
เที่ยวฟลอเรนซ์แล้วไม่ไปสะพานเวคคิโอ หรือ Ponte Vecchio ก็ถือว่ามาไม่ถึงฟลอเรนซ์จ้า! ชื่อสะพานแปลตรงตัวว่า "สะพานเก่า" เป็นสะพานหินโทนเหลืองส้มที่มีบ้านหลังเล็กเกาะอยู่สองฝั่ง ทอดข้ามแม่น้ำอาร์โนไปอย่างเงียบ ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี 1345 หลังน้ำท่วมใหญ่พัดสะพานเดิมพังไป ทำให้ที่นี่เป็นสะพานเก่าแก่ที่สุดในฟลอเรนซ์ และเป็นสะพานเดียวในเมืองที่รอดจากการถูกระเบิดทำลายช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
สิ่งที่ทำให้สะพานเวคคิโอ ฟลอเรนซ์ ต่างจากสะพานทั่วไปคือมันยังเป็นย่านที่มีคนใช้ชีวิตอยู่จริง ร้านทองและเครื่องประดับเรียงกันตลอดสองข้าง ด้านบนมีทางเดินลับของตระกูลเมดิชิพาดผ่าน และพอแดดเย็นลงแม่น้ำ ทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นก็มารวมตัวกันตรงลานกลางสะพาน บทความนี้รวบรวมไฮไลท์ กิจกรรม วิธีเดินทาง ช่วงเวลาน่าเที่ยว และที่พักใกล้ Ponte Vecchio ไว้ให้ครบ สำหรับใครที่กำลังวางแผนเที่ยวฟลอเรนซ์หรือเที่ยวอิตาลีเป็นครั้งแรก
Credit: Italia.it
ย้อนไปช่วงแรก ๆ ร้านบนสะพานเวคคิโอเป็นของคนขายเนื้อและช่างฟอกหนัง ที่ชอบทิ้งเศษของเสียลงแม่น้ำอาร์โน จนปี 1593 แกรนด์ดยุกเฟอร์ดินันโดที่ 1 แห่งตระกูลเมดิชิ สั่งย้ายร้านพวกนี้ออก แล้วให้ช่างทองกับช่างเงินเข้ามาแทน เพราะสะพานนี้เป็นทางผ่านของชนชั้นสูงไปพระราชวังพิตติ ร้านทองจึงอยู่คู่สะพานมาตั้งแต่ตอนนั้น หลายร้านเป็นกิจการครอบครัวที่ส่งต่อกันมาหลายรุ่น กลางสะพานยังมีรูปปั้นครึ่งตัวของเบนเวนูโต เชลลินี ช่างทองชื่อดังยุคเรอเนสซองส์ ส่วนตัวมองว่าราคาเครื่องประดับที่นี่ราคาอลังเกิน แต่เดินดูงานฝีมือเฉย ๆ แบบเพลิน ๆ ก็พอแล้ว
ถ้าเงยหน้ามองข้างบนบ้านฝั่งตะวันออกของสะพาน จะเห็นทางเดินหลังคาคลุมพาดอยู่ด้านบน นี่คือระเบียงวาซารี (Vasari Corridor) ที่จอร์โจ วาซารีออกแบบให้โคซิโมที่ 1 เดอ เมดิชิ ในปี 1565 ยาวเกือบ 1 กิโลเมตร เชื่อมพาลาซโซเวคคิโอ หอศิลป์อุฟฟิซิ ข้ามสะพานไปถึงพระราชวังพิตติ ให้ราชวงศ์เดินข้ามเมืองได้โดยไม่ต้องลงไปปะปนกับผู้คน ระเบียงนี้ปิดซ่อมไป 8 ปีและกลับมาเปิดเมื่อ 21 ธันวาคม 2024 ตั๋วรวมอุฟฟิซิกับระเบียงราคาประมาณ 47 ยูโรถ้าจองออนไลน์ จากที่ไปมา แนะนำให้จองล่วงหน้านาน ๆ เลย เพราะรอบเข้าชมจำกัดจำนวนคนมาก
ภาพจำของ Ponte Vecchio คือห้องเล็กๆ สีส้ม เหลือง และน้ำตาลที่ยื่นออกไปเหนือแม่น้ำ ห้องเหล่านี้คือส่วนต่อเติมด้านหลังร้าน เรียกว่า "sporti" ที่เจ้าของร้านค่อย ๆ ขยายพื้นที่ออกไปทีละนิดตลอดหลายร้อยปี โดยมีคานไม้ค้ำไว้จากด้านล่าง ผลคือหน้าตาของแต่ละห้องไม่เหมือนกัน สูงต่ำไม่เท่ากัน สีไม่เหมือนกัน ซึ่งก็คือสิ่งที่ทำให้สะพานนี้ดูมีเสน่ห์ในแบบของมัน ถ้ายืนอยู่บนสะพานจะมองไม่เห็น ต้องออกไปดูจากริมตลิ่ง Lungarno หรืออยู่ตรงสะพานข้าง ๆ หรือถ้าเดินเลียบริมน้ำฝั่งอุฟฟิซิ ก็จะได้เห็นบ้านแขวนพร้อมระเบียงวาซารีในเฟรมเดียว
สะพานเวคคิโอตั้งอยู่ใจกลางเมืองเก่าของฟลอเรนซ์ แคว้นทัสคานี ทางตอนกลางของอิตาลี ทอดข้ามแม่น้ำอาร์โนตรงจุดที่แคบที่สุด ฝั่งเหนือของสะพานต่อกับถนน Via Por Santa Maria ห่างหอศิลป์อุฟฟิซิประมาณ 3 นาทีเดิน และห่างพิอัซซาเดลลาซิญอเรียประมาณ 5 นาที ส่วนฝั่งใต้ต่อกับถนน Via de' Guicciardini มุ่งหน้าเข้าย่าน Oltrarno และพระราชวังพิตติ ถ้าเริ่มจากมหาวิหารดูโอโม ใช้เวลาเดินแค่ 10 นาที ตัวสะพานเป็นเขตคนเดินเท้าเท่านั้น รถยนต์วิ่งผ่านไม่ได้ และเปิดให้เดินผ่านได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง เพราะทุกจุดสำคัญในเมืองเก่าอยู่ใกล้กันมาก สะพานนี้จึงเหมาะเป็นจุดตั้งต้นของการเดินเที่ยวฟลอเรนซ์แทบทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะไปฝั่งพิพิธภัณฑ์หรือฝั่งสวนและย่านช่างฝีมือ
จุดเด่นที่ชัดที่สุดของ Ponte Vecchio คือเป็นสะพานหินยุคกลางที่ยังมีร้านค้าอยู่บนตัวสะพานจริง ๆ ไม่ใช่แค่ทางข้ามแม่น้ำ โครงสร้างใช้ซุ้มโค้งแบบแบนสามช่วง ซึ่งเป็นเทคนิคที่ล้ำสมัยมากในศตวรรษที่ 14 ทำให้ใต้สะพานมีช่องกว้างให้น้ำไหลผ่านได้มากขึ้น อีกเรื่องที่คนชอบถามคือประวัติช่วงสงคราม เดือนสิงหาคม 1944 ทหารเยอรมันที่ถอยทัพระเบิดสะพานข้ามแม่น้ำอาร์โนทุกแห่งในเมือง ยกเว้นสะพานเวคคิโอ แต่ก็ทำลายอาคารที่หัวสะพานทั้งสองฝั่งเพื่อปิดทางแทน ต่อมาในปี 1966 สะพานยังผ่านน้ำท่วมใหญ่ที่ทำให้ร้านทองเสียหายหนักมาแล้ว ส่วนตัวมองว่าสะพานไม่ได้ยาวมาก เดินข้ามไม่ถึง 5 นาที แต่การได้รู้ว่าทุกห้องบนสะพานผ่านอะไรมาบ้าง ทำให้การเดินเที่ยวช้า ๆ มีความหมายขึ้นเยอะ และที่สำคัญคือเที่ยวได้ฟรีทุกช่วงเวลา
เหมาะกับ : กลุ่มเพื่อน / คนที่อยากพักติดสะพาน / คนอยากพักอพาร์ทเมนต์
Ponte Vecchio Corner - San Jacopo เป็นอพาร์ตเมนต์บนถนน Borgo San Jacopo ฝั่ง Oltrarno ห่างสะพานเวคคิโอประมาณ 70–80 เมตร เดินแค่ 1–2 นาทีก็ถึง ภายในมีครัวพร้อมตู้เย็น เตาอบ และไมโครเวฟ มีโต๊ะทำงาน Wi-Fi ฟรี ลิฟต์ และบริการฝากกระเป๋า จุดที่ชอบคือทำเลที่ตื่นเช้ามาเดินออกไปถ่ายรูปสะพานตอนคนยังน้อยได้ทันที ส่วนพระราชวังพิตติและหอศิลป์อุฟฟิซิก็อยู่ในระยะเดินไม่ถึง 5 นาที ข้อควรรู้คือที่นี่ไม่รับสัตว์เลี้ยง และเป็นอพาร์ตเมนต์ที่ไม่มีบริการแบบโรงแรมเต็มรูปแบบ
เหมาะกับ : คู่รัก / คนมาเที่ยวฟลอเรนซ์ครั้งแรก / คนชอบวิวรูฟท็อป
Hotel La Scaletta Al Ponte Vecchio ตั้งอยู่บนถนน Via Guicciardini ห่างสะพานประมาณ 300 เมตร เดินราว 3 นาที ตัวโรงแรมอยู่ในอาคารเก่า บางส่วนยังมีเพดานภาพเฟรสโกให้เห็น ไฮไลท์คือรูฟท็อปเทอเรซที่มีบาร์และร้านอาหาร Panorama ให้นั่งดื่มชมวิวหลังคาเมืองตอนเย็น ห้องพักมีหลายแบบตั้งแต่ห้องดับเบิลไปจนถึงสวีทที่มีอ่างจากุซซี่ มีแผนกต้อนรับ 24 ชั่วโมงและพนักงานที่พูดได้หลายภาษา จากที่ไปมา แนะนำให้ขึ้นไปนั่งบนรูฟท็อปหลังกลับจากดูพระอาทิตย์ตกบนสะพาน เพราะอยู่ห่างกันแค่ไม่กี่นาที
เหมาะกับ : ครอบครัว / กลุ่มเพื่อน / สายประหยัด
Ponte Vecchio & Boboli Modern Apartment อยู่บนถนน Via de' Bardi ฝั่งใต้ของแม่น้ำ เดินถึงสะพานเวคคิโอประมาณ 1 นาที และไปสวนโบโบลีได้ในไม่กี่นาที ตัวห้องเป็นอพาร์ตเมนต์ 2 ห้องนอน ขนาดประมาณ 50 ตารางเมตร รองรับได้สูงสุด 5 คน มีห้องนั่งเล่น ครัวขนาดเล็กพร้อมเตาอบและกาต้มน้ำ และ Wi-Fi ฟรี ข้อดีคือละแวกนี้เงียบกว่าฝั่งดูโอโม ตอนกลางคืนพักผ่อนได้สบาย ส่วนข้อควรรู้คือห้องอยู่ชั้น 1 ของอาคารที่ไม่มีลิฟต์ ใครพกกระเป๋าใบใหญ่ควรเตรียมแรงยกขึ้นบันไดไว้ด้วย
ฟรีจ้า! สะพานเวคคิโอเป็นทางเดินสาธารณะ เดินผ่านได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีค่าเข้า สิ่งที่ต้องซื้อตั๋วคือระเบียงวาซารีที่อยู่ด้านบน ซึ่งเข้าได้ผ่านหอศิลป์อุฟฟิซิเท่านั้น
ร้านทองส่วนใหญ่เปิดประมาณ 10 โมงเช้าถึง 1 ทุ่ม เวลาอาจต่างกันไปในแต่ละร้านและแต่ละฤดู บางร้านปิดวันอาทิตย์หรือปิดพักช่วงกลางเดือนสิงหาคม
ในเดือนสิงหาคม 1944 ทหารเยอรมันที่ถอยทัพระเบิดสะพานข้ามแม่น้ำอาร์โนทุกแห่ง แต่เว้นสะพานเวคคิโอไว้ ซึ่งเชื่อกันว่ามาจากคำสั่งระดับสูง อย่างไรก็ตาม อาคารที่หัวสะพานทั้งสองฝั่งถูกระเบิดทิ้งเพื่อปิดทางข้ามแทน
ส่วนใหญ่เป็นร้านทอง เครื่องประดับ นาฬิกา และงานศิลปะ ราคาค่อนข้างสูงเพราะเป็นงานฝีมือและอยู่ในทำเลระดับโลก แต่ก็ไปเดินชมได้ฟีล ๆ
เปิดแล้วตั้งแต่ 21 ธันวาคม 2024 หลังปิดซ่อมไป 8 ปี ตั๋วรวมอุฟฟิซิกับระเบียงราคาประมาณ 47 ยูโรเมื่อจองออนไลน์ และรอบเข้าชมจำกัดจำนวน ควรจองล่วงหน้า
ถ้าแค่เดินข้ามและถ่ายรูปใช้ประมาณ 30 นาที แต่ถ้ารวมดูร้าน รอพระอาทิตย์ตก และถ่ายจากสะพานข้างเคียง ควรเผื่อไว้ 1–2 ชั่วโมง ถ้ารวม Vasari Corridor กับหอศิลป์อุฟฟิซิด้วย ใช้เวลาเกือบครึ่งวัน
มุมยอดนิยมคือบนสะพาน Ponte Santa Trinita ทางทิศตะวันตก โดยเฉพาะช่วงแดดเย็นถึงหัวค่ำ อีกมุมคือสะพาน Ponte alle Grazie ทางทิศตะวันออก ซึ่งคนน้อยกว่าและเห็นระเบียงวาซารีชัด
บินต่อเครื่องลงสนามบินฟลอเรนซ์แล้วนั่งรถรางเข้าเมือง หรือบินลงโรมหรือมิลานแล้วต่อรถไฟความเร็วสูงไปสถานี Santa Maria Novella จากสถานีเดินต่อถึงสะพานประมาณ 15 นาที
ย่าน Oltrarno ฝั่งใต้ของสะพาน เช่น ถนน Borgo San Jacopo, Via Guicciardini และ Via de' Bardi อยู่ห่างสะพานแค่ 1–3 นาทีเดิน บรรยากาศเงียบกว่าฝั่งดูโอโม และเดินไปพระราชวังพิตติกับสวนโบโบลีได้ง่าย
ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมจองไฟล์ทไปฟลอเรนซ์และที่พักใกล้ Ponte Vecchioกับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!







