
ถ้าวางแผนเที่ยวลอนดอนแล้วมีเวลาให้พิพิธภัณฑ์ได้แค่ที่เดียว British Museum คือคำตอบล็อคมงที่ต้องไปจ้า! พิพิธภัณฑ์บริติชแห่งนี้เปิดให้ประชาชนเข้าชมมาตั้งแต่ปี 1759 เก็บโบราณวัตถุไว้หลายล้านชิ้นจากแทบทุกมุมโลก ตั้งแต่หินโรเซตตาที่เป็นกุญแจไขอักษรอียิปต์โบราณ มัมมี่อียิปต์อายุหลายพันปี ไปจนถึงรูปสลักโมอายจากเกาะอีสเตอร์ และที่ทำให้คนแน่นทุกวันคือ British Museum เข้าฟรีสำหรับโซนหลักทั้งหมดนั่นเอง!
จากที่ไปมา บอกตรง ๆ ว่าวันเดียวเดินไม่ทั่วแน่นอน เพราะบริติชมิวเซียมมีห้องจัดแสดงมากกว่า 60 ห้อง ถ้าเข้าไปแบบเดินมั่ว ๆ จะเสียเวลาไปกับการหาทางมากกว่าการดูของ บทความนี้เลยคัดไฮไลท์ที่ควรไปดูสักครั้ง กิจกรรมที่ทำแล้วคุ้ม การเดินทางไป British Museum ช่วงเวลาน่าเที่ยว ที่พักใกล้ British Museum และเคล็ดลับประหยัดเวลาที่ใช้ได้จริง!
Credit : smarthistory
หินโรเซตตา (Rosetta Stone) คือเหตุผลอันดับหนึ่งที่คนมาเที่ยว British Museum! แผ่นหินแกรนิตสีเข้มอายุประมาณ 196 ปีก่อนคริสตกาลนี้จารึกพระราชกฤษฎีกาฉบับเดียวกันไว้ด้วยอักษร 3 ภาษาด้วยกันคือ ไฮโรกลิฟิก เดโมติก และกรีกโบราณ นักวิชาการจึงใช้ภาษากรีกที่อ่านออกเทียบกลับไปจนฌ็อง-ฟร็องซัว ช็องโปลียง (Jean-François Champollion) ถอดรหัสอักษรไฮโรกลิฟิกได้สำเร็จในปี 1822 ตัวจริงตั้งอยู่ในห้อง 4 ซึ่งคนออกันหนาแน่นตลอดวัน เทคนิคประหยัดเวลาคือเดินมาที่นี่เป็นจุดแรกตอนพิพิธภัณฑ์เพิ่งเปิด และถ้าอยากสัมผัสพื้นผิวหิน ห้อง 1 (Enlightenment Gallery) มีแบบจำลองให้จับได้ แถมคนน้อยกว่ามาก
Credit : FB British Museum
คอลเลกชันอียิปต์ของพิพิธภัณฑ์บริติชใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ นอกประเทศอียิปต์ ห้อง 62–63 บนชั้นบนรวบรวมมัมมี่อียิปต์ โลงศพไม้ทาสี หน้ากากศพ และมัมมี่สัตว์อย่าง แมว จระเข้ และเหยี่ยวที่ชาวอียิปต์เชื่อว่าเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ใกล้กันในห้อง 64 ยังมีร่างมนุษย์อายุกว่า 5,000 ปีที่แห้งตามธรรมชาติในผืนทรายก่อนจะมีพิธีทำมัมมี่ด้วยซ้ำ ส่วนตัวมองว่าโซนนี้ต้องใช้เวลาอ่านป้ายเพื่อทำความเข้าใจสักหน่อย เพราะเรื่องความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายคือแก่นของการจัดแสดง และจากที่ไปมา แนะนำให้ขึ้นมาช่วงบ่ายแก่ ๆ ที่กรุ๊ปทัวร์เริ่มซาแล้ว
Credit : britishmuseum
ห้อง 18 เป็นห้องโถงยาวที่จัดแสดงประติมากรรมหินอ่อนจากวิหารพาร์เธนอนในกรุงเอเธนส์ ซึ่งสร้างขึ้นราว 447–432 ปีก่อนคริสตกาล ไฮไลท์คือภาพสลักนูนต่ำแถบยาวที่เล่าขบวนแห่เทศกาลพานาธีเนีย รูปม้าและนักขี่ม้ามีรายละเอียดกล้ามเนื้อและผ้าที่ดูพลิ้วไหวจนดูมีชีวิตไม่เหมือนทำจากหิน ประติมากรรมชุดนี้ถูกลอร์ดเอลจินนำออกจากกรีซช่วงต้นศตวรรษที่ 19 และรัฐบาลกรีซยังเรียกร้องให้ส่งคืนมาจนถึงทุกวันนี้
Credit : britishmuseum
รูปสลักโมอายตัวนี้มีชื่อว่า Hoa Hakananai'a มาจากเกาะราปานูอีหรือเกาะอีสเตอร์กลางมหาสมุทรแปซิฟิก สูงประมาณ 2.4 เมตร สลักจากหินบะซอลต์ และถูกลูกเรืออังกฤษนำออกจากเกาะในปี 1868 ปัจจุบันตั้งอยู่ในห้อง 24 (Wellcome Trust Gallery) บนชั้นล่าง ทางฝั่งทางเข้าด้านหลัง มุมถ่ายรูปที่หลายคนมองข้ามคือด้านหลังของรูปสลัก เพราะมีลวดลายเกี่ยวกับลัทธิมนุษย์นกที่ชาวเกาะสลักเพิ่มในยุคหลัง ใครเดินผ่านแค่ด้านหน้าจะพลาดรายละเอียดส่วนนี้ไป ชาวราปานูอีเองก็เรียกร้องให้นำรูปสลักกลับบ้านเกิดเช่นกัน
Credit : britishmuseum
ถ้าอยากเห็นประวัติศาสตร์อังกฤษเองบ้าง ต้องขึ้นไปห้อง 41 สุสานเรือซัตตันฮูถูกขุดพบที่มณฑลซัฟฟอล์กในปี 1939 เป็นหลุมฝังศพยุคแองโกล-แซกซันช่วงศตวรรษที่ 7 นักโบราณคดีส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นของกษัตริย์เรดวอลด์แห่งอีสต์แองเกลีย ชิ้นที่ทุกคนมองหาคือหมวกเหล็กประดับหน้ากากที่ถูกบูรณะจากเศษชิ้นส่วนหลายร้อยชิ้น ส่วนในรูปด้านบนคือหัวเข็มขัดทองคำที่เรียกได้ว่าเป็นงานฝีมือชิ้นเอกสุดปรานีต ทำจากทองถึง 400 กรัม ตัวเรือไม้ผุไปหมดแล้ว เหลือเพียงรอยประทับกับหมุดเหล็ก ส่วนตัวชอบห้องนี้เพราะคนน้อยกว่าโซนอียิปต์อย่างเห็นได้ชัด
Credit : bmimages
ในห้อง 10 มีรูปสลักลามัสซูขนาดยักษ์ ร่างเป็นวัวมีปีก หัวเป็นมนุษย์สวมมงกุฎและไว้เครา เคยตั้งเฝ้าประตูพระราชวังของพระเจ้าซาร์กอนที่ 2 ที่เมืองคอร์ซาบัด (ประเทศอิรักในปัจจุบัน) ราว 710 ปีก่อนคริสตกาล จุดที่น่าสนใจคือรูปสลักมี 5 ขา ถ้ามองจากด้านหน้าจะเห็นยืนนิ่ง แต่มองจากด้านข้างจะเห็นเหมือนกำลังก้าวเดิน ห้องเดียวกันยังมีสิงโตมีปีกจากเมืองนิมรุด และใกล้กันมีภาพสลักการล่าสิงโตของพระเจ้าอาชูร์บานิปาล ซึ่งเป็นงานแกะหินที่เล่าเรื่องได้ละเอียดที่สุดชุดหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ลอนดอน
Credit : britishmuseum
British Museum ตั้งอยู่บนถนน Great Russell Street ย่าน Bloomsbury เขต Camden ใจกลางกรุงลอนดอน ทางเหนือของย่าน Covent Garden และไม่ไกลจากถนนช้อปปิ้ง Oxford Street ย่านนี้เป็นย่านมหาวิทยาลัยและจัตุรัสสวนเล็ก ๆ ทำให้เดินเล่นต่อได้สบาย ส่วนคำถามยอดฮิตว่า British Museum เปิดกี่โมง คำตอบคือเปิดทุกวัน 10.00–17.00 น. วันศุกร์เปิดถึง 20.30 น. รอบเข้าสุดท้ายก่อนปิด 15 นาที และปิดช่วงวันที่ 24–26 ธันวาคม ทางเข้าหลักอยู่ด้าน Great Russell Street ส่วนทางเข้าด้านหลังอยู่ที่ Montague Place ซึ่งคิวมักสั้นกว่า แม้จะเข้าชมฟรี แต่พิพิธภัณฑ์แนะนำให้จองบัตรแบบระบุเวลาล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ทางการ เพราะบัตร walk-in มีจำนวนจำกัดและไม่การันตีว่าจะได้เข้าจ้า
จุดเด่นที่ทำให้ British Museum ติดอันดับต้น ๆ ของที่เที่ยวลอนดอน และต่างจากพิพิธภัณฑ์ลอนดอนอื่น ๆ คือขอบเขตของคอลเลกชัน ที่นี่เล่าประวัติศาสตร์มนุษย์ตั้งแต่เครื่องมือหินยุคแรก อารยธรรมเมโสโปเตเมีย อียิปต์ กรีก โรมัน ไปจนถึงงานศิลปะจากเอเชีย แอฟริกา และอเมริกา โดยไม่ต้องเปลี่ยนสถานที่ ตัวอาคารเองก็เป็นงานสถาปัตยกรรมสไตล์กรีกรีไววัลที่มีเสาไอโอนิกเรียงรายด้านหน้า พอเดินเข้ามาก็เจอหลังคากระจกของ Great Court ที่ร่วมสมัยตัดกันชัดเจน
อีกข้อที่ต้องยกให้คือ British Museum เข้าฟรี ทำให้แบ่งมาเที่ยวหลายรอบได้โดยไม่เสียดายค่าเข้า และวันศุกร์ที่เปิดถึงค่ำเลย ก็เหมาะกับคนที่ช่วงกลางวันอยากไปเที่ยวที่อื่น ๆ ในลอนดอน
เหมาะกับ : คู่รัก / สายคอนเทนต์ / คนที่อยากได้โรงแรมหรูทำเลกลางเมือง
The Waldorf Hilton London เป็นโรงแรมหรูในอาคารสไตล์เอ็ดเวิร์เดียนที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1908 ตั้งอยู่บนถนน Aldwych ระหว่างย่าน Covent Garden กับริมแม่น้ำเทมส์ เดินไป British Museum ประมาณ 15–20 นาที ผ่านย่านร้านค้าและโรงละครที่เดินเพลินตลอดทาง จุดเด่นคือบรรยากาศคลาสสิกของล็อบบี้และห้อง Palm Court ที่ยังเก็บกลิ่นอายลอนดอนยุคเก่าไว้ ห้องพักตกแต่งเรียบหรู สิ่งอำนวยความสะดวกครบแบบโรงแรมเครือใหญ่ ใครมีแพลนดูละครเวทีช่วงค่ำ ทำเลนี้เดินกลับโรงแรมได้สบาย ไม่ต้องรอรถดึก ๆ
เหมาะกับ : สายประหยัด / สายเที่ยวคนเดียว / แบ็กแพ็กเกอร์
The Z Hotel Covent Garden เป็นโรงแรมห้องกะทัดรัดที่เน้นทำเลและราคาเป็นหลัก อยู่ใกล้ทั้ง Covent Garden และจัตุรัสทราฟัลการ์ เดินไป British Museum ประมาณ 15 นาที ห้องพักเล็กแต่จัดพื้นที่มาดี เตียงนอนสบาย มีทีวีและห้องน้ำในตัว บางห้องไม่มีหน้าต่าง ใครอ่อนไหวเรื่องแสงหรือรู้สึกอึดอัดง่ายควรเลือกประเภทห้องให้ดีตอนจอง ส่วนตัวมองว่าคุ้มสำหรับทริปที่ออกไปเที่ยวทั้งวันแล้วกลับมาแค่นอน เพราะงบที่ประหยัดได้เอาไปใช้กับตั๋วละครหรือมื้ออาหารดี ๆ ในลอนดอนได้อีกหลายมื้อ
เหมาะกับ : ครอบครัว / สายเดินเที่ยว / คนที่จะต่อรถไฟไปเมืองอื่นในยุโรป
Tavistock Hotel ตั้งอยู่ริมจัตุรัส Tavistock Square ย่าน Bloomsbury เป็นที่พักใกล้ British Museum ที่สุดในสามแห่งนี้ เดินไปพิพิธภัณฑ์ประมาณ 10–12 นาที สถานี Russell Square อยู่ห่างไม่กี่นาที และนั่งรถต่อไปสถานี King's Cross St Pancras ได้ง่าย สะดวกมากสำหรับคนที่จะนั่งรถไฟ Eurostar ไปปารีสหรือเดินทางไปเมืองอื่นในอังกฤษ ตัวโรงแรมเป็นอาคารขนาดใหญ่ ห้องพักเรียบง่ายสะอาด ราคาอยู่ระดับกลาง เหมาะกับคนที่เน้นทำเลและความคุ้มค่ามากกว่าความหรูหรา
จริงจ้า นิทรรศการถาวรทั้งหมดเข้าชมฟรีทั้งผู้ใหญ่และเด็ก มีเพียงนิทรรศการพิเศษบางห้องที่ต้องซื้อบัตรแยก และทางพิพิธภัณฑ์มีกล่องรับบริจาคสำหรับคนที่อยากสนับสนุน
เปิดทุกวัน 10.00–17.00 น. และวันศุกร์เปิดถึง 20.30 น. รอบเข้าสุดท้ายก่อนปิด 15 นาที ปิดช่วงวันที่ 24–26 ธันวาคม
ไม่บังคับ แต่ควรจองบัตรแบบระบุเวลาซึ่งจองได้ฟรี เพราะบัตร walk-in มีจำนวนจำกัดและไม่การันตีว่าจะได้เข้า โดยเฉพาะวันหยุดและช่วงหน้าร้อน
ถ้าดูเฉพาะไฮไลท์ใช้เวลาประมาณครึ่งวัน แต่ถ้าอยากเดินดูหลายโซนอย่างละเอียด ควรเผื่อไว้เลยทั้งวัน
หินโรเซตตาอยู่ในห้อง 4 บนชั้นล่าง ซึ่งเป็นห้องประติมากรรมอียิปต์ ไม่ไกลจาก Great Court คนจะหนาแน่นที่สุดช่วงสายถึงบ่าย
สถานีที่ใกล้ที่สุดคือ Tottenham Court Road, Holborn และ Russell Square เดินต่อประมาณ 5–10 นาที ถ้ามาจากสนามบินฮีทโธรว์ Tottenham Court Road สะดวกที่สุดเพราะมี Elizabeth line วิ่งตรง
ถ่ายรูปได้เกือบทุกห้องในนิทรรศการถาวรโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ไม่ควรใช้แฟลช และนิทรรศการพิเศษบางรายการอาจห้ามถ่ายภาพ
มี ทั้ง Great Court Restaurant ที่เสิร์ฟอาหารและชุดน้ำชายามบ่าย และคาเฟ่ที่ขายของว่างกับเครื่องดื่ม แต่ราคาก็แรงเอาเรื่องอยู่ ถ้าอยากประหยัดก็มีร้านอาหารรอบย่าน Bloomsbury ให้เลือกเยอะ
ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมจองไฟล์ทไปลอนดอนและที่พักใกล้ British Museum กับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!










