
หากพูดถึงเมืองน่าเที่ยวในเยอรมนี หลายคนอาจนึกถึงเบอร์ลินหรือมิวนิกก่อน แต่บอกเลยว่า โคโลญ (Cologne) ก็เป็นอีกเมืองที่มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน! ด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 2,000 ปี ผสมผสานกับบรรยากาศเมืองริมแม่น้ำไรน์ที่มีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยมหาวิหารระดับโลก พิพิธภัณฑ์ชื่อดัง ย่านเมืองเก่าสุดคลาสสิก และคาเฟ่น่ารัก ๆ ให้เดินเล่นได้ทั้งวัน
ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะเป็นสายประวัติศาสตร์ สายถ่ายรูป สายกิน หรือกำลังวางแผนเที่ยวโคโลญด้วยตัวเอง บทความนี้ Traveloka ได้รวบรวม 12 ที่เที่ยวโคโลญที่ห้ามพลาดมาไว้ให้ครบ พร้อมข้อมูลเวลาเปิด ค่าเข้าชม วิธีการเดินทาง ที่พักแนะนำ ช่วงเวลาน่าเที่ยว และเคล็ดลับก่อนเดินทาง แถมอ่านจบแล้วก็ยังสามารถจองตั๋วเครื่องบินและที่พักโคโลญ ผ่าน Traveloka ได้ง่าย ๆ พร้อมออกเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์ของเมืองริมแม่น้ำไรน์แห่งนี้กันเลย!
ถ้าจะให้เลือกแลนด์มาร์กเพียงแห่งเดียวที่เป็นสัญลักษณ์ของ โคโลญ (Cologne) ก็คงต้องยกให้ มหาวิหารโคโลญ (Cologne Cathedral) แบบไม่มีข้อโต้แย้ง เพราะนี่คือโบสถ์สไตล์โกธิกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป และเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาเที่ยวโคโลญกันทุกปี
มหาวิหารแห่งนี้เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1248 แต่ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานกว่า 630 ปี กว่าจะแล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1880 ด้วยยอดหอคอยคู่สูงถึง 157 เมตร ทำให้เคยเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลกอยู่ช่วงหนึ่ง และแม้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองโคโลญจะถูกโจมตีอย่างหนัก แต่มหาวิหารแห่งนี้ก็ยังคงยืนหยัดอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง จนกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่งของเมืองมาจนถึงทุกวันนี้
ภายในมหาวิหารงดงามไม่แพ้ภายนอก ทั้งกระจกสีโบราณขนาดใหญ่ เสาหินสูงตระหง่าน และหีบทองคำบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของนักปราชญ์ทั้งสาม (Shrine of the Three Kings) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในศาสนวัตถุที่สำคัญที่สุดของคริสต์ศาสนา ส่วนใครที่อยากชมวิวเมืองแบบเต็มตา ก็สามารถเดินขึ้นบันได 533 ขั้นสู่หอคอยด้านใต้ (South Tower) เพื่อชมวิวแม่น้ำไรน์ และตัวเมืองโคโลญ เยอรมนี แบบพาโนรามา รับรองว่าคุ้มค่ากับความเหนื่อยแน่นอน
เดินออกจากมหาวิหารมาไม่ถึง 5 นาที ก็จะเจอกับ สะพาน Hohenzollern อีกหนึ่งที่เที่ยวโคโลญ ห้ามพลาด ที่แทบทุกคนต้องแวะมาถ่ายรูป เพราะที่นี่ถือเป็นจุดชมวิวมหาวิหารที่สวยที่สุดของเมือง
เดิมทีสะพานแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นเส้นทางรถไฟข้ามแม่น้ำไรน์ แต่ปัจจุบันยังเปิดให้คนเดินและนักปั่นจักรยานใช้งานได้ด้วย สิ่งที่ทำให้สะพานนี้โด่งดังไปทั่วโลกคือ "Love Locks" หรือกุญแจแห่งความรัก ที่คู่รักจากหลายประเทศนำมาคล้องไว้บนราวสะพาน พร้อมสลักชื่อของตัวเอง ก่อนจะโยนลูกกุญแจลงแม่น้ำไรน์ เป็นสัญลักษณ์ของความรักที่มั่นคงและไม่มีวันแยกจากกัน
นอกจากจะเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตแล้ว ที่นี่ยังเป็นมุมชมพระอาทิตย์ตกที่สวยสุดใจอีกด้วย เพราะช่วงเย็นที่แสงสีส้มทองสะท้อนลงแม่น้ำ พร้อมฉากหลังเป็นมหาวิหารโคโลญ บอกเลยว่าถ่ายรูปมุมไหนก็ปังจริงๆ
ถ้าอยากสัมผัสเสน่ห์ของสถานที่ท่องเที่ยวโคโลญแบบดั้งเดิม แนะนำให้เดินเล่นในเมืองเก่าโคโลญ (Old Town Cologne) หรือ Altstadt เพราะที่นี่คือหัวใจของเมืองที่เต็มไปด้วยถนนหิน อาคารสีลูกกวาด และร้านเบียร์ท้องถิ่นที่เปิดมานานหลายร้อยปี
แม้ตัวเมืองจะได้รับความเสียหายอย่างหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่หลายอาคารได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ให้มีหน้าตาใกล้เคียงกับของเดิมมากที่สุด ทำให้ทุกวันนี้ยังคงมีกลิ่นอายของยุโรปยุคกลางอยู่เต็ม ๆ
ระหว่างเดินเล่นจะเจอกับร้านอาหารเยอรมัน คาเฟ่น่ารัก ๆ ร้านขายของที่ระลึก และจัตุรัสเล็ก ๆ ที่มีนักดนตรีเปิดหมวกมาสร้างสีสันตลอดทั้งวัน ใครที่กำลังวางแพลนเที่ยวโคโลญ หรือมีเวลาเที่ยวโคโลญ 1 วัน ย่านนี้ถือว่าเก็บครบทั้งของกิน มุมถ่ายรูป และแลนด์มาร์กสำคัญในระยะเดินถึงกันได้หมด
ช่วงเย็นบรรยากาศจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะผู้คนจะออกมานั่งดื่มเบียร์ Kölsch เบียร์ท้องถิ่นชื่อดังของเมืองริมแม่น้ำ ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดจริงๆ!
Credit: FB Schokoladenmuseum
ใครเป็นสายของหวานต้องหลงรักที่นี่แน่นอน เพราะ พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลตโคโลญ เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเยอรมนี และเป็นที่เที่ยวในโคโลญที่เหมาะกับทั้งครอบครัวเลยจริง ๆ
ด้านในพิพิธพัณฑ์จะพาเราย้อนเวลากลับไปตั้งแต่ยุคที่ชาวมายันและแอซเท็กเริ่มนำเมล็ดโกโก้มาทำเครื่องดื่ม ก่อนจะพัฒนาเป็นช็อกโกแลตที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน พร้อมจัดแสดงขั้นตอนการผลิตตั้งแต่เมล็ดโกโก้ไปจนถึงช็อกโกแลตแท่งแบบครบทุกขั้นตอน
ส่วนไฮไลต์ที่หลายคนรอคอยคือ น้ำพุช็อกโกแลตขนาดใหญ่สูงกว่า 3 เมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำเวเฟอร์มาจุ่มช็อกโกแลตร้อน ๆ แจกให้นักท่องเที่ยวชิมฟรี นอกจากนี้ยังมีโรงงานผลิตช็อกโกแลตจำลอง ร้านขายของฝาก และคาเฟ่วิวแม่น้ำไรน์ที่เหมาะกับการนั่งพักหลังเดินเที่ยวอีกด้วย
เดินเล่นในเมืองเก่าโคโลญไปเรื่อย ๆ รับรองว่าสายตาจะต้องสะดุดกับยอดหอคอยทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ของ โบสถ์เซนต์มาร์ตินใหญ่ (Great St. Martin Church) อย่างแน่นอน เพราะนี่คือหนึ่งในโบสถ์เก่าแก่ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง และเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวโคโลญ ห้ามพลาดสำหรับคนที่ชอบสถาปัตยกรรมยุโรปคลาสสิก
โบสถ์แห่งนี้มีประวัติย้อนไปถึงศตวรรษที่ 12 สร้างขึ้นบนซากอาคารสมัยโรมันโบราณที่เคยตั้งอยู่ริมแม่น้ำไรน์ แม้จะได้รับความเสียหายอย่างหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ก็ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่อย่างประณีต จนกลับมาสวยงามเหมือนในอดีตอีกครั้ง
เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่สถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ที่ดูเรียบง่ายแต่สง่างาม ยิ่งมองจากด้านนอกจะเห็นยอดหอคอยสีเทาตั้งเด่นตัดกับบ้านสีพาสเทลของย่านเมืองเก่า กลายเป็นภาพจำของโคโลญ เยอรมนี ที่หลายคนคุ้นตา ส่วนด้านในโบสถ์ก็ให้บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการแวะพักจากการเดินเที่ยว และใช้เวลาเก็บรายละเอียดความงดงามของสถาปัตยกรรมโบราณ
หลังจากชมโบสถ์เสร็จแล้ว แนะนำให้เดินต่อไปยังริมแม่น้ำไรน์ที่อยู่ไม่ไกล รอบ ๆ เต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และลานกว้างสำหรับนั่งพักผ่อน เป็นมุมที่ทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยวนิยมมานั่งชมวิว โดยเฉพาะช่วงเย็นที่บรรยากาศดีเป็นพิเศษ
ใครที่เป็นสายอาร์ตหรือชื่นชอบงานศิลปะร่วมสมัย พิพิธภัณฑ์ลุดวิก (Museum Ludwig) คืออีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวโคโลญที่ไม่ควรพลาด เพราะตั้งอยู่ติดกับมหาวิหารโคโลญ เดินถึงกันได้ภายในไม่กี่นาที
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีชื่อเสียงระดับโลกจากการรวบรวมผลงานศิลปะสมัยใหม่และศิลปะป๊อปอาร์ตไว้จำนวนมาก โดยเฉพาะผลงานของ Pablo Picasso ซึ่งถือว่าเป็นคอลเลกชัน Picasso ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป นอกจากนี้ยังมีผลงานของ Andy Warhol, Roy Lichtenstein, Salvador Dalí และศิลปินชื่อดังอีกมากมาย
และสำหรับใครที่ไม่ใช่คนที่ติดตามงานศิลปะเป็นประจำ ก็ยังสามารถเดินชมได้แบบเพลิน ๆ เพราะนิทรรศการแต่ละโซนถูกจัดแสดงอย่างทันสมัย เข้าใจง่าย และมีนิทรรศการหมุนเวียนตลอดทั้งปี ทำให้มาเมื่อไรก็ได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ เสมอ ใครกำลังเที่ยวโคโลญด้วยตัวเองและอยากเติมสีสันให้ทริป แนะนำให้เผื่อเวลาไว้ประมาณ 2–3 ชั่วโมง รับรองว่าเดินเพลินจนลืมเวลาแน่นอน!
Credit: FB Kölner Zoo
ถ้าใครกำลังที่เที่ยวโคโลญกับครอบครัว หรืออยากเปลี่ยนบรรยากาศจากการเดินชมโบสถ์และพิพิธภัณฑ์ ลองแวะมา สวนสัตว์โคโลญ (Cologne Zoo) รับรองว่าใช้เวลาได้เพลิน ๆ ครึ่งวันแบบไม่รู้ตัว ที่นี่เปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1860 ถือเป็นสวนสัตว์ที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของเยอรมนี และเป็นมีสัตว์มากกว่า 10,000 ตัว จากกว่า 700 สายพันธุ์
จุดเด่นของสวนสัตว์แห่งนี้คือการออกแบบพื้นที่ให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติของสัตว์มากที่สุด ทำให้เราได้เห็นพฤติกรรมของสัตว์ในบรรยากาศที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นช้างเอเชีย ยีราฟ ฮิปโป สิงโต เพนกวิน หรือเสือโคร่งไซบีเรีย ซึ่งล้วนเป็นขวัญใจของทั้งเด็กและผู้ใหญ่
หนึ่งในไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ Elephant Park โซนช้างเอเชียขนาดใหญ่ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่เลี้ยงช้างที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป รวมถึง Hippodome อาคารจัดแสดงฮิปโปที่จำลองระบบนิเวศของแอฟริกาได้อย่างสมจริง ทั้งใต้น้ำและบนบก จนกลายเป็นโซนยอดฮิตที่หลายคนตั้งใจมา
นอกจากนี้ ภายในสวนสัตว์ยังมี Aquarium จัดแสดงสัตว์น้ำและสัตว์เลื้อยคลานจากทั่วโลก ซึ่งรวมอยู่ในบัตรเข้าชมแล้ว ใครกำลังมองหาที่เที่ยวโคโลญที่เหมาะกับทุกวัย ไม่ว่าจะมาเป็นคู่ มากับกลุ่มเพื่อน หรือพาครอบครัวมาเที่ยว ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ตอบโจทย์มาก!
ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากการเดินเที่ยวในเมือง ลองขึ้น Cologne Cable Car กระเช้าลอยฟ้าที่จะพาเราลอยข้ามแม่น้ำไรน์ชมวิวเมืองจากมุมสูงแบบสบาย ๆ กระเช้าแห่งนี้เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1957 และถือเป็นหนึ่งในกระเช้าลอยฟ้าข้ามแม่น้ำที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป
เส้นทางจะเริ่มจากฝั่งใกล้สวนสัตว์โคโลญแล้วลอยข้ามแม่น้ำไปยัง สวนสาธารณะ Rheinpark ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสวนพฤกษศาสตร์ Flora ตลอดระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร เราจะได้เห็นวิวแม่น้ำไรน์ สะพานต่าง ๆ และเส้นขอบฟ้าของเมืองแบบเต็มตา แม้จะใช้เวลาไม่นาน แต่เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่หลายคนยกให้คุ้มค่ามาก โดยเฉพาะช่วงใบไม้ผลิและฤดูร้อนที่เมืองจะบรรยากาศดีเป็นพิเศษ
ลงจากกระเช้าแล้ว ถ้ามีเวลา แนะนำให้เดินต่อมายัง Flora and Botanical Garden สวนพฤกษศาสตร์ที่ใหญ่และสวยที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองโคโลญ เปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1864 และเป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมของคนท้องถิ่นเลย
ภายในมีทั้งสวนกุหลาบ สวนสไตล์ญี่ปุ่น เรือนกระจก และพันธุ์ไม้จากทั่วโลกที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามฤดูกาล ไม่ว่าจะมาในช่วงดอกทิวลิปบานของฤดูใบไม้ผลิ หรือช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ก็ได้บรรยากาศแตกต่างกันไปจริง ๆ
ใครอยากพักขาจากการเดินเที่ยวทั้งวัน ลองแวะมาหามุมเงียบ ๆ นั่งปิกนิก อ่านหนังสือ หรือเดินเล่นท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ รับรองว่ารู้สึกผ่อนคลายสุด ๆ
หลายคนอาจไม่รู้ว่าโคโลญ เคยเป็นเมืองสำคัญของจักรวรรดิโรมันเมื่อเกือบ 2,000 ปีก่อน หากอยากย้อนเวลากลับไปทำความรู้จักประวัติศาสตร์ของเมืองให้มากขึ้น ต้องแวะมาที่ Roman-Germanic Museum
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้รวบรวมโบราณวัตถุล้ำค่าจากยุคโรมันจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ รูปปั้น เหรียญ เครื่องแก้ว รวมถึงโมเสกโบราณอายุกว่า 1,800 ปี ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผลงานศิลปะยุคโรมันที่สมบูรณ์ที่สุดในยุโรป
ปัจจุบันอาคารหลักกำลังอยู่ระหว่างการบูรณะครั้งใหญ่ โดยนิทรรศการไฮไลต์ได้ย้ายไปจัดแสดงที่ Belgisches Haus ซึ่งยังคงเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมตามปกติ ใครสนใจประวัติศาสตร์รับรองว่าเดินเพลินและได้รู้จักเมืองโคโลญในอีกมุมหนึ่งแน่นอน
ถ้าอยากเห็นภาพมหาวิหารโคโลญแบบเต็ม ๆ พร้อมวิวสะพาน Hohenzollern และแม่น้ำไรน์ในเฟรมเดียว ต้องมาที่ Cologne Triangle จุดชมวิวบนชั้น 28 ของอาคาร KölnTriangle ที่หลายคนยกให้เป็นวิวที่สวยที่สุดของเมือง
ข้อดีคือไม่ต้องเดินขึ้นบันไดหลายร้อยขั้นเหมือนบนมหาวิหาร เพียงขึ้นลิฟต์ไม่กี่วินาทีก็จะได้ชมวิวแบบ 360 องศา มองเห็นแลนด์มาร์กสำคัญแทบทั้งหมดของเมือง ยิ่งช่วงก่อนพระอาทิตย์ตกหรือหลังฟ้าเริ่มมืด บรรยากาศจะโรแมนติกมาก เพราะแสงไฟจากตัวเมืองและมหาวิหารจะค่อย ๆ ส่องสว่างตัดกับท้องฟ้า เป็นช่วงเวลาที่ช่างภาพหลายคนตั้งใจมารอเก็บภาพเลย
ปิดท้ายลิสต์ที่เที่ยวโคโลญ ด้วยย่านสุดฮิปที่คนท้องถิ่นหลงรักอย่าง Belgian Quarter (Belgisches Viertel) ซึ่งถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ ที่นี่ก็ให้อารมณ์คล้ายย่านอารีย์หรือทองหล่อในกรุงเทพฯ เพราะเต็มไปด้วยร้านกาแฟสเปเชียลตี้ ร้านอาหารนานาชาติ ร้านเสื้อผ้าดีไซน์เก๋ และแกลเลอรีศิลปะเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมถนน
ย่านนี้ได้ชื่อว่า Belgian Quarter เพราะถนนหลายสายตั้งชื่อตามเมืองต่าง ๆ ในประเทศเบลเยียม เช่น Brussels, Antwerp และ Ghent ทำให้บรรยากาศมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนย่านอื่นของเมือง
อีกหนึ่งจุดที่ห้ามพลาดคือ Brüsseler Platz จัตุรัสเล็ก ๆ ที่เป็นเหมือนศูนย์กลางของย่าน พอถึงช่วงเย็น โดยเฉพาะวันศุกร์และวันเสาร์ คนท้องถิ่นจะออกมานั่งจิบเบียร์ พูดคุย หรือแวะร้านอาหารรอบ ๆ บรรยากาศคึกคักแต่เป็นกันเองสุด ๆ เหมาะมากสำหรับใครที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตของชาวโคโลญนอกเหนือจากการเดินตามแลนด์มาร์กชื่อดัง
มาเที่ยวเมืองน่ารัก ๆ ทั้งที การได้นอนที่พักโคโลญทำเลดี ๆ บอกเลยว่าช่วยเซฟแรงเซฟเวลาเดินทางไปได้เยอะมาก! เพื่อให้ทุกคนตัดสินใจง่ายขึ้น วันนี้ Traveloka คัด 3 โรงแรมเด็ดในโคโลญ ที่แบ่งตามสไตล์และงบประมาณมาให้เลือกปักหมุดกัน!
สำหรับใครที่ชอบความสะดวกสบาย เดินทางง่าย และอยากอยู่ท่ามกลางความคึกคัก ต้องปักหมุดที่ CityClass Hotel am Dom เลย โรงแรมระดับ 4 ดาวที่ตั้งอยู่ใจกลางย่าน เมืองเก่าโคโลญ (Old Town Cologne) ความปังคืออยู่ห่างจากมหาวิหารโคโลญ (Cologne Cathedral) แค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้น เรียกว่าเดินออกจากโรงแรมปุ๊บก็เจอแลนด์มาร์กดัง แถมรอบ ๆ ยังเต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ชิค ๆ และถนนคนเดินให้ช้อปปิ้งกันเพลิน ๆ ห้องพักที่นี่ตกแต่งโมเดิร์น ดูอบอุ่น สะอาดสะอ้าน สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เหมาะมากสำหรับคนที่มาเที่ยวโคโลญกับครอบครัว หรือแก๊งเพื่อนที่อยากได้พิกัดกลางเมือง ไปไหนมาไหนก็ง่ายสุด ๆ

Innenstadt

ซิตีคลาส โฮเท็ล อัม ดอม

8.9/10
•




Innenstadt
THB 7,088.53
ถ้าอยากอัปเลเวลทริปเที่ยวโคโลญด้วยตัวเองให้กลายเป็นทริปสุดลักชัวรี นอนฟินแบบประทับใจไม่รู้ลืม ต้องยกให้ Excelsior Hotel Ernst am Dom โรงแรมระดับ 5 ดาวสุดหรูระดับตำนานที่ตั้งอยู่ทำเลทองฝั่งตรงข้าม มหาวิหารโคโลญ (Cologne Cathedral) และสถานีรถไฟกลางเลย ความเด็ดคือบางห้องพักแค่เปิดหน้าต่างออกมา ก็เห็นวิวความอลังการของมหาวิหารทรงโกธิคได้แบบเต็ม ๆ ตา การตกแต่งภายในเรียบหรูคลาสสิกสไตล์ยุโรปโบราณที่ผสมความโมเดิร์นได้อย่างประณีต การบริการนี่บอกเลยว่าดูแลดีใส่ใจทุกรายละเอียดระดับเวิลด์คลาส แถมในโรงแรมยังมีห้องอาหารดีกรีมิชลินสตาร์ให้ไปลิ้มลองอีกด้วย สายคอนเทนต์หรือสายกินหรูอยู่สบายตัวเองต้องเลิฟแน่นอน

Innenstadt

โรงแรมเอ็กเซลซิเออร์ เอิร์นสต์ อ้ม ดอม

9.6/10
•





Innenstadt
THB 19,649.11
สายลุย แบ็คแพ็คเกอร์ หรือคนรุ่นใหม่ที่เน้นเที่ยวฉ่ำ ๆ เซฟงบค่าห้องไว้กินไว้ช้อปปิ้งในโคโลญ เยอรมนี แนะนำให้มาเช็กอินที่ a&o Köln Dom ได้เลย ที่นี่เป็นโฮสเทลและโรงแรมราคาประหยัดที่ฮอตสุด ๆ จุดขายหลักคือโลเคชั่นที่เทพมาก อยู่ห่างจากสถานีรถไฟกลางและมหาวิหารแค่ประมาณ 200 เมตรเท่านั้น ช่วยประหยัดค่าเดินทางในโคโลญ ไปได้เยอะโข บรรยากาศในที่พักสนุกสนานเป็นกันเอง สะอาด ปลอดภัย มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานให้ครบ เหมาะกับสายคุมงบที่มองหาความคุ้มค่าแบบจัดเต็มจ้า

Innenstadt

เอ แอนด์ โอ โคโลญ โดม

7.2/10
Innenstadt
THB 3,189.72
เมืองโคโลญ ถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการคมนาคมที่ใหญ่และสะดวกสบายที่สุดในภูมิภาคไรน์-รูร์ ของประเทศเยอรมนีเลย ทำให้การเดินทางมาที่นี่ไม่ว่าจะมาจากไทย หรือมาจากเมืองอื่น ๆ ในยุโรปก็ง่ายดายและมีตัวเลือกหลากหลายมาก:
การเตรียมตัวเรื่องวีซ่า: อย่าลืมกันนะว่าประเทศเยอรมนีอยู่ในกลุ่มประเทศเชงเก้น (Schengen) ดังนั้นเพื่อน ๆ ที่แพลนทริปเที่ยวโคโลญจากประเทศไทย จำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้นล่วงหน้าก่อนเดินทาง แนะนำให้เตรียมตัวและยื่นเอกสารล่วงหน้าประมาณ 1–2 เดือน จะได้บินลัดฟ้าไปเที่ยวได้อย่างสบายใจหายห่วง
บอกเลยว่าการเดินทางในโคโลญ นั้นง่ายและสะดวกจนต่อให้เป็นมือใหม่หัดเที่ยวก็ไม่มีหลงแน่นอน เพราะระบบขนส่งสาธารณะของที่นี่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบและครอบคลุมทุกสถานที่ท่องเที่ยวโคโลญแบบไร้รอยต่อ โดยหลัก ๆ จะมีบริการดังนี้
ทริคการเลือกซื้อตั๋วสุดคุ้ม: ระบบตั๋วที่นี่จะแบ่งตามโซน ซึ่งถ้าเราเที่ยวตามแลนด์มาร์กหลัก ๆ จะอยู่ในโซนเมืองชั้นใน (โซน 1b) แนะนำว่าถ้าอยู่เที่ยวหลายวันให้เลือกซื้อตั๋วประเภท ตั๋ว 24 ชั่วโมง (24-Hour Ticket) หรือเลือกซื้อบัตร KölnCard ไปเลย เพราะนอกจากจะใช้นั่งรถสาธารณะได้แบบไม่จำกัดครั้งแล้ว ยังใช้เป็นส่วนลดค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์และจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้สูงสุดถึง 50% เลยทีเดียว ที่สำคัญคือซื้อตั๋วแล้วอย่าลืมนำไปตอกบัตรที่ตู้สแตมป์ก่อนขึ้นรถทุกครั้งนะ ไม่งั้นถ้าเจอตรวจอาจโดนปรับอ่วมไม่รู้ตัวน้า!
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเที่ยวโคโลญ คือ เดือนพฤษภาคม - กันยายน (ปลายฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูร้อน) และ เดือนธันวาคม (ช่วงเทศกาลคริสต์มาส) เนื่องจากช่วงกลางปีอากาศจะเย็นสบาย ท้องฟ้าแจ่มใส ถ่ายรูปสวย และกลางวันยาวนานทำให้เดินเที่ยวได้คุ้มที่สุด ส่วนเดือนธันวาคมเมืองจะกลับมาคึกคักเป็นพิเศษด้วยแสงสีของตลาดคริสต์มาสโบราณที่สวยงามติดอันดับยุโรป
แต่ถ้าอยากไปสัมผัสบรรยากาศในฟีลที่ต่างกัน เมืองนี้ก็พร้อมต้อนรับทุกคนตลอดทั้งปีตามสไตล์ของแต่ละฤดู ดังนี้เลย
ตารางสรุปสภาพอากาศและไฮไลต์การเที่ยวโคโลญ
| ฤดูกาล | ช่วงเดือน | อุณหภูมิเฉลี่ย | ไฮไลต์เด็ดห้ามพลาด | ระดับราคา & นักท่องเที่ยว |
| ใบไม้ผลิ | มีนาคม - พฤษภาคม | 5°C - 18°C | ดอกไม้เริ่มบาน, อากาศเริ่มอุ่นสบาย, เดินเที่ยวชิลไม่แออัด | ราคาปานกลาง / คนไม่หนาแน่น |
| ฤดูร้อน | มิถุนายน - สิงหาคม | 13°C - 25°C | ล่องเรือแม่น้ำไรน์, ดื่มเบียร์ท้องถิ่น, กลางวันยาวนานเที่ยวคุ้ม | ราคาสูงที่สุด (High Season) / คนแน่น |
| ใบไม้ร่วง | กันยายน - พฤศจิกายน | 5°C - 19°C | ใบไม้เปลี่ยนสีสีส้มทอง, เทศกาลคาร์นิวัลใหญ่ (11 พ.ย.) | ราคาปานกลาง / คนเริ่มลดลง |
| ฤดูหนาว | ธันวาคม - กุมภาพันธ์ | -1°C - 6°C | เทศกาลตลาดคริสต์มาสสุดตระการตา (ธ.ค.), ลานไอซ์สเก็ต | ราคาถูกที่สุด ( |
ก่อนจะแพ็กกระเป๋าออกเดินทางไปเช็กอินตามพิกัดต่าง ๆ ในโคโลญ ลองมาดูทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้กัน รับรองว่าจะช่วยให้ทริปของทุกคนราบรื่น สนุก และเซฟเงินในกระเป๋าไปได้อีกเยอะเลยล่ะ!
อ่านต่อ:
Q: ไปเที่ยวโคโลญต้องทำวีซ่าไหม?
A: ต้องทำ เนื่องจากประเทศเยอรมนีอยู่ในกลุ่มประเทศเชงเก้น นักท่องเที่ยวชาวไทยจึงจำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ล่วงหน้าก่อนเดินทาง โดยแนะนำให้เตรียมเอกสารและยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน
Q: เดินทางจากสนามบินเข้าเมืองโคโลญยังไง?
A: สามารถนั่งรถไฟชานเมือง (S-Bahn) สาย S13 หรือ S19 จากสถานีรถไฟในสนามบินโคโลญบอนน์ (CGN) ยิงตรงเข้าสู่สถานีรถไฟกลางใจกลางเมืองโคโลญ (Köln Hbf) ได้เลย โดยใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้น
Q: เที่ยวโคโลญช่วงเดือนไหนดีที่สุด?
A: ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือ เดือนพฤษภาคม - กันยายน ซึ่งอากาศอบอุ่นเย็นสบายและกลางวันยาวนานทำให้เที่ยวได้คุ้มค่า และอีกช่วงคือ เดือนธันวาคม สำหรับใครที่อยากสัมผัสความอบอุ่นโรแมนติกของเทศกาลตลาดคริสต์มาสระดับโลก
Q: ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณเท่าไหร่ และมีที่จอดรถไหม?
A: ค่าอาหารและตั๋วเดินทางทั่วไปเฉลี่ยประมาณ 50-80 ยูโร (1,900-3,000 บาท) ต่อคนต่อวัน (ไม่รวมค่าที่พัก) ส่วนเรื่องที่จอดรถ ตามสถานที่ท่องเที่ยวหลักหรือย่านเมืองเก่าจะหาที่จอดรถค่อนข้างยากและค่าบริการสูง แนะนำเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะจะสะดวกสบายและคุมงบประมาณได้ดีที่สุด
Q: ระบบขนส่งสาธารณะในโคโลญปลอดภัยไหมและเปิดถึงกี่โมง?
A: ปลอดภัยมาก ระบบขนส่งสาธารณะทั้ง U-Bahn และ S-Bahn ในโคโลญมีความปลอดภัยสูงตามมาตรฐานเยอรมนี โดยทั่วไปจะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลาประมาณ 04:30 น. จนถึง 01:00 น. ของวันถัดไป ส่วนในคืนวันศุกร์ เสาร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ รถไฟสายหลักจะวิ่งให้บริการตลอดทั้งคืน 24 ชั่วโมง ทำให้เดินทางท่องเที่ยวได้อย่างไร้กังวลเลย


















