
ปอร์โต (Porto) เมืองริมแม่น้ำทางตอนเหนือของโปรตุเกสที่มีเสน่ห์แบบยุโรปคลาสสิก แต่ก็ยังเต็มไปด้วยบรรยากาศสบาย ๆ ที่เที่ยวได้แบบไม่เร่งรีบ จุดเด่นของเมืองปอร์โต คือบ้านเรือนสีสันสดใส ถนนหินเก่า อาคารสวย ๆ ที่กระจายอยู่ทั่วเมือง รวมถึงวิวแม่น้ำและเนินเขาที่ทำให้เดินเที่ยวไปทางไหนก็มีมุมให้แวะถ่ายรูปอยู่ตลอด
ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวปอร์โตด้วยตัวเอง บอกเลยว่าเป็นเมืองที่เที่ยวไม่ยาก เพราะตัวเมืองไม่ใหญ่มาก เดินทางสะดวก และมีทั้งแลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์ จุดชมวิว ย่านเดินเล่น คาเฟ่ ร้านอาหาร รวมถึงกิจกรรมท้องถิ่นให้เลือกทำได้หลายแบบ จะมาเที่ยวสั้น ๆ 1–2 วัน หรือค่อย ๆ ใช้เวลา 3 วันก็จัดแพลนได้ตามสไตล์ที่ชอบ
แล้วถ้ากำลังสงสัยว่าปอร์โต มีอะไรน่าเที่ยว หรือมีที่เที่ยวปอร์โตไหนที่ควรปักหมุดไว้บ้าง บทความนี้ Traveloka รวม 12 พิกัดน่าเที่ยวมาให้แล้ว พร้อมข้อมูลที่พัก การเดินทาง ช่วงเวลาน่าเที่ยว และทริกสำหรับวางแผนทริปให้สะดวกขึ้น ส่วนจะมีที่ไหนบ้าง ตามไปดูกันเลย!
อ่านจบแล้วก็สามารถจองตั๋วเครื่องบินและที่พักปอร์โต กับ Traveloka ได้เลยในที่เดียว ช่วยให้เตรียมทริปง่ายขึ้น พร้อมออกไปเที่ยวปอร์โต โปรตุเกส ได้แบบจอย ๆ!
Tue, 15 Sep 2026

Turkish Airlines
กรุงเทพ (BKK) ไป ปอร์โต (OPO)
เริ่มจาก THB 20,748.61
Tue, 15 Sep 2026

Thai Airways
กรุงเทพ (BKK) ไป ปอร์โต (OPO)
เริ่มจาก THB 26,654.81
Tue, 15 Sep 2026

Etihad
กรุงเทพ (BKK) ไป ปอร์โต (OPO)
เริ่มจาก THB 26,693.36
เริ่มเที่ยวปอร์โต กันที่ย่านริเบรา (Ribeira) ย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำดูโร ที่เต็มไปด้วยบ้านสีสันสดใสเรียงตัวลดหลั่นไปตามเนินเขา มีทั้งตรอกเล็ก ๆ ถนนหิน และอาคารเก่าที่ช่วยเติมบรรยากาศยุโรปคลาสสิกให้กับย่านนี้ได้แบบเต็ม ๆ ที่สำคัญ ย่านประวัติศาสตร์ของปอร์โตยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996 อีกด้วย
ถ้ามาถึงแล้ว แนะนำให้ค่อย ๆ เดินลงมาแถว Cais da Ribeira หรือแถวริมแม่น้ำ เพราะโซนนี้คึกคักมาก มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และมุมให้นั่งพักชมวิว จะซื้ออะไรติดมือแล้วนั่งดูเรือแล่นไปตามแม่น้ำ หรือเดินถ่ายรูปบ้านสีสวย ๆ ไปเรื่อย ๆ ก็เพลินจนเผลอใช้เวลาอยู่แถวนี้เป็นชั่วโมงได้เลย
ช่วงที่บรรยากาศดีเป็นพิเศษคือช่วงเย็น แสงแดดอ่อน ๆ จะตกกระทบกับบ้านริมแม่น้ำแบบสวยจับใจ แถมจาก Ribeira ยังเดินต่อไปสะพานดอมหลุยส์ที่ 1 แล้วข้ามไปฝั่ง Vila Nova de Gaia ได้ง่ายมาก ใครมาเที่ยวปอร์โตด้วยตัวเองครั้งแรก ปักหมุดย่านนี้เป็นจุดเริ่มต้นได้เลย
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/vaS1aLu9x45VbKXo7
เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอดวัน
ค่าเข้าชม: ฟรี
เห็นสะพานเหล็กโค้งๆใหญ่พาดผ่านแม่น้ำดูโรเมื่อไหร่ ก็รู้เลยว่ามาถึงปอร์โตแล้ว! สะพานดอมหลุยส์ที่ 1 (Dom Luís I Bridge) ถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญและภาพจำของเมือง ใครมาเที่ยวปอร์โตแล้วต้องหาโอกาสมาเดินข้ามชมวิวกันสักครั้ง!
สะพานแห่งนี้เปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1886 โดดเด่นด้วยโครงสร้างเหล็กสองชั้น โดยชั้นบนเป็นเส้นทางรถไฟฟ้าพร้อมทางเดินสำหรับชมวิว ส่วนชั้นล่างเป็นเส้นทางสำหรับพาหนะทั่วไปสัญจรข้ามแม่น้ำ และยังเชื่อมต่อไปยัง Vila Nova de Gaia ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามได้อีกด้วย
ไฮไลต์ที่อยากให้ลองก็คือการเดินข้ามสะพานชั้นบน เพราะตลอดทางจะได้เห็นทั้งย่านเมืองเก่า บ้านสีสันสดใสที่เรียงตัวตามเนินเขา และแม่น้ำดูโรที่ทอดยาวอยู่ด้านล่างแบบเต็ม ๆ ตา ยิ่งถ้ามาช่วงใกล้พระอาทิตย์ตก บรรยากาศยิ่งสวยเป็นพิเศษ แนะนำให้เดินข้ามไปฝั่ง Vila Nova de Gaia แล้วต่อไปยังสวน Jardim do Morro นั่งชมวิวปอร์โตพร้อมพระอาทิตย์ค่อย ๆ ลับขอบฟ้า เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ดี ๆ ที่ไม่ควรพลาดเลย
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/EyxnCTyu2D5gYLH48
เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอดวัน
ค่าเข้าชม: ฟรี
ข้ามสะพานดอมหลุยส์ที่ 1 มาอีกฝั่งแล้ว อย่าเพิ่งเดินกลับกัน! เพราะ Vila Nova de Gaia หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า Gaia มีอะไรให้เที่ยวเยอะกว่าที่คิด นอกจากจะเป็นหนึ่งในจุดที่มองกลับไปเห็นวิวปอร์โตได้สวยมากแล้ว ที่นี่ยังขึ้นชื่อเรื่องโรงบ่มพอร์ตไวน์ (Port Wine) ของดีประจำเมืองอีกด้วย
ถึงองุ่นสำหรับทำ Port Wine จะปลูกกันใน Douro Valley แต่ไวน์จะถูกนำมาบ่มใน Wine Cellars หรือ Lodges ที่อยู่ฝั่ง Gaia มาอย่างยาวนาน ในอดีตถังไวน์จะถูกขนมาตามแม่น้ำดูโร ด้วยเรือ Rabelo ซึ่งทุกวันนี้ยังเห็นเรือหน้าตาแบบดั้งเดิมจอดเรียงอยู่ริมน้ำได้อยู่ กลายเป็นอีกหนึ่งมุมถ่ายรูปที่เข้ากับบรรยากาศของเมืองมาก
ส่วนใครอยากทำความรู้จัก Port Wine มากขึ้น ลองเลือกเข้า Wine Cellar สักแห่ง จะมีทั้งทัวร์พาชมพื้นที่บ่ม เล่าเรื่องการทำไวน์ และปิดท้ายด้วยการชิมไวน์กันแบบฟิน ๆ แต่ถ้าไม่ใช่สายดื่มก็ไม่ต้องห่วง เพราะแค่เดินเล่นริมแม่น้ำ แวะร้านอาหาร หาคาเฟ่นั่ง หรือถ่ายรูปวิวย่าน Ribeira ฝั่งตรงข้ามก็สนุกแล้ว
ช่วงเย็นเป็นเวลาที่อยากแนะนำเป็นพิเศษ เพราะบรรยากาศดีมาก จะเดินขึ้นไป Jardim do Morro รอชมพระอาทิตย์ตกก่อน แล้วค่อยลงมาหาอะไรกินริมแม่น้ำก็ได้ เป็นแพลนง่าย ๆ ที่ไม่ต้องรีบ แต่ได้เห็นเสน่ห์ของปอร์โตครบทั้งวิวเมือง แม่น้ำ และบรรยากาศยามค่ำเลย
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/Cie7LoeGR14YDYFb6
เวลาเปิด-ปิด: ย่านริมน้ำเปิดตลอดวัน / Wine Cellar แต่ละแห่งมีเวลาเปิด-ปิดแตกต่างกัน
ค่าเข้าชม: เดินเที่ยวย่าน Gaia ฟรี / ทัวร์โรงบ่มและชิมไวน์มีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันตามแต่ละแห่งและแพ็กเกจ
ใครจะคิดว่าสถานีรถไฟธรรมดา ๆ จะกลายเป็นหนึ่งในที่เที่ยวปอร์โต ที่ห้ามพลาดได้ แต่พอเดินเข้ามาใน สถานีรถไฟเซาเบนโต (São Bento Station) แล้วจะเข้าใจทันที เพราะด้านในสวยจนแทบลืมไปเลยว่าที่นี่ยังเป็นสถานีรถไฟที่เปิดใช้งานอยู่จริง!
จุดที่ต้องแวะมาดูคือโถงด้านหน้า ซึ่งตกแต่งด้วยกระเบื้อง Azulejos สีฟ้า-ขาวประมาณ 20,000 แผ่น โดย Jorge Colaço แต่ละส่วนถูกนำมาต่อกันเป็นภาพขนาดใหญ่ เล่าเรื่องราวทั้งประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของชาวโปรตุเกส มองไกล ๆ ว่าสวยแล้ว พอเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ จะยิ่งเห็นรายละเอียดของแต่ละภาพชัดขึ้น เรียกว่าสวยตาแตกไม่เกินจริง
ข้อดีคือสถานีอยู่ใจกลางเมืองและใกล้กับที่เที่ยวปอร์โตหลายแห่งมาก แค่แวะเข้ามาชมด้านใน ถ่ายรูป แล้วเดินเที่ยวต่อก็ได้ ใครจัดทริปแบบเที่ยวปอร์โต 1 วัน ก็สามารถใส่ที่นี่ไว้ในแพลนได้สบาย ๆ
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/JEZW1L88gdsBJcve6
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 06.30–01.00 น.
ค่าเข้าชม: ฟรี
ต่อให้ไม่ใช่สายอ่านตัวจริง ก็มีโอกาสตกหลุมรัก Livraria Lello ได้ง่าย ๆ เพราะร้านหนังสือเก่าแก่แห่งนี้สวยตั้งแต่หน้าประตูไปจนถึงด้านในเลยจริงๆ และเป็นอีกหนึ่งพิกัดยอดฮิตของปอร์โตที่คนจากทั่วโลกตั้งใจแวะมาเช็กอิน
พอเข้าไปแล้ว เราจะสะดุดตากับบันไดสีแดงทรงโค้งกลางร้านก่อนเลย ส่วนรอบ ๆ จะเป็นชั้นหนังสือไม้แกะสลักเรียงขึ้นไปจนเกือบถึงเพดาน บวกกับกระจกสีและรายละเอียดเล็ก ๆ รอบอาคาร ทำให้บรรยากาศดูคลาสสิกและได้ไวบ์แฟนตาซีเบา ๆ จะมาเลือกซื้อหนังสือจริงจังหรือแค่อยากเดินชมความสวยของร้านก็คุ้มเวลาแล้ว
แต่ขอบอกไว้ก่อนนะว่า เพราะที่นี่เป็นสถานที่ดัง นักท่องเที่ยวจึงค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะช่วงสายถึงบ่าย และปัจจุบันเขามีใช้ระบบ Ticket-Voucher ในการเข้าชม ซึ่งสามารถนำมูลค่าบัตรไปใช้ซื้อหนังสือตามเงื่อนไขที่กำหนดได้ ถ้าใครรู้วันเที่ยวแน่นอนแล้ว แนะนำให้จองรอบไว้ก่อนผ่านทางเว็บไซต์ Livraria Lello จะได้ไม่ต้องมายืนรอคิวนานหน้าร้านน้า
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/72hF6YpVmpLR4AWR6
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 09.00–19.30 น.
ค่าเข้าชม: มีค่าเข้าชมแบบ Ticket-Voucher ราคาขึ้นอยู่กับประเภทบัตร เริ่มต้นประมาณ 15 ยูโร แนะนำเช็กราคาล่าสุดก่อนเดินทาง
ถ้าอยากได้ทั้งโบสถ์เก่าสวย ๆ และวิวเมืองในจุดเดียว ลองแวะมา มหาวิหารปอร์โต (Porto Cathedral / Sé do Porto) มหาวิหารเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนเนินใจกลางเมือง และเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญที่อยู่คู่กับเมืองปอร์โตมาหลายร้อยปี
ตัวมหาวิหารเริ่มสร้างมาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 12–13 และผ่านการต่อเติมมาหลายยุค เลยได้เห็นสถาปัตยกรรมหลายสไตล์ผสมกันอยู่ ทั้งโรมาเนสก์ โกธิก และบาโรก ส่วนมุมที่หลายคนชอบเป็นพิเศษคือบริเวณระเบียงคด Cloister ที่ตกแต่งด้วยกระเบื้อง Azulejos สีฟ้า-ขาว ยิ่งเวลาโดนแสงธรรมชาติยิ่งดูสวยและคลาสสิกมาก
ชมด้านในเสร็จแล้วอย่าเพิ่งรีบไปไหน เพราะบริเวณลานด้านหน้าก็เป็นจุดชมวิวดี ๆ เหมือนกัน มองเห็นหลังคาบ้านเก่าที่ไล่ระดับลงไปตามเนินเขา จากตรงนี้ยังเดินลงไปย่านริเบราหรือไปต่อที่สะพานดอมหลุยส์ที่ 1 ได้เลย เรียกว่าแวะครั้งเดียวแล้วเที่ยวต่อได้ยาว ๆ
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/t7SJ3CP8xrnHYk1N9
เวลาเปิด-ปิด:
ค่าเข้าชม:
แนะนำเช็กราคาล่าสุดก่อนเดินทาง
ใครอยากเห็นเมืองปอร์โต จากมุมสูงแบบเต็ม ๆ ตา ต้องลองขึ้นหอคอย Clérigos Tower หรือ Torre dos Clérigos อีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่โดดเด่นจนมองเห็นได้จากหลายมุมของเมือง ตัวหอคอยสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์บารอก และมีความสูงประมาณ 75 เมตร
ความสนุกอยู่ตรงที่การขึ้นไปด้านบนนี่แหละ เพราะต้องเดินขึ้นบันไดกว่า 200 ขั้น ระหว่างทางอาจมีเหนื่อยนิด ๆ แถมบางช่วงค่อนข้างแคบ แต่พอขึ้นไปถึงจุดชมวิวแล้วบอกเลยว่าคุ้ม เพราะสามารถมองเห็นวิวปอร์โตได้แบบ 360 องศา ทั้งหลังคาบ้านสีส้ม ย่านเมืองเก่า แม่น้ำดูโร และ Vila Nova de Gaia ที่อยู่ไกลออกไป
ถ้าไม่อยากขึ้นหอคอยก็สามารถแวะชมโบสถ์ Clérigos Church หรือ Igreja dos Clérigos ที่อยู่ติดกันได้เหมือนกัน ภายในตกแต่งสวยและมีรายละเอียดให้เดินชมเยอะ ใครชอบถ่ายรูปวิวเมือง แนะนำให้เผื่อเวลาที่นี่ประมาณ 1 ชั่วโมงกำลังดีเลย
Google Maps:
เวลาเปิด-ปิด: โดยทั่วไปเปิดทุกวัน 09.00–19.00 น. บางช่วงของปีอาจมีรอบกลางคืนเพิ่มเติม แนะนำเช็กเวลาก่อนเดินทาง
ค่าเข้าชม: บัตรเข้าชมหอคอยและพิพิธภัณฑ์ ผู้ใหญ่ประมาณ 10 ยูโร / เด็กอายุไม่เกิน 10 ปี เข้าฟรี
ขอพาไปแวะชมอาคารเก่า ที่ข้างนอกว่าสวยแล้ว แต่ข้างในยิ่งอลังการกับ Palácio da Bolsa หรืออดีตอาคารตลาดหลักทรัพย์ของปอร์โต ตัวอาคารสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19 และตั้งอยู่ไม่ไกลจากย่าน Ribeira สามารถเดินมาเที่ยวต่อกันได้สบาย ๆ
พอเข้ามาด้านในจะเจอกับห้องต่าง ๆ ที่ตกแต่งอย่างหรูหรา แต่ไฮไลต์ที่หลายคนตั้งใจมาดูคือ Arabian Room ห้องสไตล์มัวร์ที่เต็มไปด้วยลวดลายละเอียดและสีทองระยิบระยับแทบทุกมุม เรียกว่าเดินเข้ามาแล้วมีร้องว้าวแน่นอน เพราะบรรยากาศต่างจากด้านนอกของอาคารแบบคนละเรื่องเลย
การเข้าชม Palácio da Bolsa จะเป็นแบบ Guided Tour ใช้เวลาประมาณ 30 นาที มีทั้งภาษาอังกฤษ โปรตุเกส สเปน และฝรั่งเศส เหมาะกับคนที่อยากรู้เรื่องราวของอาคารไปพร้อมกับเดินชม ไม่ต้องใช้เวลานานมาก แต่ได้เห็นอีกมุมของประวัติศาสตร์ปอร์โตที่น่าสนใจทีเดียว
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/eZaTNgH3XmNETQ2QA
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 09.00–18.30 น.
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 14 ยูโร / นักเรียน นักศึกษา และผู้สูงอายุ 9.50 ยูโร / เด็กอายุไม่เกิน 12 ปีที่มากับผู้ใหญ่ เข้าฟรีตามเงื่อนไข
ถ้าเห็นโบสถ์ที่มีผนังด้านข้างเป็นกระเบื้องสีฟ้า-ขาวขนาดใหญ่ ก็แปลว่ามาถึง Igreja do Carmo แล้ว! โบสถ์สไตล์บารอกแห่งนี้ถูกยกให้เป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิตของที่เที่ยวปอร์โตเลยก็ว่าได้ เพราะผนังด้านข้างทั้งแถบถูกตกแต่งด้วยกระเบื้อง Azulejos ที่เรียงต่อกันเป็นภาพขนาดใหญ่ สวยเด่นจนเดินผ่านเฉย ๆ แทบไม่ได้
จริง ๆ แล้วบริเวณนี้มีโบสถ์สองหลังตั้งอยู่ติดกัน คือ Igreja do Carmo และ Igreja dos Carmelitas โดยมี Casa Escondida บ้านหลังเล็กแคบ 1 เมตรคั่นอยู่ตรงกลาง ซึ่งว่ากันว่าเป็นหนึ่งในบ้านที่แคบที่สุดของเมือง ทำให้มุมนี้มีอะไรให้สังเกตมากกว่าการมาถ่ายรูปกับผนังกระเบื้องอย่างเดียว
แนะนำให้เดินอ้อมชมทั้งด้านหน้าและด้านข้าง เพราะให้บรรยากาศต่างกันเลย ด้านหน้าจะได้เห็นรายละเอียดของสถาปัตยกรรมบารอก ส่วนด้านข้างเหมาะกับการถ่ายรูปคู่กับกระเบื้อง Azulejos มากที่สุด ที่สำคัญยังอยู่ใกล้ Livraria Lello และ Torre dos Clérigos มาก สามารถจัดสามจุดนี้ไว้ในเส้นทางเดียวกันได้เลย
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/FFJmZHdFTcNvASC47
เวลาเปิด-ปิด: เวลาเข้าชมอาจแตกต่างกันในแต่ละวันและช่วงประกอบพิธี แนะนำตรวจสอบก่อนเดินทาง
ค่าเข้าชม:
เดินขึ้นเนิน ลงเนิน เที่ยวเมืองเก่ากันมาหลายจุดแล้ว ถ้าอยากหาที่นั่งพักชิล ๆ ท่ามกลางต้นไม้ ลองแวะ สวนคริสตัล พาเลซ (Jardins do Palácio de Cristal) สวนขนาดประมาณ 8 เฮกตาร์ใจกลางปอร์โตที่ทั้งร่มรื่นและมีวิวสวยให้ชมไปพร้อมกัน
ด้านในสวนเขามีทั้งสนามหญ้า สวนดอกไม้ ทางเดินใต้ต้นไม้ และมุมให้นั่งพักกระจายอยู่หลายจุด แต่ที่อยากให้เดินไปดูเป็นพิเศษคือบริเวณระเบียงชมวิวฝั่งแม่น้ำดูโร เพราะจะเห็นทั้งแม่น้ำ เมือง และ Vila Nova de Gaia จากมุมสูงแบบกว้าง ๆ แถมบรรยากาศยังสงบกว่าย่านเมืองเก่าเยอะ
ใครมีเวลาช่วงบ่าย ลองซื้อกาแฟหรือขนมแล้วมานั่งเล่นที่นี่สักพักก็ได้ เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวปอร์โตที่ไม่ต้องรีบเดินเก็บแลนด์มาร์ก แต่ได้ปล่อยเวลาไปกับวิวและบรรยากาศของเมืองแบบสบาย ๆ
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/mwavDZnCjypY9EYq9
เวลาเปิด-ปิด:
ค่าเข้าชม: ฟรี
มาเที่ยวปอร์โตทั้งที นอกจากเดินดูแลนด์มาร์กแล้ว ลองหาเวลานั่งจิบกาแฟในคาเฟ่เก่าแก่ของเมืองกันบ้าง โดยเฉพาะ Majestic Café คาเฟ่ชื่อดังบนถนน Rua de Santa Catarina ที่เปิดมาตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 และยังคงบรรยากาศแบบ Belle Époque เอาไว้จนถึงทุกวันนี้
แค่เดินผ่านหน้าร้านก็สะดุดตาแล้ว แต่พอเข้ามาด้านในจะยิ่งได้ฟีลย้อนยุคเต็ม ๆ ทั้งงานไม้ กระจก โคมไฟ และรายละเอียดการตกแต่งสไตล์ Art Nouveau ที่ดูหรูแต่ยังมีเสน่ห์แบบคาเฟ่ยุโรปเก่า ๆ จะมานั่งจิบกาแฟ กินขนม หรือแวะทานมื้อเบา ๆ ก็ได้
ขอกระซิบบอกว่า ด้วยความที่เป็นคาเฟ่ดัง ราคาจึงค่อนข้างสูงกว่าร้านทั่วไปในปอร์โต และช่วงกลางวันอาจต้องรอคิวกันหน่อย แต่ถ้าใครอยากสัมผัสบรรยากาศคาเฟ่เก่าแก่ที่เป็นส่วนหนึ่งของเมืองมานานกว่าร้อยปี ก็ถือว่าเป็นอีกประสบการณ์ที่น่าลองสักครั้ง
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/FHifF15Lr3y7tfJR9
เวลาเปิด-ปิด: วันจันทร์–เสาร์ 09.00–23.00 น. / ปิดวันอาทิตย์
ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าเข้าชม มีค่าใช้จ่ายตามเมนูที่สั่ง
ปิดท้ายลิสต์ที่เที่ยวปอร์โตด้วยการเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองเก่าไปเดินเล่นริมทะเลกันที่ Foz do Douro ย่านฝั่งตะวันตกของเมืองบริเวณที่แม่น้ำดูโรไหลออกสู่มหาสมุทรแอตแลนติก จากใจกลางเมืองนั่งรถออกมาไม่นาน บรรยากาศก็เปลี่ยนจากบ้านเก่าและถนนหินมาเป็นวิวทะเลแบบชิล ๆ แล้ว
เสน่ห์ของย่านนี้คือทางเดินเลียบทะเลยาว ๆ ที่เหมาะกับการมาเดินเล่น วิ่ง หรือปั่นจักรยาน มีทั้งชายหาด สวน คาเฟ่ ร้านอาหาร และจุดชมวิวกระจายอยู่ตลอดแนว โดยเว็บไซต์ท่องเที่ยวของเมือง Porto ก็แนะนำโซน Atlantic District สำหรับการเที่ยวชายหาด เดินเล่นริมทะเล และแวะร้านอาหารต่าง ๆ โดยเฉพาะ
ถ้าอยากได้บรรยากาศคลาสสิกขึ้นอีกหน่อย ลองนั่งรถรางสาย 1 จากฝั่งเมืองออกมาตามแนวแม่น้ำดูโร แล้วค่อยลงมาเดินเล่นต่อแถว Foz ก็ได้ วิวระหว่างทางเพลินมาก โดยเฉพาะช่วงเย็นที่พระอาทิตย์กำลังตกเหนือมหาสมุทร เหมาะกับการมาปิดท้ายวันแบบไม่ต้องทำอะไรเยอะ แค่เดินรับลม หาคาเฟ่นั่ง แค่นี้ก็ปิดวันได้ฟินสุด ๆ แล้ว
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/e9e4QPsLAfEsX1MX7
เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอดวัน
ค่าเข้าชม: ฟรี
ถ้าอยากพักใจกลางเมืองแบบเดินเที่ยวสะดวก Memoria Porto FLH Hotels เป็นตัวเลือกที่น่าปักหมุดมาก โรงแรมมาในบรรยากาศอบอุ่น มีเสน่ห์แบบอาคารเก่าของปอร์โต แต่ด้านในตกแต่งเรียบง่าย ดูสบายตา และให้ความรู้สึกเป็นกันเอง ที่สำคัญคือทำเลอยู่ใกล้ย่าน Ribeira และริมแม่น้ำดูโร ทำให้เดินออกจากโรงแรมแล้วไปเที่ยวต่อได้ง่าย ไม่ต้องเสียเวลานั่งรถเข้าเมืองบ่อย ๆ เหมาะมากสำหรับคนที่มาเที่ยวปอร์โตด้วยตัวเอง และอยากได้ที่พักที่บาลานซ์ทั้งเรื่องทำเล ความสบาย และบรรยากาศดี ๆ ไว้ครบในที่เดียว

Portugal

เมโมเรียนพอร์โต่FLH โรงแรม

9.8/10
•




Sao Nicolau
THB 9,402.65
THB 7,381.61
ถ้าทริปนี้อยากให้พิเศษขึ้นอีกหน่อย ลองข้ามมานอนฝั่ง Vila Nova de Gaia ที่ The Yeatman Hotel โรงแรมหรูที่แค่เรื่องวิวก็กินขาด เพราะตัวโรงแรมตั้งอยู่บนเนินและมองเห็นทั้งแม่น้ำดูโรกับเมืองปอร์โตฝั่งตรงข้ามได้แบบกว้าง ๆ บรรยากาศเหมาะกับการมาพักผ่อนจริงจัง จะนั่งชมวิวจากห้องพัก แช่ตัวในสระ หรือใช้เวลาชิล ๆ กับอาหารและไวน์ก็ฟินได้โดยแทบไม่ต้องออกไปไหน ยิ่งใครมาเที่ยวเป็นคู่ ฉลองโอกาสพิเศษ หรืออยากเพิ่มคืนพักผ่อนดี ๆ เข้าไปในทริป ที่นี่เป็นที่พักปอร์โตที่ขอแนะนำเลยจริง ๆ

Portugal

The Yeatman Hotel

9.8/10
•





Vila Nova de Gaia (Santa Marinha)
THB 484,546.76
THB 459,908.79
ส่วนใครเน้นเที่ยวเต็มที่ตั้งแต่เช้าจนค่ำ และอยากเก็บงบไว้กิน เที่ยว และช้อปมากกว่า ibis Porto Sao Joao เป็นตัวเลือกคุมงบที่น่าจะถูกใจกันแน่นอน ห้องพักมาในสไตล์เรียบง่ายตามแบบ ibis มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานครบ เหมาะกับการกลับมาพักหลังจากเดินเที่ยวมาทั้งวัน แม้จะไม่ได้อยู่กลางย่านเมืองเก่าเหมือนสองแห่งแรก แต่มีระบบขนส่งสาธารณะช่วยให้เดินทางเข้าเมืองได้สะดวก จึงเหมาะกับสายเที่ยวที่ไม่ได้ซีเรียสว่าต้องพักติดแลนด์มาร์ก ขอแค่ห้องนอนสบาย เดินทางง่าย และราคาไม่แรงเกินไป ก็ถือว่าตอบโจทย์มาก

Portugal

ibis Porto Sao Joao

8.6/10
•


Paranhos
ดูราคา
ถ้ากำลังหาข้อมูลว่า ปอร์โต ไปยังไงจากประเทศไทย ปัจจุบันยังไม่มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปยัง Porto จึงต้องต่อเครื่องอย่างน้อยหนึ่งครั้งก่อนลงที่สนามบินฟรานซิสโก ซา คาร์เนโร (Francisco Sá Carneiro Airport - OPO)
สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย โปรตุเกสอยู่ในเขตเชงเก้น จึงควรตรวจสอบข้อกำหนดวีซ่าเชงเก้นและเอกสารเดินทางล่าสุดให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง
การเดินทางในปอร์โต ถือว่าสะดวกสบายมาก เพราะศูนย์กลางเมืองไม่ได้ใหญ่จนเกินไป แถมแลนด์มาร์กยอดฮิตหลายแห่งยังตั้งอยู่ใกล้กันจนสามารถเดินเชื่อมถึงกันได้สบาย ๆ เพียงแต่ต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับเดินขึ้น-ลงเนินสูงชันและถนนปูหินโบราณสักหน่อย
ข้อแนะนำ: หากเน้นเดินเที่ยวเฉพาะในย่านเมืองเก่าเป็นหลัก อาจไม่จำเป็นต้องซื้อบัตรโดยสารแบบเหมาวันทุกวัน แต่ในวันที่ต้องเดินทางไป-กลับสนามบิน หรือออกไปเที่ยวย่านนอกเมือง การใช้บัตรโดยสารแบบเหมาจะช่วยเซฟทั้งเงินและเวลาได้คุ้มค่ากว่า
ถ้าถามว่าเที่ยวปอร์โต เดือนไหนดี? ช่วงที่น่าเที่ยวที่สุดคือ พฤษภาคม–มิถุนายน และ กันยายน–ตุลาคม เพราะอากาศกำลังสบาย เหมาะกับการเดินเที่ยวชมเมือง นั่งเล่นริมแม่น้ำ หรือออกไปเที่ยวทะเล แถมยังเลี่ยงช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นที่สุดในหน้าร้อนได้ด้วย
แต่จริง ๆ แล้วสามารถไปเที่ยวปอร์โต ได้ตลอดทั้งปี แต่ละฤดูก็มีบรรยากาศต่างกัน ลองเลือกช่วงที่เข้ากับสไตล์เที่ยวของตัวเองได้เลย
| ฤดูกาล | ช่วงเดือน | อากาศโดยรวม | เหมาะกับใคร |
| ฤดูใบไม้ผลิ | เมษายน–พฤษภาคม | เย็นสบาย เริ่มอุ่นขึ้น มีฝนเป็นบางวัน | คนชอบเดินเที่ยว อากาศไม่ร้อน และคนไม่แน่น |
| ฤดูร้อน | มิถุนายน–สิงหาคม | อากาศอุ่น ฟ้าใส กลางวันยาว | สายเที่ยวเต็มวัน ชอบกิจกรรมกลางแจ้งและทะเล |
| ฤดูใบไม้ร่วง | กันยายน–พฤศจิกายน | เย็นสบาย ก่อนฝนจะเพิ่มขึ้นช่วงปลายฤดู | คนอยากเที่ยวชิล ๆ เลี่ยงฝูงชนช่วง High Season |
| ฤดูหนาว | ธันวาคม–มีนาคม | เย็น ชื้น และมีฝนค่อนข้างบ่อย | สายคุมงบ ชอบเมืองสงบ และเที่ยว Indoor |
ก่อนจัดกระเป๋าออกไปตามเก็บ 12 ที่เที่ยวปอร์โต ลองเซฟทริกเล็ก ๆ เหล่านี้ไว้ จะช่วยให้เที่ยวสนุกและจัดเวลาได้คุ้มขึ้นเยอะ
ใครกำลังวางแผนเที่ยวปอร์โตด้วยตัวเอง เมืองนี้ถือว่าเป็นจุดหมายที่เที่ยวไม่ยากเลย ทั้งแลนด์มาร์กอยู่ค่อนข้างใกล้กัน ระบบขนส่งสะดวก อาหารอร่อย และมีบรรยากาศที่แตกต่างจากเมืองใหญ่หลายแห่งในยุโรป จะมาเดินเล่นริมแม่น้ำดูโร ถ่ายรูปบ้านสีสันสดใสในย่านริเบรา ข้ามสะพานดอมหลุยส์ที่ 1 หรือปิดท้ายวันด้วยการชิมพอร์ตไวน์ ที่ Vila Nova de Gaia ก็มีอะไรให้ทำได้ตั้งแต่เช้ายันค่ำ
เตรียมวันลาให้พร้อม แล้วจองตั๋วเครื่องบินและที่พักปอร์โต ผ่าน Traveloka ล่วงหน้าไว้ได้เลย จะได้เหลือหน้าที่แค่แพ็กกระเป๋า แล้วออกไปเก็บบรรยากาศของปอร์โต โปรตุเกสให้เต็มที่!
Q: ไปเที่ยวปอร์โตต้องทำวีซ่าไหม?
A: ต้องทำ เนื่องจากประเทศโปรตุเกสอยู่ในเขตเชงเก้น ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยจึงต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง
Q: ไปเที่ยวปอร์โตต้องแต่งตัวยังไง และควรเตรียมอะไรเป็นพิเศษ?
A: แนะนำแต่งตัวแบบเลเยอร์สวมทับง่ายๆ เพราะอากาศเปลี่ยนระหว่างวันได้ และสิ่งสำคัญที่สุดคือรองเท้าผ้าใบที่เดินสบายและพื้นเกาะได้ดี เนื่องจากเมืองนี้มีเนินสูงชันและถนนปูหินค่อนข้างเยอะ
Q: ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่สำหรับการเที่ยวปอร์โต?
A: หากไม่รวมตั๋วเครื่องบินไป-กลับจากไทย ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในเมืองจะอยู่ที่ประมาณ 50–100 ยูโร/คน/วัน (ราวๆ 1,900–3,800 บาท) ขึ้นอยู่กับสไตล์การกิน เที่ยว และประเภทที่พัก โดยภาพรวมถือว่าค่าครองชีพย่อมเยากว่าหลายเมืองใหญ่ในยุโรปตะวันตก
Q: เดินทางจากสนามบินปอร์โตเข้าเมืองยังไง?
A: นั่ง Metro สาย E (Purple Line) ตรงจากสนามบิน Francisco Sá Carneiro เข้าสู่ใจกลางเมืองได้เลย มีรถออกทุกๆ 20–30 นาที และใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 30 นาที ประหยัดและสะดวกที่สุด
Q: เที่ยวปอร์โตควรอัดแพลนกี่วันดี ช่วงไหนดีสุด?
A: แนะนำเวลาประมาณ 2–3 วัน กำลังดี ไม่แน่นเกินไป ส่วนช่วงเวลาน่าเที่ยวที่สุดคือ พฤษภาคม–มิถุนายน และ กันยายน–ตุลาคม เพราะอากาศเย็นสบายกำลังดี เดินเที่ยวชมเมืองได้ชิลที่สุด
Q: ขับรถเที่ยวในเมืองปอร์โตสะดวกไหม มีที่จอดรถหรือเปล่า?
A: ไม่แนะนำให้ขับรถในย่านเมืองเก่าเพราะถนนแคบ เป็นทางชัน และจอดรถยากมาก เน้นเดินเท้าและใช้ขนส่งสาธารณะจะสะดวกกว่า แต่ถ้าขับมาจากเมืองอื่น แนะนำให้เลือกที่พักที่มีที่จอดรถรองรับ หรือนำรถไปฝากไว้ที่อาคารจอดรถสาธารณะแล้วเดินเที่ยวแทน


















