ลัดเลาะ 15 ที่เที่ยวบึงกาฬ สัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติ

Thamonwan B
ใช้เวลาอ่านประมาณ 4 นาที

“บึงกาฬ” เป็นจังหวัดเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่อาจยังไม่มีผู้คนเดินทางมาท่องเที่ยวกันมากเท่าไหร่นัก แต่ต้องขอบอกไว้เลยว่าบึงกาฬเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ Unseen ที่มีเสน่ห์และน่าค้นหาเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เพื่อดึงดูดให้ผู้คนเดินทางมาสัมผัสความแปลกตากันมากยิ่งขึ้น วันนี้เราเลยอยากพาเพื่อน ๆ ไปลัดเลาะปักหมุดเที่ยว 15 แลนด์มาร์คบึงกาฬที่น่าสนใจว่ามีที่ไหนบ้างกันบ้าง หากอยากรู้แล้วก็รีบกดจองตั๋วเครื่องบินผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน Traveloka ตัวช่วยที่จะทำให้การเดินทางของคุณไปยังจุดหมายปลายทางต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น แถมยังได้ตั๋วในราคาโปรโมชั่นสุดคุ้มอีกด้วย ได้ยินแบบนี้แล้วเพื่อน ๆ ก็อย่าลืมดาวน์โหลดแอปใส่มือถือกันไว้ละ โดยถ้าจะเดินทางไปบึงกาฬเราก็สามารถนั่งเครื่องไปลงที่อุดรธานีและนั่งรถเที่ยวต่อไปเรื่อย ๆ ได้ หากใครพร้อมแล้วก็ตามเราไปกันเลย

1. ภูทอก

มาเริ่มกันด้วยการไปสัมผัสเสน่ห์ของธรรมชาติกันที่แรกกับ ภูทอก ที่เที่ยวบึงกาฬยอดฮิตอันดับต้น ๆ ที่ตั้งอยู่ในเขตบ้านคำแคน โดยจุดเด่นของสถานที่แห่งนี้อยู่ที่บันไดไม้ที่ถูกสร้างล้อมรอบหินขนาดใหญ่ 7 ชั้น ด้วยกำลังคนที่มากถึง 5 ปีเต็ม ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทาง มาชมวิวทิวทัศน์และสูดอากาศบริสุทธิ์กันตั้งแต่ที่บริเวณชั้น 3 พร้อมทั้งซึมซับบรรยากาศธรรมชาติที่ถูกโอบล้อมไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่มากมายเต็มทั่วบริเวณ แต่ต้องขอบอกก่อนว่าทางขึ้นบางช่วงจะค่อนข้างชัน ดังนั้นอาจจะต้องเดินกันด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยกันด้วย

2.หินสามวาฬ ภูสิงห์

พาไปชมความแปลกตาของธรรมชาติกันต่อกับที่เที่ยวบึงกาฬที่ต่อมาอย่าง หินสามวาฬ ภูสิงห์ที่มีลักษณะคล้ายปลาวาฬขนาดใหญ่วางเรียงกัน 3 ก้อน จึงเป็นชื่อที่เรียกกันว่า “หินสามวาฬ” นั่นเอง โดยหินที่ว่านี้มีอายุมายาวนานมากกว่า 75 ปี เหมาะแก่การเดินทางมาชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า และชมทัศนียภาพบริเวณรอบ ๆ เพื่อเป็นการผ่อนคลายอารมณ์ได้อย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถขับรถขึ้นไปจอดที่บริเวณจุดชมวิวถ้ำฤาษี จากนั้นให้เดินเท้าต่อประมาณ 200 เมตรก็จะเจอกับหินสามวาฬขนาดใหญ่ที่เกิดจากความงดงามของธรรมชาติได้อย่างสุดลูกหูลูกตา

3.บึงโขงหลง

บึงโขงหลง เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติของบึงกาฬที่ขึ้นชื่อในหมู่นักท่องเที่ยวในเรื่องของการเดินทางมาชมพระอาทิตย์ตกดิน เพราะนอกจากบรรยากาศจะมีความงดงามแล้ว บริเวณรอบ ๆ ยังเต็มไปด้วยความร่มเย็นของทะเลสาบขนาดใหญ่ที่เป็นพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์นก ไม่ว่าจะเป็น นกเป็ดน้ำ นกยาง นกกระเต็น และฝูงห่าน นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางมาผ่อนคลายอารมณ์และทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างเพลิดเพลิน อาทิ การนั่งเรือชมวิว การสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ และถ่ายรูปอัปลงโซเชียลกันอย่างจุใจ

4.น้ำตกถ้ำพระ

น้ำตกถ้ำพระ เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติของจังหวัดบึงกาฬที่ตั้งอยู่บริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว โดยมีความสูง 3 ชั้น เหมาะแก่การเดินทางมาพักผ่อนหย่อนใจด้วยการสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด พร้อมฟังเสียงน้ำที่ตกกระทบมาจากชั้นสูงได้อย่างสบายใจ นอกจากนี้หากใครต้องการคลายร้อนก็สามารถลงเล่นน้ำได้อีกเช่นกัน แต่ก็อยากแนะนำให้มาในช่วงฤดูฝน เนื่องจากฤดูอื่น ๆ น้ำจะค่อนข้างแห้ง ซึ่งจุดที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ น้ำตกช่วงที่ 2 เพราะบริเวณนี้จะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ตั้งอย่างสง่างามนั่นเอง

5.น้ำตกเจ็ดสี

น้ำตกเจ็ดสี เป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวบึงกาฬที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากความสวยงามของธรรมชาติและบริเวณรอบ ๆ ที่เหมาะแก่การเดินทางมา พักผ่อนหย่อนใจในวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดยาว โดยจุดไฮไลท์ของน้ำตกแห่งนี้อยู่ที่ชั้นที่ 3 ซึ่งเป็นชั้นที่เรียกได้ว่าสวยที่สุดและเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเล่นน้ำได้อย่างเพลิดเพลินอารมณ์ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนเนื่องจากน้ำจะไหลจากธารของห้วยกะอามไหลลงมาและแผ่กว้างเป็นทางยาวลงมาเรื่อย ๆ

6.วัดอาฮงศิลาวาส

วัดอาฮงศิลาวาสถูกตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงจากฝั่งไทยถึงฝั่งลาว ทำให้บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยความงดงามและความร่มรื่นตลอดทั้งวัน อีกทั้งทางวัดยังมีจุดชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอย่างบุญบั้งไฟที่มีประจำทุกปีในช่วงออกพรรษา ทำให้นักท่องเที่ยวมีความสนใจและเดินทางมาเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงวัดยังมีจุดชม “สะดือแม่น้ำโขง” ที่ถือว่ามีความลึกที่สุดจนไม่สามารถวัดได้ จนทำให้วัดแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของบึงกาฬที่ไม่ควรพลาดแก่การแวะมาเลยก็ว่าได้

7.พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต

พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต ตั้งอยู่ในหมู่บ้านที่มีความเงียบสงบและโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม โดยภายในได้มีการนำเรือนไม้อีสานที่มีความเก่าแก่มายาวนานมากกว่า 60 ปีมารีโนเวตใหม่ด้วยการผสมผสานศิลปะและดีไซน์ร่วมสมัยภายใต้คอนเซ็ปต์ ธรรมะ-ธรรมชาติ-ธรรมดา ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้มาเยี่ยมชมกันอย่างฟรี ๆ ซึ่งในห้องต่าง ๆ ได้มีการจัดแสดงของใช้ของบรรพบุรุษในสมัยก่อน ไม่ว่าจะเป็น ผ้าซิ่นไหม โสร่ง รวมถึงเครื่องใช้ในครัวเพื่อสะท้อนให้นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ได้ศึกษาและเห็นถึงวัฒนธรรมของคนรุ่นก่อนได้อย่างลึกซึ้ง

8.ล่องแพหนองเลิง

ขอบคุณรูปภาพจากFacebook/แพหนองเลิง

ไปต่อกันที่สถานที่ท่องเที่ยวบึงกาฬที่ต่อมา ที่เราจะมาแนะนำให้คุณได้สัมผัสกับบรรยากาศธรรมชาติแบบใกล้ชิดนั่นก็คือ ล่องแพหนองเลิง หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่อุดมสมบูรณ์อย่างมาก ในตำบลดอนหญ้านางแหล่งหนองน้ำขนาดใหญ่ ที่รายล้อมไปด้วยความสวยงามของธรรมชาติของป่าเขาเขียวขจี จึงทำให้บริเวณสถานที่แห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในจุดพักผ่อนยอดฮิตในช่วงหน้าร้อน ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่พากันเดินทางมาเล่นน้ำ และล่องแพ กันอย่างเพลิดเพลิน

9.แก่งฮาฮง

เรียกได้ว่าหากใครเดินทางมาท่องเที่ยวที่บึงกาฬ แดนอีสานของเมื่องไทยก็ต้องเดินทางมาชื่นชมความงดงามของแม่น้ำโขงกันที่บริเวณ แก่งฮาฮง หรือ ที่ชาวบ้านรู้จักกันในนามของสะดือแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยวชื่นชมบรรยากาศโดยรอบของริมแม่น้ำ และยังเป็นสถานที่จัดงานประเพณีบั้งไฟพญานาคอีกด้วย โดยประเพณีนี้จะจัดขึ้นในช่วงวันออกพรรษา จึงทำให้ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวมารอรับชมงานจัดแสดงกันที่บริเวณนี้เป็นจำนวนมากเลยทีเดียว

10.น้ำตกชะแนน

อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวบึงกาฬ ที่ไม่แนะนำคงไม่ได้กับ น้ำตกชะแนน ที่ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้เป็นหนึ่งในเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าภูวัว จึงทำให้บรรยากาศโดยรอบจะเต็มไปด้วยธรรมชาติของป่าไม้ และขุนเขาอันงดงาม นอกจากนี้ยังมีน้ำตกขนาดใหญ่ซึ่งเป็นทางผ่านของสายน้ำที่ไหลลดหลั่นกันมาจากห้วยชะแนน จนทำให้เกิดเป็นภาพความสวยงามของชั้นบันไดที่สวยงาม และยิ่งในช่วงหน้าฝนจะทำให้บริเวณมีปริมาณน้ำค่อนข้างมากจนทำให้เกิดเป็นไอละอองขนาดใหญ่ตีวงกว้างแบบอลังการสุด ๆ ไปเลย

11.หนองกุดทิง

หนองกุดทิง นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งในแหล่งหนองน้ำขนาดใหญ่ของจังหวัดบึงกาฬ ที่ได้รับการจดทะเบียนว่าเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับโลกแห่งที่ 11 หรือ ที่เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่เรียกแรมซาร์ของเมืองไทยก็ว่าได้ เพราะด้วยความที่บริเวณนี้มีความหลากหลายทางชีวภาพ จึงทำให้เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำนานาชนิด และนกหลากหลายสายพันธุ์ จึงทำให้พื้นที่แห่งนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแหล่งน้ำ และสัตว์ธรรมชาติมากมาย จนทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเดินทางมาเก็บภาพความงดงามโดยรอบได้อย่างเพลิดเพลิน

12.หาดทรายขาว

มาต่อกันที่หาดทรายขาว หนึ่งในจุดเด็ดของจังหวัดบึงกาฬ ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากบริเวณหาดทรายขาวนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวริมน้ำโขง ที่ทอดยาวไปด้วยหาดทรายสีขาวเป็นระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร ซึ่งหาดทรายสีขาวนี้จะพบเห็นได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน หรือ ช่วงฤดูร้ำลงจะทำให้พื้นที่บริเวณเกิดเป็นเนินทรายสีขาว ที่มีความสวยงาม จึงทำให้นักท่องเที่ยวและชาวบ้านส่วนใหญ่พากันเดินทางมาพักผ่อน รับลมชมวิวกันที่บริเวณริมน้ำโขงแห่งนี้ในทุกเย็นของวัน

13.น้ำตกตาดกินรี

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติของจังหวัดบึงกาฬที่ต่อมาอย่าง น้ำตาดกินรี หนึ่งในน้ำตกอันงดงามของอุทยานแห่งชาติภูลังกา ที่มีทั้งหมดด้วยกัน 5 ชั้น โดยด้านล่างจะมีอ่างน้ำและลานหินขนาดใหญ่รองรับน้ำจากด้านบนให้ไหลลงมาได้อย่างสวยงาม จนทำให้พื้นที่บริเวณนี้เป็นแหล่งพักผ่อนจากการเดินทางศึกษาเส้นทางได้เป็นอย่างดี แถมยังเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมมาเล่นน้ำคลายความร้อนกันได้อีกด้วย แต่แนะนำว่าในช่วงที่เป็นฤดูน้ำหลากน้ำจะค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงเส้นทางนี้เพื่อความปลอดภัยจะดีที่สุด

14.อุทยานแห่งชาติภูลังกา

อุทยานแห่งชาติภูลังกา ดินแดนอันสวยงามของดินแดนสยามที่ครอบคลุมพื้นที่ของจังหวัดนครพนม และจังหวัดบึงกาฬเข้าด้วยกันจนทำให้เกิดเป็นพื้นที่กว้างขวางขนาดใหญ่ โดยในช่วงเดือนพฤษภาคม ถึง เดือนตุลาคมของทุกปีจะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวชมความสวยงามของดอกไม้ กล้วยไม้ป่า รวมไปถึงรองเท้านารีที่จะบานสะพรั่งบนยอดเขาภูลังกา ให้นักท่องเที่ยวได้มาเดินเที่ยวชมศึกษาเส้นทางธรรมชาติได้อย่างสนุกสนาน นอกจากนี้บริเวณยอดเขายังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้อย่างสวยงามอีกด้วย

15.วัดโพธาราม หลวงพ่อใหญ่

มาถึงสถานที่ท่องเที่ยวบึงกาฬที่สุดท้ายที่เราจะมาพาทุกคนไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองอย่าง วัดโพธาราม หรือ วัดหลวงพ่อใหญ่ ซึ่งเป็นวัดที่ประดิษฐานองค์พระพุทธรูปปรางมารวิชัย ที่แต่เดิมเป็นพระพุทธรูปสำริดอันงดงามที่ถูกนำมาฉาบเอาไว้ด้วยปูน เพื่อเป็นการอำพรางจากการถูกเผาในช่วงของการเกิดสงคราม ทำให้พระพุทธรูปองค์นี้ยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบันเพื่อให้ลูกหลานชาวไทยได้มากราบไว้สักการะเพื่อความเป็น สิริมงคลและเพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ สถานที่แห่งนี้อีกเช่นกัน

หมดไปแล้วกับการพาทุกคนไปลัดเลาะ 15 ที่เที่ยวบึงกาฬ สัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติ ที่ต้องบอกเลยว่า จังหวัดบึงกาฬ ดินแดนแห่งภาคอีสานเมืองไทยนั้นเต็มไปด้วยความสวยงาม และมนต์เสน่ห์มากมายที่ทำให้เราหลงรักไปกับความเรียบง่าย ของบรรยากาศ และผู้คนในจังหวัดแห่งนี้ได้เป็นอย่างมาก ดังนั้นแนะนำเลยว่าหากใครยังไม่เคยเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดแห่งนี้แล้วละก็ ห้ามพลาดกันเลยทีเดียว

จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร