ปักหมุด 12 ที่เที่ยวโคโลญ รวมพิกัดน่าเช็กอิน พร้อมที่พักแนะนำ [2026]

ปักหมุด 12 ที่เที่ยวโคโลญ พาเที่ยวแลนด์มาร์กดังอย่างมหาวิหารโคโลญ สะพานกุญแจคู่รัก พร้อมแนะนำที่พัก วิธีเดินทาง และเคล็ดลับการเที่ยวโคโลญด้วยตัวเอง
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 9 นาที
ที่เที่ยวโคโลญ

หากพูดถึงเมืองน่าเที่ยวในเยอรมนี หลายคนอาจนึกถึงเบอร์ลินหรือมิวนิกก่อน แต่บอกเลยว่า โคโลญ (Cologne) ก็เป็นอีกเมืองที่มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน! ด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 2,000 ปี ผสมผสานกับบรรยากาศเมืองริมแม่น้ำไรน์ที่มีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยมหาวิหารระดับโลก พิพิธภัณฑ์ชื่อดัง ย่านเมืองเก่าสุดคลาสสิก และคาเฟ่น่ารัก ๆ ให้เดินเล่นได้ทั้งวัน

ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะเป็นสายประวัติศาสตร์ สายถ่ายรูป สายกิน หรือกำลังวางแผนเที่ยวโคโลญด้วยตัวเอง บทความนี้ Traveloka ได้รวบรวม 12 ที่เที่ยวโคโลญที่ห้ามพลาดมาไว้ให้ครบ พร้อมข้อมูลเวลาเปิด ค่าเข้าชม วิธีการเดินทาง ที่พักแนะนำ ช่วงเวลาน่าเที่ยว และเคล็ดลับก่อนเดินทาง แถมอ่านจบแล้วก็ยังสามารถจองตั๋วเครื่องบินและที่พักโคโลญ ผ่าน Traveloka ได้ง่าย ๆ พร้อมออกเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์ของเมืองริมแม่น้ำไรน์แห่งนี้กันเลย!

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยวโคโลญใน 1 นาที

12 พิกัดห้ามพลาด: จัดเต็มจุดเช็คอินครบทุกสไตล์ ตั้งแต่ความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมระดับโลกและแลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์ยุคโรมัน ย่านเมืองเก่าสุดคลาสสิก มิวเซียมชื่อดังระดับโลก ไปจนถึงพิกัดไฮไลต์สำหรับครอบครัว ทั้งสวนสัตว์ สวนพฤกษศาสตร์ร่มรื่น และย่านช้อปปิ้งคาเฟ่สุดฮิปที่สายคอนเทนต์ต้องเลิฟ!
ช่วงเวลาน่าเที่ยว: เดือนพฤษภาคม - กันยายน ดีที่สุดเพราะอากาศอุ่นสบาย ท้องฟ้าใส และกลางวันยาวนานทำให้เดินเที่ยวได้คุ้มมาก แต่ถ้าอยากสัมผัสความอบอุ่นและแสงสีโรแมนติกของตลาดคริสต์มาสโบราณที่สวยติดอันดับยุโรป ต้องมาช่วงเดือนธันวาคมเลย
การเดินทางไปโคโลญ: บินมาลงที่ ท่าอากาศยานโคโลญบอนน์ (CGN) แล้วนั่งรถไฟต่อเข้าเมืองได้ใน 15 นาที หรือจะเลือกบินลงสนามบินแฟรงก์เฟิร์ต (FRA) แล้วนั่งรถไฟความเร็วสูง ICE ยิงยาวมาลงใจกลางโคโลญในเวลาแค่ 1 ชั่วโมง เพื่อเซฟงบและเก็บโปรโมชันราคาดี ๆ บนแอป Traveloka ก็ได้เช่นกัน
การเดินทางในโคโลญ: ง่ายดายและหมดห่วงเรื่องหลงด้วยระบบรถไฟใต้ดิน (U-Bahn) และรถราง (Stadtbahn) ที่วิ่งถี่ตรงเวลาเชื่อมต่อแลนด์มาร์กดังทั่วเมือง แถมยังมีรถไฟชานเมือง (S-Bahn) และรถบัสคอยให้บริการเข้าถึงทุกจุดเช็กอินแบบไร้รอยต่อ
เคล็ดลับการเที่ยว: แนะนำให้ซื้อตั๋ววัน (24-Hour Ticket) หรือตั๋วเหมา KölnCard จะคุ้มค่าที่สุดเพราะได้ทั้งเดินทางฟรีและส่วนลดค่าเข้าชม, วางแผนจองตั๋วเครื่องบินและที่พักล่วงหน้า และอย่าลืมพกเงินสดติดตัวไว้บ้างเพราะร้านโลคอลหรือร้านเบียร์ดั้งเดิมบางแห่งอาจยังไม่รับบัตรเครดิต

12 ที่เที่ยวโคโลญที่ต้องไปเช็กอิน! 

1. มหาวิหารโคโลญ (Cologne Cathedral / Kölner Dom)

Cologne Cathedral

ถ้าจะให้เลือกแลนด์มาร์กเพียงแห่งเดียวที่เป็นสัญลักษณ์ของ โคโลญ (Cologne) ก็คงต้องยกให้ มหาวิหารโคโลญ (Cologne Cathedral) แบบไม่มีข้อโต้แย้ง เพราะนี่คือโบสถ์สไตล์โกธิกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป และเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาเที่ยวโคโลญกันทุกปี

มหาวิหารแห่งนี้เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1248 แต่ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานกว่า 630 ปี กว่าจะแล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1880 ด้วยยอดหอคอยคู่สูงถึง 157 เมตร ทำให้เคยเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลกอยู่ช่วงหนึ่ง และแม้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองโคโลญจะถูกโจมตีอย่างหนัก แต่มหาวิหารแห่งนี้ก็ยังคงยืนหยัดอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง จนกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่งของเมืองมาจนถึงทุกวันนี้

ภายในมหาวิหารงดงามไม่แพ้ภายนอก ทั้งกระจกสีโบราณขนาดใหญ่ เสาหินสูงตระหง่าน และหีบทองคำบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของนักปราชญ์ทั้งสาม (Shrine of the Three Kings) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในศาสนวัตถุที่สำคัญที่สุดของคริสต์ศาสนา ส่วนใครที่อยากชมวิวเมืองแบบเต็มตา ก็สามารถเดินขึ้นบันได 533 ขั้นสู่หอคอยด้านใต้ (South Tower) เพื่อชมวิวแม่น้ำไรน์ และตัวเมืองโคโลญ เยอรมนี แบบพาโนรามา รับรองว่าคุ้มค่ากับความเหนื่อยแน่นอน

เวลาเปิด-ปิด: มหาวิหารเปิดทุกวัน 06.00–20.00 น. / หอคอยเปิดประมาณ 09.00–16.00 น. หรือ 18.00 น. (ขึ้นอยู่กับฤดูกาล)
ค่าเข้าชม: เข้ามหาวิหารฟรี / ขึ้นหอคอยประมาณ 6 ยูโร (หากเข้าชมห้องเก็บสมบัติรวมอยู่ที่ประมาณ 10 ยูโร)

2. สะพานโฮเอินซอลเลิร์น (Hohenzollern Bridge / Hohenzollernbrücke)

Hohenzollern Bridge

เดินออกจากมหาวิหารมาไม่ถึง 5 นาที ก็จะเจอกับ สะพาน Hohenzollern อีกหนึ่งที่เที่ยวโคโลญ ห้ามพลาด ที่แทบทุกคนต้องแวะมาถ่ายรูป เพราะที่นี่ถือเป็นจุดชมวิวมหาวิหารที่สวยที่สุดของเมือง

เดิมทีสะพานแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นเส้นทางรถไฟข้ามแม่น้ำไรน์ แต่ปัจจุบันยังเปิดให้คนเดินและนักปั่นจักรยานใช้งานได้ด้วย สิ่งที่ทำให้สะพานนี้โด่งดังไปทั่วโลกคือ "Love Locks" หรือกุญแจแห่งความรัก ที่คู่รักจากหลายประเทศนำมาคล้องไว้บนราวสะพาน พร้อมสลักชื่อของตัวเอง ก่อนจะโยนลูกกุญแจลงแม่น้ำไรน์ เป็นสัญลักษณ์ของความรักที่มั่นคงและไม่มีวันแยกจากกัน

นอกจากจะเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตแล้ว ที่นี่ยังเป็นมุมชมพระอาทิตย์ตกที่สวยสุดใจอีกด้วย เพราะช่วงเย็นที่แสงสีส้มทองสะท้อนลงแม่น้ำ พร้อมฉากหลังเป็นมหาวิหารโคโลญ บอกเลยว่าถ่ายรูปมุมไหนก็ปังจริงๆ

เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอดวัน
ค่าเข้าชม: ฟรี

3. เมืองเก่าโคโลญ (Old Town Cologne / Altstadt)

Old Town Cologne

ถ้าอยากสัมผัสเสน่ห์ของสถานที่ท่องเที่ยวโคโลญแบบดั้งเดิม แนะนำให้เดินเล่นในเมืองเก่าโคโลญ (Old Town Cologne) หรือ Altstadt เพราะที่นี่คือหัวใจของเมืองที่เต็มไปด้วยถนนหิน อาคารสีลูกกวาด และร้านเบียร์ท้องถิ่นที่เปิดมานานหลายร้อยปี

แม้ตัวเมืองจะได้รับความเสียหายอย่างหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่หลายอาคารได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ให้มีหน้าตาใกล้เคียงกับของเดิมมากที่สุด ทำให้ทุกวันนี้ยังคงมีกลิ่นอายของยุโรปยุคกลางอยู่เต็ม ๆ 

ระหว่างเดินเล่นจะเจอกับร้านอาหารเยอรมัน คาเฟ่น่ารัก ๆ ร้านขายของที่ระลึก และจัตุรัสเล็ก ๆ ที่มีนักดนตรีเปิดหมวกมาสร้างสีสันตลอดทั้งวัน ใครที่กำลังวางแพลนเที่ยวโคโลญ หรือมีเวลาเที่ยวโคโลญ 1 วัน ย่านนี้ถือว่าเก็บครบทั้งของกิน มุมถ่ายรูป และแลนด์มาร์กสำคัญในระยะเดินถึงกันได้หมด

ช่วงเย็นบรรยากาศจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะผู้คนจะออกมานั่งดื่มเบียร์ Kölsch เบียร์ท้องถิ่นชื่อดังของเมืองริมแม่น้ำ ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดจริงๆ! 

เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอดวัน
ค่าเข้าชม: ฟรี

4. พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลตโคโลญ (Chocolate Museum Cologne / Schokoladenmuseum Köln)

Chocolate Museum Cologne
Chocolate Museum Cologne

Credit: FB Schokoladenmuseum

ใครเป็นสายของหวานต้องหลงรักที่นี่แน่นอน เพราะ พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลตโคโลญ เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเยอรมนี และเป็นที่เที่ยวในโคโลญที่เหมาะกับทั้งครอบครัวเลยจริง ๆ 

ด้านในพิพิธพัณฑ์จะพาเราย้อนเวลากลับไปตั้งแต่ยุคที่ชาวมายันและแอซเท็กเริ่มนำเมล็ดโกโก้มาทำเครื่องดื่ม ก่อนจะพัฒนาเป็นช็อกโกแลตที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน พร้อมจัดแสดงขั้นตอนการผลิตตั้งแต่เมล็ดโกโก้ไปจนถึงช็อกโกแลตแท่งแบบครบทุกขั้นตอน 

ส่วนไฮไลต์ที่หลายคนรอคอยคือ น้ำพุช็อกโกแลตขนาดใหญ่สูงกว่า 3 เมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำเวเฟอร์มาจุ่มช็อกโกแลตร้อน ๆ แจกให้นักท่องเที่ยวชิมฟรี นอกจากนี้ยังมีโรงงานผลิตช็อกโกแลตจำลอง ร้านขายของฝาก และคาเฟ่วิวแม่น้ำไรน์ที่เหมาะกับการนั่งพักหลังเดินเที่ยวอีกด้วย

เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 10.00–18.00 น. (ทั้งนี้ในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว เช่น เดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ และพฤศจิกายน อาจมีบางวันจันทร์ที่ปิดทำการ ควรตรวจสอบเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทาง)
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ประมาณ 15.50–17.50 ยูโร (ขึ้นอยู่กับวันธรรมดาหรือวันหยุด)

5. โบสถ์เซนต์มาร์ตินใหญ่ (Great St. Martin Church / Groß St. Martin)

เดินเล่นในเมืองเก่าโคโลญไปเรื่อย ๆ รับรองว่าสายตาจะต้องสะดุดกับยอดหอคอยทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ของ โบสถ์เซนต์มาร์ตินใหญ่ (Great St. Martin Church) อย่างแน่นอน เพราะนี่คือหนึ่งในโบสถ์เก่าแก่ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง และเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวโคโลญ ห้ามพลาดสำหรับคนที่ชอบสถาปัตยกรรมยุโรปคลาสสิก

โบสถ์แห่งนี้มีประวัติย้อนไปถึงศตวรรษที่ 12 สร้างขึ้นบนซากอาคารสมัยโรมันโบราณที่เคยตั้งอยู่ริมแม่น้ำไรน์ แม้จะได้รับความเสียหายอย่างหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ก็ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่อย่างประณีต จนกลับมาสวยงามเหมือนในอดีตอีกครั้ง

เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่สถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ที่ดูเรียบง่ายแต่สง่างาม ยิ่งมองจากด้านนอกจะเห็นยอดหอคอยสีเทาตั้งเด่นตัดกับบ้านสีพาสเทลของย่านเมืองเก่า กลายเป็นภาพจำของโคโลญ เยอรมนี ที่หลายคนคุ้นตา ส่วนด้านในโบสถ์ก็ให้บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการแวะพักจากการเดินเที่ยว และใช้เวลาเก็บรายละเอียดความงดงามของสถาปัตยกรรมโบราณ

หลังจากชมโบสถ์เสร็จแล้ว แนะนำให้เดินต่อไปยังริมแม่น้ำไรน์ที่อยู่ไม่ไกล รอบ ๆ เต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และลานกว้างสำหรับนั่งพักผ่อน เป็นมุมที่ทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยวนิยมมานั่งชมวิว โดยเฉพาะช่วงเย็นที่บรรยากาศดีเป็นพิเศษ

เวลาเปิด-ปิด: วันอังคาร–พฤหัสบดี 09.00–19.00 น. / วันศุกร์–อาทิตย์ 09.30–19.00 น. (ปิดวันจันทร์ และงดเข้าชมช่วงประกอบพิธี)
ค่าเข้าชม: ฟรี

6. พิพิธภัณฑ์ลุดวิก (Museum Ludwig)

Museum Ludwig

ใครที่เป็นสายอาร์ตหรือชื่นชอบงานศิลปะร่วมสมัย พิพิธภัณฑ์ลุดวิก (Museum Ludwig) คืออีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวโคโลญที่ไม่ควรพลาด เพราะตั้งอยู่ติดกับมหาวิหารโคโลญ เดินถึงกันได้ภายในไม่กี่นาที

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีชื่อเสียงระดับโลกจากการรวบรวมผลงานศิลปะสมัยใหม่และศิลปะป๊อปอาร์ตไว้จำนวนมาก โดยเฉพาะผลงานของ Pablo Picasso ซึ่งถือว่าเป็นคอลเลกชัน Picasso ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป นอกจากนี้ยังมีผลงานของ Andy Warhol, Roy Lichtenstein, Salvador Dalí และศิลปินชื่อดังอีกมากมาย

และสำหรับใครที่ไม่ใช่คนที่ติดตามงานศิลปะเป็นประจำ ก็ยังสามารถเดินชมได้แบบเพลิน ๆ เพราะนิทรรศการแต่ละโซนถูกจัดแสดงอย่างทันสมัย เข้าใจง่าย และมีนิทรรศการหมุนเวียนตลอดทั้งปี ทำให้มาเมื่อไรก็ได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ เสมอ ใครกำลังเที่ยวโคโลญด้วยตัวเองและอยากเติมสีสันให้ทริป แนะนำให้เผื่อเวลาไว้ประมาณ 2–3 ชั่วโมง รับรองว่าเดินเพลินจนลืมเวลาแน่นอน!

เวลาเปิด-ปิด: วันอังคาร–อาทิตย์ 10.00–18.00 น. (โดยวันพฤหัสบดีแรกของเดือนจะเปิดถึง 22.00 น.)
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ประมาณ 14 ยูโร

7. สวนสัตว์โคโลญ (Cologne Zoo / Kölner Zoo)

Cologne Zoo
Cologne Zoo

Credit: FB Kölner Zoo

ถ้าใครกำลังที่เที่ยวโคโลญกับครอบครัว หรืออยากเปลี่ยนบรรยากาศจากการเดินชมโบสถ์และพิพิธภัณฑ์ ลองแวะมา สวนสัตว์โคโลญ (Cologne Zoo) รับรองว่าใช้เวลาได้เพลิน ๆ ครึ่งวันแบบไม่รู้ตัว ที่นี่เปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1860 ถือเป็นสวนสัตว์ที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของเยอรมนี และเป็นมีสัตว์มากกว่า 10,000 ตัว จากกว่า 700 สายพันธุ์

จุดเด่นของสวนสัตว์แห่งนี้คือการออกแบบพื้นที่ให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติของสัตว์มากที่สุด ทำให้เราได้เห็นพฤติกรรมของสัตว์ในบรรยากาศที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นช้างเอเชีย ยีราฟ ฮิปโป สิงโต เพนกวิน หรือเสือโคร่งไซบีเรีย ซึ่งล้วนเป็นขวัญใจของทั้งเด็กและผู้ใหญ่

หนึ่งในไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ Elephant Park โซนช้างเอเชียขนาดใหญ่ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่เลี้ยงช้างที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป รวมถึง Hippodome อาคารจัดแสดงฮิปโปที่จำลองระบบนิเวศของแอฟริกาได้อย่างสมจริง ทั้งใต้น้ำและบนบก จนกลายเป็นโซนยอดฮิตที่หลายคนตั้งใจมา

นอกจากนี้ ภายในสวนสัตว์ยังมี Aquarium จัดแสดงสัตว์น้ำและสัตว์เลื้อยคลานจากทั่วโลก ซึ่งรวมอยู่ในบัตรเข้าชมแล้ว ใครกำลังมองหาที่เที่ยวโคโลญที่เหมาะกับทุกวัย ไม่ว่าจะมาเป็นคู่ มากับกลุ่มเพื่อน หรือพาครอบครัวมาเที่ยว ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ตอบโจทย์มาก!

เวลาเปิด-ปิด: ฤดูร้อน (มีนาคม–ตุลาคม) : ทุกวัน 09.00–18.00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 17.30 น.) / ฤดูหนาว (พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์) : ทุกวัน 09.00–17.00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 16.30 น.)
ค่าเข้าชม: ซื้อออนไลน์ ผู้ใหญ่เริ่มต้น 22.50 ยูโร, เด็ก (4–12 ปี) 10.50 ยูโร / ซื้อหน้าเคาน์เตอร์ ผู้ใหญ่ 29.50 ยูโร ,เด็ก (4–12 ปี) 15 ยูโร / เด็กอายุไม่เกิน 3 ปี เข้าฟรี

8. กระเช้าลอยฟ้าโคโลญ (Cologne Cable Car)

ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากการเดินเที่ยวในเมือง ลองขึ้น Cologne Cable Car กระเช้าลอยฟ้าที่จะพาเราลอยข้ามแม่น้ำไรน์ชมวิวเมืองจากมุมสูงแบบสบาย ๆ กระเช้าแห่งนี้เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1957 และถือเป็นหนึ่งในกระเช้าลอยฟ้าข้ามแม่น้ำที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป

เส้นทางจะเริ่มจากฝั่งใกล้สวนสัตว์โคโลญแล้วลอยข้ามแม่น้ำไปยัง สวนสาธารณะ Rheinpark ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสวนพฤกษศาสตร์ Flora ตลอดระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร เราจะได้เห็นวิวแม่น้ำไรน์ สะพานต่าง ๆ และเส้นขอบฟ้าของเมืองแบบเต็มตา แม้จะใช้เวลาไม่นาน แต่เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่หลายคนยกให้คุ้มค่ามาก โดยเฉพาะช่วงใบไม้ผลิและฤดูร้อนที่เมืองจะบรรยากาศดีเป็นพิเศษ

เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการประมาณเดือนเมษายน–ตุลาคม เวลา 10.00–18.00 น.
ค่าโดยสาร: ตั๋วไป-กลับผู้ใหญ่ ประมาณ 9.50 ยูโร (เที่ยวเดียวประมาณ 6 ยูโร)

9. สวนพฤกษศาสตร์ฟลอรา (Flora and Botanical Garden / Flora und Botanischer Garten Köln)

สวนพฤกษศาสตร์ฟลอรา

ลงจากกระเช้าแล้ว ถ้ามีเวลา แนะนำให้เดินต่อมายัง Flora and Botanical Garden สวนพฤกษศาสตร์ที่ใหญ่และสวยที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองโคโลญ เปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1864 และเป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมของคนท้องถิ่นเลย  

ภายในมีทั้งสวนกุหลาบ สวนสไตล์ญี่ปุ่น เรือนกระจก และพันธุ์ไม้จากทั่วโลกที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามฤดูกาล ไม่ว่าจะมาในช่วงดอกทิวลิปบานของฤดูใบไม้ผลิ หรือช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ก็ได้บรรยากาศแตกต่างกันไปจริง ๆ 

ใครอยากพักขาจากการเดินเที่ยวทั้งวัน ลองแวะมาหามุมเงียบ ๆ นั่งปิกนิก อ่านหนังสือ หรือเดินเล่นท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ รับรองว่ารู้สึกผ่อนคลายสุด ๆ

เวลาเปิด-ปิด: สวนเปิดทุกวัน 08.00 น. จนถึงพระอาทิตย์ตก (ช่วงฤดูร้อนเปิดถึงประมาณ 21.00 น.) ส่วน เรือนกระจก (Greenhouses) โดยทั่วไปเปิดประมาณ 10.00–16.00 น. หรือ 18.00 น. แล้วแต่ฤดูกาล
ค่าเข้าชม: ฟรี

10. พิพิธภัณฑ์โรมัน-เยอรมัน (Roman-Germanic Museum / Römisch-Germanisches Museum)

หลายคนอาจไม่รู้ว่าโคโลญ เคยเป็นเมืองสำคัญของจักรวรรดิโรมันเมื่อเกือบ 2,000 ปีก่อน หากอยากย้อนเวลากลับไปทำความรู้จักประวัติศาสตร์ของเมืองให้มากขึ้น ต้องแวะมาที่ Roman-Germanic Museum

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้รวบรวมโบราณวัตถุล้ำค่าจากยุคโรมันจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ รูปปั้น เหรียญ เครื่องแก้ว รวมถึงโมเสกโบราณอายุกว่า 1,800 ปี ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผลงานศิลปะยุคโรมันที่สมบูรณ์ที่สุดในยุโรป

ปัจจุบันอาคารหลักกำลังอยู่ระหว่างการบูรณะครั้งใหญ่ โดยนิทรรศการไฮไลต์ได้ย้ายไปจัดแสดงที่ Belgisches Haus ซึ่งยังคงเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมตามปกติ ใครสนใจประวัติศาสตร์รับรองว่าเดินเพลินและได้รู้จักเมืองโคโลญในอีกมุมหนึ่งแน่นอน

Google Maps (Belgisches Haus): https://maps.app.goo.gl/XWjDZYeMX8gJ6EaC6 
เวลาเปิด-ปิด:วันอังคาร–อาทิตย์ 10.00–18.00 น.
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ประมาณ 6 ยูโร

11. Cologne Triangle / KölnTriangle - Hochhaus

Cologne Triangle

ถ้าอยากเห็นภาพมหาวิหารโคโลญแบบเต็ม ๆ พร้อมวิวสะพาน Hohenzollern และแม่น้ำไรน์ในเฟรมเดียว ต้องมาที่ Cologne Triangle จุดชมวิวบนชั้น 28 ของอาคาร KölnTriangle ที่หลายคนยกให้เป็นวิวที่สวยที่สุดของเมือง

ข้อดีคือไม่ต้องเดินขึ้นบันไดหลายร้อยขั้นเหมือนบนมหาวิหาร เพียงขึ้นลิฟต์ไม่กี่วินาทีก็จะได้ชมวิวแบบ 360 องศา มองเห็นแลนด์มาร์กสำคัญแทบทั้งหมดของเมือง ยิ่งช่วงก่อนพระอาทิตย์ตกหรือหลังฟ้าเริ่มมืด บรรยากาศจะโรแมนติกมาก เพราะแสงไฟจากตัวเมืองและมหาวิหารจะค่อย ๆ ส่องสว่างตัดกับท้องฟ้า เป็นช่วงเวลาที่ช่างภาพหลายคนตั้งใจมารอเก็บภาพเลย 

เวลาเปิด-ปิด ฤดูร้อน (พฤษภาคม–กันยายน): วันจันทร์–ศุกร์ 11.00–23.00 น. / วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุด 10.00–23.00 น. 
เวลาเปิด-ปิด ฤดูหนาว (ตุลาคม–เมษายน): วันจันทร์–ศุกร์ 12.00–20.00 น. / วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุด 10.00–20.00 น.
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ ประมาณ 6 ยูโร (เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี เข้าฟรี)

12. ย่านเบลเยียม (Belgian Quarter / Belgisches Viertel)

Belgian Quarter

ปิดท้ายลิสต์ที่เที่ยวโคโลญ ด้วยย่านสุดฮิปที่คนท้องถิ่นหลงรักอย่าง Belgian Quarter (Belgisches Viertel) ซึ่งถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ ที่นี่ก็ให้อารมณ์คล้ายย่านอารีย์หรือทองหล่อในกรุงเทพฯ เพราะเต็มไปด้วยร้านกาแฟสเปเชียลตี้ ร้านอาหารนานาชาติ ร้านเสื้อผ้าดีไซน์เก๋ และแกลเลอรีศิลปะเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมถนน

ย่านนี้ได้ชื่อว่า Belgian Quarter เพราะถนนหลายสายตั้งชื่อตามเมืองต่าง ๆ ในประเทศเบลเยียม เช่น Brussels, Antwerp และ Ghent ทำให้บรรยากาศมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนย่านอื่นของเมือง

อีกหนึ่งจุดที่ห้ามพลาดคือ Brüsseler Platz จัตุรัสเล็ก ๆ ที่เป็นเหมือนศูนย์กลางของย่าน พอถึงช่วงเย็น โดยเฉพาะวันศุกร์และวันเสาร์ คนท้องถิ่นจะออกมานั่งจิบเบียร์ พูดคุย หรือแวะร้านอาหารรอบ ๆ บรรยากาศคึกคักแต่เป็นกันเองสุด ๆ เหมาะมากสำหรับใครที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตของชาวโคโลญนอกเหนือจากการเดินตามแลนด์มาร์กชื่อดัง

เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอดวัน
ค่าเข้าชม: ฟรี

ที่พักยอดนิยมในโคโลญ

มาเที่ยวเมืองน่ารัก ๆ ทั้งที การได้นอนที่พักโคโลญทำเลดี ๆ บอกเลยว่าช่วยเซฟแรงเซฟเวลาเดินทางไปได้เยอะมาก! เพื่อให้ทุกคนตัดสินใจง่ายขึ้น วันนี้ Traveloka คัด 3 โรงแรมเด็ดในโคโลญ ที่แบ่งตามสไตล์และงบประมาณมาให้เลือกปักหมุดกัน!

CityClass Hotel am Dom

CityClass Hotel am Dom
CityClass Hotel am Dom
CityClass Hotel am Dom
CityClass Hotel am Dom

+2

CityClass Hotel am Dom

สำหรับใครที่ชอบความสะดวกสบาย เดินทางง่าย และอยากอยู่ท่ามกลางความคึกคัก ต้องปักหมุดที่ CityClass Hotel am Dom เลย โรงแรมระดับ 4 ดาวที่ตั้งอยู่ใจกลางย่าน เมืองเก่าโคโลญ (Old Town Cologne) ความปังคืออยู่ห่างจากมหาวิหารโคโลญ (Cologne Cathedral) แค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้น เรียกว่าเดินออกจากโรงแรมปุ๊บก็เจอแลนด์มาร์กดัง แถมรอบ ๆ ยังเต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ชิค ๆ และถนนคนเดินให้ช้อปปิ้งกันเพลิน ๆ ห้องพักที่นี่ตกแต่งโมเดิร์น ดูอบอุ่น สะอาดสะอ้าน สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เหมาะมากสำหรับคนที่มาเที่ยวโคโลญกับครอบครัว หรือแก๊งเพื่อนที่อยากได้พิกัดกลางเมือง ไปไหนมาไหนก็ง่ายสุด ๆ 

Excelsior Hotel Ernst am Dom

Excelsior Hotel Ernst am Dom
Excelsior Hotel Ernst am Dom
Excelsior Hotel Ernst am Dom
Excelsior Hotel Ernst am Dom

+2

Excelsior Hotel Ernst am Dom

ถ้าอยากอัปเลเวลทริปเที่ยวโคโลญด้วยตัวเองให้กลายเป็นทริปสุดลักชัวรี นอนฟินแบบประทับใจไม่รู้ลืม ต้องยกให้ Excelsior Hotel Ernst am Dom โรงแรมระดับ 5 ดาวสุดหรูระดับตำนานที่ตั้งอยู่ทำเลทองฝั่งตรงข้าม มหาวิหารโคโลญ (Cologne Cathedral) และสถานีรถไฟกลางเลย ความเด็ดคือบางห้องพักแค่เปิดหน้าต่างออกมา ก็เห็นวิวความอลังการของมหาวิหารทรงโกธิคได้แบบเต็ม ๆ ตา การตกแต่งภายในเรียบหรูคลาสสิกสไตล์ยุโรปโบราณที่ผสมความโมเดิร์นได้อย่างประณีต การบริการนี่บอกเลยว่าดูแลดีใส่ใจทุกรายละเอียดระดับเวิลด์คลาส แถมในโรงแรมยังมีห้องอาหารดีกรีมิชลินสตาร์ให้ไปลิ้มลองอีกด้วย สายคอนเทนต์หรือสายกินหรูอยู่สบายตัวเองต้องเลิฟแน่นอน

a&o Köln Dom

a&o Köln Dom
a&o Köln Dom
a&o Köln Dom
a&o Köln Dom

+2

a&o Köln Dom

สายลุย แบ็คแพ็คเกอร์ หรือคนรุ่นใหม่ที่เน้นเที่ยวฉ่ำ ๆ เซฟงบค่าห้องไว้กินไว้ช้อปปิ้งในโคโลญ เยอรมนี แนะนำให้มาเช็กอินที่ a&o Köln Dom ได้เลย ที่นี่เป็นโฮสเทลและโรงแรมราคาประหยัดที่ฮอตสุด ๆ จุดขายหลักคือโลเคชั่นที่เทพมาก อยู่ห่างจากสถานีรถไฟกลางและมหาวิหารแค่ประมาณ 200 เมตรเท่านั้น ช่วยประหยัดค่าเดินทางในโคโลญ ไปได้เยอะโข บรรยากาศในที่พักสนุกสนานเป็นกันเอง สะอาด ปลอดภัย มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานให้ครบ เหมาะกับสายคุมงบที่มองหาความคุ้มค่าแบบจัดเต็มจ้า

วิธีการเดินทางไปโคโลญ

เมืองโคโลญ ถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการคมนาคมที่ใหญ่และสะดวกสบายที่สุดในภูมิภาคไรน์-รูร์ ของประเทศเยอรมนีเลย ทำให้การเดินทางมาที่นี่ไม่ว่าจะมาจากไทย หรือมาจากเมืองอื่น ๆ ในยุโรปก็ง่ายดายและมีตัวเลือกหลากหลายมาก:

เดินทางด้วยเครื่องบิน: สำหรับใครที่อยากบินตรงมาลงที่เมืองนี้เลย สามารถเลือกมาลงที่ ท่าอากาศยานโคโลญบอนน์ (Cologne Bonn Airport - CGN) ได้เลย สนามบินห่างจากตัวเมืองแค่นิดเดียว แถมมีรถไฟบนดิน (S-Bahn) สาย S13 และ S19 วิ่งฉลุยเข้าสู่สถานีรถไฟกลาง Cologne Hauptbahnhof (Köln Hbf) ในเวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น หรืออีกวิธีที่นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมกันมาก คือการบินมาลงที่สนามบินแฟรงก์เฟิร์ต (FRA) แล้วต่อรถไฟความเร็วสูง ICE ยิงยาวมาที่โคโลญได้ในเวลาแค่ 1 ชั่วโมง สะดวกสุด ๆ ไปเลย
เดินทางด้วยรถไฟ: ถ้ากำลังเดินทางมาจากเมืองอื่นในเยอรมันหรือประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ปารีส บรัสเซลส์ หรืออัมสเตอร์ดัม การนั่งรถไฟความเร็วสูงมาลงที่สถานีรถไฟกลางโคโลญ (Köln Hbf) คือฟินที่สุด เพราะตัวสถานีตั้งอยู่ใจกลางเมืองแบบแนบชิดติดกับมหาวิหารโคโลญ (Cologne Cathedral) ชนิดที่ก้าวขาออกจากสถานีปุ๊บก็เงยหน้าสบตากับความอลังการของมหาวิหารได้ปั๊บ!

การเตรียมตัวเรื่องวีซ่า: อย่าลืมกันนะว่าประเทศเยอรมนีอยู่ในกลุ่มประเทศเชงเก้น (Schengen) ดังนั้นเพื่อน ๆ ที่แพลนทริปเที่ยวโคโลญจากประเทศไทย จำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้นล่วงหน้าก่อนเดินทาง แนะนำให้เตรียมตัวและยื่นเอกสารล่วงหน้าประมาณ 1–2 เดือน จะได้บินลัดฟ้าไปเที่ยวได้อย่างสบายใจหายห่วง

วิธีการเดินทางในโคโลญ

บอกเลยว่าการเดินทางในโคโลญ นั้นง่ายและสะดวกจนต่อให้เป็นมือใหม่หัดเที่ยวก็ไม่มีหลงแน่นอน เพราะระบบขนส่งสาธารณะของที่นี่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบและครอบคลุมทุกสถานที่ท่องเที่ยวโคโลญแบบไร้รอยต่อ โดยหลัก ๆ จะมีบริการดังนี้

รถไฟใต้ดินและรถราง (U-Bahn / Stadtbahn): นี่คือวิธีการเดินทางหลักในการพาทุกคนลัดเลาะไปยังที่เที่ยวต่าง ๆ เลย  สาย U-Bahn จะวิ่งให้บริการทั้งใต้ดินในโซนใจกลางเมือง และโผล่ขึ้นมาวิ่งบนดินในย่านรอบนอก สังเกตสถานีง่าย ๆ จากป้ายไฟตัว U สีน้ำเงิน วิ่งถี่ ตรงเวลา และเข้าถึงเกือบทุกจุดเช็กอินสำคัญ
รถไฟชานเมือง (S-Bahn): เน้นวิ่งระยะยาวข้ามโซน เหมาะสำหรับใครที่มีแพลนเที่ยวโคโลญแล้วอยากนั่งรถไฟออกไปชิลฝั่งนอกเมือง หรือจะนั่งข้ามไปเที่ยวชมเมืองรอบ ๆ ก็สะดวกรวดเร็วมาก แนะนำให้สังเกตป้ายสถานีจะเป็นตัว S สีขาวบนพื้นเขียว
รถบัส (Bus): รถบัสของเมืองนี้มีเส้นทางวิ่งกระจายอยู่ทั่วทุกมุมเมือง เหมาะสำหรับนั่งเชื่อมต่อในจุดที่สถานีรถไฟอาจจะเข้าไม่ถึง หรืออยากนั่งชมบรรยากาศบ้านเมืองชิล ๆ ไปด้วย

ทริคการเลือกซื้อตั๋วสุดคุ้ม: ระบบตั๋วที่นี่จะแบ่งตามโซน ซึ่งถ้าเราเที่ยวตามแลนด์มาร์กหลัก ๆ จะอยู่ในโซนเมืองชั้นใน (โซน 1b) แนะนำว่าถ้าอยู่เที่ยวหลายวันให้เลือกซื้อตั๋วประเภท ตั๋ว 24 ชั่วโมง (24-Hour Ticket) หรือเลือกซื้อบัตร KölnCard ไปเลย เพราะนอกจากจะใช้นั่งรถสาธารณะได้แบบไม่จำกัดครั้งแล้ว ยังใช้เป็นส่วนลดค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์และจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้สูงสุดถึง 50% เลยทีเดียว ที่สำคัญคือซื้อตั๋วแล้วอย่าลืมนำไปตอกบัตรที่ตู้สแตมป์ก่อนขึ้นรถทุกครั้งนะ ไม่งั้นถ้าเจอตรวจอาจโดนปรับอ่วมไม่รู้ตัวน้า!

เที่ยวโคโลญ เดือนไหนดี?

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเที่ยวโคโลญ คือ เดือนพฤษภาคม - กันยายน (ปลายฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูร้อน) และ เดือนธันวาคม (ช่วงเทศกาลคริสต์มาส) เนื่องจากช่วงกลางปีอากาศจะเย็นสบาย ท้องฟ้าแจ่มใส ถ่ายรูปสวย และกลางวันยาวนานทำให้เดินเที่ยวได้คุ้มที่สุด ส่วนเดือนธันวาคมเมืองจะกลับมาคึกคักเป็นพิเศษด้วยแสงสีของตลาดคริสต์มาสโบราณที่สวยงามติดอันดับยุโรป

แต่ถ้าอยากไปสัมผัสบรรยากาศในฟีลที่ต่างกัน เมืองนี้ก็พร้อมต้อนรับทุกคนตลอดทั้งปีตามสไตล์ของแต่ละฤดู ดังนี้เลย

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): สดชื่น มีชีวิตชีวา กับดอกไม้บานและอากาศเย็นสบาย ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่เมืองโคโลญเริ่มฟื้นตัวจากความหนาวเย็น อุณหภูมิเฉลี่ยจะค่อย ๆ ไต่ระดับจาก 5°C ไปจนถึง 18°C ในเดือนพฤษภาคม แม้ช่วงต้นฤดูอาจมีฝนและลมหนาวหลงเหลืออยู่บ้าง แต่พอเข้าสู่ปลายฤดูใบไม้ผลิ อากาศจะดีงามมาก ต้นไม้รอบ ๆ แม่น้ำไรน์จะกลับมาเขียวชอุ่มและมีดอกไม้บานสะพรั่ง ข้อดีสุด ๆ คือนักท่องเที่ยวยังไม่หนาแน่น ค่าตั๋วเครื่องบินและที่พักโคโลญราคาค่อนข้างเป็นมิตร เหมาะมากสำหรับสายชิลที่ชอบเดินเล่นถ่ายรูปสถาปัตยกรรมแบบไม่แออัด
ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): ไฮซีซั่นสุดคึกคัก กลางวันยาวนาน เที่ยวได้ฉ่ำ ๆ นี่คือช่วงเวลาที่เมืองนี้มีชีวิตชีวาและสนุกสนานที่สุดของปี ด้วยอุณหภูมิเฉลี่ยที่สบาย ๆ ประมาณ 13°C - 25°C ไม่ร้อนจัดจนเกินไป ไฮไลต์เด็ดคือกลางวันยาวนานมาก บางวันพระอาทิตย์ตกดินตอนสามทุ่ม ทำให้มีเวลาเก็บสถานที่ท่องเที่ยวโคโลญได้แบบเต็มอิ่มจุใจ ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวจะออกมาทำกิจกรรมกลางแจ้ง นั่งจิบเบียร์ Kölsch รสชาติต้นตำรับในย่านเมืองเก่าโคโลญหรือนั่งล่องเรือชมวิวแม่น้ำกันอย่างครึกครื้น แต่ต้องเผื่อใจไว้หน่อยนะว่าช่วงนี้ราคาตั๋วและที่พักจะแรงขึ้นตามความฮอตของฤดูกาล
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): โรแมนติกคลาสสิกกับบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสี ใครที่ชอบมู๊ดสโลว์ไลฟ์และอากาศเย็นเฉียบชวนโรแมนติก ต้องมาเที่ยวโคโลญช่วงนี้เลย อุณหภูมิจะลดลงมาอยู่ที่ 5°C - 19°C บรรยากาศของเมืองจะเปลี่ยนผ่านเป็นสีส้มทองอมน้ำตาล ตัดกับสถาปัตยกรรมเก่าแก่ได้อย่างคลาสสิกสุด ๆ ถ่ายรูปมุมไหนก็ขึ้นกล้อง แถมในวันที่ 11 พฤศจิกายน ของทุกปี เวลา 11:11 น. จะเป็นวันเปิดฉากเทศกาลคาร์นิวัลโคโลญ (Cologne Carnival) อันยิ่งใหญ่ระดับโลก เมืองทั้งเมืองจะเต็มไปด้วยผู้คนที่แต่งชุดแฟนซีออกมาเฉลิมฉลอง สนุกสุดเหวี่ยงแบบห้ามพลาดเลยล่ะ
ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): หนาวสะท้านใจ แต่ฟินไปกับความอบอุ่นของตลาดคริสต์มาส แม้ว่าอุณหภูมิจะดิ่งลงไปอยู่ที่ -1°C ถึง 6°C และมืดเร็วตั้งแต่บ่ายสี่โมงเย็น แต่ในเดือนธันวาคม เมือง โคโลญ เยอรมนีจะถูกชุบชีวิตให้กลับมาอบอุ่นและโรแมนติกที่สุดด้วยแสงไฟระยิบระยับของตลาดคริสต์มาส (Christmas Markets) จัดขึ้นกระจายอยู่ตามจัตุรัสสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณหน้ามหาวิหารโคโลญ (Cologne Cathedral) ที่สวยงามอลังการจนสะกดทุกสายตา ส่วนหลังปีใหม่เป็นต้นไปจะเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่น เหมาะมากสำหรับสายคุมงบที่อยากได้ค่าตั๋วและห้องพักราคาถูกที่สุดในรอบปี

ตารางสรุปสภาพอากาศและไฮไลต์การเที่ยวโคโลญ

ฤดูกาลช่วงเดือนอุณหภูมิเฉลี่ยไฮไลต์เด็ดห้ามพลาดระดับราคา & นักท่องเที่ยว
ใบไม้ผลิมีนาคม - พฤษภาคม5°C - 18°Cดอกไม้เริ่มบาน, อากาศเริ่มอุ่นสบาย, เดินเที่ยวชิลไม่แออัดราคาปานกลาง / คนไม่หนาแน่น
ฤดูร้อนมิถุนายน - สิงหาคม13°C - 25°Cล่องเรือแม่น้ำไรน์, ดื่มเบียร์ท้องถิ่น, กลางวันยาวนานเที่ยวคุ้มราคาสูงที่สุด (High Season) / คนแน่น
ใบไม้ร่วงกันยายน - พฤศจิกายน5°C - 19°Cใบไม้เปลี่ยนสีสีส้มทอง, เทศกาลคาร์นิวัลใหญ่ (11 พ.ย.)ราคาปานกลาง / คนเริ่มลดลง
ฤดูหนาวธันวาคม - กุมภาพันธ์-1°C - 6°Cเทศกาลตลาดคริสต์มาสสุดตระการตา (ธ.ค.), ลานไอซ์สเก็ตราคาถูกที่สุด (

เคล็ดลับการเที่ยวโคโลญ

ก่อนจะแพ็กกระเป๋าออกเดินทางไปเช็กอินตามพิกัดต่าง ๆ ในโคโลญ ลองมาดูทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้กัน รับรองว่าจะช่วยให้ทริปของทุกคนราบรื่น สนุก และเซฟเงินในกระเป๋าไปได้อีกเยอะเลยล่ะ!

ช้อปบัตร KölnCard ติดตัวไว้คุ้มที่สุด: การ์ดท่องเที่ยวตัวนี้คือไอเทมลับของคนจะมาเที่ยวโคโลญ เลย เพราะช่วยให้เราใช้ระบบขนส่งสาธารณะได้แบบไม่จำกัดครั้ง แถมยังได้ส่วนลดค่าเข้าชมมิวเซียมและสถานที่ท่องเที่ยวโคโลญดัง ๆ สูงสุดถึง 50% อีกด้วย ซื้อเถอะคุ้มแน่นอน!
พกเงินสดติดกระเป๋าไว้บ้าง: แม้ว่าห้างใหญ่ ๆ ส่วนมากจะยินดีรับบัตรเครดิต แต่บอกเลยว่าร้านขนมโลคอล คาเฟ่เล็ก ๆ หรือร้านเบียร์ดั้งเดิม (Brauhaus) ในย่านเมืองเก่าโคโลญหลายร้านยังรับเงินสดอยู่ พกเหรียญและธนบัตรยูโรย่อย ๆ ติดตัวไว้ อุ่นใจกว่าเยอะ
ห้ามลืมตอกบัตรโดยสารเด็ดขาด: สำหรับใครที่ไม่ได้ใช้บัตรเหมาแล้วเลือกซื้อตั๋วรถไฟแบบเที่ยวเดียวหรือตั๋ววัน อย่าลืมนำตั๋วไปสแตมป์ที่ตู้ตอกบัตรบนชานชาลาก่อนขึ้นรถทุกครั้ง เพราะถ้าเจอเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจแล้วตั๋วไม่มีรอยตอก จะโดนปรับอ่วมข้อหาลักไก่แบบไม่รู้ตัวน้า
ขยายแพลนไปลุยที่เที่ยวใกล้ ๆ: ถ้าจัดทริปแล้วรู้สึกว่าเก็บแลนด์มาร์กในเมืองครบแล้ว แนะนำให้มองหาที่เที่ยวใกล้โคโลญเพิ่มเติมได้เลย เมืองรอบ ๆ เดินทางง่ายมาก เช่น นั่งรถไฟไปเยือนเมืองบอนน์ (Bonn) เมืองเกิดของบีโธเฟน หรือไปชมความอลังการของพระราชวังออกัสตัสเบิร์กที่เมืองบรูล (Brühl) ก็ใช้เวลาเดินทางแค่ 20-30 นาทีเท่านั้นเอง
วางแผนจองทุกอย่างล่วงหน้า: โคโลญเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ฮอตมาก โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนและช่วงตลาดคริสต์มาสปลายปี ดังนั้นใครที่มีแพลนเที่ยวโคโลญแล้ว แนะนำให้รีบกดจองตั๋วเครื่องบินและที่พักล่วงหน้าผ่าน Traveloka เอาไว้ก่อนเลย นอกจากจะการันตีว่าได้ตั๋วชัวร์ ๆ แล้ว ยังมีโปรโมชันดี ๆ ช่วยเซฟงบให้เราเอาไปช้อปปิ้งได้ฉ่ำขึ้นอีกด้วยนะ!

อ่านต่อ:

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวโคโลญ

Q: ไปเที่ยวโคโลญต้องทำวีซ่าไหม? 

A: ต้องทำ เนื่องจากประเทศเยอรมนีอยู่ในกลุ่มประเทศเชงเก้น นักท่องเที่ยวชาวไทยจึงจำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ล่วงหน้าก่อนเดินทาง โดยแนะนำให้เตรียมเอกสารและยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน

Q: เดินทางจากสนามบินเข้าเมืองโคโลญยังไง? 

A: สามารถนั่งรถไฟชานเมือง (S-Bahn) สาย S13 หรือ S19 จากสถานีรถไฟในสนามบินโคโลญบอนน์ (CGN) ยิงตรงเข้าสู่สถานีรถไฟกลางใจกลางเมืองโคโลญ (Köln Hbf) ได้เลย โดยใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้น

Q: เที่ยวโคโลญช่วงเดือนไหนดีที่สุด?

A: ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือ เดือนพฤษภาคม - กันยายน ซึ่งอากาศอบอุ่นเย็นสบายและกลางวันยาวนานทำให้เที่ยวได้คุ้มค่า และอีกช่วงคือ เดือนธันวาคม สำหรับใครที่อยากสัมผัสความอบอุ่นโรแมนติกของเทศกาลตลาดคริสต์มาสระดับโลก

Q: ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณเท่าไหร่ และมีที่จอดรถไหม? 

A: ค่าอาหารและตั๋วเดินทางทั่วไปเฉลี่ยประมาณ 50-80 ยูโร (1,900-3,000 บาท) ต่อคนต่อวัน (ไม่รวมค่าที่พัก) ส่วนเรื่องที่จอดรถ ตามสถานที่ท่องเที่ยวหลักหรือย่านเมืองเก่าจะหาที่จอดรถค่อนข้างยากและค่าบริการสูง แนะนำเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะจะสะดวกสบายและคุมงบประมาณได้ดีที่สุด

Q: ระบบขนส่งสาธารณะในโคโลญปลอดภัยไหมและเปิดถึงกี่โมง? 

A: ปลอดภัยมาก ระบบขนส่งสาธารณะทั้ง U-Bahn และ S-Bahn ในโคโลญมีความปลอดภัยสูงตามมาตรฐานเยอรมนี โดยทั่วไปจะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลาประมาณ 04:30 น. จนถึง 01:00 น. ของวันถัดไป ส่วนในคืนวันศุกร์ เสาร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ รถไฟสายหลักจะวิ่งให้บริการตลอดทั้งคืน 24 ชั่วโมง ทำให้เดินทางท่องเที่ยวได้อย่างไร้กังวลเลย 

ในบทความนี้

• Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยวโคโลญใน 1 นาที
• 12 ที่เที่ยวโคโลญที่ต้องไปเช็กอิน! 
• 1. มหาวิหารโคโลญ (Cologne Cathedral / Kölner Dom)
• 2. สะพานโฮเอินซอลเลิร์น (Hohenzollern Bridge / Hohenzollernbrücke)
• 3. เมืองเก่าโคโลญ (Old Town Cologne / Altstadt)
• 4. พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลตโคโลญ (Chocolate Museum Cologne / Schokoladenmuseum Köln)
• 5. โบสถ์เซนต์มาร์ตินใหญ่ (Great St. Martin Church / Groß St. Martin)
• 6. พิพิธภัณฑ์ลุดวิก (Museum Ludwig)
• 7. สวนสัตว์โคโลญ (Cologne Zoo / Kölner Zoo)
• 8. กระเช้าลอยฟ้าโคโลญ (Cologne Cable Car)
• 9. สวนพฤกษศาสตร์ฟลอรา (Flora and Botanical Garden / Flora und Botanischer Garten Köln)
• 10. พิพิธภัณฑ์โรมัน-เยอรมัน (Roman-Germanic Museum / Römisch-Germanisches Museum)
• 11. Cologne Triangle / KölnTriangle - Hochhaus
• 12. ย่านเบลเยียม (Belgian Quarter / Belgisches Viertel)
• ที่พักยอดนิยมในโคโลญ
• CityClass Hotel am Dom
• Excelsior Hotel Ernst am Dom
• a&o Köln Dom
• วิธีการเดินทางไปโคโลญ
• วิธีการเดินทางในโคโลญ
• เที่ยวโคโลญ เดือนไหนดี?
• เคล็ดลับการเที่ยวโคโลญ
• FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวโคโลญ

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ Cologne

Cologne

Germany

Cologne

Germany

Innenstadt

Germany

Bonn

Germany

บทความแนะนำ

12 ที่เที่ยวโรม อิตาลี รวมแลนด์มาร์กยอดฮิต พร้อมที่พักแนะนำ [2026]

17 Jul 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 5 นาที

แจก 10 ที่เที่ยวลียง ฝรั่งเศส เมืองสวย อาหารดัง พร้อมที่พักแนะนำ [2026]

17 Jul 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 4 นาที

10 ที่เที่ยวแฟรงค์เฟิร์ต รวมแลนด์มาร์กดัง พร้อมที่พักแนะนำ [2026]

17 Jul 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 4 นาที

12 ที่เที่ยวเบอร์ลิน รวมแลนด์มาร์กและมุมฮิต พร้อมที่พักแนะนำ [2026]

17 Jul 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 9 นาที

35 ที่เที่ยวฝรั่งเศส เที่ยวสุดฟินคลาสสิกทุกสไตล์ [อัปเดต 2026]

15 Jul 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 12 นาที

มัดรวม 20 อนิเมะฟีลกู๊ด 2026 อนิเมะฮีลใจ ดูสบายๆ ปล่อยจอยวันหยุด

17 Jul 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 6 นาที
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร