[รีวิว] จิ่วจ้ายโกว พร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ

เที่ยวจิ่วจ้ายโกว มรดกโลกกลางเสฉวน ชมทะเลสาบห้าสี น้ำตกธารไข่มุก และหวงหลง พร้อมวิธีเดินทางจากไทย ที่พักแนะนำ และเคล็ดลับเที่ยวให้ฟินทุกฤดู
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 6 นาที

ถ้าพูดถึงที่เที่ยวธรรมชาติจีนที่คนรักภูเขา ทะเลสาบ และวิวอลังการต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อของ จิ่วจ้ายโกว หรืออุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว (Jiuzhaigou National Park) แห่งนี้อย่างแน่นอน เพราะที่นี่คือหนึ่งในจุดหมายที่ได้ชื่อว่าเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจาก UNESCO ที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ที่สีของธรรมชาติทั้งภูเขาจีนและทะเลสาบจะสดใส สะดุดตา สวยกินใจสุดๆ

และด้วยความสวยที่ไม่เหมือนใครนี่แหละ ทำให้การเที่ยวจิ่วจ้ายโกว กลายเป็นความฝันของนักเดินทางทั่วโลก รวมถึงนักท่องเที่ยวไทยที่กำลังมองหาที่เที่ยวจีนที่เงียบสงบ วิวดี และมีเสน่ห์เฉพาะตัว วันนี้ Traveloka จะพาทุกคนไปเปิดลิสต์ดูว่า จิ่วจ้ายโกว มีอะไรบ้าง ตั้งแต่จุดถ่ายรูปสวย ๆ กิจกรรมแนะนำ เที่ยวจิ่วจ้ายโกวเดือนไหนดี วิธีเดินทาง ที่พักแนะนำ และเคล็ดลับเตรียมแบบครบจบ ใครที่กำลังเล็งที่นี่ไว้ กดเซฟไว้เลยจ้า!

เช็คราคาไฟล์ทไปจิ่วจ้ายโกว

Fri, 6 Nov 2026

ไทย ไลอ้อน แอร์

กรุงเทพ (DMK) ไป Chengdu (TFU)

เริ่มจาก THB 3,031.74

Sat, 31 Oct 2026

ไทย ไลอ้อน แอร์

กรุงเทพ (DMK) ไป Chengdu (TFU)

เริ่มจาก THB 3,031.74

Fri, 20 Nov 2026

Spring Airlines

กรุงเทพ (BKK) ไป Chengdu (TFU)

เริ่มจาก THB 3,389.52

Quick Summary

จุดไฮไลท์: ทะเลสาบห้าสี ทะเลสาบมังกรคู่ ทะเลสาบซู่เจิ้ง น้ำตกธารไข่มุก และอุทยานหวงหลงที่อยู่ใกล้เคียง รวมกันเป็นเส้นทางธรรมชาติระดับมรดกโลกที่สวยต่างสไตล์กันในแต่ละจุด
ที่ตั้งและการเดินทาง: จิ่วจ้ายโกวอยู่ในมณฑลเสฉวน ห่างจากเฉิงตูราว 330 กิโลเมตร เดินทางจากไทยได้โดยบินตรงไปเฉิงตูแล้วต่อเครื่องภายในประเทศไปสนามบินจิ่วจ้ายโกว-หวงหลง (JZH) ก่อนต่อรถเข้าอุทยานอีกประมาณ 1.5 ชั่วโมง
จุดเด่น: เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติที่ขึ้นทะเบียนกับยูเนสโก มีภูมิประเทศครบทั้งทะเลสาบ น้ำตก ป่าสน และภูเขาหิมะ พร้อมหมู่บ้านชาวทิเบตดั้งเดิมในพื้นที่
ช่วงเวลาเที่ยว: แต่ละฤดูมีเสน่ห์ต่างกัน โดยฤดูใบไม้ร่วงช่วงปลายกันยายนถึงต้นพฤศจิกายนเป็นช่วงที่นิยมที่สุดเพราะใบไม้เปลี่ยนสีสะท้อนผิวน้ำ
กิจกรรมแนะนำ: เดินป่าชมวิว นั่งรถบัสวนรอบอุทยาน ถ่ายรูปทะเลสาบและน้ำตก แวะชมหมู่บ้านชาวทิเบต และเล่นหิมะในฤดูหนาว
ที่พักแนะนำ: มีตั้งแต่ Shanxianli B&B ที่เดินถึงอุทยานได้ Conrad Jiuzhaigou ระดับหรูกลางหุบเขา ไปจนถึง Jiuzhaigou lijiu Inn ที่พักราคาประหยัดใกล้แหล่งอำนวยความสะดวก
เคล็ดลับการเที่ยว: ควรเตรียมเสื้อผ้ากันหนาว รองเท้าเดินป่า น้ำและของว่าง โหลดแผนที่ออฟไลน์ เตรียมรับมืออาการแพ้ความสูงให้พร้อม

จุดไฮไลท์ต่างๆ ของจิ่วจ้ายโกว

1. ทะเลสาบห้าสี (Five Flower Lake)

five flower lake ทะเลสาปห้าสี

แลนด์มาร์กอันดับหนึ่งของจิ่วจ้ายโกว ที่ถ้าไม่ได้แวะถือว่ามาไม่ถึง! ที่นี่คือจุดไฮไลต์ที่คนพูดถึงมากที่สุด เพราะสวยเกินบรรยายจริงๆ! ทะเลสาบห้าสี เป็นที่เที่ยวที่หลายคนตั้งใจมาดูด้วยตาตัวเอง เพราะน้ำในทะเลสาบใสจนมองทะลุเห็นถึงก้นทะเลสาบ และจะเปลี่ยนสีไปตามแสงแดดและแร่ธาตุใต้ผิวน้ำ บางช่วงเป็นฟ้า บางช่วงออกเขียว สวยแบบธรรมชาติจัดให้!

ยิ่งถ้าลองมองลงไปจะเห็นกิ่งไม้ลอยอยู่ใต้น้ำลึกๆ แบบชัดแจ๋ว มองเผินๆ เหมือนแขวนอยู่กลางอากาศ ยิ่งถ้าเป็นช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีแล้วยิ่งไปอีก! เพราะผิวน้ำจะสะท้อนใบไม้สีแดง สีส้ม สีเหลือง ตัดกับน้ำใสหลากเฉดสี มุมไหนก็ถ่ายรูปออกมาสวยไปหมด ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมที่นี่ถึงกลายเป็นภาพจำของจิ่วจ้ายโกวที่ไม่มีที่ไหนแทนได้จริงๆ!

2. ทะเลสาบมังกรคู่ (Double Dragon Lake)

ทะเลสาบมังกรคู่ (Double Dragon Lake)

อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวจิ่วจ้ายโกว ที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง หลายคนอาจมองข้าม แต่บอกเลยว่าความสวยเกินต้าน! ทะเลสาบมังกรคู่ เป็นมุมเงียบๆ ที่ซ่อนความว้าวไว้แบบเต็มสิบ จุดเด่นของที่นี่คือแนวหินปูนใต้น้ำที่ดูคล้ายมังกรสองตัวขดอยู่ ดูลึกลับแต่ก็สวยแปลกตา เลยเป็นที่มาของชื่อ Double Dragon Lake ผิวน้ำที่นี่จะเป็นสีเขียวฟ้าใสๆ ตัดกับแนวต้นไม้เขียวรอบๆ ได้แบบลงตัวมาก บรรยากาศสงบดีมาก เหมาะกับการมานั่งเล่น ถ่ายรูป หรือซึมซับวิวธรรมชาติเฉยๆ ก็รู้สึกได้ถึงความผ่อนคลายแบบเต็มร้อย บอกเลยว่าใครชอบธรรมชาติแบบละมุนๆ บรรยากาศไม่จอแจ ต้องแวะที่นี่!

3. ทะเลสาบซู่เจิ้ง (Shuzheng Lake)

ทะเลสาบซู่เจิ้ง (Shuzheng Lake)

ถ้าใครชอบที่เที่ยวที่มีทั้งน้ำตก ทะเลสาบ และความเขียวแบบธรรมชาติแบบสดชื่นๆ ต้องไม่พลาด ทะเลสาบซู่เจิ้ง เลย! ที่นี่ไม่ได้มีแค่ทะเลสาบเดียว แต่เป็นกลุ่มทะเลสาบน้อยใหญ่เรียงต่อกันถึง 19 แห่ง ลดหลั่นลงมาตามแนวหินเหมือนขั้นบันได น้ำในแต่ละแอ่งจะไหลผ่านโขดหินเป็นสายเล็กๆ ที่แยกออกจากกันพอดีๆ ดูแล้วสบายตาสุดๆ แถมสีของน้ำก็สวยไม่ซ้ำ บางจุดฟ้าใส บางจุดเขียวมรกต ตัดกับต้นหญ้าสีสดๆ ที่ขึ้นอยู่รอบๆ เลยได้ความทั้งสดชื่นทั้งละมุนไปพร้อมกัน

เส้นทางของทะเลสาบกลุ่มนี้ทอดยาวประมาณ 3 กิโลเมตร และต่างระดับกันถึงราว 100 เมตร เลยทำให้เวลามองจากมุมสูงจะเห็นเป็นลำดับชั้นที่ไหลต่อกัน สวยงามมากกก! ใครที่อยากเดินเล่นชิลๆ ท่ามกลางธรรมชาติแบบไม่ต้องเร่งรีบ หรืออยากได้มุมถ่ายรูปสวยๆ ไม่ซ้ำใคร ทะเลสาบซู่เจิ้งคืออีกจุดที่ควรแวะมากๆ รับรองว่าเพลินทั้งตาและใจแน่นอน!

4. น้ำตกธารไข่มุก (Pearl Shoal Waterfall)

น้ำตกธารไข่มุก (Pearl Shoal Waterfall)

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่บอกเลยว่า ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวจิ่วจ้ายโกวก็คือ น้ำตกธารไข่มุก หรือที่บางคนอาจคุ้นในชื่อ น้ำตกนู่รือหลาง ที่นี่คือน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานจิ่วจ้ายโกว และยังสวยอลังแบบเว่อร์ๆ! น้ำตกนี้จะไหลลดหลั่นลงมาตามผากว้างๆ ที่มีรูปร่างคล้ายพัดจีนขนาดใหญ่ สูงประมาณ 40 เมตร กว้างกว่า 300 เมตร! สายน้ำจะแตกตัวเป็นละอองเล็กๆ พริ้วๆ คล้ายไข่มุกไหลรินลงมาตามหน้าผา ซึ่งก็เป็นที่มาของชื่อ "ธารไข่มุก" นั่นเอง

ที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายรูปสุดปังที่ใครมาก็ต้องแชะกลับไป เพราะวิวสวยทั้งน้ำตก ทั้งธรรมชาติรอบๆ แถมยังเคยเป็นโลเคชันถ่ายทำหนังดังอย่างเรื่องไซอิ๋วอีกด้วย ใครเป็นสายธรรมชาติ สายน้ำตก หรือคอหนังจีนย้อนยุค บอกเลยว่าควรแวะมาสัมผัสบรรยากาศจริงๆ ด้วยตัวเองสักครั้ง ฟินแน่นอน!

5. อุทยานแห่งชาติหวงหลง (Huanglong National Park)

อุทยานหวงหลง Huanglongอุทยานแห่งชาติหวงหลง (Huanglong National Park)

ถ้าอยากสัมผัสธรรมชาติที่แปลกตาบอกเลยว่า หวงหลง คืออีกหนึ่งหมุดที่ต้องแวะ! ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากจิ่วจ้ายโกวในมณฑลเสฉวน เป็นอุทยานฯ ที่ขึ้นชื่อเรื่องแอ่งน้ำขั้นบันไดหลากสี ที่เกิดจากแร่ธาตุของน้ำพุร้อนตามธรรมชาติ ความปังคือแอ่งน้ำพวกนี้จะเรียงกันเหมือนบันได แต่ละชั้นมีสีน้ำต่างกันตั้งแต่ฟ้า ไปถึงเขียว น้ำก็ใสจนเห็นพื้น ถ่ายรูปมุมไหนก็คือสวยแบบไม่ต้องใช้ฟิลเตอร์เลย

นอกจากวิวจะละมุนแล้ว ที่นี่ยังมีสัตว์และพืชพรรณหายากอยู่ด้วย ทั้งน้องแพนด้าแดง หรือพืชแปลกๆ ที่เจอได้แค่แถวนี้ บรรยากาศรอบๆ ก็เงียบสงบ เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบไม่ต้องทำอะไรเยอะ แค่มองธรรมชาติก็ฟินแล้ว นอกจากนี้ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกด้วยนะ ใครเที่ยวจิ่วจ้ายโกวแล้วมีเวลา แนะนำให้แวะต่อที่หวงหลงเลย สวยคนละฟีลกับที่อื่นๆ แต่ดีต่อใจไม่แพ้กัน!

ที่ตั้งและการเดินทางไป จิ่วจ้ายโกว

จิ่วจ้ายโกว ตั้งอยู่ในเขตอำเภอหนานผิง (Nanping County) ทางตอนเหนือของมณฑลเสฉวน ประเทศจีน ห่างจากเมืองเฉิงตูประมาณ 330 กิโลเมตร โดยเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่เทือกเขาหมินซาน ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นหุบเขาสูงและธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ จึงทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งใน อุทยานแห่งชาติที่สวยที่สุดในจีน

ส่วนเรื่องการเดินทางไปจิ่วจ้ายโกวจากไทย นั้นก็ไม่ยากเลย โดยสามารถวางแผนได้ตามงบและเวลา มีทั้งเส้นทางบินตรงและต่อเครื่องให้เลือกตามสะดวก

วิธีเดินทางจากไทยไปจิ่วจ้ายโกว

บินจากกรุงเทพฯ ไปเฉิงตู

เลือกบินตรงจากสนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) หรือดอนเมือง (DMK) ไปยัง เฉิงตู ลงได้ทั้งสนามบิน Chengdu Tianfu International Airport (TFU) หรือสนามบิน Chengdu Shuangliu International Airport (CTU) ใช้เวลาประมาณ 3.5–4 ชั่วโมง มีหลายสายการบินให้บริการ เช่น Thai AirAsia X, Thai Airways, China Southern, Sichuan Airlines ฯลฯ

ต่อเครื่องไปสนามบิน Jiuzhai Huanglong (JZH)

จากเฉิงตูสามารถต่อเที่ยวบินภายในประเทศไปยังสนามบิน Jiuzhai Huanglong Airport (JZH) ซึ่งใกล้กับอุทยาน ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมง

เดินทางจากสนามบิน JZH เข้าอุทยาน

จากสนามบินมีรถแท็กซี่หรือรถรับส่งที่สามารถพาเข้าเขต อุทยานจิ่วจ้ายโกว ได้ภายในเวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง เส้นทางเป็นถนนลัดเลาะภูเขา วิวระหว่างทางคือสวยตั้งแต่ยังไม่ถึงอุทยานเลย

ใครที่กำลังมองหาไฟลต์จากกรุงเทพฯ ไป เฉิงตูเทียนฝู่ (TFU) หรือ เฉิงตูซวงหลิว (CTU) แนะนำให้เข้าไปจองผ่าน Traveloka ได้เลย! มีให้เลือกครบทุกสายการบิน จองง่ายในไม่กี่นาที!

เช็คราคาไฟล์ทไปจิ่วจ้ายโกว

Fri, 6 Nov 2026

ไทย ไลอ้อน แอร์

กรุงเทพ (DMK) ไป Chengdu (TFU)

เริ่มจาก THB 3,031.74

Sat, 31 Oct 2026

ไทย ไลอ้อน แอร์

กรุงเทพ (DMK) ไป Chengdu (TFU)

เริ่มจาก THB 3,031.74

Fri, 20 Nov 2026

Spring Airlines

กรุงเทพ (BKK) ไป Chengdu (TFU)

เริ่มจาก THB 3,389.52

จุดเด่นของจิ่วจ้ายโกว

จิ่วจ้ายโกว

จิ่วจ้ายโกวไม่ได้แค่สวยธรรมดา แต่ยังเต็มไปด้วยความพิเศษที่หาไม่ได้จากที่อื่น ที่นี่คือหนึ่งใน อุทยานมรดกโลกของยูเนสโก ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งในแง่ของภูมิประเทศ ระบบน้ำที่ซับซ้อน และความหลากหลายของพืชพันธุ์และสัตว์ป่าหายาก แถมความยังสวยหลากหลาย เพราะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล แบบที่กลับมากี่ครั้งก็ไม่เหมือนเดิม

  • จิ่วจ้ายโกว ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก (UNESCO) ในฐานะพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติระดับโลก
  • มีภูมิประเทศหลากหลาย ครบทั้ง ทะเลสาบบนภูเขา, น้ำตก, ป่าสน และ ภูเขาหิมะจีน สวยจบในที่เดียว
  • หนึ่งในไฮไลต์ที่ทำให้ใครๆ ก็อยากมาเที่ยวจิ่วจ้ายโกวซ้ำ คือวิวธรรมชาติที่เปลี่ยนสีไปตามฤดู ยิ่งช่วงใบไม้เปลี่ยนสีคือพีคสุด! ใครหาที่เที่ยวจีนช่วงตุลาคม–พฤศจิกายนคือห้ามพลาด
  • เป็นหนึ่งในเส้นทางธรรมชาติจีน ที่ติดอันดับโลก เดินทางง่าย มีรถบัสรับ-ส่งภายในอุทยาน แถมยังรักษาความเป็นธรรมชาติไว้อย่างดี
  • มีหมู่บ้านชาวทิเบตดั้งเดิมในพื้นที่อุทยาน วิถีชีวิตเรียบง่าย เห็นทั้งบ้านไม้ ธงมนต์ และวัฒนธรรมท้องถิ่นแบบใกล้ชิด

เที่ยวจิ่วจ้ายโกวเดือนไหนดี?

ถ้ากำลังสงสัยว่า จิ่วจ้ายโกว เดือนไหนสวยที่สุด? คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับบรรยากาศที่เพื่อนๆ อยากได้เลย! เพราะแต่ละฤดูในอุทยานจิ่วจ้ายโกว มีเสน่ห์ไม่ซ้ำกัน

  • ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม) ดอกไม้ป่าบานละลานตา อากาศเย็นสบาย กำลังดี ใครที่อยากเห็นวิวเขียวๆ สดชื่น มีความฟุ้งๆ ถ่ายรูปออกมาสวยละมุน ต้องเล็งช่วงนี้
  • ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม) ป่าเขาเขียวขจี น้ำตกไหลแรง ทะเลสาบสีฟ้าชัดเจน เหมาะกับสายเดินป่าและคนที่ชอบธรรมชาติแบบจัดเต็ม ได้ฟีลเที่ยวธรรมชาติจีนในช่วงพีคของความชุ่มฉ่ำ
  • ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – ตุลาคม) ไฮไลต์ที่สุดของปี! ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ใบไม้ทั่วอุทยานเปลี่ยนสีเป็นส้ม แดง เหลือง สะท้อนผิวน้ำใสๆ สวยมากกก! เป็นช่วงที่คนนิยมมาเที่ยวจิ่วจ้ายโกวมากที่สุด และถ่ายรูปออกมาสวยทุกมุม
  • ฤดูหนาว (พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์) หิมะเริ่มตก ป่าและภูเขาเริ่มปกคลุมด้วยโทนสีขาว วิวเงียบสงบ โรแมนติกสุดๆ ได้ฟีลสโนว์แลนด์ของจริง เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสฤดูหนาวที่จิ่วจ้ายโกวแบบเต็มตา

สำหรับสายเก็บภาพ ถ้าอยากได้จิ่วจ้ายโกวมุมแบบพีคๆ ไม่ต้องแต่งเพิ่ม แนะนำให้ไปช่วงปลายกันยายน – ต้นพฤศจิกายน ใบไม้เปลี่ยนสี แสงดี คนน้อยกำลังพอดี!

กิจกรรมแนะนำในจิ่วจ้ายโกว

จิ่วจ้ายโกวจิ่วจ้ายโกว

  • เดินป่าชมวิวสวยๆ ในอุทยานมีเส้นทางเดินที่จัดไว้ดีมาก เดินง่าย ปลอดภัย เหมาะกับทุกวัย อยากเดินแบบเบาๆ ชิลๆ ก็มี หรือถ้าใครสายลุย จะเดินยาวๆ เก็บธรรมชาติแบบเต็มตาก็จัดได้เลย เดินไปดูไป เจอทั้งป่าสน ทะเลสาบ น้ำตก บอกเลยว่าฟินทุกก้าว
  • นั่งรถบัสชมวิว ถ้าใครไม่ถนัดเดิน ไม่ต้องห่วง! ที่นี่มีรถบัสบริการวนรอบทุกจุดสำคัญ จะขึ้นลงตรงไหนก็ได้ตามใจเลย นั่งชมวิวสวยๆ ไปเรื่อยๆ เพลินมาก แถมประหยัดแรงด้วย
  • ถ่ายรูปทะเลสาบและน้ำตก จุดถ่ายรูปที่นี่คือเยอะมากกก โดยเฉพาะทะเลสาบห้าสี ที่น้ำใสเหมือนกระจกหรือน้ำตกธารไข่มุกที่อลังการสุดๆ ถ่ายรูปตรงไหนก็เหมือนปัง บอกเลยสายเก็บภาพธรรมชาติ สายทำคอนเทนต์บนโซเชียลก็ห้ามพลาด!
  • แวะชมหมู่บ้านชาวทิเบต ในเขตอุทยานยังมีหมู่บ้านท้องถิ่นให้แวะชมด้วย ได้เห็นวิถีชีวิตชาวทิเบตแท้ๆ บ้านไม้เก่าๆ ธงมนต์หลากสีปลิวตามลม บรรยากาศคืออบอุ่นมาก ใครอยากซื้อของฝากแบบงานแฮนด์เมดก็มีให้เลือกเพียบ
  • เล่นหิมะ นั่งชิลในหน้าหนาว ถ้ามาช่วงปลายปีถึงต้นปี จะได้ฟีลฤดูหนาวที่จิ่วจ้ายโกวแบบจัดเต็ม หิมะโปรยเบาๆ ป่าเขาขาวโพลน บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะมากกับการมาโรแมนติกกับแฟน หรือมาฮีลใจเบาๆ
  • พักผ่อนแบบ Slow Life แค่นั่งริมทะเลสาบ มองวิว จิบกาแฟ หรือฟังเสียงน้ำตก ก็ฟินได้แบบไม่ต้องทำอะไรเยอะ บางมุมคือเงียบมากจนได้ยินเสียงลมพัดเลย ใครอยากหนีเมืองแบบจริงจัง ที่นี่คือใช่เลย!

แนะนำที่พักใกล้จิ่วจ้ายโกว

มาเที่ยวจิ่วจ้ายโกว ทั้งที ถ้าได้ที่พักดี วิวสวย เดินทางสะดวก ก็ช่วยให้ทริปทั้งทริปฟินขึ้นอีกเท่าตัวเลยใช่ไหมล่ะ วันนี้คัดมาให้แล้วกับ 3 ที่พักใกล้จิ่วจ้ายโก้ว จะสายหรู หรือสายเซฟงบก็ตอบโจทย์แน่นอน!

Shanxianli B&B

Shanxianli B&B ที่พักใกล้จิ่วจ้ายโกว
Shanxianli B&B ที่พักใกล้จิ่วจ้ายโกว
Shanxianli B&B ที่พักใกล้จิ่วจ้ายโกว
Shanxianli B&B ที่พักใกล้จิ่วจ้ายโกว
Shanxianli B&B ที่พักใกล้จิ่วจ้ายโกว

ใครมองหาที่พักทำเลดีแบบเดินไปเที่ยวต่อได้เลย ต้องปักหมุดที่นี่! Shanxianli B&B ที่พักใกล้อุทยานจิ่วจ้ายโกวมาก เดินชิลๆ ก็ถึงทางเข้าอุทยานเลย ห้องพักตกแต่งสไตล์มินิมอล สวยน่านอน ให้ฟีลโคซี่สุดๆ เหมือนได้พักผ่อนในบ้านไม้กลางป่า ไฮไลต์เด็ดคือบ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งที่ช่วยคลายเมื่อยหลังเดินป่าทั้งวันได้ดีสุดๆ ส่วนอาหารเช้ามีให้เลือกพอประมาณ รสชาติดีตามราคา และพนักงานก็เป็นกันเองมาก ใครอยากได้ที่พักบรรยากาศดี ไม่วุ่นวาย และเดินทางสะดวกแบบไม่ต้องเรียกรถทุกครั้ง ที่นี่คือคำตอบเลย!

Conrad Jiuzhaigou

Conrad Jiuzhaigou ที่พักใกล้จิ่วจ้ายโกว
Conrad Jiuzhaigou ที่พักใกล้จิ่วจ้ายโกว
Conrad Jiuzhaigou ที่พักใกล้จิ่วจ้ายโกว
Conrad Jiuzhaigou ที่พักใกล้จิ่วจ้ายโกว
Conrad Jiuzhaigou ที่พักใกล้จิ่วจ้ายโกว

ถ้าใครอยากพักผ่อนแบบเต็มสตรีมในบรรยากาศรีสอร์ทหรูท่ามกลางขุนเขา ต้องเลือกพักที่ Conrad Jiuzhaigou เลย! ที่นี่เป็นโรงแรมระดับพรีเมียมที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ วิวภูเขาสวย อากาศดี และเงียบสงบมากเหมาะกับการชาร์จพลัง ห้องพักก็กว้างขวาง เตียงนุ่มสบาย พนักงานบริการดีและใส่ใจสุดๆ แถมยังมีบริการ turn-down จัดเตียงให้ตอนเย็น พร้อมผ้าห่มอุ่นๆ ไฟสลัวๆ เรียกว่าเที่ยวเสร็จพร้อมนอนแบบหลับสบาย ห้องพักแต่ละห้องเป็นอาคารแยก ทำให้ต้องใช้รถบัสรับส่งของโรงแรมในการเดินทางไปยังจุดต่างๆ แต่ก็สะดวกสบาย เพราะมีบริการพร้อมตลอด ใครที่อยากพักผ่อนแบบเน้นบรรยากาศดี บริการดี วิวปัง ที่นี่คือคำตอบ!

Jiuzhaigou lijiu Inn

Jiuzhaigou lijiu Inn ที่พักใกล้จิ่วจ้ายโกว
Jiuzhaigou lijiu Inn ที่พักใกล้จิ่วจ้ายโกว
Jiuzhaigou lijiu Inn ที่พักใกล้จิ่วจ้ายโกว
Jiuzhaigou lijiu Inn ที่พักใกล้จิ่วจ้ายโกว
Jiuzhaigou lijiu Inn ที่พักใกล้จิ่วจ้ายโกว

ใครอยากเที่ยวแบบประหยัดแต่ยังได้ที่พักคุณภาพดี ต้องลองพักที่ Jiuzhaigou lijiu Inn ที่พักตั้งอยู่ในโลเคชั่นที่สะดวกมาก ใกล้ทั้งร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และป้ายรถบัส เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเที่ยวในราคาคุ้มๆ แต่ยังสะดวกเรื่องการเดินทาง ห้องพักสะอาด ต้อนรับดี บรรยากาศอบอุ่นเหมือนได้มาพักบ้านเพื่อน มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานครบ และเจ้าของที่พักก็ใจดีมาก ถ้ามีโอกาสมาเที่ยวจิ่วจ้ายโกว แบ็คแพ็คเกอร์หลายๆ คนก็บอกว่าจะกลับมาซ้ำแน่นอน เรียกได้ว่าเป็นที่พักเล็กๆ แต่ครบครัน เหมาะกับสายเที่ยวแบบไม่เน้นหรูแต่ขอสะอาด ปลอดภัย และเดินทางง่ายเลย

เคล็ดลับการเที่ยวจิ่วจ้ายโกว

การมาเที่ยวจิ่วจ้ายโกว ให้ฟินแบบไม่มีสะดุด ต้องมีทั้งร่างกายพร้อม ใจพร้อม และแพลนเที่ยวที่เป๊ะพอสมควร เพราะที่นี่ถึงแม้จะสวยเหมือนสวรรค์บนดิน แต่ก็มีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ควรรู้ไว้ก่อนเดินทาง มาดูเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยให้ทริปสนุกขึ้นเยอะกัน!

  • เตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะกับฤดู อากาศในจิ่วจ้ายโกวค่อนข้างเย็นตลอดปี โดยเฉพาะตอนเช้าและเย็น ไม่ว่าจะมาเดือนไหน แนะนำให้พกเสื้อกันลม/แจ็กเก็ตมาเสมอ ถ้ามาหน้าหนาว ต้องมีหมวก ถุงมือ ผ้าพันคอ และเสื้อผ้าหนาๆ กันไว้ด้วย
  • เลือกรองเท้าดีมีชัยไปกว่าครึ่ง เส้นทางในอุทยานส่วนใหญ่เป็นทางเดินไม้ ทางเดินชัน หรือหิน ควรใส่รองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้าเดินป่าที่พื้นยึดเกาะดี จะเดินทั้งวันก็ไม่เมื่อยง่าย
  • พกน้ำและของว่างติดตัว บางช่วงระหว่างจุดท่องเที่ยวจะไม่มีร้านค้า ถ้าอยากเที่ยวให้ลื่นไหลไม่ต้องหิวกลางป่า แนะนำให้พกน้ำดื่ม ขนม หรือ energy bar ไว้เติมพลังระหว่างทาง
  • โหลดแผนที่ออฟไลน์ไว้ก่อน สัญญาณอินเทอร์เน็ตในบางจุดอาจมีบ้างไม่มีบ้าง โดยเฉพาะระหว่างหุบเขาหรือเส้นทางเดินไกลๆ โหลดแผนที่ไว้ล่วงหน้า หรือเซฟจุดเที่ยวสำคัญไว้ในมือถือก็ช่วยได้มาก
  • เตรียมตัวรับมือกับความสูง พื้นที่ของอุทยานจิ่วจ้ายโกวอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,000–3,000 เมตร บางคนอาจมีอาการแพ้ความสูง เช่น เวียนหัว หรือหายใจไม่เต็มปอด แนะนำให้ดื่มน้ำบ่อยๆ เดินช้าๆ และพักให้เพียงพอ ถ้าเป็นคนไวต่ออากาศ ควรพกกระป๋องออกซิเจนหรือยาแก้แพ้ความสูงไปด้วย
  • แบตกล้อง+มือถือต้องพร้อมเสมอ วิวในจิ่วจ้ายโกวสวยทุกมุม ถ่ายรูปเพลินจนลืมแบตหมด! อย่าลืมพก power bank ไปด้วย หรือแบตกล้องสำรอง (ถ้ามี)
  • เคารพวัฒนธรรมท้องถิ่น หมู่บ้านในอุทยานหลายแห่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวทิเบต ควรให้ความเคารพเวลาเดินผ่านหมู่บ้าน ไม่เสียงดัง และถ้าจะถ่ายรูปคนท้องถิ่น ควรขออนุญาตเสมอ

เตรียมตัวให้พร้อมทั้งเสื้อผ้า กล้อง และใจให้โล่ง แล้วออกเดินทางไปสัมผัส จิ่วจ้ายโกว ด้วยตัวเองกันเถอะ! ไม่ว่าคุณจะเป็นสายเดินป่า สายชิลล์ หรือสายกล้อง บอกเลยว่าที่นี่มีอะไรให้ว้าวทุกฤดู ใครที่เริ่มแพลนเที่ยว เฉิงตู แล้วอยากต่อทริปธรรมชาติแบบฟิน ๆ อย่าลืมแวะดูลิสต์20 ที่เที่ยวเฉิงตูเด็ดๆ ไว้ประกอบทริป และถ้าอยากเลือกช่วงเวลาให้ตรงกับฟีลที่ชอบ ลองเช็กเพิ่มได้เลยว่าเที่ยวเฉิงตูเดือนไหนดี

FAQ

จิ่วจ้ายโกวอยู่ที่ไหน?

จิ่วจ้ายโกวตั้งอยู่ในเขตหนานผิง ทางตอนเหนือของมณฑลเสฉวน ประเทศจีน ห่างจากเมืองเฉิงตูประมาณ 330 กิโลเมตร

เที่ยวจิ่วจ้ายโกวเดือนไหนดีที่สุด?

ช่วงที่นิยมที่สุดคือปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน เพราะเป็นฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่วิวสวยที่สุด ส่วนฤดูหนาวจะได้บรรยากาศหิมะขาวโพลนแทน

จากเฉิงตูไปจิ่วจ้ายโกวใช้เวลาเดินทางเท่าไหร่?

สามารถต่อเครื่องบินภายในประเทศจากเฉิงตูไปสนามบินจิ่วจ้ายโกว-หวงหลง (JZH) ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นนั่งรถเข้าอุทยานอีกประมาณ 1.5 ชั่วโมง

คนไทยต้องขอวีซ่าจีนก่อนเดินทางไปจิ่วจ้ายโกวหรือไม่?

สำหรับคนไทยไม่ต้องขอวีซ่า (Free Visa) ไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว ที่จีน สามารถอยู่ได้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน

ทะเลสาบห้าสีคืออะไรและทำไมถึงเป็นจุดไฮไลท์?

เป็นทะเลสาบที่น้ำใสมองเห็นก้นทะเลสาบและเปลี่ยนสีไปตามแสงแดดและแร่ธาตุใต้น้ำ ถือเป็นแลนด์มาร์กที่มีชื่อเสียงที่สุดของอุทยานจิ่วจ้ายโกว

จิ่วจ้ายโกวเหมาะกับใคร?

เหมาะกับคนที่ชอบธรรมชาติ ทะเลสาบ และน้ำตก ไม่ว่าจะสายเดินป่า สายถ่ายภาพ หรือสายพักผ่อนแบบ Slow Life เพราะอุทยานมีทั้งเส้นทางเดินและรถบัสวนรอบให้เลือกตามความสะดวก

ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมจองไฟล์ทไปเฉิงตูและจองที่พักใกล้จิ่วจ้ายโกวกับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ จิวไซ่โกวเซี่ยน

จิวไซ่โกวเซี่ยน

China

บทความแนะนำ

จุดเช็กอิน "ต๋าข่า" สุดไวรัลในจีนประจำปี 2026: ถนนอู่คัง, กำแพงแดงหอกลอง และแคนตันทาวเวอร์

18 Sep 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 2 นาที

รวม 15 เมืองน่าเที่ยวในประเทศจีน อัปเดตเมืองสวย จุดเช็กอิน ที่เที่ยวจีน 2026 ห้ามพลาด!

04 Aug 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 6 นาที

รวม 10 ของฝาก เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ น่าหิ้วกลับไทย [อัปเดต 2026]

19 Jan 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

20 ของฝากฉงชิ่ง ที่ห้ามพลาด พร้อมลิสต์แหล่งช้อปยอดนิยม [อัปเดท 2026]

19 Jan 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 4 นาที

15 ของฝาก เซินเจิ้น ที่ห้ามพลาด พร้อมลิสต์แหล่งช้อปยอดนิยม [อัปเดต 2026]

19 Jan 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

20 ของฝากคุนหมิงที่ห้ามพลาด พร้อมลิสต์แหล่งช้อปยอดนิยม [อัปเดท 2026]

19 Jan 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 4 นาที
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร