
หลายคนเจอปัญหาเดียวกัน คือซื้อกระเป๋าเดินทางมาใบหนึ่ง แล้วไม่แน่ใจว่าไซส์นี้ถือขึ้นเครื่องได้ไหม เหมาะกับทริปกี่วัน หรือใส่เสื้อผ้าได้กี่ชุด บทความนี้รวบรวมทุกไซส์กระเป๋าเดินทางที่คนไทยค้นหากันบ่อยที่สุด ตั้งแต่ 18 ถึง 32 นิ้ว พร้อมเทียบขนาดกระเป๋าถือขึ้นเครื่องของสายการบินไทยทุกเจ้าไว้ในที่เดียว
ขนาดกระเป๋าเดินทางที่ขายทั่วไปมักแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก คือกระเป๋าใบเล็ก (18-20 นิ้ว) สำหรับถือขึ้นเครื่องหรือทริปสั้น กระเป๋าใบกลาง (22-26 นิ้ว) สำหรับทริปทั่วไป 5-12 วัน และกระเป๋าใบใหญ่ (28-32 นิ้ว) สำหรับทริปยาวหรือเดินทางเป็นครอบครัว โดยตัวเลขนิ้วที่บอกไซส์กระเป๋าคือความสูงของตัวกระเป๋า ไม่ใช่เส้นทแยงมุมหรือผลรวมทุกด้าน
Tue, 29 Sep 2026

Thai VietJet Air
เชียงใหม่ (CNX) ไป กรุงเทพ (BKK)
เริ่มจาก THB 956.56
Mon, 28 Sep 2026

Thai VietJet Air
หาดใหญ่ (HDY) ไป กรุงเทพ (BKK)
เริ่มจาก THB 1,171.79
Mon, 28 Sep 2026

Thai VietJet Air
ภูเก็ต (HKT) ไป กรุงเทพ (BKK)
เริ่มจาก THB 844.16
ตัวเลขด้านล่างเป็นค่าเฉลี่ยโดยประมาณ เนื่องจากแต่ละแบรนด์อาจมีขนาดต่างกันเล็กน้อย ควรเช็กสเปกจริงของกระเป๋าที่จะซื้อหรือใช้อีกครั้ง
ขนาด (นิ้ว) | ขนาดโดยประมาณ (ซม.) | ผลรวม 3 ด้าน (ซม.) | ปริมาตรโดยประมาณ | ถือขึ้นเครื่องได้ไหม | เหมาะกับทริปกี่วัน | ใส่เสื้อผ้าได้ประมาณกี่ชุด |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 18 นิ้ว | 24 x 35 x 46 | ~105 | 30-35 ลิตร | ได้ ส่วนใหญ่ผ่านมาตรฐาน cabin | 1-2 วัน | 3-4 ชุด |
| 20 นิ้ว | 23 x 34 x 55 | ~112-115 | 35-42 ลิตร | ได้ ถ้าไม่เกิน 56x36x23 ซม. | 2-4 วัน | 4-6 ชุด |
| 22 นิ้ว | 23 x 40 x 56 | ~119 | 45-50 ลิตร | ขึ้นอยู่กับสายการบิน ใกล้ขนาดสูงสุด บางเจ้าไม่รับ | 4-6 วัน | 6-8 ชุด |
| 24 นิ้ว | 24 x 45 x 61 | ~130 | 65-70 ลิตร | ไม่ได้ ต้องโหลดใต้เครื่องเสมอ | 5-10 วัน | 8-10 ชุด |
| 25 นิ้ว | 26 x 46 x 64 | ~132 | 70-75 ลิตร | ไม่ได้ | 6-10 วัน | 9-11 ชุด |
| 26 นิ้ว | 27 x 40 x 67 | ~135-145 | 75-85 ลิตร | ไม่ได้ | 7-12 วัน | 10-13 ชุด |
| 28 นิ้ว | 30 x 46 x 71-78 | ~135-158 | 95-100 ลิตร | ไม่ได้ | 10-20 วัน | 13-16 ชุด |
| 29-30 นิ้ว | ~74-76 (สูง) | ~150-165 | 100-110 ลิตร | ไม่ได้ บางสายการบินเกิน 158 ซม. | 14-21 วัน หรือครอบครัว | 16-20 ชุด |
| 32 นิ้ว | ~81 (สูง) | 158-195 | 120-150 ลิตร | ไม่ได้ อาจเกินขนาดที่บางสายการบินรับ ควรเช็กก่อน | ทริปยาวมาก / ย้ายที่อยู่ / ครอบครัวใหญ่ | 20 ชุดขึ้นไป |
ขนาด carry-on มาตรฐานที่สายการบินส่วนใหญ่ในไทยใช้คือไม่เกิน 56 x 36 x 23 เซนติเมตร (22 x 14 x 9 นิ้ว) น้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม กระเป๋าไซส์ 20 นิ้วส่วนใหญ่จึงผ่านเกณฑ์นี้ ส่วนกระเป๋า 22 นิ้วอยู่ในเขตก้ำกึ่ง บางรุ่นผ่าน บางรุ่นเกิน ขึ้นอยู่กับสัดส่วนความกว้าง-ยาว-สูงของแต่ละแบรนด์ ส่วนกระเป๋า 24 นิ้วขึ้นไปเกินขนาด cabin ของทุกสายการบินแน่นอน ต้องโหลดใต้เครื่องเท่านั้น
กระเป๋าโหลดใต้เครื่องส่วนใหญ่มีเกณฑ์ที่ใช้ผลรวมสามด้าน (กว้าง+ยาว+สูง) ไม่เกิน 158 เซนติเมตร ไม่ได้วัดแยกด้านเหมือนกระเป๋า cabin กระเป๋าขนาด 28-30 นิ้วส่วนใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์นี้ แต่กระเป๋า 32 นิ้วบางรุ่นอาจเกิน 158 ซม. ทำให้ต้องเสียค่าธรรมเนียมกระเป๋าใหญ่พิเศษ (oversized baggage) เพิ่มเติมจากค่าน้ำหนักตามปกติ
คำถามนี้มักสับสนระหว่าง "ความจุที่บรรจุได้จริง" กับ "น้ำหนักที่สายการบินอนุญาต" ในทางปฏิบัติ น้ำหนักที่ใส่ได้จะถูกจำกัดโดยโควตาน้ำหนักกระเป๋าโหลดของตั๋วที่ซื้อ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 20-30 กิโลกรัมต่อชิ้น ขึ้นอยู่กับสายการบินและประเภทตั๋ว ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับขนาดนิ้วของกระเป๋าโดยตรง กระเป๋า 20 นิ้วที่ใช้เป็น carry-on จะถูกจำกัดที่ 7 กิโลกรัมตามกฎ cabin แทน ไม่เกี่ยวกับโควตาน้ำหนักโหลด
สำหรับกระเป๋าเป้หรือกระเป๋าเดินทางแบบไม่มีล้อ มักระบุขนาดเป็นลิตรแทนนิ้ว เทียบคร่าวๆ ได้ดังนี้ เป้ 20-30 ลิตร เทียบเท่ากระเป๋าเดินทางเล็กราว 18-20 นิ้ว เหมาะกับทริปวันเดียวหรือใช้เป็นกระเป๋าใบที่สอง เป้ 40 ลิตร มักมีขนาดตัวเป้ไม่เกิน 56x36x23 ซม. จึงมักถือขึ้นเครื่องเป็น cabin ได้ในหลายสายการบิน แต่ต้องเช็กสเปกจริงเพราะเป้บางรุ่นสูงเกินไป เป้หรือกระเป๋า 50-60 ลิตรจัดเป็นขนาดกลาง เทียบเท่ากระเป๋าลาก 24-26 นิ้ว ส่วนใหญ่ต้องโหลดใต้เครื่อง ส่วนกระเป๋าหรือเป้ขนาด 90 ลิตรถือว่าใหญ่มาก เทียบเท่ากระเป๋าลาก 28-30 นิ้ว ต้องโหลดใต้เครื่องเสมอ
สายการบิน | กระเป๋าหลัก (ซม.) | น้ำหนัก | กระเป๋าใบที่สอง | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| การบินไทย (Thai Airways) | 56 x 45 x 25 | 7 กก. | 37.5 x 25 x 12.5 ซม. / 1.5 กก. | ขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มนี้ |
| ไทยแอร์เอเชีย (Thai AirAsia) | 56 x 36 x 23 | รวมกับใบที่ 2 ไม่เกิน 7 กก. | 40 x 30 x 10 ซม. | นับน้ำหนักรวมสองใบ |
| นกแอร์ (Nok Air) | 56 x 36 x 23 | รวมกับใบที่ 2 ไม่เกิน 7 กก. | 40 x 30 x 15 ซม. | นับน้ำหนักรวมสองใบ |
| ไทยไลอ้อนแอร์ (Thai Lion Air) | 56 x 36 x 23 | 7 กก. | อนุญาต 1 ใบ (โน้ตบุ๊ก/กระเป๋าถือ) | ตรวจเข้มที่เกท |
| ไทยเวียตเจ็ท (Thai Vietjet) | 56 x 36 x 23 | Eco/Deluxe 7 กก. · SkyBoss 10 กก. | รวมกับใบหลัก | น้ำหนักต่างกันตามชั้นโดยสาร |
| บางกอกแอร์เวย์ส (Bangkok Airways) | A319/320: 56x36x23 · ATR72: 50x36x23 | 5-7 กก. ขึ้นอยู่กับเส้นทาง | - | เครื่อง ATR72 (เช่นเส้นทางสมุย) เล็กกว่า |
| สกู๊ต (Scoot) | 54 x 38 x 23 | Economy 10 กก. (2 ชิ้นรวม) · ScootPlus 15 กก. | 40 x 30 x 10 ซม. | นับรวมน้ำหนัก 2 ชิ้น |
| สิงคโปร์แอร์ไลน์ (Singapore Airlines) | รวม 3 ด้านไม่เกิน 115 ซม. | 7 กก. | 40 x 30 x 10 ซม. | วัดจากผลรวมสามด้าน ไม่ใช่แยกด้าน |
| อีวีเอแอร์ (EVA Air) | 56 x 36 x 23 | 7 กก. | 1 ใบ วางใต้เบาะ | - |
แทบทุกสายการบินอนุญาตให้ถือกระเป๋าใบที่สองแยกจากกระเป๋าถือขึ้นเครื่องหลัก เช่น กระเป๋าโน้ตบุ๊ก กระเป๋าสะพาย หรือกระเป๋าถือสตรี แต่มักมีขนาดเล็กกว่ามากและบางสายการบินนับรวมน้ำหนักกับกระเป๋าหลัก การรู้ตัวเลขนี้ล่วงหน้าช่วยวางแผนแพ็คของได้แม่นยำขึ้น เพราะสามารถแยกของหนักไปไว้ในกระเป๋าใบเล็กที่ติดตัวได้
หากกระเป๋าเกินขนาดหรือน้ำหนักที่เกท พนักงานจะให้เลือกสองทาง คือจ่ายค่าธรรมเนียมเช็คอินกระเป๋าเพิ่มหน้าเกทซึ่งมักแพงกว่าซื้อน้ำหนักเพิ่มล่วงหน้าทางออนไลน์มาก หรือต้องจัดของออกจากกระเป๋าบางส่วนก่อนขึ้นเครื่อง ทั้งสองทางเสียเวลาและอาจทำให้พลาดขึ้นเครื่องได้หากเกทใกล้ปิด
ใช้สายวัดหรือตลับเมตรวัดสามด้านของกระเป๋ารวมล้อและด้ามจับที่ยื่นออกมาด้วย เพราะสายการบินนับขนาดรวมทุกส่วนที่ยื่นออกจากตัวกระเป๋า ไม่ใช่แค่ตัวถังกระเป๋าอย่างเดียว วัดความกว้าง (ด้านที่แคบที่สุด) ความยาว (ด้านหน้า) และความสูง (รวมล้อและด้ามจับ) แล้วบวกทั้งสามด้านเพื่อเทียบกับเกณฑ์ 115 ซม. (cabin) หรือ 158 ซม. (โหลด) ตามแต่กรณี
หากบินหลายสายการบินในทริปเดียว ควรเลือกกระเป๋าตามขนาดที่เล็กที่สุดในกลุ่มที่จะใช้ เพื่อไม่ต้องเสี่ยงถูกเรียกชั่งซ้ำ ควรชั่งน้ำหนักกระเป๋าที่บ้านด้วยเครื่องชั่งดิจิทัลก่อนออกเดินทางเสมอ และใส่ของหนักอย่างเช่นรองเท้าหรือหนังสือไว้ในกระเป๋าใบที่สองหากสายการบินไม่ได้นับน้ำหนักรวม กระเป๋าแบบ soft-shell ที่บีบอัดได้มักช่วยเรื่องขนาดได้ดีกว่ากระเป๋าแบบแข็งเมื่อของแน่นเกินไปเล็กน้อย
แบ่งหลักๆ เป็น 3 กลุ่ม คือใบเล็ก 18-20 นิ้ว (ถือขึ้นเครื่อง/ทริปสั้น) ใบกลาง 22-26 นิ้ว (ทริป 5-12 วัน) และใบใหญ่ 28-32 นิ้ว (ทริปยาว/ครอบครัว) ดูตารางเต็มด้านบนสำหรับรายละเอียดแต่ละไซส์
ไม่ได้ กระเป๋า 24 นิ้วเกินขนาด cabin มาตรฐาน (56x36x23 ซม.) ของทุกสายการบิน ต้องโหลดใต้เครื่องเสมอ
ส่วนใหญ่ได้ เพราะกระเป๋า 20 นิ้วมักมีขนาดไม่เกิน 56x36x23 ซม. ตามเกณฑ์ cabin ของสายการบินส่วนใหญ่ แต่ควรตรวจสอบสเปกจริงของกระเป๋าที่มีอีกครั้ง เพราะบางรุ่นอาจสูงหรือหนาเกินไปเล็กน้อย
กระเป๋าขนาด 25 นิ้วขึ้นไปทั้งหมดต้องโหลดใต้เครื่อง ไม่สามารถถือขึ้นเครื่องเป็น cabin ได้ สำหรับกระเป๋า 30 นิ้ว สามารถโหลดได้ตามปกติหากผลรวมสามด้านไม่เกิน 158 ซม. และน้ำหนักอยู่ในโควตาที่ตั๋วกำหนด
ได้ ขนาดนี้เล็กกว่าเกณฑ์ cabin มาตรฐานมาก จึงถือขึ้นเครื่องได้แน่นอนในทุกสายการบิน
เท่ากับประมาณ 22 x 14 x 9 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาด cabin มาตรฐานที่สายการบินโลว์คอสต์ส่วนใหญ่ในไทยใช้ ส่วนการบินไทยอนุญาตขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อยที่ 56 x 45 x 25 ซม.
158 ซม. ไม่ได้แปลงเป็นนิ้วตรงๆ เพราะเป็นผลรวมสามด้าน (กว้าง+ยาว+สูง) ไม่ใช่ด้านเดียว ถ้าคิดเป็นนิ้วโดยประมาณจะอยู่ราว 62 นิ้วเมื่อรวมกัน เกณฑ์นี้ใช้กับกระเป๋าโหลดใต้เครื่อง หากเกินจะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมกระเป๋าใหญ่พิเศษ
หากใช้เป็น carry-on จะถูกจำกัดน้ำหนักที่ 7 กิโลกรัมตามกฎ cabin ไม่เกี่ยวกับความจุจริงของกระเป๋า ในแง่พื้นที่ใส่ของ กระเป๋า 20 นิ้วมักใส่เสื้อผ้าได้ประมาณ 4-6 ชุดสำหรับทริป 2-4 วัน
เหมาะกับทริปประมาณ 5-10 วัน ใส่เสื้อผ้าได้ราว 8-10 ชุด เป็นไซส์ที่นักเดินทางส่วนใหญ่เลือกใช้เพราะพอดีกับทริปทั่วไปโดยไม่ใหญ่เทอะทะเกินไป
เป้หรือกระเป๋า 20-30 ลิตรเทียบเท่ากระเป๋าเดินทางเล็ก 18-20 นิ้ว ถือขึ้นเครื่องได้ปกติ เป้ 40 ลิตรมักถือขึ้นเครื่องได้เช่นกันหากตัวเป้ไม่เกิน 56x36x23 ซม. แต่ต้องเช็กสเปกจริง ส่วนกระเป๋าหรือเป้ 90 ลิตรถือว่าใหญ่มาก เทียบเท่ากระเป๋าลาก 28-30 นิ้ว ต้องโหลดใต้เครื่องเสมอ ไม่สามารถถือขึ้นเครื่องได้
ไทยแอร์เอเชียและไทยเวียตเจ็ทใช้ขนาดมาตรฐาน 56x36x23 ซม. (ประมาณ 22x14x9 นิ้ว) การบินไทยให้ขนาดใหญ่กว่าที่ 56x45x25 ซม. ส่วน Scoot กำหนดไว้ที่ 54x38x23 ซม. ซึ่งเล็กกว่ามาตรฐานทั่วไปเล็กน้อย ดูตารางเทียบสายการบินด้านบนสำหรับรายละเอียดครบทุกเจ้า
ไม่ใช่ แม้ตัวเลขจะใกล้เคียงกันในหลายเจ้า แต่มีรายละเอียดต่างกัน เช่น น้ำหนักรวมกระเป๋าใบที่สองหรือไม่ และบางสายการบินอย่างบางกอกแอร์เวย์สมีขนาดต่างกันตามประเภทเครื่องที่บิน
ควรวัดขนาดกระเป๋าจริงด้วยไม้บรรทัดหรือสายวัดที่บ้านก่อนเดินทาง เทียบกับตัวเลขในตารางด้านบนของสายการบินที่จะบิน และควรเช็กหน้าเว็บไซต์ทางการของสายการบินอีกครั้งใกล้วันเดินทาง เนื่องจากนโยบายอาจมีการปรับเปลี่ยนได้
ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงจากหน้าเว็บไซต์ทางการของแต่ละสายการบิน และค่าเฉลี่ยขนาดกระเป๋าเดินทางทั่วไปในตลาด ณ ช่วงเวลาที่เผยแพร่ ขนาดจริงอาจต่างกันเล็กน้อยตามแต่ละแบรนด์ และนโยบายสายการบินอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ แนะนำให้ตรวจสอบกับสายการบินอีกครั้งก่อนเดินทางเสมอ






