
เมืองปิซ่า อิตาลี ไม่ได้มีแต่หอเอนปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) นะจ๊ะ! ถ้าให้เวลาเมืองนี้อีกสักวัน จะได้เจอจัตุรัสยุคกลาง โบสถ์โกธิกหลังเล็กริมน้ำ และถนนใต้ซุ้มทางเดินที่คนท้องถิ่นใช้ชีวิตกันอยู่ทุกวัน ปิซ่าเป็นเมืองมหาวิทยาลัยขนาดกะทัดรัด เดินเที่ยวได้เกือบทั้งเมือง และอยู่ห่างฟลอเรนซ์แค่ชั่วโมงเดียวด้วยรถไฟ เลยเหมาะจะเป็นจุดแวะระหว่างเที่ยวทัสคานี บทความนี้รวม 12 ที่เที่ยวปิซ่าที่ไปได้จริงในวันเดียวหรือสองวัน พร้อมวิธีเดินทาง เดือนที่ควรไป และที่พักที่ทำเลดี อ่านจบแล้วจองไฟล์ทไปปิซ่าและที่พักในปิซ่ากับ Traveloka เลย!
หอเอนปิซ่าคือหอระฆังของมหาวิหารที่เริ่มสร้างตั้งแต่ปี 1173 และเริ่มเอียงตั้งแต่สร้างได้ไม่กี่ชั้นเพราะดินใต้ฐานอ่อน ปัจจุบันเอียงอยู่เกือบ 4 องศาหลังผ่านการบูรณะเพื่อพยุงโครงสร้าง ขึ้นไปด้วยบันไดวนเกือบ 300 ขั้น ระหว่างเดินจะรู้สึกได้เลยว่าตัวเราเอนไปตามผนัง ด้านบนมองเห็นวิวเมืองและจัตุรัสทั้งหมด ตั๋วขึ้นหอเอนปิซ่าราคาประมาณ 20 ยูโร แบ่งเป็นรอบละ 30 นาทีและจำกัดจำนวนคนขึ้น จากที่ไปมา แนะนำให้จองออนไลน์ล่วงหน้ากับ Traveloka โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน เพราะรอบดี ๆ เต็มก่อนเสมอ
เวลาเปิด-ปิด : 09.00–20.00 น.
อาคารประธาสุดจึ้งของจัตุรัส สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวสลับเทาในสไตล์โรมาเนสก์แบบปิซา (Pisan Romanesque) ซึ่งกลายเป็นต้นแบบให้โบสถ์อีกหลาย ๆ แห่งในทัสคานี ภายในเด่นที่ธรรมาสน์หินอ่อนแกะสลักฝีมือจิโอวานนี ปิซาโน ที่ละเอียดจนต้องยืนดูนาน ๆ และโคมไฟสำริดที่มีเรื่องเล่าว่ากาลิเลโอสังเกตการแกว่งของมันจนเกิดแนวคิดเรื่องลูกตุ้ม การเข้าชมไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ต้องรับบัตรตามรอบเวลาที่จุดขายตั๋วก่อน ถ้าซื้อตั๋วขึ้นหอเอนไว้แล้วจะได้สิทธิ์เข้ามหาวิหารรวมมาด้วยจ้า
เวลาเปิด-ปิด : 8.00-20.00 น.
อาคารทรงกลมหลังใหญ่ตั้งอยู่ตรงข้ามด้านหน้ามหาวิหาร เป็นหอศีลจุ่มขนาดใหญ่ที่สุดในอิตาลี ถ้าสังเกตดี ๆ ตัวอาคารก็เอียงเล็กน้อยเหมือนกัน ไฮไลต์คือเสียงสะท้อนข้างในตัวโบสถ์ เจ้าหน้าที่จะร้องโน้ตสั้น ๆ ทุกครึ่งชั่วโมงให้ฟังเสียงที่ก้องวนรอบโดม อยากฟังให้ไปรอใกล้รอบชั่วโมงหรือครึ่งชั่วโมง ด้านในเดินขึ้นไปชั้นลอยได้ จากข้างบนจะมองลงมาเห็นอ่างศีลจุ่มแปดเหลี่ยมกลางห้อง และมองผ่านหน้าต่างออกไปเห็นมหาวิหารพอดี
เวลาเปิด-ปิด : 8.30 - 19.30 น.
กำแพงหินอ่อนยาวทางทิศเหนือของจัตุรัสที่หลายคนเดินผ่านไปเฉย ๆ แต่ข้างในคือระเบียงคดล้อมสนามหญ้า ตามตำนานว่าดินตรงกลางขนมาจากเนินกัลวารีในเยรูซาเลม ผนังรอบระเบียงเคยเต็มไปด้วยจิตรกรรมเฟรสโก ซึ่งเสียหายหนักจากไฟไหม้ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และใช้เวลาบูรณะหลายสิบปีกว่าจะนำกลับมาติดตั้งได้ ส่วนตัวชอบที่นี่เพราะเงียบกว่าส่วนอื่นของจัตุรัสมาก ลองมาเดินชิล ๆ อ่านประวัติศาสตร์ปิซ่าตามป้ายที่นี่ได้ โดยไม่ต้องเที่ยวแบบเบียด ๆ
เวลาเปิด-ปิด : 09.00–20.00 น.
Credit : opapisa.it
พิพิธภัณฑ์ที่เก็บของจริงซึ่งถูกย้ายออกจากอาคารในจัตุรัสเพื่อป้องกันความเสียหาย เช่น รูปปั้นต้นฉบับจากด้านหน้ามหาวิหาร งานประติมากรรมของตระกูลปิซาโน และเครื่องเงินของโบสถ์ ปรับปรุงใหม่เมื่อปี 2019 การจัดแสดงเลยทันสมัยและอ่านง่าย แนะนำให้ขึ้นไปที่ระเบียงชั้นบนของพิพิธภัณฑ์ จะมองเห็นหอเอนปิซ่าโผล่เหนือหลังคามหาวิหารด้วย! เป็นอีกมุมปัง ๆ ของวิวหอเอนแบบไม่ต้องเบียดกับใคร
เวลาเปิด-ปิด : 09.00–18.00 น.
จัตุรัสที่เคยเป็นศูนย์กลางการปกครองของปิซ่าในยุคกลาง ภายหลังตระกูลเมดิชิปรับโฉมให้เป็นที่ตั้งของคณะอัศวินเซนต์สตีเฟน อาคารที่เด่นที่สุดคือ Palazzo della Carovana ซึ่งผนังทั้งด้านตกแต่งด้วยลายกราฟฟิโตสีขาวดำ ปัจจุบันเป็นอาคารของ Scuola Normale Superiore มหาวิทยาลัยชื่อดังของอิตาลี ช่วงเย็นจะเห็นนักศึกษานั่งเล่นตามขั้นบันได บรรยากาศต่างจากฝั่งหอเอนสุด ๆ อยากให้ลองมาเที่ยว และอยู่ห่างปิอัซซา เดย มิราโคลีเดินแค่ประมาณ 10 นาที
เวลาเปิด-ปิด : เปิด 24 ชั่วโมง
โบสถ์โกธิกหลังเล็กริมแม่น้ำอาร์โน ด้านนอกประดับยอดแหลมและรูปสลักแน่นทุกด้าน ชื่อโบสถ์มาจากหนามที่เชื่อกันว่ามาจากมงกุฎหนามของพระเยซูซึ่งเคยเก็บรักษาไว้ที่นี่ ในศตวรรษที่ 19 โบสถ์ถูกรื้อแล้วประกอบใหม่ในระดับที่สูงขึ้นทั้งหลังเพื่อหนีน้ำท่วม ข้างในไม่มีอะไร ค่อนข้างโล่ง จุดเด่นจริง ๆ อยู่ด้านนอก มุมที่ชอบคือยืนบนสะพาน Ponte Solferino แล้วถ่ายย้อนมาให้เห็นโบสถ์คู่กับแนวตึกสีพาสเทลริมน้ำ ยิ่งช่วงแดดเย็นยิ่งสวย
เวลาเปิด-ปิด : ภายในเปิดไม่แน่นอน ส่วนใหญ่เปิดช่วงกลางวันบางวัน ควรเช็กก่อนไป ส่วนด้านนอกชมได้ตลอดเวลา
คฤหาสน์ริมแม่น้ำอาร์โนที่ทาด้านหน้าเป็นสีฟ้าโดดเด่นมาแต่ไกล มองจากอีกฝั่งก็เห็นได้ทันที ภายในเป็นศูนย์ศิลปะและนิทรรศการ มีทั้งคอลเลกชันกี่ยวกับประวัติศาสตร์และศิลปะของปิซ่า และ Exhibition ระดับนานาชาติที่เคยนำผลงานของศิลปินดังอย่างปิกัสโซมาจัดแสดง ห้องชั้นบนจัดเป็นบ้านขุนนางยุคเก่า เห็นการตกแต่งภายในแบบที่คนมีฐานะในเมืองนี้เคยอยู่ โซนหลักเข้าฟรี เป็นที่หลบแดดตอนบ่ายได้ดีเลยล่ะ
เวลาเปิด-ปิด : ประมาณ 10.00–19.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์)
Credit : visittuscany
ผนังด้านหลังโบสถ์ Sant'Antonio Abate ใกล้สถานี Pisa Centrale มีภาพจิตรกรรมฝาผนังขนาดใหญ่ที่ Keith Haring วาดไว้ในปี 1989 ไม่นานก่อนเขาเสียชีวิต และเป็นงานสาธารณะชิ้นท้าย ๆ ในชีวิตของเขา ตัวการ์ตูน 30 ตัวในสีสดใสเชื่อมต่อกันเป็นภาพเดียว สื่อถึงสันติภาพและการอยู่ร่วมกัน สายอาร์ตไม่ควรพลาด จากที่ไปมา แนะนำให้แวะตอนเพิ่งลงรถไฟ เพราะเดินจากสถานีไม่ถึง 5 นาที
เวลาเปิด-ปิด : ชมได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ถนนสายหลักของย่านเมืองเก่า ทอดยาวจากริมแม่น้ำอาร์โนขึ้นไปทางเหนือ สองข้างทางเป็นซุ้มทางเดินโค้งแบบโบราณ มีร้านแบรนด์ ร้านหนังสือ และร้านขนมเก่าแก่เรียงต่อกัน เดินเลี้ยวเข้าซอยข้าง ๆ จะเจอ Piazza delle Vettovaglie ลานตลาดเก่าที่ช่วงเช้ามีแผงผักผลไม้ ตกเย็นกลายเป็นที่นั่งเล่นของคนท้องถิ่นและนักศึกษา ที่ชอบคือแถวนี้เดินได้เรื่อย ๆ โดยไม่มีกรุ๊ปทัวร์มาเบียดเหมือนแถวหอเอน
เวลาเปิด-ปิด : ถนนเดินได้ตลอดเวลา ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดประมาณ 10.00–19.30 น.
สวนพฤกษศาสตร์ของมหาวิทยาลัยปิซ่า ก่อตั้งเมื่อปี 1544 นับเป็นสวนพฤกษศาสตร์ของมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อยู่ห่างหอเอนเดินไม่ถึง 5 นาที แต่นักท่องเที่ยวรู้จักน้อยมาก ภายในมีเรือนกระจก บ่อบัว ต้นไม้ใหญ่อายุหลายร้อยปี และอาคารพิพิธภัณฑ์ที่ด้านหน้าตกแต่งด้วยเปลือกหอย เหมาะกับการพักขาหลังจากเดินในจัตุรัสมาทั้งวัน หาม้านั่งใต้ร่มไม้แล้วนั่งเงียบ ๆ สักครึ่งชั่วโมงก็คุ้มค่าตั๋วแล้วจ้า
เวลาเปิด-ปิด : 8.30 - 16.00 น.
ถ้ามีเวลาเหลือซักครึ่งวัน อุทยานซาน รอสโซเรอยู่ชานเมืองไปทางทะเล เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานภูมิภาค Migliarino San Rossore Massaciuccoli ภายในมีทั้งป่าสน ทุ่งหญ้า และแนวชายหาดยาว ปั่นจักรยานหรือนั่งรถม้าชมรอบสวนได้ มีโอกาสเจอกวาง หมูป่า และนกน้ำ บรรยากาศต่างจากเมืองเก่าคนละแบบ เหมาะกับคนที่อยากเห็นทัสคานีมุมธรรมชาติบ้าง แนะนำให้แวะศูนย์บริการนักท่องเที่ยวก่อนเพื่อรับแผนที่และเช็กเส้นทางที่เปิดให้เข้า
เวลาเปิด-ปิด : 7.30 - 19.30 น.
ปิซ่าตั้งอยู่ในแคว้นทัสคานี (Toscana) ทางตอนกลางค่อนไปทางตะวันตกของที่เที่ยวอิตาลี ห่างจากฟลอเรนซ์ประมาณ 85 กม. และห่างจากชายฝั่งทะเลลิกูเรียนราว 10 กม. ตัวเมืองถูกแม่น้ำอาร์โนแบ่งเป็นสองฝั่ง ฝั่งเหนือเป็นย่านเมืองเก่า ปิอัซซา เดย มิราโคลี และย่านมหาวิทยาลัย ส่วนฝั่งใต้เป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟ Pisa Centrale และถนนคนเดิน Corso Italia สนามบินกาลิเลโอ กาลิเลอี (PSA) อยู่ใกล้ตัวเมืองมาก ห่างจากสถานีกลางแค่ประมาณ 2 กม. การเดินทางไปปิซ่าเลยสะดวกกว่าหลายเมืองในทัสคานี และเมืองก็เล็กพอที่จะเดินจากสถานีไปถึงหอเอนปิซ่าได้ในเวลาประมาณ 20–25 นาที
จุดเด่นที่ชัดที่สุดคือปิอัซซา เดย มิราโคลี ซึ่งเป็นมรดกโลกของยูเนสโกตั้งแต่ปี 1987 อาคารหินอ่อนสีขาวทั้งสี่หลังตั้งอยู่บนสนามหญ้าเขียวในพื้นที่เดียว เดินดูครบได้ภายในวันเดียว หาเมืองไหนที่รวมงานสถาปัตยกรรมระดับนี้ไว้ใกล้กันขนาดนี้ได้ไม่ง่าย และหอเอนปิซ่าก็เป็นหนึ่งในไม่กี่แลนด์มาร์กของโลกที่เห็นของจริงแล้วอลังกว่าในรูปไปอีก โดยเฉพาะตอนยืนมองจากข้างล่างว่ามันเอียงแค่ไหน!
อีกข้อที่หลายคนมองข้ามคือปิซ่าเป็นเมืองมหาวิทยาลัยที่มีชีวิต พ้นจากจัตุรัสไปแค่ไม่กี่ช่วงตึก บรรยากาศเปลี่ยนเป็นเมืองของคนท้องถิ่นทันที ราคาที่พักและอาหารก็ย่อมเยากว่าฟลอเรนซ์พอสมควร เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่เดินเที่ยวได้ทั้งวัน
สุดท้ายคือทำเล ปิซ่ามีสนามบินที่อยู่ติดตัวเมือง และเชื่อมรถไฟไปลุกกา ฟลอเรนซ์ ชิงเกว เทร์เร และชายทะเลได้ง่าย ใครวางแผนเที่ยวอิตาลีแถบทัสคานีหลายเมือง การปักหมุดพักที่ปิซ่าก่อน แล้วนั่งรถไฟไปกลับแต่ละวัน เป็นแผนที่ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายเลยจ้า
สำหรับคนที่ยังลังเลว่าไปปิซ่าเดือนไหนดี?! ดูสรุปตามฤดูกาลได้ตรงนี้เลยจ้า
ที่พักปิซ่าส่วนใหญ่กระจุกอยู่สองโซน คือรอบหอเอนกับรอบสถานีรถไฟ เลือกตามสไตล์ทริปได้เลย ถ้าเน้นเดินเมืองเก่าให้พักใกล้หอเอน ถ้าวางแผนจะนั่งรถไฟไปเที่ยวเมืองอื่น ๆ ด้วยให้พักใกล้สถานี
เหมาะกับ : คนมาครั้งแรก / คู่รัก / สายคอนเทนต์
Grand Hotel Duomo โรงแรม 4 ดาวบนถนน Via Santa Maria ที่เดินไปถึงหอเอนปิซ่าได้ในไม่กี่นาที ทำเลแบบนี้ทำให้ออกไปถ่ายรูปตอนเช้าก่อนกรุ๊ปทัวร์มาถึงได้สบาย จุดเด่นคือดาดฟ้าชั้นบนที่มองเห็นยอดหอเอนเหนือหลังคาเมือง นั่งตอนเย็นแล้วบรรยากาศดีมาก ห้องพักตกแต่งสไตล์คลาสสิก บางห้องดูเก่าไปบ้างแต่สะอาดและกว้างพอ มีอาหารเช้าแบบบุฟเฟต์ ร้านอาหาร และเคาน์เตอร์ต้อนรับ 24 ชั่วโมง ถนนเส้นนี้มีร้านค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆ ตลอดแนว ออกไปหาของกินตอนดึกก็ไม่ลำบาก
เหมาะกับ : คนเดินทางด้วยรถไฟ / สายเที่ยววันเดียว / คนที่ต้องบินเช้า
NH Pisa ตั้งอยู่ที่ Piazza Stazione ตรงข้ามสถานี Pisa Centrale ลงรถไฟแล้วลากกระเป๋าข้ามถนนก็ถึง และอยู่ห่างสนามบินแค่ประมาณ 2 กม. นั่ง Pisa Mover ไปได้ใน 5 นาที เหมาะกับคนที่ใช้ปิซ่าเป็นฐานนั่งรถไฟไปลุกกา ฟลอเรนซ์ หรือชิงเกว เทร์เร ห้องพักเป็นมาตรฐานโรงแรมเครือ สะอาด เงียบ มีห้องครอบครัวขนาดใหญ่ให้เลือก บริการรับฝากกระเป๋า และเช็กอินได้ถึงดึก จุดที่ต้องรู้ไว้คือจากโรงแรมไปหอเอนต้องเดินประมาณ 20 นาที หรือนั่งรถบัสสั้น ๆ
เหมาะกับ : คนขับรถเที่ยว / ครอบครัว / สายติดแกลม
AC Hotel Pisa by Marriott โรงแรมดีไซน์โมเดิร์นในเครือแมริออท ตั้งอยู่ที่ Via delle Torri ทางฝั่งตะวันออกของเมือง ห่างจากความวุ่นวายของย่านท่องเที่ยว ห้องพักเรียบ สะอาด โทนสีสบายตา มีที่จอดรถ ร้านอาหาร และเคาน์เตอร์ต้อนรับ 24 ชั่วโมง เหมาะกับคนที่เช่ารถเที่ยวทัสคานี เพราะเข้าออกสะดวกกว่าการพักในเขตเมืองเก่าซึ่งมีโซนจำกัดการขับรถ (ZTL) อาหารเช้าเป็นบุฟเฟต์แบบจ่ายเพิ่ม ถ้าจะเข้าเมืองเก่าแนะนำนั่งแท็กซี่หรือรถบัส
ควรจอง เพราะแต่ละรอบจำกัดจำนวนคนและช่วงหน้าร้อนตั๋วหมดเร็ว แต่ถ้าไปช่วงหน้าหนาว ส่วนใหญ่ซื้อหน้างานก็ยังทันจ้า
ราคาประมาณ 20 ยูโร รวมสิทธิ์เข้ามหาวิหารด้วย ถ้าอยากเข้าหอศีลจุ่ม สุสาน และพิพิธภัณฑ์ด้วย ซื้อตั๋วรวมจะคุ้มกว่าซื้อแยก
เด็กอายุต่ำกว่า 8 ปีไม่อนุญาตให้ขึ้นด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ส่วนเด็กอายุ 8–17 ปีต้องมีผู้ใหญ่ไปด้วย
ถ้าดูแค่ปิอัซซา เดย มิราโคลี ครึ่งวันก็พอ แต่ถ้าอยากเดินเมืองเก่า ริมแม่น้ำอาร์โน และพิพิธภัณฑ์ แนะนำ 1 วันเต็มหรือค้าง 1 คืน และอย่าลืมขอเชงเก้นวีซ่าก่อนเดินทางด้วยนะ!
นั่งรถไฟจากสถานี Firenze S.M.N. ไป Pisa Centrale ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าตั๋วราว 9 ยูโร มีรถออกบ่อยตลอดวัน
ไม่ได้ ต้องฝากกระเป๋าที่จุดฝากของใกล้จุดขายตั๋วก่อนขึ้น ซึ่งไม่เสียค่าใช้จ่าย ถือได้แค่โทรศัพท์หรือกล้องเล็ก ๆ
ควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และไม่ใส่กางเกงหรือกระโปรงสั้นเกินไป ถ้าใส่เสื้อแขนกุดมา พกผ้าคลุมไหล่ติดกระเป๋าไว้จะสะดวกที่สุด
โดยรวมปลอดภัย แต่บริเวณหอเอนและสถานีรถไฟมีมิจฉาชีพล้วงกระเป๋าและคนขายของที่เข้ามาตื๊อ ควรเก็บของมีค่าไว้ด้านหน้าและปฏิเสธให้ชัดเจนเมื่อมีคนพยายามยื่นอะไรให้ อย่าไปกลัวจ้า
ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมจองไฟล์ทไปปิซ่าและที่พักในปิซ่ากับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!






