
เมื่อพูดถึงการเที่ยวฝรั่งเศส หลายคนคงนึกถึงหอไอเฟล ถนน Champs-Élysées หรือคาเฟ่เก๋ ๆ ในปารีสกันก่อนใช่ไหมล่ะ แต่จริง ๆ แล้ว ถ้าออกจากปารีสไปทางตะวันตกเฉียงเหนืออีกหน่อย ก็จะเจอกับอีกหนึ่งภูมิภาคที่สวยไม่แพ้กัน นั่นก็คือ Normandy (นอร์มังดี) แคว้นของฝรั่งเศสที่มีทั้งเมืองเก่าสุดคลาสสิก หมู่บ้านริมทะเลน่ารัก ๆ หน้าผาสีขาวที่มองเห็นทะเลกว้างสุดสายตา ไปจนถึงมหาวิหารกลางทะเลที่สวยเหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยาย!
เสน่ห์ของแคว้นนอร์มังดี คือแต่ละเมืองมีอะไรให้ค้นหาไม่เหมือนกันเลย บางเมืองเหมาะกับการเดินเล่นชิล ๆ แวะคาเฟ่ ถ่ายรูปบ้านเก่า บางเมืองมีวิวธรรมชาติสวยจนอยากนั่งมองทั้งวัน ส่วนใครชอบประวัติศาสตร์ ที่นี่ก็มีเรื่องราวน่าสนใจให้ตามรอยเพียบ แถมยังเดินทางจากปารีสได้สะดวก จะจัดทริปสั้น ๆ หรือเช่ารถขับเที่ยวหลายเมืองก็สนุกไปคนละแบบ
วันนี้ Traveloka เลยอยากชวนทุกคนออกไปทำความรู้จักกับ 10 ที่เที่ยว Normandy ที่คัดมาแล้วว่าน่าไปสุด ๆ พร้อมแจกวิธีเดินทาง ที่พักแนะนำ และช่วงเวลาน่าเที่ยวให้ครบ ใครอ่านแล้วเริ่มอยากเก็บกระเป๋า ก็สามารถจองตั๋วเครื่องบินและที่พักผ่าน Traveloka เตรียมพร้อมออกเดินทางกันได้เลย!
ใครกำลังสงสัยว่า Normandy มีอะไรน่าเที่ยว บ้าง บอกเลยว่ามีให้เลือกเยอะจนจัดทริปครั้งเดียวอาจเก็บไม่หมด! เราเลยคัด 10 พิกัดเด็ดมาให้แล้ว ทั้งแลนด์มาร์กระดับโลก เมืองเก่าบรรยากาศดี และจุดชมวิวธรรมชาติที่เห็นแล้วต้องร้องว้าว ลองมาดูกันว่ามีที่ไหนน่าปักหมุดบ้าง
เปิดลิสต์ด้วยสถานที่ที่เห็นรูปแล้วหลายคนต้องอยากมาให้ได้สักครั้งอย่าง Mont Saint-Michel (มงแซ็งมีแชล) เกาะหินเล็ก ๆ กลางอ่าวที่มีมหาวิหารเก่าแก่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอด ล้อมรอบด้วยบ้านเรือนยุคกลางที่เรียงตัวลดหลั่นกันลงมา มองจากไกล ๆ แล้วเหมือนปราสาทในเทพนิยายเลยทีเดียว
ที่นี่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,000 ปี และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO ไฮไลต์ที่ต้องไปชมคือ Mont Saint-Michel Abbey มหาวิหารบนยอดเกาะที่มีทั้งโถงหินขนาดใหญ่ ทางเดินเก่าแก่ และระเบียงชมวิวที่มองออกไปเห็นอ่าวกว้างสุดสายตา ระหว่างทางขึ้นไปก็จะได้เดินผ่านถนน Grand Rue ที่เต็มไปด้วยร้านขนม ร้านอาหาร และร้านขายของฝาก บรรยากาศเหมือนย้อนเวลากลับไปในยุโรปยุคกลางเลย
แต่สิ่งที่ทำให้ที่นี่พิเศษขึ้นไปอีกก็คือปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง เพราะบางช่วงจะเห็นเกาะล้อมรอบด้วยน้ำทะเล ส่วนบางช่วงน้ำจะลดจนเห็นพื้นทรายกว้าง ๆ ใครอยากเห็นวิวสวย ๆ แนะนำให้เช็กตารางน้ำขึ้นน้ำลงก่อนมา รับรองว่าเป็นหนึ่งในที่เที่ยวนอร์มังดีที่คุ้มค่ากับการเดินทางแน่นอน
ใครเป็นสายธรรมชาติ ชอบวิวทะเลแบบสวยตะโกน ต้องใส่ หน้าผาเอเทรตาต์ (Étretat) ไว้ในลิสต์เลย! ที่นี่เป็นเมืองชายทะเลเล็ก ๆ ที่มีชื่อเสียงจากหน้าผาหินปูนสีขาวสูงตระหง่านอยู่ริมทะเล โดยเฉพาะซุ้มหิน Porte d'Aval และแท่งหินแหลม L'Aiguille ที่ตั้งเด่นอยู่กลางน้ำ กลายเป็นภาพจำของชายฝั่งนอร์มังดีไปแล้ว
ความสวยของที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ในรูปนะ เพราะถ้าได้มาเดินขึ้นไปตามเส้นทางบนหน้าผาจริง ๆ จะได้เห็นวิวทะเลสีฟ้ากว้างสุดสายตา ตัดกับหน้าผาสีขาวและทุ่งหญ้าสีเขียว บอกเลยว่าสวยจนอยากหยุดถ่ายรูปทุกก้าว ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมศิลปินชื่อดังอย่าง Claude Monet ถึงเคยนำวิวของที่นี่ไปวาดเป็นผลงานศิลปะหลายชิ้น
หลังจากเดินชมวิวกันเต็มอิ่มแล้ว แนะนำให้ลงมาเดินเล่นในตัวเมือง Étretat ต่อ เพราะมีทั้งคาเฟ่ ร้านอาหารทะเล และบ้านเรือนน่ารัก ๆ ให้เดินชมกันเพลิน ๆ ถ้ามาช่วงอากาศดี ลองหามุมริมทะเลนั่งพัก ฟังเสียงคลื่นสักหน่อย รับรองว่าเป็นช่วงเวลาที่ชิลสุด ๆ
ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าฝรั่งเศสแบบเต็ม ๆ ต้องมา Rouen (รูอ็อง) เลย เมืองหลวงของภูมิภาคนอร์มังดีแห่งนี้มีเสน่ห์มาก โดยเฉพาะย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยบ้านครึ่งไม้สีสันน่ารักเรียงรายตามถนนหิน เดินไปทางไหนก็เจอมุมถ่ายรูปสวย ๆ
จุดที่ต้องแวะคือ Rouen Cathedral มหาวิหารสไตล์โกธิกที่ทั้งสูงใหญ่และมีรายละเอียดสถาปัตยกรรมสวยมาก ๆ แถมยังเป็นสถานที่ที่ Claude Monet เคยนำไปวาดภาพชุดชื่อดังอีกด้วย เดินต่อมาอีกหน่อยก็จะเจอกับ Gros-Horloge หอนาฬิกาดาราศาสตร์เก่าแก่ที่ตั้งอยู่เหนือถนนคนเดิน เป็นอีกมุมเช็กอินยอดฮิตที่ใครมาก็ต้องถ่ายรูป
แต่ส่วนที่น่าเที่ยวไม่แพ้แลนด์มาร์กก็คือบรรยากาศรอบ ๆ เมืองนี่แหละ เพราะมีทั้งร้านเบเกอรีหอม ๆ คาเฟ่เล็ก ๆ และร้านขายของน่ารัก ๆ ซ่อนอยู่ตามตรอกซอกซอย ใครชอบเดินเที่ยวแบบไม่ต้องมีแพลนแน่นมาก แค่ปล่อยตัวเองเดินไปเรื่อย ๆ ก็เพลินได้ทั้งวันแล้ว
ถ้าอยากได้เมืองริมทะเลที่บรรยากาศโรแมนติกแบบฝรั่งเศสแท้ ๆ ขอแนะนำ Honfleur (อ็องเฟลอร์) เลย เมืองท่าเล็ก ๆ แห่งนี้มีเสน่ห์มาก โดยเฉพาะบริเวณ Vieux Bassin ท่าเรือเก่าที่มีเรือใบจอดเรียงรายอยู่บนผืนน้ำ พร้อมฉากหลังเป็นอาคารทรงสูงสีสันอบอุ่นที่สะท้อนเงาลงบนผิวน้ำ มองแล้วเหมือนภาพวาดเลยจริง ๆ
ในอดีต Honfleur เป็นเมืองท่าการค้าที่สำคัญ และยังเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ศิลปินกลุ่มอิมเพรสชันนิสม์หลายคนด้วย ใครชอบเดินชมสถาปัตยกรรม แนะนำให้แวะโบสถ์ Église Sainte-Catherine ซึ่งสร้างจากไม้และมีรูปแบบแตกต่างจากโบสถ์หินที่เห็นกันทั่วไป
ส่วนใครเป็นสายกิน บอกเลยว่าถูกใจแน่นอน เพราะรอบท่าเรือมีร้านอาหารทะเล คาเฟ่ และร้านขนมน่านั่งเต็มไปหมด ลองเลือกร้านที่มีโต๊ะด้านนอก สั่งกาแฟหรือของหวานสักอย่าง แล้วนั่งดูเรือในท่าเรือไปเรื่อย ๆ แค่นี้ก็เป็นทริปที่ดีมากแล้ว
เปลี่ยนจากบรรยากาศเมืองสวย ๆ มาสัมผัสประวัติศาสตร์กันบ้างกับ D-Day Beaches กลุ่มชายหาดที่มีความสำคัญมากในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะเป็นสถานที่ที่กองกำลังฝ่ายสัมพันธมิตรยกพลขึ้นบกเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ค.ศ. 1944 เพื่อเริ่มปฏิบัติการปลดปล่อยยุโรปตะวันตกจากการยึดครองของนาซีเยอรมนี
ชายหาดดีเดย์มีทั้งหมด 5 พื้นที่หลัก ได้แก่ Utah, Omaha, Gold, Juno และ Sword Beach โดยจุดที่หลายคนรู้จักกันดีคือ Omaha Beach ซึ่งเคยเป็นสมรภูมิรบที่มีการสูญเสียอย่างหนัก ปัจจุบันชายหาดแห่งนี้กลับมาเงียบสงบ มีทั้งอนุสรณ์สถานและจุดให้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ส่วนบริเวณใกล้กันยังมี Normandy American Cemetery สุสานทหารอเมริกันที่มีไม้กางเขนสีขาวเรียงรายอยู่บนเนินเหนือชายฝั่ง
แม้ที่นี่จะไม่ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เน้นความสนุกหรือความโรแมนติกเหมือนเมืองอื่น ๆ แต่การได้มาเห็นสถานที่จริงก็ให้ความรู้สึกแตกต่างจากการอ่านประวัติศาสตร์ในหนังสือมาก ใครสนใจเรื่องราวของสงครามโลกครั้งที่ 2 แนะนำให้เผื่อเวลาเที่ยวสักครึ่งวันหรือหนึ่งวัน จะได้แวะชมพิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานต่าง ๆ ด้วย
พาไปเปลี่ยนบรรยากาศ มาพักผ่อนริมทะเลสไตล์ชาวฝรั่งเศสกันบ้าง ที่ Deauville เมืองตากอากาศริมทะเลที่เป็นจุดหมายยอดนิยมของชาวปารีสมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 และยังคงบรรยากาศหรูหราคลาสสิกเอาไว้ได้อย่างดี
จุดที่ต้องมาเช็กอินคือ Deauville Beach ชายหาดทรายกว้างที่มีร่มหลากสีเรียงรายอยู่ริมทะเล และทางเดินไม้ Les Planches ที่ทอดยาวไปตามชายหาด ความเก๋คือซุ้มเปลี่ยนเสื้อผ้าตลอดทางจะมีชื่อของนักแสดงระดับโลกติดอยู่ด้วย เพราะเมืองนี้เป็นสถานที่จัดเทศกาลภาพยนตร์อเมริกัน Deauville American Film Festival ในทุกปีนั่นเอง
นอกจากชายหาดแล้ว ในตัวเมืองก็มีทั้งอาคารสไตล์ Belle Époque โรงแรมสวย ๆ ร้านบูติก และคาเฟ่ให้แวะนั่งพักกันเพลิน ๆ ถ้ามาช่วงหน้าร้อนจะยิ่งคึกคักเป็นพิเศษ ใครอยากลองใช้ชีวิตแบบชาวฝรั่งเศสที่หนีเมืองใหญ่มาพักผ่อนริมทะเลสักวัน ที่นี่ตอบโจทย์มาก
อีกหนึ่งเมืองที่อยากให้ลองแวะคือ Bayeux เมืองเล็ก ๆ ที่มีบรรยากาศอบอุ่นและเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ เดินเข้าไปในย่านเมืองเก่าจะเจอทั้งบ้านหินเก่าแก่ ถนนเล็ก ๆ และมหาวิหาร Notre-Dame de Bayeux ที่ตั้งโดดเด่นอยู่กลางเมือง บรรยากาศเงียบสงบกำลังดี เหมาะกับการเดินเล่นแบบไม่ต้องรีบ
สิ่งที่ทำให้ Bayeux โด่งดังไปทั่วโลกคือ Bayeux Tapestry งานปักผ้ายาวเกือบ 70 เมตรจากศตวรรษที่ 11 ที่บอกเล่าเรื่องราวการพิชิตอังกฤษของชาวนอร์มันในปี ค.ศ. 1066 ถือเป็นงานศิลปะและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่งมาก ๆ อย่างไรก็ตามพิพิธภัณฑ์ Bayeux Tapestry ได้มีการปิดปรับปรุงตั้งแต่เดือนกันยายน 2025 และมีกำหนดเปิดสถานที่ใหม่ในปี 2027 ใครอยากไปชมงานปักผ้าอาจต้องคอยติดตามการอัพเดทกันสักนิดน้า
อีกข้อดีของเมืองนี้คืออยู่ไม่ไกลจากชายหาดดีเดย์ ทำให้หลายคนเลือกใช้ Bayeux เป็นฐานที่พักสำหรับเที่ยวชมสถานที่สำคัญในสงครามโลกครั้งที่ 2 ใครมีเวลา แนะนำให้นอนค้างสักคืน จะได้เดินเล่นในเมืองแบบสบาย ๆ แล้วค่อยออกไปเที่ยวต่อในวันรุ่งขึ้น
ใครชอบดอกไม้ สวนสวย ๆ หรือเป็นแฟนผลงานศิลปะของ Claude Monet ต้องไม่พลาด Giverny หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เป็นที่ตั้งบ้านและสวนของจิตรกรอิมเพรสชันนิสม์ชื่อดัง บอกเลยว่าที่นี่สวยเหมือนเดินเข้าไปอยู่ในภาพวาดจริง ๆ
ไฮไลต์คือสวนดอกไม้ Clos Normand ที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิด และสวนสไตล์ญี่ปุ่นที่มีสะพานไม้สีเขียวทอดข้ามสระบัว ซึ่งเป็นฉากเดียวกับภาพวาดชุด Water Lilies อันโด่งดังของโมเนต์นั่นเอง ยิ่งถ้ามาช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อน จะได้เห็นดอกไม้บานสะพรั่งเต็มสวน สีสันสดใสจนแทบไม่รู้จะถ่ายรูปมุมไหนก่อนดี
นอกจากสวนแล้ว ยังสามารถเข้าไปชมบ้านพักของโมเนต์ที่ตกแต่งด้วยสีสันสดใส ทั้งห้องรับแขก ห้องนอน และห้องครัวที่ยังคงบรรยากาศในอดีตเอาไว้ ใครชอบสถานที่ที่ทั้งสวยและมีเรื่องราวน่าสนใจ ที่นี่น่าจะเป็นอีกหนึ่งจุดโปรดของทริปเลย
มาต่อกันที่ Caen อีกหนึ่งเมืองน่าเที่ยวในนอร์มังดี ที่มีทั้งปราสาทเก่าแก่ สถาปัตยกรรมสวย ๆ และเรื่องราวประวัติศาสตร์ให้ตามรอยกันเพียบ เมืองนี้มีความสำคัญมาตั้งแต่ยุคของ William the Conqueror ก่อนจะได้รับความเสียหายอย่างหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้รับการฟื้นฟูจนกลายเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาอย่างทุกวันนี้
แลนด์มาร์กที่ต้องแวะคือ Château de Caen ปราสาทขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ภายในมีทั้งกำแพงเมืองเก่า พื้นที่ให้เดินชมวิว และพิพิธภัณฑ์ให้เข้าไปเรียนรู้เรื่องราวของเมือง ใกล้กันยังมี Abbaye aux Hommes อารามเก่าแก่ที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ และเป็นสถานที่ฝังพระศพของวิลเลียมด้วย
ส่วนใครสนใจประวัติศาสตร์สงครามโลก แนะนำให้แวะ Mémorial de Caen พิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องราวสงครามโลกครั้งที่ 2 และการยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดีผ่านนิทรรศการต่าง ๆ ได้อย่างน่าสนใจ เที่ยวเมืองนี้แล้วจะได้เห็นเลยว่านอร์มังดีไม่ได้มีแค่ธรรมชาติสวย ๆ แต่ยังมีประวัติศาสตร์ที่น่าค้นหาอีกเยอะมาก!
ปิดท้ายลิสต์ด้วยหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่อาจไม่ใช่ชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึงเวลาเที่ยวนอร์มังดี แต่บอกเลยว่าน่ารักมาก! Le Bec-Hellouin เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมู่บ้านสวยที่สุดของฝรั่งเศส เหมาะกับคนที่อยากหนีความวุ่นวายมาเดินเล่นในบรรยากาศชนบทแบบสบาย ๆ
แค่เดินเข้ามาในหมู่บ้านก็จะเจอบ้านครึ่งไม้สีพาสเทลเรียงรายตามถนนเล็ก ๆ บางหลังมีดอกไม้ประดับอยู่หน้าบ้าน บางมุมมีร้านงานฝีมือและคาเฟ่น่ารัก ๆ ให้แวะพัก ทุกอย่างดูเรียบง่ายและอบอุ่น เหมือนหมู่บ้านในหนังเลย
อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือ Abbaye Notre-Dame du Bec อารามเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ใครมีแพลนขับรถเที่ยวนอร์มังดี แนะนำให้ลองแวะมาที่นี่สักชั่วโมงสองชั่วโมง เดินเล่น ถ่ายรูป แล้วค่อยเดินทางต่อ รับรองว่าได้สัมผัสอีกมุมของนอร์มังดีที่แตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวใหญ่ ๆ แน่นอน
ถ้าโจทย์คือ อยากเที่ยววิหารมงแซ็งมีแชลแบบสะดวก ๆ ที่นี่คือคำตอบที่ถูกต้องที่สุด! Le Relais Saint Michel เป็นโรงแรมยอดฮิตตลอดกาลที่ตั้งอยู่บนฝั่งแผ่นดินใหญ่ บริเวณจุดปล่อยรถรับส่ง (Shuttle bus) ไปยังตัวเกาะ บรรยากาศเงียบสงบ ล้อมรอบด้วยสวนและทุ่งหญ้าสีเขียว ไฮไลต์เด็ดอยู่ที่ห้องพักและระเบียงส่วนตัวส่วนใหญ่ที่หันหน้าเข้าหาอ่าวมงแซ็งมีแชลตรง ๆ เรียกว่า ตกเย็นคือได้กดถ่ายรูปเพลินแน่นอน เพราะจะได้นั่งจิบไวน์ชิล ๆ ดูพระอาทิตย์ตกดินและไฟวิหารเปิดสว่างกลางทะเลจากระเบียงห้องตัวเอง แถมนั่งกินอาหารเช้าในห้องกระจกพร้อมวิวพาโนรามาได้แบบไม่ต้องไปแย่งกับใคร สะดวกสบาย คลาสสิก และคุ้มค่ากับการมาเยือนนอร์มังดีครั้งแรกสุด ๆ
ใครอยากหลีกหนีความวุ่นวายมาเสพความหรูหราสไตล์ผู้ดีฝรั่งเศสระดับ 5 ดาวที่เมืองโดวิลล์ Hôtel Barrière Le Normandy คือที่พักที่อยากให้ลองปักหมุดกันดู ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ Anglo-Norman แบบคอทเทจโบราณอันเป็นเอกลักษณ์ บรรยากาศข้างในอบอุ่น โรแมนติก ตกแต่งด้วยผ้าลาย Toile de Jouy สุดประณีต ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังหลุดเข้าไปพักในคฤหาสน์ของผู้ดีเก่า โลเคชันดีเลิศชนิดที่ว่าเดินแค่ไม่กี่ก้าวก็ถึงชายหาดและทางเดินไม้ Les Planches อันโด่งดัง รวมถึงใกล้คาสิโนและร้านค้าแบรนด์เนมใจกลางเมือง แถมยังมีสปาหรูและสระว่ายน้ำในร่มให้ผ่อนคลาย เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศมาใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แบบลักชูรีริมทะเล
สำหรับสายเซฟงบที่อยากได้ที่พักดีไซน์น่ารัก เดินทางง่าย และราคาสบายกระเป๋า ต้องยกให้ ibis Styles Rouen Centre Cathédrale ในเมืองเก่ารูอ็องเลย ที่นี่เน้นตกแต่งสไตล์โมเดิร์น สดใส ให้ไวบ์สนุกและขี้เล่นอยู่ในตัว ห้องพักสะอาดสะอ้านตามมาตรฐาน ให้ความรู้สึกเป็นกันเองและผ่อนคลาย จุดเด่นกินขาดคือเรื่อง โลเคชัน เพราะตั้งอยู่ใจกลางเมืองเก่า ชนิดที่ว่าเดินออกจากโรงแรมไปแค่ไม่กี่นาทีก็ถึงมหาวิหารรูอ็อง (Rouen Cathedral) และย่านบ้านครึ่งไม้โบราณแล้ว รอบ ๆ ล้อมรอบด้วยคาเฟ่ ร้านเบเกอรี และร้านอาหารท้องถิ่นมากมาย ที่สำคัญคือราคาห้องมักจะรวมอาหารเช้ามาให้เรียบร้อยแล้วด้วย คุ้มค่า ปลอดภัย เหมาะเป็นเบสในการพักผ่อนแล้วออกไปเดินท่องเมืองรูอ็องสุด ๆ
สำหรับคนที่เดินทางจากไทย วิธีที่ง่ายที่สุดคือบินไปลงปารีสก่อน แล้วค่อยเดินทางต่อไปยังนอร์มังดี โดยมีตัวเลือกดังนี้
การเดินทางในแคว้นนอร์มังดี ไม่ได้ยากอย่างที่คิด โดยเฉพาะถ้าเน้นเที่ยวเมืองหลัก เพราะมีทั้งรถไฟและรถบัสเชื่อมต่อกันอยู่แล้ว แต่ถ้าอยากออกไปเที่ยวตามหมู่บ้านเล็ก ๆ หน้าผาริมทะเล หรือชายหาดที่อยู่ไกลจากตัวเมือง การเช่ารถขับเองจะสะดวกกว่าเยอะ
ถ้าถามว่าเที่ยว Normandy เดือนไหนดี แนะนำ เดือนพฤษภาคม–มิถุนายน และกันยายน–ตุลาคม เลย เพราะอากาศกำลังเย็นสบาย ไม่หนาวหรือร้อนจนเกินไป เหมาะกับการเดินเที่ยวเมืองเก่า ชมวิวริมทะเล และขับรถเที่ยวตามหมู่บ้านต่าง ๆ แถมนักท่องเที่ยวยังไม่แน่นเท่าช่วงกลางฤดูร้อนด้วย
แต่จริง ๆ แล้วนอร์มังดีเที่ยวได้ตลอดปีนะ เพราะแต่ละฤดูมีเสน่ห์แตกต่างกัน ลองมาดูกันว่าช่วงไหนเหมาะกับสไตล์เที่ยวของเรามากที่สุด
| ฤดูกาล | อุณหภูมิโดยประมาณ | ไฮไลต์น่าเที่ยว |
| ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค.–พ.ค.) | 5–17°C | สวนดอกไม้ ธรรมชาติสดใส เดินเที่ยวเมืองเก่า |
| ฤดูร้อน (มิ.ย.–ส.ค.) | 12–24°C | เที่ยวชายหาด ชมหน้าผา ขับรถ Road Trip |
| ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.–พ.ย.) | 6–20°C | ใบไม้เปลี่ยนสี ชมวิวชนบท ฤดูแอปเปิล |
| ฤดูหนาว (ธ.ค.–ก.พ.) | 2–9°C | เมืองเก่าบรรยากาศสงบ เที่ยวพิพิธภัณฑ์ |
หมายเหตุ: อุณหภูมิเป็นช่วงโดยประมาณของภูมิภาค อาจแตกต่างกันตามพื้นที่และสภาพอากาศในแต่ละปี
ก่อนออกเดินทางไปเก็บที่เที่ยว Normandy ให้ครบ ลองมาดูทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะช่วยให้เที่ยวสนุกขึ้นและไม่พลาดอะไรดี ๆ ระหว่างทางกันดีกว่า
เห็นทั้ง 10 พิกัดแล้ว เป็นยังไงกันบ้าง? บอกเลยว่า Normandy เป็นอีกหนึ่งภูมิภาคของฝรั่งเศสที่น่าไปเที่ยวมาก เพราะมีครบทั้งเมืองเก่าน่ารัก ๆ หน้าผาริมทะเลสุดอลังการ หมู่บ้านบรรยากาศโรแมนติก และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่มีเรื่องราวให้ค้นหาไม่รู้จบ
ใครมีแพลนไปฝรั่งเศสครั้งหน้า ลองแบ่งเวลาจากปารีสมาเที่ยวนอร์มังดี สัก 3–5 วันกันดู จะเลือกนั่งรถไฟไปเที่ยวเมืองใกล้ ๆ หรือเช่ารถขับตะลุยหลายเมืองก็สนุกไปคนละแบบ แล้วถ้าเริ่มอยากออกเดินทางกันแล้ว ก็อย่าลืมเข้าไปเลือกจองตั๋วเครื่องบินและที่พักกับ Traveloka เตรียมทุกอย่างให้พร้อม แล้วไปสัมผัสความสวยของนอร์มังดีด้วยตัวเองกันเลย!
อ่านต่อบทความท่องเที่ยวฝรั่งเศสอื่น ๆ:
Q: ไปเที่ยว Normandy ต้องทำวีซ่าไหม?
A: ต้องทำ ผู้ที่ถือพาสปอร์ตไทยต้องขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ล่วงหน้าก่อนเดินทาง
Q: เดินทางจากสนามบินปารีส (CDG) ไป Normandy ยังไง?
A: สามารถนั่งรถไฟ RER หรือรถแท็กซี่เข้าสู่ตัวเมืองปารีสเพื่อไปขึ้นรถไฟสาย NOMAD ที่สถานี Paris Saint-Lazare หรือจะรับรถเช่าขับตรงจากสนามบิน CDG มุ่งหน้าสู่นอร์มังดีได้ทันทีใช้เวลาประมาณ 1.5–4 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับเมืองปลายทาง
Q: เที่ยว Normandy ช่วงไหนดีที่สุด?
A: ช่วงเดือนพฤษภาคม–มิถุนายน และกันยายน–ตุลาคม ดีที่สุด เพราะอากาศเย็นสบายกำลังดี (ประมาณ 5–20°C) สวนดอกไม้บานสวย อากาศไม่ร้อนจัด และนักท่องเที่ยวไม่แน่นเท่าช่วงกรกฎาคม–สิงหาคม
Q: ควรเผื่อเวลาเที่ยว Normandy กี่วันดี?
A: แนะนำเผื่อเวลาประมาณ 3–5 วัน สำหรับการเก็บไฮไลต์เมืองหลัก ๆ และขับรถเที่ยวตามชายฝั่งได้อย่างไม่เร่งรีบ แต่ถ้ามีเวลาจำกัดก็สามารถจัดทริปสั้น 1–2 วัน เลือกเที่ยวเฉพาะเมืองที่อยู่ใกล้ปารีส เช่น Rouen หรือ Giverny ได้เช่นกัน
Q: เที่ยวนอร์มังดีจำเป็นต้องเช่ารถขับไหม หรือรถสาธารณะสะดวกกว่า?
A: หากเน้นเที่ยวเฉพาะเมืองหลักอย่าง Rouen, Caen หรือ Bayeux การนั่งรถไฟ NOMAD ถือว่าสะดวกมาก แต่หากอยากเที่ยวหมู่บ้านเล็ก ๆ หน้าผา Étretat หรือกลุ่มชายหาดดีเดย์ การเช่ารถขับจะยืดหยุ่นและเดินทางได้สะดวกกว่าเยอะเลย
Q: ขับรถเที่ยวใน Normandy มีที่จอดรถสะดวกไหม?
A: ตามเมืองท่องเที่ยวและสถานที่ไฮไลต์ส่วนใหญ่จะมีลานจอดรถสาธารณะ (ทั้งแบบเสียเงินและฟรี) ไว้รองรับนักท่องเที่ยว เพียงแต่ช่วงฤดูร้อนไฮซีซันแนะนำให้ไปถึงจุดท่องเที่ยวตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อหาที่จอดได้ง่ายขึ้น







