[รีวิว] สะพานบรูคลิน (Brooklyn Bridge) พร้อมจุดไฮไลท์แนะนำ

รีวิวเที่ยวสะพานบรูคลิน (Brooklyn Bridge) แลนด์มาร์กดังแห่งนิวยอร์ก รวมจุดไฮไลต์ วิธีเดินทาง จุดถ่ายรูป กิจกรรม ที่พัก และช่วงเวลาน่าเที่ยวครบในบทความเดียว
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 5 นาที

สะพานบรูคลิน (Brooklyn Bridge) แลนด์มาร์กระดับไอคอนของ New York City ที่แค่เห็นซุ้มหินกับสายเคเบิลเรียงตัวสวย ๆ ก็รู้ทันทีว่า “ถึงนิวยอร์กแล้ว!” สะพานเก่าแก่แห่งนี้ทอดตัวข้าม East River เชื่อมระหว่างฝั่ง Manhattan และ Brooklyn เข้าด้วยกัน และยังเป็นหนึ่งในจุดเดินเล่นชมวิวที่บรรยากาศดีสุด ๆ ของเมืองอีกด้วย

เสน่ห์ของการเที่ยวสะพานบรูคลิน คือไม่ต้องมีกิจกรรมหวือหวาอะไรเลย แค่ใส่รองเท้าสบาย ๆ แล้วค่อย ๆ เดินข้ามสะพานก็เพลินมากแล้ว ระหว่างทางจะได้เห็นทั้ง Manhattan Skyline, East River และโครงสร้างสะพานสุดคลาสสิกที่ไม่ว่าจะหันกล้องไปทางไหนก็ได้รูปฟีล New York กลับมาเต็มเมม ยิ่งช่วงพระอาทิตย์ตกที่แสงสีส้มทองเริ่มส่องผ่านตึก บรรยากาศยิ่งดีเป็นพิเศา

ที่สำคัญคือรอบ ๆ สะพานยังมีที่เที่ยวต่อเพียบ ทั้ง DUMBO, Brooklyn Bridge Park และมุมถ่ายรูป Manhattan Bridge อันโด่งดัง จะจัดเป็นทริปครึ่งวันก็ได้ หรือจะเดินเล่นยาวตั้งแต่บ่ายจนถึงค่ำก็สนุกไม่แพ้กัน ใครกำลังวางแผนเที่ยวสะพานบรูคลินด้วยตัวเอง บทความนี้รวมมาให้ครบทั้งจุดไฮไลต์ วิธีเดินทาง ช่วงน่าเที่ยว กิจกรรม ที่พัก และทริคเล็ก ๆ ที่ช่วยให้เที่ยวสนุกขึ้น ส่วนตั๋วเครื่องบินและที่พักนิวยอร์ก ก็สามารถเช็กและจองผ่าน Traveloka เตรียมไว้ล่วงหน้าได้เลย แล้วค่อยไปใช้เวลาเดินเล่นรับวิว New York กันแบบเต็มที่!

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยวสะพานบรูคลิน (Brooklyn Bridge) ใน 1 นาที

แลนด์มาร์กระดับไอคอนแห่งนิวยอร์ก: สะพานแขวนสายเคเบิลเหล็กสุดคลาสสิกที่เปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 1883 ทอดข้ามแม่น้ำ East River เชื่อมระหว่าง Lower Manhattan และย่าน Brooklyn Heights โดดเด่นด้วยซุ้มหิน Neo-Gothic และสายเคเบิลอันเป็นภาพจำของ New York City
จุดท่องเที่ยวห้ามพลาด: เดินชมวิวพาโนรามาบนทางเดินสะพาน (Brooklyn Bridge Pedestrian Promenade), แวะถ่ายรูปมุมตึกอิฐแดงยอดฮิตกับ Manhattan Bridge ที่ย่าน DUMBO, นั่งชิลชมวิวเมืองริมแม่น้ำที่สวน Brooklyn Bridge Park และชมวิว Manhattan Skyline ช่วงพระอาทิตย์ตกดิน
กิจกรรมยอดฮิต: เดินข้ามสะพานรับลมชมวิวเมือง, ถ่ายรูปเช็กอินกับซุ้มหินสไตล์ Neo-Gothic, เดินเล่นย่านคาเฟ่และโกดังเก่าใน DUMBO และชมแสงสีส้มทองของตึกระฟ้าฝั่ง Manhattan ช่วงเย็น
การเดินทางสะดวก: มีสถานี Subway อยู่ใกล้ทั้งสองฝั่ง ฝั่ง Manhattan ลงสถานี Brooklyn Bridge–City Hall (สาย 4, 5, 6) ส่วนฝั่ง Brooklyn ลงสถานี High Street–Brooklyn Bridge (สาย A, C) หรือสถานี York Street (สาย F) สำหรับคนที่อยากเริ่มเที่ยว DUMBO ก่อน
ช่วงเวลาน่าเที่ยว: เที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่ดีที่สุดคือฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค.–พ.ค.) และฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.–น.ย.) เพราะอากาศกำลังสบาย เดินเล่นได้ไม่ร้อนและไม่หนาวจนเกินไป
ระยะเวลาที่แนะนำ: จัดเป็นทริปครึ่งวัน 3–4 ชั่วโมงกำลังดี เผื่อเวลาเดินข้ามสะพานถ่ายรูปประมาณ 45–60 นาที และเผื่อเวลาเดินเล่นต่อในย่าน DUMBO กับ Brooklyn Bridge Park ช่วงบ่ายจนถึงค่ำ

ประวัติสะพานบรูคลิน (Brooklyn Bridge)

Brooklyn Bridge

สะพานบรูคลิน (Brooklyn Bridge) มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1869 โดยเป็นสะพานแขวนที่เก่าแก่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา สร้างขึ้นโดยจอห์น เอากุสตัส โรบลิง วิศวกรชาวอเมริกัน ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 14 ปี และเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1883 โดยสะพานแห่งนี้ทอดข้ามแม่น้ำ East River เชื่อมระหว่างเกาะManhattan และ Brooklyn มีความยาว 1,825 เมตร และสูง 133 ฟุต ในปี ค.ศ. 1964 สะพานบรูคลินถูกกำหนดให้เป็นแลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์ชาติแห่งสหรัฐอเมริกา ปัจจุบัน มีการกำหนดให้เฉพาะจักรยาน คนเดิน และยานพาหนะที่ไม่ใช่ทางพาณิชย์ผ่านเส้นทางนี้เท่านั้น

จุดไฮไลท์ต่าง ๆ ของสะพานบรูคลิน (Brooklyn Bridge)

1. ทางเดิน Brooklyn Bridge Pedestrian Promenade

มาถึง Brooklyn Bridge New York แล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำแน่นอนก็คือ “เดินข้ามสะพาน” เพราะนี่แหละคือวิธีสัมผัสเสน่ห์ของ Brooklyn Bridge ได้ดีที่สุด ทางเดินจะพาเราผ่านซุ้มหินขนาดใหญ่และสายเคเบิลที่เรียงตัวสวยมาก ยิ่งเดินเข้าใกล้กลางสะพาน มุมต่าง ๆ จะเริ่มเปิดกว้างขึ้น เห็นทั้งตึกสูงและวิวแม่น้ำรอบตัว

ตัวสะพานรวมทางขึ้นมีความยาวประมาณ 1.8 กิโลเมตร ถ้าใครกำลังสงสัยว่าสะพานบรูคลิน เดินกี่นาทีแบบเดินรวดเดียวจริง ๆ ประมาณ 30–40 นาทีก็ถึงอีกฝั่งแล้ว แต่เอาเข้าจริงแทบไม่มีใครเดินรวดเดียวกันแน่นอน เพราะระหว่างทางมีมุมให้หยุดถ่ายรูปเยอะมาก แนะนำเผื่อไว้ประมาณ 45–60 นาที จะได้เดินไป ถ่ายรูปไป และหยุดชมวิวแบบไม่ต้องรีบ

2. ซุ้มหินและสายเคเบิลสุดคลาสสิก

หนึ่งในภาพจำของ สะพานบรูคลิน นิวยอร์ก คือซุ้มหินสไตล์ Neo-Gothic ขนาดใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่กลางสะพาน พร้อมสายเคเบิลจำนวนมากที่พาดไขว้กันจนเกิดเป็นแพตเทิร์นสวย ๆ บอกเลยว่าของจริงดูอลังการกว่าในรูปเยอะ

Brooklyn Bridge เริ่มก่อสร้างในปี 1869 และเปิดใช้งานในปี 1883 เรียกว่าผ่านมากว่า 140 ปีแล้ว แต่เสน่ห์ยังไม่ลดลงเลย แถมช่วงที่สร้างเสร็จใหม่ ๆ ยังเคยครองตำแหน่งสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลกอีกด้วย

ใครกำลังตามหาจุดถ่ายรูป สะพานบรูคลิน แนะนำบริเวณใกล้ซุ้มหินเลย ลองยืนตรงกลางทางเดินแล้วถ่ายย้อนกลับ จะได้ทั้งซุ้ม สายเคเบิล และทางเดินยาว ๆ อยู่ในเฟรมเดียวกัน เป็นมุมคลาสสิกที่ได้ฟีล New York แบบเต็มร้อย

3. วิว Manhattan Skyline และ East River

อีกเหตุผลที่ทำให้การเดินข้ามสะพานบรูคลิน สนุกกว่าการแค่มาถ่ายรูปแล้วกลับ คือวิวระหว่างทางนี่แหละ เพราะบนสะพานสามารถมองเห็น Manhattan Skyline ได้แบบเต็ม ๆ โดยเฉพาะเวลาเดินจากฝั่ง Brooklyn กลับเข้า Manhattan ตึกสูงของเมืองจะอยู่ตรงหน้าและค่อย ๆ ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งเดินยิ่งรู้สึกว่า “นี่แหละนิวยอร์ก!”

ส่วนด้านล่างก็เป็นแม่น้ำ East River ที่มีเรือแล่นผ่านไปมา แถมรอบ ๆ ก็เป็นวิวตึกและสะพานต่าง ๆ ของเมือง ช่วงที่แนะนำมากคือก่อนพระอาทิตย์ตก เพราะแสงจะเริ่มนุ่ม ตึกฝั่ง Manhattan กลายเป็นสีทอง ถ่ายรูปออกมาสวยแบบแทบไม่ต้องแต่งเพิ่มเลย

4. DUMBO และมุมถ่ายรูป Manhattan Bridge

เดินมาถึงฝั่ง Brooklyn แล้ว อย่าเพิ่งรีบขึ้นรถไฟกลับ! เพราะด้านล่างสะพานมี DUMBO ย่านสุดฮิปที่ควรเผื่อเวลาเดินเล่นต่ออีกสักหน่อย ย่านนี้จะเต็มไปด้วยอาคารอิฐแดง โกดังเก่าที่เปลี่ยนมาเป็นคาเฟ่ ร้านอาหาร และร้านเก๋ ๆ อีกมากมาย บรรยากาศจะดูชิลและมีความอาร์ตต่างจากฝั่ง Manhattan พอสมควร

ที่พลาดไม่ได้เลยคือ จุดถ่ายรูป DUMBO บริเวณ Washington Street ซึ่งจะมองเห็น Manhattan Bridge อยู่ตรงกลางระหว่างอาคารอิฐสองฝั่งแบบพอดิบพอดี เป็นหนึ่งในมุมถ่ายรูปที่ดังที่สุดของ New York ใครเคยเห็นภาพนี้ใน Instagram แล้วอยากตามรอย มาถึงแล้วต้องเก็บให้ได้!

5. Brooklyn Bridge Park

เดินมาเยอะแล้วก็ถึงเวลาหาที่นั่งพักกันบ้าง และ Brooklyn Bridge Park นี่แหละคือจุดที่เหมาะมาก สวนสาธารณะริมน้ำแห่งนี้อยู่ติดกับ East River และมองเห็น Manhattan Skyline แบบกว้าง ๆ บรรยากาศดีม้ากกก โดยเฉพาะช่วงเย็นที่แดดเริ่มอ่อนลง

จะซื้อกาแฟหรือของกินมานั่งเล่นบนสนามหญ้า เดินเลียบแม่น้ำ หรือรอดูพระอาทิตย์ตกก็ได้หมด แถมยังมี Emily Warren Roebling Plaza ที่อยู่ใต้ Brooklyn Bridge ให้ลองเปลี่ยนมุมมองมาดูตัวสะพานจากด้านล่างอีกด้วย ยิ่งอยู่ต่อจนฟ้ามืดแล้วเห็นไฟจากฝั่ง Manhattan เปิดขึ้นทีละตึก บอกเลยว่าโรแมนติกมาก

ที่ตั้งและการเดินทางไปสะพานบรูคลิน (Brooklyn Bridge)

สำหรับคนที่สงสัยว่า สะพานบรูคลิน อยู่ที่ไหน ตัวสะพานตั้งอยู่ใน New York City ประเทศสหรัฐอเมริกา ทอดข้าม East River เพื่อเชื่อม Lower Manhattan เข้ากับย่าน Brooklyn Heights ฝั่ง Brooklyn ถือเป็นทั้งเส้นทางสัญจรสำคัญและแลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์ที่อยู่คู่กับนิวยอร์กมาตั้งแต่ปี 1883 เลย 

ข้อดีคือการมาเที่ยวสะพานบรูคลิน ไม่ได้เดินทางยากเลย เพราะทั้งสองฝั่งมีสถานี Subway อยู่ใกล้ ๆ จะเริ่มเดินจาก Manhattan หรือ Brooklyn ก็เลือกได้ตามแพลนเที่ยวของวันนั้นเลย

วิธีเดินทางจากไทยไป New York

จากประเทศไทย ปัจจุบันยังไม่มีเที่ยวบินตรงไปยังนิวยอร์ก ทุกสายการบินจะต้องแวะต่อเครื่องอย่างน้อย 1 จุด (เช่น โตเกียว โซล หรือโดฮา) โดยมีสนามบินหลัก 2แห่งที่รองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ได้แก่:

John F. Kennedy International Airport (JFK): สนามบินยอดนิยม เข้าเมืองง่ายด้วย AirTrain เชื่อมต่อรถไฟใต้ดิน Subway (สาย A หรือ E) หรือนั่งรถไฟด่วน LIRR เข้าสู่ใจกลางเมืองที่ Penn Station
Newark Liberty International Airport (EWR): อยู่ฝั่งรัฐนิวเจอร์ซีย์ เดินทางเข้า Manhattan สะดวกด้วย AirTrain ต่อรถไฟ NJ Transit ตรงเข้า New York Penn Station

วิธีเดินทางไปสะพานบรูคลิน

1. เริ่มต้นจากฝั่ง Manhattan (เน้นเดินข้ามไป Brooklyn)

จุดเริ่มต้นยอดฮิตสำหรับคนที่เพิ่งเที่ยวฝั่ง Manhattan เสร็จ แล้วอยากเดินรับลมชมวิวข้ามฝั่ง

รถไฟใต้ดิน (Subway):

สถานี Brooklyn Bridge–City Hall (สาย 4, 5, 6): สะดวกที่สุด! ทางขึ้นสะพานตั้งอยู่แทบจะทันทีที่ก้าวออกจากสถานี
สถานี Chambers Street (สาย J, Z): เดินสั้นๆ เพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงจุดเริ่มต้นทางเดิน
สถานี City Hall (สาย R, W): เดินตัดผ่านสวน City Hall Park สวยๆ มายังทางขึ้นสะพานได้เลย
สถานี Fulton Street (สาย A, C, 2, 3): สถานีใหญ่ เดินต่อประมาณ 5–7 นาที

รถประจำทาง (MTA Bus):

สาย M15 / M15-SBS: ลงป้าย Park Row/Spruce St หรือ Pearl St/Fulton St
สาย M9, M22, M103: ลงป้ายบริเวณรอบสวน City Hall Park

2. เริ่มต้นจากฝั่ง Brooklyn / ย่าน DUMBO (เน้นเดินข้ามกลับเข้า Manhattan )

เหมาะสำหรับคนที่อยากไปเช็กอินย่านอาร์ตอย่าง DUMBO หรือ Brooklyn Bridge Park ก่อน แล้วค่อยเดินชมวิววิถีชีวิตเมืองนิวยอร์กย้อนกลับเข้าฝั่ง Manhattan

รถไฟใต้ดิน (Subway):

สถานี High Street–Brooklyn Bridge (สาย A, C): เดินใกล้ทางขึ้นสะพานฝั่งบรูคลินที่สุด (บริเวณ Cadman Plaza East)
สถานี York Street (สาย F): เหมาะที่สุดสำหรับคนที่จะไปเดินถ่ายรูปมุมตึกอิฐยอดฮิตที่ย่าน DUMBO ก่อนเป็นอันดับแรก
สถานี Clark Street (สาย 2, 3): ลงย่าน Brooklyn Heights เดินชมบรรยากาศบ้านเรือนคลาสสิกก่อนขึ้นสะพาน
สถานี Court Street / Borough Hall (สาย R, 2, 3, 4, 5): เดินชมเมืองต่ออีกราวๆ 8–10 นาที

รถประจำทาง (MTA Bus):

สาย B25: ลงป้าย Fulton St/Prospect St หรือ Cadman Plaza West
สาย B57, B62: ลงป้ายใกล้แยก Sands St / Jay St แล้วเดินต่อเข้าสู่ตัวสะพาน

จุดเด่นของสะพานบรูคลิน (Brooklyn Bridge)

เป็นแลนด์มาร์กระดับไอคอนของ New York City: แค่เห็นซุ้มหินกับสายเคเบิลก็จำได้ทันที เป็นหนึ่งในภาพที่ผูกกับ New York มานานมาก ทั้งในหนัง ซีรีส์ และโปสการ์ดต่าง ๆ
เก่าแก่แต่ยังเท่มาก: สะพานบรูคลิน อเมริกา เปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 1883 และครั้งหนึ่งเคยเป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก ปัจจุบันผ่านมาเกิน 140 ปีแล้ว แต่ก็ยังคงเป็นแลนด์มาร์กที่คนทั่วโลกอยากมาเห็นด้วยตาตัวเอง
วิว Manhattan สวยแบบไม่ต้องเสียค่าชมวิว: ไม่ต้องขึ้นตึกสูงก็ได้เห็น Skyline ของ New York แบบเต็ม ๆ โดยเฉพาะเวลามองจากฝั่ง Brooklyn หรือเดินอยู่กลางสะพาน วิวดีแบบฟรี ๆ เลย
เดินเที่ยวฟรี: ตัวทางเดินสาธารณะสามารถใช้งานได้ทุกวัน และไม่เสียค่าเข้าชม จึงเป็นหนึ่งในกิจกรรมประหยัดงบที่คุ้มมากใน New York
เที่ยวต่อได้อีกหลายจุด: รอบสะพานมีทั้ง DUMBO, Brooklyn Bridge Park, Brooklyn Heights และ Lower Manhattan ทำให้สามารถจัดเป็นทริปครึ่งวันหรือเที่ยวลากยาวตั้งแต่บ่ายถึงกลางคืนได้สบาย
กลางวันก็สวย กลางคืนก็ได้อีกฟีล: ตอนกลางวันเหมาะกับการดูรายละเอียดของตัวสะพาน ส่วนกลางคืนจะเปลี่ยนเป็นบรรยากาศโรแมนติก เห็นแสงไฟจาก Manhattan สะท้อนลงบน East River สวยไปอีกแบบ

เที่ยวสะพานบรูคลิน (Brooklyn Bridge) เดือนไหนดี?

จริง ๆ แล้ว Brooklyn Bridge เที่ยวได้ตลอดทั้งปี เพราะแต่ละฤดูให้อารมณ์ต่างกัน แต่ถ้าถามว่าสะพานบรูคลิน เที่ยวช่วงไหนดี แบบเดินสบาย ถ่ายรูปสนุก และไม่ต้องสู้กับอากาศสุดขั้วมากเกินไป ช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงถือว่ากำลังดีเลย

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม): อากาศเริ่มอุ่นขึ้นหลังผ่านหน้าหนาว ช่วงเมษายน–พฤษภาคมอุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 12–17°C เดินกลางแจ้งสบายขึ้น ต้นไม้รอบ Brooklyn Bridge Park เริ่มเขียวและมีดอกไม้ให้เห็น บรรยากาศสดใสมาก เหมาะกับคนที่อยากเดินเล่นยาว ๆ แบบไม่เหนื่อยจากอากาศร้อน
ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม): New York ช่วงนี้คึกคักสุด ๆ กลางวันยาว เที่ยวได้ตั้งแต่เช้าจนค่ำ อุณหภูมิช่วงกลางฤดูร้อนเฉลี่ยประมาณ 25°C และบางวันอาจแตะประมาณ 30°C ข้อควรรู้คือบนสะพานแทบไม่มีร่มเงา ถ้ามาช่วงเที่ยงอาจร้อนเอาเรื่อง แนะนำมาเช้าหรือช่วงเย็นจะชิลกว่าเยอะ
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน): เป็นช่วงที่น่าเที่ยวมากอีกช่วงหนึ่ง อากาศเริ่มเย็นลง โดยช่วงกันยายน–ตุลาคมเฉลี่ยประมาณ 14–21°C เดินสบาย แสงสวย และบรรยากาศรอบเมืองเริ่มมีสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี ใครชอบถ่ายรูปน่าจะหลงรักช่วงนี้
ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์): ใครอยากสัมผัส New York หน้าหนาวแบบในหนัง ช่วงนี้ก็มีเสน่ห์มาก โดยเดือนมกราคมอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่แถว ๆ 1°C และบางวันอาจต่ำกว่านั้นได้ ข้อดีคือบรรยากาศบนสะพานอาจสงบขึ้น แต่ต้องเตรียมรับมือกับลมแรง เพราะตรงสะพานเปิดโล่งเหนือแม่น้ำ หนาวกว่าตอนเดินอยู่ในเมืองพอสมควร

กิจกรรมแนะนำในสะพานบรูคลิน (Brooklyn Bridge)

เดินข้าม Brooklyn Bridge ให้ครบสักครั้ง: มาถึงแล้วต้องลอง! เผื่อเวลาสัก 45–60 นาที เดินช้า ๆ ถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ แล้วหยุดดู Manhattan Skyline กับ East River ระหว่างทาง บอกเลยว่าเป็นกิจกรรมง่าย ๆ แต่ได้ฟีล New York มาก
ถ่ายรูปกับซุ้มหินและสายเคเบิล: มุมซิกเนเจอร์ของสะพานที่ยังไงก็ต้องมีติดกล้องกลับบ้าน ลองถ่ายตรงช่วงใกล้ซุ้มหิน จะได้เส้นสายของเคเบิลพุ่งเข้าหากลางภาพ บอกเลยว่าเท่สุด ๆ
เดินเล่นที่ DUMBO: ลงจากสะพานแล้วแวะต่อได้ทันที ย่านนี้มีทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร อาคารอิฐ และมุมถ่ายรูปเพียบ จะเดินเล่นแบบไม่มีแพลนก็สนุก
ตามหา Manhattan Bridge ที่ Washington Street: จุดถ่ายรูป DUMBO ระดับไอคอนที่ใครมา New York ก็อยากมีรูปกลับไปสักรูป แนะนำมาเช้าหน่อย เพราะช่วงสายถึงเย็นคนค่อนข้างเยอะ
นั่งพักที่ Brooklyn Bridge Park: หลังเดินจนขาเริ่มล้า ลองหาของกินแล้วมานั่งริม East River ชมวิว Manhattan กันต่อ บรรยากาศดีมากโดยเฉพาะช่วงเย็น
รอดูพระอาทิตย์ตก: ใครไม่รีบ แนะนำอยู่ต่อเลย เพราะช่วงที่ท้องฟ้าค่อย ๆ เปลี่ยนสีบวกกับไฟใน Manhattan เริ่มเปิดขึ้นทีละตึก เป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่สวยที่สุดของการเที่ยวโซนนี้
ดู Brooklyn Bridge ตอนกลางคืน: หลังพระอาทิตย์ตกอย่าเพิ่งกลับ เพราะสะพานบรูคลิน กลางคืน โรแมนติกมาก! แสงไฟจากสะพานและตึกฝั่ง Manhattan สะท้อนลงบนแม่น้ำ ได้บรรยากาศ New York คนละแบบกับตอนกลางวันเลย

แนะนำที่พักใกล้สะพานบรูคลิน (Brooklyn Bridge)

อยากเที่ยว Brooklyn Bridge, DUMBO และย่านรอบ ๆ ฝั่ง Brooklyn ให้สะดวก แนะนำเลือกที่พักที่เดินทางเข้า Manhattan ง่าย และอยู่ไม่ไกลจากสถานี Subway เพราะจะช่วยให้จัดทริปได้คล่องขึ้นเยอะ ไม่ว่าจะอยากตื่นเช้ามาเดินสะพานบรูคลิน หรือเที่ยวต่อ Williamsburg, Lower Manhattan และ Brooklyn Heights ก็ไปได้ไม่ยาก

Penny Williamsburg

Penny Williamsburg เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์สุด ๆ สำหรับคนที่อยากพักในย่าน Brooklyn แบบมีสไตล์ เพราะตัวโรงแรมตั้งอยู่ใน Williamsburg ย่านสุดฮิปที่เต็มไปด้วยคาเฟ่ ร้านอาหาร บาร์ และร้านดีไซน์เก๋ ๆ บรรยากาศรอบโรงแรมจะมีความชิลและชิคสุด ๆ เหมาะกับสายเที่ยวที่อยากสัมผัส New York ในมุมที่แตกต่างจาก Manhattan ห้องพักของที่นี่ตกแต่งแบบโมเดิร์น มีลูกเล่นสนุก ๆ และให้ฟีลอบอุ่นแบบโรงแรมบูทีค แถมยังเดินทางต่อไป Brooklyn Bridge, DUMBO หรือเข้า Manhattan ได้ค่อนข้างสะดวก ใครอยากได้ทั้งโลเคชันดี บรรยากาศมีชีวิตชีวา และมีร้านน่านั่งรอบ ๆ เพียบ ที่นี่ตอบโจทย์มาก

1 Hotel Brooklyn Bridge

ถ้าอยากเพิ่มความพิเศษให้ทริป New York อีกหน่อย 1 Hotel Brooklyn Bridge คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่านอนมาก เพราะโรงแรมตั้งอยู่ติด Brooklyn Bridge Park และใกล้ DUMBO แบบเดินเที่ยวได้สบาย ๆ จุดเด่นคือวิว Manhattan Skyline และ Brooklyn Bridge ที่สวยจับใจ โดยเฉพาะช่วงเย็นที่แสงเริ่มเปลี่ยนสีแล้วไฟฝั่ง Manhattan ค่อย ๆ เปิดขึ้น ตัวโรงแรมออกแบบในสไตล์โมเดิร์นที่ดูหรู แต่ยังให้บรรยากาศอบอุ่นและผ่อนคลาย มีการใช้วัสดุธรรมชาติในการตกแต่ง ทำให้ฟีลโดยรวมดูสบายตา เหมาะกับคู่รักหรือคนที่อยากพักแบบพรีเมียมขึ้นมาอีกระดับ ที่สำคัญคือทำเลดีมาก หลังเดินเที่ยวสะพานบรูคลินเหนื่อย ๆ ก็กลับมาพักได้แบบไม่ต้องต่อรถหลายรอบ

NY Moore Hostel

สำหรับสายเที่ยวที่เน้นออกไปตะลุย New York ทั้งวัน แล้วอยากประหยัดงบเรื่องที่พัก NY Moore Hostel เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ ตัวโฮสเทลอยู่ฝั่ง Brooklyn และให้บรรยากาศเป็นกันเอง เหมาะกับนักเดินทางเดี่ยว กลุ่มเพื่อน หรือคนที่อยากเอางบไปลงกับของกิน ช้อปปิ้ง และกิจกรรมในเมืองมากกว่า บรรยากาศโดยรวมสบาย ๆ ไม่ทางการ และสามารถเดินทางด้วย Subway ไปยัง Williamsburg, DUMBO, Brooklyn Bridge และ Manhattan ได้ไม่ยาก ถือเป็นที่พักบรูคลิน ที่เหมาะกับสายแบ็กแพ็กหรือคนที่อยากเที่ยว New York แบบคุมงบ แต่ยังอยากพักในย่านที่มีชีวิตชีวา

ใครมีวันเดินทางแน่นอนแล้ว สามารถลองเช็กที่พักนิวยอร์กหรือที่พักบรูคลิน ผ่าน Traveloka เพื่อเปรียบเทียบราคา ทำเล และประเภทห้องพักก่อนจองได้เลย เพราะราคาโรงแรมใน New York เปลี่ยนตามฤดูกาลและวันเข้าพักค่อนข้างเยอะ จองล่วงหน้าหน่อยก็มีโอกาสได้ตัวเลือกที่ตรงใจมากกว่า

เคล็ดลับการเที่ยวสะพานบรูคลิน (Brooklyn Bridge)

Brooklyn Bridge Park
อยากถ่ายรูปสวยแบบไม่ต้องหลบคนเยอะ ให้มาเช้า: Brooklyn Bridge เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กยอดฮิตของ New York ช่วงสายถึงเย็นคนค่อนข้างแน่น ถ้าอยากได้ภาพสะพานโล่ง ๆ แนะนำยอมตื่นเช้าหน่อย คุ้มแน่นอน
ลองเริ่มจาก Brooklyn แล้วเดินกลับ Manhattan: เส้นทางนี้เป็นหนึ่งในทริคที่อยากแนะนำ เพราะตอนเดินจะเห็น Manhattan Skyline อยู่ด้านหน้า สามารถเที่ยว DUMBO และ Brooklyn Bridge Park ก่อน แล้วค่อยเดินข้ามสะพานกลับเข้าเมืองได้เลย
ใส่รองเท้าที่เดินสบาย: แค่สะพานอย่างเดียวก็ยาวประมาณ 1.8 กิโลเมตรแล้ว ถ้ารวม DUMBO กับ Brooklyn Bridge Park เข้าไปด้วย วันนั้นอาจเดินเป็นหมื่นก้าวแบบไม่รู้ตัว รองเท้าดี ๆ ช่วยชีวิตได้มากจริง ๆ
อย่าจัดเวลาแน่นเกินไป: ใครที่สงสัยว่าสะพานบรูคลิน เดินกี่นาที บอกเลยว่าแม้จะเดินรวดเดียวได้ในประมาณ 30–40 นาที แต่แนะนำเผื่อ 45–60 นาทีไปเลย เพราะระหว่างทางมีมุมให้หยุดถ่ายรูปเยอะมาก รีบเกินไปแล้วจะเสียดาย
หน้าร้อนพกน้ำกับหมวกไปด้วย: บนสะพานแทบไม่มีร่มเงา แดดช่วงกลางวันค่อนข้างแรง โดยเฉพาะเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม ทากันแดด พกน้ำ และมาเช้าหรือเย็นจะเที่ยวสบายกว่า
หน้าหนาวเตรียมเสื้อกันลมให้พร้อม: อุณหภูมิบนแอปอาจดูเหมือนไม่หนาวมาก แต่พอขึ้นสะพานแล้วเจอลมจากแม่น้ำ East River ความรู้สึกจะต่างกันทันที หมวก ถุงมือ และเสื้อกันลมมีไว้ไม่เสียหาย
อยากได้ครบทั้งกลางวัน พระอาทิตย์ตก และกลางคืน ให้เริ่มช่วงบ่าย: เริ่มจากเดินเล่น DUMBO ช่วงบ่าย ต่อด้วย Brooklyn Bridge Park ตอนพระอาทิตย์ตก แล้วค่อยขึ้นสะพานตอนฟ้าเริ่มมืด แบบนี้จะได้เห็น Brooklyn Bridge หลายบรรยากาศในวันเดียว คุ้มมาก!

สุดท้ายแล้วเสน่ห์ของสะพานบรูคลิน อาจไม่ใช่แค่ความสวยของตัวสะพาน แต่เป็นบรรยากาศระหว่างที่เราเดินอยู่ตรงนั้นมากกว่า ทั้งเสียงเมือง วิว Manhattan ที่อยู่ตรงหน้า ลมจากแม่น้ำ และผู้คนที่เดินสวนกันไปมา  ให้บรรยากาศ New York แบบที่การนั่งรถผ่านเฉย ๆ ให้ไม่ได้จริง ๆ

เพราะฉะนั้นใครมีแพลนมา New York อย่าลืมเว้นเวลาสักครึ่งวันสำหรับเที่ยวสะพานบรูคลิน เดินเล่น DUMBO แล้วไปนั่งดูพระอาทิตย์ตกที่ Brooklyn Bridge Park กันสักรอบ ส่วนเรื่องตั๋วเครื่องบินและที่พักก็เตรียมไว้ล่วงหน้าผ่าน Traveloka ได้เลย แล้วค่อยเก็บแรงไว้เดินให้เต็มที่ เพราะทริปนี้มีโอกาสทะลุหมื่นก้าวแบบไม่รู้ตัวแน่นอน!

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวสะพานบรูคลิน (Brooklyn Bridge)

Q: ไปเที่ยว New York ต้องทำวีซ่าไหม?

A: ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยต้องยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกา (Visa B1/B2) และได้รับอนุมัติล่วงหน้าก่อนเดินทาง

Q: ค่าใช้จ่ายในการขึ้นสะพานบรูคลินประมาณเท่าไหร่?

A: การเดินข้ามสะพานบรูคลินและเข้าชมสวน Brooklyn Bridge Park เปิดให้เข้าชมฟรีโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมใดๆ ค่าใช้จ่ายหลักๆ จะมีเพียงค่าเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน (Subway) เที่ยวละประมาณ $2.90 และค่าอาหารหรือเครื่องดื่มตามย่านรอบๆ เท่านั้น

Q: เดินทางจากสนามบินเข้าเมืองไปสะพานบรูคลินยังไง?

A: หากลงสนามบิน JFK สามารถนั่ง AirTrain มาลงสถานี Jamaica Station แล้วต่อ Subway สาย A ตรงมาลงสถานี High Street ฝั่งบรูคลิน หรือลงสถานี Fulton Street ฝั่งแมนฮัตตันได้เลย ส่วนสนามบิน EWR นั่ง AirTrain ต่อรถไฟ NJ Transit เข้า New York Penn Station แล้วค่อยต่อ Subway สาย 2 หรือ 3

Q: ไปเที่ยวสะพานบรูคลินช่วงไหนของวันดีที่สุด?

A: ช่วงเช้าตรู่ (ก่อน 08:00 น.) เหมาะที่สุดสำหรับการถ่ายรูปหลบฝูงชน แต่หากอยากได้บรรยากาศโรแมนติก แนะนำช่วง Golden Hour ก่อนพระอาทิตย์ตกไปจนถึงหัวค่ำ เพื่อชมแสงสีส้มทองกระทบตึกและไฟจาก Manhattan Skyline เปิดขึ้นพร้อมกัน

Q: แต่งตัวอย่างไรไปเดินสะพานบรูคลินดี?

A: ควรสวมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าที่เดินสบายเพราะต้องเดินอย่างน้อย 1.8 กิโลเมตร สำหรับหน้าร้อนควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด และทากันแดดเนื่องจากบนสะพานไม่มีร่มเงา ส่วนหน้าหนาวต้องเตรียมเสื้อกันลม หมวกไหมพรม และถุงมือ เพราะลมบนสะพานเหนือแม่น้ำค่อนข้างแรงและหนาวจัด

Q: นำรถยนต์ส่วนตัวไป มีที่จอดรถใกล้สะพานบรูคลินไหม?

A: ไม่อนุญาตให้จอดรถบนตัวสะพาน และการหาที่จอดรถริมถนน (Street Parking) ทั้งฝั่ง Manhattan และ DUMBO ทำได้ยากมากรวมถึงมีค่าบริการสูง แนะนำให้ใช้บริการลานจอดรถเอกชน (Parking Garage) ในย่าน DUMBO หรือเลือกเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน Subway จะสะดวกที่สุด

บทความแนะนำ

20 ของฝากจอร์เจีย ที่ห้ามพลาด พร้อมลิสต์แหล่งช้อปยอดนิยม [อัปเดท 2026]

19 Jan 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 4 นาที

เที่ยวจอร์เจีย เดือนไหนดี? - ที่เที่ยวกิจกรรมแนะนำในแต่ละฤดูกาล

06 Jan 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 2 นาที

อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี (Yosemite National Park) สวรรค์ที่คนรักธรรมชาติต้องห้ามพลาด

02 May 2024 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที

เลโก้แลนด์ สู่โลกแห่งจินตนาการ เปิดประสบการณ์เลโก้แลนด์อเมริกา

02 May 2024 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที

ไทม์สแควร์ (Times Square) ย่านแสงสีที่ไม่เคยหลับใหล ใจกลางนิวยอร์ก

02 May 2024 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที

[รีวิว] Central Park พร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ

29 Aug 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 5 นาที

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ $geoName

Florida

United States

California

United States

Texas

United States

Hawaii

United States
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร