10 ที่เที่ยวนอร์มังดี (Normandy) ฝรั่งเศส รวมเมืองสวย ที่พักแนะนำ 2026

รวม 10 ที่เที่ยว Normandy ฝรั่งเศส ทั้งเมืองเก่าสุดโรแมนติก หน้าผาริมทะเล และแลนด์มาร์กห้ามพลาด พร้อมแนะนำที่พัก วิธีเดินทาง และช่วงเวลาน่าเที่ยว
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 4 นาที
ที่เที่ยวนอร์มังดี (Normandy) ฝรั่งเศส

เมื่อพูดถึงการเที่ยวฝรั่งเศส หลายคนคงนึกถึงหอไอเฟล ถนน Champs-Élysées หรือคาเฟ่เก๋ ๆ ในปารีสกันก่อนใช่ไหมล่ะ แต่จริง ๆ แล้ว ถ้าออกจากปารีสไปทางตะวันตกเฉียงเหนืออีกหน่อย ก็จะเจอกับอีกหนึ่งภูมิภาคที่สวยไม่แพ้กัน นั่นก็คือ Normandy (นอร์มังดี) แคว้นของฝรั่งเศสที่มีทั้งเมืองเก่าสุดคลาสสิก หมู่บ้านริมทะเลน่ารัก ๆ หน้าผาสีขาวที่มองเห็นทะเลกว้างสุดสายตา ไปจนถึงมหาวิหารกลางทะเลที่สวยเหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยาย!

เสน่ห์ของแคว้นนอร์มังดี คือแต่ละเมืองมีอะไรให้ค้นหาไม่เหมือนกันเลย บางเมืองเหมาะกับการเดินเล่นชิล ๆ แวะคาเฟ่ ถ่ายรูปบ้านเก่า บางเมืองมีวิวธรรมชาติสวยจนอยากนั่งมองทั้งวัน ส่วนใครชอบประวัติศาสตร์ ที่นี่ก็มีเรื่องราวน่าสนใจให้ตามรอยเพียบ แถมยังเดินทางจากปารีสได้สะดวก จะจัดทริปสั้น ๆ หรือเช่ารถขับเที่ยวหลายเมืองก็สนุกไปคนละแบบ

วันนี้ Traveloka เลยอยากชวนทุกคนออกไปทำความรู้จักกับ 10 ที่เที่ยว Normandy ที่คัดมาแล้วว่าน่าไปสุด ๆ พร้อมแจกวิธีเดินทาง ที่พักแนะนำ และช่วงเวลาน่าเที่ยวให้ครบ ใครอ่านแล้วเริ่มอยากเก็บกระเป๋า ก็สามารถจองตั๋วเครื่องบินและที่พักผ่าน Traveloka เตรียมพร้อมออกเดินทางกันได้เลย!

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยว Normandy ใน 1 นาที

10 จุดเช็กอินยอดฮิตทั่วแคว้น: ครอบคลุมทั้งแลนด์มาร์กระดับโลกอย่าง มงแซ็งมีแชล (Mont Saint-Michel), หน้าผาหินปูนขาว เอเทรตาต์ (Étretat), เมืองประวัติศาสตร์ รูอ็อง (Rouen) และ ก็อง (Caen), เมืองท่าโรแมนติก อ็องเฟลอร์ (Honfleur), ชายหาดสงครามโลก D-Day Beaches ไปจนถึงหมู่บ้านชนบทสุดน่ารักอย่าง จีแวร์นี (Giverny) และ เลอเบ็ก-เอลูแอ็ง (Le Bec-Hellouin)
การเดินทางสะดวกและหลากหลาย: บินตรงจากไทยลงปารีส (CDG) แล้วนั่งรถไฟสาย NOMAD จากสถานี Paris Saint-Lazare ตรงสู่เมืองหลักได้ใน 1–2 ชั่วโมง ส่วนการเที่ยวตามหมู่บ้าน ชายหาดดีเดย์ และจุดชมวิวริมทะเล แนะนำเช่ารถขับ Road Trip จะสะดวกและยืดหยุ่นที่สุด
ช่วงเวลาน่าเที่ยว: เดือนพฤษภาคม – มิถุนายน และ กันยายน – ตุลาคม อากาศเย็นสบายกำลังดี (ประมาณ 5–20°C) สวนดอกไม้บานสวย และคนไม่แน่นเท่าฤดูร้อน ส่วนช่วงมิถุนายน – สิงหาคม (ฤดูร้อน) ฟ้ามืดช้า เหมาะกับการเที่ยวชายหาดและทำกิจกรรมกลางแจ้งเต็มที่
ทริคเที่ยวแบบมือโปร: จัดทริปเป็นโซนๆ ไม่เน้นอัดแพลนแน่นเกินไป, เช็กตารางน้ำขึ้นน้ำลงล่วงหน้าก่อนไป Mont Saint-Michel, พกเสื้อกันลม/ฝนติดตัวเสมอเพราะอากาศเปลี่ยนเร็ว, เลือกรองเท้าผ้าใบเดินสบาย และ เช็กวันเปิดสถานที่ท่องเที่ยวล่วงหน้า

10 ที่เที่ยว Normandy แนะนำ

ใครกำลังสงสัยว่า Normandy มีอะไรน่าเที่ยว บ้าง บอกเลยว่ามีให้เลือกเยอะจนจัดทริปครั้งเดียวอาจเก็บไม่หมด! เราเลยคัด 10 พิกัดเด็ดมาให้แล้ว ทั้งแลนด์มาร์กระดับโลก เมืองเก่าบรรยากาศดี และจุดชมวิวธรรมชาติที่เห็นแล้วต้องร้องว้าว ลองมาดูกันว่ามีที่ไหนน่าปักหมุดบ้าง

1. มงแซ็งมีแชล (Mont Saint-Michel)

เปิดลิสต์ด้วยสถานที่ที่เห็นรูปแล้วหลายคนต้องอยากมาให้ได้สักครั้งอย่าง Mont Saint-Michel (มงแซ็งมีแชล) เกาะหินเล็ก ๆ กลางอ่าวที่มีมหาวิหารเก่าแก่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอด ล้อมรอบด้วยบ้านเรือนยุคกลางที่เรียงตัวลดหลั่นกันลงมา มองจากไกล ๆ แล้วเหมือนปราสาทในเทพนิยายเลยทีเดียว

ที่นี่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,000 ปี และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO ไฮไลต์ที่ต้องไปชมคือ Mont Saint-Michel Abbey มหาวิหารบนยอดเกาะที่มีทั้งโถงหินขนาดใหญ่ ทางเดินเก่าแก่ และระเบียงชมวิวที่มองออกไปเห็นอ่าวกว้างสุดสายตา ระหว่างทางขึ้นไปก็จะได้เดินผ่านถนน Grand Rue ที่เต็มไปด้วยร้านขนม ร้านอาหาร และร้านขายของฝาก บรรยากาศเหมือนย้อนเวลากลับไปในยุโรปยุคกลางเลย

แต่สิ่งที่ทำให้ที่นี่พิเศษขึ้นไปอีกก็คือปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง เพราะบางช่วงจะเห็นเกาะล้อมรอบด้วยน้ำทะเล ส่วนบางช่วงน้ำจะลดจนเห็นพื้นทรายกว้าง ๆ ใครอยากเห็นวิวสวย ๆ แนะนำให้เช็กตารางน้ำขึ้นน้ำลงก่อนมา รับรองว่าเป็นหนึ่งในที่เที่ยวนอร์มังดีที่คุ้มค่ากับการเดินทางแน่นอน

Google Maps: Mont Saint-Michel
เวลาเปิด-ปิด: หมู่บ้านเปิดตลอดวัน / มหาวิหารประมาณ 09.30–18.00 น. หรือ 09.00–19.00 น. ตามฤดูกาล
ค่าเข้าชม: เข้าหมู่บ้านฟรี / ค่าเข้ามหาวิหารประมาณ 13 ยูโร

2. หน้าผาเอเทรตาต์ (Étretat Cliffs)

ใครเป็นสายธรรมชาติ ชอบวิวทะเลแบบสวยตะโกน ต้องใส่ หน้าผาเอเทรตาต์ (Étretat) ไว้ในลิสต์เลย! ที่นี่เป็นเมืองชายทะเลเล็ก ๆ ที่มีชื่อเสียงจากหน้าผาหินปูนสีขาวสูงตระหง่านอยู่ริมทะเล โดยเฉพาะซุ้มหิน Porte d'Aval และแท่งหินแหลม L'Aiguille ที่ตั้งเด่นอยู่กลางน้ำ กลายเป็นภาพจำของชายฝั่งนอร์มังดีไปแล้ว

ความสวยของที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ในรูปนะ เพราะถ้าได้มาเดินขึ้นไปตามเส้นทางบนหน้าผาจริง ๆ จะได้เห็นวิวทะเลสีฟ้ากว้างสุดสายตา ตัดกับหน้าผาสีขาวและทุ่งหญ้าสีเขียว บอกเลยว่าสวยจนอยากหยุดถ่ายรูปทุกก้าว ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมศิลปินชื่อดังอย่าง Claude Monet ถึงเคยนำวิวของที่นี่ไปวาดเป็นผลงานศิลปะหลายชิ้น

หลังจากเดินชมวิวกันเต็มอิ่มแล้ว แนะนำให้ลงมาเดินเล่นในตัวเมือง Étretat ต่อ เพราะมีทั้งคาเฟ่ ร้านอาหารทะเล และบ้านเรือนน่ารัก ๆ ให้เดินชมกันเพลิน ๆ ถ้ามาช่วงอากาศดี ลองหามุมริมทะเลนั่งพัก ฟังเสียงคลื่นสักหน่อย รับรองว่าเป็นช่วงเวลาที่ชิลสุด ๆ

Google Maps: Étretat Cliffs
เวลาเปิด-ปิด: จุดชมวิวธรรมชาติเปิดตลอดวัน แนะนำให้เที่ยวช่วงกลางวัน
ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับเส้นทางชมหน้าผาสาธารณะ

3. เมืองรูอ็อง (Rouen)

ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าฝรั่งเศสแบบเต็ม ๆ ต้องมา Rouen (รูอ็อง) เลย เมืองหลวงของภูมิภาคนอร์มังดีแห่งนี้มีเสน่ห์มาก โดยเฉพาะย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยบ้านครึ่งไม้สีสันน่ารักเรียงรายตามถนนหิน เดินไปทางไหนก็เจอมุมถ่ายรูปสวย ๆ 

จุดที่ต้องแวะคือ Rouen Cathedral มหาวิหารสไตล์โกธิกที่ทั้งสูงใหญ่และมีรายละเอียดสถาปัตยกรรมสวยมาก ๆ แถมยังเป็นสถานที่ที่ Claude Monet เคยนำไปวาดภาพชุดชื่อดังอีกด้วย เดินต่อมาอีกหน่อยก็จะเจอกับ Gros-Horloge หอนาฬิกาดาราศาสตร์เก่าแก่ที่ตั้งอยู่เหนือถนนคนเดิน เป็นอีกมุมเช็กอินยอดฮิตที่ใครมาก็ต้องถ่ายรูป

แต่ส่วนที่น่าเที่ยวไม่แพ้แลนด์มาร์กก็คือบรรยากาศรอบ ๆ เมืองนี่แหละ เพราะมีทั้งร้านเบเกอรีหอม ๆ คาเฟ่เล็ก ๆ และร้านขายของน่ารัก ๆ ซ่อนอยู่ตามตรอกซอกซอย ใครชอบเดินเที่ยวแบบไม่ต้องมีแพลนแน่นมาก แค่ปล่อยตัวเองเดินไปเรื่อย ๆ ก็เพลินได้ทั้งวันแล้ว

Google Maps: Rouen 
เวลาเปิด-ปิด: ย่านเมืองเก่าเปิดตลอดวัน / มหาวิหารโดยทั่วไปประมาณ 09.00–19.00 น. โดยวันอาทิตย์เปิดช้ากว่าวันอื่น
ค่าเข้าชม: เดินชมเมืองและเข้ามหาวิหารฟรี 

4. เมืองอ็องเฟลอร์ (Honfleur)

ถ้าอยากได้เมืองริมทะเลที่บรรยากาศโรแมนติกแบบฝรั่งเศสแท้ ๆ ขอแนะนำ Honfleur (อ็องเฟลอร์) เลย เมืองท่าเล็ก ๆ แห่งนี้มีเสน่ห์มาก โดยเฉพาะบริเวณ Vieux Bassin ท่าเรือเก่าที่มีเรือใบจอดเรียงรายอยู่บนผืนน้ำ พร้อมฉากหลังเป็นอาคารทรงสูงสีสันอบอุ่นที่สะท้อนเงาลงบนผิวน้ำ มองแล้วเหมือนภาพวาดเลยจริง ๆ

ในอดีต Honfleur เป็นเมืองท่าการค้าที่สำคัญ และยังเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ศิลปินกลุ่มอิมเพรสชันนิสม์หลายคนด้วย ใครชอบเดินชมสถาปัตยกรรม แนะนำให้แวะโบสถ์ Église Sainte-Catherine ซึ่งสร้างจากไม้และมีรูปแบบแตกต่างจากโบสถ์หินที่เห็นกันทั่วไป

ส่วนใครเป็นสายกิน บอกเลยว่าถูกใจแน่นอน เพราะรอบท่าเรือมีร้านอาหารทะเล คาเฟ่ และร้านขนมน่านั่งเต็มไปหมด ลองเลือกร้านที่มีโต๊ะด้านนอก สั่งกาแฟหรือของหวานสักอย่าง แล้วนั่งดูเรือในท่าเรือไปเรื่อย ๆ แค่นี้ก็เป็นทริปที่ดีมากแล้ว

เวลาเปิด-ปิด: ย่านท่าเรือเปิดตลอดวัน
ค่าเข้าชม: ฟรี

5. ชายหาดดีเดย์ (D-Day Beaches)

เปลี่ยนจากบรรยากาศเมืองสวย ๆ มาสัมผัสประวัติศาสตร์กันบ้างกับ D-Day Beaches กลุ่มชายหาดที่มีความสำคัญมากในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะเป็นสถานที่ที่กองกำลังฝ่ายสัมพันธมิตรยกพลขึ้นบกเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ค.ศ. 1944 เพื่อเริ่มปฏิบัติการปลดปล่อยยุโรปตะวันตกจากการยึดครองของนาซีเยอรมนี

ชายหาดดีเดย์มีทั้งหมด 5 พื้นที่หลัก ได้แก่ Utah, Omaha, Gold, Juno และ Sword Beach โดยจุดที่หลายคนรู้จักกันดีคือ Omaha Beach ซึ่งเคยเป็นสมรภูมิรบที่มีการสูญเสียอย่างหนัก ปัจจุบันชายหาดแห่งนี้กลับมาเงียบสงบ มีทั้งอนุสรณ์สถานและจุดให้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ส่วนบริเวณใกล้กันยังมี Normandy American Cemetery สุสานทหารอเมริกันที่มีไม้กางเขนสีขาวเรียงรายอยู่บนเนินเหนือชายฝั่ง

แม้ที่นี่จะไม่ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เน้นความสนุกหรือความโรแมนติกเหมือนเมืองอื่น ๆ แต่การได้มาเห็นสถานที่จริงก็ให้ความรู้สึกแตกต่างจากการอ่านประวัติศาสตร์ในหนังสือมาก ใครสนใจเรื่องราวของสงครามโลกครั้งที่ 2 แนะนำให้เผื่อเวลาเที่ยวสักครึ่งวันหรือหนึ่งวัน จะได้แวะชมพิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานต่าง ๆ ด้วย

Google Maps: Omaha Beach
เวลาเปิด-ปิด: ชายหาดสาธารณะเปิดตลอดวัน 
ค่าเข้าชม: เข้าชมชายหาดฟรี 

6. เมืองโดวิลล์ (Deauville)

พาไปเปลี่ยนบรรยากาศ มาพักผ่อนริมทะเลสไตล์ชาวฝรั่งเศสกันบ้าง ที่ Deauville เมืองตากอากาศริมทะเลที่เป็นจุดหมายยอดนิยมของชาวปารีสมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 และยังคงบรรยากาศหรูหราคลาสสิกเอาไว้ได้อย่างดี

จุดที่ต้องมาเช็กอินคือ Deauville Beach ชายหาดทรายกว้างที่มีร่มหลากสีเรียงรายอยู่ริมทะเล และทางเดินไม้ Les Planches ที่ทอดยาวไปตามชายหาด ความเก๋คือซุ้มเปลี่ยนเสื้อผ้าตลอดทางจะมีชื่อของนักแสดงระดับโลกติดอยู่ด้วย เพราะเมืองนี้เป็นสถานที่จัดเทศกาลภาพยนตร์อเมริกัน Deauville American Film Festival ในทุกปีนั่นเอง

นอกจากชายหาดแล้ว ในตัวเมืองก็มีทั้งอาคารสไตล์ Belle Époque โรงแรมสวย ๆ ร้านบูติก และคาเฟ่ให้แวะนั่งพักกันเพลิน ๆ ถ้ามาช่วงหน้าร้อนจะยิ่งคึกคักเป็นพิเศษ ใครอยากลองใช้ชีวิตแบบชาวฝรั่งเศสที่หนีเมืองใหญ่มาพักผ่อนริมทะเลสักวัน ที่นี่ตอบโจทย์มาก

Google Maps: Deauville Beach
เวลาเปิด-ปิด: ชายหาดและทางเดินสาธารณะเปิดตลอดวัน
ค่าเข้าชม: ฟรี / ค่าเช่าร่มและอุปกรณ์ชายหาดคิดแยก

7. เมืองบาเยอ (Bayeux)

อีกหนึ่งเมืองที่อยากให้ลองแวะคือ Bayeux เมืองเล็ก ๆ ที่มีบรรยากาศอบอุ่นและเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ เดินเข้าไปในย่านเมืองเก่าจะเจอทั้งบ้านหินเก่าแก่ ถนนเล็ก ๆ และมหาวิหาร Notre-Dame de Bayeux ที่ตั้งโดดเด่นอยู่กลางเมือง บรรยากาศเงียบสงบกำลังดี เหมาะกับการเดินเล่นแบบไม่ต้องรีบ

สิ่งที่ทำให้ Bayeux โด่งดังไปทั่วโลกคือ Bayeux Tapestry งานปักผ้ายาวเกือบ 70 เมตรจากศตวรรษที่ 11 ที่บอกเล่าเรื่องราวการพิชิตอังกฤษของชาวนอร์มันในปี ค.ศ. 1066 ถือเป็นงานศิลปะและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่งมาก ๆ อย่างไรก็ตามพิพิธภัณฑ์ Bayeux Tapestry ได้มีการปิดปรับปรุงตั้งแต่เดือนกันยายน 2025 และมีกำหนดเปิดสถานที่ใหม่ในปี 2027 ใครอยากไปชมงานปักผ้าอาจต้องคอยติดตามการอัพเดทกันสักนิดน้า 

อีกข้อดีของเมืองนี้คืออยู่ไม่ไกลจากชายหาดดีเดย์ ทำให้หลายคนเลือกใช้ Bayeux เป็นฐานที่พักสำหรับเที่ยวชมสถานที่สำคัญในสงครามโลกครั้งที่ 2 ใครมีเวลา แนะนำให้นอนค้างสักคืน จะได้เดินเล่นในเมืองแบบสบาย ๆ แล้วค่อยออกไปเที่ยวต่อในวันรุ่งขึ้น

Google Maps: Bayeux
เวลาเปิด-ปิด: ย่านเมืองเก่าเปิดตลอดวัน 
ค่าเข้าชม: เดินชมเมืองและมหาวิหารฟรี

8. สวนโมเนต์ เมืองจีแวร์นี (Claude Monet's House and Gardens, Giverny)

ใครชอบดอกไม้ สวนสวย ๆ หรือเป็นแฟนผลงานศิลปะของ Claude Monet ต้องไม่พลาด Giverny หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เป็นที่ตั้งบ้านและสวนของจิตรกรอิมเพรสชันนิสม์ชื่อดัง บอกเลยว่าที่นี่สวยเหมือนเดินเข้าไปอยู่ในภาพวาดจริง ๆ

ไฮไลต์คือสวนดอกไม้ Clos Normand ที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิด และสวนสไตล์ญี่ปุ่นที่มีสะพานไม้สีเขียวทอดข้ามสระบัว ซึ่งเป็นฉากเดียวกับภาพวาดชุด Water Lilies อันโด่งดังของโมเนต์นั่นเอง ยิ่งถ้ามาช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อน จะได้เห็นดอกไม้บานสะพรั่งเต็มสวน สีสันสดใสจนแทบไม่รู้จะถ่ายรูปมุมไหนก่อนดี

นอกจากสวนแล้ว ยังสามารถเข้าไปชมบ้านพักของโมเนต์ที่ตกแต่งด้วยสีสันสดใส ทั้งห้องรับแขก ห้องนอน และห้องครัวที่ยังคงบรรยากาศในอดีตเอาไว้ ใครชอบสถานที่ที่ทั้งสวยและมีเรื่องราวน่าสนใจ ที่นี่น่าจะเป็นอีกหนึ่งจุดโปรดของทริปเลย

เวลาเปิด-ปิด: โดยทั่วไปเปิดช่วงเดือนเมษายน–ต้นพฤศจิกายน เวลา 09.30–18.00 น.
ค่าเข้าชม: 12–13 ยูโร

9. เมืองก็อง (Caen)

มาต่อกันที่ Caen อีกหนึ่งเมืองน่าเที่ยวในนอร์มังดี ที่มีทั้งปราสาทเก่าแก่ สถาปัตยกรรมสวย ๆ และเรื่องราวประวัติศาสตร์ให้ตามรอยกันเพียบ เมืองนี้มีความสำคัญมาตั้งแต่ยุคของ William the Conqueror ก่อนจะได้รับความเสียหายอย่างหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้รับการฟื้นฟูจนกลายเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาอย่างทุกวันนี้

แลนด์มาร์กที่ต้องแวะคือ Château de Caen ปราสาทขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ภายในมีทั้งกำแพงเมืองเก่า พื้นที่ให้เดินชมวิว และพิพิธภัณฑ์ให้เข้าไปเรียนรู้เรื่องราวของเมือง ใกล้กันยังมี Abbaye aux Hommes อารามเก่าแก่ที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ และเป็นสถานที่ฝังพระศพของวิลเลียมด้วย

ส่วนใครสนใจประวัติศาสตร์สงครามโลก แนะนำให้แวะ Mémorial de Caen พิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องราวสงครามโลกครั้งที่ 2 และการยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดีผ่านนิทรรศการต่าง ๆ ได้อย่างน่าสนใจ เที่ยวเมืองนี้แล้วจะได้เห็นเลยว่านอร์มังดีไม่ได้มีแค่ธรรมชาติสวย ๆ แต่ยังมีประวัติศาสตร์ที่น่าค้นหาอีกเยอะมาก!

Google Maps: Caen
เวลาเปิด-ปิด: ตัวเมืองเดินเที่ยวได้คตลอดวัน / Château de Caen เปิด 07.30–22.30 น. / Mémorial de Caen เปิด 09:00–19:00 น.
ค่าเข้าชม: เที่ยวชมเมืองฟรี / พื้นที่ปราสาท Château de Caen ส่วนใหญ่ฟรี แต่อาจมีค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์แยกต่างหาก / Mémorial de Caen ประมาณ 20–22 ยูโร

10. หมู่บ้านเลอเบ็ก-เอลูแอ็ง (Le Bec-Hellouin)

ปิดท้ายลิสต์ด้วยหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่อาจไม่ใช่ชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึงเวลาเที่ยวนอร์มังดี แต่บอกเลยว่าน่ารักมาก! Le Bec-Hellouin เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมู่บ้านสวยที่สุดของฝรั่งเศส เหมาะกับคนที่อยากหนีความวุ่นวายมาเดินเล่นในบรรยากาศชนบทแบบสบาย ๆ

แค่เดินเข้ามาในหมู่บ้านก็จะเจอบ้านครึ่งไม้สีพาสเทลเรียงรายตามถนนเล็ก ๆ บางหลังมีดอกไม้ประดับอยู่หน้าบ้าน บางมุมมีร้านงานฝีมือและคาเฟ่น่ารัก ๆ ให้แวะพัก ทุกอย่างดูเรียบง่ายและอบอุ่น เหมือนหมู่บ้านในหนังเลย

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือ Abbaye Notre-Dame du Bec อารามเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ใครมีแพลนขับรถเที่ยวนอร์มังดี แนะนำให้ลองแวะมาที่นี่สักชั่วโมงสองชั่วโมง เดินเล่น ถ่ายรูป แล้วค่อยเดินทางต่อ รับรองว่าได้สัมผัสอีกมุมของนอร์มังดีที่แตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวใหญ่ ๆ แน่นอน

Google Maps: Le Bec-Hellouin
เวลาเปิด-ปิด: หมู่บ้านเปิดตลอดวัน / Abbaye Notre-Dame du Bec เปิด 09:00–21:00 น.
ค่าเข้าชม: เดินชมหมู่บ้านฟรี / เดินชมสวนและตัวโบสถ์หลักของ Abbaye Notre-Dame du Bec ฟรี / ตั๋วทัวร์นำชมพื้นที่อื่น ๆของอารามราคา 6–7 ยูโร ต่อคน

ที่พักยอดนิยมใน Normandy

Le Relais Saint Michel (Mont Saint-Michel)

ถ้าโจทย์คือ อยากเที่ยววิหารมงแซ็งมีแชลแบบสะดวก ๆ ที่นี่คือคำตอบที่ถูกต้องที่สุด! Le Relais Saint Michel เป็นโรงแรมยอดฮิตตลอดกาลที่ตั้งอยู่บนฝั่งแผ่นดินใหญ่ บริเวณจุดปล่อยรถรับส่ง (Shuttle bus) ไปยังตัวเกาะ บรรยากาศเงียบสงบ ล้อมรอบด้วยสวนและทุ่งหญ้าสีเขียว ไฮไลต์เด็ดอยู่ที่ห้องพักและระเบียงส่วนตัวส่วนใหญ่ที่หันหน้าเข้าหาอ่าวมงแซ็งมีแชลตรง ๆ เรียกว่า ตกเย็นคือได้กดถ่ายรูปเพลินแน่นอน เพราะจะได้นั่งจิบไวน์ชิล ๆ ดูพระอาทิตย์ตกดินและไฟวิหารเปิดสว่างกลางทะเลจากระเบียงห้องตัวเอง แถมนั่งกินอาหารเช้าในห้องกระจกพร้อมวิวพาโนรามาได้แบบไม่ต้องไปแย่งกับใคร สะดวกสบาย คลาสสิก และคุ้มค่ากับการมาเยือนนอร์มังดีครั้งแรกสุด ๆ

Hôtel Barrière Le Normandy (Deauville)

ใครอยากหลีกหนีความวุ่นวายมาเสพความหรูหราสไตล์ผู้ดีฝรั่งเศสระดับ 5 ดาวที่เมืองโดวิลล์ Hôtel Barrière Le Normandy คือที่พักที่อยากให้ลองปักหมุดกันดู ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ Anglo-Norman แบบคอทเทจโบราณอันเป็นเอกลักษณ์ บรรยากาศข้างในอบอุ่น โรแมนติก ตกแต่งด้วยผ้าลาย Toile de Jouy สุดประณีต ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังหลุดเข้าไปพักในคฤหาสน์ของผู้ดีเก่า โลเคชันดีเลิศชนิดที่ว่าเดินแค่ไม่กี่ก้าวก็ถึงชายหาดและทางเดินไม้ Les Planches อันโด่งดัง รวมถึงใกล้คาสิโนและร้านค้าแบรนด์เนมใจกลางเมือง แถมยังมีสปาหรูและสระว่ายน้ำในร่มให้ผ่อนคลาย เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศมาใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แบบลักชูรีริมทะเล

ibis Styles Rouen Centre Cathédrale (Rouen)

สำหรับสายเซฟงบที่อยากได้ที่พักดีไซน์น่ารัก เดินทางง่าย และราคาสบายกระเป๋า ต้องยกให้ ibis Styles Rouen Centre Cathédrale ในเมืองเก่ารูอ็องเลย ที่นี่เน้นตกแต่งสไตล์โมเดิร์น สดใส ให้ไวบ์สนุกและขี้เล่นอยู่ในตัว ห้องพักสะอาดสะอ้านตามมาตรฐาน ให้ความรู้สึกเป็นกันเองและผ่อนคลาย จุดเด่นกินขาดคือเรื่อง โลเคชัน เพราะตั้งอยู่ใจกลางเมืองเก่า ชนิดที่ว่าเดินออกจากโรงแรมไปแค่ไม่กี่นาทีก็ถึงมหาวิหารรูอ็อง (Rouen Cathedral) และย่านบ้านครึ่งไม้โบราณแล้ว รอบ ๆ ล้อมรอบด้วยคาเฟ่ ร้านเบเกอรี และร้านอาหารท้องถิ่นมากมาย ที่สำคัญคือราคาห้องมักจะรวมอาหารเช้ามาให้เรียบร้อยแล้วด้วย คุ้มค่า ปลอดภัย เหมาะเป็นเบสในการพักผ่อนแล้วออกไปเดินท่องเมืองรูอ็องสุด ๆ 

วิธีการเดินทางจากประเทศไทยไป Normandy

สำหรับคนที่เดินทางจากไทย วิธีที่ง่ายที่สุดคือบินไปลงปารีสก่อน แล้วค่อยเดินทางต่อไปยังนอร์มังดี โดยมีตัวเลือกดังนี้

เครื่องบินจากกรุงเทพฯ ไปปารีส: เริ่มต้นด้วยการบินไปลงสนามบิน Paris Charles de Gaulle (CDG) โดยมีทั้งเที่ยวบินตรงและเที่ยวบินต่อเครื่องให้เลือก ถ้าบินตรงจะใช้เวลาประมาณ 12–13 ชั่วโมง จากนั้นเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองปารีสเพื่อขึ้นรถไฟหรือรับรถเช่าต่อไปยังนอร์มังดีได้เลย
รถไฟจากปารีสไป Normandy: ใครไม่อยากขับรถเอง แนะนำให้ขึ้นรถไฟจากสถานี Paris Saint-Lazare ไปยังเมืองหลักอย่าง Rouen ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที–1 ชั่วโมง 40 นาที หรือถ้าจะไป Caen ก็ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ส่วน Bayeux ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 15 นาที–2 ชั่วโมง 45 นาที ขึ้นอยู่กับขบวนรถ
เช่ารถขับจากปารีส: ถ้าอยากเที่ยวหลายเมืองในทริปเดียว การเช่ารถถือว่าสะดวกมาก เพราะแวะเที่ยวระหว่างทางได้ตามใจ โดยจากปารีสไป Rouen ใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง ส่วน Mont Saint-Michel จะใช้เวลาประมาณ 4–4.5 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร

วิธีการเดินทางใน Normandy

การเดินทางในแคว้นนอร์มังดี ไม่ได้ยากอย่างที่คิด โดยเฉพาะถ้าเน้นเที่ยวเมืองหลัก เพราะมีทั้งรถไฟและรถบัสเชื่อมต่อกันอยู่แล้ว แต่ถ้าอยากออกไปเที่ยวตามหมู่บ้านเล็ก ๆ หน้าผาริมทะเล หรือชายหาดที่อยู่ไกลจากตัวเมือง การเช่ารถขับเองจะสะดวกกว่าเยอะ

รถไฟ NOMAD Train: เหมาะกับคนที่อยากเดินทางระหว่างเมืองหลักแบบไม่ต้องขับรถเอง เช่น Rouen, Caen, Bayeux และ Deauville รถไฟมีเส้นทางเชื่อมต่อกับปารีสและเมืองต่าง ๆ ในภูมิภาค สามารถเช็กตารางและจองตั๋วผ่าน SNCF Connect ได้
รถบัส NOMAD Car: ถ้าอยากไปเมืองที่รถไฟเข้าไม่ถึง รถบัสก็เป็นตัวช่วยที่ดีเลย โดยมีเส้นทางเชื่อมต่อเมืองเล็ก ๆ และสถานที่ท่องเที่ยวอย่าง Honfleur หรือ Étretat แต่แนะนำให้เช็กตารางล่วงหน้า เพราะบางเส้นทางมีรถไม่บ่อย โดยเฉพาะวันอาทิตย์และวันหยุด
เช่ารถขับเอง: สำหรับคนที่อยากจัด Normandy Road Trip แนะนำวิธีนี้เลย เพราะสามารถแวะเที่ยวตามเมืองเล็ก ๆ จุดชมวิวริมทะเล และชายหาดดีเดย์ได้สะดวกมาก จะหยุดถ่ายรูปตรงไหนหรือแวะร้านอาหารระหว่างทางก็ทำได้ตามใจ
เดินเที่ยวและปั่นจักรยาน: เมืองเก่าอย่าง Rouen, Honfleur และ Bayeux เหมาะกับการเดินเที่ยวมาก เพราะสถานที่สำคัญหลายแห่งอยู่ใกล้กัน ส่วนใครชอบกิจกรรมกลางแจ้ง นอร์มังดีก็มีเส้นทางปั่นจักรยานผ่านชนบทและชายฝั่งให้ลองด้วย

เที่ยว Normandy เดือนไหนดี?

ถ้าถามว่าเที่ยว Normandy เดือนไหนดี แนะนำ เดือนพฤษภาคม–มิถุนายน และกันยายน–ตุลาคม เลย เพราะอากาศกำลังเย็นสบาย ไม่หนาวหรือร้อนจนเกินไป เหมาะกับการเดินเที่ยวเมืองเก่า ชมวิวริมทะเล และขับรถเที่ยวตามหมู่บ้านต่าง ๆ แถมนักท่องเที่ยวยังไม่แน่นเท่าช่วงกลางฤดูร้อนด้วย

แต่จริง ๆ แล้วนอร์มังดีเที่ยวได้ตลอดปีนะ เพราะแต่ละฤดูมีเสน่ห์แตกต่างกัน ลองมาดูกันว่าช่วงไหนเหมาะกับสไตล์เที่ยวของเรามากที่สุด

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม): ใครชอบดอกไม้และบรรยากาศสดชื่น ๆ ต้องถูกใจช่วงนี้แน่นอน เพราะต้นไม้เริ่มผลิใบ สวนดอกไม้ทยอยบาน โดยเฉพาะสวนโมเนต์ที่ Giverny ซึ่งจะเริ่มเปิดให้เที่ยวในเดือนเมษายน อุณหภูมิประมาณ 5–17°C เย็นกำลังดี เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายรูป และนั่งคาเฟ่ตามเมืองเก่า แถมช่วงต้นฤดูนักท่องเที่ยวยังไม่เยอะมากด้วย
ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม): ถ้าอยากเที่ยวแบบจัดเต็ม เน้นวิวทะเลสวย ๆ และกิจกรรมกลางแจ้ง แนะนำช่วงนี้เลย อุณหภูมิประมาณ 12–24°C กลางวันยาว ฟ้ามืดช้า ทำให้มีเวลาเที่ยวได้เยอะขึ้น จะเดินชมหน้าผา Étretat เล่นน้ำทะเลที่ Deauville หรือขับรถเที่ยวตามชายฝั่งก็สนุก แต่เพราะเป็นช่วงยอดนิยม โรงแรมและสถานที่ดัง ๆ อาจมีคนเยอะหน่อย แนะนำให้จองล่วงหน้า
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน): ช่วงนี้นอร์มังดีจะเปลี่ยนบรรยากาศมาเป็นโทนอบอุ่นโรแมนติก ต้นไม้ตามชนบทเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองและส้มแดง อุณหภูมิประมาณ 6–20°C โดยจะค่อย ๆ เย็นลงเมื่อเข้าสู่ปลายฤดู เหมาะกับการเดินเที่ยวเมืองเก่า แวะคาเฟ่ และขับรถชมวิวชนบท แถมยังเป็นฤดูเก็บเกี่ยวแอปเปิลที่มีผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้ลองชิมกันด้วย
ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์): ใครชอบอากาศหนาวและอยากเที่ยวแบบคนไม่เยอะ ลองมาช่วงนี้ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ อุณหภูมิประมาณ 2–9°C บางวันอาจมีฝน หมอก หรือลมแรงตามชายฝั่ง แต่เมืองเก่าก็จะดูเงียบสงบและคลาสสิกมาก เหมาะกับการเดินชมพิพิธภัณฑ์ แวะร้านอาหารอบอุ่น ๆ และพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์ เพียงแต่ต้องเช็กเวลาเปิดสถานที่ท่องเที่ยวให้ดี เพราะบางแห่งปิดตามฤดูกาล

ตารางสรุปช่วงเวลาน่าเที่ยว Normandy

ฤดูกาลอุณหภูมิโดยประมาณไฮไลต์น่าเที่ยว
ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค.–พ.ค.)5–17°Cสวนดอกไม้ ธรรมชาติสดใส เดินเที่ยวเมืองเก่า
ฤดูร้อน (มิ.ย.–ส.ค.)12–24°Cเที่ยวชายหาด ชมหน้าผา ขับรถ Road Trip
ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.–พ.ย.)6–20°Cใบไม้เปลี่ยนสี ชมวิวชนบท ฤดูแอปเปิล
ฤดูหนาว (ธ.ค.–ก.พ.)2–9°Cเมืองเก่าบรรยากาศสงบ เที่ยวพิพิธภัณฑ์

หมายเหตุ: อุณหภูมิเป็นช่วงโดยประมาณของภูมิภาค อาจแตกต่างกันตามพื้นที่และสภาพอากาศในแต่ละปี

เคล็ดลับการเที่ยว Normandy

ก่อนออกเดินทางไปเก็บที่เที่ยว Normandy ให้ครบ ลองมาดูทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะช่วยให้เที่ยวสนุกขึ้นและไม่พลาดอะไรดี ๆ ระหว่างทางกันดีกว่า

อย่าอัดแพลนแน่นเกินไป: แม้จะอยู่ในภูมิภาคเดียวกัน แต่บางเมืองต้องใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมง แนะนำให้จัดเที่ยวเป็นโซน ๆ แล้วเผื่อเวลาเดินเล่นหรือแวะคาเฟ่บ้าง จะได้ไม่เหนื่อยจนหมดสนุก
เช็กตารางน้ำขึ้นน้ำลงก่อนเที่ยว Mont Saint-Michel: ถ้าอยากเห็นวิวเกาะกลางทะเลแบบในโปสต์การ์ด ต้องดูช่วงน้ำขึ้นให้ดี เพราะระดับน้ำเปลี่ยนตลอดวัน และไม่ควรเดินออกไปบนพื้นที่ทรายรอบอ่าวเองโดยไม่มีไกด์ที่ได้รับอนุญาต
พกเสื้อกันลมและเสื้อกันฝนติดตัวไว้: อากาศริมทะเลนอร์มังดีเปลี่ยนค่อนข้างเร็ว บางวันแดดออกสวย ๆ อยู่ดี ๆ ก็มีลมแรงหรือฝนตกได้ แม้จะมาเที่ยวหน้าร้อนก็ควรเตรียมไว้
เลือกรองเท้าที่เดินสบาย: เมืองเก่าหลายแห่งมีถนนหิน ส่วนจุดชมวิวธรรมชาติอย่าง Étretat ก็ต้องเดินขึ้นเนิน รองเท้าผ้าใบที่พื้นยึดเกาะดีจะช่วยให้เที่ยวได้สบายกว่าเยอะ
ตรวจสอบวันเปิดสถานที่ท่องเที่ยว: พิพิธภัณฑ์และสถานที่บางแห่งอาจปิดวันจันทร์หรือปิดตามฤดูกาล แนะนำให้เช็กเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทาง
จองที่พักและรถเช่าล่วงหน้า: โดยเฉพาะช่วงมิถุนายน–สิงหาคมที่เป็นฤดูท่องเที่ยว ใครมีแพลนแน่นอนแล้ว แนะนำให้จองตั๋วเครื่องบินและที่พักผ่าน Traveloka ล่วงหน้า จะได้มีตัวเลือกที่ถูกใจมากขึ้น
เผื่อเวลาเที่ยวแบบไม่มีแพลนบ้าง: บางทีเสน่ห์ของนอร์มังดีก็อยู่ในร้านขนมเล็ก ๆ ริมถนน คาเฟ่ริมท่าเรือ หรือหมู่บ้านที่บังเอิญขับรถผ่าน ลองเปิดโอกาสให้ตัวเองได้แวะระหว่างทางบ้าง อาจเจอมุมโปรดที่ไม่ได้อยู่ในลิสต์ก็ได้นะ!

เห็นทั้ง 10 พิกัดแล้ว เป็นยังไงกันบ้าง? บอกเลยว่า Normandy เป็นอีกหนึ่งภูมิภาคของฝรั่งเศสที่น่าไปเที่ยวมาก เพราะมีครบทั้งเมืองเก่าน่ารัก ๆ หน้าผาริมทะเลสุดอลังการ หมู่บ้านบรรยากาศโรแมนติก และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่มีเรื่องราวให้ค้นหาไม่รู้จบ

ใครมีแพลนไปฝรั่งเศสครั้งหน้า ลองแบ่งเวลาจากปารีสมาเที่ยวนอร์มังดี สัก 3–5 วันกันดู จะเลือกนั่งรถไฟไปเที่ยวเมืองใกล้ ๆ หรือเช่ารถขับตะลุยหลายเมืองก็สนุกไปคนละแบบ แล้วถ้าเริ่มอยากออกเดินทางกันแล้ว ก็อย่าลืมเข้าไปเลือกจองตั๋วเครื่องบินและที่พักกับ Traveloka เตรียมทุกอย่างให้พร้อม แล้วไปสัมผัสความสวยของนอร์มังดีด้วยตัวเองกันเลย!

อ่านต่อบทความท่องเที่ยวฝรั่งเศสอื่น ๆ:

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยว Normandy 

Q: ไปเที่ยว Normandy ต้องทำวีซ่าไหม? 

A: ต้องทำ ผู้ที่ถือพาสปอร์ตไทยต้องขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ล่วงหน้าก่อนเดินทาง 

Q: เดินทางจากสนามบินปารีส (CDG) ไป Normandy ยังไง? 

A: สามารถนั่งรถไฟ RER หรือรถแท็กซี่เข้าสู่ตัวเมืองปารีสเพื่อไปขึ้นรถไฟสาย NOMAD ที่สถานี Paris Saint-Lazare หรือจะรับรถเช่าขับตรงจากสนามบิน CDG มุ่งหน้าสู่นอร์มังดีได้ทันทีใช้เวลาประมาณ 1.5–4 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับเมืองปลายทาง

Q: เที่ยว Normandy ช่วงไหนดีที่สุด? 

A: ช่วงเดือนพฤษภาคม–มิถุนายน และกันยายน–ตุลาคม ดีที่สุด เพราะอากาศเย็นสบายกำลังดี (ประมาณ 5–20°C) สวนดอกไม้บานสวย อากาศไม่ร้อนจัด และนักท่องเที่ยวไม่แน่นเท่าช่วงกรกฎาคม–สิงหาคม

Q: ควรเผื่อเวลาเที่ยว Normandy กี่วันดี? 

A: แนะนำเผื่อเวลาประมาณ 3–5 วัน สำหรับการเก็บไฮไลต์เมืองหลัก ๆ และขับรถเที่ยวตามชายฝั่งได้อย่างไม่เร่งรีบ แต่ถ้ามีเวลาจำกัดก็สามารถจัดทริปสั้น 1–2 วัน เลือกเที่ยวเฉพาะเมืองที่อยู่ใกล้ปารีส เช่น Rouen หรือ Giverny ได้เช่นกัน

Q: เที่ยวนอร์มังดีจำเป็นต้องเช่ารถขับไหม หรือรถสาธารณะสะดวกกว่า? 

A: หากเน้นเที่ยวเฉพาะเมืองหลักอย่าง Rouen, Caen หรือ Bayeux การนั่งรถไฟ NOMAD ถือว่าสะดวกมาก แต่หากอยากเที่ยวหมู่บ้านเล็ก ๆ หน้าผา Étretat หรือกลุ่มชายหาดดีเดย์ การเช่ารถขับจะยืดหยุ่นและเดินทางได้สะดวกกว่าเยอะเลย

Q: ขับรถเที่ยวใน Normandy มีที่จอดรถสะดวกไหม? 

A: ตามเมืองท่องเที่ยวและสถานที่ไฮไลต์ส่วนใหญ่จะมีลานจอดรถสาธารณะ (ทั้งแบบเสียเงินและฟรี) ไว้รองรับนักท่องเที่ยว เพียงแต่ช่วงฤดูร้อนไฮซีซันแนะนำให้ไปถึงจุดท่องเที่ยวตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อหาที่จอดได้ง่ายขึ้น

ในบทความนี้

• Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยว Normandy ใน 1 นาที
• 10 ที่เที่ยว Normandy แนะนำ
• 1. มงแซ็งมีแชล (Mont Saint-Michel)
• 2. หน้าผาเอเทรตาต์ (Étretat Cliffs)
• 3. เมืองรูอ็อง (Rouen)
• 4. เมืองอ็องเฟลอร์ (Honfleur)
• 5. ชายหาดดีเดย์ (D-Day Beaches)
• 6. เมืองโดวิลล์ (Deauville)
• 7. เมืองบาเยอ (Bayeux)
• 8. สวนโมเนต์ เมืองจีแวร์นี (Claude Monet's House and Gardens, Giverny)
• 9. เมืองก็อง (Caen)
• 10. หมู่บ้านเลอเบ็ก-เอลูแอ็ง (Le Bec-Hellouin)
• ที่พักยอดนิยมใน Normandy
• Le Relais Saint Michel (Mont Saint-Michel)
• Hôtel Barrière Le Normandy (Deauville)
• ibis Styles Rouen Centre Cathédrale (Rouen)
• วิธีการเดินทางจากประเทศไทยไป Normandy
• วิธีการเดินทางใน Normandy
• เที่ยว Normandy เดือนไหนดี?
• ตารางสรุปช่วงเวลาน่าเที่ยว Normandy
• เคล็ดลับการเที่ยว Normandy
• FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยว Normandy 

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ นอร์มันดี

นอร์มันดี

England

บทความแนะนำ

Disneyland มีที่ไหนบ้าง? พิกัดดิสนีย์แลนด์ทั่วโลก แต่ละแห่งมีอะไรเด็ด

24 Oct 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 7 นาที

คู่มือเที่ยวญี่ปุ่นเดือนเมษายน ฤดูกาล อากาศ ที่เที่ยวและกิจกรรมแนะนำ

24 Oct 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

คู่มือเที่ยวญี่ปุ่นเดือนกุมภาพันธ์ ฤดูกาล อากาศ ที่เที่ยวและกิจกรรมแนะนำ

24 Oct 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 4 นาที

คู่มือเที่ยวญี่ปุ่นเดือนมกราคม ฤดูกาล อากาศ ที่เที่ยวและกิจกรรมแนะนำ

24 Oct 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

Universal มีที่ไหนบ้าง? รวมพิกัดสวนสนุก Universal Studios ทั่วโลก

24 Oct 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 7 นาที

12 ที่เที่ยว Rio de Janeiro ธรรมชาติสุดอลัง ทั้งชายหาดและภูเขา อัปเดต [2026]

22 Oct 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร