
ทะเลสาบเลคหลุยส์ (Lake Louise) หนึ่งในแลนด์มาร์กธรรมชาติชื่อดังของแคนาดา ตั้งอยู่ภายใน อุทยานแห่งชาติแบมฟ์ (Banff National Park) หรือ ท่ามกลางแนวเทือกเขาร็อกกี้ ที่เต็มไปด้วยยอดเขาสูง ป่าสน และธารน้ำแข็ง ทำให้วิวของที่นี่อลังการตั้งแต่แรกเห็น โดยเฉพาะน้ำสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ที่มี Victoria Glacier เป็นฉากหลัง ยิ่งวันไหนฟ้าเปิด ภูเขากับผืนน้ำยิ่งตัดกันสวยจนเหมือนภาพโปสการ์ดเลยทีเดียว
ที่สำคัญ เสน่ห์ของ Lake Louise แคนาดา ยังเปลี่ยนไปตามฤดูกาลอีกด้วย หน้าร้อนเหมาะกับการพายเรือแคนูกลางทะเลสาบ เดินเล่นริมฝั่ง หรือออกไปเดินป่า ส่วนหน้าหนาว ที่นี่จะเปลี่ยนเป็นสีขาว เมื่อทะเลสาบกลายเป็นน้ำแข็งและยอดเขารอบ ๆ ถูกปกคลุมด้วยหิมะ เรียกว่ามาฤดูไหนก็ได้บรรยากาศสวยไปคนละแบบเลย
วันนี้ Traveloka รวมข้อมูลเที่ยว Lake Louise มาให้ครบ! ตั้งแต่จุดไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด วิธีเดินทาง ช่วงเวลาน่าเที่ยว กิจกรรมสนุก ๆ ไปจนถึงที่พักใกล้ Lake Louise พร้อมเคล็ดลับเล็ก ๆ ที่ช่วยให้วางแผนเที่ยวได้ง่ายขึ้น ใครกำลังแพลนเที่ยวแคนาดาและอยากออกไปสัมผัสธรรมชาติของเทือกเขาร็อกกี้แบบเต็ม ๆ ก็สามารถเตรียมทริป พร้อมจองตั๋วเครื่องบินและที่พักผ่าน Traveloka ได้เลย แล้วออกไปชมความสวยขอ สาบเลคหลุยส์ด้วยตาตัวเองกัน!
ถ้าพูดถึงภาพจำของทะเลสาบเลคหลุยส์ นอกจากน้ำสีฟ้าเทอร์ควอยซ์และยอดเขาที่อยู่ด้านหลังแล้ว ก็ต้องมี Fairmont Chateau Lake Louise รวมอยู่ด้วย โรงแรมสไตล์ชาโตว์สุดคลาสสิกแห่งนี้ตั้งอยู่ริมทะเลสาบแบบแทบจะเปิดประตูออกมาก็เจอวิวเลย และยังมีประวัติมาตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 จนกลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญที่อยู่คู่กับ Lake Louise มาอย่างยาวนาน
ถึงไม่ได้เข้าพักก็สามารถมาเดินเล่นและเก็บภาพบริเวณริมทะเลสาบด้านหน้าได้ เพราะตรงนี้ถือเป็นหนึ่งใน จุดถ่ายรูปยอดนิยม มองออกไปจะเห็นผืนน้ำทอดยาวไปจนถึง Victoria Glacier ที่อยู่ด้านหลัง ยิ่งมาในวันที่ฟ้าเปิด วิวตรงหน้าคือสวยแบบแทบไม่ต้องหามุมเลย
นอกจากนี้ ทางโรงแรมยังมี Boathouse สำหรับเช่าเรือแคนูสีแดงซึ่งเป็นอีกหนึ่งภาพซิกเนเจอร์ของ Lake Louise ใครมาเที่ยวช่วงที่ทะเลสาบเปิดสำหรับการพายเรือ สามารถเช่าแคนูแล้วค่อย ๆ พายออกไปชมวิวกลางน้ำได้ จากตรงนั้นจะได้เห็นทั้งโรงแรม ป่าสน และแนวเทือกเขาร็อกกี้จากอีกมุมหนึ่ง เรียกว่าเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้การมาเที่ยว Lake Louise ได้ฟีลครบขึ้นอีกเยอะ
Credit: p6teahouse.com
ใครอยากเห็น Lake Louise ในมุมที่ต่างจากริมทะเลสาบ ลองเผื่อเวลาสำหรับเส้นทาง Plain of Six Glaciers Trail เส้นทาง Hiking ยอดนิยมที่เริ่มจากบริเวณ Lake Louise Lakeshore ก่อนค่อย ๆ พาเดินลึกเข้าไปในหุบเขา ระหว่างทางจะได้เห็นทั้งทะเลสาบจากมุมสูง หน้าผา และธารน้ำแข็งแบบใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ
ส่วนปลายทางไฮไลท์คือ Plain of Six Glaciers Tea House โรงน้ำชาเล็ก ๆ กลางธรรมชาติที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1920 ให้ฟีลเหมือนเป็นรางวัลหลังเดินขึ้นเขามาหลายกิโลเมตร จะนั่งพัก จิบชา เติมพลัง แล้วชมวิวภูเขารอบตัวก่อนเดินกลับก็เพลินมาก เหมาะกับสายเดินป่าแบบสุด ๆ
อีกเส้นทางที่ฮิตไม่แพ้กันคือ Lake Agnes Tea House โดยเส้นทางจะเริ่มจากบริเวณ Lake Louise แล้วค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นผ่านป่าสนและจุดชมวิวต่าง ๆ ก่อนถึง Lake Agnes ทะเลสาบบนภูเขาที่ซ่อนตัวอยู่เหนือ Lake Louise
ไฮไลท์คือโรงน้ำชาริมทะเลสาบที่เปิดให้บริการนักเดินทางมานานกว่า 100 ปี บรรยากาศเรียบง่ายและอบอุ่นมาก หลังจากเดินขึ้นเขามาเหนื่อย ๆ ได้นั่งพักพร้อมวิวทะเลสาบและภูเขาตรงหน้าก็เป็นอีกประสบการณ์ที่น่าจดจำสุดๆ ใครอยากลอง เที่ยว Lake Louise มากกว่าการเดินเล่นริมฝั่ง เส้นทางนี้ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมเลย
Credit: skilouise.com
ถ้ามา Lake Louise หน้าหนาว อีกพิกัดที่ไม่ควรพลาดคือ Lake Louise Ski Resort & Summer Gondola หนึ่งในสกีรีสอร์ตชื่อดังของ Banff National Park ที่มีเส้นทางให้เลือกหลายระดับ ตั้งแต่มือใหม่ที่อยากลองเล่นสกีครั้งแรก ไปจนถึงสายสกีและสโนว์บอร์ดมือโปรที่อยากสนุกกับเส้นทางบนภูเขาแบบเต็มที่ ที่พิเศษคือระหว่างเล่นยังได้ชมวิวเทือกเขารอบตัวไปพร้อมกันด้วย
แต่ที่นี่ไม่ได้สนุกเฉพาะหน้าหนาวเท่านั้น! เพราะช่วงฤดูร้อนเขามีกิจกรรม Summer Gondola ไปชมวิวธรรมชาติจากมุมสูงได้ ระหว่างทางมีโอกาสส่องสัตว์ป่า โดยเฉพาะหมีกริซลีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ธรรมชาติรอบภูเขา รวมถึงสัตว์ชนิดอื่น ๆ ด้วย ใครมาเที่ยว Lake Louise ช่วงหน้าร้อนแล้วอยากเปลี่ยนจากพายเรือหรือเดินป่า มานั่ง Gondola ชมธรรมชาติแบบสบาย ๆ ที่นี่ก็น่าแวะมาก
จริง ๆ แล้วความสวยของทะเลสาบเลคหลุยส์ แคนาดา เป็นเพียงส่วนหนึ่งของธรรมชาติขนาดใหญ่ภายใน Banff National Park หรือ อุทยานแห่งชาติแบมฟ์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1885 และเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของแคนาดา พื้นที่แห่งนี้ตั้งอยู่ตามแนว เทือกเขาร็อกกี้ เต็มไปด้วยภูเขาสูง ธารน้ำแข็ง ป่าสน ทะเลสาบ และสัตว์ป่านานาชนิด
เพราะฉะนั้นถ้ามีเวลา อย่ามาแค่ Lake Louise แล้วกลับทันที สามารถจัดทริปเที่ยวจุดอื่นใน Banff National Park ต่อได้อีก ไม่ว่าจะเป็น Moraine Lake, เมือง Banff หรือจุดชมธรรมชาติระหว่างทาง ยิ่งถ้าเป็นสาย Road Trip บอกเลยว่าเส้นทางรอบอุทยานมีวิวสวย ๆ ให้แวะชมตลอดทาง แนะนำเลยว่า มาทั้งทีควรเผื่อเวลาเที่ยวสัก 2–3 วันขึ้นไป เพื่อสัมผัสบรรยากาศของ Canadian Rockies ให้เต็มอิ่มที่สุด!
สำหรับคนที่สงสัยว่า Lake Louise อยู่ที่ไหน ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่ภายใน Banff National Park ในรัฐ Alberta ทางตะวันตกของประเทศแคนาดา อยู่ท่ามกลางแนวเทือกเขาร็อกกี้และห่างจากเมือง Banff ประมาณ 60 กิโลเมตร จึงเป็นหนึ่งในจุดที่คนนิยมจัดไว้ในทริปเที่ยว Banff อยู่แล้ว
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/Jbrr1wDb8E8vRAqa6
การขับรถเช่า (Road Trip):
รถบัสประจำทาง Roam Transit (จากตัวเมือง Banff):
รถรับส่งอุทยาน Parks Canada Shuttle (ระบบ Park and Ride):
ถ้าถามว่าเที่ยว Lake Louise เดือนไหนดี สำหรับคนที่อยากเห็นทะเลสาบสีฟ้าเทอร์ควอยซ์แบบในรูป พร้อมพายเรือและเดินป่าช่วงปลายเดือนมิถุนายน–กันยายนถือว่าน่าเที่ยวที่สุด เพราะทะเลสาบละลายแล้ว อากาศค่อนข้างสบาย และกิจกรรมกลางแจ้งต่าง ๆ กลับมาคึกคัก ส่วนใครอยากเห็น Lake Louise หน้าหนาว แบบภูเขาหิมะและทะเลสาบกลายเป็นน้ำแข็ง ให้เล็งช่วงประมาณธันวาคม–มีนาคมแทน
เริ่มกันที่ Lake Louise Inn ที่พักยอดนิยมในโซน Lake Louise Village เหมาะกับคนที่อยากได้โลเคชันสะดวกสำหรับออกเที่ยวรอบ Banff National Park ตัวโรงแรมอยู่ท่ามกลางบรรยากาศภูเขาและป่าสน ให้ฟีลอบอุ่นสบาย ๆ มีห้องพักให้เลือกหลายแบบ รวมถึงห้องพักที่มีพื้นที่ครัว เหมาะทั้งกับคู่รัก กลุ่มเพื่อน และครอบครัวที่มาพักหลายคืน จากที่พักสามารถเดินทางต่อไปยัง Lake Louise Lakeshore และ Lake Louise Ski Resort ได้สะดวก ใครมีแพลนเที่ยวหลายจุดรอบ Lake Louise และอยากได้ที่พักที่ใช้เป็นฐานสำหรับออกเที่ยวแต่ละวัน ที่นี่ถือว่าตอบโจทย์มาก
ถ้าอยากให้ทริปนี้ทั้งพรีเมียมและครบเครื่อง Fairmont Chateau Lake Louise คือที่พักที่ได้ทั้งเรื่องโลเคชันและวิว เพราะตั้งอยู่ติดริมทะเลสาบแบบเดินออกจากโรงแรมก็เจอ Lake Louise อยู่ตรงหน้า พร้อมฉากหลังเป็น Victoria Glacier และแนวเทือกเขาร็อกกี้ ข้อดีของการพักที่นี่คือสามารถออกมาชมทะเลสาบได้ตั้งแต่เช้าตรู่หรือช่วงเย็นหลังนักท่องเที่ยวเริ่มบางตา แถมยังอยู่ใกล้จุดเริ่มต้นของเส้นทาง Hiking อย่าง Lake Agnes หรือ Plain of Six Glaciers ส่วนช่วงหน้าร้อนก็มี Boathouse สำหรับพายเรือแคนูในทะเลสาบให้บริการ เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศ Lake Louise แบบเต็ม ๆ ตั้งแต่ตื่นจนเข้านอนเลย
สำหรับคนที่อยากพักแบบเงียบสงบและเน้นการพักผ่อน Post Hotel & Spa เป็นอีกตัวเลือกน่าสนใจใน Lake Louise Village ตัวที่พักมาในบรรยากาศ Mountain Lodge ที่ดูอบอุ่นและเข้ากับธรรมชาติของเทือกเขาร็อกกี้ ได้ดี ให้ฟีลเป็นส่วนตัวกว่าบริเวณริมทะเลสาบที่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว จุดเด่นของที่นี่คือการพักผ่อนแบบสบาย ๆ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างสปาและพื้นที่สำหรับผ่อนคลาย เหมาะมากหลังจากออกไป Hiking เล่นสกี หรือเที่ยวธรรมชาติมาทั้งวัน ขณะเดียวกันโลเคชันก็ยังเดินทางไป Lake Louise Lakeshore และสถานที่เที่ยวรอบ ๆ ได้สะดวก ใครอยากบาลานซ์ทริปแอดเวนเจอร์กับวันพักชิล ๆ ที่นี่น่าเก็บไว้เป็นอีกตัวเลือก
อ่านต่อบทความท่องเที่ยวแคนาดาอื่น ๆ:
Q: คนไทยไปเที่ยว Lake Louise ต้องทำวีซ่าไหม?
A: ต้องใช้วีซ่า สำหรับผู้ถือพาสปอร์ตไทยจะต้องขอวีซ่าแคนาดา (Visitor Visa) ล่วงหน้าก่อนเดินทาง เว้นแต่จะมีวีซ่าชั่วคราวของสหรัฐอเมริกาที่ยังไม่หมดอายุ จึงจะสามารถขออนุมัติการเดินทางแบบ eTA แทนได้
Q: เดินทางจากสนามบิน Calgary (YYC) ไป Lake Louise ยังไง?
A: สามารถเช่ารถขับจากสนามบินคาลการี มุ่งหน้าตามทางหลวง Highway 1 ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง หรือใช้บริการรถบัสรับส่งสนามบิน เช่น Brewster Express หรือ Banff Airporter วิ่งตรงสู่ที่พักในโซน Lake Louise ได้เลย
Q: เที่ยว Lake Louise ช่วงไหนดีที่สุด?
A: ขึ้นอยู่กับสไตล์ทริป หากอยากเห็นน้ำสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ พายเรือแคนู และเดินป่า แนะนำช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงกันยายน ส่วนใครที่อยากสัมผัสหิมะ เล่นสกี หรือเล่นไอซ์สเกตบนทะเลสาบน้ำแข็ง แนะนำช่วง ธันวาคมถึงมกราคม
Q: ขับรถไปเองที่ Lake Louise มีที่จอดรถไหม?
A: มีที่จอดรถบริเวณริมทะเลสาบ (Lakeshore Parking) แต่มีค่าบริการประมาณ $36.75 CAD/วัน และที่จอดมักจะเต็มตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ (ก่อน 7:00 น.) ในช่วงหน้าร้อน แนะนำให้นำรถไปจอดที่จุด Park and Ride แล้วนั่ง Parks Canada Shuttle เข้ามาแทนจะสะดวกที่สุด
Q: ไปเที่ยว Lake Louise ต้องเตรียมตัวแต่งตัวยังไง?
A: ควรแต่งตัวแบบหลายชั้น (Layers) เพราะสภาพอากาศบนภูเขาเปลี่ยนแปลงเร็ว หากไปหน้าร้อนควรเตรียมเสื้อคลุม/เสื้อกันลมติดตัวไว้สำหรับช่วงเช้าและเย็น ส่วนหน้าหนาวต้องเตรียมชุดกันหนาวแบบจัดเต็ม (เสื้อลองจอน, เสื้อโค้ทกันลม/กันหิมะ, ถุงมือ, หมวกไหมพรม) พร้อมรองเท้าที่เดินสบายและกันลื่น






