[รีวิว] เกาะแวนคูเวอร์ (Vancouver Island) พร้อมไฮไลท์ กิจกรรมแนะนำ

พาเที่ยวเกาะแวนคูเวอร์ (Vancouver Island) รวมไฮไลท์น่าเที่ยว กิจกรรมแนะนำ วิธีเดินทาง ช่วงเวลาน่าเที่ยว ที่พัก และเคล็ดลับจัดทริปด้วยตัวเอง
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 9 นาที

เกาะแวนคูเวอร์ (Vancouver Island) หนึ่งในที่เที่ยวแคนาดาที่เหมาะสุด ๆ สำหรับคนที่อยากพักจากความวุ่นวาย แล้วออกไปใช้เวลากับธรรมชาติแบบเต็มสูบ ด้วยบรรยากาศของเกาะที่มีทั้งทะเล ป่าเขียว ๆ เมืองน่ารัก และวิวสวย ๆ ให้เจอตลอดทาง จะมาเที่ยวแบบชิล ๆ ขับรถชมวิว ออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือค่อย ๆ ใช้เวลาเที่ยวหลายวันก็สนุกได้คนละแบบ เรียกว่าเป็นจุดหมายที่ตอบโจทย์ทั้งสายธรรมชาติ สาย Road Trip และคนที่อยากเห็นอีกมุมของแคนาดาเลย

ใครกำลังวางแผนเที่ยวเกาะแวนคูเวอร์กันอยู่ บทความนี้ Traveloka จะพาไปทำความรู้จักที่นี่กันแบบครบ ๆ ตั้งแต่จุดไฮไลท์น่าเที่ยว วิธีเดินทาง ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเที่ยว กิจกรรมน่าลอง ไปจนถึงที่พักและเคล็ดลับที่จะช่วยให้จัดทริปง่ายขึ้น ที่สำคัญยังสามารถวางแผนและจองตั๋วเครื่องบินและที่พักใน Vancouver Island ผ่าน Traveloka ได้ในที่เดียว เตรียมทริปพร้อมแล้วก็ออกไปสัมผัสบรรยากาศของ Vancouver Island Canada กันได้เลย!

เทียบมาให้แล้ว! จองตั๋วเครื่องบินไปแวนคูเวอร์ ราคาถูก เซฟงบได้ชัวร์

Wed, 21 Oct 2026

Air Canada

กรุงเทพ (BKK) ไป แวนคูเวอร์ (YVR)

เริ่มจาก THB 19,576.11

Sun, 25 Oct 2026

Air Canada

กรุงเทพ (BKK) ไป แวนคูเวอร์ (YVR)

เริ่มจาก THB 20,592.75

Mon, 12 Oct 2026

Sichuan Airlines

กรุงเทพ (BKK) ไป แวนคูเวอร์ (YVR)

เริ่มจาก THB 11,415.86

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยวเกาะแวนคูเวอร์ (Vancouver Island) ใน 1 นาที

สัมผัสความหลากหลายของธรรมชาติและเมืองริมทะเล: เกาะใหญ่ฝั่งตะวันตกของแคนาดาที่โดดเด่นด้วยการรวมป่าฝนโบราณ มหาสมุทรแปซิฟิก ชายหาดกว้าง ชุมชนชาวประมง และเมืองสุดคลาสสิกไว้อย่างลงตัวในเกาะเดียว
จุดท่องเที่ยวห้ามพลาด: ชมสถาปัตยกรรมคลาสสิกริมท่าเรือ Inner Harbour ในเมือง Victoria และสวนดอกไม้ระดับโลก The Butchart Gardens, เล่นเซิร์ฟและดูวาฬริมมหาสมุทรที่ Tofino, สัมผัสป่าฝนติดชายหาดกว้าง 16 กม. ที่ Pacific Rim National Park Reserve, ตะลุยป่าต้นไม้ยักษ์พันปีที่ Cathedral Grove และเดินเล่นเมืองท่าพร้อมชิมขนมท้องถิ่นที่ Nanaimo
กิจกรรมยอดฮิต: นั่งเรือออกไปดูวาฬและสัตว์ทะเลกลางมหาสมุทร, เรียนเล่นเซิร์ฟและพายคายักสำรวจชายฝั่ง, เดินป่าศึกษาธรรมชาติป่าฝนเขตอบอุ่น, ปั่นจักรยานชมเมือง และตระเวนชิม Nanaimo Bar พร้อมอาหารทะเลสดๆ ทั่วเกาะ
การเดินทางสะดวก: บินตรงลงสนามบินแวนคูเวอร์ (YVR) แล้วนั่งเรือ BC Ferries ข้ามฝั่ง (นำรถเช่าขึ้นเรือได้) หรือต่อเที่ยวบินภายในประเทศลงสนามบิน Victoria (YYJ) รวมถึงนั่งเครื่องบินทะเล (Seaplane) เข้าสู่ตัวเมืองบนเกาะได้ทันที
ช่วงเวลาน่าเที่ยว: เที่ยวได้ตลอดปี ช่วงยอดนิยมคือหน้าร้อน (พฤษภาคม–กันยายน โดยเฉพาะมิถุนายน–สิงหาคม) อากาศอบอุ่น กลางวันยาวนาน และมีฝนน้อย เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งและ Road Trip, ส่วนฤดูใบไม้ร่วงและหน้าหนาวจะได้บรรยากาศสงบและชมคลื่นริมมหาสมุทร
ระยะเวลาที่แนะนำ: แนะนำใช้เวลาประมาณ 4–7 วันกำลังดี เหมาะสำหรับจัดเป็นทริปขับรถ Road Trip ค่อย ๆ เที่ยวทีละโซนโดยจัดที่พักเป็นช่วง ๆ ตามเส้นทางเพื่อความชิลและไม่เร่งรีบ

จุดไฮไลท์ต่างๆ ของเกาะแวนคูเวอร์ (Vancouver Island)

1. เมือง Victoria และ สวน The Butchart Gardens 

a couple of boats that are sitting in the water
Vancouver IslandVancouver Island

ใครที่มา Vancouver Island ครั้งแรก เริ่มทริปที่เมือง Victoria ถือว่าลงตัวมาก เพราะเป็นเมืองริมทะเลที่น่ารักสุด ๆ มีทั้งความคลาสสิกและบรรยากาศสบาย ๆ อยู่ด้วยกัน จะเดินเที่ยว ถ่ายรูป แวะคาเฟ่ หรือหาร้านอร่อย ๆ นั่งชิลก็ทำได้แบบไม่ต้องรีบ ไฮไลท์อยู่แถว Inner Harbour ที่สามารถเดินชมวิวท่าเรือไปพร้อมกับอาคารสวย ๆ รอบเมือง โดยเฉพาะ British Columbia Parliament Buildings ที่ตั้งเด่นอยู่ริมน้ำ ยิ่งช่วงเย็นไปจนถึงค่ำ พออาคารเริ่มเปิดไฟสะท้อนกับผิวน้ำ บรรยากาศยิ่งสวยและน่าเดินเล่นขึ้นไปอีก

ถ้ามีเวลาเพิ่มอีกครึ่งวัน ลองออกไป Butchart Gardens สวนเก่าแก่ที่พัฒนามาจากเหมืองหินปูนเดิมจนกลายเป็นสวนขนาดใหญ่ ไฮไลท์คือ Sunken Garden ที่อยู่ต่ำลงไปในพื้นที่เหมืองเก่า รวมถึง Japanese Garden และ Rose Garden ที่เดินต่อกันได้เพลิน ๆ ที่นี่เปิดมาตั้งแต่ปี 1904 และปัจจุบันได้รับการกำหนดให้เป็น National Historic Site of Canada ด้วย จึงไม่ได้มีแค่ดอกไม้สวย ๆ ให้ชม แต่ยังมีเรื่องราวของสถานที่ซ่อนอยู่ด้วย

2. เมือง Tofino 

a body of water surrounded by mountains and houses
A man riding a surfboard on top of a wave in the ocean
Tofino

ถ้า Victoria ให้ฟีลเมืองริมทะเลน่ารัก ๆ พอข้ามมาฝั่งตะวันตกจะเปลี่ยนอารมณ์ไปเลย โดยเฉพาะที่เมือง Tofino เมืองเล็ก ๆ ที่อยู่ติดมหาสมุทรแปซิฟิก รอบตัวเต็มไปด้วยชายหาด ป่าฝน และอ่าวสวย ๆ บรรยากาศมีความดิบของธรรมชาติแต่ก็ชิลมากเช่นกัน แค่ตื่นมาหากาแฟสักแก้วแล้วออกไปเดินริมทะเลก็รู้สึกว่าได้เที่ยวแล้ว

ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการเล่นเซิร์ฟมาก โดยมีชายหาดอย่าง Cox Bay และ Chesterman Beach เป็นพิกัดยอดนิยม แต่ถ้าไม่ใช่สายเซิร์ฟก็ไม่ต้องห่วง เพราะยังมีทั้งพายคายัก เดินป่า ออกเรือชมสัตว์ทะเล หรือแค่หามุมนั่งดูคลื่นก็เพลินแล้ว ที่น่าสนใจคือบริเวณนี้สามารถเล่นเซิร์ฟได้ตลอดทั้งปี แม้น้ำจะเย็นจนต้องพึ่ง Wetsuit ก็ตาม

อีกกิจกรรมที่หลายคนตั้งใจมาทำคือการดูวาฬ เพราะน่านน้ำแถว Tofino มีโอกาสพบทั้งวาฬสีเทา วาฬหลังค่อม รวมถึงสัตว์ทะเลอื่น ๆ ยิ่งถ้าเป็นสายธรรมชาติและชอบเที่ยวแบบไม่ต้องวิ่งเก็บแลนด์มาร์ก ที่นี่แนะนำให้อยู่สัก 2 คืน จะได้ค่อย ๆ ซึมซับบรรยากาศแบบไม่ต้องรีบ

3. Pacific Rim National Park Reserve 

Pacific Rim National Park Reserve Pacific Rim National Park Reserve

มา Tofino แล้ว ถ้าไม่แวะ Pacific Rim National Park Reserve ก็น่าเสียดายอยู่เหมือนกัน เพราะที่นี่เป็นหนึ่งในที่เที่ยวธรรมชาติของVancouver Island ที่ทำให้เห็นเสน่ห์ของชายฝั่งตะวันตกได้ชัดมาก ด้านหนึ่งเป็นป่าฝนเขียวชื้นที่เต็มไปด้วยต้นไม้ มอส และเฟิร์น อีกด้านเปิดออกสู่ชายหาดกว้างกับมหาสมุทรแปซิฟิก เที่ยววันเดียวเลยได้ทั้งฟีลเดินป่าและเดินทะเล

โซนที่เที่ยวง่ายและได้รับความนิยมคือ Long Beach ซึ่งสมชื่อมาก เพราะเป็นแนวชายหาดยาวประมาณ 16 กิโลเมตร เชื่อมพื้นที่ระหว่าง Tofino และ Ucluelet จะมาเดินเล่น ดูคนเล่นเซิร์ฟ ปั่นจักรยานริมชายหาด หรือหามุมนั่งดูคลื่นเฉย ๆ ก็ได้

ถ้าอยากเปลี่ยนจากทะเลเข้าป่า ลองเดินเส้นทาง Rainforest Trail ที่มีทางเดินไม้พาเข้าไปกลางป่าฝนเขตอบอุ่น บรรยากาศจะเขียวชื้นและเงียบขึ้นทันที เดินไปเรื่อย ๆ จะเจอต้นไม้ใหญ่ เฟิร์น และมอสขึ้นอยู่รอบตัว เป็นจุดที่ถ่ายรูปออกมาแล้วได้ฟีล Pacific Northwest แบบเต็ม ๆ

4. Cathedral Grove 

Cathedral Grove Cathedral Grove

ใครจัด Road Trip จาก Nanaimo ไป Tofino แนะนำให้ปักหมุด Cathedral Grove เอาไว้ระหว่างทาง เพราะเป็นจุดแวะที่ใช้เวลาไม่เยอะ แต่บรรยากาศดีม้ากกก ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของ MacMillan Provincial Park และมีชื่อเสียงจากป่า Douglas fir เก่าแก่ ซึ่งต้นไม้บางต้นมีอายุมากกว่า 800 ปี สูงกว่า 70 เมตร และมีเส้นรอบวงประมาณ 9 เมตร

พอเดินเข้าไปด้านในจะเข้าใจเลยว่าทำไมถึงได้ชื่อ Cathedral Grove เพราะต้นไม้สูงใหญ่เรียงตัวอยู่รอบทางจนให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในโถงขนาดใหญ่ของธรรมชาติ รอบ ๆ ยังมีเฟิร์น มอส และต้นไม้ล้มตามธรรมชาติ ทำให้ป่าดูเขียวและมีชีวิตมาก ยิ่งวันที่มีแสงลอดลงมาระหว่างยอดไม้ บรรยากาศสวยแบบแทบไม่ต้องแต่งรูปเลย

ที่สำคัญคือไม่ต้องเป็นสาย Hiking ก็เที่ยวได้ มีเส้นทางเดินระยะสั้นให้เลือก เหมาะกับการลงมายืดเส้นยืดสาย สูดอากาศเย็น ๆ สักพัก แล้วค่อยกลับขึ้นรถไป Tofino ต่อ เรียกว่าเป็นหนึ่งในจุดแวะระหว่างทางที่ไม่ควรมองข้ามเลย

5. เมือง Nanaimo 

Nanaimo Harbour
Nanaimo Harbour
Nanaimo

ปิดท้ายด้วย Nanaimo เมืองริมทะเลทางฝั่งตะวันออกของเกาะที่หลายคนอาจใช้เป็นแค่จุดขึ้นลงเรือเฟอร์รี่ แต่จริง ๆ แล้วถ้ามีเวลาแวะเที่ยวสักหน่อย เมืองนี้ก็มีเสน่ห์ของตัวเองอยู่เยอะเหมือนกัน บรรยากาศไม่เร่งรีบ มีทางเดินเลียบชายฝั่งให้เดินเล่น ดูเรือในท่า แวะร้านอาหาร คาเฟ่ หรือจะนั่งพักชมวิวทะเลก่อนออกเดินทางต่อก็ได้

มาถึง Nanaimo แล้ว ใครเป็นสายกินต้องลอง Nanaimo Bar ขนมหวานขึ้นชื่อของเมืองที่แบ่งเป็นสามชั้น ทั้งฐานกรุบ ๆ ชั้นคัสตาร์ดเนื้อเนียน และช็อกโกแลตด้านบน ความดังของขนมชนิดนี้ถึงขั้นมีเส้นทาง Nanaimo Bar Trail ให้ตามไปชิมตามร้านต่าง ๆ ทั่วเมืองเลยทีเดียว นอกจากสูตรดั้งเดิมแล้ว ยังมีการนำไปดัดแปลงเป็นไอศกรีม เครื่องดื่ม และของหวานอีกหลายแบบ ใครชอบตระเวนกินน่าจะสนุกกับการตามเก็บแต่ละร้านไม่น้อยเลย 

อีกข้อดีของ Nanaimo คือทำเลที่เหมาะกับคนที่วางแผนเที่ยว Vancouver Island ด้วยตัวเอง เพราะสามารถใช้เป็นจุดพักก่อนขับรถต่อไปยัง Cathedral Grove, Tofino หรือเมืองทางตอนเหนือของเกาะได้ ถ้าเพิ่งลงจากเรือแล้วไม่อยากรีบขับรถยาวต่อทันที ลองพักที่นี่สักคืน ตื่นเช้ามาหากาแฟกับ Nanaimo Bar กินก่อนค่อยออกเดินทางต่อ ก็เป็นอีกวิธีเที่ยวฟินและชิลดีเหมือนกัน 

ที่ตั้งและการเดินทางไปเกาะแวนคูเวอร์ (Vancouver Island)

เกาะแวนคูเวอร์ (Vancouver Island) ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของประเทศแคนาดา ในรัฐบริติชโคลัมเบีย (British Columbia) โดยมีช่องแคบคั่นระหว่างตัวเกาะกับเมือง Vancouver บนแผ่นดินใหญ่ เพราะฉะนั้น Vancouver กับ Vancouver Island จึงเป็นคนละพื้นที่กัน ส่วนเมืองสำคัญทางตอนใต้ของเกาะคือ Victoria ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐบริติชโคลัมเบีย ซึ่งสามารถใช้เป็นจุดเริ่มต้นเที่ยวต่อไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ได้

วิธีเดินทางจากไทยไปเกาะแวนคูเวอร์

เทียบมาให้แล้ว! จองตั๋วเครื่องบินไปแวนคูเวอร์ ราคาถูก เซฟงบได้ชัวร์

Wed, 21 Oct 2026

Air Canada

กรุงเทพ (BKK) ไป แวนคูเวอร์ (YVR)

เริ่มจาก THB 19,576.11

Sun, 25 Oct 2026

Air Canada

กรุงเทพ (BKK) ไป แวนคูเวอร์ (YVR)

เริ่มจาก THB 20,592.75

Mon, 12 Oct 2026

Sichuan Airlines

กรุงเทพ (BKK) ไป แวนคูเวอร์ (YVR)

เริ่มจาก THB 11,415.86

สำหรับนักท่องเที่ยวจากไทย วิธีที่ง่ายและวางแผนต่อสะดวกคือ เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปลง Vancouver International Airport (YVR) ก่อน แล้วเลือกเดินทางต่อไปยังเกาะตามแผนเที่ยวของตัวเอง

บินไป Vancouver แล้วต่อเรือเฟอร์รี: เหมาะกับคนที่อยากเช่ารถและขับเที่ยวบนเกาะ โดยหลังจากถึง Vancouver สามารถเดินทางไปยังท่าเรือแล้วนำรถขึ้นเรือข้ามไปพร้อมกันได้ ถ้าจะเริ่มที่ Victoria ให้เลือกเส้นทาง Tsawwassen–Swartz Bay ส่วนคนที่จะเริ่มจาก Nanaimo มีเส้นทาง Tsawwassen–Duke Point หรือ Horseshoe Bay–Departure Bay ให้เลือก
บินต่อไป Victoria: หากไม่อยากเสียเวลาเดินทางไปท่าเรือ สามารถต่อเที่ยวบินภายในประเทศไปยัง Victoria International Airport (YYJ) แล้วค่อยเช่ารถเที่ยวบนเกาะ วิธีนี้เหมาะกับคนที่วางแผนเริ่มทริปจาก Victoria และมีเวลาเที่ยวค่อนข้างจำกัด
นั่งเครื่องบินทะเล: อีกตัวเลือกที่น่าสนใจคือเครื่องบินทะเล (Seaplane) จาก Vancouver ไป Victoria หรือ Nanaimo ใช้เวลาเดินทางไม่นานและได้ชมวิวชายฝั่งกับหมู่เกาะจากด้านบนไปพร้อมกัน เหมาะกับคนที่อยากประหยัดเวลาและเพิ่มประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับทริป

เดินทางจาก Vancouver ไป Vancouver Island ด้วยเรือเฟอร์รี

ใครสงสัยว่า Vancouver Island ขึ้นเรือที่ไหน หลัก ๆ จะมีเส้นทางของ BC Ferries ให้เลือกตามเมืองที่ต้องการเริ่มเที่ยว โดยสามารถนำรถยนต์ขึ้นเรือไปพร้อมกันได้

Tsawwassen → Swartz Bay: เหมาะสำหรับไป Victoria ใช้เวลาบนเรือประมาณ 1 ชั่วโมง 35 นาที เมื่อถึง Swartz Bay สามารถใช้ Highway 17 ขับต่อเข้า Victoria ได้
Tsawwassen → Duke Point: เหมาะสำหรับไป Nanaimo และคนที่ต้องการเริ่มเที่ยวบริเวณตอนกลางของเกาะ ใช้เวลาเดินเรือประมาณ 2 ชั่วโมง
Horseshoe Bay → Departure Bay: อีกเส้นทางสำหรับไป Nanaimo ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที จุดเด่นคือ Departure Bay อยู่ใกล้ตัวเมือง Nanaimo จึงเหมาะกับคนที่อยากแวะพักหรือเที่ยวในเมืองก่อนเดินทางต่อ

ถ้ามีรถไปด้วย แนะนำจองเที่ยวเรือล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อน วันหยุด และช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเยอะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลารอรอบเรือนานเกินไป

การเดินทางเที่ยวภายในเกาะแวนคูเวอร์

สำหรับการเที่ยว Vancouver Island ด้วยตัวเอง การเช่ารถจะตอบโจทย์ที่สุด เพราะแต่ละเมืองและแหล่งท่องเที่ยวอยู่ห่างกันพอสมควร แถมระหว่างทางยังมีวิวสวย ๆ และจุดแวะให้เที่ยวได้เรื่อย ๆ

Victoria → Nanaimo: ใช้ Highway 1 หรือ Trans-Canada Highway เป็นเส้นทางหลักสำหรับขับจากตอนใต้ขึ้นไปทางตอนกลางของเกาะ ระหว่างทางสามารถแวะเมืองเล็ก ๆ หรือเที่ยวบริเวณ Cowichan Valley ได้
Nanaimo → ตอนเหนือของเกาะ: ใช้ Highway 19 เป็นถนนสายหลัก เหมาะสำหรับคนที่อยากขับขึ้นไปสำรวจเมืองและธรรมชาติทางตอนเหนือของ Vancouver Island
Nanaimo → Cathedral Grove → Tofino: ใช้ Highway 4 ขับข้ามเกาะไปยังชายฝั่งตะวันตก เส้นทางจะผ่านบริเวณ Cathedral Grove ก่อนเดินทางต่อไปยัง Ucluelet และ Tofino ช่วงนี้ถือเป็นหนึ่งในเส้นทาง Road Trip ที่น่าขับมาก เพราะได้เห็นทั้งป่า ภูเขา และธรรมชาติสองข้างทาง แต่ถนนบางช่วงค่อนข้างคดเคี้ยว จึงควรเผื่อเวลาและไม่รีบขับจนเกินไป

จุดเด่นของเกาะแวนคูเวอร์ (Vancouver Island)

 Vancouver Island Canada
ธรรมชาติยังคงความอุดมสมบูรณ์: จุดเด่นของ Vancouver Island Canada คือธรรมชาติที่มีให้เห็นแทบทุกมุม ตั้งแต่ผืนป่า ชายฝั่ง ไปจนถึงภูเขา เหมาะกับคนที่อยากออกจากบรรยากาศเมืองใหญ่แล้วใช้เวลาอยู่กลางธรรมชาติแบบเต็ม ๆ
มีโอกาสเจอสัตว์ป่าในธรรมชาติ: รอบเกาะเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์หลากหลายชนิด ทั้งวาฬ ออร์กา แมวน้ำ นากทะเล และนกอินทรีหัวขาว จึงเป็นจุดหมายที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากออกเรือดูสัตว์ทะเลหรือส่องสัตว์ป่าในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ
เที่ยวได้ทั้งสายผจญภัยและสายพักผ่อน: วันไหนอยากออกแรงก็มีทั้งเดินป่า พายคายัก ปั่นจักรยาน หรือเล่นเซิร์ฟ แต่ถ้าอยากพักก็เปลี่ยนเป็นเดินเล่นริมทะเล นั่งคาเฟ่ หรือหามุมชมพระอาทิตย์ตกได้ง่าย ๆ จัดทริปให้หนักหรือเบาได้ตามอารมณ์
มีของกินและวัตถุดิบท้องถิ่นให้ลอง: นอกจากวิวธรรมชาติแล้ว เกาะยังมีทั้งอาหารทะเลสด ๆ ผลผลิตจากฟาร์ม โรงบ่มไวน์ และร้านอาหารท้องถิ่นกระจายอยู่หลายพื้นที่ ใครชอบเที่ยวไปกินไปสามารถเพิ่มเรื่องอาหารเข้าไปในทริปได้แบบจอย ๆ เลย
แต่ละฤดูกาลให้อารมณ์ต่างกัน: หน้าร้อนเหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้ง ส่วนใบไม้ร่วงจะสงบขึ้นและได้บรรยากาศอบอุ่น ขณะที่หน้าหนาวก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบ โดยเฉพาะคนที่ชอบอากาศเย็นและวิวชายฝั่งในวันที่คลื่นแรง ทำให้เที่ยว Vancouver Island ได้มากกว่าหนึ่งฤดูโดยไม่รู้สึกเหมือนมาเที่ยวซ้ำ
เหมาะกับทริปที่อยากเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ: ที่นี่ไม่จำเป็นต้องวิ่งเก็บสถานที่ให้ครบในวันเดียว เสน่ห์ส่วนหนึ่งอยู่ที่การค่อย ๆ ใช้เวลา แวะระหว่างทาง นั่งชมวิว หรือเปลี่ยนแผนตามอากาศได้บ้าง จึงเหมาะกับคนที่อยากให้วันหยุดเป็นวันพักจริง ๆ มากกว่าการเที่ยวตามตารางแน่น ๆ

เที่ยวเกาะแวนคูเวอร์ (Vancouver Island) เดือนไหนดี?

ช่วงที่เหมาะกับการเที่ยวเกาะแวนคูเวอร์ที่สุดคือเดือนพฤษภาคม–กันยายน โดยเฉพาะเดือนมิถุนายน–สิงหาคม เพราะอากาศค่อนข้างอบอุ่น มีฝนน้อยกว่าช่วงอื่น และมีเวลากลางวันยาว เหมาะกับทั้ง Road Trip เดินป่า เที่ยวชายหาด และกิจกรรมกลางแจ้ง แต่จริง ๆ แล้ว Vancouver Island เที่ยวได้ตลอดปี แต่ละฤดูก็มีบรรยากาศต่างกันไป ตามนี้เลย 

ฤดูใบไม้ผลิ เดือนมีนาคม–พฤษภาคม: อุณหภูมิโดยทั่วไปอยู่ราว 7–17°C เป็นช่วงที่เกาะเริ่มกลับมาสดใสหลังผ่านหน้าหนาว ต้นไม้และดอกไม้เริ่มผลิบาน อากาศเย็นกำลังดีและนักท่องเที่ยวยังไม่หนาแน่นเท่าหน้าร้อน เหมาะกับการเดินเล่น เที่ยวสวน และขับรถชมธรรมชาติ แต่อาจเจอฝนสลับกับวันที่ฟ้าเปิดได้ จึงควรมีเสื้อกันฝนติดตัวไว้
ฤดูร้อน เดือนมิถุนายน–สิงหาคม: อุณหภูมิประมาณ 12–25°C ถือเป็นช่วงยอดนิยมสำหรับการเที่ยว Vancouver Island เพราะกลางวันยาว อากาศสบาย และเหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งแทบทุกแบบ จะเดินป่า พายคายัก เล่นเซิร์ฟ ออกเรือ หรือขับรถเที่ยวก็จัดแพลนได้ง่าย บรรยากาศตามเมืองและชายฝั่งจะคึกคักเป็นพิเศษ แต่ที่พัก รถเช่า และกิจกรรมต่าง ๆ ก็มักเต็มเร็วตามไปด้วย
ฤดูใบไม้ร่วง เดือนกันยายน–พฤศจิกายน: อุณหภูมิประมาณ 5–20°C ช่วงต้นฤดูอย่างเดือนกันยายนยังเที่ยวค่อนข้างสบาย ก่อนที่อากาศจะค่อย ๆ เย็นลงและมีฝนมากขึ้นในเดือนต่อ ๆ มา เสน่ห์ของช่วงนี้คือบรรยากาศสงบ นักท่องเที่ยวน้อยลง และได้เห็นสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบชิล ๆ ไม่ต้องเจอความคึกคักแบบช่วงกลางฤดูร้อน
ฤดูหนาว เดือนธันวาคม–กุมภาพันธ์: อุณหภูมิบริเวณชายฝั่งโดยทั่วไปอยู่ประมาณ 3–10°C อากาศจะเย็น ชื้น และมีฝนบ่อยขึ้น แต่ก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบ โดยเฉพาะฝั่งตะวันตกที่ขึ้นชื่อเรื่องการชมคลื่นและพายุริมมหาสมุทร เหมาะกับการพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์ นั่งชมทะเลจากที่พัก หรือเที่ยวเมืองแบบสบาย ๆ ส่วนพื้นที่สูงและบางเส้นทางอาจมีหิมะ จึงควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง

กิจกรรมแนะนำในเกาะแวนคูเวอร์ (Vancouver Island)

ออกเรือดูวาฬกลางทะเล: หนึ่งในกิจกรรมที่หลายคนนึกถึงเมื่อมา Vancouver Island โดยมีทัวร์ออกจากหลายเมือง เช่น Victoria และ Tofino ระหว่างทางมีโอกาสพบวาฬหลังค่อม ออร์กา รวมถึงสัตว์ทะเลชนิดอื่น ๆ อีกด้วย 
ลองเล่นเซิร์ฟริมมหาสมุทรแปซิฟิก: ใครอยากเพิ่มความสนุกให้ทริป ลองเรียนเซิร์ฟสักครั้ง โดยเฉพาะบริเวณ Tofino ที่มีทั้งจุดเช่าอุปกรณ์และคลาสสำหรับมือใหม่ ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานมาก่อนก็ลองได้ แค่เตรียมใจลงน้ำเย็น ๆ และใส่ชุดเว็ตสูทให้พร้อม
พายคายักสำรวจชายฝั่ง: เปลี่ยนจากการชมทะเลบนฝั่งมาเป็นพายคายักออกไปตามอ่าวและแนวชายฝั่ง ได้ทั้งออกกำลังและชมธรรมชาติจากอีกมุม หลายเส้นทางสามารถเลือกทัวร์พร้อมไกด์ได้ จึงเหมาะกับมือใหม่ที่อยากลองแต่ยังไม่มั่นใจว่าจะพายเอง
เดินป่าตามเส้นทางธรรมชาติ: บนเกาะมีเส้นทางให้เลือกตั้งแต่ทางเดินสั้น ๆ ไปจนถึงเส้นทางหลายวัน สายเดินชิลสามารถเลือกเส้นที่ไม่หนักมาก ส่วนคนที่ชอบความท้าทายก็มีเส้นทางเลียบชายฝั่งและป่าที่จริงจังขึ้นให้ลอง เรียกว่าเลือกระดับความเหนื่อยได้ตามกำลังเลย
ปั่นจักรยานชมวิว: อีกวิธีเที่ยวที่ได้เห็นรายละเอียดระหว่างทางมากขึ้นคือการเช่าจักรยานปั่นตามเส้นทางในเมืองหรือเส้นทางธรรมชาติ เหมาะกับวันที่อากาศดีและอยากเที่ยวแบบช้าลงหน่อย แถมยังแวะถ่ายรูปหรือพักตามจุดต่าง ๆ ได้ตามใจ
ตามชิมอาหารและเครื่องดื่มท้องถิ่น: ลองเว้นช่วงจากกิจกรรมกลางแจ้งแล้วออกตามหาร้านอร่อยกันบ้าง ทั้งอาหารทะเล วัตถุดิบจากฟาร์ม เบเกอรี ไปจนถึงไวน์และเครื่องดื่มที่ผลิตบนเกาะ โดยเฉพาะแถบ Cowichan Valley ที่สามารถจัดเป็นทริปกินดื่มสบาย ๆ ได้อีกหนึ่งวัน
ออกไปดูดาวและชมพระอาทิตย์ตก: กิจกรรมง่าย ๆ ที่แทบไม่ต้องวางแผน แต่เข้ากับบรรยากาศของ เกาะแวนคูเวอร์มาก ลองเลือกชายหาดหรือจุดชมวิวที่อยู่ห่างจากแสงในเมือง นั่งดูพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า แล้วถ้าอากาศเปิดก็อยู่ต่อดูดาวได้ เป็นการปิดท้ายวันเที่ยวแบบเรียบง่ายแต่ได้บรรยากาศดีมาก

แนะนำที่พักใกล้เกาะแวนคูเวอร์ (Vancouver Island)

Royal Scot Hotel & Suites, Trademark Collection by Wyndham

Royal Scot Hotel & Suites, Trademark Collection by Wyndham
Royal Scot Hotel & Suites, Trademark Collection by Wyndham
Royal Scot Hotel & Suites, Trademark Collection by Wyndham
Royal Scot Hotel & Suites, Trademark Collection by Wyndham

+2

Royal Scot Hotel & Suites, Trademark Collection by Wyndham

Royal Scot Hotel & Suites, Trademark Collection by Wyndham เป็นตัวเลือกที่เหมาะมาก สำหรับใครที่อยากพักใจกลาง Victoria แบบเดินเที่ยวได้สะดวก โรงแรมอยู่ใกล้ Inner Harbour และอาคารรัฐสภาบริติชโคลัมเบีย สามารถออกไปเดินเล่นริมน้ำ หาอาหารกิน หรือเที่ยวจุดสำคัญในเมืองได้โดยไม่ต้องเดินทางไกล บรรยากาศด้านในให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย มีทั้งห้องพักทั่วไปและห้องสวีตที่มาพร้อมพื้นที่นั่งเล่นและครัว เหมาะกับทั้งคู่รัก ครอบครัว หรือคนที่วางแผนพักหลายคืนและอยากมีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้น

Fairmont Empress

Fairmont Empress
Fairmont Empress
Fairmont Empress
Fairmont Empress

+2

Fairmont Empress

สำหรับสายพักหรูเที่ยวสบายขอแนะนำ Fairmont Empress เลย ที่นี่เป็นโรงแรมที่ทั้งสวยและได้บรรยากาศของ Victoria แบบเต็ม ๆ ตัวโรงแรมเป็นอาคารเก่าแก่สไตล์คลาสสิกที่ตั้งเด่นอยู่ริม Inner Harbour แค่เดินออกจากโรงแรมก็เจอบรรยากาศคึกคักของย่านใจกลางเมืองแล้ว ภายในยังคงความหรูหราแบบคลาสสิกไว้  ห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวกครบสำหรับการพักผ่อน อีกหนึ่งเอกลักษณ์คือ Afternoon Tea ที่เปิดให้บริการมายาวนาน ใครอยากพักแบบสบาย ๆ พร้อมซึมซับกลิ่นอายของ Victoria ไปด้วย ที่นี่ตอบโจทย์มาก

Robin Hood Inn & Suites

Robin Hood Inn & Suites
Robin Hood Inn & Suites
Robin Hood Inn & Suites
Robin Hood Inn & Suites

+2

Robin Hood Inn & Suites

สำหรับคนที่อยากคุมค่าที่พักแล้วเก็บงบไว้กินและเที่ยวต่อ Robin Hood Inn & Suites เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ที่พักอยู่ไม่ไกลจาก Downtown Victoria บรรยากาศเรียบง่าย เป็นกันเอง และมีพื้นที่สีเขียวรอบ ๆ ช่วยให้รู้สึกสงบกว่าการพักกลางย่านท่องเที่ยวที่คึกคัก ห้องพักมีหลายรูปแบบและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นค่อนข้างครบ เหมาะกับคนที่มีรถหรือกำลังวางแผนขับเที่ยวรอบเกาะ ที่สำคัญยังเดินทางต่อไปยังตัวเมืองและพื้นที่อื่น ๆ ได้ไม่ยากอีกด้วย 

เคล็ดลับการเที่ยว เกาะแวนคูเวอร์ (Vancouver Island) 

อย่าจัดตารางแน่นจนเกินไป: ระยะทางระหว่างแต่ละพื้นที่อาจใช้เวลามากกว่าที่คิด แนะนำเผื่อเวลาสำหรับแวะพัก กินข้าว และจุดชมวิวระหว่างทางไว้ด้วย จะได้เที่ยวสนุกโดยไม่ต้องคอยรีบดูนาฬิกา
จองทุกอย่างไว้ล่วงหน้า ในช่วงฤดูท่องเที่ยว: หากเดินทางช่วงหน้าร้อน ควรจัดการเรื่องที่พัก รถเช่า เรือเฟอร์รี และกิจกรรมยอดนิยมล่วงหน้าให้พร้อม โดยเฉพาะทริปที่มีวันเดินทางค่อนข้างตายตัว จะช่วยให้จัดแผนส่วนอื่นง่ายขึ้น
พกเสื้อกันฝนติดกระเป๋าไว้เสมอ: อากาศบนเกาะเปลี่ยนได้ค่อนข้างเร็ว โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่ง เสื้อกันลมและเสื้อกันฝนแบบบางจึงมีประโยชน์มาก แนะนำให้แต่งตัวแบบหลายเลเยอร์หน่อย จะช่วยให้สวมหรือถอด ได้ตามอุณหภูมิระหว่างวัน
ดาวน์โหลดแผนที่ไว้ใช้งานแบบออฟไลน์: บางเส้นทางที่ผ่านป่าหรือพื้นที่ห่างจากเมืองอาจมีสัญญาณโทรศัพท์ไม่สม่ำเสมอ การดาวน์โหลดแผนที่และเซฟข้อมูลที่พักไว้ในโทรศัพท์ก่อนออกเดินทางจะช่วยให้อุ่นใจกว่า
เติมน้ำมันก่อนออกจากเมือง: ถ้าจะขับรถเข้าไปยังพื้นที่ธรรมชาติหรือเดินทางไกล ควรเช็กระดับน้ำมันและเติมให้พร้อมตั้งแต่เจอปั๊มในเมือง เพราะบางช่วงของเส้นทางอาจไม่มีสถานีบริการให้แวะบ่อย ๆ
เช็กสภาพอากาศและเส้นทางทุกเช้า: ฝน หมอก หรืองานซ่อมถนนอาจกระทบเวลาเดินทางได้ โดยเฉพาะวันที่ต้องขับรถระยะไกล การเช็กข้อมูลก่อนออกจากที่พักไม่กี่นาทีช่วยให้ปรับแผนได้ทันและไม่เสียเวลาโดยไม่จำเป็น
รักษาระยะห่างจากสัตว์ป่า: หากเจอสัตว์ระหว่างเที่ยว ไม่ควรเข้าใกล้ ให้อาหาร หรือหยุดรถในจุดที่ไม่ปลอดภัย ใช้การชมจากระยะห่างแทน จะได้ทั้งภาพสวย ๆ และช่วยไม่รบกวนสัตว์ในพื้นที่ธรรมชาติด้วย

อ่านต่อ:

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยว เกาะแวนคูเวอร์ (Vancouver Island) 

Q: เที่ยวเกาะแวนคูเวอร์ (Vancouver Island) ต้องทำวีซ่าไหม?

A: ผู้ถือพาสปอร์ตไทยจำเป็นต้องขอวีซ่าแคนาดา (Visitor Visa) แบบปกติก่อนเดินทาง เว้นแต่เป็นผู้ที่มีวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาที่ยังไม่หมดอายุ หรือเคยถือวีซ่าแคนาดาในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา จึงจะสามารถขออนุมัติเดินทางแบบ eTA แทนได้

Q: ไปเที่ยวเกาะแวนคูเวอร์ควรแต่งตัวอย่างไร?

A: แนะนำให้แต่งตัวแบบหลายชั้น (Layering) เพื่อให้ถอดหรือใส่ปรับตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงระหว่างวันได้ง่าย ควรพกเสื้อกันลมหรือเสื้อกันฝนติดกระเป๋าไว้เสมอ และสวมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าที่สบายและเกาะพื้นได้ดี

Q: ควรตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายไว้ประมาณเท่าไหร่ต่อวัน?

A: งบประมาณเฉลี่ยต่อคนต่อวัน (ไม่รวมตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ) อยู่ที่ประมาณ 150–300 CAD (ประมาณ 4,000–8,000 บาท) ขึ้นอยู่กับสไตล์การเดินทาง ครอบคลุมค่าที่พัก ค่าน้ำมัน/ตั๋วเรือ BC Ferries ค่าอาหาร และค่าธรรมเนียมกิจกรรมต่าง ๆ

Q: เดินทางจากสนามบิน Vancouver (YVR) ไปเกาะแวนคูเวอร์อย่างไรดีที่สุด?

A: หากเน้นขับรถเที่ยวเอง ให้รับรถเช่าที่สนามบิน YVR แล้วขับไปขึ้นเรือ BC Ferries ที่ท่าเรือ Tsawwassen หรือ Horseshoe Bay เพื่อข้ามไปฝั่งเกาะ แต่ถ้าไม่อยากขับรถยาว สามารถต่อเที่ยวบินภายในประเทศลงสนามบิน Victoria (YYJ) หรือนั่งเครื่องบินทะเล (Seaplane) บินตรงเข้าตัวเมืองได้ทันที

Q: เที่ยวช่วงไหนดีที่สุดของปี?

A: ช่วงเดือนมิถุนายน–สิงหาคม ดีที่สุดสำหรับการทำกิจกรรมกลางแจ้งและ Road Trip เพราะอากาศอบอุ่นและมีเวลากลางวันยาวนาน แต่หากต้องการหลีกเลี่ยงความหนาแน่นและได้ค่าใช้จ่ายที่ย่อมเยาลง ช่วงเดือนพฤษภาคมหรือกันยายนก็เป็นตัวเลือกที่ดีมากเช่นกัน

Q: สถานที่ท่องเที่ยวและเมืองต่างๆ มีที่จอดรถสะดวกไหม?

A: มีที่จอดรถสะดวกและครอบคลุมทั่วทั้งเกาะ โดยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติต้องจ่ายค่าธรรมเนียมจอดรถของอุทยาน ส่วนตามตัวเมืองอย่าง Victoria หรือ Tofino จะมีทั้งที่จอดรถริมถนนแบบสแกน/หยอดเหรียญจ่าย และลานจอดรถให้บริการอย่างเป็นระบบ

จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร