[รีวิว] Leh Ladakh พร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ

พาสำรวจ Leh Ladakh ดินแดนทะเลทรายเย็นกลางเทือกเขาหิมาลัย พร้อมจุดไฮไลท์อย่าง Pangong Lake, Nubra Valley และวัดพุทธเก่าแก่ พร้อมวิธีเดินทางและที่พักแนะนำ
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 6 นาที

ถ้าพูดถึงที่เที่ยวสุดว้าวที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่ง Leh Ladakh ต้องติดอันดับต้น ๆ ที่ใครหลายคนอยากไปสักครั้งแน่นอน ดินแดนบนที่ราบสูงทางตอนเหนือของอินเดียแห่งนี้ล้อมรอบด้วยเทือกเขาหิมาลัยและคาราโครัม มีทะเลสาบสีฟ้าอมเขียวที่เปลี่ยนสีไปตามแสงแดด วัดพุทธเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชัน และทะเลทรายเย็นที่มีอูฐสองหนอกเดินเล่นอยู่กลางเนินทราย ขอแนะนำให้เผื่อเวลาอย่างน้อย 6-7 วันสำหรับทริป Leh Ladakh เพราะระดับความสูงเฉลี่ยกว่า 3,500 เมตรทำให้ร่างกายต้องใช้เวลาปรับตัว และแต่ละจุดไฮไลท์ก็อยู่ห่างกันพอสมควร ถ้าเร่งรีบเกินไปอาจพลาดบรรยากาศดี ๆ ไป บทความนี้จะพาไปดูจุดไฮไลท์ วิธีเดินทาง ช่วงเวลาที่เหมาะสม รวมถึงที่พักแนะนำ เพื่อให้วางแผนทริป Leh Ladakh ได้ครบในที่เดียว อ่านจบจองไฟล์ทและที่พักใน Leh Ladakh กับ Traveloka เลย!

เช็กราคาตั๋วเครื่องบินไป Leh Ladakh

Tue, 6 Oct 2026

SpiceJet

นิวเดลี (DEL) ฝัน Leh (IXL)

เริ่มจาก THB 1,773.00

Tue, 6 Oct 2026

Air India

นิวเดลี (DEL) ฝัน Leh (IXL)

เริ่มจาก THB 1,774.78

Fri, 18 Sep 2026

Air India

กรุงเทพ (BKK) ฝัน Leh (IXL)

เริ่มจาก THB 7,300.46

Quick Summary

จุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ: ขี่อูฐที่ Hunder Sand Dunes ชมความงามของ Pangong Lake เยี่ยมชม Diskit Gompa และ Hemis Monastery แวะดูปรากฏการณ์แปลกตาที่ Magnetic Hill และชมวิวแม่น้ำบรรจบกันที่ Sangam viewpoint
ที่ตั้งและการเดินทาง: Leh Ladakh อยู่ในเขตสหภาพลาดัก ทางตอนเหนือของอินเดีย เดินทางจากกรุงเทพฯ ต้องต่อเครื่องผ่านเดลี และเดินทางในพื้นที่ด้วยรถเช่าหรือทัวร์ท้องถิ่น
จุดเด่นของ Leh Ladakh: ภูมิประเทศแบบทะเลทรายเย็นบนที่ราบสูง ผสมผสานวัฒนธรรมทิเบต-พุทธที่ยังคงความดั้งเดิม
ช่วงเวลาที่เหมาะสม: เดือนพฤษภาคมถึงกันยายนเป็นช่วงที่ถนนเปิดและอากาศเป็นใจที่สุด
ที่พักแนะนำ: Hotel Leh Plaza, นูบร้า อีโคลอดจ์ และ Hotel Ashoka Ladakh ครอบคลุมทั้งในตัวเมืองเลห์และเขต Nubra Valley 
เคล็ดลับการเที่ยว: เตรียมร่างกายรับมือกับความสูง วางแผนเรื่องใบอนุญาตเข้าพื้นที่ และจัดเวลาให้เหมาะสมกับสภาพถนน

ไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำของ Leh Ladakh

1. ขี่อูฐ ที่ Hunder Sand Dunes

Hunder Sand Dunes

Hunder Sand Dunes อยู่ในเขต Nubra Valley เป็นทะเลทรายเย็นที่ถือว่าแปลกตามาก ๆ เพราะล้อมรอบด้วยภูเขาหิมะสูงตระหง่าน ตัดกับผืนทรายสีทองด้านล่าง กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือการขี่อูฐสองหนอก (Bactrian camel) ซึ่งเป็นสายพันธุ์หายากที่เหลืออยู่ไม่มากในโลก คุณสามารถขี่ชมเนินทรายได้ในราคาที่ไม่แพง ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีต่อรอบ นอกจากขี่อูฐแล้วยังมีกิจกรรมขี่ ATV ให้เลือกด้วย ช่วงเวลาที่สวยที่สุดคือตอนเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก แสงจะตกกระทบเนินทรายจนเห็นเงาและมิติชัดเจน หลายคนเลือกพักค้างคืนที่ Hunder เพื่อดูดาวยามค่ำคืน เพราะที่นี่ไม่มีแสงไฟรบกวน ท้องฟ้าจึงเต็มไปด้วยดาวเต็มไปหมด เทคนิคประหยัดเวลาคือรวมจุดนี้ไว้ในเส้นทางเดียวกับ Diskit Gompa เพราะอยู่ใกล้กันมาก จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางซ้ำ

2. Pangong Lake

Pangong Lake

Pangong Lake คือหนึ่งในทะเลสาบที่มีชื่อเสียงที่สุดของ Leh Ladakh ตั้งอยู่ที่ความสูงกว่า 4,350 เมตร ความยาวของทะเลสาบทอดตัวยาวจากฝั่งอินเดียไปจนถึงทิเบต จุดเด่นคือสีน้ำที่เปลี่ยนไปตามมุมแสงและเวลา บางช่วงเป็นสีฟ้าเข้ม บางช่วงเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกต ทำให้ถ่ายรูปออกมาสวยแทบทุกมุม การเดินทางไป Pangong Lake ต้องข้ามเส้นทางที่ผ่านช่องเขาสูง ใช้เวลาเดินทางจากเมืองเลห์ราวครึ่งวัน จึงแนะนำให้พักค้างคืนริมทะเลสาบสักคืนเพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้นและตก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สีน้ำสวยที่สุด ต้องขอใบอนุญาต Inner Line Permit ก่อนเข้าพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่ทัวร์ท้องถิ่นจะจัดการให้ อากาศตอนกลางคืนที่ทะเลสาบหนาวจัด ควรเตรียมเสื้อกันหนาวไปให้พร้อม

3. Diskit Gompa

Diskit Gompa

Diskit Gompa หรือ Diskit Monastery เป็นวัดพุทธที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งใน Nubra Valley สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 จุดเด่นที่มองเห็นได้แต่ไกลคือรูปปั้นพระศรีอริยเมตไตรย (Maitreya Buddha) สูงกว่า 30 เมตร ตั้งเด่นอยู่บนหน้าผา มองเห็นวิวหุบเขา Nubra ทั้งหมดจากลานวัด ภายในวัดยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังและของโบราณที่สะท้อนวัฒนธรรมทิเบต-พุทธได้ชัดเจน แนะนำให้แวะช่วงเช้าเพราะแสงจะนุ่มกว่าและคนน้อยกว่าช่วงบ่าย ใช้เวลาเดินชมประมาณ 1 ชั่วโมงก็เพียงพอ เหมาะกับคนที่สนใจศิลปะพุทธศาสนาแบบทิเบตและอยากได้มุมถ่ายรูปที่มีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะ

4. Hemis Monastery

Hemis Monastery

Hemis Monastery ถือเป็นวัดที่ร่ำรวยและใหญ่ที่สุดในเขต Ladakh ตั้งอยู่ห่างจากเมืองเลห์ไม่ไกลนัก เป็นวัดนิกาย Drukpa ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ภายในเก็บรักษาพระพุทธรูปทองคำ ตังกา (thangka) ผืนใหญ่ และของมีค่าทางศาสนาจำนวนมาก ไฮไลท์ของที่นี่คือเทศกาล Hemis Festival ที่จัดขึ้นช่วงกลางปี มีการเต้นรำสวมหน้ากากของพระสงฆ์ที่หาชมได้ยาก ถ้าไปช่วงเทศกาลพอดีถือว่าโชคดีมาก แต่ถึงไม่ตรงช่วงเทศกาล บรรยากาศเงียบสงบของวัดก็ยังคุ้มค่าที่จะแวะ สถาปัตยกรรมโดยรอบผสมผสานหินและไม้แบบดั้งเดิม ตัดกับฉากหลังเป็นภูเขาแห้งแล้งสีน้ำตาล เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสวิถีพุทธศาสนาแบบทิเบต

5. Magnetic Hill

Magnetic Hill

Magnetic Hill เป็นหนึ่งในจุดที่คนพูดถึงกันมากที่สุดเมื่อพูดถึง Leh Ladakh เพราะเป็นปรากฏการณ์ optical illusion ที่ทำให้รถที่จอดในตำแหน่งที่กำหนดดูเหมือนเคลื่อนที่ไต่ขึ้นเนินได้เองแม้จะดับเครื่องยนต์ สาเหตุจริง ๆ มาจากภูมิประเทศโดยรอบที่หลอกสายตา ทำให้พื้นที่ลาดลงดูเหมือนลาดขึ้น จุดนี้อยู่ระหว่างทางไป Nubra Valley พอดี จึงมักถูกจัดรวมไว้ในเส้นทางเดียวกัน ไม่ต้องเสียเวลาแยกไปเที่ยวต่างหาก ใช้เวลาที่จุดนี้ไม่นาน ประมาณ 15-20 นาทีก็เพียงพอสำหรับถ่ายรูปและทดลองปรากฏการณ์ด้วยตัวเอง! แม้จะเป็นจุดทางผ่านแต่ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่คุยกับเพื่อนได้สนุกหลังกลับจากทริป เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กเล็กเพราะเป็นกิจกรรมที่เข้าใจง่ายและสร้างความตื่นเต้นได้ทันที

6. ชมวิวที่ Sangam viewpoint

Sangam viewpoint

Sangam viewpoint คือจุดที่แม่น้ำสินธุ (Indus) และแม่น้ำซันสการ์ (Zanskar) ไหลมาบรรจบกัน ความพิเศษคือสีของน้ำทั้งสองสายต่างกันชัดเจน ฝั่งหนึ่งสีน้ำตาลขุ่น อีกฝั่งสีเขียวอมฟ้า เมื่อไหลมารวมกันจะเห็นเส้นแบ่งสีน้ำที่ชัดเจนก่อนจะค่อย ๆ ผสมกัน เป็นภาพที่ถ่ายรูปแล้วสวยแปลกตา จุดชมวิวอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเลห์ เดินทางสะดวก ระหว่างทางยังผ่าน Magnetic Hill และ Pathar Sahib Gurdwara ทำให้จัดรวมในทริปวันเดียวได้สบาย ช่วงฤดูร้อนน้ำจะไหลแรงกว่าปกติเพราะหิมะละลาย บางจุดเปิดให้ล่องแก่ง (rafting) สำหรับคนที่อยากได้กิจกรรมผจญภัยเพิ่มเติม เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายภาพธรรมชาติและอยากเห็นปรากฏการณ์แม่น้ำสองสีแบบใกล้ชิด

ที่ตั้งและการเดินทาง

Leh Ladakh ตั้งอยู่ในเขตสหภาพลาดัก (Union Territory of Ladakh) ทางตอนเหนือสุดของประเทศอินเดีย ล้อมรอบด้วยเทือกเขาหิมาลัยทางทิศใต้และเทือกเขาคาราโครัมทางทิศเหนือ ตัวเมืองเลห์ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงกว่า 3,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทำให้มีสภาพภูมิอากาศแบบทะเลทรายเย็น อากาศแห้งและเบาบางกว่าพื้นที่ราบทั่วไป จึงต้องเผื่อเวลาปรับสภาพร่างกายก่อนเริ่มทำกิจกรรม พื้นที่โดยรอบเมืองเลห์เป็นจุดศูนย์กลางในการเดินทางต่อไปยัง Nubra Valley, Pangong Lake และวัดต่าง ๆ เพราะมีสนามบิน Kushok Bakula Rimpochee เป็นประตูหลักในการเข้าออกพื้นที่

วิธีการเดินทางจากกรุงเทพฯ

นั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ต่อเครื่องที่เดลี ก่อนบินเข้าสู่สนามบินเลห์ ใช้เวลารวมประมาณ 9-15 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับระยะเวลาต่อเครื่อง
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-เดลี-เลห์ เริ่มต้นประมาณ 12,000-20,000 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับสายการบินและช่วงเวลาจอง
เที่ยวบินภายในประเทศจากเดลีไปเลห์ใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง ราคาช่วงละประมาณ 1,300-4,000 บาท
แนะนำให้จองล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน เพราะช่วงพฤษภาคม-กันยายนเป็นไฮซีซั่นที่ราคาตั๋วขึ้นเร็ว

วิธีเดินทางไปแต่ละที่

จากตัวเมืองเลห์ไป Nubra Valley (Hunder/Diskit) ผ่านช่องเขา Khardung La ระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง ค่ารถเช่าเหมาต่อวันประมาณ 1,500-2,500 บาท
จากตัวเมืองเลห์ไป Pangong Lake ระยะทางประมาณ 150 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง ค่ารถเช่าเหมาต่อวันประมาณ 1,800-2,800 บาท
จากตัวเมืองเลห์ไป Hemis Monastery ระยะทางประมาณ 45 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง ค่ารถประมาณ 500-800 บาทต่อเที่ยว
จากตัวเมืองเลห์ไป Magnetic Hill และ Sangam viewpoint ระยะทางประมาณ 30-35 กิโลเมตร ใช้เวลารวมประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง มักจัดรวมเป็นทริปครึ่งวัน ค่าทัวร์ประมาณ 600-1,000 บาทต่อคน

จุดเด่นของ Leh Ladakh

Leh Ladakh คนเดียว

จุดเด่นที่ทำให้ Leh Ladakh ต่างจากจุดหมายอื่นในอินเดียคือภูมิประเทศที่ผสมผสานระหว่างทะเลทรายเย็นและภูเขาหิมะในพื้นที่เดียวกัน ทำให้ได้เห็นทั้งเนินทรายสีทอง ทะเลสาบสีสวย และยอดเขาสูงตระหง่านในทริปเดียว ไม่ต้องเดินทางไกลข้ามภูมิภาค นอกจากภูมิประเทศแล้ว วัฒนธรรมทิเบต-พุทธที่ยังคงความดั้งเดิมก็เป็นอีกจุดที่ทำให้หลายคนหลงรักที่นี่ วัดเก่าแก่หลายแห่งยังคงเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมจริง ไม่ได้ปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว การได้เห็นพระสงฆ์สวดมนต์ยามเช้าท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ง่าย ๆ 

อีกจุดหนึ่งที่ควรพูดถึงคือความเงียบสงบและอากาศบริสุทธิ์ เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ยังไม่แออัดด้วยนักท่องเที่ยว ทำให้ได้บรรยากาศที่ผ่อนคลายจริง ๆ เหมาะกับคนที่อยากหนีความวุ่นวายไปสัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรมแบบเข้มข้น

เที่ยว Leh Ladakh เดือนไหนดี

Leh Ladakh ความสูง
พฤษภาคม-มิถุนายน: อากาศเริ่มอุ่นขึ้น ถนนเปิดครบทุกเส้นทาง เหมาะกับคนที่อยากเลี่ยงช่วงพีคสุด
กรกฎาคม-สิงหาคม: ช่วงพีคของนักท่องเที่ยว อากาศอบอุ่นที่สุดในรอบปี เหมาะกับครอบครัวและมือใหม่ที่ยังไม่ชินกับความสูง
กันยายน: อากาศเริ่มเย็นลงแต่ยังเดินทางได้สะดวก คนเที่ยวน้อยลง เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศไม่พลุกพล่าน
ตุลาคม-เมษายน: ถนนหลายเส้นปิดเพราะหิมะ อากาศหนาวจัด เหมาะเฉพาะนักเดินทางที่มีประสบการณ์และอยากเห็น Ladakh ในโหมดฤดูหนาว

แนะนำที่พักใกล้เคียง

Hotel Leh Plaza

Hotel Leh Plaza
Hotel Leh Plaza
Hotel Leh Plaza
Hotel Leh Plaza

+2

Hotel Leh Plaza

เหมาะกับ : คนที่ต้องการพักในตัวเมือง / สายช้อป / สายกิน

Hotel Leh Plaza ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเลห์ เดินไปตลาดหลักได้ในไม่กี่นาที ห้องพักตกแต่งสไตล์โมเดิร์นผสมกลิ่นอายท้องถิ่น มองเห็นวิวภูเขาหิมะและ Leh Palace จากบางห้อง สิ่งอำนวยความสะดวกครบทั้งเครื่องทำความร้อนส่วนกลาง ไวไฟฟรี ที่จอดรถ และร้านอาหารในตัว บรรยากาศโดยรวมเงียบสงบแม้จะอยู่ใกล้ย่านเมือง เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากพักในตัวเมืองเพื่อความสะดวกในการเดินทางไปจุดต่าง ๆ รอบเมืองเลห์ในวันแรก ๆ ก่อนออกไปสำรวจ Nubra Valley หรือ Pangong Lake

India

Hotel Leh Plaza

8.6/10

Leh

THB 1,470.58

นูบร้า อีโคลอดจ์

นูบร้า อีโคลอดจ์
นูบร้า อีโคลอดจ์
นูบร้า อีโคลอดจ์
นูบร้า อีโคลอดจ์

+2

นูบร้า อีโคลอดจ์

เหมาะกับ : สายธรรมชาติ / คนที่ชอบบรรยากาศเงียบสงบ / คนที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่น

นูบร้า อีโคลอดจ์ ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน Sumur เขต Nubra Valley เป็นที่พักแนวอีโคที่ดำเนินการโดยครอบครัวชาวลาดักท้องถิ่น ล้อมรอบด้วยสวนแอปริคอตและแอปเปิล มองเห็นวิวเทือกเขาคาราโครัมแบบ 360 องศา ห้องพักเป็นกระท่อมไม้และเต็นท์ซาฟารีหรูที่ตกแต่งอบอุ่น อาหารที่เสิร์ฟส่วนใหญ่ปลูกเองในสวนของที่พัก ทำให้ได้กินอาหารสดใหม่ จุดเด่นอีกอย่างคือใกล้เนินทราย Sumur เดินถึงได้ในไม่กี่นาที ตอนกลางคืนท้องฟ้าเต็มไปด้วยดาว เพราะไม่มีแสงไฟรบกวน

India

นูบร้า อีโคลอดจ์

Leh

THB 1,616.79

Hotel Ashoka Ladakh

Hotel Ashoka Ladakh
Hotel Ashoka Ladakh
Hotel Ashoka Ladakh
Hotel Ashoka Ladakh

+2

Hotel Ashoka Ladakh

เหมาะกับ : คนที่ชอบที่พักบรรยากาศเงียบสงบ / สายถ่ายรูป / คนที่อยากพักใกล้ตัวเมืองเลห์

Hotel Ashoka Ladakh ตั้งอยู่บนถนน Tukcha Main Road ห่างจากตลาดหลักของเมืองเลห์เพียงไม่กี่นาที บรรยากาศเงียบสงบกว่าย่านใจกลางเมือง ตัวอาคารตกแต่งด้วยหินและไม้แบบดั้งเดิม มีสวนร่มรื่นและระเบียงดาดฟ้าให้นั่งชมวิวภูเขา ห้องพักมีเครื่องทำความร้อนและวิวภูเขาจากหลายห้อง อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ให้เลือกหลากหลาย พนักงานให้บริการเป็นกันเองและดูแลดี เหมาะสำหรับคนที่อยากพักในโซนเงียบสงบแต่ยังเดินทางเข้าเมืองได้สะดวก

เคล็ดลับการเที่ยว

เผื่อวันแรกในเมืองเลห์ไว้พักผ่อนอย่างน้อย 1 วันเต็มเพื่อปรับสภาพร่างกายกับความสูงก่อนออกไปยังจุดที่สูงกว่า เช่น Pangong Lake
เตรียมเสื้อกันหนาวหลายชั้น เพราะอุณหภูมิกลางวันกับกลางคืนต่างกันมาก โดยเฉพาะบริเวณทะเลสาบและช่องเขา
ตรวจสอบและขอ Inner Line Permit ล่วงหน้าสำหรับพื้นที่ที่ต้องใช้ใบอนุญาต เช่น Pangong Lake และ Nubra Valley
ดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดทริปเพื่อลดอาการแพ้ความสูง และหลีกเลี่ยงการออกแรงหนักในวันแรก ๆ
จองที่พักและรถเช่าล่วงหน้าในช่วงไฮซีซั่น เพราะห้องพักและรถมักเต็มเร็วในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม

FAQ

Leh Ladakh อยู่ประเทศอะไร?

Leh Ladakh อยู่ในเขตสหภาพลาดักทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย ติดกับพรมแดนทิเบตและปากีสถาน

ต้องขอวีซ่าไหมถ้าจะไป Leh Ladakh?

นักท่องเที่ยวไทยต้องขอวีซ่าอินเดียก่อนเดินทาง และบางพื้นที่อย่าง Pangong Lake หรือ Nubra Valley ต้องขอ Inner Line Permit เพิ่มเติมเมื่อถึงพื้นที่

เที่ยว Leh Ladakh กี่วันถึงจะพอ?

แนะนำอย่างน้อย 6-7 วัน เพื่อให้มีเวลาปรับสภาพร่างกายกับความสูงและเที่ยวครบทั้ง Nubra Valley และ Pangong Lake แบบไม่เร่งรีบ

Leh Ladakh อันตรายไหมสำหรับมือใหม่?

ความเสี่ยงหลักคืออาการแพ้ความสูง ไม่ใช่เรื่องความปลอดภัยทั่วไป หากพักผ่อนเพียงพอ ดื่มน้ำมาก และไม่เร่งขึ้นที่สูงเร็วเกินไป ก็เที่ยวได้อย่างปลอดภัย

ที่เที่ยวอื่นๆ ในอินเดีย

ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมจองที่พักใน Leh Ladakh กับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ Ladākh

Ladākh

India

Leh

India
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร