[รีวิว] Park Güell (ปาร์กเกวย์) พร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ

รีวิว Park Güell (ปาร์กเกวย์) สวนโมเสกสุดคิวท์ของอันโตนี เกาดี ที่เที่ยวบาร์เซโลนาที่ไม่ควรพลาด รวมไฮไลท์ บันไดมังกร ม้านั่งรูปงู ห้องโถงร้อยเสา ราคาบัตรเข้าชม Park Güell วิธีเดินทางจากกรุงเทพฯ เดือนที่ควรไป และที่พักใกล้ Park Güell ครบในบทความเดียว
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
ปาร์กเกวย์ ที่เที่ยวบาร์เซโลนา

ถ้าพูดถึงที่เที่ยวบาร์เซโลนาที่ใครไปก็ต้องแวะ นอกจากโบสถ์ซากราดาฟามีเลียแล้ว อีกที่ที่ขาดไม่ได้คือ Park Güell หรือ ปาร์กเกวย์ สวนบนเนินเขาคาร์เมลในย่านกราเซีย ผลงานของสถาปนิกอันโตนี เกาดี (Antoni Gaudí) ที่เปลี่ยนเนินเขาลาดชันธรรมดาให้กลายเป็นสวนสุดแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยกระเบื้องโมเสกสีสันสดใส เสาหินเอียง และอาคารที่ดูเหมือนบ้านในนิทาน แต่เดิมที่นี่ถูกวางแผนให้เป็นหมู่บ้านจัดสรรสำหรับคนรวยตามความต้องการของเอวเซบี เกวย์ (Eusebi Güell) นักธุรกิจผู้เป็นผู้อุปถัมภ์คนสำคัญของเกาดี แต่โครงการดันขายบ้านไม่ออก สุดท้ายก็เลยกลายเป็นสวนสาธารณะของเมืองในปี 1926 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกยูเนสโกในปี 1984

ส่วนตัวมองว่าสวนปาร์กเกวย์เป็นที่ที่ควรเผื่อเวลาไว้อย่างน้อยครึ่งวัน เพราะนอกจากโซนเสียค่าเข้าที่เรียกว่า Monumental Zone ซึ่งรวมผลงานเด่นของเกาดีไว้แล้ว พื้นที่สวนส่วนใหญ่ยังเดินเล่นได้ฟรี มีจุดชมวิวที่มองเห็นบาร์เซโลนาไปจนถึงทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้ด้วย บทความนี้รวมทั้งไฮไลท์ กิจกรรม ราคาบัตรเข้าชม Park Güell วิธีเดินทาง และที่พักใกล้ Park Güell ไว้ให้ครบ ใครกำลังวางแผนเที่ยวสเปนเซฟไว้ใช้เป็นไกด์ได้เลย

Quick Summary

ไฮไลท์ของ Park Güell: บันไดมังกรกับซาลาแมนเดอร์โมเสก El Drac ลานธรรมชาติที่มีม้านั่งรูปงู ห้องโถงร้อยเสาที่มีเสา 86 ต้น และบ้านขนมปังขิงตรงทางเข้า ทั้งหมดอยู่ใน Monumental Zone ที่ต้องซื้อบัตร
กิจกรรมแนะนำ: เดินเส้นทางสะพานหินโค้งที่มีระเบียงหญิงซักผ้า และแวะบ้านพักของเกาดี (Gaudí House Museum) ซึ่งต้องซื้อบัตรแยก
ที่ตั้งและการเดินทาง: ตั้งอยู่บนเนินเขาคาร์เมล ย่านกราเซีย บัตรผู้ใหญ่ 18 ยูโร จากกรุงเทพฯ ต้องต่อเครื่อง ใช้เวลาประมาณ 16-20 ชั่วโมง ในเมืองนั่งรถไฟใต้ดินสาย L3 หรือรถบัสสาย 24 มาได้
จุดเด่นของ Park Güell: สถาปัตยกรรมกึ่งงานอาร์ตหน้าตาน่ารักที่สร้างตามแนวเนินเขาด้วยงานโมเสก trencadís มีระบบเก็บน้ำฝนใต้ลานที่คิดมาอย่างดี และสามารถชมวิวเมืองบาร์เซโลนาแบบพาโนรามาได้จากที่นี่ด้วย
เดือนที่ควรไป: เมษายน-มิถุนายน และกันยายน-ตุลาคม อากาศสบาย คนไม่แน่นเท่าช่วงหน้าร้อน
ที่พักใกล้ Park Güell: Hotel Royal Passeig de Gracia สำหรับสายช้อป Hotel Derby Barcelona สำหรับคนชอบย่านเงียบ ๆ และ Hotel Praktik Bakery สำหรับครอบครัว
เคล็ดลับการเที่ยว: จองบัตรออนไลน์ล่วงหน้า เลือกรอบเช้า ใส่รองเท้าที่เดินสบาย และแวะจุดชมวิวฟรีบนเนินที่สูงที่สุดของสวน
FAQ: รวมคำถามเรื่องค่าเข้า การจองบัตร เวลาที่ใช้เที่ยว การเที่ยวคู่กับซากราดาฟามีเลีย และวีซ่าสำหรับคนไทย

ไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำของ Park Güell

1.บันไดมังกรและซาลาแมนเดอร์โมเสก (Dragon Stairway & El Drac)

พอเดินผ่านประตูหลักฝั่ง Carrer d'Olot เข้ามา ภาพแรกที่ทุกคนเห็นคือบันไดคู่ที่ทอดขึ้นไปหาห้องโถงร้อยเสา ตรงกลางบันไดมีซาลาแมนเดอร์ตัวใหญ่ที่คนท้องถิ่นเรียกกันว่า El Drac หรือ "มังกร" ตัวมันปูด้วยเทคนิคโมเสกแตกที่เรียกว่า trencadís ซึ่งเกาดีนำเศษกระเบื้องเซรามิกมาเรียงต่อกันจนได้สีเขียว เหลือง ฟ้า และส้ม ที่สะท้อนแดดสวยมาก นอกจากเป็นงานศิลปะแล้ว ปากของซาลาแมนเดอร์ยังเป็นทางระบายน้ำล้นจากถังเก็บน้ำใต้ดินด้วย จากที่ไปมา แนะนำให้มาถึงในรอบแรกของวัน เพราะช่วงสายคนจะต่อคิวถ่ายรูปกับ El Drac ยาวจนแทบไม่มีจังหวะได้ภาพที่ไม่มีคนติดมาเลยทีเดียว

2.ลานธรรมชาติและม้านั่งรูปงู (Nature Square & Serpentine Bench)

ลานธรรมชาติ (Plaça de la Natura) คือลานกว้างที่อยู่บนหลังคาของห้องโถงร้อยเสา เดิมตั้งใจให้เป็นพื้นที่จัดงานกลางแจ้งของหมู่บ้าน ขอบลานล้อมด้วยม้านั่งรูปงูที่โค้งเว้าไปมาเป็นแนวยาว ปูด้วยโมเสกหลากสี ผลงานที่เกาดีทำร่วมกับสถาปนิกโจเซป มาเรีย จูโจล (Josep Maria Jujol) ลวดลายแต่ละช่วงก็คือสวยแบบไม่ซ้ำกันเลย ส่วนความโค้งของพนักพิงก็รับกับแผ่นหลังพอดี นั่งพักได้นานแบบไม่เมื่อย จุดนี้คือจุดชมวิวที่ดีที่สุดใน Monumental Zone มองเห็นหลังคาบ้านขนมปังขิงด้านล่าง ตัวเมือง และวิวทะเลไกล ๆ ลองนั่งบนม้านั่งช่วงที่หันออกหาทะเล จะได้ทั้งลายโมเสกและวิวเมืองในเฟรมเดียว

3.ห้องโถงร้อยเสา (Hypostyle Room)

ห้องโถงร้อยเสา (Sala Hipòstila) อยู่ตรงปลายบันไดมังกร แม้ชื่อจะเรียกว่าร้อยเสา แต่จริงๆ แล้วมีเสาทรงดอริก 86 ต้น เดิมออกแบบไว้เป็นตลาดของหมู่บ้าน สิ่งที่ทำให้โถงนี้ต่างจากโถงเสาทั่วไปคือเพดาน ซึ่งประดับด้วยแผ่นโมเสกทรงกลมฝีมือจูโจล วงใหญ่เป็นสัญลักษณ์ของฤดูกาล ส่วนวงเล็กเล่าถึงวัฏจักรของดวงจันทร์ อีกเรื่องที่หลายคนไม่รู้คือเสาบางต้นมีท่อซ่อนอยู่ข้างใน ทำหน้าที่ลำเลียงน้ำฝนจากลานธรรมชาติด้านบนลงไปเก็บในถังใต้ดิน ใครชอบถ่ายภาพแนวเท่ ๆ ลอฟท์ ๆ อย่าลืมมาเช็กอินตรงนี้ด้วยจ้า

4.บ้านขนมปังขิง (Gingerbread Houses & Porter's Lodge)

ตรงทางเข้าหลักมีอาคารสองหลังที่หลังคาโค้งมนน่ารัก ปูกระเบื้องโมเสกโทนน้ำตาลสลับขาว ยอดหลังคาหลังหนึ่งเป็นรูปเห็ด คนเลยเรียกกันว่าบ้านขนมปังขิง และมักเล่ากันว่าเกาดีได้แรงบันดาลใจจากนิทานฮันเซลกับเกรเทล หลังหนึ่งเคยเป็นบ้านพักของคนเฝ้าประตู (Casa del Guarda) ปัจจุบันเปิดเป็นนิทรรศการขนาดเล็กที่เล่าประวัติการสร้างสวนและเทคนิคก่อสร้างของเกาดี เข้าชมได้ด้วยบัตร Monumental Zone ใบเดียวกัน ส่วนอีกหลังเมื่อก่อนใช้เป็นอาคารต้อนรับ แนะนำให้ถ่ายรูปบ้านสองหลังนี้จากลานด้านบน ฟินกว่าถ่ายจากด้านหน้าเยอะ เพราะได้มุมสูงที่เห็นวิวเมืองเป็นฉากหลังกับทะเลมาด้วย 

กิจกรรมแนะนำ

เดินชมเส้นทางสะพานหินโค้ง (Viaducts & Washerwoman's Portico): เกาดีสร้างสะพานหินไว้สามแห่งเป็นทางสัญจรเลาะไปตามไหล่เขา เสาหินเอียงทำจากหินที่ขุดได้ในพื้นที่ จึงกลมกลืนกับต้นไม้รอบๆ จุดที่ไม่ควรพลาดคือระเบียงหญิงซักผ้า (Pòrtic de la Bugadera) ทางเดินโค้งที่มีเสาต้นหนึ่งแกะเป็นรูปผู้หญิงทูนตะกร้าผ้าไว้บนศีรษะ ช่วงบ่ายแดดส่องลอดเสาเป็นแนวเงาที่ถ่ายรูปออกมาปังเว่อร์
เยี่ยมชมบ้านพักของเกาดี (Gaudí House Museum): บ้านสีชมพูยอดแหลมหลังนี้ไม่ได้ออกแบบโดยเกาดี แต่เป็นผลงานของฟรานเซสก์ เบเรนเกร์ (Francesc Berenguer) เกาดีย้ายมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ปี 1906 จนถึงปี 1925 ภายในจัดแสดงเฟอร์นิเจอร์ที่เกาดีออกแบบ ห้องนอนเรียบง่าย และข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว บ้านหลังนี้ต้องซื้อบัตรแยก หรือซื้อบัตรรวมกับ Park Güell กับ Traveloka ใช้เวลาชมประมาณ 30-45 นาที

ที่ตั้งและการเดินทาง

Park Güell ตั้งอยู่บนเนินเขาคาร์เมล (Turó del Carmel) ทางตอนเหนือของย่านกราเซีย (Gràcia) เมืองบาร์เซโลนา แคว้นกาตาลุญญา ประเทศสเปน ห่างจากจัตุรัสกาตาลุญญา (Plaça de Catalunya) ใจกลางเมืองประมาณ 4 กิโลเมตร ตัวสวนมีพื้นที่กว่า 17 เฮกตาร์ แบ่งเป็นสองส่วน คือ Monumental Zone ที่ต้องซื้อบัตรและจองรอบเวลา กับพื้นที่สวนส่วนที่เหลือที่เข้าได้ฟรี ประตูหลักอยู่ฝั่ง Carrer d'Olot ส่วนประตูอื่นอยู่ฝั่ง Carretera del Carmel และฝั่ง Passatge de Sant Josep de la Muntanya ที่มีบันไดเลื่อนกลางแจ้งช่วยขึ้นเนิน บัตรเข้าชม Park Güell ราคาผู้ใหญ่ 18 ยูโร (ประมาณ 700 บาท) เด็กอายุ 7-12 ปี และผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 13.50 ยูโร เด็กอายุไม่เกิน 6 ปีเข้าฟรีแต่ต้องมีบัตร เวลาเปิดปิดเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ควรเช็กบนเว็บไซต์ทางการ parkguell.barcelona ก่อนไป

วิธีการเดินทางจากกรุงเทพฯ

เครื่องบิน: ยังไม่มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปบาร์เซโลนา ต้องต่อเครื่องอย่างน้อย 1 ครั้ง ตัวเลือกยอดนิยม เช่น Qatar Airways ต่อที่โดฮา Emirates ต่อที่ดูไบ Turkish Airlines ต่อที่อิสตันบูล และ Etihad Airways ต่อที่อาบูดาบี ใช้เวลารวมประมาณ 16-20 ชั่วโมง ค่าตั๋วไปกลับชั้นประหยัดราว 30,000-55,000 บาท ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและการจองล่วงหน้า
รถบัส Aerobús จากสนามบินเข้าเมือง: จากสนามบินบาร์เซโลนา-เอลปราต (BCN) ไปจัตุรัสกาตาลุญญา ใช้เวลาประมาณ 35 นาที ค่าโดยสารราว 7-8 ยูโร (ประมาณ 280-320 บาท) รถออกถี่ สะดวกที่สุดสำหรับคนลากกระเป๋าใบใหญ่
แท็กซี่จากสนามบิน: ใช้เวลาประมาณ 25-35 นาที ค่าโดยสารราว 35-45 ยูโร (ประมาณ 1,400-1,800 บาท) เหมาะกับคนที่มาเป็นกลุ่มหรือมาถึงดึก

วิธีเดินทางในตัวเมือง

รถไฟใต้ดิน (Metro): นั่งสาย L3 (สีเขียว) ลงสถานี Lesseps หรือ Vallcarca แล้วเดินขึ้นเนินต่ออีกประมาณ 15-20 นาที เส้นทางจาก Vallcarca มีบันไดเลื่อนกลางแจ้งช่วยผ่อนแรง ตั๋วเที่ยวเดียวราว 2.5-3 ยูโร (ประมาณ 100-120 บาท) ถ้าอยู่หลายวันใช้ตั๋ว T-casual 10 เที่ยวจะคุ้มกว่า
รถบัส: สาย 24 วิ่งจากจัตุรัสกาตาลุญญาขึ้นไปตามถนน Passeig de Gràcia แล้วจอดใกล้ทางเข้าฝั่ง Carretera del Carmel ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที ใช้ตั๋วเดียวกับรถไฟใต้ดิน ข้อดีคือแทบไม่ต้องเดินขึ้นเนิน
แท็กซี่: จากใจกลางเมืองใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที ค่าโดยสารราว 12-18 ยูโร (ประมาณ 470-700 บาท) บอกคนขับว่า "Park Güell, Carrer d'Olot" จะได้ลงหน้าประตูหลัก

จุดเด่นของ Park Güell

สิ่งที่ทำให้ Park Güell ต่างจากสวนสาธารณะทั่วไปคือวิธีคิดของอันโตนี เกาดี ที่ให้สถาปัตยกรรมเดินตามธรรมชาติ แทนที่จะปรับเนินเขาให้ราบ เขาสร้างทางเดิน สะพาน และกำแพงไปตามแนวลาดเดิม ใช้หินจากในพื้นที่ จนสิ่งก่อสร้างดูเป็นส่วนหนึ่งของภูเขา งานโมเสก trencadís ที่เห็นได้ทั่วทั้งโซนก็เป็นการนำเศษวัสดุกลับมาใช้ตั้งแต่ร้อยกว่าปีก่อน อีกจุดที่คนมักมองข้ามคือระบบจัดการน้ำ น้ำฝนบนลานธรรมชาติจะซึมลงไปตามเสาในห้องโถงร้อยเสา แล้วไหลไปเก็บในถังใต้ดินเพื่อใช้รดน้ำต้นไม้ในสวน เสน่ห์ที่ทำให้ปาร์กเกวย์ต่างจากที่เที่ยวบาร์เซโลนาในตัวเมือง คือที่นี่เป็นงานอาร์ตระดับโลกบนเนินเขาที่สามารถชมวิวทั้งเมืองและทะเลได้ในที่เดียว ไม่แปลกที่ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกยูเนสโกร่วมกับผลงานอื่นของเกาดี

เที่ยว Park Güell เดือนไหนดี

เมษายน-มิถุนายน (ฤดูใบไม้ผลิถึงต้นหน้าร้อน): อากาศประมาณ 17-25 องศาเซลเซียส ต้นไม้เขียว แดดสวย โมเสกถ่ายออกมาสีสด เป็นช่วงที่แนะนำที่สุด แต่คนเริ่มเยอะ ควรจองบัตรล่วงหน้าหลายวัน
กรกฎาคม-สิงหาคม (หน้าร้อน): อากาศร้อนแตะ 30 องศาเซลเซียสขึ้นไป ในสวนมีจุดร่มไม่มาก และเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นที่สุด ถ้าต้องไปช่วงนี้ให้เลือกรอบเช้าสุด
กันยายน-ตุลาคม (ฤดูใบไม้ร่วง): อากาศเริ่มเย็นลง คนน้อยกว่าหน้าร้อน แสงช่วงบ่ายปัง เหมาะกับการเดินเล่นชิล ๆ
พฤศจิกายน-มีนาคม (หน้าหนาว): อากาศราว 9-15 องศาเซลเซียส คนน้อยที่สุด จองรอบได้ง่าย แต่สวนปิดเร็วกว่าฤดูอื่น และถ้าฝนตกทางเดินหินจะลื่น

แนะนำที่พักใกล้เคียง

Hotel Royal Passeig de Gracia

เหมาะกับ : คู่รัก / สายช้อป / คนอยากได้ที่พักทำเลดี

Hotel Royal Passeig de Gracia ตั้งอยู่บนถนน Passeig de Gràcia ถนนช้อปปิ้งสายหลักของบาร์เซโลนา เดินไม่กี่นาทีถึง Casa Milà (La Pedrera) และไม่ไกลจาก Casa Batlló ผลงานอีกสองชิ้นของเกาดี เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว ห้องพักตกแต่งสไตล์โมเดิร์น จุดเด่นคือบาร์บนดาดฟ้า Terraza 83.3 ที่มองเห็นวิวเมือง นั่งดื่มตอนเย็นหลังเที่ยวมาทั้งวันได้สบาย ส่วนการเดินทางไป Park Güell ก็สะดวก ขึ้นรถบัสสาย 24 บนถนนเส้นเดียวกันได้เลย หรือเดินไปสถานีรถไฟใต้ดิน Diagonal แล้วนั่งสาย L3 ไปลงสถานี Lesseps

Hotel Derby Barcelona

เหมาะกับ : สายเสพอาร์ต / ฮิปส์เตอร์ / คนที่ชอบย่านเงียบ ๆ

Hotel Derby Barcelona อยู่บนถนน Carrer de Loreto ในย่านเลส์ กอร์ตส์ (Les Corts) ย่านพักอาศัยที่เงียบกว่าโซนท่องเที่ยว เดินไม่ไกลถึงถนน Avinguda Diagonal ที่มีห้างและร้านค้า และเดินประมาณ 20 นาทีถึงสนามคัมป์นอว์ของสโมสรบาร์เซโลนา เอกลักษณ์ของโรงแรมคือคอลเลกชันงานศิลปะที่จัดแสดงอยู่ทั่วอาคาร รวมถึงงานพิมพ์ของศิลปินชาวกาตาลัน การเดินทางไป Park Güell ใช้เวลานานกว่าโรงแรมอื่นในลิสต์นี้ ราว 30-40 นาทีด้วยรถไฟใต้ดินหรือรถบัส แต่แลกมากับบรรยากาศสงบ เหมาะกับคนที่อยากพักผ่อนจริงจังหลังเที่ยวทั้งวัน

Hotel Praktik Bakery

เหมาะกับ : สายกิน / สายเที่ยวคนเดียว / กลุ่มเพื่อน

Hotel Praktik Bakery เป็นบูทีคโฮเทลบนถนน Carrer de Provença ย่านเอซัมปลา (Eixample) เดินประมาณ 10 นาทีถึง Casa Milà และถนน Passeig de Gràcia ส่วนสถานีรถไฟใต้ดิน Diagonal ห่างแค่ราว 4 นาที นั่งสาย L3 ต่อไป Park Güell ได้เลย เอกลักษณ์ของที่นี่คือร้านเบเกอรี่ Baluard ที่อยู่ภายในโรงแรม ตอนเช้ากลิ่นขนมปังอบใหม่ลอยมาถึงล็อบบี้ และนั่งกินอาหารเช้าไปพร้อมดูการทำขนมปังผ่านผนังกระจกได้ ห้องพักโทนขาวเรียบ สะอาดตา ขนาดไม่ใหญ่มาก เหมาะกับคนที่ใช้โรงแรมเป็นที่นอนแล้วออกไปเที่ยวทั้งวัน

เคล็ดลับการเที่ยว

จองบัตรออนไลน์ล่วงหน้า: Monumental Zone ใช้ระบบรอบเวลาทุก 30 นาทีและจำกัดจำนวนคน รอบช่วงสายมักเต็มก่อน จองผ่านเว็บไซต์ทางการจะได้ราคาต่ำสุด และควรมาให้ตรงรอบ เพราะถ้ามาช้าเกินไปอาจเสียสิทธิ์เข้าชม
เทคนิคประหยัดเวลา: จองรอบแรกของวัน แล้วเดินขึ้นไปที่ลานธรรมชาติก่อน ค่อยย้อนลงมาที่ห้องโถงร้อยเสาและบันไดมังกร จะได้ถ่ายรูปม้านั่งรูปงูตอนคนยังน้อย
ใส่รองเท้าที่เดินสบาย: ทั้งสวนเป็นเนินชัน ทางเดินบางช่วงเป็นกรวดและหิน และควรพกน้ำดื่มไปด้วย โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน เพราะไม่ค่อยมีร่มเงาเท่าไร
แวะจุดชมวิว Turó de les Tres Creus: เนินที่สูงที่สุดของสวน มีไม้กางเขนหินตั้งอยู่ด้านบน อยู่ในโซนฟรี เห็นวิวเมืองกว้างกว่าลานธรรมชาติ แต่ต้องฮึบเดินขึ้นบันไดชันหน่อยนะ คุ้มแน่นอน

FAQ

Park Güell เข้าฟรีไหม?

พื้นที่สวนส่วนใหญ่เข้าได้ฟรี แต่ Monumental Zone ที่มีบันไดมังกร ม้านั่งรูปงู และห้องโถงร้อยเสาต้องซื้อบัตร ราคาผู้ใหญ่ 18 ยูโร

ต้องจองบัตรเข้าชม Park Güell ล่วงหน้าไหม?

ควรจองล่วงหน้า เพราะใช้ระบบรอบเวลาและจำกัดจำนวนคนต่อรอบ ช่วงไฮซีซันรอบยอดนิยมมักเต็มก่อนหลายวัน

เที่ยว Park Güell ใช้เวลานานแค่ไหน?

Monumental Zone ใช้เวลาประมาณ 1-1.5 ชั่วโมง ถ้ารวมพื้นที่สวนฟรีและบ้านพักของเกาดี ควรเผื่อไว้ 2.5-3 ชั่วโมง

Park Güell กับซากราดาฟามีเลียเที่ยววันเดียวกันได้ไหม?

ได้ ทั้งสองแห่งอยู่ห่างกันประมาณ 3 กิโลเมตร นั่งแท็กซี่ราว 15 นาที แนะนำไป Park Güell ช่วงเช้าแล้วไปซากราดาฟามีเลียช่วงบ่าย

คนไทยไปเที่ยวสเปนต้องใช้วีซ่าไหม?

ต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้นก่อนเดินทาง ผ่านศูนย์รับยื่นวีซ่าสเปนในกรุงเทพฯ ควรยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน

พาเด็กหรือผู้ใช้รถเข็นไป Park Güell ได้ไหม?

ได้ เด็กอายุไม่เกิน 6 ปีเข้าฟรีแต่ต้องมีบัตร ส่วนผู้ใช้รถเข็นแนะนำให้เข้าทางฝั่ง Carretera del Carmel เพราะทางลาดชันน้อยกว่าประตูอื่น

ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมไฟล์ทไปบาร์เซโลนาและที่พักใกล้ Park Güell กับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!

ในบทความนี้

• Quick Summary
• ไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำของ Park Güell
• 1.บันไดมังกรและซาลาแมนเดอร์โมเสก (Dragon Stairway & El Drac)
• 2.ลานธรรมชาติและม้านั่งรูปงู (Nature Square & Serpentine Bench)
• 3.ห้องโถงร้อยเสา (Hypostyle Room)
• 4.บ้านขนมปังขิง (Gingerbread Houses & Porter's Lodge)
• กิจกรรมแนะนำ
• ที่ตั้งและการเดินทาง
• วิธีการเดินทางจากกรุงเทพฯ
• วิธีเดินทางในตัวเมือง
• จุดเด่นของ Park Güell
• เที่ยว Park Güell เดือนไหนดี
• แนะนำที่พักใกล้เคียง
• Hotel Royal Passeig de Gracia
• Hotel Derby Barcelona
• Hotel Praktik Bakery
• เคล็ดลับการเที่ยว
• FAQ

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ เมืองบาร์เซโลนา

เมืองบาร์เซโลนา

Spain

ย่านกอทิก

Spain

บาร์เซโลเนตา

Spain

เอชัมปลา

Spain

บทความแนะนำ

Disneyland มีที่ไหนบ้าง? พิกัดดิสนีย์แลนด์ทั่วโลก แต่ละแห่งมีอะไรเด็ด

24 Oct 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 7 นาที

คู่มือเที่ยวญี่ปุ่นเดือนเมษายน ฤดูกาล อากาศ ที่เที่ยวและกิจกรรมแนะนำ

24 Oct 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

คู่มือเที่ยวญี่ปุ่นเดือนกุมภาพันธ์ ฤดูกาล อากาศ ที่เที่ยวและกิจกรรมแนะนำ

24 Oct 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 4 นาที

คู่มือเที่ยวญี่ปุ่นเดือนมกราคม ฤดูกาล อากาศ ที่เที่ยวและกิจกรรมแนะนำ

24 Oct 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

Universal มีที่ไหนบ้าง? รวมพิกัดสวนสนุก Universal Studios ทั่วโลก

24 Oct 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 7 นาที

12 ที่เที่ยว Rio de Janeiro ธรรมชาติสุดอลัง ทั้งชายหาดและภูเขา อัปเดต [2026]

22 Oct 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร