
ถ้าให้เลือกย่านเดียวในที่เที่ยวโตเกียวที่เห็นความคาวาอี้แบบญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น ได้ชัดที่สุด ฮาราจูกุคือคำตอบที่ถูกต้อง! ออกจากสถานีฮาราจูกุมาไม่ถึงห้านาที ฝั่งหนึ่งเป็นป่าร่มรื่นของศาลเจ้าเมจิที่เงียบจนแทบไม่เชื่อว่าอยู่กลางเมือง อีกฝั่งเป็นถนนทาเคชิตะที่คนเดินกันแน่นตั้งแต่สาย ๆ วัยรุ่นแต่งตัวจัดเต็ม ร้านเครปมีคิวยาว และร้านเสื้อผ้ามือสองซ่อนตัวอยู่ตามซอยเล็ก ๆ สองโลกที่ต่างกันสุดขั้วแต่อยู่ห่างกันแค่ถนนเส้นเดียว
บทความนี้รวม 12 ที่เที่ยวฮาราจูกุที่คัดมาแล้วว่าจึ้ง ทั้งสายช้อปปิ้งฮาราจูกุ สายวัฒนธรรม และคนที่อยากหามุมพักจากความวุ่นวาย พร้อมวิธีเดินทางไปฮาราจูกุ ช่วงเดือนน่าเที่ยว และที่พักใกล้ฮาราจูกุสุดปัง ใครวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก
ถนนทาเคชิตะคือภาพจำของฮาราจูกุที่ใครก็นึกถึง เป็นถนนคนเดินยาวประมาณ 350 เมตร สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านเสื้อผ้าสายสตรีท ร้านแอคเซสซอรี่ ร้านขนมสีพาสเทล และร้านของจุกจิกราคาไม่แรง จุดที่คนหยุดถ่ายรูปเยอะที่สุดคือซุ้มป้ายทางเข้าฝั่งสถานีฮาราจูกุ จากที่ไปมา แนะนำให้มาก่อน 11 โมง เพราะหลังเที่ยงวันเสาร์-อาทิตย์คนแน่นจนต้องเดินต่อกันเป็นแถว ถ้าไปบ่ายวันธรรมดาก็ยังได้บรรยากาศคึกคัก แต่เดินสบายกว่ากันมาก
เวลาเปิด-ปิด : ร้านส่วนใหญ่เปิดประมาณ 10:00–20:00 น.
ศาลเจ้าเมจิเป็นศาลเจ้าชินโตที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่จักรพรรดิเมจิและจักรพรรดินีโชเก็น ตั้งอยู่กลางป่าราว 70 เฮกตาร์ เดินจากสถานีฮาราจูกุเข้าไปแค่ไม่กี่นาที เสียงรถและเสียงคนก็หายไปเกือบหมด ระหว่างทางจะผ่านโทริอิไม้ขนาดใหญ่และกำแพงถังสาเกที่ถ่ายรูปออกมาสวยทุกครั้ง ถ้าไปวันเสาร์-อาทิตย์มีโอกาสเจอขบวนงานแต่งงานแบบชินโตเดินผ่าน ส่วนตัวชอบมาช่วงเช้าที่สุด แสงลอดต้นไม้กำลังดีและคนยังน้อย เข้าชมฟรี แต่สวนด้านใน (Gyoen) และพิพิธภัณฑ์เก็บค่าเข้าแยก ให้เตรียมเงินสดไปด้วยจ้า
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวันตามเวลาพระอาทิตย์ขึ้น-ตก ขึ้นอยู่กับเดือนนั้น ๆ ประมาณ 5.00 - 17.00น.
สวนโยโยงิอยู่ติดกับศาลเจ้าเมจิ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่คนโตเกียวใช้พักผ่อนกันจริง ๆ วันหยุดจะเห็นคนมาปิกนิก เล่นดนตรี ซ้อมเต้น หรือพาหมามาเดินเล่นเต็มสนามหญ้า ฤดูใบไม้ผลิมีซากุระให้นั่งชมกันเป็นกลุ่ม ๆ ส่วนช่วงปลายพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคม ต้นแปะก๊วยแถวทางเข้าจะเหลืองสดทั้งแนว ถ้าเดินช้อปที่ถนนทาเคชิตะจนเมื่อย แนะนำให้แวะซื้อของกินจากคอนบินิแล้วมานั่งพักบนสนามหญ้าตรงนี้ ได้พักเมื่อยจริง ๆ และไม่ต้องรอคิวเหมือนตามร้านในย่านช้อปปิ้ง
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ถนนโอโมเตะซันโดเดิมเป็นทางเดินหลักสู่ศาลเจ้าเมจิ ปัจจุบันกลายเป็นถนนแฟชั่นระดับไฮเอนด์ที่หลายคนเรียกว่าฌ็องเซลีเซ่แห่งโตเกียว สองข้างทางร่มรื่นด้วยต้นเซลโควาและอาคารแฟล็กชิปของแบรนด์ดังที่ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง ต่อให้ไม่ได้ตั้งใจช้อปก็เดินดูตึกได้เพลิน ๆ คนชอบสถาปัตยกรรมลองสังเกตตึก Dior ที่ออกแบบโดย SANAA และตึก Tod’s ของโทโย อิโตะ ส่วน Omotesando Hills ก็เป็นจุดแวะหลบแดดหลบฝนได้ดี
เวลาเปิด-ปิด : ถนนเดินได้ตลอด ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดประมาณ 11:00–20:00 น.
Credit : gtn
แคทสตรีทเป็นถนนเส้นเล็ก ๆ ที่เชื่อมฮาราจูกุกับชิบูย่า สร้างทับแนวแม่น้ำชิบุยะเดิมที่ถูกปิดไว้ด้านล่าง บรรยากาศต่างจากถนนทาเคชิตะเลย คนน้อยกว่า ร้านส่วนใหญ่เป็นแบรนด์สตรีทแวร์ ร้านรองเท้าผ้าใบ และร้านวินเทจคูล ๆ ที่คัดมาอย่างดี ใครชอบแฟชั่นฮาราจูกุแบบโตขึ้นมาอีกนิดจะถูกใจเส้นนี้ เทคนิคประหยัดเวลาคือเดินจากฮาราจูกุลงไปทางชิบูย่าตามแคทสตรีท ถ้าไม่แวะร้านไหนใช้เวลาประมาณ 15–20 นาที ได้เที่ยวสองย่านในทางเดียวโดยไม่ต้องขึ้นรถไฟ
เวลาเปิด-ปิด : เดินได้ตลอด ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดประมาณ 11:00–20:00 น.
Credit : laforet
ลาฟอเร่ ฮาราจูกุเปิดมาตั้งแต่ปี 1978 และเป็นแลนด์มาร์กแฟชั่นวัยรุ่นของย่านนี้มาตลอด ตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนนโอโมเตะซันโดตัดกับถนนเมจิโดริ ด้านในอัดแน่นด้วยร้านแบรนด์ญี่ปุ่นขนาดเล็ก ตั้งแต่สายโลลิต้า โกธิค ไปจนถึงดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่ยังไม่มีหน้าร้านที่อื่น ชั้นบนสุดมี Laforet Museum ที่จัดนิทรรศการและอีเวนต์อยู่ตลอด เดินดูไปเรื่อย ๆ จะเจอร้านที่ขายของแปลกใหม่และเทรนด์แฟชั่นญี่ปุ่นแบบฟิน ๆ ยังไงก็ได้ของติดมือกลับมาแน่นอน
เวลาเปิด-ปิด : 11:00–20:00 น.
ห้างที่ทางเข้าเป็นกระจกหลายเหลี่ยมสะท้อนภาพคนเดินเข้าออก จุดนี้กลายเป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิตของย่านมาตั้งแต่เปิดในปี 2012 ด้านในเป็นร้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์หลายชั้น แต่ไฮไลต์จริง ๆ อยู่ที่ดาดฟ้าชั้น 6 ซึ่งปลูกต้นไม้ไว้เป็นสวนเล็ก ๆ ให้นั่งพักฟรี จากที่ไปมา แนะนำให้ถ่ายรูปทางเข้ากระจกจากช่วงกลางบันไดเลื่อนแล้วเงยกล้องขึ้น จะได้ภาพสะท้อนหลายชั้นซ้อนกันสวยกว่ายืนถ่ายจากพื้น ช่วงเช้าที่ห้างเพิ่งเปิดคนยังไม่เยอะ ถ่ายคอนเทนต์ได้จุก ๆ
เวลาเปิด-ปิด : 11:00–20:00 น.
Credit : FB デザインフェスタギャラリー Design Festa Gallery
ดีไซน์ เฟสตา แกลเลอรีซ่อนตัวอยู่ในซอยย่านอุระฮาราจูกุ ไม่ไกลจากแคทสตรีท สังเกตง่ายจากตัวอาคารสีชมพูสุดคิวท์ แกลเลอรีนี้เปิดมาตั้งแต่ปี 1998 แบ่งเป็นสองอาคารฝั่ง West และ East มีห้องจัดแสดงขนาดต่าง ๆ รวมกว่า 20 ห้อง เปิดให้ทั้งศิลปินหน้าใหม่และมืออาชีพเช่าพื้นที่โชว์งานได้อย่างอิสระ งานที่จัดแสดงจึงหลากหลายมาก ตั้งแต่ภาพวาด ภาพถ่าย ประติมากรรม ไปจนถึงอาร์ตทอย บางชิ้นซื้อกลับบ้านได้ด้วย ส่วนตัวชอบเดินเข้าห้องเล็ก ๆ ไปเรื่อย ๆ เพราะงานเปลี่ยนบ่อย มาแต่ละครั้งได้เจอของใหม่ แถมเข้าชมฟรี ใช้เวลาแค่ประมาณ 30 นาทีก็เดินได้ทั่วละ
เวลาเปิด-ปิด : 11:00–20:00 น.
Credit : ukiyoe-ota-muse.jp
ใครอยากเห็นอีกด้านของฮาราจูกุ ต้องแวะพิพิธภัณฑ์ศิลปะโอตะ พิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ ที่เชี่ยวชาญภาพอุกิโยะเอะโดยเฉพาะ มีคอลเลกชันประมาณ 15,000 ชิ้น รวมผลงานของศิลปินระดับตำนานอย่างโฮคุไซ ฮิโรชิเงะ และอุตามาโระ ภาพพิมพ์ไม้เหล่านี้ไวต่อแสงมาก จึงไม่มีนิทรรศการถาวร แต่เปลี่ยนธีมทุกเดือน มากี่ครั้งก็ได้เห็นของใหม่ ก่อนเข้าต้องถอดรองเท้า ทำให้บรรยากาศข้างในสงบลงทันที ค่าเข้าประมาณ 800–1,200 เยน แนะนำให้เช็กตารางบนเว็บไซต์ก่อนไป เพราะช่วงเปลี่ยนนิทรรศการจะปิดหลายวัน
เวลาเปิด-ปิด : 10:30–17:30 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 17:00 น.)
Credit : FB Harajuku Togo Shrine
ศาลเจ้าโทโกซ่อนตัวอยู่ห่างจากถนนทาเคชิตะแค่ไม่กี่ก้าว แต่คนส่วนใหญ่เดินผ่านไปโดยไม่รู้ตัว ศาลเจ้านี้สร้างเพื่อรำลึกถึงพลเรือเอกโทโก เฮฮาจิโร่ วีรบุรุษกองทัพเรือญี่ปุ่นในสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น จึงได้ชื่อว่าเป็นศาลเจ้าแห่งชัยชนะ คนญี่ปุ่นมักมาขอพรเรื่องสอบ กีฬา และการงาน ด้านในมีบ่อน้ำและสวนเล็ก ๆ ที่ร่มรื่น เหมาะเป็นจุดพักระหว่างวัน ถ้ามาถึงฮาราจูกุเช้าเกินแล้วพวกร้านต่าง ๆ ยังไม่เปิด ก็ให้แวะที่นี่ก่อนได้ เดินจากทางออก Takeshita ของสถานีฮาราจูกุแค่ 3 นาทีเอง
เวลาเปิด-ปิด : 06:00–17:00 น.
Credit : X @h_kiddyland
คิดดี้แลนด์เป็นร้านของเล่นและสินค้าคาแรกเตอร์ที่อยู่คู่ถนนโอโมเตะซันโดมานาน ตัวร้านมี 5 ชั้น ตั้งแต่ชั้นใต้ดินถึงชั้น 4 แต่ละชั้นแบ่งโซนตามคาแรกเตอร์ชัดเจน มีทั้งโซน Snoopy และ Hello Kitty รวมถึงคาแรกเตอร์ญี่ปุ่นที่กำลังดังในช่วงนั้น ของหลายชิ้นเป็นลายพิเศษที่หาซื้อที่อื่นยาก ใครมีลิสต์ฝากซื้อจากเพื่อนมาที่นี่ทีเดียวมักได้ครบ ข้อเสียคือวันหยุดคนแน่นเว่อร์ และทางเดินค่อนข้างแคบ และบางชั้นต้องต่อแถวจ่ายเงินนานเลย แนะนำให้มาช่วงเปิดร้านใหม่ ๆ หรือวันธรรมดา จะเลือกของได้สบายกว่ากันเยอะ
เวลาเปิด-ปิด : 11:00–20:00 น.
Credit : nezu-muse
เดินสุดถนนโอโมเตะซันโดเลยไปทางอาโอยามะอีกประมาณ 10 นาทีจะเจอพิพิธภัณฑ์เนซุ ที่เก็บงานศิลปะญี่ปุ่นและเอเชียตะวันออกยุคก่อนสมัยใหม่ไว้ถึง 7,400 ชิ้น อาคารปัจจุบันออกแบบโดยเคนโกะ คุมะ ทางเดินเข้าที่ขนาบด้วยแนวไผ่คือจุดที่หลายคนหยุดถ่ายรูปก่อนเข้าด้านใน แต่ส่วนที่ทำให้ที่นี่น่าจดจำคือสวนญี่ปุ่นด้านหลังที่มีทางเดินลัดเลาะผ่านบ่อน้ำ โคมหิน และร้านน้ำชา ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีสวยเป็นพิเศษ อีกอย่างคือที่นี่ใช้ระบบจองรอบออนไลน์ แนะนำให้จองล่วงหน้า เพราะถ้ารอบเต็มอาจไม่มีตั๋วขายหน้างานจ้า
เวลาเปิด-ปิด : 10:00–17:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 16:30 น.)
ฮาราจูกุ (Harajuku) ตั้งอยู่ในเขตชิบูย่า (Shibuya City) ฝั่งตะวันตกของใจกลางกรุงโตเกียว อยู่กึ่งกลางระหว่างชินจูกุกับชิบูย่าบนรถไฟ JR สาย Yamanote สถานีหลักคือสถานีฮาราจูกุ ส่วนสถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้ที่สุดคือสถานีเมจิจิงกุมาเอะ (สาย Chiyoda และ Fukutoshin) ที่อยู่ตรงทางแยกจิงกุมาเอะพอดี ฝั่งตะวันตกของสถานีฮาราจูกุเป็นศาลเจ้าเมจิกับสวนโยโยงิ ส่วนฝั่งตะวันออกเป็นย่านช้อปปิ้งที่ไล่จากถนนทาเคชิตะไปจนสุดถนนโอโมเตะซันโด ย่านฮาราจูกุ และย่านชิบูย่า ต่อกันเป็นพื้นที่เดียว จะนั่งรถไฟสถานีเดียวหรือเดินก็ถึงกันได้ ทำให้วางแผนเที่ยวสองย่านในวันเดียวได้ง่าย
สิ่งที่ทำให้ฮาราจูกุไม่เหมือนย่านช้อปปิ้งอื่น ๆ ในโตเกียวคือการเป็นต้นกำเนิดแฟชั่นสตรีทของญี่ปุ่น ช่วงยุค 90 ถึงต้นยุค 2000 ที่นี่คือที่ที่วัยรุ่นมาโชว์สไตล์การแต่งตัวแบบไม่มีกฎเกณฑ์ ตั้งแต่สายคาวาอี้ เดโคระ ไปจนถึงโลลิต้าและวิชวลเค แฟชั่นฮาราจูกุจึงกลายเป็นคำที่คนทั่วโลกรู้จัก ทุกวันนี้กระแสอาจเบาลงกว่าเดิม แต่บรรยากาศความกล้าแต่งตัวยังอยู่เหมือนเดิม เดินถนนทาเคชิตะไม่กี่นาทีก็จะเห็นคนแต่งตัวเก๋ ๆ คูล ๆ ให้ดูไม่หยุด
อีกจุดที่ส่วนตัวชอบมากคือความต่างที่อยู่ติดกันพอดี ฝั่งหนึ่งเป็นป่าศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้าเมจิกับสวนโยโยงิ อีกฝั่งเป็นห้างกระจกยุคใหม่และร้านแบรนด์ดัง ระหว่างนั้นยังมีพิพิธภัณฑ์อุกิโยะเอะและศาลเจ้าเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ ทำให้วันเดียวได้ทั้งความสงบ ศิลปะ และแหล่งช้อป โดยไม่ต้องนั่งรถไฟไปไหนไกล
ฮาราจูกุยังเป็นย่านที่เดินเที่ยวง่าย ทางเท้ากว้าง ป้ายบอกทางมีภาษาอังกฤษ และหลายจุดเข้าฟรี ไม่ว่าจะเป็นศาลเจ้าเมจิ สวนโยโยงิ หรือดาดฟ้าของห้างทั้งสองฝั่ง ใครวางแผนเที่ยวโตเกียวแบบคุมงบและเวลา ย่านนี้เลยเป็นตัวเลือกที่ดีเว่อร์ แถมเดินต่อไปชิบูย่าหรือนั่งรถไฟไปเที่ยวชินจูกุได้ในไม่กี่นาที
เหมาะกับ : คู่รัก / สายคอนเทนต์ / คนที่อยากพักติดสวนโยโยงิ
TRUNK HOTEL YOYOGI PARK เป็นบูทีคโฮเทลขนาดเล็กเพียง 25 ห้อง ตั้งอยู่ย่านโทมิงายะ ฝั่งตรงข้ามสวนโยโยงิ ทุกห้องมีระเบียง และบางห้องมองเห็นต้นไม้ของสวนเต็มหน้าต่าง ไฮไลต์ที่แขกพูดถึงบ่อยคือสระว่ายน้ำบนดาดฟ้าที่มองลงมาเห็นสวนโยโยงิ ย่านรอบ ๆ เงียบ มีร้านเล็ก ๆ ให้เดินเล่นตอนเช้า ถ้าชอบเดิน จะเดินตัดสวนไปสถานีฮาราจูกุได้ในประมาณ 20 นาที ราคาค่อนข้างสูงและรับเฉพาะผู้เข้าพักอายุ 18 ปีขึ้นไป แต่ถ้ามาฉลองวันพิเศษหรือฮันนีมูน ที่นี่ให้ประสบการณ์ที่คุ้มค่า
เหมาะกับ : ครอบครัว / สายแช่ออนเซน / สายติดแกลม
Mitsui Garden Hotel Jingugaien Tokyo Premier ตั้งอยู่ติดพื้นที่สีเขียวของจิงกุไกเอ็น ใกล้สนามกีฬาแห่งชาติ เดินจากสถานีโคคุริทสึ-เคียวกิโจ สาย Toei Oedo เพียงประมาณ 1 นาที โรงแรมมี 362 ห้อง ทุกห้องมีระเบียง และมีห้องที่รองรับได้ 3 คน เหมาะกับครอบครัว จุดเด่นคือห้องอาบน้ำรวมขนาดใหญ่แบบญี่ปุ่น กับดาดฟ้าสำหรับแขกที่มองเห็นสนามกีฬาแห่งชาติ โตเกียวทาวเวอร์ และภูเขาไฟฟูจิในวันฟ้าใส ระยะห่างจากฮาราจูกุประมาณ 1.3 กิโลเมตร ถ้าเดินก็ 20 นาที เป็นตัวเลือกที่ได้ทั้งความสงบและความสะดวก
เหมาะกับ : สายคุมบัตเจต / คนเที่ยวโตเกียวครั้งแรก / คนชอบที่พักทำเลดี
Shibuya Granbell Hotel เป็นโรงแรมดีไซน์ 105 ห้อง เดินจากสถานีชิบูย่าประมาณ 3 นาที นั่ง JR สาย Yamanote ไปสถานีฮาราจูกุแค่สถานีเดียว หรือจะเดินผ่านแคทสตรีทไปเลยก็ได้ ห้องพักตกแต่งเรียบแต่มีสไตล์ จุดขึ้นรถบัสลิมูซีนสนามบินที่อยู่ไม่ไกล ช่วยให้วันเดินทางมาถึงและวันกลับไม่ต้องลากกระเป๋าขึ้นลงสถานีรถไฟหลายต่อ เหมาะกับคนที่อยากได้ทำเลกลางเมืองในงบที่ไม่สูงเกินไป
เริ่มจากศาลเจ้าเมจิตอนเช้า แล้วเดินข้ามมาถนนทาเคชิตะ ต่อด้วยถนนโอโมเตะซันโดและดาดฟ้าโอโมคาโดะ เส้นทางนี้เดินต่อกันได้ทั้งหมดในประมาณ 4–5 ชั่วโมง
ไม่ไกลเลยจ้า นั่ง JR สาย Yamanote แค่ 1 สถานี ใช้เวลาประมาณ 2–3 นาที หรือเดินผ่านแคทสตรีทประมาณ 15–20 นาที
บริเวณศาลเจ้าเข้าชมฟรีทุกวัน ส่วนสวนด้านใน (Gyoen) และพิพิธภัณฑ์ศาลเจ้าเมจิเก็บค่าเข้าแยก
วันธรรมดาช่วงเช้าก่อน 11 โมงคนน้อยที่สุด ส่วนบ่ายวันเสาร์-อาทิตย์โดยเฉพาะถนนทาเคชิตะคนจะแน่นมาก
มีหมด ร้านแพง ร้านถูก ถ้าที่ถนนทาเคชิตะจะเน้นของราคาย่อมเยาสำหรับวัยรุ่น ส่วนถนนโอโมเตะซันโดเป็นแบรนด์หรูและแฟล็กชิปสโตร์จ้า
ได้แน่นอน แต่ร้านค้าส่วนใหญ่ปิดประมาณ 20:00–21:00 น. และศาลเจ้าเมจิปิดตามเวลาพระอาทิตย์ตก ถ้าอยากเที่ยวตอนค่ำ ๆ แนะนำเดินเล่นถนนโอโมเตะซันโดหรือแคทสตรีท
ไม่จำเป็นเลย แต่งตัวแบบไหนก็เที่ยวได้ตามปกติ แค่แนะนำให้ใส่รองเท้าที่เดินสบาย เพราะถ้าอยากเที่ยวทั้งย่านก็ต้องเดินเยอะเว่อร์
นั่งรถไฟ Keikyu ไปสถานีชินากาวะ แล้วต่อ JR สาย Yamanote ไปสถานีฮาราจูกุ ใช้เวลาประมาณ 40–45 นาที ค่าโดยสารไม่ถึง 700 เยน
ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมจองไฟล์ทไปโตเกียวและที่พักใกล้ฮาราจูกุกับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!






