
ถ้าพูดถึงแลนด์มาร์กที่เห็นปุ๊บแล้วรู้เลยว่า “นี่คือนิวยอร์ก!” หนึ่งในนั้นต้องมี Empire State Building ติดอันดับแน่นอน ตึกระฟ้าสไตล์ Art Deco ที่ตั้งเด่นอยู่กลาง Manhattan แห่งนี้เป็นเหมือนหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมือง ไม่ว่าจะโผล่อยู่ในหนัง ซีรีส์ โปสการ์ด หรือภาพ Skyline ของ New York กี่ครั้งก็ยังดูคลาสสิกไม่เคยเบื่อ
แต่ความสนุกของการมาเที่ยว Empire State Building ไม่ได้มีแค่ยืนถ่ายรูปกับตึกจากด้านล่างเท่านั้น! เพราะข้างในยังมีนิทรรศการให้เดินเล่น มีเรื่องราวเกี่ยวกับการสร้างตึกและป๊อปคัลเจอร์ให้ดูเพลิน ๆ ก่อนจะขึ้นไปเจอกับไฮไลท์จริงอย่าง จุดชมวิว Empire State Building ที่มองเห็นมหานครนิวยอร์กได้แบบ 360 องศา
วันนี้ Traveloka จะพาทุกคนไปรีวิวการเที่ยวตึกเอ็มไพร์สเตท นิวยอร์กกันแบบครบ ๆ ตั้งแต่ไฮไลท์สำคัญ วิธีเดินทาง เลือกขึ้นชั้นไหนดี ช่วงไหนน่าเที่ยว กิจกรรม ไปจนถึงที่พักใกล้ ๆ อ่านจบแล้วเอาไปจัดแพลนเที่ยวต่อได้เลย แถมยังสามารถจองตั๋วเครื่องบินและที่พักผ่าน Traveloka ไว้ล่วงหน้าได้ด้วย จะได้เตรียมทริปแบบสบาย ๆ แล้วไปสนุกกับ New York กันได้เต็มที่!
Credit esbnyc.com
มาถึง Empire State Building ทั้งที จุดที่ไม่ควรพลาดที่สุดก็คือ 86th Floor Observatory จุดชมวิวกลางแจ้งที่เป็นเหมือนซิกเนเจอร์ของตึกเลยก็ว่าได้ พอเดินออกไปด้านนอกจะได้เจอกับวิว New York แบบ 360 องศา พร้อมลมเย็น ๆ และบรรยากาศของเมืองที่อยู่ล้อมรอบตัวแบบเต็ม ๆ
จากตรงนี้สามารถมองเห็นแลนด์มาร์กดังได้หลายแห่ง ทั้ง Central Park, Brooklyn Bridge, Statue of Liberty และตึกสูงที่เรียงรายอยู่ทั่ว Manhattan ยิ่งวันไหนฟ้าเปิด วิวยิ่งกว้างและชัดจนยืนดูเพลินแบบลืมเวลา ใครมา New York ครั้งแรก แค่ชั้นนี้ก็ได้ฟีลเมืองนิวยอร์กแบบเต็มอิ่มแล้ว
Credit esbnyc.com
ถ้าชั้น 86 ยังสูงไม่พอ ลองขึ้นต่อไปที 102nd Floor Observatory ซึ่งอยู่สูงจากระดับถนนประมาณ 381 เมตร จุดนี้จะเป็นห้องชมวิวภายในอาคารที่ล้อมด้วยกระจกสูงจากพื้นจรดเพดาน ทำให้มองออกไปเห็น เส้นขอบฟ้าของ New York ได้แบบพาโนรามาโดยไม่ต้องออกไปเจอลมด้านนอก
อีกหนึ่งความสนุกคือระหว่างขึ้นไปชั้น 102 จะมีลิฟต์กระจกให้ชมวิวไปด้วย และถ้าวันไหนท้องฟ้าแจ่มใส วิวจะทอดออกไปไกลมากจนตึกด้านล่างดูเล็กไปหมด
ใครที่แอบลังเลว่าเที่ยว Empire State Building ขึ้นชั้นไหนดี? ขอตอบให้เลยว่า ถ้าอยากได้ประสบการณ์คลาสสิก เน้นถ่ายรูปและคุมงบ ชั้น 86 ก็ถือว่าครบแล้ว แต่ถ้าเป็นทริป New York ครั้งแรกและคิดว่าไหน ๆ ก็มาถึงแล้ว อยากขึ้นให้สุด ก็จัดชั้น 102ไปได้เลย!
Credit esbnyc.com
ก่อนขึ้นไปชมวิว อย่าเพิ่งรีบเดินผ่านโซนนิทรรศการ เพราะด้านในทำออกมาได้น่าเดินมากกก และช่วยให้เราได้รู้จักตึกเอ็มไพร์สเตทมากกว่าแค่การเป็นตึกสูงกลางเมือง
นิทรรศการจะพาย้อนกลับไปตั้งแต่บรรยากาศ New York ในยุค 1920 เรื่องราวเบื้องหลังการก่อสร้าง ไปจนถึงการปรากฏตัวของ Empire State Building ในหนังและป๊อปคัลเจอร์ต่าง ๆ ไฮไลท์ที่หลายคนน่าจะคุ้นตาคือ King Kong ซึ่งมีมุม Interactive ให้ถ่ายรูปเล่นด้วย ใครไม่ใช่สายประวัติศาสตร์ก็ยังเดินดูได้สนุก
Credit esbnyc.com
ถ้าเลือกเวลาได้ แนะนำให้จองรอบช่วงบ่ายแก่ ๆ แล้วขึ้นไปก่อนพระอาทิตย์ตก เพราะรอบเดียวจะได้เห็น New York ถึงสองบรรยากาศ เริ่มจากวิวเมืองช่วงกลางวันที่มองเห็นรายละเอียดชัด ๆ ก่อนท้องฟ้าจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีส้มในช่วง Golden Hour
พอฟ้ามืด เมือง Manhattan ก็จะเริ่มเปิดไฟทีละตึก ถนนด้านล่างกลายเป็นเส้นแสงเล็ก ๆ ให้บรรยากาศต่างจากกลางวันไปเลย ใครอยากสัมผัส Empire State Building ตอนกลางคืนแบบโรแมนติกหน่อย ช่วงนี้ตอบโจทย์มาก แต่อาจต้องเผื่อใจเรื่องคนเยอะนิดหนึ่ง เพราะช่วง Sunset ถือเป็นช่วงยอดฮิตเหมือนกัน
Credit esbnyc.com
นอกจากวิวด้านบนแล้ว ภายใน Empire State Building ยังมีมุมถ่ายรูปสนุก ๆ ให้แวะเก็บภาพตลอดเส้นทาง เริ่มตั้งแต่ Art Deco Lobby ที่ยังคงเสน่ห์คลาสสิกของตึกเอ็มไพร์สเตทเอาไว้ ไปจนถึง Interactive Kong Exhibit ที่ให้ได้ถ่ายรูปเล่นกับ King Kong หนึ่งในภาพจำของตึกแห่งนี้
นอกจากนี้ยังมี Celebrity Wall ให้แวะดูภาพเหล่าคนดังที่เคยมาเยือน และ Grand Staircase บันไดใหญ่ที่ถ่ายรูปออกมาแล้วดูอลังการแบบสุด ๆ เรียกได้ว่าก่อนจะขึ้นไปถึงจุดชมวิว Empire State Building ก็มีมุมให้กดชัตเตอร์กันรัว ๆ จนเมมแทบเต็มแล้ว
Empire State Building อยู่ที่ไหน? ตัวตึกตั้งอยู่ใจกลาง Midtown Manhattan บริเวณ Fifth Avenue ตัดกับถนน 34th Street ส่วนทางเข้าสำหรับขึ้น Observatory จะอยู่ที่ 20 West 34th Street โลเคชันถือว่าดีมาก เพราะอยู่ใกล้ทั้ง Herald Square, Koreatown, Bryant Park และสถานที่ท่องเที่ยวดัง ๆ อีกเพียบ
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/XoH9yajzoL3W7nd58
เวลาเปิด-ปิด: เปิดบริการทุกวัน โดยปกติเปิดประมาณ 09:00/10:00 น. ถึง 22:00/24:00 น. (วันเวลาเปิด-ปิดจะยืดหยุ่นตามฤดูกาลและวันหยุด)
ราคาตั๋วเข้าชม:
จากประเทศไทยไป New York โดยทั่วไปจะต้องต่อเครื่องอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ขึ้นอยู่กับสายการบินและเส้นทางที่เลือก สนามบินหลักที่นิยมใช้คือ John F. Kennedy International Airport (JFK) และ Newark Liberty International Airport (EWR)
การเดินทางจากสนามบิน JFK (John F. Kennedy) เข้าเมือง:
การเดินทางจากสนามบิน EWR (Newark Liberty) เข้าเมือง:
นอกจากรถไฟแล้ว ยังมีตัวเลือกแท็กซี่ Yellow Cab, Rideshare เช่น Uber, Lyft และรถรับส่งสนามบิน (Airport Shuttle) สำหรับคนที่มีกระเป๋าเดินทางหลายใบ ใครพักอยู่แถว Midtown จะสะดวกเป็นพิเศษ เพราะลงจาก Penn Station หรือ Grand Central แล้ว สามารถเดินหรือนั่ง Subway ต่อไป Empire State Building ได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที
ถ้าอยู่ใน Manhattan แล้ว วิธีที่ง่ายและประหยัดที่สุดคือ Subway เพราะมีหลายสถานีอยู่ใกล้ตึกมาก
ถ้าอยากเที่ยวสบาย ๆ อากาศไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป แนะนำช่วงเมษายน–พฤษภาคม และกันยายน–ตุลาคม เพราะอากาศใน New York กำลังดี เหมาะทั้งกับการขึ้นชมวิวและเดินเที่ยว Manhattan ต่อแบบยาว ๆ
แต่สุดท้ายแล้ว ที่นี่ก็มาได้ตลอดทั้งปี เพราะแต่ละฤดูให้บรรยากาศต่างกัน ดังนี้
Credit esbnyc.com
ถ้าอยากเที่ยว New York แบบไม่เสียเวลาอยู่บนรถนาน ๆ การเลือกที่พักใกล้ Empire State Building หรือโซน Midtown ถือว่าสะดวกมาก เพราะอยู่ใกล้ทั้งสถานี Subway ร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง และแลนด์มาร์กดังหลายแห่ง บางวันแทบไม่ต้องวางแผนการเดินทางซับซ้อน แค่ใส่รองเท้าสบาย ๆ แล้วเดินเที่ยวต่อได้เลย
Arlo NoMad เป็นโรงแรมที่เหมาะกับสายเที่ยวเมืองที่ชอบที่พักดีไซน์เก๋ ๆ แต่ยังอยากได้โลเคชันกลาง Manhattan ตัวโรงแรมอยู่บน East 31st Street ในย่าน NoMad และอยู่ห่างจาก Empire State Building เพียงไม่กี่บล็อก จะเดินไปขึ้น Observatory หรือแวะถ่ายรูปกับตัวตึกก็สะดวกมาก
ห้องพักของที่นี่มาในสไตล์โมเดิร์น เน้นการใช้พื้นที่แบบกะทัดรัด แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการพักในเมืองครบ บรรยากาศโดยรวมดูสนุกและไม่เป็นทางการเกินไป อีกหนึ่งจุดที่หลายคนน่าจะชอบคือวิวจากบริเวณชั้นสูงของโรงแรม ซึ่งสามารถมองเห็น Skyline ของ New York และ Empire State Building ได้แบบใกล้ ๆ
เรื่องโลเคชันก็ถือว่าดี เพราะเดินไป Koreatown ได้สบาย ใครกลับจากเที่ยวดึกแล้วอยากหาอะไรกินต่อก็มีร้านอาหารให้เลือกเพียบ ส่วนการเดินทางไปโซนอื่นก็มีสถานี Subway อยู่ในระยะเดินถึง จึงเหมาะกับคนที่อยากใช้โรงแรมเป็นฐานแล้วออกตะลุยเที่ยว New York ตั้งแต่เช้าจนค่ำ
ถ้าอยากให้ทริป New York รอบนี้พิเศษขึ้นอีกหน่อย The Langham, New York, Fifth Avenue เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะคนที่ให้ความสำคัญกับทั้งความสบายและโลเคชัน เพราะโรงแรมตั้งอยู่บน Fifth Avenue ใจกลาง Midtown และอยู่ใกล้ Empire State Building แบบเดินถึงได้ในไม่กี่นาที
บรรยากาศด้านในจะเรียบหรูและค่อนข้างสงบ ตัดกับความคึกคักของ Manhattan ด้านนอก ห้องพักมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างเมื่อเทียบกับโรงแรมใจกลาง New York และห้องพักบางประเภทยังสามารถมองเห็น Empire State Building ได้จากในห้องเลยด้วย เหมาะมากกับคู่รักหรือคนที่อยากพักผ่อนแบบเต็มที่หลังจากเดินเที่ยวมาทั้งวัน
นอกจากนี้ โลเคชันก็ยังดีงามสุด ๆ สามารถเดินไป Bryant Park, New York Public Library และ Herald Square ได้ไม่ไกล หรือจะเดินต่อขึ้นไปตาม Fifth Avenue เพื่อเที่ยว Rockefeller Center และแหล่งช้อปปิ้งต่าง ๆ ก็ได้ ส่วนใครจะนั่ง Subway ไป Downtown หรือย่านอื่นของ Manhattan ก็มีสถานีให้เลือกหลายจุดในบริเวณใกล้เคียง
สำหรับคนที่คิดว่า “มา New York ทั้งที ขอเอางบไปกินและเที่ยวดีกว่า” Pod 51 เป็นอีกตัวเลือกที่ตอบโจทย์เลย โรงแรมตั้งอยู่ในย่าน Midtown East บน East 51st Street แม้จะไม่ได้อยู่ติดกับ Empire State Building เหมือนสองแห่งแรก แต่ข้อดีคือเดินทางไปเที่ยวโซนต่าง ๆ ของ Manhattan ได้ค่อนข้างง่าย และราคาเป็นมิตรกว่าโรงแรมระดับเดียวกันในใจกลางเมือง
คอนเซปต์ของที่นี่สมชื่อ Pod เพราะห้องพักจะมีขนาดกะทัดรัด เน้นพื้นที่เท่าที่จำเป็น เหมาะกับสายเที่ยวที่ออกจากโรงแรมตั้งแต่เช้าแล้วกลับมานอนตอนค่ำมากกว่าใช้เวลาพักอยู่ในห้องทั้งวัน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ส่วนกลางและ Rooftop ให้ขึ้นไปนั่งพักเปลี่ยนบรรยากาศได้ด้วย
เรื่องการเดินทางถือว่าสะดวก เพราะอยู่ใกล้สถานี Subway Lexington Av/53 St และ 51 St ทำให้ไปเที่ยวโซนอื่นได้ง่าย รอบโรงแรมเองก็อยู่ไม่ไกลจาก Rockefeller Center, Fifth Avenue และ Grand Central Terminal ส่วนการไป Empire State Building สามารถนั่ง Subway ต่อหรือเดินชมเมืองไปเรื่อย ๆ ได้ เหมาะกับคนที่อยากคุมงบค่าที่พัก แต่ยังอยากได้โลเคชันที่เที่ยว Manhattan ได้คล่องตัว
ถ้าเป็นทริป New York ครั้งแรก Empire State Building ยังเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่ควรลองขึ้นไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง เพราะสิ่งที่ได้ไม่ได้มีแค่วิวเมืองจากมุมสูง แต่ยังได้เห็นเรื่องราวของตึกระดับตำนานที่อยู่คู่กับ New York มานานหลายสิบปี ยิ่งได้ยืนมองวิว Manhattan กว้างสุดสายตาจากด้านบน ก็ยิ่งเข้าใจว่าทำไมตึกแห่งนี้ถึงยังเป็นหนึ่งในจุดชมวิวนิวยอร์กที่คนทั่วโลกอยากมาสักครั้ง
อ่านต่อบทความท่องเที่ยวอื่นๆ :
Q: ไป Empire State Building ต้องแต่งตัวยังไง?
A: แต่งกายแบบลำลองได้ตามสบาย ไม่มี Dress Code แต่แนะนำให้เตรียมเสื้อกันลมหรือเสื้อคลุมติดไปด้วย เพราะดาดฟ้าชั้น 86 ลมจะค่อนข้างแรงและเย็นกว่าระดับถนนพอสมควร
Q: ต้องทำวีซ่าท่องเที่ยวไหม ถ้าจะไป New York?
A: ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยต้องขอวีซ่าท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกา (Tourist Visa / B2) ให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง โดยมีขั้นตอนการกรอกแบบฟอร์ม DS-160 ชำระค่าธรรมเนียม และนัดหมายสัมภาษณ์ที่สถานทูตสหรัฐฯ
Q: เที่ยว Empire State Building ช่วงไหนดีที่สุด?
A: หากอยากเลี่ยงคนเยอะ แนะนำให้ไปช่วงเช้าตั่วเปิด (09:00 - 10:00 น.) หรือช่วงดึกหลัง 22:00 น. แต่ถ้าอยากได้วิวสวยที่สุด แนะนำช่วงพระอาทิตย์ตกดิน (Golden Hour) ซึ่งจะเห็นวิวทั้งช่วงกลางวันและไฟเมืองยามค่ำคืน
Q: สามารถนำขาตั้งกล้องหรือกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่เข้าได้ไหม?
A: ไม่อนุญาตให้นำขาตั้งกล้อง (Tripod) ไม้เซลฟี่ และกระเป๋าเดินทางทรงใหญ่/สัมภาระลากเข้าอาคารเนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย รวมถึงตึกไม่มีจุดฝากกระเป๋าให้บริการ แนะนำให้ใช้กระเป๋าสะพายขนาดทั่วไป
Q: มีที่จอดรถบริเวณ Empire State Building ไหม?
A: ตัวอาคารไม่มีบริการที่จอดรถสำหรับนักท่องเที่ยวโดยตรง แต่บริเวณรอบๆ Midtown Manhattan มีอาคารจอดรถเอกชน (Parking Garage) ให้บริการหลายแห่ง หรือแนะนำให้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะจะสะดวกที่สุด










