
ถ้าชอบทริปที่มีทั้งเมืองเก่าสุดคลาสสิก ปราสาทบนเนินเขา ทะเลสาบกว้าง ๆ และวิวภูเขาที่สวยเหมือนหลุดออกมาจากหนังแฟนตาซี บอกเลยว่าสกอตแลนด์ เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ควรปักหมุดไว้สักครั้ง เพราะที่นี่มีครบทั้งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และเมืองน่าเที่ยวที่มีเสน่ห์ไม่ซ้ำกันเลย
ความสนุกของการเที่ยวสกอตแลนด์ คือสามารถเปลี่ยนบรรยากาศได้แทบทุกวัน วันนี้อาจกำลังเดินเล่นอยู่บนถนนหินเก่าในเอดินบะระ แวะชมปราสาทเอดินบะระ พรุ่งนี้ก็ออก Road Trip เข้า Scottish Highlands เจอภูเขาและทะเลสาบสุดอลังได้อีก บอกเลยว่ายิ่งเที่ยว ยิ่งได้เห็นว่าสกอตแลนด์มีอะไรให้ค้นหาเยอะกว่าที่คิดมาก!
ใครกำลังคิดว่าสกอตแลนด์เที่ยวไหนดี หรือกำลังวางแพลนเที่ยวสกอตแลนด์ครั้งแรก วันนี้ Traveloka รวม 12 ที่เที่ยวสกอตแลนด์ที่น่าไปมาให้แล้ว ตั้งแต่แลนด์มาร์กดัง ปราสาทเก่า เมืองสวย ไปจนถึงธรรมชาติระดับไอคอน พร้อมข้อมูลการเดินทาง ที่พัก และช่วงเวลาน่าเที่ยวแบบครบ ๆ
อ่านจบแล้วถ้าเริ่มอยากเก็บกระเป๋าออกเดินทาง ก็สามารถเช็กและจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และกิจกรรมท่องเที่ยวผ่าน Traveloka ได้เลย จะได้วางทริปเดียวจบแบบสะดวก ๆ แล้วค่อยออกไปสัมผัสสกอตแลนด์ของจริงกัน!
เริ่มต้นกันที่แลนด์มาร์กเบอร์ต้น ๆ ของประเทศอย่าง ปราสาทเอดินบะระ ปราสาทเก่าแก่ที่ตั้งเด่นอยู่บน Castle Rock ใจกลางเมืองเอดินบะระ ต่อให้ยังไม่เคยมาสกอตแลนด์มาก่อน น่าจะเคยเห็นภาพปราสาทแห่งนี้ผ่านตามาบ้างแน่นอน
พอเดินขึ้นมาถึงด้านบน สิ่งแรกที่ได้คือวิวเมืองแบบกว้าง ๆ ก่อนเลย จากนั้นค่อยเดินเข้าไปสำรวจด้านใน ซึ่งมีทั้งอาคารประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ และของสำคัญที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์สกอตแลนด์ อย่าง Crown Jewels of Scotland และ Stone of Destiny
ใครชอบเที่ยวสถานที่ประวัติศาสตร์แบบไม่ต้องอ่านข้อมูลเยอะจนปวดหัว ที่นี่เที่ยวสนุกกว่าที่คิด เพราะแต่ละโซนมีเรื่องเล่าให้ตามต่อเรื่อย ๆ แนะนำเผื่อเวลาไว้ประมาณ 2–3 ชั่วโมง จะได้เดินแบบไม่รีบ
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/PqAM4ZaoZyYLtAvn7
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันประมาณ 09.30–18.00 น. เวลาปิดอาจเปลี่ยนตามฤดูกาล
ค่าเข้าชม: จองออนไลน์ล่วงหน้าประมาณ £23.50
ออกจาก Edinburgh Castle อย่าเพิ่งรีบขึ้นรถ เพราะด้านหน้าปราสาทก็คือจุดเริ่มต้นของ Royal Mile ถนนสายสำคัญที่พาดผ่านใจกลาง Old Town และถือเป็นหนึ่งในบริเวณที่เดินสนุกที่สุดของเอดินบะระ
เสน่ห์ของ Royal Mile คือบรรยากาศเมืองเก่าแบบจัดเต็ม ทั้งอาคารหิน ผับ ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และตรอกเล็ก ๆ ซึ่งซ่อนตัวอยู่ระหว่างอาคาร ถ้ามีเวลา ลองเดินแวะเข้าไปตามตรอกเหล่านี้ดู บางแห่งมีทั้งจุดชมวิว ลานเล็ก ๆ และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่
ระหว่างทางยังสามารถแวะ St Giles' Cathedral หรือเดินต่อไป Victoria Street ได้อีก ใครชอบเดินเล่นแบบไม่ต้องมีแพลนละเอียดมาก น่าจะหลงรักย่านนี้ง่าย ๆ เลย
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/Js6GTAouKHcbMJ2W9
เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอดวัน ร้านค้าและสถานที่ต่าง ๆ มีเวลาทำการของตัวเอง
ค่าเข้าชม: ฟรี
ใครอยากพักจากบรรยากาศเมืองเก่าแล้วออกแรงกันสักหน่อย ลองปักหมุด Arthur’s Seat ภูเขาไฟที่ดับแล้วภายใน Holyrood Park ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมือง
เส้นทางขึ้นยอดมีหลายระดับ ไม่ต้องเป็นสาย Hiking จริงจังก็มาได้ ระหว่างเดิน วิวเมืองเอดินบะระจะค่อย ๆ เปิดกว้างขึ้นเรื่อย ๆ จนพอถึงด้านบนสามารถมองเห็นทั้ง Old Town, Edinburgh Castle และพื้นที่รอบเมืองได้แบบเต็มตา
ความดีงามคือเราไม่ต้องออกจากเมืองไกล แต่ก็ได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติสกอตแลนด์แล้ว ยิ่งใครที่ได้มาชมตอนเช้าหรือช่วงเย็น แสงจะสวยเป็นพิเศษ แค่เตรียมรองเท้าที่เดินสบายกับเสื้อกันลมมาด้วย เพราะด้านบนลมค่อนข้างแรง
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/mJS96U4DoNVy7gEJ8
เวลาเปิด-ปิด: พื้นที่ Holyrood Park เปิดตลอดวัน
ค่าเข้าชม: ฟรี
จากเมืองหลวง ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาที่กลาสโกว์กันบ้าง เมืองนี้จะให้ฟีลต่างจากเอดินบะระค่อนข้างชัด ถ้า Edinburgh คลาสสิกและเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ Glasgow ก็จะมีความอาร์ต ทันสมัย และมีชีวิตชีวามากกว่า
หนึ่งในที่ที่ควรแวะคือ Kelvingrove Art Gallery and Museum พิพิธภัณฑ์ชื่อดังที่อยู่ในอาคารสวยสะดุดตา ภายในมีทั้งงานศิลปะ ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ โบราณวัตถุ ไปจนถึงนิทรรศการที่เดินดูได้เพลิน ๆ หลายชั่วโมง
ที่สำคัญคือเข้าชมคอลเลกชันหลักได้ฟรีด้วย ใครเป็นสายพิพิธภัณฑ์นี่คุ้มมาก ส่วนรอบ ๆ ย่าน West End ก็มีคาเฟ่และร้านอาหารน่ารัก ๆ ให้แวะต่อ เหมาะกับการใช้เวลาครึ่งวันหรือเต็มวันแบบสบาย ๆ
Google Maps:
เวลาเปิด-ปิด: โดยปกติเปิด 10.00–17.00 น. (พิพิธภัณฑ์อาจมีเวลาทำการแตกต่างกันในแต่ละวัน ควรเช็กก่อนเดินทาง)
ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์: ฟรีสำหรับคอลเลกชันหลัก
ถ้าเริ่มอยากหนีเมืองแล้วออกไปสูดอากาศสดชื่นๆ แนะนำ Loch Lomond & The Trossachs National Park จุดหมายยอดนิยมที่อยู่ไม่ไกลจาก Glasgow และเหมาะมากสำหรับใช้เป็นจุดแวะเที่ยวก่อนเข้าสู่ Highlands
พระเอกของที่นี่คือ Loch Lomond ทะเลสาบขนาดใหญ่ที่มีทั้งภูเขา ป่า และหมู่บ้านเล็ก ๆ ล้อมรอบ จะนั่งเรือ เดินป่า ปั่นจักรยาน หรือแค่หามุมสงบ ๆ นั่งมองวิวก็ได้หมด
ใครมีเวลาจำกัดและยังไม่พร้อมขึ้น Highlands ไกล ๆ ที่นี่เป็นตัวเลือกที่ดีมาก เพราะได้วิวธรรมชาติแบบสกอตแลนด์เต็ม ๆ แต่เดินทางง่ายกว่า ส่วนคนที่ขับรถเที่ยวสกอตแลนด์ก็สามารถแวะ Loch Lomond ก่อนขับต่อขึ้น Glencoe ได้แบบพอดีเลย
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/x5rw9aZGh3P3jEFB7
เวลาเปิด-ปิด: พื้นที่ธรรมชาติเปิดตลอดวัน
ค่าเข้าชม: ส่วนใหญ่ฟรี กิจกรรมบางประเภทมีค่าใช้จ่าย
ถ้าถามว่ามีที่เที่ยวในสกอตแลนด์ ไหนที่เห็นแล้วรู้สึกว่า “นี่แหละสกอตแลนด์ในจินตนาการ” Glencoe น่าจะติดอันดับต้น ๆ แน่นอน เพราะภาพตรงหน้าคือภูเขาสูง หุบเขากว้าง ถนนเส้นเล็ก ๆ และหมอกที่ลอยผ่านยอดเขาเป็นระยะ บรรยากาศทั้งสวย ทั้งดิบ และดูยิ่งใหญ่มาก โดยเฉพาะ Three Sisters of Glencoe แนวภูเขาสามลูกที่เป็นหนึ่งในมุมถ่ายรูปยอดนิยมที่สุด
ความสนุกของ Glencoe ไม่ได้อยู่ที่จุดหมายเดียว แต่อยู่ที่การขับรถผ่านเส้นทางนี้ไปเรื่อย ๆ เพราะตลอดทางมีจุดชมวิวให้หยุดแวะเยอะมาก ใครจัด Road Trip แนะนำอย่าอัดตารางแน่นเกินไป เพราะรับรองว่าใช้เวลาจอดถ่ายรูปนานกว่าที่คิดแน่นอน
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/Jh9HMpd2DhVtGvPv7
เวลาเปิด-ปิด: พื้นที่ธรรมชาติเปิดตลอดวัน
ค่าเข้าชม: ฟรี บางลานจอดรถหรือ Visitor Centre อาจมีค่าบริการ
แฟน Harry Potter น่าจะรอพิกัดนี้กันอยู่ เพราะ Glenfinnan Viaduct คือสะพานรถไฟโค้งกลางหุบเขาที่อยู่อยู่ในภาพยนตร์ และกลายเป็นหนึ่งในที่เที่ยวสกอตแลนด์ ห้ามพลาดสำหรับแฟน ๆ ไปเรียบร้อยแล้ว
มุมที่คนชอบไปกันคือ Glenfinnan Viaduct Viewpoint เดินขึ้นเนินไปไม่ไกลก็จะได้เห็นสะพานแบบเต็ม ๆ ถ้าไปตรงกับช่วงที่รถไฟไอน้ำ The Jacobite วิ่งผ่าน บรรยากาศจะยิ่งเหมือน Hogwarts Express ขึ้นไปอีก
แต่ไม่ต้องเสียใจถ้าไปไม่ทันรถไฟ เพราะวิวสะพานกับภูเขารอบ ๆ ก็สวยมากอยู่แล้ว แถมใกล้กันยังมี Glenfinnan Monument และ Loch Shiel ให้แวะเที่ยวต่ออีกด้วย
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/S1XsLtHsYJhfmJcw8
เวลาเปิด-ปิด: จุดชมวิวเปิดตลอดวัน
ค่าเข้าชม: ชมสะพานฟรี อาจมีค่าจอดรถตามจุดจอด ประมาณ £5 – £6
มาถึงหนึ่งในดาวเด่นของทริปกับ Isle of Skye เกาะธรรมชาติที่ไม่ว่าจะค้นรูปมุมไหนก็ดูสวยไปหมด ทั้งภูเขา หน้าผา น้ำตก ชายฝั่ง และทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่สุดสายตา ซึ่งแลนด์มาร์กดัง ๆ ก็มีให้ตามเก็บเพียบ ตั้งแต่ Old Man of Storr เสาหินขนาดใหญ่ที่ตั้งโดดเด่นบนภูเขา ไปจนถึง Quiraing, Kilt Rock, Fairy Glen และ Fairy Pools
แต่สิ่งที่ทำให้ Skye สนุกจริง ๆ คือวิวระหว่างทาง บางทีขับรถผ่านแกะที่เดินอยู่ริมถนน เจอทะเลเปิดกว้าง หรือเจอภูเขาอยู่ตรงหน้าพอดี ก็กลายเป็นภาพจำของทริปได้แบบไม่ต้องอยู่ในลิสต์สถานที่ดังเลย
สำหรับใครที่สงสัยว่าเที่ยวสกอตแลนด์ กี่วันดีถึงจะรวม Isle of Skye ได้แบบไม่เหนื่อยเกินไป แนะนำให้มีอย่างน้อย 7–8 วัน และพักบนเกาะสัก 2 คืน จะเที่ยวได้สบายกว่ามาเช้าเย็นกลับเยอะ
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/QNWSyPS2VxYUmiPf6
เวลาเปิด-ปิด: พื้นที่ธรรมชาติส่วนใหญ่เปิดตลอดวัน
ค่าเข้าชม: ส่วนใหญ่ฟรี อาจมีค่าจอดรถในบางจุด ประมาณ £5 – £8
ก่อนขึ้น Isle of Skye หรือหลังเที่ยวบนเกาะเสร็จ อย่าเพิ่งขับผ่าน Eilean Donan Castle เพราะนี่คือหนึ่งในปราสาทที่ถ่ายรูปออกมาสวยที่สุดแห่งหนึ่งของสกอตแลนด์
ตัวปราสาทตั้งอยู่บนเกาะเล็ก ๆ กลางน้ำ โดยมีสะพานหินทอดยาวเชื่อมจากฝั่งเข้าไป พอมีฉากหลังเป็นภูเขาและผืนน้ำกว้าง ๆ บอกเลยว่ามุมนี้มีความโปสการ์ดสกอตแลนด์สุด ๆ
ต่อให้ไม่ได้เข้าไปชมด้านใน แค่แวะถ่ายรูปจากฝั่งตรงข้ามก็ถือว่าคุ้มแล้ว และตำแหน่งยังอยู่บนเส้นทางยอดนิยมระหว่าง Highlands กับ Isle of Skye พอดี จึงแวะได้ไม่ยากเลย
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/eijhHsr6axbtcyzUA
เวลาเปิด-ปิด: โดยปกติเปิด 09.00–18.00 น. เวลาเปิดปิดอาจปรับเปลี่ยนตามฤดูกาล ควรตรวจสอบก่อนเดินทาง
ค่าเข้าชม: จุดชมวิวด้านนอกฟรี / ภายในปราสาทมีค่าเข้าชม £13.00
อีกหนึ่งชื่อที่แทบทุกคนเคยได้ยินคือ Loch Ness ทะเลสาบชื่อดังจากตำนาน Nessie สัตว์ประหลาดลึกลับที่ว่ากันว่าอาศัยอยู่ใต้ผืนน้ำ แต่เอาจริง ๆ ต่อให้ไม่เจอ Nessie ที่นี่ก็ยังน่าเที่ยวมาก เพราะทะเลสาบทอดยาวอยู่ท่ามกลางภูเขาของ Highlands บรรยากาศสงบและดูมีความลึกลับอยู่ในตัว จะเลือกล่องเรือชมวิวหรือขับรถเลียบทะเลสาบก็ได้
อีกพิกัดที่ควรจับคู่กันคือ Urquhart Castle ซากปราสาทเก่าที่ตั้งอยู่ริม Loch Ness พอดี ภาพกำแพงหินเก่ากับทะเลสาบกว้าง ๆ ด้านหลัง อยู่คู่กันดูสวยลงตัวมาก โดยเฉพาะวันที่มีหมอกบาง ๆ คือได้บรรยากาศสุด ๆ
Google Maps:
เวลาเปิด-ปิด: ทะเลสาบเปิดตลอดวัน / Urquhart Castle โดยปกติเปิด 09.30–18.00 น. เวลาอาจปรับเปลี่ยนตามฤดูกาล ควรตรวจสอบก่อนเดินทาง
ค่าเข้าชม: ชมวิวทะเลสาบ ฟรี / เข้า Urquhart Castle: ผู้ใหญ่ £18.50 (ออนไลน์) / £20.50 (หน้างาน)
สายปราสาทยังไปต่อได้ที่ Stirling Castle อีกหนึ่งสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศ และเป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับคนที่อยากรู้จักเรื่องราวของราชวงศ์สกอตแลนด์ให้ลึกขึ้นอีกนิด
ตัวปราสาทตั้งอยู่บนเนินสูง มองออกไปเห็นวิวพื้นที่โดยรอบได้กว้างมาก ภายในมีทั้ง Great Hall, Royal Palace และนิทรรศการเกี่ยวกับชีวิตในราชสำนัก
ทำเลของ Stirling ก็เที่ยวสะดวก เพราะอยู่ระหว่าง Edinburgh, Glasgow และเส้นทางขึ้น Highlands จะจัดเป็น Day Trip หรือแวะเที่ยวระหว่าง Road Trip ก็เข้าท่า ใครมีเวลาเหลือจาก Edinburgh สักวัน แนะนำเลย
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/3cxnt3x8esa86Rj78
เวลาเปิด-ปิด: โดยทั่วไปเปิดประมาณ 09.30–18.00 น. เวลาอาจปรับเปลี่ยนตามฤดูกาล ควรตรวจสอบก่อนเดินทาง
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ £18.50 (ออนไลน์) / £20.50 (หน้างาน)
ปิดท้ายลิสต์กันด้วย St Andrews เมืองน่าเที่ยวสกอตแลนด์ริมทะเลที่มีบรรยากาศสงบกว่าเมืองใหญ่อย่าง Edinburgh และ Glasgow แต่ก็มีเสน่ห์เฉพาะตัวแบบที่มาแล้วเดินเพลินได้ทั้งวัน
เมืองนี้มีชื่อเสียงเรื่องมหาวิทยาลัยเก่าแก่และกีฬากอล์ฟ ไฮไลต์ของที่นี่มีทั้งซาก St Andrews Cathedral, St Andrews Castle และชายหาด West Sands ส่วนใจกลางเมืองก็เต็มไปด้วยคาเฟ่ ร้านอาหาร และอาคารหินคลาสสิก
ถ้าอยากพักจากเส้นทางภูเขาและ Highlands แล้วมาเดินเล่นเมืองเล็ก ๆ แบบไม่ต้องรีบ St Andrews เป็นตัวเลือกที่น่ารักมาก จะมาจาก Edinburgh แบบ Day Trip ก็ได้เช่นกัน
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/uNegJTjHZdBGnWda7
เวลาเปิด-ปิด: ตัวเมืองเที่ยวได้ตลอดวัน สถานที่ต่าง ๆ มีเวลาทำการของตัวเอง
ค่าเข้าชม: เดินเที่ยวตัวเมืองฟรี
อ่านต่อบทความท่องเที่ยวอื่นๆ:
ถ้าอยากได้ที่พักที่บาลานซ์ทั้งทำเล ความสะดวก และบรรยากาศได้ลงตัว แนะนำ Motel One Edinburgh-Royal เลย เพราะตั้งอยู่ใจกลาง Edinburgh ใกล้ทั้งสถานี Edinburgh Waverley และ Royal Mile เดินออกจากโรงแรมไม่นานก็เริ่มเที่ยว Old Town ได้ทันที ห้องพักตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เรียบง่ายแต่พักสบาย เหมาะกับทั้งคู่รัก กลุ่มเพื่อน หรือคนที่ตั้งใจออกเที่ยวทั้งวันแล้วอยากกลับมาพักผ่อนแบบไม่ต้องเดินทางไกล ใครกำลังหาที่พักสกอตแลนด์ทำเลดี ๆ สำหรับทริปแรก ที่นี่เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก
อยากเพิ่มความพิเศษให้ทริปสกอตแลนด์ขึ้นอีกระดับ ต้องยกให้ The Balmoral โรงแรมหรูระดับไอคอนของ Edinburgh ที่ตัวอาคารสวยคลาสสิกจนกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของเมืองไปแล้ว จุดเด่นคือทำเลใจกลางเมือง ใกล้ทั้ง Old Town, New Town และสถานีรถไฟ ทำให้เดินทางสะดวกมาก ภายในโรงแรมตกแต่งหรูหราแบบคลาสสิก บรรยากาศดูภูมิฐานแต่ยังอบอุ่น เหมาะกับคู่รัก ทริปฉลองโอกาสพิเศษ หรือใครที่อยากให้การพักโรงแรมเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของทริป
สำหรับคนที่อยากเซฟงบไว้เที่ยวต่อ แนะนำ CODE - The Loft, Edinburgh ที่พักสไตล์โฮสเทลบรรยากาศทันสมัยในทำเลใจกลางเมือง จุดเด่นคือเดินทางง่าย ใกล้ทั้งแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และแลนด์มาร์กสำคัญหลายแห่ง ห้องพักและพื้นที่ส่วนกลางออกแบบมาแบบเรียบเท่ ใช้งานสะดวก เหมาะกับคนที่ไม่ได้เน้นห้องพักใหญ่ แต่ต้องการโลเคชันดีและบรรยากาศเป็นกันเอง
สำหรับการเดินทางจากประเทศไทยไป สกอตแลนด์ ปัจจุบันยังไม่มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ จึงต้องต่อเครื่องอย่างน้อย 1 ครั้ง โดยมีจุดต่อเครื่องให้เลือกหลายเมือง เช่น London, Amsterdam, Frankfurt, Istanbul, Dubai และ Doha
สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย สกอตแลนด์เป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร จึงต้องตรวจสอบและยื่นขอ UK Standard Visitor Visa ตามเงื่อนไขที่ใช้ ณ วันเดินทาง ไม่ใช่วีซ่าเชงเก้น แนะนำเตรียมเรื่องวีซ่าและเอกสารตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนจองกิจกรรมที่ไม่สามารถคืนเงินได้
การเดินทางในสกอตแลนด์ จะเลือกแบบไหนขึ้นอยู่กับแพลนเที่ยวเป็นหลัก ถ้าเน้น Edinburgh, Glasgow และเมืองใหญ่ รถไฟกับรถบัสก็เพียงพอ แต่ถ้าจุดหมายหลักคือ Highlands และ Isle of Skye การเช่ารถจะให้อิสระมากกว่า
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวสกอตแลนด์คือ เดือนพฤษภาคม–กันยายน เพราะอากาศค่อนข้างสบาย กลางวันยาว และเหมาะกับทั้งการเดินเที่ยวเมืองและออก Road Trip ชมธรรมชาติ โดยเฉพาะพฤษภาคม–มิถุนายน ที่อากาศกำลังดีและคนยังไม่แน่นเท่าช่วงพีค ส่วนใครชอบบรรยากาศคึกคักและอยากเที่ยว Scottish Highlands หรือ Isle of Skye แบบเต็มที่ เดือนกรกฎาคม–สิงหาคมก็เหมาะมาก
แต่จริง ๆ แล้วการเลือกว่าจะเที่ยวสกอตแลนด์ ช่วงไหนดีก็ขึ้นอยู่กับสไตล์ทริปที่ชอบ เพราะแต่ละฤดูให้บรรยากาศต่างกันชัดเจนเลย
| ฤดูกาล | ช่วงเดือน | อุณหภูมิโดยประมาณ | เหมาะกับ |
| ใบไม้ผลิ | มี.ค.–พ.ค. | 3–13°C | เดินเที่ยวเมือง Road Trip คนไม่แน่น |
| ฤดูร้อน | มิ.ย.–ส.ค. | 8–18°C | Highlands, Isle of Skye, Hiking |
| ใบไม้ร่วง | ก.ย.–พ.ย. | 4–15°C | ใบไม้เปลี่ยนสี Road Trip บรรยากาศสงบ |
| ฤดูหนาว | ธ.ค.–ก.พ. | 0–7°C | เมืองเก่า คริสต์มาส และวิวฤดูหนาว |
Q: คนไทยไปเที่ยวสกอตแลนด์ ต้องทำวีซ่าอะไร?
A: สกอตแลนด์เป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร จึงต้องยื่นขอ UK Standard Visitor Visa ไม่สามารถใช้ Schengen Visa เข้าประเทศได้ แนะนำให้เตรียมเอกสารและยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 1–2 เดือน
Q: เที่ยวสกอตแลนด์ช่วงไหนดีที่สุด?
A: ช่วงเดือนพฤษภาคม ถึง กันยายน ดีที่สุด เพราะอากาศกำลังสบาย ไม่หนาวจัด และมีช่วงกลางวันที่ยาวนาน เที่ยวได้เต็มวัน โดยเฉพาะเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนที่ฝนน้อยและคนยังไม่แน่นเท่าช่วงพีคหน้าร้อน
Q: ควรตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายไว้เท่าไหร่ต่อคน?
A: สำหรับทริป 7–10 วัน ควรงบประมาณไว้ราวๆ 80,000 – 120,000+ บาทต่อคน (รวมค่าตั๋วเครื่องบิน วีซ่า ที่พัก รถเช่า/ค่าเดินทาง ค่าเข้าชม และค่าอาหาร) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับช่วงฤดูกาล ระดับของที่พัก และรูปแบบการเดินทาง
Q: เดินทางจากสนามบินเอดินบะระ (EDI) เข้าตัวเมืองยังไง?
A: สะดวกที่สุดคือนั่งรถราง Edinburgh Trams ไปลงสถานี Princes Street ใจกลางเมือง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที หรือนั่งรถบัสประจำทางสาย Airlink 100 วิ่งตรงสู่สถานีรถไฟหลัก Edinburgh Waverley ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
Q: ไปเที่ยวสกอตแลนด์ ต้องแต่งตัวยังไง?
A: แนะนำแต่งตัวแบบ Layering (หลายชั้น) เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยมาก ควรเตรียมเสื้อกันลม/กันน้ำ เสื้อลองจอน หรือเสื้อหนาวที่ถอดใส่ง่าย พร้อมรองเท้าที่เดินสบายและกันน้ำได้เพื่อรับมือกับฝนที่อาจตกได้ทุกเมื่อ
Q: ขับรถเที่ยว Highlands หรือ Isle of Skye มีที่จอดรถไหม?
A: มีลานจอดรถรองรับตามจุดท่องเที่ยวหลักทุกแห่ง แต่สถานที่ยอดนิยมอย่าง Fairy Pools หรือ Old Man of Storr จะมีค่าจอดรถประมาณ £5 – £8 และควรปฏิบัติตามกฎจราจรเคร่งครัด โดยเฉพาะบนถนนเลนเดียว (Single-track) ที่ห้ามจอดรถแช่ตรงจุด Passing Place เด็ดขาด










