
หากพูดถึงเมืองน่าเที่ยวในเยอรมนี หลายคนอาจนึกถึงเบอร์ลินหรือมิวนิกก่อน แต่บอกเลยว่า โคโลญ (Cologne) ก็เป็นอีกเมืองที่มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน! ด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 2,000 ปี ผสมผสานกับบรรยากาศเมืองริมแม่น้ำไรน์ที่มีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยมหาวิหารระดับโลก พิพิธภัณฑ์ชื่อดัง ย่านเมืองเก่าสุดคลาสสิก และคาเฟ่น่ารัก ๆ ให้เดินเล่นได้ทั้งวัน
ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะเป็นสายประวัติศาสตร์ สายถ่ายรูป สายกิน หรือกำลังวางแผนเที่ยวโคโลญด้วยตัวเอง บทความนี้ Traveloka ได้รวบรวม 12 ที่เที่ยวโคโลญที่ห้ามพลาดมาไว้ให้ครบ พร้อมข้อมูลเวลาเปิด ค่าเข้าชม วิธีการเดินทาง ที่พักแนะนำ ช่วงเวลาน่าเที่ยว และเคล็ดลับก่อนเดินทาง แถมอ่านจบแล้วก็ยังสามารถจองตั๋วเครื่องบินและที่พักโคโลญ ผ่าน Traveloka ได้ง่าย ๆ พร้อมออกเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์ของเมืองริมแม่น้ำไรน์แห่งนี้กันเลย!
Mon, 27 Jul 2026

Thai Airways
กรุงเทพ (BKK) ไป โคโลญจน์ (CGN)
เริ่มจาก THB 25,411.57
Mon, 27 Jul 2026

Turkish Airlines
กรุงเทพ (BKK) ไป โคโลญจน์ (CGN)
เริ่มจาก THB 31,460.14
Mon, 27 Jul 2026

Thai Airways
กรุงเทพ (BKK) ไป โคโลญจน์ (CGN)
เริ่มจาก THB 32,894.46
ถ้าจะให้เลือกแลนด์มาร์กเพียงแห่งเดียวที่เป็นสัญลักษณ์ของ โคโลญ (Cologne) ก็คงต้องยกให้ มหาวิหารโคโลญ (Cologne Cathedral) แบบไม่มีข้อโต้แย้ง เพราะนี่คือโบสถ์สไตล์โกธิกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป และเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาเที่ยวโคโลญกันทุกปี
มหาวิหารแห่งนี้เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1248 แต่ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานกว่า 630 ปี กว่าจะแล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1880 ด้วยยอดหอคอยคู่สูงถึง 157 เมตร ทำให้เคยเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลกอยู่ช่วงหนึ่ง และแม้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองโคโลญจะถูกโจมตีอย่างหนัก แต่มหาวิหารแห่งนี้ก็ยังคงยืนหยัดอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง จนกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่งของเมืองมาจนถึงทุกวันนี้
ภายในมหาวิหารงดงามไม่แพ้ภายนอก ทั้งกระจกสีโบราณขนาดใหญ่ เสาหินสูงตระหง่าน และหีบทองคำบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของนักปราชญ์ทั้งสาม (Shrine of the Three Kings) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในศาสนวัตถุที่สำคัญที่สุดของคริสต์ศาสนา ส่วนใครที่อยากชมวิวเมืองแบบเต็มตา ก็สามารถเดินขึ้นบันได 533 ขั้นสู่หอคอยด้านใต้ (South Tower) เพื่อชมวิวแม่น้ำไรน์ และตัวเมืองโคโลญ เยอรมนี แบบพาโนรามา รับรองว่าคุ้มค่ากับความเหนื่อยแน่นอน
เดินออกจากมหาวิหารมาไม่ถึง 5 นาที ก็จะเจอกับ สะพาน Hohenzollern อีกหนึ่งที่เที่ยวโคโลญ ห้ามพลาด ที่แทบทุกคนต้องแวะมาถ่ายรูป เพราะที่นี่ถือเป็นจุดชมวิวมหาวิหารที่สวยที่สุดของเมือง
เดิมทีสะพานแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นเส้นทางรถไฟข้ามแม่น้ำไรน์ แต่ปัจจุบันยังเปิดให้คนเดินและนักปั่นจักรยานใช้งานได้ด้วย สิ่งที่ทำให้สะพานนี้โด่งดังไปทั่วโลกคือ "Love Locks" หรือกุญแจแห่งความรัก ที่คู่รักจากหลายประเทศนำมาคล้องไว้บนราวสะพาน พร้อมสลักชื่อของตัวเอง ก่อนจะโยนลูกกุญแจลงแม่น้ำไรน์ เป็นสัญลักษณ์ของความรักที่มั่นคงและไม่มีวันแยกจากกัน
นอกจากจะเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตแล้ว ที่นี่ยังเป็นมุมชมพระอาทิตย์ตกที่สวยสุดใจอีกด้วย เพราะช่วงเย็นที่แสงสีส้มทองสะท้อนลงแม่น้ำ พร้อมฉากหลังเป็นมหาวิหารโคโลญ บอกเลยว่าถ่ายรูปมุมไหนก็ปังจริงๆ
ถ้าอยากสัมผัสเสน่ห์ของสถานที่ท่องเที่ยวโคโลญแบบดั้งเดิม แนะนำให้เดินเล่นในเมืองเก่าโคโลญ (Old Town Cologne) หรือ Altstadt เพราะที่นี่คือหัวใจของเมืองที่เต็มไปด้วยถนนหิน อาคารสีลูกกวาด และร้านเบียร์ท้องถิ่นที่เปิดมานานหลายร้อยปี
แม้ตัวเมืองจะได้รับความเสียหายอย่างหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่หลายอาคารได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ให้มีหน้าตาใกล้เคียงกับของเดิมมากที่สุด ทำให้ทุกวันนี้ยังคงมีกลิ่นอายของยุโรปยุคกลางอยู่เต็ม ๆ
ระหว่างเดินเล่นจะเจอกับร้านอาหารเยอรมัน คาเฟ่น่ารัก ๆ ร้านขายของที่ระลึก และจัตุรัสเล็ก ๆ ที่มีนักดนตรีเปิดหมวกมาสร้างสีสันตลอดทั้งวัน ใครที่กำลังวางแพลนเที่ยวโคโลญ หรือมีเวลาเที่ยวโคโลญ 1 วัน ย่านนี้ถือว่าเก็บครบทั้งของกิน มุมถ่ายรูป และแลนด์มาร์กสำคัญในระยะเดินถึงกันได้หมด
ช่วงเย็นบรรยากาศจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะผู้คนจะออกมานั่งดื่มเบียร์ Kölsch เบียร์ท้องถิ่นชื่อดังของเมืองริมแม่น้ำ ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดจริงๆ!
Credit: FB Schokoladenmuseum
ใครเป็นสายของหวานต้องหลงรักที่นี่แน่นอน เพราะ พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลตโคโลญ เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเยอรมนี และเป็นที่เที่ยวในโคโลญที่เหมาะกับทั้งครอบครัวเลยจริง ๆ
ด้านในพิพิธพัณฑ์จะพาเราย้อนเวลากลับไปตั้งแต่ยุคที่ชาวมายันและแอซเท็กเริ่มนำเมล็ดโกโก้มาทำเครื่องดื่ม ก่อนจะพัฒนาเป็นช็อกโกแลตที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน พร้อมจัดแสดงขั้นตอนการผลิตตั้งแต่เมล็ดโกโก้ไปจนถึงช็อกโกแลตแท่งแบบครบทุกขั้นตอน
ส่วนไฮไลต์ที่หลายคนรอคอยคือ น้ำพุช็อกโกแลตขนาดใหญ่สูงกว่า 3 เมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำเวเฟอร์มาจุ่มช็อกโกแลตร้อน ๆ แจกให้นักท่องเที่ยวชิมฟรี นอกจากนี้ยังมีโรงงานผลิตช็อกโกแลตจำลอง ร้านขายของฝาก และคาเฟ่วิวแม่น้ำไรน์ที่เหมาะกับการนั่งพักหลังเดินเที่ยวอีกด้วย
เดินเล่นในเมืองเก่าโคโลญไปเรื่อย ๆ รับรองว่าสายตาจะต้องสะดุดกับยอดหอคอยทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ของ โบสถ์เซนต์มาร์ตินใหญ่ (Great St. Martin Church) อย่างแน่นอน เพราะนี่คือหนึ่งในโบสถ์เก่าแก่ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง และเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวโคโลญ ห้ามพลาดสำหรับคนที่ชอบสถาปัตยกรรมยุโรปคลาสสิก
โบสถ์แห่งนี้มีประวัติย้อนไปถึงศตวรรษที่ 12 สร้างขึ้นบนซากอาคารสมัยโรมันโบราณที่เคยตั้งอยู่ริมแม่น้ำไรน์ แม้จะได้รับความเสียหายอย่างหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ก็ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่อย่างประณีต จนกลับมาสวยงามเหมือนในอดีตอีกครั้ง
เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่สถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ที่ดูเรียบง่ายแต่สง่างาม ยิ่งมองจากด้านนอกจะเห็นยอดหอคอยสีเทาตั้งเด่นตัดกับบ้านสีพาสเทลของย่านเมืองเก่า กลายเป็นภาพจำของโคโลญ เยอรมนี ที่หลายคนคุ้นตา ส่วนด้านในโบสถ์ก็ให้บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการแวะพักจากการเดินเที่ยว และใช้เวลาเก็บรายละเอียดความงดงามของสถาปัตยกรรมโบราณ
หลังจากชมโบสถ์เสร็จแล้ว แนะนำให้เดินต่อไปยังริมแม่น้ำไรน์ที่อยู่ไม่ไกล รอบ ๆ เต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และลานกว้างสำหรับนั่งพักผ่อน เป็นมุมที่ทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยวนิยมมานั่งชมวิว โดยเฉพาะช่วงเย็นที่บรรยากาศดีเป็นพิเศษ
ใครที่เป็นสายอาร์ตหรือชื่นชอบงานศิลปะร่วมสมัย พิพิธภัณฑ์ลุดวิก (Museum Ludwig) คืออีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวโคโลญที่ไม่ควรพลาด เพราะตั้งอยู่ติดกับมหาวิหารโคโลญ เดินถึงกันได้ภายในไม่กี่นาที
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีชื่อเสียงระดับโลกจากการรวบรวมผลงานศิลปะสมัยใหม่และศิลปะป๊อปอาร์ตไว้จำนวนมาก โดยเฉพาะผลงานของ Pablo Picasso ซึ่งถือว่าเป็นคอลเลกชัน Picasso ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป นอกจากนี้ยังมีผลงานของ Andy Warhol, Roy Lichtenstein, Salvador Dalí และศิลปินชื่อดังอีกมากมาย
และสำหรับใครที่ไม่ใช่คนที่ติดตามงานศิลปะเป็นประจำ ก็ยังสามารถเดินชมได้แบบเพลิน ๆ เพราะนิทรรศการแต่ละโซนถูกจัดแสดงอย่างทันสมัย เข้าใจง่าย และมีนิทรรศการหมุนเวียนตลอดทั้งปี ทำให้มาเมื่อไรก็ได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ เสมอ ใครกำลังเที่ยวโคโลญด้วยตัวเองและอยากเติมสีสันให้ทริป แนะนำให้เผื่อเวลาไว้ประมาณ 2–3 ชั่วโมง รับรองว่าเดินเพลินจนลืมเวลาแน่นอน!
Credit: FB Kölner Zoo
ถ้าใครกำลังที่เที่ยวโคโลญกับครอบครัว หรืออยากเปลี่ยนบรรยากาศจากการเดินชมโบสถ์และพิพิธภัณฑ์ ลองแวะมา สวนสัตว์โคโลญ (Cologne Zoo) รับรองว่าใช้เวลาได้เพลิน ๆ ครึ่งวันแบบไม่รู้ตัว ที่นี่เปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1860 ถือเป็นสวนสัตว์ที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของเยอรมนี และเป็นมีสัตว์มากกว่า 10,000 ตัว จากกว่า 700 สายพันธุ์
จุดเด่นของสวนสัตว์แห่งนี้คือการออกแบบพื้นที่ให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติของสัตว์มากที่สุด ทำให้เราได้เห็นพฤติกรรมของสัตว์ในบรรยากาศที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นช้างเอเชีย ยีราฟ ฮิปโป สิงโต เพนกวิน หรือเสือโคร่งไซบีเรีย ซึ่งล้วนเป็นขวัญใจของทั้งเด็กและผู้ใหญ่
หนึ่งในไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ Elephant Park โซนช้างเอเชียขนาดใหญ่ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่เลี้ยงช้างที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป รวมถึง Hippodome อาคารจัดแสดงฮิปโปที่จำลองระบบนิเวศของแอฟริกาได้อย่างสมจริง ทั้งใต้น้ำและบนบก จนกลายเป็นโซนยอดฮิตที่หลายคนตั้งใจมา
นอกจากนี้ ภายในสวนสัตว์ยังมี Aquarium จัดแสดงสัตว์น้ำและสัตว์เลื้อยคลานจากทั่วโลก ซึ่งรวมอยู่ในบัตรเข้าชมแล้ว ใครกำลังมองหาที่เที่ยวโคโลญที่เหมาะกับทุกวัย ไม่ว่าจะมาเป็นคู่ มากับกลุ่มเพื่อน หรือพาครอบครัวมาเที่ยว ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ตอบโจทย์มาก!
ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากการเดินเที่ยวในเมือง ลองขึ้น Cologne Cable Car กระเช้าลอยฟ้าที่จะพาเราลอยข้ามแม่น้ำไรน์ชมวิวเมืองจากมุมสูงแบบสบาย ๆ กระเช้าแห่งนี้เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1957 และถือเป็นหนึ่งในกระเช้าลอยฟ้าข้ามแม่น้ำที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป
เส้นทางจะเริ่มจากฝั่งใกล้สวนสัตว์โคโลญแล้วลอยข้ามแม่น้ำไปยัง สวนสาธารณะ Rheinpark ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสวนพฤกษศาสตร์ Flora ตลอดระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร เราจะได้เห็นวิวแม่น้ำไรน์ สะพานต่าง ๆ และเส้นขอบฟ้าของเมืองแบบเต็มตา แม้จะใช้เวลาไม่นาน แต่เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่หลายคนยกให้คุ้มค่ามาก โดยเฉพาะช่วงใบไม้ผลิและฤดูร้อนที่เมืองจะบรรยากาศดีเป็นพิเศษ
ลงจากกระเช้าแล้ว ถ้ามีเวลา แนะนำให้เดินต่อมายัง Flora and Botanical Garden สวนพฤกษศาสตร์ที่ใหญ่และสวยที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองโคโลญ เปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1864 และเป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมของคนท้องถิ่นเลย
ภายในมีทั้งสวนกุหลาบ สวนสไตล์ญี่ปุ่น เรือนกระจก และพันธุ์ไม้จากทั่วโลกที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามฤดูกาล ไม่ว่าจะมาในช่วงดอกทิวลิปบานของฤดูใบไม้ผลิ หรือช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ก็ได้บรรยากาศแตกต่างกันไปจริง ๆ
ใครอยากพักขาจากการเดินเที่ยวทั้งวัน ลองแวะมาหามุมเงียบ ๆ นั่งปิกนิก อ่านหนังสือ หรือเดินเล่นท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ รับรองว่ารู้สึกผ่อนคลายสุด ๆ
หลายคนอาจไม่รู้ว่าโคโลญ เคยเป็นเมืองสำคัญของจักรวรรดิโรมันเมื่อเกือบ 2,000 ปีก่อน หากอยากย้อนเวลากลับไปทำความรู้จักประวัติศาสตร์ของเมืองให้มากขึ้น ต้องแวะมาที่ Roman-Germanic Museum
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้รวบรวมโบราณวัตถุล้ำค่าจากยุคโรมันจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ รูปปั้น เหรียญ เครื่องแก้ว รวมถึงโมเสกโบราณอายุกว่า 1,800 ปี ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผลงานศิลปะยุคโรมันที่สมบูรณ์ที่สุดในยุโรป
ปัจจุบันอาคารหลักกำลังอยู่ระหว่างการบูรณะครั้งใหญ่ โดยนิทรรศการไฮไลต์ได้ย้ายไปจัดแสดงที่ Belgisches Haus ซึ่งยังคงเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมตามปกติ ใครสนใจประวัติศาสตร์รับรองว่าเดินเพลินและได้รู้จักเมืองโคโลญในอีกมุมหนึ่งแน่นอน
ถ้าอยากเห็นภาพมหาวิหารโคโลญแบบเต็ม ๆ พร้อมวิวสะพาน Hohenzollern และแม่น้ำไรน์ในเฟรมเดียว ต้องมาที่ Cologne Triangle จุดชมวิวบนชั้น 28 ของอาคาร KölnTriangle ที่หลายคนยกให้เป็นวิวที่สวยที่สุดของเมือง
ข้อดีคือไม่ต้องเดินขึ้นบันไดหลายร้อยขั้นเหมือนบนมหาวิหาร เพียงขึ้นลิฟต์ไม่กี่วินาทีก็จะได้ชมวิวแบบ 360 องศา มองเห็นแลนด์มาร์กสำคัญแทบทั้งหมดของเมือง ยิ่งช่วงก่อนพระอาทิตย์ตกหรือหลังฟ้าเริ่มมืด บรรยากาศจะโรแมนติกมาก เพราะแสงไฟจากตัวเมืองและมหาวิหารจะค่อย ๆ ส่องสว่างตัดกับท้องฟ้า เป็นช่วงเวลาที่ช่างภาพหลายคนตั้งใจมารอเก็บภาพเลย
ปิดท้ายลิสต์ที่เที่ยวโคโลญ ด้วยย่านสุดฮิปที่คนท้องถิ่นหลงรักอย่าง Belgian Quarter (Belgisches Viertel) ซึ่งถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ ที่นี่ก็ให้อารมณ์คล้ายย่านอารีย์หรือทองหล่อในกรุงเทพฯ เพราะเต็มไปด้วยร้านกาแฟสเปเชียลตี้ ร้านอาหารนานาชาติ ร้านเสื้อผ้าดีไซน์เก๋ และแกลเลอรีศิลปะเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมถนน
ย่านนี้ได้ชื่อว่า Belgian Quarter เพราะถนนหลายสายตั้งชื่อตามเมืองต่าง ๆ ในประเทศเบลเยียม เช่น Brussels, Antwerp และ Ghent ทำให้บรรยากาศมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนย่านอื่นของเมือง
อีกหนึ่งจุดที่ห้ามพลาดคือ Brüsseler Platz จัตุรัสเล็ก ๆ ที่เป็นเหมือนศูนย์กลางของย่าน พอถึงช่วงเย็น โดยเฉพาะวันศุกร์และวันเสาร์ คนท้องถิ่นจะออกมานั่งจิบเบียร์ พูดคุย หรือแวะร้านอาหารรอบ ๆ บรรยากาศคึกคักแต่เป็นกันเองสุด ๆ เหมาะมากสำหรับใครที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตของชาวโคโลญนอกเหนือจากการเดินตามแลนด์มาร์กชื่อดัง
มาเที่ยวเมืองน่ารัก ๆ ทั้งที การได้นอนที่พักโคโลญทำเลดี ๆ บอกเลยว่าช่วยเซฟแรงเซฟเวลาเดินทางไปได้เยอะมาก! เพื่อให้ทุกคนตัดสินใจง่ายขึ้น วันนี้ Traveloka คัด 3 โรงแรมเด็ดในโคโลญ ที่แบ่งตามสไตล์และงบประมาณมาให้เลือกปักหมุดกัน!
สำหรับใครที่ชอบความสะดวกสบาย เดินทางง่าย และอยากอยู่ท่ามกลางความคึกคัก ต้องปักหมุดที่ CityClass Hotel am Dom เลย โรงแรมระดับ 4 ดาวที่ตั้งอยู่ใจกลางย่าน เมืองเก่าโคโลญ (Old Town Cologne) ความปังคืออยู่ห่างจากมหาวิหารโคโลญ (Cologne Cathedral) แค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้น เรียกว่าเดินออกจากโรงแรมปุ๊บก็เจอแลนด์มาร์กดัง แถมรอบ ๆ ยังเต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ชิค ๆ และถนนคนเดินให้ช้อปปิ้งกันเพลิน ๆ ห้องพักที่นี่ตกแต่งโมเดิร์น ดูอบอุ่น สะอาดสะอ้าน สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เหมาะมากสำหรับคนที่มาเที่ยวโคโลญกับครอบครัว หรือแก๊งเพื่อนที่อยากได้พิกัดกลางเมือง ไปไหนมาไหนก็ง่ายสุด ๆ

Innenstadt

ซิตีคลาส โฮเท็ล อัม ดอม

8.9/10
•




Innenstadt
THB 4,568.88
THB 4,307.53
ถ้าอยากอัปเลเวลทริปเที่ยวโคโลญด้วยตัวเองให้กลายเป็นทริปสุดลักชัวรี นอนฟินแบบประทับใจไม่รู้ลืม ต้องยกให้ Excelsior Hotel Ernst am Dom โรงแรมระดับ 5 ดาวสุดหรูระดับตำนานที่ตั้งอยู่ทำเลทองฝั่งตรงข้าม มหาวิหารโคโลญ (Cologne Cathedral) และสถานีรถไฟกลางเลย ความเด็ดคือบางห้องพักแค่เปิดหน้าต่างออกมา ก็เห็นวิวความอลังการของมหาวิหารทรงโกธิคได้แบบเต็ม ๆ ตา การตกแต่งภายในเรียบหรูคลาสสิกสไตล์ยุโรปโบราณที่ผสมความโมเดิร์นได้อย่างประณีต การบริการนี่บอกเลยว่าดูแลดีใส่ใจทุกรายละเอียดระดับเวิลด์คลาส แถมในโรงแรมยังมีห้องอาหารดีกรีมิชลินสตาร์ให้ไปลิ้มลองอีกด้วย สายคอนเทนต์หรือสายกินหรูอยู่สบายตัวเองต้องเลิฟแน่นอน

Innenstadt

โรงแรมเอ็กเซลซิเออร์ เอิร์นสต์ อ้ม ดอม

9.6/10
•





Innenstadt
THB 12,194.58
THB 11,496.98
สายลุย แบ็คแพ็คเกอร์ หรือคนรุ่นใหม่ที่เน้นเที่ยวฉ่ำ ๆ เซฟงบค่าห้องไว้กินไว้ช้อปปิ้งในโคโลญ เยอรมนี แนะนำให้มาเช็กอินที่ a&o Köln Dom ได้เลย ที่นี่เป็นโฮสเทลและโรงแรมราคาประหยัดที่ฮอตสุด ๆ จุดขายหลักคือโลเคชั่นที่เทพมาก อยู่ห่างจากสถานีรถไฟกลางและมหาวิหารแค่ประมาณ 200 เมตรเท่านั้น ช่วยประหยัดค่าเดินทางในโคโลญ ไปได้เยอะโข บรรยากาศในที่พักสนุกสนานเป็นกันเอง สะอาด ปลอดภัย มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานให้ครบ เหมาะกับสายคุมงบที่มองหาความคุ้มค่าแบบจัดเต็มจ้า

Innenstadt

เอ แอนด์ โอ โคโลญ โดม

7.2/10
Innenstadt
THB 3,231.12
THB 2,557.22
เมืองโคโลญ ถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการคมนาคมที่ใหญ่และสะดวกสบายที่สุดในภูมิภาคไรน์-รูร์ ของประเทศเยอรมนีเลย ทำให้การเดินทางมาที่นี่ไม่ว่าจะมาจากไทย หรือมาจากเมืองอื่น ๆ ในยุโรปก็ง่ายดายและมีตัวเลือกหลากหลายมาก:
การเตรียมตัวเรื่องวีซ่า: อย่าลืมกันนะว่าประเทศเยอรมนีอยู่ในกลุ่มประเทศเชงเก้น (Schengen) ดังนั้นเพื่อน ๆ ที่แพลนทริปเที่ยวโคโลญจากประเทศไทย จำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้นล่วงหน้าก่อนเดินทาง แนะนำให้เตรียมตัวและยื่นเอกสารล่วงหน้าประมาณ 1–2 เดือน จะได้บินลัดฟ้าไปเที่ยวได้อย่างสบายใจหายห่วง
บอกเลยว่าการเดินทางในโคโลญ นั้นง่ายและสะดวกจนต่อให้เป็นมือใหม่หัดเที่ยวก็ไม่มีหลงแน่นอน เพราะระบบขนส่งสาธารณะของที่นี่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบและครอบคลุมทุกสถานที่ท่องเที่ยวโคโลญแบบไร้รอยต่อ โดยหลัก ๆ จะมีบริการดังนี้
ทริคการเลือกซื้อตั๋วสุดคุ้ม: ระบบตั๋วที่นี่จะแบ่งตามโซน ซึ่งถ้าเราเที่ยวตามแลนด์มาร์กหลัก ๆ จะอยู่ในโซนเมืองชั้นใน (โซน 1b) แนะนำว่าถ้าอยู่เที่ยวหลายวันให้เลือกซื้อตั๋วประเภท ตั๋ว 24 ชั่วโมง (24-Hour Ticket) หรือเลือกซื้อบัตร KölnCard ไปเลย เพราะนอกจากจะใช้นั่งรถสาธารณะได้แบบไม่จำกัดครั้งแล้ว ยังใช้เป็นส่วนลดค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์และจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้สูงสุดถึง 50% เลยทีเดียว ที่สำคัญคือซื้อตั๋วแล้วอย่าลืมนำไปตอกบัตรที่ตู้สแตมป์ก่อนขึ้นรถทุกครั้งนะ ไม่งั้นถ้าเจอตรวจอาจโดนปรับอ่วมไม่รู้ตัวน้า!
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเที่ยวโคโลญ คือ เดือนพฤษภาคม - กันยายน (ปลายฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูร้อน) และ เดือนธันวาคม (ช่วงเทศกาลคริสต์มาส) เนื่องจากช่วงกลางปีอากาศจะเย็นสบาย ท้องฟ้าแจ่มใส ถ่ายรูปสวย และกลางวันยาวนานทำให้เดินเที่ยวได้คุ้มที่สุด ส่วนเดือนธันวาคมเมืองจะกลับมาคึกคักเป็นพิเศษด้วยแสงสีของตลาดคริสต์มาสโบราณที่สวยงามติดอันดับยุโรป
แต่ถ้าอยากไปสัมผัสบรรยากาศในฟีลที่ต่างกัน เมืองนี้ก็พร้อมต้อนรับทุกคนตลอดทั้งปีตามสไตล์ของแต่ละฤดู ดังนี้เลย
ตารางสรุปสภาพอากาศและไฮไลต์การเที่ยวโคโลญ
| ฤดูกาล | ช่วงเดือน | อุณหภูมิเฉลี่ย | ไฮไลต์เด็ดห้ามพลาด | ระดับราคา & นักท่องเที่ยว |
| ใบไม้ผลิ | มีนาคม - พฤษภาคม | 5°C - 18°C | ดอกไม้เริ่มบาน, อากาศเริ่มอุ่นสบาย, เดินเที่ยวชิลไม่แออัด | ราคาปานกลาง / คนไม่หนาแน่น |
| ฤดูร้อน | มิถุนายน - สิงหาคม | 13°C - 25°C | ล่องเรือแม่น้ำไรน์, ดื่มเบียร์ท้องถิ่น, กลางวันยาวนานเที่ยวคุ้ม | ราคาสูงที่สุด (High Season) / คนแน่น |
| ใบไม้ร่วง | กันยายน - พฤศจิกายน | 5°C - 19°C | ใบไม้เปลี่ยนสีสีส้มทอง, เทศกาลคาร์นิวัลใหญ่ (11 พ.ย.) | ราคาปานกลาง / คนเริ่มลดลง |
| ฤดูหนาว | ธันวาคม - กุมภาพันธ์ | -1°C - 6°C | เทศกาลตลาดคริสต์มาสสุดตระการตา (ธ.ค.), ลานไอซ์สเก็ต | ราคาถูกที่สุด ( |
ก่อนจะแพ็กกระเป๋าออกเดินทางไปเช็กอินตามพิกัดต่าง ๆ ในโคโลญ ลองมาดูทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้กัน รับรองว่าจะช่วยให้ทริปของทุกคนราบรื่น สนุก และเซฟเงินในกระเป๋าไปได้อีกเยอะเลยล่ะ!
อ่านต่อ:
Q: ไปเที่ยวโคโลญต้องทำวีซ่าไหม?
A: ต้องทำ เนื่องจากประเทศเยอรมนีอยู่ในกลุ่มประเทศเชงเก้น นักท่องเที่ยวชาวไทยจึงจำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ล่วงหน้าก่อนเดินทาง โดยแนะนำให้เตรียมเอกสารและยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน
Q: เดินทางจากสนามบินเข้าเมืองโคโลญยังไง?
A: สามารถนั่งรถไฟชานเมือง (S-Bahn) สาย S13 หรือ S19 จากสถานีรถไฟในสนามบินโคโลญบอนน์ (CGN) ยิงตรงเข้าสู่สถานีรถไฟกลางใจกลางเมืองโคโลญ (Köln Hbf) ได้เลย โดยใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้น
Q: เที่ยวโคโลญช่วงเดือนไหนดีที่สุด?
A: ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือ เดือนพฤษภาคม - กันยายน ซึ่งอากาศอบอุ่นเย็นสบายและกลางวันยาวนานทำให้เที่ยวได้คุ้มค่า และอีกช่วงคือ เดือนธันวาคม สำหรับใครที่อยากสัมผัสความอบอุ่นโรแมนติกของเทศกาลตลาดคริสต์มาสระดับโลก
Q: ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณเท่าไหร่ และมีที่จอดรถไหม?
A: ค่าอาหารและตั๋วเดินทางทั่วไปเฉลี่ยประมาณ 50-80 ยูโร (1,900-3,000 บาท) ต่อคนต่อวัน (ไม่รวมค่าที่พัก) ส่วนเรื่องที่จอดรถ ตามสถานที่ท่องเที่ยวหลักหรือย่านเมืองเก่าจะหาที่จอดรถค่อนข้างยากและค่าบริการสูง แนะนำเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะจะสะดวกสบายและคุมงบประมาณได้ดีที่สุด
Q: ระบบขนส่งสาธารณะในโคโลญปลอดภัยไหมและเปิดถึงกี่โมง?
A: ปลอดภัยมาก ระบบขนส่งสาธารณะทั้ง U-Bahn และ S-Bahn ในโคโลญมีความปลอดภัยสูงตามมาตรฐานเยอรมนี โดยทั่วไปจะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลาประมาณ 04:30 น. จนถึง 01:00 น. ของวันถัดไป ส่วนในคืนวันศุกร์ เสาร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ รถไฟสายหลักจะวิ่งให้บริการตลอดทั้งคืน 24 ชั่วโมง ทำให้เดินทางท่องเที่ยวได้อย่างไร้กังวลเลย



















