[รีวิว] British Museum พร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ

รีวิวพิพิธภัณฑ์บริติช (British Museum) กลางลอนดอนที่เข้าชมฟรี พร้อมไฮไลท์ห้ามพลาดอย่างหินโรเซตตาและมัมมี่อียิปต์ กิจกรรมแนะนำ วิธีเดินทางจากกรุงเทพฯ เดือนที่เหมาะกับการไป และที่พักใกล้เคียง
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
British Museum พิพิธภัณฑ์บริติช เที่ยวลอนดอน

ถ้าวางแผนเที่ยวลอนดอนแล้วมีเวลาให้พิพิธภัณฑ์ได้แค่ที่เดียว British Museum คือคำตอบล็อคมงที่ต้องไปจ้า! พิพิธภัณฑ์บริติชแห่งนี้เปิดให้ประชาชนเข้าชมมาตั้งแต่ปี 1759 เก็บโบราณวัตถุไว้หลายล้านชิ้นจากแทบทุกมุมโลก ตั้งแต่หินโรเซตตาที่เป็นกุญแจไขอักษรอียิปต์โบราณ มัมมี่อียิปต์อายุหลายพันปี ไปจนถึงรูปสลักโมอายจากเกาะอีสเตอร์ และที่ทำให้คนแน่นทุกวันคือ British Museum เข้าฟรีสำหรับโซนหลักทั้งหมดนั่นเอง!

จากที่ไปมา บอกตรง ๆ ว่าวันเดียวเดินไม่ทั่วแน่นอน เพราะบริติชมิวเซียมมีห้องจัดแสดงมากกว่า 60 ห้อง ถ้าเข้าไปแบบเดินมั่ว ๆ จะเสียเวลาไปกับการหาทางมากกว่าการดูของ บทความนี้เลยคัดไฮไลท์ที่ควรไปดูสักครั้ง กิจกรรมที่ทำแล้วคุ้ม การเดินทางไป British Museum ช่วงเวลาน่าเที่ยว ที่พักใกล้ British Museum และเคล็ดลับประหยัดเวลาที่ใช้ได้จริง!

Quick Summary

ไฮไลท์ของ British Museum: 6 ชิ้นที่ไม่ควรพลาด คือ หินโรเซตตา มัมมี่อียิปต์ ประติมากรรมวิหารพาร์เธนอน รูปสลักโมอาย สมบัติซัตตันฮู และรูปสลักสิงโตมีปีกแห่งอัสซีเรีย
กิจกรรมแนะนำ: ถ่ายภาพหลังคากระจกที่ Great Court จองทัวร์ไฮไลท์ 90 นาทีของพิพิธภัณฑ์ และจิบชายามบ่ายที่ Great Court Restaurant
ที่ตั้งและการเดินทาง: อยู่ย่าน Bloomsbury ใจกลางลอนดอน บินจากกรุงเทพฯ ประมาณ 13 ชั่วโมง จากสนามบินฮีทโธรว์นั่ง Elizabeth line มาลงสถานี Tottenham Court Road แล้วเดินต่ออีกไม่กี่นาที
จุดเด่นของ British Museum: เข้าชมฟรี! รวมประวัติศาสตร์ที่สำคัญของมนุษย์ไว้ในที่เดียว และเปิดถึง 20.30 น. ทุกวันศุกร์
ช่วงเวลาที่เหมาะ: กันยายนถึงตุลาคมคนน้อยกว่าหน้าร้อนและอากาศกำลังดี ส่วนวันอังคารถึงพฤหัสฯ เป็นวันที่คนบางที่สุดของสัปดาห์
ที่พักใกล้ British Museum: The Waldorf Hilton London สำหรับสายหรู The Z Hotel Covent Garden สำหรับสายประหยัด และ Tavistock Hotel สำหรับคนอยากเดินไปพิพิธภัณฑ์
เคล็ดลับ: จองบัตรแบบระบุเวลาล่วงหน้า ใช้ทางเข้าด้านหลัง Montague Place ไม่พกกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ และวางเส้นทางตามชั้นเพื่อไม่ให้เดินวนซ้ำ ถ้าอยากเข้าถึงก็จองไกด์ทัวร์ล่วงหน้าไปเลยจ้า

ไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำของ British Museum

1.หินโรเซตตา (Rosetta Stone)

Credit : smarthistory

หินโรเซตตา (Rosetta Stone) คือเหตุผลอันดับหนึ่งที่คนมาเที่ยว British Museum! แผ่นหินแกรนิตสีเข้มอายุประมาณ 196 ปีก่อนคริสตกาลนี้จารึกพระราชกฤษฎีกาฉบับเดียวกันไว้ด้วยอักษร 3 ภาษาด้วยกันคือ ไฮโรกลิฟิก เดโมติก และกรีกโบราณ นักวิชาการจึงใช้ภาษากรีกที่อ่านออกเทียบกลับไปจนฌ็อง-ฟร็องซัว ช็องโปลียง (Jean-François Champollion) ถอดรหัสอักษรไฮโรกลิฟิกได้สำเร็จในปี 1822 ตัวจริงตั้งอยู่ในห้อง 4 ซึ่งคนออกันหนาแน่นตลอดวัน เทคนิคประหยัดเวลาคือเดินมาที่นี่เป็นจุดแรกตอนพิพิธภัณฑ์เพิ่งเปิด และถ้าอยากสัมผัสพื้นผิวหิน ห้อง 1 (Enlightenment Gallery) มีแบบจำลองให้จับได้ แถมคนน้อยกว่ามาก

2.มัมมี่อียิปต์และโลงศพโบราณ (Egyptian Mummies)

Credit : FB British Museum

คอลเลกชันอียิปต์ของพิพิธภัณฑ์บริติชใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ นอกประเทศอียิปต์ ห้อง 62–63 บนชั้นบนรวบรวมมัมมี่อียิปต์ โลงศพไม้ทาสี หน้ากากศพ และมัมมี่สัตว์อย่าง แมว จระเข้ และเหยี่ยวที่ชาวอียิปต์เชื่อว่าเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ใกล้กันในห้อง 64 ยังมีร่างมนุษย์อายุกว่า 5,000 ปีที่แห้งตามธรรมชาติในผืนทรายก่อนจะมีพิธีทำมัมมี่ด้วยซ้ำ ส่วนตัวมองว่าโซนนี้ต้องใช้เวลาอ่านป้ายเพื่อทำความเข้าใจสักหน่อย เพราะเรื่องความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายคือแก่นของการจัดแสดง และจากที่ไปมา แนะนำให้ขึ้นมาช่วงบ่ายแก่ ๆ ที่กรุ๊ปทัวร์เริ่มซาแล้ว

3.ประติมากรรมวิหารพาร์เธนอน (Parthenon Sculptures)

Credit : britishmuseum 

ห้อง 18 เป็นห้องโถงยาวที่จัดแสดงประติมากรรมหินอ่อนจากวิหารพาร์เธนอนในกรุงเอเธนส์ ซึ่งสร้างขึ้นราว 447–432 ปีก่อนคริสตกาล ไฮไลท์คือภาพสลักนูนต่ำแถบยาวที่เล่าขบวนแห่เทศกาลพานาธีเนีย รูปม้าและนักขี่ม้ามีรายละเอียดกล้ามเนื้อและผ้าที่ดูพลิ้วไหวจนดูมีชีวิตไม่เหมือนทำจากหิน ประติมากรรมชุดนี้ถูกลอร์ดเอลจินนำออกจากกรีซช่วงต้นศตวรรษที่ 19 และรัฐบาลกรีซยังเรียกร้องให้ส่งคืนมาจนถึงทุกวันนี้ 

4.รูปสลักหินโมอาย (Moai Statue)

Credit : britishmuseum

รูปสลักโมอายตัวนี้มีชื่อว่า Hoa Hakananai'a มาจากเกาะราปานูอีหรือเกาะอีสเตอร์กลางมหาสมุทรแปซิฟิก สูงประมาณ 2.4 เมตร สลักจากหินบะซอลต์ และถูกลูกเรืออังกฤษนำออกจากเกาะในปี 1868 ปัจจุบันตั้งอยู่ในห้อง 24 (Wellcome Trust Gallery) บนชั้นล่าง ทางฝั่งทางเข้าด้านหลัง มุมถ่ายรูปที่หลายคนมองข้ามคือด้านหลังของรูปสลัก เพราะมีลวดลายเกี่ยวกับลัทธิมนุษย์นกที่ชาวเกาะสลักเพิ่มในยุคหลัง ใครเดินผ่านแค่ด้านหน้าจะพลาดรายละเอียดส่วนนี้ไป ชาวราปานูอีเองก็เรียกร้องให้นำรูปสลักกลับบ้านเกิดเช่นกัน

5.สมบัติจากสุสานเรือซัตตันฮู (Sutton Hoo Ship Burial)

Credit : britishmuseum

ถ้าอยากเห็นประวัติศาสตร์อังกฤษเองบ้าง ต้องขึ้นไปห้อง 41 สุสานเรือซัตตันฮูถูกขุดพบที่มณฑลซัฟฟอล์กในปี 1939 เป็นหลุมฝังศพยุคแองโกล-แซกซันช่วงศตวรรษที่ 7 นักโบราณคดีส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นของกษัตริย์เรดวอลด์แห่งอีสต์แองเกลีย ชิ้นที่ทุกคนมองหาคือหมวกเหล็กประดับหน้ากากที่ถูกบูรณะจากเศษชิ้นส่วนหลายร้อยชิ้น ส่วนในรูปด้านบนคือหัวเข็มขัดทองคำที่เรียกได้ว่าเป็นงานฝีมือชิ้นเอกสุดปรานีต ทำจากทองถึง 400 กรัม ตัวเรือไม้ผุไปหมดแล้ว เหลือเพียงรอยประทับกับหมุดเหล็ก ส่วนตัวชอบห้องนี้เพราะคนน้อยกว่าโซนอียิปต์อย่างเห็นได้ชัด

6.รูปสลักสิงโตมีปีกแห่งอัสซีเรีย (Assyrian Winged Bulls)

Credit : bmimages 

ในห้อง 10 มีรูปสลักลามัสซูขนาดยักษ์ ร่างเป็นวัวมีปีก หัวเป็นมนุษย์สวมมงกุฎและไว้เครา เคยตั้งเฝ้าประตูพระราชวังของพระเจ้าซาร์กอนที่ 2 ที่เมืองคอร์ซาบัด (ประเทศอิรักในปัจจุบัน) ราว 710 ปีก่อนคริสตกาล จุดที่น่าสนใจคือรูปสลักมี 5 ขา ถ้ามองจากด้านหน้าจะเห็นยืนนิ่ง แต่มองจากด้านข้างจะเห็นเหมือนกำลังก้าวเดิน ห้องเดียวกันยังมีสิงโตมีปีกจากเมืองนิมรุด และใกล้กันมีภาพสลักการล่าสิงโตของพระเจ้าอาชูร์บานิปาล ซึ่งเป็นงานแกะหินที่เล่าเรื่องได้ละเอียดที่สุดชุดหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ลอนดอน

กิจกรรมแนะนำ

Credit : britishmuseum

ถ่ายภาพสถาปัตยกรรมที่ Great Court: Great Court คือลานกลางที่มีหลังคากระจกและเหล็กออกแบบโดยนอร์แมน ฟอสเตอร์ เปิดใช้ในปี 2000 ใช้กระจกกว่า 3,000 แผ่นต่อกันเป็นลายตาข่าย ครอบอาคาร Reading Room ทรงกลมไว้ตรงกลาง ถือเป็นลานในร่มสาธารณะขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป จากที่ไปมา แนะนำให้เดินขึ้นบันไดวนรอบ Reading Room ไปถ่ายจากชั้นบน จะได้เห็นเส้นของหลังคาแบบเต็ม ๆ มุมนี้เทสดีสุด ๆ อะ
จองทัวร์ชมไฮไลท์ 90 นาที: พิพิธภัณฑ์มีทัวร์ไฮไลท์ชื่อ Around the world in 90 minutes นำโดยไกด์อาสาสมัคร ออกรอบ 11.30 น. และ 14.00 น. ค่าทัวร์ประมาณ £15 รับรอบละไม่เกิน 20 คน เหมาะกับผู้ใหญ่อายุ 16 ปีขึ้นไป เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปร่วมได้ถ้ามีผู้ใหญ่มาด้วย ต้องจองล่วงหน้าทุกคน จุดนัดพบอยู่ที่ Information Desk กลาง Great Court ควรมาถึงก่อนเวลาซัก 15 นาที เพราะคิวตรวจกระเป๋าอาจยาว
จิบน้ำชาบ่ายที่ Great Court Restaurant: ร้านอาหารอยู่ชั้นบนรอบ Reading Room ชุด Afternoon Tea ก็ราคาแรงตามสถานที่ ประมาณ £43 และชุดที่มาพร้อมแชมเปญประมาณ £55 ในชุดมีสโคนอบใหม่ทานคู่คลอตเท็ดครีมกับแยมสตรอว์เบอร์รี แซนด์วิชหลายไส้ และเค้กชิ้นเล็ก ๆ เสิร์ฟช่วงสายถึงเย็น รอบสุดท้ายประมาณ 16.00 น. แนะนำให้จองล่วงหน้า และวางไว้ช่วงบ่าย ๆ เพื่อพักขาก่อนเดินดูโซนชั้นบนต่อ

ที่ตั้งและการเดินทาง

British Museum ตั้งอยู่บนถนน Great Russell Street ย่าน Bloomsbury เขต Camden ใจกลางกรุงลอนดอน ทางเหนือของย่าน Covent Garden และไม่ไกลจากถนนช้อปปิ้ง Oxford Street ย่านนี้เป็นย่านมหาวิทยาลัยและจัตุรัสสวนเล็ก ๆ ทำให้เดินเล่นต่อได้สบาย ส่วนคำถามยอดฮิตว่า British Museum เปิดกี่โมง คำตอบคือเปิดทุกวัน 10.00–17.00 น. วันศุกร์เปิดถึง 20.30 น. รอบเข้าสุดท้ายก่อนปิด 15 นาที และปิดช่วงวันที่ 24–26 ธันวาคม ทางเข้าหลักอยู่ด้าน Great Russell Street ส่วนทางเข้าด้านหลังอยู่ที่ Montague Place ซึ่งคิวมักสั้นกว่า แม้จะเข้าชมฟรี แต่พิพิธภัณฑ์แนะนำให้จองบัตรแบบระบุเวลาล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ทางการ เพราะบัตร walk-in มีจำนวนจำกัดและไม่การันตีว่าจะได้เข้าจ้า

วิธีการเดินทางจากกรุงเทพฯ

เที่ยวบินตรง: มีเที่ยวบินตรงจากสุวรรณภูมิไปสนามบินฮีทโธรว์ ใช้เวลาประมาณ 13 ชั่วโมง ตั๋วไป-กลับชั้นประหยัดประมาณ 35,000–60,000 บาท ขึ้นกับฤดูและช่วงที่จอง
เที่ยวบินต่อเครื่อง: ต่อเครื่องที่ตะวันออกกลางหรือยุโรป เช่น โดฮา ดูไบ หรืออาบูดาบี ใช้เวลารวมประมาณ 16–20 ชั่วโมง ตั๋วไป-กลับประมาณ 25,000–45,000 บาท
วีซ่า: คนไทยต้องยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวสหราชอาณาจักร (Standard Visitor Visa) ล่วงหน้าก่อนเดินทาง ค่าธรรมเนียมประมาณ £127 ขึ้นไป ควรเช็กอัตราล่าสุดก่อนยื่น

วิธีเดินทางในตัวเมือง

Elizabeth line จากฮีทโธรว์: นั่งตรงมาลงสถานี Tottenham Court Road ประมาณ 40 นาที ค่าโดยสารประมาณ £13–14 แล้วเดินต่ออีกประมาณ 7 นาที เป็นเส้นทางที่ส่วนตัวแนะนำที่สุดเพราะเร็วและไม่ต้องต่อรถ
Piccadilly line จากฮีทโธรว์: นั่งรถไฟใต้ดินมาลงสถานี Holborn หรือ Russell Square ประมาณ 55–60 นาที ค่าโดยสารประมาณ £5.5–6 ถูกที่สุดแต่ช้ากว่าและคนแน่นช่วงชั่วโมงเร่งด่วน
Heathrow Express: ไปสถานี Paddington ประมาณ 15 นาที ค่าโดยสารประมาณ £25 (จองล่วงหน้าจะถูกลง) แล้วต่อรถไฟใต้ดินหรือแท็กซี่อีกประมาณ 20–25 นาที
แท็กซี่หรือ Uber จากฮีทโธรว์: ประมาณ 60–75 นาทีตามสภาพจราจร ค่าโดยสารประมาณ £70–110 เหมาะกับคนมาเป็นกลุ่มหรือมีกระเป๋าเยอะ
รถไฟใต้ดินในเมือง: สถานีที่ใกล้ที่สุดคือ Tottenham Court Road, Holborn, Russell Square และ Goodge Street เดินต่อประมาณ 5–10 นาที แตะบัตร contactless หรือ Oyster ในโซน 1 ประมาณ £3 ต่อเที่ยว
รถบัส: สายที่วิ่งผ่านถนน New Oxford Street และ Tottenham Court Road จอดใกล้พิพิธภัณฑ์ ค่าโดยสารประมาณ £1.75 ต่อเที่ยว และต่อบัสคันอื่นได้ฟรีภายใน 1 ชั่วโมง

จุดเด่นของ British Museum

จุดเด่นที่ทำให้ British Museum ติดอันดับต้น ๆ ของที่เที่ยวลอนดอน และต่างจากพิพิธภัณฑ์ลอนดอนอื่น ๆ คือขอบเขตของคอลเลกชัน ที่นี่เล่าประวัติศาสตร์มนุษย์ตั้งแต่เครื่องมือหินยุคแรก อารยธรรมเมโสโปเตเมีย อียิปต์ กรีก โรมัน ไปจนถึงงานศิลปะจากเอเชีย แอฟริกา และอเมริกา โดยไม่ต้องเปลี่ยนสถานที่ ตัวอาคารเองก็เป็นงานสถาปัตยกรรมสไตล์กรีกรีไววัลที่มีเสาไอโอนิกเรียงรายด้านหน้า พอเดินเข้ามาก็เจอหลังคากระจกของ Great Court ที่ร่วมสมัยตัดกันชัดเจน 

อีกข้อที่ต้องยกให้คือ British Museum เข้าฟรี ทำให้แบ่งมาเที่ยวหลายรอบได้โดยไม่เสียดายค่าเข้า และวันศุกร์ที่เปิดถึงค่ำเลย ก็เหมาะกับคนที่ช่วงกลางวันอยากไปเที่ยวที่อื่น ๆ ในลอนดอน 

เที่ยว British Museum เดือนไหนดี?

มีนาคม–พฤษภาคม (ฤดูใบไม้ผลิ): อากาศประมาณ 8–18 องศา เดินเที่ยวสบาย แต่ช่วงปิดเทอมอีสเตอร์มีครอบครัวและกรุ๊ปนักเรียนเยอะ
มิถุนายน–สิงหาคม (ฤดูร้อน): อากาศดีที่สุดและกลางวันยาว แต่เป็นไฮซีซันของการเที่ยวอังกฤษ พิพิธภัณฑ์แน่นเกือบทุกวัน ควรจองบัตรเข้าชมล่วงหน้า
กันยายน–ตุลาคม: ช่วงที่แนะนำที่สุด นักท่องเที่ยวเริ่มซา อากาศเย็นสบายประมาณ 10–20 องศา ค่าที่พักลดลงจากหน้าร้อน
พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์ (ฤดูหนาว): หนาวและฝนตกบ่อย อุณหภูมิประมาณ 3–10 องศา แต่เที่ยวในร่มได้เต็มที่ และมีไฟประดับคริสต์มาสทั่วเมือง ปิดวันที่ 24–26 ธันวาคม
วันในสัปดาห์: วันอังคารถึงพฤหัสคนน้อยที่สุด ส่วนช่วงเย็นวันศุกร์หลัง 17.00 น. คนบางลง

แนะนำที่พักใกล้เคียง

The Waldorf Hilton London

เหมาะกับ : คู่รัก / สายคอนเทนต์ / คนที่อยากได้โรงแรมหรูทำเลกลางเมือง

The Waldorf Hilton London เป็นโรงแรมหรูในอาคารสไตล์เอ็ดเวิร์เดียนที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1908 ตั้งอยู่บนถนน Aldwych ระหว่างย่าน Covent Garden กับริมแม่น้ำเทมส์ เดินไป British Museum ประมาณ 15–20 นาที ผ่านย่านร้านค้าและโรงละครที่เดินเพลินตลอดทาง จุดเด่นคือบรรยากาศคลาสสิกของล็อบบี้และห้อง Palm Court ที่ยังเก็บกลิ่นอายลอนดอนยุคเก่าไว้ ห้องพักตกแต่งเรียบหรู สิ่งอำนวยความสะดวกครบแบบโรงแรมเครือใหญ่ ใครมีแพลนดูละครเวทีช่วงค่ำ ทำเลนี้เดินกลับโรงแรมได้สบาย ไม่ต้องรอรถดึก ๆ

The Z Hotel Covent Garden

เหมาะกับ : สายประหยัด / สายเที่ยวคนเดียว / แบ็กแพ็กเกอร์

The Z Hotel Covent Garden เป็นโรงแรมห้องกะทัดรัดที่เน้นทำเลและราคาเป็นหลัก อยู่ใกล้ทั้ง Covent Garden และจัตุรัสทราฟัลการ์ เดินไป British Museum ประมาณ 15 นาที ห้องพักเล็กแต่จัดพื้นที่มาดี เตียงนอนสบาย มีทีวีและห้องน้ำในตัว บางห้องไม่มีหน้าต่าง ใครอ่อนไหวเรื่องแสงหรือรู้สึกอึดอัดง่ายควรเลือกประเภทห้องให้ดีตอนจอง ส่วนตัวมองว่าคุ้มสำหรับทริปที่ออกไปเที่ยวทั้งวันแล้วกลับมาแค่นอน เพราะงบที่ประหยัดได้เอาไปใช้กับตั๋วละครหรือมื้ออาหารดี ๆ ในลอนดอนได้อีกหลายมื้อ

Tavistock Hotel

เหมาะกับ : ครอบครัว / สายเดินเที่ยว / คนที่จะต่อรถไฟไปเมืองอื่นในยุโรป

Tavistock Hotel ตั้งอยู่ริมจัตุรัส Tavistock Square ย่าน Bloomsbury เป็นที่พักใกล้ British Museum ที่สุดในสามแห่งนี้ เดินไปพิพิธภัณฑ์ประมาณ 10–12 นาที สถานี Russell Square อยู่ห่างไม่กี่นาที และนั่งรถต่อไปสถานี King's Cross St Pancras ได้ง่าย สะดวกมากสำหรับคนที่จะนั่งรถไฟ Eurostar ไปปารีสหรือเดินทางไปเมืองอื่นในอังกฤษ ตัวโรงแรมเป็นอาคารขนาดใหญ่ ห้องพักเรียบง่ายสะอาด ราคาอยู่ระดับกลาง เหมาะกับคนที่เน้นทำเลและความคุ้มค่ามากกว่าความหรูหรา

เคล็ดลับการเที่ยว

จองบัตรล่วงหน้าแม้จะเข้าฟรี: บัตรเข้าชมแบบระบุเวลาจองฟรีบนเว็บไซต์ทางการ ช่วยให้ไม่ต้องลุ้นบัตร walk-in โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์และช่วงปิดเทอม
ใช้ทางเข้า Montague Place: ทางเข้าด้านหลังคิวตรวจกระเป๋ามักสั้นกว่าด้านหน้า และพิพิธภัณฑ์ไม่รับฝากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ควรวางกระเป๋าไว้ที่โรงแรมก่อน
เทคนิคประหยัดเวลา: จัดเส้นทางตามชั้น เริ่มจากชั้นล่าง ห้อง 4 (หินโรเซตตา) ห้อง 10 (อัสซีเรีย) ห้อง 18 (พาร์เธนอน) และห้อง 24 (โมอาย) แล้วค่อยขึ้นชั้นบนไปห้อง 41 (ซัตตันฮู) และห้อง 62–63 (มัมมี่อียิปต์) จะไม่ต้องเดินวนขึ้นลงซ้ำ
โหลดแอปเสียงบรรยายก่อนไป: พิพิธภัณฑ์มี Audio app ให้ฟังข้อมูลของแต่ละห้อง เตรียมหูฟังไปเองจะดูได้ลึกขึ้นโดยไม่ต้องอ่านป้ายทุกจุด
เช็กห้องที่ปิดปรับปรุงก่อนวันไป: บางห้องปิดชั่วคราวเพื่อซ่อมบำรุงหรือจัดงาน ดูประกาศในหน้า Visit ของเว็บไซต์ทางการก่อนออกจากที่พัก จะได้ไม่ผิดหวังหน้าห้อง

FAQ

British Museum เข้าฟรีจริงไหม?

จริงจ้า นิทรรศการถาวรทั้งหมดเข้าชมฟรีทั้งผู้ใหญ่และเด็ก มีเพียงนิทรรศการพิเศษบางห้องที่ต้องซื้อบัตรแยก และทางพิพิธภัณฑ์มีกล่องรับบริจาคสำหรับคนที่อยากสนับสนุน

British Museum เปิดกี่โมง?

เปิดทุกวัน 10.00–17.00 น. และวันศุกร์เปิดถึง 20.30 น. รอบเข้าสุดท้ายก่อนปิด 15 นาที ปิดช่วงวันที่ 24–26 ธันวาคม

ต้องจองบัตรล่วงหน้าไหม?

ไม่บังคับ แต่ควรจองบัตรแบบระบุเวลาซึ่งจองได้ฟรี เพราะบัตร walk-in มีจำนวนจำกัดและไม่การันตีว่าจะได้เข้า โดยเฉพาะวันหยุดและช่วงหน้าร้อน

ควรใช้เวลาเที่ยว British Museum กี่ชั่วโมง?

ถ้าดูเฉพาะไฮไลท์ใช้เวลาประมาณครึ่งวัน แต่ถ้าอยากเดินดูหลายโซนอย่างละเอียด ควรเผื่อไว้เลยทั้งวัน

หินโรเซตตาอยู่ห้องไหน?

หินโรเซตตาอยู่ในห้อง 4 บนชั้นล่าง ซึ่งเป็นห้องประติมากรรมอียิปต์ ไม่ไกลจาก Great Court คนจะหนาแน่นที่สุดช่วงสายถึงบ่าย

สถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้ British Museum ที่สุดคือสถานีไหน?

สถานีที่ใกล้ที่สุดคือ Tottenham Court Road, Holborn และ Russell Square เดินต่อประมาณ 5–10 นาที ถ้ามาจากสนามบินฮีทโธรว์ Tottenham Court Road สะดวกที่สุดเพราะมี Elizabeth line วิ่งตรง

ถ่ายรูปข้างในพิพิธภัณฑ์ได้ไหม?

ถ่ายรูปได้เกือบทุกห้องในนิทรรศการถาวรโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ไม่ควรใช้แฟลช และนิทรรศการพิเศษบางรายการอาจห้ามถ่ายภาพ

ในพิพิธภัณฑ์มีที่กินข้าวไหม?

มี ทั้ง Great Court Restaurant ที่เสิร์ฟอาหารและชุดน้ำชายามบ่าย และคาเฟ่ที่ขายของว่างกับเครื่องดื่ม แต่ราคาก็แรงเอาเรื่องอยู่ ถ้าอยากประหยัดก็มีร้านอาหารรอบย่าน Bloomsbury ให้เลือกเยอะ

ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมจองไฟล์ทไปลอนดอนและที่พักใกล้ British Museum กับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!

ในบทความนี้

• Quick Summary
• ไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำของ British Museum
• 1.หินโรเซตตา (Rosetta Stone)
• 2.มัมมี่อียิปต์และโลงศพโบราณ (Egyptian Mummies)
• 3.ประติมากรรมวิหารพาร์เธนอน (Parthenon Sculptures)
• 4.รูปสลักหินโมอาย (Moai Statue)
• 5.สมบัติจากสุสานเรือซัตตันฮู (Sutton Hoo Ship Burial)
• 6.รูปสลักสิงโตมีปีกแห่งอัสซีเรีย (Assyrian Winged Bulls)
• กิจกรรมแนะนำ
• ที่ตั้งและการเดินทาง
• วิธีการเดินทางจากกรุงเทพฯ
• วิธีเดินทางในตัวเมือง
• จุดเด่นของ British Museum
• เที่ยว British Museum เดือนไหนดี?
• แนะนำที่พักใกล้เคียง
• The Waldorf Hilton London
• The Z Hotel Covent Garden
• Tavistock Hotel
• เคล็ดลับการเที่ยว
• FAQ

บทความแนะนำ

Disneyland มีที่ไหนบ้าง? พิกัดดิสนีย์แลนด์ทั่วโลก แต่ละแห่งมีอะไรเด็ด

24 Oct 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 7 นาที

คู่มือเที่ยวญี่ปุ่นเดือนเมษายน ฤดูกาล อากาศ ที่เที่ยวและกิจกรรมแนะนำ

24 Oct 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

คู่มือเที่ยวญี่ปุ่นเดือนกุมภาพันธ์ ฤดูกาล อากาศ ที่เที่ยวและกิจกรรมแนะนำ

24 Oct 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 4 นาที

คู่มือเที่ยวญี่ปุ่นเดือนมกราคม ฤดูกาล อากาศ ที่เที่ยวและกิจกรรมแนะนำ

24 Oct 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

Universal มีที่ไหนบ้าง? รวมพิกัดสวนสนุก Universal Studios ทั่วโลก

24 Oct 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 7 นาที

12 ที่เที่ยว Rio de Janeiro ธรรมชาติสุดอลัง ทั้งชายหาดและภูเขา อัปเดต [2026]

22 Oct 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร