[รีวิว] ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu) พร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ

รีวิวศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu) ศาลเจ้าชินโตกลางป่าใจกลางโตเกียว ติดสถานีฮาราจูกุ รวมไฮไลท์ เสาโทริอิยักษ์ กำแพงถังสาเก บ่อน้ำคิโยมาสะ ค่าเข้า เวลาเปิด วิธีเดินทาง เดือนที่ควรไป และที่พักโตเกียวน่าพัก ครบจบในที่เดียว
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 2 นาที

ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu)  เป็นที่เที่ยวโตเกียวสุดสงบที่เดินออกจากสถานีรถไฟแค่นาทีเดียว ฝั่งหนึ่งเป็นย่านฮาราจูกุที่คนเดินแน่นทั้งวัน อีกฝั่งเป็นทางเดินกรวดใต้ต้นไม้สูงที่พาเข้าไปสู่ศาลเจ้าชินโตซึ่งสร้างขึ้นในปี 1920 เพื่ออุทิศแด่จักรพรรดิเมจิและจักรพรรดินีโชเก็น ผู้พาญี่ปุ่นก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่

สิ่งที่ทำให้ศาลเจ้าเมจิ โตเกียว ต่างจากศาลเจ้าทั่วไปคือบรรยากาศทั้งเส้นทาง ตั้งแต่ลอดเสาโทริอิไม้ขนาดใหญ่ เดินผ่านกำแพงถังสาเกที่วางหันหน้าเข้าหาถังไวน์จากฝรั่งเศส ไปจนถึงสวนด้านในที่มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ซ่อนอยู่ แถมเข้าชมฟรี บทความนี้รวมไฮไลท์ กิจกรรม วิธีเดินทาง ช่วงเวลาที่ควรไป และที่พักโตเกียวไว้ให้ครบ ใครกำลังวางแผนเที่ยวญี่ปุ่น อ่านจบแล้วจัดทริปต่อได้เลย

Quick Summary

ไฮไลท์ของศาลเจ้าเมจิ: เสาโทริอิไม้สูง 12 เมตร กำแพงถังสาเกคู่ถังไวน์จากเบอร์กันดี ป่าศักดิ์สิทธิ์ประมาณ 70 เฮกตาร์ บ่อน้ำคิโยมาสะในสวนด้านใน และพิพิธภัณฑ์ที่ออกแบบโดยเคนโกะ คุมะ
กิจกรรมแนะนำ: เขียนแผ่นเอมะขอพร ลุ้นเจอขบวนแต่งงานแบบชินโต ชมดอกไอริสช่วงกลางเดือนมิถุนายน และร่วมฮัตสึโมเดะช่วงขึ้นปีใหม่
ที่ตั้งและการเดินทาง: อยู่ในเขตชิบุยะ ติดสวนโยโยงิ เดินจากสถานี JR ฮาราจูกุประมาณ 1 นาที บินจากกรุงเทพฯ ไปโตเกียวใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง
จุดเด่น: เข้าชมพื้นที่หลักฟรี เปิดตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก เป็นศาลเจ้าชินโตกลางป่าที่ปลูกขึ้นใหม่ทั้งหมดใจกลางเมือง
ช่วงเวลาที่ควรไป: แล้วแต่บรรยากาศที่อยากเที่ยว ต้นมกราคมสำหรับฮัตสึโมเดะ ปลายมีนาคมถึงพฤษภาคมอากาศดี กลางถึงปลายมิถุนายนดอกไอริสบาน และปลายพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคมใบไม้เปลี่ยนสี
ที่พักใกล้เคียง: APA Hotel Ueno Ekiminami สำหรับสายประหยัด Richmond Hotel Asakusa สำหรับครอบครัวที่อยากอยู่ย่านเมืองเก่า และ &Here TOKYO UENO สำหรับคู่รัก ทั้งสามแห่งนั่งรถไฟไปศาลเจ้าได้ในประมาณ 30-40 นาที
เคล็ดลับการเที่ยว: ไปเช้า ๆ เดินชิดขอบทางเดิน เตรียมเงินสดสำหรับค่าเข้าสวนและพิพิธภัณฑ์ แล้วเดินต่อย่านฮาราจูกุได้ทันที
FAQ: รวมคำตอบเรื่องค่าเข้า เวลาเปิดปิด เวลาที่ควรใช้ การแต่งกาย การถ่ายรูป และความต่างระหว่างศาลเจ้าเมจิกับวัดเซ็นโซจิ

ไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำของ ศาลเจ้าเมจิ

1.เสาโทริอิยักษ์ (Giant Torii)

จุดแรกที่ทุกคนหยุดถ่ายรูปคือเสาโทริอิใหญ่ (Otorii) ตรงจุดที่ทางเดินฝั่งเหนือกับฝั่งใต้มาบรรจบกันก่อนเข้าสู่อาคารหลักของศาลเจ้าเมจิ โทริอินี้สูง 12 เมตร กว้าง 17.1 เมตร เสาแต่ละต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.2 เมตร นับเป็นเสาโทริอิไม้แบบเมียวจินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ต้นเดิมถูกฟ้าผ่าเสียหายในปี 1966 ต้นที่เห็นวันนี้สร้างเสร็จปี 1975 จากไม้สนไซเปรสอายุประมาณ 1,500 ปีที่นำมาจากไต้หวัน และไม่ทาสีเพื่อให้เห็นลายไม้จริง จากที่ไปมา แนะนำให้โค้งคำนับหนึ่งครั้งก่อนลอดผ่าน แล้วเดินชิดด้านข้าง เพราะเค้าเชื่อกันว่ากลางทางถือเป็นทางของเทพเจ้า

2.กำแพงถังสาเกและถังไวน์ (Sake & Wine Barrels)

ระหว่างทางเดินจากฝั่งฮาราจูกุจะเจอถังสาเกประดับ (Kazaridaru) ห่อลวดลายสีสันสดใสวางเรียงซ้อนกันประมาณ 200 ถัง ทั้งหมดเป็นของถวายจากโรงผลิตสาเกทั่วญี่ปุ่น ส่วนอีกฝั่งของทางเดินเป็นถังไวน์จากแคว้นเบอร์กันดี ประเทศฝรั่งเศส ที่เริ่มถวายตั้งแต่ปี 2006 เพื่อรำลึกถึงจักรพรรดิเมจิที่ชื่นชอบอาหารตะวันตกและไวน์ ถังสาเกที่จัดแสดงเป็นถังเปล่า ถ่ายรูปได้แต่ไม่ควรแตะหรือพิงจ้า

3.ป่าศักดิ์สิทธิ์ (Sacred Forest)

ป่ารอบศาลเจ้าเมจิ โตเกียว มีพื้นที่ประมาณ 70 เฮกตาร์ และเป็นป่าที่คนปลูกขึ้นเองทั้งหมด ต้นไม้ราว 100,000 ต้นได้รับบริจาคจากทั่วประเทศเมื่อร้อยกว่าปีก่อน โดยวางแผนให้ป่าดูแลและเติบโตต่อได้เองตามธรรมชาติ ผลลัพธ์คือวันนี้ทางเดินเต็มไปด้วยร่มไม้สูง อากาศเย็นกว่าข้างนอกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน เทคนิคประหยัดเวลาคือถ้าอยากได้ทางเดินที่คนน้อย ให้เข้าทางประตูฝั่งโยโยงิหรือซังกุบาชิแทนฝั่งฮาราจูกุ จะได้เดินในป่าเงียบ ๆ ก่อนไปถึงลานหลัก

4.บ่อน้ำคิโยมาสะ (Kiyomasa's Well)

Credit : japansubculture

บ่อน้ำคิโยมาสะตั้งอยู่ในสวนเมจิจิงกุเงียวเอ็น (Inner Garden) ทางตอนใต้ของพื้นที่ศาลเจ้า ต้องจ่ายค่าบำรุงสวน 500 เยน ตามตำนานเล่าว่าขุดโดยขุนพลคาโต้ คิโยมาสะ ในสมัยเอโดะ น้ำผุดใสตลอดทั้งปีและเป็นพาวเวอร์สปอตที่คนญี่ปุ่นรู้จักกันดี หลายคนนิยมถ่ายรูปบ่อน้ำไปตั้งเป็นวอลเปเปอร์มือถือเพื่อเสริมดวง สวนเปิดประมาณ 9:00-16:30 น. (พฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ปิด 16:00 น.) จากที่ไปมา แนะนำให้มาช่วงเช้าวันธรรมดา เพราะวันหยุดต้องต่อแถวรอถ่ายรูปนานนิดนึง

5.พิพิธภัณฑ์ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu Museum)

Credit : kkaa

พิพิธภัณฑ์ศาลเจ้าเมจิเปิดในปี 2019 ออกแบบโดยเคนโกะ คุมะ สถาปนิกคนเดียวกับที่ออกแบบสนามกีฬาแห่งชาติโตเกียว ตัวอาคารใช้ไม้เป็นองค์ประกอบหลักและกลืนไปกับป่ารอบข้างได้ดี ภายในจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ที่เกี่ยวข้องกับจักรพรรดิเมจิและจักรพรรดินีโชเก็น เหมาะกับคนที่อยากเข้าใจประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นยุคใหม่มากขึ้น เปิด 10:00-16:30 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 16:00 น.) ปิดทุกวันพฤหัสบดี ค่าเข้าผู้ใหญ่ 1,000 เยน แนะนำให้เก็บไว้เป็นแผนสำรองในวันที่ฝนตกจ้า

กิจกรรมแนะนำที่ศาลเจ้าเมจิ

เขียนแผ่นเอมะ (Ema Prayer Plaque): แผ่นไม้เอมะหาซื้อได้ที่จุดจำหน่ายเครื่องรางภายในศาลเจ้า เขียนคำอธิษฐานแล้วนำไปแขวนบนราวรอบต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ใกล้อาคารหลัก เขียนอธิฐานเป็นภาษาไทยไปเลย ฟีล ๆ ระหว่างรอเพื่อนเขียน ลองเดินอ่านแผ่นเอมะจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกดู จะเห็นทั้งคำขอเรื่องงาน การเรียน และความรัก ใกล้ ๆ กันยังมีต้นการบูรคู่ (Meoto Kusu) ที่คู่รักนิยมมาขอพรเรื่องความสัมพันธ์ด้วยนะ
ชมพิธีแต่งงานแบบชินโต: ศาลเจ้าเมจิเป็นหนึ่งในสถานที่จัดงานแต่งงานแบบชินโตที่ได้รับความนิยมที่สุดในโตเกียว โดยเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ ถ้าโชคดีจะได้เห็นขบวนเจ้าสาวในชุดกิโมโนสีขาวล้วนเดินผ่านลานหลัก มีนักบวชและมิโกะนำขบวนอย่างสำรวม ถ่ายรูปจากระยะไกลได้ แต่ไม่ควรเข้าไปขวางทางหรือใช้แฟลช เพราะนี่คือพิธีจริงของครอบครัวเขา
ชมสวนดอกไอริส: สวนเมจิจิงกุเงียวเอ็นปลูกดอกไอริสญี่ปุ่นไว้ประมาณ 1,500 ต้น หลายสายพันธุ์ เริ่มบานช่วงกลางถึงปลายเดือนมิถุนายน แปลงดอกไม้เรียงตามลำธารเล็ก ๆ ไล่สีตั้งแต่ขาว ม่วงอ่อน จนถึงม่วงเข้ม ช่วงนี้สวนมักขยายเวลาเปิดให้นานขึ้น แต่คนก็เยอะตามไปด้วย ถ้าอยากได้รูปสวยโดยไม่มีคนติดเฟรม ให้ไปถึงตั้งแต่สวนเปิด
เทศกาลฮัตสึโมเดะ (Hatsumode): ฮัตสึโมเดะคือการไปไหว้ศาลเจ้าครั้งแรกของปี ศาลเจ้าเมจิเป็นที่ที่มีคนมาไหว้มากที่สุดในญี่ปุ่นช่วงนี้ เฉลี่ยประมาณ 3 ล้านคนในวันที่ 1-3 มกราคม บรรยากาศคึกคักและได้เห็นวัฒนธรรมจริงของคนญี่ปุ่น แต่ต้องทำใจเรื่องคิวยาวและการจำกัดทางเดิน ถ้าไม่ชอบเบียด แนะนำให้ไปหลังวันที่ 4 ยังได้ฟีลปีใหม่อยู่

ที่ตั้งและการเดินทาง

ศาลเจ้าเมจิตั้งอยู่ที่เขตชิบุยะ กรุงโตเกียว อยู่กึ่งกลางระหว่างย่านชินจูกุกับชิบุยะ ติดกับสวนโยโยงิและย่านฮาราจูกุ ทางเข้าหลักมี 3 ทาง คือฝั่งฮาราจูกุ (ทางใต้) ซึ่งใกล้สถานีที่สุดและคนเยอะที่สุด ฝั่งโยโยงิ (ทางเหนือ) และฝั่งซังกุบาชิ (ทางตะวันตก) ที่เงียบกว่า พื้นที่หลักเปิดตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก เวลาจึงเปลี่ยนไปตามเดือน เช่น มิถุนายนประมาณ 5:00-18:30 น. และธันวาคมประมาณ 6:40-16:00 น. เดินจากประตูฝั่งฮาราจูกุถึงอาคารหลักใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที ศาลเจ้าเมจิ ค่าเข้าฟรีสำหรับพื้นที่หลัก จ่ายเพิ่มเฉพาะสวนด้านในและพิพิธภัณฑ์

วิธีการเดินทางจากกรุงเทพฯ

เครื่องบิน: บินตรงจากสุวรรณภูมิหรือดอนเมืองไปสนามบินฮาเนดะหรือนาริตะ ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ตั๋วไป-กลับประมาณ 9,000-25,000 บาท ขึ้นอยู่กับสายการบินและฤดูกาล เช่น Air Asia, Thai Airways, ANA, ZipAir
จากสนามบินฮาเนดะ: นั่งรถไฟ Keikyu ไปสถานีชินากาวะ แล้วต่อ JR Yamanote ไปลงสถานีฮาราจูกุ ใช้เวลาประมาณ 45-50 นาที ค่าโดยสารประมาณ 500 เยน
จากสนามบินนาริตะ: นั่ง Narita Express ไปสถานีชินจูกุประมาณ 80-90 นาที ค่าโดยสารประมาณ 3,000-3,300 เยน แล้วต่อ JR Yamanote อีก 2 สถานีถึงฮาราจูกุ หรือเลือก Keisei Skyliner ไปนิปโปริแล้วต่อ JR Yamanote ใช้เวลารวมประมาณ 75-90 นาที
แท็กซี่จากฮาเนดะ: สะดวกที่สุดสำหรับคนมีกระเป๋าเยอะ ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที ค่าโดยสารประมาณ 8,000-10,000 เยน

วิธีเดินทางในตัวเมือง

JR Yamanote Line: ลงสถานีฮาราจูกุ ออกทางออกฝั่งตะวันตก เดินถึงประตูศาลเจ้าประมาณ 1 นาที จากชินจูกุใช้เวลาประมาณ 4 นาที จากที่เที่ยวชิบุยะประมาณ 2-3 นาที ค่าโดยสารประมาณ 150-170 เยน
Tokyo Metro: สาย Chiyoda หรือ Fukutoshin ลงสถานีเมจิจิงกุมาเอะ (ฮาราจูกุ) ทางออก 2 เดินประมาณ 1 นาที ค่าโดยสารประมาณ 180-260 เยนตามระยะทาง
จากย่านอุเอโนะ: นั่ง JR Yamanote ตรงถึงสถานีฮาราจูกุ ไม่ต้องเปลี่ยนสาย ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ค่าโดยสารประมาณ 210 เยน
จากย่านอาซากุสะ: นั่ง Ginza Line ไปสถานีโอโมเตะซันโด แล้วต่อ Chiyoda Line 1 สถานีถึงเมจิจิงกุมาเอะ ใช้เวลาประมาณ 35-40 นาที ค่าโดยสารประมาณ 210-260 เยน
เดินจากชิบุยะ: ถ้าอากาศดี เดินจากสถานีชิบุยะมาตามถนนสายหลักใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที ประหยัดเงิน แถมได้ดูบรรยากาศเมืองไปในตัว

จุดเด่นของศาลเจ้าเมจิ

ศาลเจ้าเมจิ ประวัติ

จุดเด่นที่สุดของศาลเจ้าเมจิคือความต่างระหว่างข้างในกับข้างนอก เดินพ้นประตูไม่กี่ก้าว ย่านฮาราจูกุที่วุ่นวายก็หายไป เหลือแค่เสียงกรวดใต้รองเท้ากับป่าทึบที่ปลูกขึ้นใหม่ทั้งหมดเมื่อร้อยปีก่อน ถือเป็นป่าในเมืองที่ใหญ่และร่มรื่นที่สุดแห่งหนึ่งของโตเกียว อีกข้อที่ชอบคือเข้าชมพื้นที่หลักได้ฟรี และอยู่ติดสถานีรถไฟ จึงแวะได้ง่ายถึงจะมีเวลาเที่ยวไม่เยอะ ตัวอาคารหลักใช้ไม้สนไซเปรสญี่ปุ่นแบบไม่ทาสี หลังคามุงทองแดงสีเขียว ดูเรียบ ๆ แต่ขลัง ต่างจากศาลเจ้าสีแดงสดที่หลายคนคุ้นตา ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวโตเกียวครั้งแรก ศาลเจ้าเมจิควรอยู่ในลิสต์ด้วยนะจ๊ะ

เที่ยวศาลเจ้าเมจิเดือนไหนดี

มกราคม: ช่วง 1-3 มกราคมเป็นเทศกาลฮัตสึโมเดะ บรรยากาศจะคึกคักที่สุดของปี แต่คนแน่นมาก หลังวันที่ 4 เป็นต้นไปเริ่มดีขึ้น
ปลายมีนาคม-พฤษภาคม: อากาศเย็นสบาย ป่าเขียวสด เดินได้ทั้งวัน ช่วงปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคมยังมีเทศกาลใหญ่ฤดูใบไม้ผลิ ที่มีการแสดงดนตรีและการร่ายรำแบบราชสำนักให้ชม
มิถุนายน: กลางถึงปลายเดือนดอกไอริสในสวนด้านในบานเต็มที่ เป็นหน้าฝนที่ฝนตกแทบทุกวัน แต่เพราะฝนบาง ๆ นี่แหละกลับทำให้ป่าดูสวยไปอีกแบบ
กรกฎาคม-สิงหาคม: อากาศร้อนชื้น แต่ในป่ามีร่มเงากว่าข้างนอกมาก ๆ แนะนำให้ไปเช้าตรู่แล้วค่อยออกไปเดินเที่ยวฮาราจูกุต่อ
ปลายพฤศจิกายน-ต้นธันวาคม: ใบไม้รอบศาลเจ้าและสวนกำลังเปลี่ยนสีเป็นสีแดงส้ม อากาศเย็นกำลังดี ถือเป็นช่วงที่ถ่ายรูปสวยที่สุดช่วงหนึ่งของปี

แนะนำที่พักใกล้เคียง

APA Hotel Ueno Ekiminami

เหมาะกับ : สายประหยัด / สายเที่ยวคนเดียว / คนที่อยากอยู่ใกล้สถานี

APA Hotel Ueno Ekiminami ตั้งอยู่ฝั่งใต้ของสถานีอุเอโนะตามชื่อโรงแรม เดินไปขึ้นรถไฟได้สะดวก ห้องพักเป็นสไตล์โรงแรมธุรกิจญี่ปุ่นที่กะทัดรัดแต่ครบ เหมาะกับคนที่ใช้ห้องแค่นอนแล้วออกไปเที่ยวทั้งวัน จากที่นี่นั่ง JR Yamanote ตรงไปสถานีฮาราจูกุได้เลยในประมาณ 30 นาที ไม่ต้องเปลี่ยนสาย ตกเย็นกลับมาเดินตลาดอะเมโยโกะหรือสวนอุเอโนะต่อได้ ส่วนตัวมองว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มสำหรับคนที่อยากคุมงบที่พักโตเกียวแต่ยังได้ทำเลที่เดินทางง่าย

Richmond Hotel Asakusa

เหมาะกับ : ครอบครัว / คู่รัก / คนเที่ยวโตเกียวครั้งแรก

Richmond Hotel Asakusa อยู่ในย่านอาซากุสะ เดินไปวัดเซ็นโซจิและถนนนากามิเสะได้ใกล้ๆ เหมาะกับคนที่อยากได้บรรยากาศโตเกียวแบบเมืองเก่าตอนเช้าและตอนเย็น ห้องพักกว้างกว่าโรงแรมธุรกิจทั่วไปเล็กน้อย พักเป็นครอบครัวได้สบายกว่า การไปศาลเจ้าเมจิใช้ Ginza Line ต่อ Chiyoda Line ประมาณ 35-40 นาที จากที่ไปมา แนะนำให้จัดวันเดียวกันเป็นสายวัดกับศาลเจ้า เช้าไหว้ศาลเจ้าเมจิ บ่ายเดินฮาราจูกุ แล้วกลับมาชมวัดเซ็นโซจิยามค่ำที่คนน้อยลง

&Here TOKYO UENO

เหมาะกับ : ครอบครัว / คู่รัก / คนอยากได้ห้องกว้าง

&Here TOKYO UENO เป็นที่พักสไตล์ทันสมัยในย่านอุเอโนะ เหมาะกับคนที่อยากได้ห้องพักดูใหม่และบรรยากาศสบายๆ หลังเดินเที่ยวมาทั้งวัน ทำเลอยู่ในโซนที่เดินทางต่อได้หลายสาย ทั้ง JR และ Tokyo Metro ทำให้ไปทั้งศาลเจ้าเมจิ อาซากุสะ หรืออากิฮาบาระได้สะดวก ใช้เวลาไปฮาราจูกุประมาณ 30-40 นาที รอบๆ มีร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อเยอะ ถ้าทริปนี้อยากได้ที่พักที่ให้ความรู้สึกมากกว่าแค่ที่นอน ที่นี่ตอบโจทย์

เคล็ดลับการเที่ยว

ไปให้ถึงก่อน 9 โมงเช้า: ช่วงเช้าป่ายังเงียบ แสงสวย และทัวร์ยังไม่ลง ถ่ายรูปเสาโทริอิกับกำแพงถังสาเกได้โดยไม่ต้องรอคน
ทำตามมารยาทศาลเจ้าชินโต: โค้งก่อนลอดโทริอิ เดินชิดขอบทางไม่เดินกลาง ล้างมือและบ้วนปากที่จุดเทมิซึยะ แล้วไหว้แบบโค้ง 2 ครั้ง ตบมือ 2 ครั้ง และโค้งอีก 1 ครั้ง
เตรียมเงินสดไว้ด้วย: ค่าเข้าสวนด้านใน 500 เยน และค่าเครื่องรางหรือแผ่นเอมะ บางจุดไม่รับบัตรเครดิต พกเหรียญเยนติดตัวไว้สะดวกที่สุด
ใส่รองเท้าที่เดินสบาย: ทางเดินส่วนใหญ่เป็นกรวด และเดินไป-กลับรวมกันหลายกิโลเมตร รองเท้าส้นสูงหรือรองเท้าพื้นบางจะเมื่อยสุด ๆ
ต่อทริปย่านฮาราจูกุได้ทันที: ออกจากประตูฝั่งฮาราจูกุแล้วเดินต่อถนนทาเคชิตะหรือโอโมเตะซันโดได้เลย 

FAQ

ศาลเจ้าเมจิเสียค่าเข้าไหม?

พื้นที่หลักของศาลเจ้าและป่าเข้าชมฟรี จ่ายเพิ่มเฉพาะสวนเมจิจิงกุเงียวเอ็น 500 เยน และพิพิธภัณฑ์ศาลเจ้าเมจิ 1,000 เยน

ศาลเจ้าเมจิเปิดกี่โมงถึงกี่โมง?

เปิดตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกทุกวัน เวลาเปลี่ยนตามเดือน เช่น มิถุนายนประมาณ 5:00-18:30 น. และธันวาคมประมาณ 6:40-16:00 น.

ควรใช้เวลาเที่ยวศาลเจ้าเมจินานแค่ไหน?

ถ้าเดินเฉพาะพื้นที่หลักใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ถ้ารวมสวนด้านในและพิพิธภัณฑ์ ให้เผื่อเพิ่มอีกประมาณ 1 ชั่วโมง

ศาลเจ้าเมจิอยู่ใกล้สถานีไหน?

ใกล้ที่สุดคือสถานี JR ฮาราจูกุ และสถานีเมจิจิงกุมาเอะของ Tokyo Metro เดินถึงประตูศาลเจ้าประมาณ 1 นาที

ไปศาลเจ้าเมจิต้องแต่งตัวยังไง?

ไม่มีกฎการแต่งกายเคร่งครัด แต่ควรแต่งตัวสุภาพเพราะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และใส่รองเท้าที่เดินบนทางกรวดได้สบาย

ถ่ายรูปในศาลเจ้าเมจิได้ไหม?

ถ่ายรูปบริเวณทางเดิน ลานหลัก และจุดไฮไลท์ได้ตามปกติ แต่ควรงดถ่ายภายในพื้นที่ประกอบพิธีและไม่ถ่ายขบวนแต่งงานในระยะประชิด

ศาลเจ้าเมจินิยมขอพรเรื่องอะไร?

คนนิยมมาขอพรเรื่องความรัก ครอบครัว และความสำเร็จ โดยเฉพาะที่ต้นการบูรคู่ใกล้อาคารหลัก ส่วนบ่อน้ำคิโยมาสะเป็นจุดเสริมดวงที่คนญี่ปุ่นรู้จักกันดี

ศาลเจ้าเมจิกับวัดเซ็นโซจิต่างกันยังไง?

ศาลเจ้าเมจิเป็นศาลเจ้าชินโตกลางป่าที่บรรยากาศสงบ ส่วนวัดเซ็นโซจิเป็นวัดพุทธในย่านอาซากุสะที่คึกคักและมีถนนร้านค้า ถ้ามีเวลาแนะนำให้ไปทั้งสองที่เลยจ้า

ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมจองไฟล์ทไปโตเกียวและที่พักใกล้ศาลเจ้าเมจิกับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ โตเกียว

โตเกียว

Japan

ทาอิโตะกุ

Japan

ชินจูกุ

Japan

ชิบุยะกุ

Japan

บทความแนะนำ

เที่ยวคามิโคจิเดือนไหนดี? พร้อมลิสต์สถานที่น่าไปในแต่ละช่วง

26 Jun 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

12 สกีรีสอร์ทญี่ปุ่นยอดนิยม เล่นสกีสุดฟิน ลานหิมะสุดอลังการ [อัปเดต 2026]

20 Jan 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 7 นาที

[รีวิว] เทศกาลไฟประดับ Nabana no Sato พร้อมข้อมูลการจัดงาน ครบจบในที่เดียว

20 Jan 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 6 นาที

20 ของฝากโอกินาว่า ที่ห้ามพลาด พร้อมลิสต์แหล่งช้อปยอดนิยม [อัปเดท 2026]

19 Jan 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 4 นาที

20 ของฝากโตเกียวที่ห้ามพลาด พร้อมลิสต์แหล่งช้อปยอดนิยม [อัปเดท 2026]

19 Jan 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 5 นาที

20 ของฝากฟุกุโอกะที่ห้ามพลาด พร้อมลิสต์แหล่งช้อปยอดนิยม [อัปเดท 2026]

19 Jan 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 5 นาที
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร