
หากพูดถึงเมืองชาเขียวที่มีชื่อเสียงที่สุดของที่เที่ยวญี่ปุ่น เมือง Uji จะถูกนึกถึงเป็นอันดับแรกอย่างไม่ต้องสงสัย เมืองเล็กใกล้เกียวโตแห่งนี้คือแหล่งกำเนิดชาเขียวอูจิระดับตำนานที่คนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวทั่วโลกยกย่องในคุณภาพและรสชาติ การเดินทางมาเที่ยว Uji ไม่ได้มีดีแค่การถ่ายรูปหรือเที่ยววัดเท่านั้น แต่ยังเป็นการสัมผัสวัฒนธรรมชาเขียวที่ฝังรากลึกอยู่ในวิถีชีวิตคนญี่ปุ่นอีกด้วย ตั้งแต่ร้านชาเขียวดั้งเดิมไปจนถึงคาเฟ่มัทฉะสมัยใหม่ที่เรียงรายทั่วเมืองเรียกได้ว่าเป็นเมืองที่สายชาเขียวต้องหลงรักอย่างแน่นอน
บทความนี้จะพาไปรู้จักเมืองแห่งชาเขียวที่ผสมผสานความสงบแบบเมืองเล็กเข้ากับประวัติศาสตร์อันยาวนานของญี่ปุ่น ทั้งวัดที่เป็นมรดกโลก ถนนชาอูจิ หรือบรรยากาศริมแม่น้ำที่ชวนให้เดินเล่นแบบสโลว์ไลฟ์ ด้วยระยะทางที่เดินทางง่ายจากเกียวโต ทำให้เมือง Uji เหมาะมากสำหรับการเที่ยวแบบ one day trip หรือเพิ่มไปในทริปคันไซ อ่านจบแล้วกดจองตั๋วเครื่องบินไปคันไซและจองที่พักใน Uji กับ Traveloka เลย!
Sun, 20 Sep 2026

Thai VietJet Air
กรุงเทพ (BKK) ไป โอซาก้า (KIX)
เริ่มจาก THB 5,335.00
Tue, 15 Sep 2026

Thai Air Asia X
กรุงเทพ (DMK) ไป โอซาก้า (KIX)
เริ่มจาก THB 5,354.70
Thu, 3 Sep 2026

Thai VietJet Air
กรุงเทพ (BKK) ไป โอซาก้า (KIX)
เริ่มจาก THB 5,390.00
Uji ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองแห่งชาเขียวเนื่องจากเป็นหนึ่งในพื้นที่แรก ๆ ของญี่ปุ่นที่เริ่มปลูกชาตั้งแต่สมัยเฮอัน ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เหมาะสมทั้งอากาศเย็นชื้น หมอกยามเช้าและดินอุดมสมบูรณ์ ทำให้ใบชาที่ปลูกในอูจิมีคุณภาพสูง ให้รสเข้ม กลิ่นหอมและสีเขียวสดเป็นเอกลักษณ์ จนกลายเป็นต้นแบบของชาเขียวที่ได้รับการยอมรับไปทั่วประเทศ
นอกจากนี้อูจิยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาวัฒนธรรมการดื่มชาโดยเฉพาะมัทฉะที่ใช้ในพิธีชงชาแบบญี่ปุ่น ร้านชาและโรงงานผลิตชาใน เมือง Uji หลายแห่งสืบทอดความรู้และเทคนิคการทำชามาหลายร้อยปีและกลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้การ เที่ยว Uji ถูกจดจำในฐานะการมาเยือนเมืองแห่งชาเขียวแห่งญี่ปุ่นจริง ๆ
Credit: Japan-guide
ถนนชาอูจิเป็นหัวใจสำคัญของการเที่ยว Uji และเป็นพื้นที่ที่สะท้อนตัวตนของเมืองได้ชัดเจนที่สุด เพราะเมืองนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตชาเขียวอูจิคุณภาพสูงมานานหลายร้อยปี ตลอดสองข้างทางจะเต็มไปด้วยร้านชาดั้งเดิม ร้านขนมมัทฉะ และคาเฟ่ที่ใช้ชาเขียวแท้จากอูจิ ใครที่ชื่นชอบกลิ่นหอมและรสเข้มของมัทฉะ รับรองว่าเดินเพลินไม่รู้เบื่อ
เสน่ห์ของถนนสายนี้คือบรรยากาศแบบเมืองเล็กที่เงียบสงบ แต่มีชีวิตชีวาจากนักท่องเที่ยวที่มาแวะชิมชา เลือกซื้อผงมัทฉะหรือของฝากจากเมือง Uji หลายร้านเปิดมานานหลายรุ่นและยังคงรักษาวิธีชงชาแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างดี การเดินเล่นบนถนนชาอูจิหลังจากเที่ยววัดเบียวโดอิน ถือเป็นเส้นทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวอูจิแบบ One Day Trip จากเกียวโต เพราะทั้งเดินง่าย ได้ชิมของอร่อย และซึมซับวัฒนธรรมชาเขียวแท้ ๆ ในที่เดียว
วัดเบียวโดอินคือสัญลักษณ์สำคัญของเมือง Uji และเป็นไฮไลท์ที่คุณไม่ควรพลาด วัดแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO และยังเป็นอาคารเดียวกับที่ปรากฏบนเหรียญ 10 เยนของญี่ปุ่น ตัวอาคารหลักหรือ “วิหารฟีนิกซ์” ตั้งอยู่กลางสระน้ำ สะท้อนเงางดงามตามสไตล์สถาปัตยกรรมยุคเฮอัน ทำให้บรรยากาศโดยรอบดูสงบและศักดิ์สิทธิ์ เหมาะกับการเดินชมและถ่ายภาพอย่างมาก
การมาเที่ยว Uji แล้วแวะวัดเบียวโดอินนอกจากจะได้ชมความงามทางสถาปัตยกรรมแล้ว ยังเป็นโอกาสดีในการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นยุคโบราณ ภายในพื้นที่วัดมีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงพระพุทธรูปและโบราณวัตถุสำคัญ รวมถึงสวนที่ได้รับการดูแลอย่างดี นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมมาในช่วงเช้า เพื่อหลีกเลี่ยงคนเยอะ และใช้เวลาเดินเล่นรอบวัดควบคู่กับการชมวิวแม่น้ำอูจิ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบสำหรับการเที่ยวอูจิแบบสโลว์ไลฟ์
Credit: Japan-guide
แม่น้ำอูจิเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่ช่วยเติมเสน่ห์ให้การเที่ยว Uji สมบูรณ์ยิ่งขึ้น แม่น้ำสายนี้ไหลผ่านใจกลาง เมือง Uji และมีบทบาทสำคัญทั้งด้านประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น จุดเด่นคือสะพานอูจิที่ทอดยาวข้ามแม่น้ำ เปิดมุมมองวิวเมืองเก่าและแนวต้นไม้สองฝั่งน้ำได้อย่างสวยงามโดยเฉพาะในฤดูใบไม้ผลิและใบไม้เปลี่ยนสีบรรยากาศจะโรแมนติกเป็นพิเศษ
นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวอูจิมักนิยมเดินเล่นริมแม่น้ำ พักผ่อนบนม้านั่ง หรือถ่ายภาพวิวธรรมชาติแบบสบาย ๆ เส้นทางเดินเลียบแม่น้ำเหมาะกับการใช้เวลาแบบไม่เร่งรีบ และยังเป็นจุดที่คนท้องถิ่นนิยมมานั่งเล่น อ่านหนังสือ หรือออกกำลังกายเบา ๆ หากมาในช่วงเย็น จะได้เห็นแสงแดดสะท้อนผิวน้ำสร้างบรรยากาศเงียบสงบ แตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวใหญ่ ๆ อย่างชัดเจน ทำให้แม่น้ำอูจิเป็นอีกมุมหนึ่งของ Uji ที่ไม่ควรพลาด
Credit: Japan-guide
ศาลเจ้าอุจิงามิเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญที่สะท้อนประวัติศาสตร์อันยาวนานและได้รับการยกย่องว่าเป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ตัวอาคารหลักถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยเฮอัน และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเช่นเดียวกับวัดเบียวโดอิน บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบ รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ ทำให้การมาเยือนศาลเจ้าแห่งนี้ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เหมาะกับการแวะสักการะหลังจากเดินเที่ยวในเมือง Uji
นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยว Uji มักนิยมแวะศาลเจ้าอุจิงามิเพื่อขอพรเรื่องสุขภาพและความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อกันว่าสามารถนำความโชคดีมาให้ การเดินจากวัดเบียวโดอินมายังศาลเจ้าใช้เวลาไม่นานและเส้นทางระหว่างทางยังได้สัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าแบบดั้งเดิม ถือเป็นอีกมุมหนึ่งของการเที่ยวอูจิที่ช่วยเติมเต็มทั้งด้านวัฒนธรรมและจิตใจ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบสงบและลึกซึ้ง
Uji ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดเกียวโต เป็นเมืองเล็กที่อยู่กึ่งกลางระหว่างเกียวโตและนาราทำให้เมือง Uji กลายเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ ระยะทางจากตัวเมืองเกียวโตใช้เวลาเดินทางเพียงประมาณ 20-30 นาทีเท่านั้น ด้วยทำเลที่ติดแม่น้ำอูจิและรายล้อมด้วยธรรมชาติ เมืองนี้จึงมีบรรยากาศสงบ เหมาะกับการพักผ่อนและซึมซับวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น การเที่ยว Uji สามารถจัดเป็น one day trip ได้อย่างสบาย ไม่ต้องเปลี่ยนที่พัก และยังเดินทางสะดวกด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุม
การเดินทางจากไทยมาเที่ยวอูจิส่วนใหญ่นิยมบินลงสนามบินคันไซ (KIX) หรือสนามบินอิตามิ จากนั้นเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองเกียวโตด้วยรถไฟหรือรถบัส เมื่อถึงเกียวโตแล้วสามารถต่อรถไฟไปยัง Uji ได้ทันที เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนเที่ยวคันไซหลายเมืองในทริปเดียว
การเดินทางจากเกียวโต (Kyoto) :
วิธีที่สะดวกและรวดเร็วที่สุดคือการใช้รถไฟ JR Nara Line สถานทีเกียวโตและลงที่สถานี Uji ระยะเวลา ประมาณ 20-30 นาที ค่าใช้จ่ายประมาณ 240 เยน
การเดินทางจากโอซาก้า (Osaka) :
จากสถานี Osaka/Shin-Osaka นั่งรถไฟ JR Kyoto Line ไปยังสถานี Kyoto ที่สถานี Kyoto ต่อรถไฟ JR Nara Line ตามวิธีการด้านบน ระยะเวลารวมประมาณ 50 นาที ค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 570 เยน
จากสถานี Namba (สำหรับผู้ที่ใช้ Keihan Pass):
นั่งรถไฟสาย Keihan Main Line Ltd. Exp. จากสถานี Yodoyabashi ไปลงสถานี Chushojima และเปลี่ยนเป็นรถไฟสาย Keihan Uji Line ไปลงสถานี Keihan Uji ระยะเวลารวมประมาณ 1 ชั่วโมง 18 นาที ค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 780-1,023 เยน
จุดเด่นสำคัญของ Uji คือการเป็นเมืองที่ผสมผสานวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตเรียบง่ายไว้ได้อย่างลงตัว แม้จะอยู่ไม่ไกลจากเกียวโตแต่เมือง Uji กลับมีบรรยากาศสงบกว่า เหมาะกับการเดินเล่นแบบไม่เร่งรีบ หนึ่งในเอกลักษณ์ที่ทำให้การเที่ยว Uji แตกต่างจากเมืองอื่นคือความเป็นต้นกำเนิดของชาเขียวอูจิที่มีชื่อเสียงระดับโลก ทั้งผงมัทฉะ ขนม และเครื่องดื่มต่าง ๆ ล้วนสะท้อนคุณภาพและความพิถีพิถันของคนท้องถิ่น
นอกจากเรื่องชาเขียวแล้ว Uji ยังโดดเด่นด้านสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เช่น วัดเบียวโดอินและศาลเจ้าอุจิงามิ ซึ่งเป็นมรดกโลก และช่วยเพิ่มคุณค่าทางวัฒนธรรมให้กับเมือง การเดินทางที่สะดวกจากเกียวโต ทำให้เที่ยวอูจิแบบ One Day Trip ได้เลย อีกทั้งยังมีวิวแม่น้ำอูจิและสะพานเก่าแก่ที่ช่วยเสริมเสน่ห์ให้เมืองดูอบอุ่นและน่าจดจำ เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสญี่ปุ่นในมุมที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง
Credit: Japan-guide
หนึ่งในกิจกรรมที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยว Uji คือการชิมชาเขียวอูจิจากแหล่งกำเนิด เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องมัทฉะคุณภาพสูง ทั้งรสชาติ กลิ่นหอม และสีเขียวเข้มเป็นเอกลักษณ์ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเข้าร้านชาดั้งเดิมที่เปิดมานานหลายสิบปี หรือคาเฟ่มัทฉะสมัยใหม่ที่นำชาเขียวมาประยุกต์เป็นเมนูต่าง ๆ เช่น ไอศกรีมมัทฉะ เค้กหรือพาร์เฟต์
การเดินเล่นตามเส้นทางวัดและศาลเจ้าเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้การเที่ยว Uji ได้อารมณ์สงบและใกล้ชิดวัฒนธรรมญี่ปุ่นมากขึ้น เส้นทางยอดนิยมเริ่มจากวัดเบียวโดอินต่อไปยังศาลเจ้าอุจิงามิซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมาก นักท่องเที่ยวสามารถเดินเท้าได้สบาย ๆ พร้อมชมบ้านเรือนเก่าและบรรยากาศเมืองเล็กของเมือง Uji ระหว่างการเดินทาง
Credit: Japan-guide
อีกหนึ่งกิจกรรมที่ทำให้การเที่ยว Uji เต็มไปด้วยความผ่อนคลายคือการเดินเล่นริมแม่น้ำอูจิ เส้นทางเลียบแม่น้ำเหมาะกับการใช้เวลาแบบไม่เร่งรีบ ชมวิวธรรมชาติและบรรยากาศเมืองเก่าที่เงียบสงบ แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวใหญ่ในคันไซอย่างชัดเจนโดยเฉพาะบริเวณใกล้สะพานอูจิ ซึ่งสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำ บ้านเรือนเก่าและแนวต้นไม้สองฝั่งน้ำได้อย่างสวยงาม
การเลือกซื้อของฝากเป็นกิจกรรมที่ช่วยปิดท้ายการเที่ยว Uji ได้อย่างลงตัวเพราะเมือง Uji ขึ้นชื่อเรื่องสินค้าเกี่ยวกับชาเขียวอูจิคุณภาพสูง นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อผงมัทฉะ ขนมญี่ปุ่น หรือของที่ระลึกจากร้านเก่าแก่ตามถนนชาอูจิ ซึ่งหลายร้านมีประวัติยาวนานและได้รับความนิยมจากทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว
เหมาะกับ : แบ็กแพ็กเกอร์ / สายประหยัด / สายเที่ยวคนเดียว
แอด ชากันจู - โฮสเทล เป็นที่พักสไตล์โฮสเทลขนาดเล็กที่ให้บรรยากาศอบอุ่น เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากพักใกล้แหล่งท่องเที่ยวหลักของ เมือง Uji จุดเด่นคือทำเลที่สามารถเดินไปวัดเบียวโดอิน ถนนชาอูจิ และแม่น้ำอูจิได้สะดวก ทำให้การ เที่ยว Uji เป็นเรื่องง่าย ไม่ต้องพึ่งพารถสาธารณะมากนัก ภายในโฮสเทลตกแต่งแบบเรียบง่าย สะอาด และเน้นความเป็นกันเอง เหมาะกับสายแบ็กแพ็กหรือคนที่เดินทางคนเดียว

Kumiyama-cho

แอด ชากันจู - โฮสเทล

8.8/10
•


Kumiyama-cho
THB 1,733.88
THB 1,601.56
เหมาะกับ : คนรักความสะดวก / คู่รัก / คนที่อยากพักใกล้สถานี
Hotel Trend JR Uji Ekimae เป็นโรงแรมขนาดกลางที่ตั้งอยู่ใกล้สถานี JR Uji เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวกในการเดินทาง จุดเด่นของที่พักแห่งนี้คือทำเลที่สามารถเดินจากสถานีรถไฟได้ในไม่กี่นาที ทำให้การ เที่ยว Uji หรือเดินทางต่อไปยังเกียวโตและนาราเป็นเรื่องง่าย เหมาะกับผู้ที่วางแผนเที่ยวหลายเมืองในทริปเดียว

Kumiyama-cho

Hotel Trend JR Uji Ekimae โรงแรมเทรนด์ JR อูจิเอกิแมะ

8.0/10
•



Kumiyama-cho
THB 3,275.19
เหมาะกับ : คู่รัก / สายวัฒนธรรม / สายเรียวกัง
อูจิทีอินน์เป็นที่พักสไตล์เรียวกังขนาดเล็กที่สะท้อนเอกลักษณ์ของ Uji ได้อย่างชัดเจน ด้วยการตกแต่งที่เรียบง่ายและกลิ่นอายวัฒนธรรมชาเขียว ทำให้ผู้เข้าพักรู้สึกเหมือนได้พักผ่อนในเมืองชาอย่างแท้จริง ที่พักตั้งอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ถนนชาอูจิ วัดเบียวโดอิน และแม่น้ำอูจิ เหมาะกับการเที่ยว Uji แบบเดินเท้าและซึมซับบรรยากาศเมืองเก่า

Kumiyama-cho

อูจิทีอินน์

8.8/10
•



Kumiyama-cho
THB 2,056.38
THB 1,899.42
ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมจองตั๋วไปคันไซและจองที่พักใน Uji กับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบินและที่พักด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!


















