมได้ยาก และควรค่าแก่การมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง

ที่พักยอดนิยมในมอลตา (Malta)

Grand Hotel Excelsior

ถ้าอยากได้ที่พักที่ครบทั้งความหรูและวิวปัง ต้องยกให้ Grand Hotel Excelsior เลย ตัวโรงแรมโลเคชั่นดีงาม เดินทางเข้าเมืองเก่าได้ง่ายมาก จุดเด่นคือวิวทะเลแบบพาโนรามา มองเห็นท่าเรือและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ได้แบบเต็มตา ห้องพักกว้างขวาง ตกแต่งเรียบหรู มีทั้งสระว่ายน้ำกลางแจ้งและพื้นที่พักผ่อนริมทะเล บรรยากาศโดยรวมเงียบ สบาย เหมาะกับการมาพักผ่อนจริงๆ

The Phoenicia Malta - The Leading Hotels of the World

The Phoenicia Malta - The Leading Hotels of the World โรงแรมระดับไอคอนของมอลตา ที่ใครหลายคนใฝ่ฝันจะมาพักสักครั้ง ตั้งอยู่ติดกับประตูเมือง Valletta ทำให้เดินเข้าเมืองเก่ายุโรปได้แบบชิลๆ ดีไซน์ของโรงแรมให้ฟีลคลาสสิก หรูหราแบบยุโรป ไฮไลต์คือสระว่ายน้ำ infinity pool ที่มองเห็นวิวเมืองและทะเลแบบกว้างสุดสายตา บรรยากาศโรแมนติกมาก เหมาะกับคู่รักหรือทริปพิเศษที่อยากได้อะไรพรีเมียมขึ้นอีกระดับ

The Windsor Hotel

สำหรับสายงบประหยัดที่อยากพักในทำเลดี The Windsor Hotel เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ตั้งอยู่ในย่าน Sliema ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโซนยอดฮิตของนักท่องเที่ยว โลเคชันใกล้ทะเล เดินไปชิลริมชายหาดหรือหาคาเฟ่นั่งได้ง่าย ห้องพักเรียบง่าย แต่สะอาดและพักสบาย เหมาะกับคนที่อยากเอางบไปเน้นเที่ยวมอลตาให้เต็มที่ แล้วกลับมาพักผ่อนแบบสบายๆ ในราคาที่ไม่แรง

วิธีการเดินทางไปเที่ยวมอลตา (Malta)

การไปเที่ยวมอลตาจากไทย อาจต้องวางแผนนิดหน่อย แต่บอกเลยว่าไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพราะมีหลายวิธีให้เลือกตามสไตล์การเดินทางเลย

เครื่องบิน (วิธีหลัก สะดวกที่สุด) การเดินทางไปประเทศมอลตา นิยมที่สุดคือการบินไปลงที่ Malta International Airport (MLA) โดยจากไทยจะยังไม่มีไฟลต์ตรง ต้องต่อเครื่องประมาณ 1–2 ครั้ง ซึ่งสายการบินยอดนิยมก็มีทั้ง Qatar Airways, Emirates หรือ Turkish Airlines ส่วนเมืองที่ใช้ต่อเครื่องบ่อยจะเป็นโดฮา ดูไบ หรืออิสตันบูล ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 14–18 ชั่วโมง ข้อดีคือสะดวกและรวดเร็วที่สุด เหมาะกับสายเที่ยวทั่วไปที่อยากไปถึงจุดหมายแบบไม่ต้องวางแผนซับซ้อน แนะนำให้จองตั๋วล่วงหน้าผ่าน Traveloka เพราะสามารถเทียบราคาหลายสายการบินได้สะดวก
บินไปอิตาลี แล้วต่อเรือเข้า Malta สำหรับสายเที่ยวหลายประเทศในทริปเดียว วิธีนี้ถือว่าน่าสนใจมาก โดยสามารถบินไปลงอิตาลี เช่น โรม หรือซิซิลี แล้วค่อยต่อเรือเฟอร์รี่จากเมือง Pozzallo เข้ามาที่ มอลตาใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง ระหว่างทางจะได้ชมวิวทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแบบเต็มตา ให้ฟีลชิลๆ ไม่เร่งรีบ เหมาะกับคนที่อยากเพิ่มประสบการณ์ระหว่างทางให้สนุกมากขึ้น

วิธีการเดินทางในมอลตา (Malta)

เรือเฟอร์รี่ (สำหรับเดินทางระหว่างเกาะ) เมื่อมาถึงแล้ว ถ้าอยากไปเที่ยวไฮไลต์อย่าง Blue Lagoon หรือ เกาะ Gozo ก็ต้องใช้เรือเฟอร์รี่หรือสปีดโบ๊ทเป็นหลัก ซึ่งมีให้บริการหลายรอบต่อวัน ใช้เวลาไม่นานและเดินทางสะดวก ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ทำให้การเที่ยวมอลตาสนุกขึ้น เพราะได้เห็นวิวทะเลแบบใกล้ชิด
รถบัส (สายประหยัด เที่ยวได้ทั่วเกาะ) ระบบขนส่งหลักของ Malta คือรถบัสที่ครอบคลุมแทบทุกเมือง ค่าโดยสารไม่แพง และสามารถพาไปยังที่เที่ยวสำคัญได้เกือบครบ เหมาะกับสายชิลหรือคนที่ไม่อยากขับรถเอง แม้บางช่วงอาจต้องรอนานนิดหน่อย แต่โดยรวมถือว่าใช้งานง่ายและคุ้มค่า

เที่ยวมอลตา (Malta) เดือนไหนดี?

หลายคนที่กำลังวางแผนเที่ยวมอลตาอาจสงสัยว่าไปช่วงไหนดี จริงๆ แล้วที่นี่เป็นประเทศในโซนทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่สามารถเที่ยวได้เกือบทั้งปี แต่แต่ละช่วงจะให้อารมณ์ต่างกันชัดเจน ใครชอบแบบไหนเลือกได้เลย

ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม) ช่วงไฮซีซั่นของมอลตาแบบเต็มตัว อากาศร้อนจัด ฟ้าใส แดดแรง แต่ข้อดีคือสีของทะเลจะสวยที่สุด น้ำทะเลเป็นโทนฟ้าใสแบบสุดๆ เหมาะกับกิจกรรมอย่างเล่นน้ำ ดำน้ำ หรือล่องเรือ Blue Lagoon มอลตา บอกเลยว่าใครอยากเห็นทะเลแบบโปสการ์ด ต้องมาช่วงนี้ แต่ก็ต้องเตรียมรับมือกับนักท่องเที่ยวที่ค่อนข้างเยอะด้วย
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน) เป็นอีกช่วงที่เหมาะมากสำหรับการเที่ยวมอลตา เพราะอากาศเริ่มเย็นลง แต่ทะเลยังคงเล่นน้ำได้อยู่ นักท่องเที่ยวลดลง ทำให้เที่ยวได้สบายขึ้น เหมาะกับคนที่อยากได้บาลานซ์ระหว่างเที่ยวทะเลและเที่ยวเมือง
ฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์) แม้จะไม่เหมาะกับการเล่นน้ำทะเล แต่ถือเป็นช่วงที่เงียบสงบที่สุด เหมาะกับสายประวัติศาสตร์หรือคนที่อยากมาเดินเล่นใน Valletta เมืองหลวงมอลตาแบบชิลๆ อากาศเย็นสบาย เที่ยวได้ทั้งวัน และราคาที่พักมักจะถูกลงด้วย
ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม) ช่วงนี้อากาศกำลังดี ไม่ร้อนเกินไป และคนยังไม่แน่นมาก เหมาะกับสายเดินเที่ยวเมือง ชมเมืองเก่ายุโรปอย่าง Valletta หรือ Mdina แบบชิลๆ ดอกไม้เริ่มบานทั่วเกาะ บรรยากาศสดชื่น เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ

เคล็ดลับการเที่ยวมอลตา (Malta)

ก่อนออกทริปเที่ยวมอลตา (Malta) ให้สนุกแบบไม่มีสะดุด ลองเช็กทริคเล็กๆ เหล่านี้ไว้ จะช่วยให้เที่ยวได้ง่ายขึ้น ฟินขึ้น และเก็บที่เที่ยวมอลตาได้ครบแบบไม่พลาด

เลือกโซนเที่ยวให้ตรงสไตล์ แม้ว่าประเทศมอลตาจะเป็นเกาะเล็กๆ แต่แต่ละโซนให้อารมณ์ไม่เหมือนกันเลย ถ้าอยากเดินเล่นเมืองเก่ายุโรปและเก็บแลนด์มาร์ก แนะนำโซน Valletta หรือ Mdina แต่ถ้าอยากเน้นทะเล วิวสวย และน้ำทะเลสีฟ้าใส ให้ไปโซน Comino หรือ Gozo จะได้ฟีลคนละแบบ เลือกให้ตรงสไตล์จะช่วยให้ทริปสนุกขึ้นเยอะ
เตรียมตัวรับแดดแรงกว่าที่คิด แดดของมอลตา ค่อนข้างแรง โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน ถึงแม้ลมทะเลจะช่วยให้ไม่ร้อนอบอ้าว แต่ผิวไหม้ได้ง่ายมาก แนะนำให้พกครีมกันแดด หมวก และแว่นกันแดดให้พร้อม จะได้เที่ยวได้ยาวๆ แบบไม่ต้องกังวล
จองทัวร์ล่วงหน้า โดยเฉพาะหนึ่งในไฮไลต์อย่าง Blue Lagoon เป็นจุดที่คนแน่นมากในช่วงไฮซีซั่น ถ้าอยากได้รอบเรือดีๆ หรือไม่ต้องเสียเวลารอ แนะนำให้จองล่วงหน้าจะช่วยให้วางแผนง่ายและเที่ยวได้สบายขึ้น
เผื่อเวลาเดินทางมากกว่าที่คิด แม้ระยะทางจะไม่ได้ไกลมาก แต่การเดินทางใน Malta โดยเฉพาะรถบัส อาจใช้เวลานานกว่าที่คาด เพราะมีจอดหลายป้ายและบางช่วงรถอาจแน่น แนะนำให้เผื่อเวลาไว้หน่อย จะได้ไม่ต้องรีบหรือพลาดแพลน
เตรียมกล้องหรือมือถือให้พร้อม พูดเลยว่ามอลตา มีอะไรน่าสนใจเยอะมาก โดยเฉพาะมุมถ่ายรูป ไม่ว่าจะเป็นระเบียงสีสดใน Valletta วิวหน้าผา หรือวิวทะเลสวยแบบพาโนรามา แค่เดินก็ได้รูปแล้ว แนะนำให้เคลียร์เมมไว้ดีๆ 
จองที่พักล่วงหน้า โดยเฉพาะหน้าร้อน ช่วงมิถุนายน–สิงหาคม เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเยอะมาก ที่พักดีๆ มักเต็มเร็วและราคาขึ้น แนะนำให้จองล่วงหน้าผ่าน Traveloka จะได้ตัวเลือกเยอะและราคาดีกว่า

สรุปง่ายๆ วางแผนโซนเที่ยวให้ดี เตรียมตัวรับแดด และจองล่วงหน้าไว้ก่อน เท่านี้ทริป เที่ยวมอลตา ก็จะทั้งง่าย สนุก และได้รูปกลับมาแบบจุกๆ แน่นอน!

ในบทความนี้

• 12 ที่เที่ยวมอลตาแนะนำ
• 1. Valletta เมืองหลวงมอลตา
• 2. มหาวิหารเซนต์จอห์น (St. John’s Co-Cathedral)
• 3. สวนอัปเปอร์บารัคคา (Upper Barrakka Gardens)
• 4. พระราชวังแกรนด์มาสเตอร์ (Grand Master’s Palace)
• 5. เมืองเก่า มดินา (Mdina)
• 6. บลูลากูน (Blue Lagoon)
• 7. เกาะโกโซ (Gozo Island)
• 8. วิหารทาพินู (Ta’ Pinu Basilica)
• 9. หมู่บ้านป๊อปอาย (Popeye Village)
• 10. โกลเด้นเบย์ (Golden Bay)
• 11. หมู่บ้านชาวประมง มาร์ซักลอกก์ (Marsaxlokk Fishing Village)
• 12. ไฮโปเจียมแห่งฮัลซาฟลิเอนี (Hypogeum of Hal Saflieni)
• ที่พักยอดนิยมในมอลตา (Malta)
• Grand Hotel Excelsior
• The Phoenicia Malta - The Leading Hotels of the World
• The Windsor Hotel
• วิธีการเดินทางไปเที่ยวมอลตา (Malta)
• วิธีการเดินทางในมอลตา (Malta)
• เที่ยวมอลตา (Malta) เดือนไหนดี?
• เคล็ดลับการเที่ยวมอลตา (Malta)

บทความแนะนำ

รวม 7 ทะเลสีชมพูสุด Unseen ทั่วโลก ที่ต้องไปให้ได้สักครั้ง!

30 Apr 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที

10 ทะเลที่สวยที่สุดในโลก 2026 จุดหมายปลายทางในฝันที่ต้องไปสักครั้ง!

30 Apr 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที

[รีวิว] เที่ยวอุทยานดาราศาสตร์สิรินธร พร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ

26 Apr 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที

บัตรขาเข้าดิจิทัลของเวียดนาม: ข้อกำหนดใหม่ก่อนการเดินทางที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องรู้ในปี 2026

20 Apr 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 2 นาที

เทศกาลบอลลูนนานาชาติไต้หวัน 2026 – คู่มือสำหรับนักเดินทางชาวไทย

12 Mar 2026 - ใช้เวลาอ่านไม่ถึง 1 นาที

BTS World Tour 2026 การกลับมาของตำนาน รวมทุกข้อมูลที่เหล่า Army ต้องรู้!

30 Jan 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ Malta

Victoria

Malta

Malta

Malta
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
Things to Do
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร