
ปอร์โต (Porto) เมืองริมแม่น้ำทางตอนเหนือของโปรตุเกสที่มีเสน่ห์แบบยุโรปคลาสสิก แต่ก็ยังเต็มไปด้วยบรรยากาศสบาย ๆ ที่เที่ยวได้แบบไม่เร่งรีบ จุดเด่นของเมืองปอร์โต คือบ้านเรือนสีสันสดใส ถนนหินเก่า อาคารสวย ๆ ที่กระจายอยู่ทั่วเมือง รวมถึงวิวแม่น้ำและเนินเขาที่ทำให้เดินเที่ยวไปทางไหนก็มีมุมให้แวะถ่ายรูปอยู่ตลอด
ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวปอร์โตด้วยตัวเอง บอกเลยว่าเป็นเมืองที่เที่ยวไม่ยาก เพราะตัวเมืองไม่ใหญ่มาก เดินทางสะดวก และมีทั้งแลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์ จุดชมวิว ย่านเดินเล่น คาเฟ่ ร้านอาหาร รวมถึงกิจกรรมท้องถิ่นให้เลือกทำได้หลายแบบ จะมาเที่ยวสั้น ๆ 1–2 วัน หรือค่อย ๆ ใช้เวลา 3 วันก็จัดแพลนได้ตามสไตล์ที่ชอบ
แล้วถ้ากำลังสงสัยว่าปอร์โต มีอะไรน่าเที่ยว หรือมีที่เที่ยวปอร์โตไหนที่ควรปักหมุดไว้บ้าง บทความนี้ Traveloka รวม 12 พิกัดน่าเที่ยวมาให้แล้ว พร้อมข้อมูลที่พัก การเดินทาง ช่วงเวลาน่าเที่ยว และทริกสำหรับวางแผนทริปให้สะดวกขึ้น ส่วนจะมีที่ไหนบ้าง ตามไปดูกันเลย!
อ่านจบแล้วก็สามารถจองตั๋วเครื่องบินและที่พักปอร์โต กับ Traveloka ได้เลยในที่เดียว ช่วยให้เตรียมทริปง่ายขึ้น พร้อมออกไปเที่ยวปอร์โต โปรตุเกส ได้แบบจอย ๆ!
เริ่มเที่ยวปอร์โต กันที่ย่านริเบรา (Ribeira) ย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำดูโร ที่เต็มไปด้วยบ้านสีสันสดใสเรียงตัวลดหลั่นไปตามเนินเขา มีทั้งตรอกเล็ก ๆ ถนนหิน และอาคารเก่าที่ช่วยเติมบรรยากาศยุโรปคลาสสิกให้กับย่านนี้ได้แบบเต็ม ๆ ที่สำคัญ ย่านประวัติศาสตร์ของปอร์โตยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996 อีกด้วย
ถ้ามาถึงแล้ว แนะนำให้ค่อย ๆ เดินลงมาแถว Cais da Ribeira หรือแถวริมแม่น้ำ เพราะโซนนี้คึกคักมาก มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และมุมให้นั่งพักชมวิว จะซื้ออะไรติดมือแล้วนั่งดูเรือแล่นไปตามแม่น้ำ หรือเดินถ่ายรูปบ้านสีสวย ๆ ไปเรื่อย ๆ ก็เพลินจนเผลอใช้เวลาอยู่แถวนี้เป็นชั่วโมงได้เลย
ช่วงที่บรรยากาศดีเป็นพิเศษคือช่วงเย็น แสงแดดอ่อน ๆ จะตกกระทบกับบ้านริมแม่น้ำแบบสวยจับใจ แถมจาก Ribeira ยังเดินต่อไปสะพานดอมหลุยส์ที่ 1 แล้วข้ามไปฝั่ง Vila Nova de Gaia ได้ง่ายมาก ใครมาเที่ยวปอร์โตด้วยตัวเองครั้งแรก ปักหมุดย่านนี้เป็นจุดเริ่มต้นได้เลย
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/vaS1aLu9x45VbKXo7
เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอดวัน
ค่าเข้าชม: ฟรี
เห็นสะพานเหล็กโค้งๆใหญ่พาดผ่านแม่น้ำดูโรเมื่อไหร่ ก็รู้เลยว่ามาถึงปอร์โตแล้ว! สะพานดอมหลุยส์ที่ 1 (Dom Luís I Bridge) ถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญและภาพจำของเมือง ใครมาเที่ยวปอร์โตแล้วต้องหาโอกาสมาเดินข้ามชมวิวกันสักครั้ง!
สะพานแห่งนี้เปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1886 โดดเด่นด้วยโครงสร้างเหล็กสองชั้น โดยชั้นบนเป็นเส้นทางรถไฟฟ้าพร้อมทางเดินสำหรับชมวิว ส่วนชั้นล่างเป็นเส้นทางสำหรับพาหนะทั่วไปสัญจรข้ามแม่น้ำ และยังเชื่อมต่อไปยัง Vila Nova de Gaia ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามได้อีกด้วย
ไฮไลต์ที่อยากให้ลองก็คือการเดินข้ามสะพานชั้นบน เพราะตลอดทางจะได้เห็นทั้งย่านเมืองเก่า บ้านสีสันสดใสที่เรียงตัวตามเนินเขา และแม่น้ำดูโรที่ทอดยาวอยู่ด้านล่างแบบเต็ม ๆ ตา ยิ่งถ้ามาช่วงใกล้พระอาทิตย์ตก บรรยากาศยิ่งสวยเป็นพิเศษ แนะนำให้เดินข้ามไปฝั่ง Vila Nova de Gaia แล้วต่อไปยังสวน Jardim do Morro นั่งชมวิวปอร์โตพร้อมพระอาทิตย์ค่อย ๆ ลับขอบฟ้า เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ดี ๆ ที่ไม่ควรพลาดเลย
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/EyxnCTyu2D5gYLH48
เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอดวัน
ค่าเข้าชม: ฟรี
ข้ามสะพานดอมหลุยส์ที่ 1 มาอีกฝั่งแล้ว อย่าเพิ่งเดินกลับกัน! เพราะ Vila Nova de Gaia หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า Gaia มีอะไรให้เที่ยวเยอะกว่าที่คิด นอกจากจะเป็นหนึ่งในจุดที่มองกลับไปเห็นวิวปอร์โตได้สวยมากแล้ว ที่นี่ยังขึ้นชื่อเรื่องโรงบ่มพอร์ตไวน์ (Port Wine) ของดีประจำเมืองอีกด้วย
ถึงองุ่นสำหรับทำ Port Wine จะปลูกกันใน Douro Valley แต่ไวน์จะถูกนำมาบ่มใน Wine Cellars หรือ Lodges ที่อยู่ฝั่ง Gaia มาอย่างยาวนาน ในอดีตถังไวน์จะถูกขนมาตามแม่น้ำดูโร ด้วยเรือ Rabelo ซึ่งทุกวันนี้ยังเห็นเรือหน้าตาแบบดั้งเดิมจอดเรียงอยู่ริมน้ำได้อยู่ กลายเป็นอีกหนึ่งมุมถ่ายรูปที่เข้ากับบรรยากาศของเมืองมาก
ส่วนใครอยากทำความรู้จัก Port Wine มากขึ้น ลองเลือกเข้า Wine Cellar สักแห่ง จะมีทั้งทัวร์พาชมพื้นที่บ่ม เล่าเรื่องการทำไวน์ และปิดท้ายด้วยการชิมไวน์กันแบบฟิน ๆ แต่ถ้าไม่ใช่สายดื่มก็ไม่ต้องห่วง เพราะแค่เดินเล่นริมแม่น้ำ แวะร้านอาหาร หาคาเฟ่นั่ง หรือถ่ายรูปวิวย่าน Ribeira ฝั่งตรงข้ามก็สนุกแล้ว
ช่วงเย็นเป็นเวลาที่อยากแนะนำเป็นพิเศษ เพราะบรรยากาศดีมาก จะเดินขึ้นไป Jardim do Morro รอชมพระอาทิตย์ตกก่อน แล้วค่อยลงมาหาอะไรกินริมแม่น้ำก็ได้ เป็นแพลนง่าย ๆ ที่ไม่ต้องรีบ แต่ได้เห็นเสน่ห์ของปอร์โตครบทั้งวิวเมือง แม่น้ำ และบรรยากาศยามค่ำเลย
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/Cie7LoeGR14YDYFb6
เวลาเปิด-ปิด: ย่านริมน้ำเปิดตลอดวัน / Wine Cellar แต่ละแห่งมีเวลาเปิด-ปิดแตกต่างกัน
ค่าเข้าชม: เดินเที่ยวย่าน Gaia ฟรี / ทัวร์โรงบ่มและชิมไวน์มีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันตามแต่ละแห่งและแพ็กเกจ
ใครจะคิดว่าสถานีรถไฟธรรมดา ๆ จะกลายเป็นหนึ่งในที่เที่ยวปอร์โต ที่ห้ามพลาดได้ แต่พอเดินเข้ามาใน สถานีรถไฟเซาเบนโต (São Bento Station) แล้วจะเข้าใจทันที เพราะด้านในสวยจนแทบลืมไปเลยว่าที่นี่ยังเป็นสถานีรถไฟที่เปิดใช้งานอยู่จริง!
จุดที่ต้องแวะมาดูคือโถงด้านหน้า ซึ่งตกแต่งด้วยกระเบื้อง Azulejos สีฟ้า-ขาวประมาณ 20,000 แผ่น โดย Jorge Colaço แต่ละส่วนถูกนำมาต่อกันเป็นภาพขนาดใหญ่ เล่าเรื่องราวทั้งประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของชาวโปรตุเกส มองไกล ๆ ว่าสวยแล้ว พอเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ จะยิ่งเห็นรายละเอียดของแต่ละภาพชัดขึ้น เรียกว่าสวยตาแตกไม่เกินจริง
ข้อดีคือสถานีอยู่ใจกลางเมืองและใกล้กับที่เที่ยวปอร์โตหลายแห่งมาก แค่แวะเข้ามาชมด้านใน ถ่ายรูป แล้วเดินเที่ยวต่อก็ได้ ใครจัดทริปแบบเที่ยวปอร์โต 1 วัน ก็สามารถใส่ที่นี่ไว้ในแพลนได้สบาย ๆ
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/JEZW1L88gdsBJcve6
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 06.30–01.00 น.
ค่าเข้าชม: ฟรี
ต่อให้ไม่ใช่สายอ่านตัวจริง ก็มีโอกาสตกหลุมรัก Livraria Lello ได้ง่าย ๆ เพราะร้านหนังสือเก่าแก่แห่งนี้สวยตั้งแต่หน้าประตูไปจนถึงด้านในเลยจริงๆ และเป็นอีกหนึ่งพิกัดยอดฮิตของปอร์โตที่คนจากทั่วโลกตั้งใจแวะมาเช็กอิน
พอเข้าไปแล้ว เราจะสะดุดตากับบันไดสีแดงทรงโค้งกลางร้านก่อนเลย ส่วนรอบ ๆ จะเป็นชั้นหนังสือไม้แกะสลักเรียงขึ้นไปจนเกือบถึงเพดาน บวกกับกระจกสีและรายละเอียดเล็ก ๆ รอบอาคาร ทำให้บรรยากาศดูคลาสสิกและได้ไวบ์แฟนตาซีเบา ๆ จะมาเลือกซื้อหนังสือจริงจังหรือแค่อยากเดินชมความสวยของร้านก็คุ้มเวลาแล้ว
แต่ขอบอกไว้ก่อนนะว่า เพราะที่นี่เป็นสถานที่ดัง นักท่องเที่ยวจึงค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะช่วงสายถึงบ่าย และปัจจุบันเขามีใช้ระบบ Ticket-Voucher ในการเข้าชม ซึ่งสามารถนำมูลค่าบัตรไปใช้ซื้อหนังสือตามเงื่อนไขที่กำหนดได้ ถ้าใครรู้วันเที่ยวแน่นอนแล้ว แนะนำให้จองรอบไว้ก่อนผ่านทางเว็บไซต์ Livraria Lello จะได้ไม่ต้องมายืนรอคิวนานหน้าร้านน้า
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/72hF6YpVmpLR4AWR6
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 09.00–19.30 น.
ค่าเข้าชม: มีค่าเข้าชมแบบ Ticket-Voucher ราคาขึ้นอยู่กับประเภทบัตร เริ่มต้นประมาณ 15 ยูโร แนะนำเช็กราคาล่าสุดก่อนเดินทาง
ถ้าอยากได้ทั้งโบสถ์เก่าสวย ๆ และวิวเมืองในจุดเดียว ลองแวะมา มหาวิหารปอร์โต (Porto Cathedral / Sé do Porto) มหาวิหารเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนเนินใจกลางเมือง และเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญที่อยู่คู่กับเมืองปอร์โตมาหลายร้อยปี
ตัวมหาวิหารเริ่มสร้างมาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 12–13 และผ่านการต่อเติมมาหลายยุค เลยได้เห็นสถาปัตยกรรมหลายสไตล์ผสมกันอยู่ ทั้งโรมาเนสก์ โกธิก และบาโรก ส่วนมุมที่หลายคนชอบเป็นพิเศษคือบริเวณระเบียงคด Cloister ที่ตกแต่งด้วยกระเบื้อง Azulejos สีฟ้า-ขาว ยิ่งเวลาโดนแสงธรรมชาติยิ่งดูสวยและคลาสสิกมาก
ชมด้านในเสร็จแล้วอย่าเพิ่งรีบไปไหน เพราะบริเวณลานด้านหน้าก็เป็นจุดชมวิวดี ๆ เหมือนกัน มองเห็นหลังคาบ้านเก่าที่ไล่ระดับลงไปตามเนินเขา จากตรงนี้ยังเดินลงไปย่านริเบราหรือไปต่อที่สะพานดอมหลุยส์ที่ 1 ได้เลย เรียกว่าแวะครั้งเดียวแล้วเที่ยวต่อได้ยาว ๆ
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/t7SJ3CP8xrnHYk1N9
เวลาเปิด-ปิด:
ค่าเข้าชม:
แนะนำเช็กราคาล่าสุดก่อนเดินทาง
ใครอยากเห็นเมืองปอร์โต จากมุมสูงแบบเต็ม ๆ ตา ต้องลองขึ้นหอคอย Clérigos Tower หรือ Torre dos Clérigos อีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่โดดเด่นจนมองเห็นได้จากหลายมุมของเมือง ตัวหอคอยสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์บารอก และมีความสูงประมาณ 75 เมตร
ความสนุกอยู่ตรงที่การขึ้นไปด้านบนนี่แหละ เพราะต้องเดินขึ้นบันไดกว่า 200 ขั้น ระหว่างทางอาจมีเหนื่อยนิด ๆ แถมบางช่วงค่อนข้างแคบ แต่พอขึ้นไปถึงจุดชมวิวแล้วบอกเลยว่าคุ้ม เพราะสามารถมองเห็นวิวปอร์โตได้แบบ 360 องศา ทั้งหลังคาบ้านสีส้ม ย่านเมืองเก่า แม่น้ำดูโร และ Vila Nova de Gaia ที่อยู่ไกลออกไป
ถ้าไม่อยากขึ้นหอคอยก็สามารถแวะชมโบสถ์ Clérigos Church หรือ Igreja dos Clérigos ที่อยู่ติดกันได้เหมือนกัน ภายในตกแต่งสวยและมีรายละเอียดให้เดินชมเยอะ ใครชอบถ่ายรูปวิวเมือง แนะนำให้เผื่อเวลาที่นี่ประมาณ 1 ชั่วโมงกำลังดีเลย
Google Maps:
เวลาเปิด-ปิด: โดยทั่วไปเปิดทุกวัน 09.00–19.00 น. บางช่วงของปีอาจมีรอบกลางคืนเพิ่มเติม แนะนำเช็กเวลาก่อนเดินทาง
ค่าเข้าชม: บัตรเข้าชมหอคอยและพิพิธภัณฑ์ ผู้ใหญ่ประมาณ 10 ยูโร / เด็กอายุไม่เกิน 10 ปี เข้าฟรี
ขอพาไปแวะชมอาคารเก่า ที่ข้างนอกว่าสวยแล้ว แต่ข้างในยิ่งอลังการกับ Palácio da Bolsa หรืออดีตอาคารตลาดหลักทรัพย์ของปอร์โต ตัวอาคารสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19 และตั้งอยู่ไม่ไกลจากย่าน Ribeira สามารถเดินมาเที่ยวต่อกันได้สบาย ๆ
พอเข้ามาด้านในจะเจอกับห้องต่าง ๆ ที่ตกแต่งอย่างหรูหรา แต่ไฮไลต์ที่หลายคนตั้งใจมาดูคือ Arabian Room ห้องสไตล์มัวร์ที่เต็มไปด้วยลวดลายละเอียดและสีทองระยิบระยับแทบทุกมุม เรียกว่าเดินเข้ามาแล้วมีร้องว้าวแน่นอน เพราะบรรยากาศต่างจากด้านนอกของอาคารแบบคนละเรื่องเลย
การเข้าชม Palácio da Bolsa จะเป็นแบบ Guided Tour ใช้เวลาประมาณ 30 นาที มีทั้งภาษาอังกฤษ โปรตุเกส สเปน และฝรั่งเศส เหมาะกับคนที่อยากรู้เรื่องราวของอาคารไปพร้อมกับเดินชม ไม่ต้องใช้เวลานานมาก แต่ได้เห็นอีกมุมของประวัติศาสตร์ปอร์โตที่น่าสนใจทีเดียว
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/eZaTNgH3XmNETQ2QA
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 09.00–18.30 น.
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 14 ยูโร / นักเรียน นักศึกษา และผู้สูงอายุ 9.50 ยูโร / เด็กอายุไม่เกิน 12 ปีที่มากับผู้ใหญ่ เข้าฟรีตามเงื่อนไข
ถ้าเห็นโบสถ์ที่มีผนังด้านข้างเป็นกระเบื้องสีฟ้า-ขาวขนาดใหญ่ ก็แปลว่ามาถึง Igreja do Carmo แล้ว! โบสถ์สไตล์บารอกแห่งนี้ถูกยกให้เป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิตของที่เที่ยวปอร์โตเลยก็ว่าได้ เพราะผนังด้านข้างทั้งแถบถูกตกแต่งด้วยกระเบื้อง Azulejos ที่เรียงต่อกันเป็นภาพขนาดใหญ่ สวยเด่นจนเดินผ่านเฉย ๆ แทบไม่ได้
จริง ๆ แล้วบริเวณนี้มีโบสถ์สองหลังตั้งอยู่ติดกัน คือ Igreja do Carmo และ Igreja dos Carmelitas โดยมี Casa Escondida บ้านหลังเล็กแคบ 1 เมตรคั่นอยู่ตรงกลาง ซึ่งว่ากันว่าเป็นหนึ่งในบ้านที่แคบที่สุดของเมือง ทำให้มุมนี้มีอะไรให้สังเกตมากกว่าการมาถ่ายรูปกับผนังกระเบื้องอย่างเดียว
แนะนำให้เดินอ้อมชมทั้งด้านหน้าและด้านข้าง เพราะให้บรรยากาศต่างกันเลย ด้านหน้าจะได้เห็นรายละเอียดของสถาปัตยกรรมบารอก ส่วนด้านข้างเหมาะกับการถ่ายรูปคู่กับกระเบื้อง Azulejos มากที่สุด ที่สำคัญยังอยู่ใกล้ Livraria Lello และ Torre dos Clérigos มาก สามารถจัดสามจุดนี้ไว้ในเส้นทางเดียวกันได้เลย
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/FFJmZHdFTcNvASC47
เวลาเปิด-ปิด: เวลาเข้าชมอาจแตกต่างกันในแต่ละวันและช่วงประกอบพิธี แนะนำตรวจสอบก่อนเดินทาง
ค่าเข้าชม:
เดินขึ้นเนิน ลงเนิน เที่ยวเมืองเก่ากันมาหลายจุดแล้ว ถ้าอยากหาที่นั่งพักชิล ๆ ท่ามกลางต้นไม้ ลองแวะ สวนคริสตัล พาเลซ (Jardins do Palácio de Cristal) สวนขนาดประมาณ 8 เฮกตาร์ใจกลางปอร์โตที่ทั้งร่มรื่นและมีวิวสวยให้ชมไปพร้อมกัน
ด้านในสวนเขามีทั้งสนามหญ้า สวนดอกไม้ ทางเดินใต้ต้นไม้ และมุมให้นั่งพักกระจายอยู่หลายจุด แต่ที่อยากให้เดินไปดูเป็นพิเศษคือบริเวณระเบียงชมวิวฝั่งแม่น้ำดูโร เพราะจะเห็นทั้งแม่น้ำ เมือง และ Vila Nova de Gaia จากมุมสูงแบบกว้าง ๆ แถมบรรยากาศยังสงบกว่าย่านเมืองเก่าเยอะ
ใครมีเวลาช่วงบ่าย ลองซื้อกาแฟหรือขนมแล้วมานั่งเล่นที่นี่สักพักก็ได้ เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวปอร์โตที่ไม่ต้องรีบเดินเก็บแลนด์มาร์ก แต่ได้ปล่อยเวลาไปกับวิวและบรรยากาศของเมืองแบบสบาย ๆ
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/mwavDZnCjypY9EYq9
เวลาเปิด-ปิด:
ค่าเข้าชม: ฟรี
มาเที่ยวปอร์โตทั้งที นอกจากเดินดูแลนด์มาร์กแล้ว ลองหาเวลานั่งจิบกาแฟในคาเฟ่เก่าแก่ของเมืองกันบ้าง โดยเฉพาะ Majestic Café คาเฟ่ชื่อดังบนถนน Rua de Santa Catarina ที่เปิดมาตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 และยังคงบรรยากาศแบบ Belle Époque เอาไว้จนถึงทุกวันนี้
แค่เดินผ่านหน้าร้านก็สะดุดตาแล้ว แต่พอเข้ามาด้านในจะยิ่งได้ฟีลย้อนยุคเต็ม ๆ ทั้งงานไม้ กระจก โคมไฟ และรายละเอียดการตกแต่งสไตล์ Art Nouveau ที่ดูหรูแต่ยังมีเสน่ห์แบบคาเฟ่ยุโรปเก่า ๆ จะมานั่งจิบกาแฟ กินขนม หรือแวะทานมื้อเบา ๆ ก็ได้
ขอกระซิบบอกว่า ด้วยความที่เป็นคาเฟ่ดัง ราคาจึงค่อนข้างสูงกว่าร้านทั่วไปในปอร์โต และช่วงกลางวันอาจต้องรอคิวกันหน่อย แต่ถ้าใครอยากสัมผัสบรรยากาศคาเฟ่เก่าแก่ที่เป็นส่วนหนึ่งของเมืองมานานกว่าร้อยปี ก็ถือว่าเป็นอีกประสบการณ์ที่น่าลองสักครั้ง
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/FHifF15Lr3y7tfJR9
เวลาเปิด-ปิด: วันจันทร์–เสาร์ 09.00–23.00 น. / ปิดวันอาทิตย์
ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าเข้าชม มีค่าใช้จ่ายตามเมนูที่สั่ง
ปิดท้ายลิสต์ที่เที่ยวปอร์โตด้วยการเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองเก่าไปเดินเล่นริมทะเลกันที่ Foz do Douro ย่านฝั่งตะวันตกของเมืองบริเวณที่แม่น้ำดูโรไหลออกสู่มหาสมุทรแอตแลนติก จากใจกลางเมืองนั่งรถออกมาไม่นาน บรรยากาศก็เปลี่ยนจากบ้านเก่าและถนนหินมาเป็นวิวทะเลแบบชิล ๆ แล้ว
เสน่ห์ของย่านนี้คือทางเดินเลียบทะเลยาว ๆ ที่เหมาะกับการมาเดินเล่น วิ่ง หรือปั่นจักรยาน มีทั้งชายหาด สวน คาเฟ่ ร้านอาหาร และจุดชมวิวกระจายอยู่ตลอดแนว โดยเว็บไซต์ท่องเที่ยวของเมือง Porto ก็แนะนำโซน Atlantic District สำหรับการเที่ยวชายหาด เดินเล่นริมทะเล และแวะร้านอาหารต่าง ๆ โดยเฉพาะ
ถ้าอยากได้บรรยากาศคลาสสิกขึ้นอีกหน่อย ลองนั่งรถรางสาย 1 จากฝั่งเมืองออกมาตามแนวแม่น้ำดูโร แล้วค่อยลงมาเดินเล่นต่อแถว Foz ก็ได้ วิวระหว่างทางเพลินมาก โดยเฉพาะช่วงเย็นที่พระอาทิตย์กำลังตกเหนือมหาสมุทร เหมาะกับการมาปิดท้ายวันแบบไม่ต้องทำอะไรเยอะ แค่เดินรับลม หาคาเฟ่นั่ง แค่นี้ก็ปิดวันได้ฟินสุด ๆ แล้ว
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/e9e4QPsLAfEsX1MX7
เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอดวัน
ค่าเข้าชม: ฟรี
ถ้าอยากพักใจกลางเมืองแบบเดินเที่ยวสะดวก Memoria Porto FLH Hotels เป็นตัวเลือกที่น่าปักหมุดมาก โรงแรมมาในบรรยากาศอบอุ่น มีเสน่ห์แบบอาคารเก่าของปอร์โต แต่ด้านในตกแต่งเรียบง่าย ดูสบายตา และให้ความรู้สึกเป็นกันเอง ที่สำคัญคือทำเลอยู่ใกล้ย่าน Ribeira และริมแม่น้ำดูโร ทำให้เดินออกจากโรงแรมแล้วไปเที่ยวต่อได้ง่าย ไม่ต้องเสียเวลานั่งรถเข้าเมืองบ่อย ๆ เหมาะมากสำหรับคนที่มาเที่ยวปอร์โตด้วยตัวเอง และอยากได้ที่พักที่บาลานซ์ทั้งเรื่องทำเล ความสบาย และบรรยากาศดี ๆ ไว้ครบในที่เดียว
ถ้าทริปนี้อยากให้พิเศษขึ้นอีกหน่อย ลองข้ามมานอนฝั่ง Vila Nova de Gaia ที่ The Yeatman Hotel โรงแรมหรูที่แค่เรื่องวิวก็กินขาด เพราะตัวโรงแรมตั้งอยู่บนเนินและมองเห็นทั้งแม่น้ำดูโรกับเมืองปอร์โตฝั่งตรงข้ามได้แบบกว้าง ๆ บรรยากาศเหมาะกับการมาพักผ่อนจริงจัง จะนั่งชมวิวจากห้องพัก แช่ตัวในสระ หรือใช้เวลาชิล ๆ กับอาหารและไวน์ก็ฟินได้โดยแทบไม่ต้องออกไปไหน ยิ่งใครมาเที่ยวเป็นคู่ ฉลองโอกาสพิเศษ หรืออยากเพิ่มคืนพักผ่อนดี ๆ เข้าไปในทริป ที่นี่เป็นที่พักปอร์โตที่ขอแนะนำเลยจริง ๆ

Portugal

The Yeatman Hotel

9.8/10
•





Vila Nova de Gaia (Santa Marinha)
THB 11,967.15
ส่วนใครเน้นเที่ยวเต็มที่ตั้งแต่เช้าจนค่ำ และอยากเก็บงบไว้กิน เที่ยว และช้อปมากกว่า ibis Porto Sao Joao เป็นตัวเลือกคุมงบที่น่าจะถูกใจกันแน่นอน ห้องพักมาในสไตล์เรียบง่ายตามแบบ ibis มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานครบ เหมาะกับการกลับมาพักหลังจากเดินเที่ยวมาทั้งวัน แม้จะไม่ได้อยู่กลางย่านเมืองเก่าเหมือนสองแห่งแรก แต่มีระบบขนส่งสาธารณะช่วยให้เดินทางเข้าเมืองได้สะดวก จึงเหมาะกับสายเที่ยวที่ไม่ได้ซีเรียสว่าต้องพักติดแลนด์มาร์ก ขอแค่ห้องนอนสบาย เดินทางง่าย และราคาไม่แรงเกินไป ก็ถือว่าตอบโจทย์มาก
ถ้ากำลังหาข้อมูลว่า ปอร์โต ไปยังไงจากประเทศไทย ปัจจุบันยังไม่มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปยัง Porto จึงต้องต่อเครื่องอย่างน้อยหนึ่งครั้งก่อนลงที่สนามบินฟรานซิสโก ซา คาร์เนโร (Francisco Sá Carneiro Airport - OPO)
สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย โปรตุเกสอยู่ในเขตเชงเก้น จึงควรตรวจสอบข้อกำหนดวีซ่าเชงเก้นและเอกสารเดินทางล่าสุดให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง
การเดินทางในปอร์โต ถือว่าสะดวกสบายมาก เพราะศูนย์กลางเมืองไม่ได้ใหญ่จนเกินไป แถมแลนด์มาร์กยอดฮิตหลายแห่งยังตั้งอยู่ใกล้กันจนสามารถเดินเชื่อมถึงกันได้สบาย ๆ เพียงแต่ต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับเดินขึ้น-ลงเนินสูงชันและถนนปูหินโบราณสักหน่อย
ข้อแนะนำ: หากเน้นเดินเที่ยวเฉพาะในย่านเมืองเก่าเป็นหลัก อาจไม่จำเป็นต้องซื้อบัตรโดยสารแบบเหมาวันทุกวัน แต่ในวันที่ต้องเดินทางไป-กลับสนามบิน หรือออกไปเที่ยวย่านนอกเมือง การใช้บัตรโดยสารแบบเหมาจะช่วยเซฟทั้งเงินและเวลาได้คุ้มค่ากว่า
ถ้าถามว่าเที่ยวปอร์โต เดือนไหนดี? ช่วงที่น่าเที่ยวที่สุดคือ พฤษภาคม–มิถุนายน และ กันยายน–ตุลาคม เพราะอากาศกำลังสบาย เหมาะกับการเดินเที่ยวชมเมือง นั่งเล่นริมแม่น้ำ หรือออกไปเที่ยวทะเล แถมยังเลี่ยงช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นที่สุดในหน้าร้อนได้ด้วย
แต่จริง ๆ แล้วสามารถไปเที่ยวปอร์โต ได้ตลอดทั้งปี แต่ละฤดูก็มีบรรยากาศต่างกัน ลองเลือกช่วงที่เข้ากับสไตล์เที่ยวของตัวเองได้เลย
| ฤดูกาล | ช่วงเดือน | อากาศโดยรวม | เหมาะกับใคร |
| ฤดูใบไม้ผลิ | เมษายน–พฤษภาคม | เย็นสบาย เริ่มอุ่นขึ้น มีฝนเป็นบางวัน | คนชอบเดินเที่ยว อากาศไม่ร้อน และคนไม่แน่น |
| ฤดูร้อน | มิถุนายน–สิงหาคม | อากาศอุ่น ฟ้าใส กลางวันยาว | สายเที่ยวเต็มวัน ชอบกิจกรรมกลางแจ้งและทะเล |
| ฤดูใบไม้ร่วง | กันยายน–พฤศจิกายน | เย็นสบาย ก่อนฝนจะเพิ่มขึ้นช่วงปลายฤดู | คนอยากเที่ยวชิล ๆ เลี่ยงฝูงชนช่วง High Season |
| ฤดูหนาว | ธันวาคม–มีนาคม | เย็น ชื้น และมีฝนค่อนข้างบ่อย | สายคุมงบ ชอบเมืองสงบ และเที่ยว Indoor |
ก่อนจัดกระเป๋าออกไปตามเก็บ 12 ที่เที่ยวปอร์โต ลองเซฟทริกเล็ก ๆ เหล่านี้ไว้ จะช่วยให้เที่ยวสนุกและจัดเวลาได้คุ้มขึ้นเยอะ
ใครกำลังวางแผนเที่ยวปอร์โตด้วยตัวเอง เมืองนี้ถือว่าเป็นจุดหมายที่เที่ยวไม่ยากเลย ทั้งแลนด์มาร์กอยู่ค่อนข้างใกล้กัน ระบบขนส่งสะดวก อาหารอร่อย และมีบรรยากาศที่แตกต่างจากเมืองใหญ่หลายแห่งในยุโรป จะมาเดินเล่นริมแม่น้ำดูโร ถ่ายรูปบ้านสีสันสดใสในย่านริเบรา ข้ามสะพานดอมหลุยส์ที่ 1 หรือปิดท้ายวันด้วยการชิมพอร์ตไวน์ ที่ Vila Nova de Gaia ก็มีอะไรให้ทำได้ตั้งแต่เช้ายันค่ำ
เตรียมวันลาให้พร้อม แล้วจองตั๋วเครื่องบินและที่พักปอร์โต ผ่าน Traveloka ล่วงหน้าไว้ได้เลย จะได้เหลือหน้าที่แค่แพ็กกระเป๋า แล้วออกไปเก็บบรรยากาศของปอร์โต โปรตุเกสให้เต็มที่!
Q: ไปเที่ยวปอร์โตต้องทำวีซ่าไหม?
A: ต้องทำ เนื่องจากประเทศโปรตุเกสอยู่ในเขตเชงเก้น ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยจึงต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง
Q: ไปเที่ยวปอร์โตต้องแต่งตัวยังไง และควรเตรียมอะไรเป็นพิเศษ?
A: แนะนำแต่งตัวแบบเลเยอร์สวมทับง่ายๆ เพราะอากาศเปลี่ยนระหว่างวันได้ และสิ่งสำคัญที่สุดคือรองเท้าผ้าใบที่เดินสบายและพื้นเกาะได้ดี เนื่องจากเมืองนี้มีเนินสูงชันและถนนปูหินค่อนข้างเยอะ
Q: ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่สำหรับการเที่ยวปอร์โต?
A: หากไม่รวมตั๋วเครื่องบินไป-กลับจากไทย ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในเมืองจะอยู่ที่ประมาณ 50–100 ยูโร/คน/วัน (ราวๆ 1,900–3,800 บาท) ขึ้นอยู่กับสไตล์การกิน เที่ยว และประเภทที่พัก โดยภาพรวมถือว่าค่าครองชีพย่อมเยากว่าหลายเมืองใหญ่ในยุโรปตะวันตก
Q: เดินทางจากสนามบินปอร์โตเข้าเมืองยังไง?
A: นั่ง Metro สาย E (Purple Line) ตรงจากสนามบิน Francisco Sá Carneiro เข้าสู่ใจกลางเมืองได้เลย มีรถออกทุกๆ 20–30 นาที และใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 30 นาที ประหยัดและสะดวกที่สุด
Q: เที่ยวปอร์โตควรอัดแพลนกี่วันดี ช่วงไหนดีสุด?
A: แนะนำเวลาประมาณ 2–3 วัน กำลังดี ไม่แน่นเกินไป ส่วนช่วงเวลาน่าเที่ยวที่สุดคือ พฤษภาคม–มิถุนายน และ กันยายน–ตุลาคม เพราะอากาศเย็นสบายกำลังดี เดินเที่ยวชมเมืองได้ชิลที่สุด
Q: ขับรถเที่ยวในเมืองปอร์โตสะดวกไหม มีที่จอดรถหรือเปล่า?
A: ไม่แนะนำให้ขับรถในย่านเมืองเก่าเพราะถนนแคบ เป็นทางชัน และจอดรถยากมาก เน้นเดินเท้าและใช้ขนส่งสาธารณะจะสะดวกกว่า แต่ถ้าขับมาจากเมืองอื่น แนะนำให้เลือกที่พักที่มีที่จอดรถรองรับ หรือนำรถไปฝากไว้ที่อาคารจอดรถสาธารณะแล้วเดินเที่ยวแทน

















