
ถ้าพูดถึงเมืองในฝันของนักเดินทาง โรม (Rome) อิตาลี คงเป็นชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง เพราะนี่คือเมืองที่เดินไปทางไหนก็เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปหลายพันปี เต็มไปด้วยซากอารยธรรมโรมัน โบสถ์สุดอลังการ จัตุรัสสวย ๆ น้ำพุระดับโลก และตรอกเล็ก ๆ ที่ซ่อนร้านอาหารอิตาเลียนอร่อยไว้แทบทุกมุม
เสน่ห์ของการกรุงโรม คือการที่เมืองเก่าและเมืองใหม่อยู่ร่วมกันอย่างลงตัว เช้าจะเดินชมโคลอสเซียม สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ตอนบ่ายแวะโยนเหรียญที่น้ำพุเทรวีเย็น ๆ ไปเดินเล่นในย่าน Trastevere พร้อมนั่งกินพาสต้าและเจลาโตแบบคนท้องถิ่น แค่วันเดียวก็ฟินสุดใจแล้ว
ไม่ว่าจะกำลังวางแผนเที่ยวโรมด้วยตัวเอง จัดแพลนเที่ยวโรม แบบ 3-4 วัน หรือมีเวลาเพียง1 วัน เมืองนี้ก็เที่ยวได้ง่าย เพราะสถานที่ท่องเที่ยวโรมหลายแห่งอยู่ไม่ไกลกัน สามารถเดินหรือใช้รถไฟใต้ดินเชื่อมถึงได้สะดวก
บทความนี้ Traveloka รวบรวม 12 ที่เที่ยวโรมยอดฮิตมาไว้ครบ พร้อมข้อมูลเวลาเปิด-ปิด ค่าเข้าชม วิธีเดินทาง ที่พักแนะนำ วิธีการเดินทาง รวมถึงช่วงเวลาน่าเที่ยว แถมอ่านจบแล้วก็สามารถจองตั๋วเครื่องบินและที่พักโรมผ่าน Traveloka ได้เลย เตรียมแพ็กกระเป๋า แล้วออกไปสัมผัสเสน่ห์ของเมืองหลวงแห่งอิตาลีกัน!
Fri, 31 Jul 2026

ITA Airways
กรุงเทพ (BKK) ไป โรม (FCO)
เริ่มจาก THB 17,356.99
Mon, 27 Jul 2026

ITA Airways
กรุงเทพ (BKK) ไป โรม (FCO)
เริ่มจาก THB 17,389.32
Tue, 11 Aug 2026

ITA Airways
กรุงเทพ (BKK) ไป โรม (FCO)
เริ่มจาก THB 17,399.29
ถ้าถามว่าที่เที่ยวโรมที่ต้องมาให้ได้สักครั้งในชีวิตคือที่ไหน คำตอบก็คงหนีไม่พ้น โคลอสเซียม (Colosseum) แลนด์มาร์กอันดับหนึ่งของโรม อิตาลีและหนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ที่ใครมาเที่ยวโรมก็ต้องมาเช็กอิน
สนามประลองขนาดมหึมาแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมันเมื่อเกือบ 2,000 ปีก่อน รองรับผู้ชมได้มากกว่า 50,000 คน เคยใช้จัดการแข่งขันของนักสู้กลาดิเอเตอร์ การล่าสัตว์ และมหรสพสุดยิ่งใหญ่สำหรับชาวเมืองในยุคนั้น บอกเลยว่า แม้เวลาจะผ่านมาหลายศตวรรษ แต่เมื่อได้มายืนอยู่ตรงหน้า ก็ยังสัมผัสได้ถึงความอลังการของสิ่งก่อสร้างที่เคยเป็นศูนย์กลางความบันเทิงของจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่
ด้านในเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินชมอัฒจันทร์ ลานประลอง และนิทรรศการที่บอกเล่าเรื่องราวของจักรวรรดิโรมันอย่างละเอียด ส่วนใครที่อยากสัมผัสประสบการณ์แบบเต็มอิ่ม แนะนำให้เลือกตั๋ว Full Experience ซึ่งสามารถเข้าชมชั้นใต้ดิน (Underground) และ Arena Floor จุดที่นักสู้กลาดิเอเตอร์เคยยืนก่อนลงสนามจริงได้ด้วย แนะนำให้จองตั๋วล่วงหน้า เพราะโคลอสเซียมเป็นสถานที่ท่องเที่ยวโรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนที่คิวเข้าชมค่อนข้างยาว
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/XCm9pFCWgUiwYrKS8
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน เวลา 08.30–16.30 น. (เวลาปิดอาจแตกต่างตามฤดูกาล)
ค่าเข้าชม
เดินออกจากโคลอสเซียมมาเพียงไม่กี่นาที ก็จะเข้าสู่ Roman Forum หรือ จัตุรัสโรมัน พื้นที่ที่เคยเป็นหัวใจของจักรวรรดิโรมันเมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน และเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวโรม ที่คนรักประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาด
ในอดีต พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นทั้งศูนย์กลางการเมือง การค้า ศาสนา และสถานที่จัดพิธีสำคัญของเมือง เต็มไปด้วยวิหาร พระราชวัง อาคารราชการ และตลาด แม้วันนี้จะเหลือเพียงซากโบราณสถาน แต่แค่ได้เดินท่ามกลางเสาหิน ถนนโบราณ และซากวิหารต่าง ๆ ก็เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสู่ยุครุ่งเรืองของอาณาจักรโรมันแล้ว
จุดที่น่าสนใจมีหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น Temple of Saturn, Arch of Septimius Severus, Temple of Antoninus and Faustina และ House of the Vestal Virgins ซึ่งแต่ละแห่งล้วนมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจซ่อนอยู่
ทริค: แนะนำให้เผื่อเวลาเดินชมอย่างน้อย 2 ชั่วโมง พร้อมใส่รองเท้าที่เดินสบาย ๆ เพราะพื้นที่ค่อนข้างกว้างและพื้นส่วนใหญ่เป็นหินโบราณ ยิ่งใครที่มาเที่ยวช่วงหน้าร้อน อย่าลืมพกน้ำดื่ม หมวก และครีมกันแดดติดตัวมาด้วยเด็ดขาด!
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/8PfqfzwvW7Z7kYur6
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน เวลา 09.00–16.30 น. (เวลาปิดอาจแตกต่างตามฤดูกาล)
ค่าเข้าชม:
ถ้ามาเที่ยวกรุงโรม แล้วไม่ได้แวะ น้ำพุเทรวี (Trevi Fountain) ก็เหมือนมาไม่ถึง เพราะนี่คือน้ำพุสไตล์บาโรกที่โด่งดังที่สุดของอิตาลี และเป็นหนึ่งในที่เที่ยวโรม ห้ามพลาดที่มีนักท่องเที่ยวมาตลอดทั้งปี
น้ำพุแห่งนี้สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1762 โดดเด่นด้วยรูปปั้นเทพเนปจูนประทับอยู่บนรถม้าที่ลากโดยม้าน้ำ รายล้อมด้วยประติมากรรมหินอ่อนขนาดใหญ่ที่แกะสลักอย่างประณีต ยิ่งได้เห็นของจริงจะยิ่งรู้สึกถึงความอลังการที่ภาพถ่ายถ่ายทอดออกมาได้ไม่หมด
ไฮไลต์ที่หลายคนตั้งใจมาทำก็คือการโยนเหรียญลงในน้ำพุ โดยหันหลังให้น้ำพุแล้วโยนเหรียญด้วยมือขวาข้ามไหล่ซ้าย ตามความเชื่อที่ว่าหากโยน 1 เหรียญ จะได้กลับมาเยือนกรุงโรมอีกครั้ง ส่วนเหรียญทั้งหมดที่เก็บได้ในแต่ละวันจะถูกนำไปบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ ถือว่าได้ทั้งความสนุกและได้ร่วมทำบุญไปในตัว
ทริคเล็ก ๆ คือ ถ้าอยากถ่ายรูปแบบไม่ติดคนเยอะ แนะนำให้มาตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ หรือหลังสามทุ่ม บรรยากาศจะเงียบกว่าช่วงกลางวันมาก
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/W955md9DuVpkcV1c9
เวลาเปิด-ปิด: 09.00–22.00 น. / ยกเว้นวันจันทร์และวันศุกร์ เปิดเวลา 11.00–22.00 น.
ค่าเข้าชม: 2 ยูโร
อีกหนึ่งที่เที่ยวในโรม ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ร้อยปี ก็ยังสร้างความว้าวให้กับคนทั่วโลกได้เสมอ คือ วิหารแพนธีอัน (Pantheon) อาคารโบราณที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างยุคโรมันที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่ยังคงหลงเหลืออยู่
เดิมทีที่นี่ถูกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเทพเจ้าของชาวโรมัน ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นโบสถ์คาทอลิกในเวลาต่อมา ไฮไลต์ที่ทุกคนต้องเงยหน้ามองคือโดมคอนกรีตขนาดมหึมา ซึ่งยังคงเป็นโดมคอนกรีตไร้เหล็กที่ใหญ่ที่สุดในโลกจนถึงทุกวันนี้ ส่วนช่องเปิดทรงกลมตรงกลาง หรือ Oculus จะปล่อยให้แสงธรรมชาติส่องลงมายังภายในอาคาร เกิดเป็นภาพที่สวยงามและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ไหน
ภายในยังเป็นสถานที่ฝังพระศพของ Raphael จิตรกรชื่อดังแห่งยุคเรอเนสซองซ์ รวมถึงกษัตริย์อิตาลีหลายพระองค์อีกด้วย ส่วนด้านนอกก็รายล้อมไปด้วยร้านกาแฟ คาเฟ่ และร้านเจลาโตบรรยากาศดี เหมาะกับการนั่งพักหลังเดินเที่ยวฟิน ๆ
อีกเรื่องที่ควรรู้คือ วิหารแพนธีอัน ยังคงเป็นโบสถ์ที่ใช้ประกอบพิธีทางศาสนาอยู่จนถึงปัจจุบัน หากมาในช่วงที่มีพิธีมิสซา (Holy Mass) พื้นที่ภายในจะเปิดให้เฉพาะผู้มาร่วมประกอบพิธีเท่านั้น โดยปกติจะมีพิธีในวันเสาร์และวันก่อนวันนักขัตฤกษ์ เวลา 17.00 น. และในวันอาทิตย์รวมถึงวันนักขัตฤกษ์ เวลา 10.30 น. ดังนั้นหากวางแผนมาเที่ยว แนะนำให้เช็กช่วงเวลาพิธีล่วงหน้า เพื่อจะได้เข้าชมได้แบบเต็มอิ่มและไม่เสียเที่ยวน้า
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/Tpof7MmNAEyQ9zkp7
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 09.00–19.00 น.
ค่าเข้าชม
ข้อควรรู้: ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นมา ตั๋วเข้าชม Pantheon เป็นแบบระบุชื่อผู้เข้าชม (Nominal Ticket) ทุกใบ โดยชื่อบนตั๋วต้องตรงกับพาสปอร์ตหรือบัตรประจำตัว หากต้องการแก้ไขชื่อ ต้องดำเนินการล่วงหน้าอย่างน้อย 72 ชั่วโมงก่อนเวลาเข้าชม ดังนั้นอย่าลืมตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องก่อนยืนยันการจอง
ใครอยากสัมผัสเสน่ห์ของกรุงโรมแบบไม่ต้องรีบร้อน แนะนำให้แวะมาที่ จัตุรัสนาโวนา (Piazza Navona) จัตุรัสที่หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในมุมที่มีชีวิตชีวาที่สุดของกรุงโรม เพราะเต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ มีศิลปินเปิดหมวก และอาคารสไตล์บาโรกที่เรียงรายอยู่รอบลานกว้าง บรรยากาศคึกคักตั้งแต่เช้าจนค่ำ
หลายคนอาจไม่รู้ว่า พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นสนามกีฬาของจักรวรรดิโรมันเมื่อเกือบ 2,000 ปีก่อน ก่อนจะถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นจัตุรัสสาธารณะในเวลาต่อมา ไฮไลต์สำคัญคือ Fountain of the Four Rivers ผลงานชิ้นเอกของ Gian Lorenzo Bernini ที่ตั้งอยู่กลางจัตุรัส โดยประติมากรรมทั้ง 4 ด้านสื่อถึงแม่น้ำสายสำคัญของโลก ได้แก่ แม่น้ำไนล์ แม่น้ำดานูบ แม่น้ำคงคา และแม่น้ำริโอเดอลาพลาตา
รอบ ๆ จัตุรัสยังมีโบสถ์ Sant'Agnese in Agone ร้านเจลาโต และร้านอาหารอิตาเลียนให้นั่งพักแบบสบาย ๆ จะมาจิบกาแฟ นั่งดูผู้คนเดินผ่าน หรือแวะทานมื้อเย็นก็ได้บรรยากาศสุด ๆ โดยเฉพาะช่วงเย็นที่แสงแดดเริ่มอ่อนลง ถือเป็นช่วงเวลาที่จัตุรัสสวยที่สุดเลยก็ว่าได้
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/azUh9o6tB89unpuQ9
เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม: ฟรี
ถ้าเดินเที่ยวแถว Roman Forum หรือ Piazza Venezia รับรองว่าต้องสะดุดตากับอาคารหินอ่อนสีขาวขนาดใหญ่แห่งนี้อย่างแน่นอน นั่นก็คือ Monument to Victor Emmanuel II หรือ Altare della Patria อนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระเจ้าวิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 กษัตริย์พระองค์แรกของอิตาลีหลังการรวมชาติ
ด้วยรูปลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่และโดดเด่น หลายคนจึงเรียกที่นี่เล่น ๆ ว่า "Wedding Cake" เพราะตัวอาคารดูคล้ายเค้กแต่งงานสีขาวขนาดยักษ์ ภายในเป็นที่ตั้งของสุสานทหารนิรนาม (Tomb of the Unknown Soldier) ซึ่งมีพิธีผลัดเปลี่ยนเวรยามตลอดทั้งวัน และยังมีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การรวมชาติอิตาลีให้เข้าชมอีกด้วย
ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือการขึ้นลิฟต์แก้วไปยังจุดชมวิว Terrazza delle Lanterne จากด้านบนสามารถมองเห็นทั้งโคลอสเซียม, จัตุรัสโรมัน, จัตุรัสเวเนเซีย และวิวหลังคาสีส้มของกรุงโรมได้แบบพาโนรามา ถือเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมืองเลย
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/E2zCG3rnaLRbdCNSA
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 09.30–19.30 น.
ค่าเข้าชม
สำหรับสายศิลปะและประวัติศาสตร์ บอกเลยว่าห้ามพลาด พิพิธภัณฑ์วาติกัน (Vatican Museums) เพราะที่นี่เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกตั้งใจปักหมุดมาเมื่อมาเที่ยวโรม
ภายในรวบรวมผลงานศิลปะมากกว่า 70,000 ชิ้น ไล่ตั้งแต่ประติมากรรมโรมันโบราณ ภาพวาดยุคเรอเนสซองซ์ ไปจนถึงห้องจัดแสดงที่ตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา แต่ไฮไลต์ที่ทุกคนรอคอยคือ Sistine Chapel โบสถ์ที่ประดับภาพวาดเพดาน "The Creation of Adam" ผลงานระดับตำนานของ Michelangelo ซึ่งถือเป็นหนึ่งในงานศิลปะที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก
และด้วยพิพิธภัณฑ์มีพื้นที่กว้างมาก ถ้าอยากจะเดินครบทุกโซนอาจใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง ดังนั้นใส่รองเท้าที่เดินสบายไว้ก่อน รับรองว่าใช้คุ้มแน่นอน อีกเรื่องที่ควรรู้คือคิวซื้อตั๋วหน้างานค่อนข้างยาว โดยเฉพาะช่วงไฮซีซั่น แนะนำให้จองผ่านเว็บไซต์ทางการล่วงหน้า แม้จะมีค่าธรรมเนียมเพิ่ม แต่ช่วยประหยัดเวลาได้หลายชั่วโมงเลยทีเดียว
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/a5KEAHKULZMtY3K78
เวลาเปิด-ปิด: วันจันทร์–เสาร์ 08.00–20.00 น. (วันอาทิตย์ ยกเว้นอาทิตย์สุดท้ายของเดือน ควรเช็กตารางวันเปิดก่อนไปที่เว็บไซต์ทางการ)
ค่าเข้าชม
ถ้ามาถึงนครรัฐวาติกันแล้ว ยังไงก็ต้องแวะ มหาวิหารนักบุญเปโตร (St. Peter's Basilica) เพราะที่นี่คือโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นศูนย์กลางความศรัทธาของชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกจากทั่วทุกมุมโลก
มหาวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นบนสถานที่ซึ่งเชื่อว่าเป็นสุสานของนักบุญเปโตร หนึ่งในอัครสาวกของพระเยซู ภายในตกแต่งอย่างอลังการด้วยหินอ่อน โมเสก และประติมากรรมชั้นยอด โดยมีผลงาน Pietà ของ Michelangelo เป็นไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด
ส่วนใครที่อยากชมวิวมุมสูงของกรุงโรม แนะนำให้ขึ้นไปบนยอดโดมของมหาวิหาร จากด้านบนจะมองเห็นทั้งจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ หลังคาสีส้มของเมือง และวิวแบบ 360 องศา เป็นอีกหนึ่งมุมที่สวยที่สุดของเมืองเลยก็ว่าได้
ข้อควรรู้: ก่อนเข้าชม อย่าลืมแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่ และสวมกางเกงหรือกระโปรงที่ยาวคลุมเข่า เนื่องจากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และควรเผื่อเวลาสำหรับการต่อคิวตรวจความปลอดภัยด้วย
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/LMv3KKcv63Zmiu6j9
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 07.00–19.10 น.
ค่าเข้าชม
อีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่เห็นในโปสการ์ดของกรุงโรมอยู่บ่อย ๆ ก็คือ บันไดสเปน (Spanish Steps) บันไดหินอ่อนจำนวน 135 ขั้น ที่เชื่อมระหว่าง Piazza di Spagna กับโบสถ์ Trinità dei Monti ด้านบน ถือเป็นจุดนัดพบยอดฮิตของทั้งนักท่องเที่ยวและชาวโรมันมานานหลายร้อยปี
บริเวณรอบ ๆ รายล้อมด้วยร้านแบรนด์เนม ร้านกาแฟ และถนนช้อปปิ้งชื่อดังอย่าง Via dei Condotti ใครที่เป็นสายช้อปสามารถเดินต่อได้แบบเพลิน ๆ ส่วนช่วงฤดูใบไม้ผลิ บันไดจะถูกประดับด้วยดอกอาซาเลียสีชมพูที่บานสะพรั่ง กลายเป็นอีกหนึ่งมุมถ่ายรูปที่สวยที่สุดของเมือง
ข้อควรระวัง: ปัจจุบันทางการกรุงโรมมีกฎห้ามนั่งบนบันไดสเปน เพื่อช่วยอนุรักษ์โบราณสถาน หากฝ่าฝืนอาจถูกปรับตั้งแต่ 250 ยูโร และหากทำให้บันไดสกปรกหรือเกิดความเสียหาย ค่าปรับอาจเพิ่มสูงถึง 400 ยูโร ดังนั้นแนะนำให้เดินชม ถ่ายรูป และเก็บบรรยากาศแทน จะได้เที่ยวอย่างสบายใจและไม่เสียค่าปรับโดยไม่รู้ตัวกันน้า
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/FWtfbugjYMJXzZf56
เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม: ฟรี
เดินเลียบแม่น้ำไทเบอร์จากนครรัฐวาติกันมาไม่นาน ก็จะเจอกับ ปราสาทซันตันเจโล (Castel Sant'Angelo) อาคารทรงกระบอกขนาดใหญ่ที่โดดเด่นสะดุดตา และเป็นหนึ่งในที่เที่ยวโรมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดแห่งหนึ่ง
หลายคนอาจคิดว่าที่นี่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นปราสาทตั้งแต่แรก แต่จริง ๆ แล้วเดิมทีอาคารแห่งนี้เป็นสุสานของจักรพรรดิฮาเดรียน ก่อนจะถูกดัดแปลงให้กลายเป็นป้อมปราการ พระราชวัง และที่ประทับของพระสันตะปาปาในช่วงสงคราม ภายในจึงเต็มไปด้วยห้องโบราณ อาวุธยุคกลาง และทางเดินลับ Passetto di Borgo ที่เชื่อมต่อกับนครรัฐวาติกัน ซึ่งเคยใช้เป็นเส้นทางหลบภัยของพระสันตะปาปาในอดีต
อีกหนึ่งเหตุผลที่หลายคนตั้งใจมาที่นี่คือจุดชมวิวบนดาดฟ้า เพราะสามารถมองเห็นแม่น้ำไทเบอร์ สะพาน Sant'Angelo มหาวิหารนักบุญเปโตร และวิวกรุงโรมได้แบบ 360 องศา ยิ่งถ้ามาช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก บอกเลยว่าบรรยากาศชโรแมนติกจับใจสุด ๆ
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/85h1wEPvCMy9sq9T9
เวลาเปิด-ปิด: 09.00–19.30 น. ปิดวันจันทร์ (จำหน่ายบัตรถึง 18.30 น.)
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ประมาณ 15 ยูโร (หากมีนิทรรศการพิเศษ อาจมีการปรับราคาตั๋วเพิ่มเติม)
หลังจากเดินเที่ยวโบราณสถานมาทั้งวัน ถ้าอยากหามุมพักผ่อนเงียบ ๆ ท่ามกลางธรรมชาติ แนะนำให้แวะ วิลล่าบอร์เกเซ (Villa Borghese) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางกรุงโรมที่ทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยวนิยมมานั่งเล่น วิ่งออกกำลังกาย ปั่นจักรยาน หรือปิกนิกกันในวันอากาศดี
ภายในสวนมีทั้งทะเลสาบเล็ก ๆ ที่สามารถเช่าเรือพายได้ สนามหญ้ากว้าง มีคาเฟ่ จุดชมวิว และเส้นทางเดินที่ร่มรื่น เหมาะสุด ๆ สำหรับการหลบความวุ่นวายของเมืองแล้วมานั่งพักเติมพลังสักชั่วโมง
นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของ Galleria Borghese พิพิธภัณฑ์ศิลปะชื่อดังที่รวบรวมผลงานระดับมาสเตอร์พีซของ Bernini, Caravaggio, Raphael และ Titian ไว้อย่างครบครัน ด้วยจำนวนผู้เข้าชมที่จำกัดในแต่ละรอบ จึงจำเป็นต้องจองตั๋วล่วงหน้าเท่านั้น ไม่มีจำหน่ายแบบ Walk-in หน้างาน หากวางแผนจะมา แนะนำให้จองไว้ล่วงหน้าหลายวัน โดยเฉพาะช่วงไฮซีซั่น
Google Maps:
เวลาเปิด-ปิด: สวนเปิดตลอดวัน (Galleria Borghese เปิดวันอังคาร–อาทิตย์ ตามรอบเวลา)
ค่าเข้าชม
ปิดท้ายลิสต์ที่เที่ยวโรม ด้วยย่านที่หลายคนตกหลุมรักมากที่สุดอย่าง Trastevere ย่านเก่าแก่ริมฝั่งแม่น้ำไทเบอร์ที่ยังคงเสน่ห์แบบกรุงโรมดั้งเดิมไว้ได้อย่างครบถ้วน ทั้งตรอกหิน บ้านสีอบอุ่น ร้านพาสต้าเล็ก ๆ คาเฟ่น่ารัก ๆ และบาร์บรรยากาศเป็นกันเอง
ความสนุกของการมาเที่ยวที่นี่คือไม่ต้องมีแพลนอะไรเลย แค่เดินเล่นไปเรื่อย ๆ ก็จะเจอร้านอาหารอร่อย ร้านไวน์เก่าแก่ ร้านเจลาโต และมุมถ่ายรูปสวย ๆ ซ่อนอยู่แทบทุกซอกทุกมุม จนหลายคนบอกว่านี่คือย่านที่สะท้อนวิถีชีวิตของชาวโรมันได้ดีที่สุด
ช่วงกลางวันเหมาะกับการเดินถ่ายรูปและแวะคาเฟ่ แต่ถ้ามาหลังพระอาทิตย์ตก ย่านทั้งย่านจะเต็มไปด้วยผู้คนที่ออกมานั่งทานอาหาร ฟังดนตรี และใช้เวลาสังสรรค์กันอย่างคึกคัก ใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศเที่ยวโรมด้วยตัวเองแบบโลคอล ๆ รับรองว่าจะต้องหลงรักย่านนี้แน่นอน
ทริค: ถ้ามีเวลา อย่าลืมแวะชม Basilica of Santa Maria in Trastevere หนึ่งในโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดของกรุงโรม โดดเด่นด้วยงานโมเสกสีทองอลังการ เป็นอีกหนึ่งมุมเงียบ ๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/N1a3t39rnvcaai787
เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม: ฟรี
UNA Hotels Decò Roma ใครกำลังมองหาที่พักโรม ที่บาลานซ์ระหว่างความสะดวกสบาย ทำเล และราคาได้อย่างลงตัวที่สุด ต้องเทใจให้ที่นี่เลย! โรงแรมนี้ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟกลาง Termini ในระยะเดินชิล ๆ แค่ไม่กี่นาที ทำให้การเดินทางในโรมง่ายสุด ๆ จะต่อรถไฟใต้ดินไปเช็กอินรอบเมืองก็สะดวกรวดเร็ว ตัวโรงแรมตกแต่งสไตล์อาร์ตเดโค (Art Deco) ที่ดูโมเดิร์น สว่าง โปร่งสบาย แฝงความคลาสสิกและดีไซน์เก๋ ๆ ห้องพักกว้างขวาง เตียงนุ่มนอนหลับเต็มอิ่มตามมาตรฐานอิตาลี แถมยังมีอาหารเช้าไลน์บุฟเฟต์ที่อร่อยและหลากหลายมาก เหมาะสำหรับทุกสไตล์ไม่ว่าจะมาเที่ยวโรมด้วยตัวเอง กับครอบครัว หรือคู่รักที่อยากได้พิกัดเดินทางง่าย ห้องพักดี ได้มาตรฐานอุ่นใจชัวร์ ๆ

Rome

ยูเอ็นเอ โฮเทล เดโค โรมา

9.1/10
•




Rome
THB 5,179.00
THB 4,882.84
Orient Express La Minerva อยากอัปเลเวลทริปเที่ยวกรุงโรม ให้กลายเป็นทริปสุดลักซ์ชู นอนฟินแบบประทับใจไม่รู้ลืม ต้องยกให้โรงแรมสุดหรูหราระดับตำนานแห่งนี้เลย! โลเคชั่นคือที่สุดเพราะตั้งอยู่ในพระราชวังเก่าสมัยศตวรรษที่ 17 ใจกลางย่านประวัติศาสตร์ อยู่ติดกับวิหารแพนธีออน และสามารถเดินไปเช็กอินที่ น้ำพุเทรวีได้แบบสบาย ๆ ความปังคือการตกแต่งภายในที่เรียบหรูคลาสสิก ผสมผสานความร่วมสมัยได้อย่างประณีต การบริการนี่บอกเลยว่าดูแลดีใส่ใจทุกรายละเอียด ไฮไลต์เด็ดคือบาร์บนชั้นดาดฟ้าที่เสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมวิวหลังคาเมืองโรมและโดมวิหารแพนธีออนแบบพาโนรามา สายคอนเทนต์หรือสายกินหรูอยู่สบายต้องถูกใจกันแน่นอน

Italy

โอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส ลา มินเอร์วา

9.8/10
•





Metropolitan City of Rome
THB 38,571.01
Aparthotel Colombo Roma สายลุย แบ็กแพ็กเกอร์ ที่อยากได้ห้องพักราคาประหยัดพื้นที่กว้างขวางเพื่อเอาเงินไปกินพาสต้ากับเจลาโต้ให้อิ่มท้อง แนะนำให้ปักหมุดที่นี่เลย! ที่นี่มาในสไตล์อพาร์ตเมนต์กึ่งโรงแรมราคาประหยัดที่ฮอตฮิตสุด ๆ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมือง มีพื้นที่ห้องพักกว้างขวาง ปลอดภัย สะอาดสะอ้าน มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานครบครัน และบางห้องยังมีโซนครัวเล็ก ๆ ให้ทำอาหารง่าย ๆ ได้ด้วย บรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัว แถมเดินทางเข้าโซนสถานที่ท่องเที่ยวโรม ชั้นในได้สะดวกด้วยรถบัส ถือเป็นตัวเลือกสุดคุ้มค่าที่ตอบโจทย์คนอยากเที่ยวฉ่ำ ๆ แบบคุมงบได้อยู่หมัด

Rome

อพาร์ตโฮเทล โคลอมโบ โรมา

9.1/10
•




Rome
THB 2,143.73
THB 2,021.10
เมืองโรมถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป การเดินทางมาที่นี่จึงสะดวกสบายและมีทางเลือกให้เลือกเดินทางหลากหลายวิธีเลย
การเตรียมตัวเรื่องวีซ่า: สำหรับใครที่อยากมาเที่ยวโรมด้วยตัวเอง สิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้เลยคือเรื่องวีซ่า เนื่องจากอิตาลีเป็นหนึ่งในประเทศกลุ่มเชงเก้น ดังนั้นเราเลยต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้นให้เรียบร้อยก่อนบิน แนะนำว่าพอได้แพลนเที่ยวที่ลงตัวแล้ว ให้รีบเตรียมเอกสารและกดนัดหมายคิวยื่นวีซ่าล่วงหน้าสัก 1-2 เดือนไปเลย จะได้มีเวลาตรวจทานแบบชิล ๆ
บอกเลยว่าการเดินทางในเมืองโรม อิตาลี นั้นง่ายและสะดวกมาก ต่อให้เป็นมือใหม่หัดเที่ยวโรม ก็ไม่มีหลงแน่นอน เพราะระบบขนส่งสาธารณะของเมืองนี้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบและครอบคลุมทุกจุดเช็กอินสำคัญ
ทริกการเลือกซื้อตั๋ว: การเดินทางในโรมจะใช้ระบบตั๋วร่วมกัน (ตั๋ว BIT 1 ใบราคา 1.50 ยูโร ใช้เดินทางได้ 100 นาที) แต่ถ้าใครมีแพลนเดินทางหลายรอบ แนะนำให้เลือกซื้อตั๋วเหมาวัน (มีให้เลือกทั้งแบบ 24, 48 หรือ 72 ชั่วโมง) จะคุ้มค่ากว่ามาก ที่สำคัญคือซื้อตั๋วแล้วอย่าลืมนำไปตอกบัตรที่ตู้สแตมป์ก่อนขึ้นรถทุกครั้งนะ ไม่งั้นถ้าเจอคุณตำรวจสุ่มตรวจขึ้นมา อาจโดนไม่รู้ตัว!
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเที่ยวโรม คือ ช่วงเดือนเมษายน - พฤษภาคม (ฤดูใบไม้ผลิ) และ ช่วงเดือนกันยายน - ตุลาคม (ฤดูใบไม้ร่วง) เนื่องจากเป็นช่วงที่สภาพอากาศเย็นสบายที่สุด อุณหภูมิเฉลี่ยกำลังชิล ไม่ร้อนจัดหรือหนาวจัดจนเกินไป ท้องฟ้าเปิดโล่งสดใส เหมาะแก่การเดินเท้าลัดเลาะถ่ายรูปตามสถานที่ท่องเที่ยวโรมกลางแจ้งได้ทั้งวันแบบไม่เหนื่อยหอบ
ลองมาเช็กบรรยากาศและไลฟ์สไตล์ของแต่ละฤดูกาล เพื่อเลือกช่วงเวลาที่ตอบโจทย์แพลนเที่ยวโรมของตัวเองกันเลย!
| ฤดูกาล | ช่วงเดือน | อุณหภูมิเฉลี่ย | ไฮไลต์เด็ดห้ามพลาด | ระดับราคา & นักท่องเที่ยว |
| ใบไม้ผลิ | เมษายน - พฤษภาคม | 12°C - 23°C | อากาศดี, ดอกไม้บานสดใส, เดินเที่ยวชิล | ราคาปานกลาง-สูง / คนเริ่มแน่น |
| ฤดูร้อน | มิถุนายน - สิงหาคม | 20°C - 32°C | วันยาวนานเที่ยวคุ้ม, ฟ้าเปิด, อีเวนต์เยอะ | ราคาสูง (High Season) / คนหนาตามาก |
| ใบไม้ร่วง | กันยายน - ตุลาคม | 14°C - 26°C | วิวใบไม้เปลี่ยนสีโรแมนติก, อากาศเย็น, คนซาลง | ราคาปานกลาง / เดินทางกำลังสบาย |
| ฤดูหนาว | พฤศจิกายน - มีนาคม | 4°C - 13°C | เทศกาลคริสต์มาส (ธ.ค.), ไม่ต้องต่อคิวยาว | ราคาประหยัดที่สุด / คนน้อย เที่ยวสบาย |
ก่อนที่เพื่อน ๆ จะแพ็กกระเป๋าและออกเดินทางไปเช็กอินตามพิกัดต่าง ๆ ในเมืองหลวงสุดอลังการแห่งนี้ ลองมาดูทริกเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้กัน รับรองว่าจะช่วยให้ทริปของทุกคนราบรื่น ปลอดภัย สนุก และคุ้มค่าเงินในกระเป๋าขึ้นอีกเยอะเลยจ้า!
อ่านต่อ:
Q: ไปเที่ยวโรมต้องแต่งตัวยังไง?
A: แต่งตัวแฟชั่นได้ตามใจชอบ แต่หากแพลนไปเข้าศาสนสถานอย่าง มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ หรือโบสถ์ต่าง ๆ ต้องแต่งกายสุภาพ โดยต้องสวมเสื้อมีแขนปิดไหล่ และกางเกงหรือกระโปรงต้องยาวคลุมเข่าเท่านั้น
Q: ไปเที่ยวโรมต้องทำวีซ่าไหม?
A: ต้องทำวีซ่า เนื่องจากประเทศอิตาลีอยู่ในกลุ่มเชงเก้น (Schengen) นักท่องเที่ยวชาวไทยจึงต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้นให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง แนะนำให้เตรียมเอกสารและกดจองคิวนัดหมายล่วงหน้าสัก 1-2 เดือนจะเพลย์เซฟที่สุดครับ
Q: ค่าใช้จ่ายเที่ยวโรมประมาณเท่าไหร่?
A: งบประมาณเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 - 6,000 บาทต่อคนต่อวัน (ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน) ขึ้นอยู่กับสไตล์การเลือกที่พักและร้านอาหารครับ ทริกคือสามารถเซฟงบเพิ่มได้ด้วยการกินเมนูโลคอล เติมน้ำดื่มฟรีจากน้ำพุรอบเมือง และเลือกซื้อตั๋วเดินทางสาธารณะแบบเหมาวัน
Q: เดินทางจากสนามบินเข้าเมืองโรมยังไง?
A: วิธีที่เร็วและสะดวกที่สุดคือ นั่งรถไฟด่วน Leonardo Express จากสนามบิน FCO ยิงตรงสู่สถานีรถไฟกลาง Roma Termini ในเวลาเพียง 32 นาที แต่ถ้าเน้นประหยัดและไม่รีบร้อน รถบัสรับส่งสนามบิน (Airport Shuttle Bus) ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้ดี
Q: เที่ยวโรมช่วงไหนดีที่สุด?
A: ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือ เดือนเมษายน - พฤษภาคม (ฤดูใบไม้ผลิ) และ เดือนกันยายน - ตุลาคม (ฤดูใบไม้ร่วง) เพราะเป็นช่วงที่สภาพอากาศเย็นสบายกำลังชิล ท้องฟ้าใส และเดินเท้าท่องเที่ยวแลนด์มาร์กเอาต์ดอร์ได้แบบไม่เหนื่อยหอบ
Q: สถานที่ท่องเที่ยวในโรมมีที่จอดรถไหม?
A: พื้นที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในโรมไม่มีที่จอดรถสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป เนื่องจากโซนเมืองเก่าเป็นเขตควบคุมการจราจร (ZTL) ที่ห้ามรถยนต์ส่วนบุคคลภายนอกเข้า และหาที่จอดรถยากมาก แนะนำให้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟใต้ดิน รถบัส หรือเดินเท้า จะสะดวกและประหยัดเวลาที่สุด


















