15 ที่เที่ยวไอร์แลนด์สุดปัง เน้นธรรมชาติสวย พร้อมลิสต์ที่พักแนะนำ [2026]

แจกพิกัด 15 ที่เที่ยวไอร์แลนด์ เน้นธรรมชาติสวยปัง! พร้อมแนะนำ ที่พักไอร์แลนด์ วิธีการเดินทางในไอร์แลนด์ และช่วงน่าเที่ยว วาง แพลนเที่ยวไอร์แลนด์ จบในที่เดียว!
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 8 นาที

ไอร์แลนด์ (Ireland) ดินแดนสุดคลาสสิกที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์และเสน่ห์แบบยุโรปโบราณ ที่นี่บอกเลยว่าเป็นสวรรค์ของสายธรรมชาติตัวจริง! เพราะมองไปทางไหนก็เจอแต่ทุ่งหญ้าเขียวขจี ตัดกับวิวสุดอลังการแบบสวยตาแตกชนิดที่ไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์เลยสักนิด ที่เด็ดไปกว่านั้นคือความปลอดภัยระดับท็อป เดินเที่ยวได้แบบสบายใจ แถมบรรยากาศยังมีความสงบ อบอุ่น เลี้ยวไปมุมไหนก็ให้ฟีลชิลล์สุดๆ ใครที่หลงรักฟีลยุโรปแต่ไม่อยากเจอความวุ่นวาย บอกเลยว่าต้องมาโดนสักครั้ง!

และวันนี้เราจะมาแจกพิกัด 15 ที่เที่ยวไอร์แลนด์ ยอดฮิต เน้นธรรมชาติสวยปังแบบห้ามพลาด! ใครอยากจัดทริปฟินๆ แบบนี้ แนะนำให้กดเข้าไปจองทั้งตั๋วเครื่องบินไปไอร์แลนด์และที่พักไอร์แลนด์ ผ่าน Traveloka ได้เลย แอปเดียวจบ ครบ สะดวกม๊าก แถมตัวเลือกเพียบ ราคาดี๊ดีถูกใจสายเที่ยวแน่นอน ปักหมุดไว้ แล้วเตรียมแพ็กกระเป๋าบินไปรับฟีลยุโรปสุดคลาสสิกกันเลย! 

ทริปไปไอร์แลนด์ ในฝันอยู่แค่เอื้อม จองตั๋วราคาประหยัดจบๆ ที่ Traveloka

Tue, 15 Sep 2026

Etihad

กรุงเทพ (BKK) ไป ดับลิน (DUB)

เริ่มจาก THB 9,846.78

Sat, 12 Sep 2026

Hainan Airlines

กรุงเทพ (BKK) ไป ดับลิน (DUB)

เริ่มจาก THB 10,935.46

Wed, 9 Sep 2026

China Eastern Airlines

จาการ์ตา (CGK) ไป ดับลิน (DUB)

เริ่มจาก THB 14,467.56

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยวไอร์แลนด์ใน 1 นาที

จุดเด่นประเทศไอร์แลนด์: ดินแดนแห่งปราสาทโบราณและทุ่งหญ้าเขียวขจี โดดเด่นด้วยวิวธรรมชาติระดับตำนาน ความปลอดภัยสูง และบรรยากาศเงียบสงบ อบอุ่นและชิลล์สุดๆ เหมาะกับคนที่รักยุโรปแต่ไม่ชอบความวุ่นวาย
แจก 15 ที่เที่ยวธรรมชาติยอดฮิต: ครบทั้งสายถ่ายรูปชิคๆ กับแลนด์มาร์คระดับโลกอย่าง หน้าผาโมเฮอร์ (Cliffs of Moher), เสาหินภูเขาไฟ Giant’s Causeway ไปจนถึงการเดินเที่ยวเมืองคลาสสิก ชมปราสาทและวิทยาลัยเก่าแก่ใน ดับลิน, กัลเวย์ และ คอร์ก
วิธีเดินทางไปไอร์แลนด์: แม้จะยังไม่มีบินตรงจากไทย แต่ก็บินแวะต่อเครื่อง 1 จุดแล้วลงสนามบินดับลิน (DUB) ได้ง่ายๆ หรือจะนั่งเที่ยวบินสั้นๆ เชื่อมมาจากเมืองอื่นในยุโรป และนั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากมาจากอังกฤษก็สะดวกไม่แพ้กัน
วิธีเดินทางในไอร์แลนด์: แนะนำให้เช่ารถขับเอง จะได้อิสระมากกว่า แถมขับชิดซ้ายเหมือนประเทศไทยเลยปรับตัวง่ายสุดๆ แต่ถ้าไม่อยากขับรถเองก็ใช้บริการรถไฟ Irish Rail, รถบัสระหว่างเมือง หรือซื้อเดย์ทัวร์เที่ยวตามจุดสำคัญได้สบายๆ
ช่วงน่าเที่ยว: ช่วงที่ฟินที่สุดคือ เดือนมิถุนายน - สิงหาคม (ฤดูร้อน) เพราะอากาศอบอุ่นที่สุด (15°C - 20°C) กลางวันยาวนานถึงเกือบ 4 ทุ่ม เที่ยวได้คุ้มทั้งวัน หรือจะมาช่วง พฤษภาคม และ กันยายน ก็ได้บรรยากาศดี ฝนน้อย และคนไม่แน่น

รีบไปจอง ตั๋วเครื่องบินไปไอร์แลนด์ กับ Traveloka ด่วนๆ ตัวเลือกเพียบ ราคาดี๊ดี~ ถูกใจสายเที่ยวแน่นอน บินไปชิลล์ให้เต็มอิ่ม แล้วมาฟินกับบรรยากาศยุโรปสุดคลาสสิกกันให้สุด!

15 ที่เที่ยวธรรมชาติยอดฮิตในไอร์แลนด์

1. Dark Hedges

Dark Hedges

อุโมงค์ต้นบีชอายุกว่า 300 ปี ที่สุดแสนจะน่าตื่นตา เป็นสถานที่ซึ่งให้ทั้งบรรยากาศสุดอัศจรรย์เหมือนป่าในนิทาน แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้รู้สึกถึงความลึกลับชวนหลอนไม่น้อยเลยเชียวละ นี่คือพิกัดยอดฮิตแห่งหนึ่งของไอร์แลนด์ที่มีผู้คนทั้งโลกแวะมาเยือนกันอย่างไม่ขาดสาย ยิ่งหลังจากอุโมงค์นี้ได้กลายเป็นฉาก King’s Road ในซีรี่ส์ Game of Thrones ที่นี่ก็ยิ่งกลายเป็นแลนด์มาร์คที่พลาดไม่ได้เข้าไปใหญ่ นี่จึงเป็นพิกัดหนึ่งในไอร์แลนด์ที่มาแล้วพลาดไม่ได้เลย

2. Killarney National Park

Killarney National Park

เป็นอุทยานแห่งชาติที่เก่าแก่ที่สุดในไอร์แลนด์ซึ่งเต็มไปด้วยความงดงามของเทือกเขา ทะเลสาบ และป่าไม้ ส่วนไฮไลท์เด็ดของอุทยานฯ แห่งนี้ก็ต้องยกให้กับการเป็นพิกัดเดียวในประเทศที่ยังมีกวางแดงตามธรรมชาติอาศัยอยู่ นอกจากบรรดาพืชพรรณธรรมชาติและเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย ทีเด็ดของที่นี่ก็คือการมีปราสาท คฤหาสน์ และกระท่อมโบราณหน้าตาน่ารักให้แวะเช็คอินกันด้วยจ้า จะเลือกขับรถเที่ยวกันเพลินๆ หรือจะมาเดินชมธรรมชาติในเส้นทางที่เค้ามีให้ก็เริ่ดทั้งคู่นะ แวะมาละกัน

3. Titanic Belfast

Titanic Belfast

นี่คือพิกัดที่แฟนพันธุ์แท้แจ็คกับโรสพลาดไม่ได้! เพราะเมืองนี้คือบ้านเกิดของเรือไททานิกไงล่ะ! และเพื่อเป็นการระลึกถึงเรือสำราญชื่อก้องโลกซึ่งต่อขึ้นในเมืองนี้ จึงเกิดเป็นสถานที่ซึ่งใช้จัดแสดงเรื่องราวของเรือไททานิกทั้งในส่วนของข้อมูลตามความจริงและเรื่องราวในตำนาน ที่นี่ คุณจะได้สำรวจส่วนต่างๆ ของเรือสำราญลำนี้ รวมถึงยังมีห้องจำลองบรรยากาศของเรือไททานิกในขณะที่ชนกับก้อนน้ำแข็งให้ได้สัมผัสกับแบบเต็มอิ่มทั้งภาพ เสียง และกลิ่นเลยด้วยนะ เชื่อว่าจะเป็นอีกพิกัดที่คุณต้องประทับใจ

4. Cliffs of Moher

Cliffs of Moher

พิกัดทางธรรมชาติที่งดงามน่าตื่นตา จนเคยติดโผเป็นหนึ่งในผู้เข้าชิงตำแหน่ง 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลกยุคใหม่เลยเชียวนะ ที่นี่เป็นผาหินความยาวกว่า 8 กิโลเมตร ซึ่งมีความสูงเฉลี่ยอยู่ที่ราวๆ 200 เมตรจากระดับน้ำทะเล ความเก๋ก็คือผาหินเหล่านี้มีลักษณะลดหลั่นเรียงต่อกันเป็นแนวยาวลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติกที่อยู่ตรงหน้า บนหน้าผาเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจีโล่งกว้างสุดลูกหูลูกตา มาเดินเล่นชมวิวคือชิลล์ชนะเลิศจ้า ที่นี่เคยเป็นฉากหนึ่งในภาพยนตร์แฮร์รี่ พอร์ตเตอร์ ภาค 6 เจ้าชายเลือดผสม: The Half-Blood Prince ด้วยนะ แนะนำว่าอย่าพลาดเชียว

5. Giant's Causeway

Giant's Causeway

อีกหนึ่งทิวทัศน์สุดอัศจรรย์กับการเรียงรายต่อกันเป็นพื้นที่กว้างริมทะเลของแท่งหินบะซอลต์อายุกว่า 40,000 ปี หินเหล่านี้เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟในอดีต แต่ที่แปลกก็คือการเรียงตัวกันเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม หกเหลี่ยม และแปดเหลี่ยมตั้งเรียงรายกระจายอยู่ทั่วชายฝั่ง ว่ากันว่าเสาหินบางต้นนั้นมีความสูงถึง 12 เมตรกันเลยจ้า เก๋ขนาดนี้ แน่นอนว่าต้องได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกไปแล้วเรียบร้อยนะ มหัศจรรย์ขนาดนี้ต้องมีตำนานสนุกๆ มาคู่กันแน่นอนจ้ะ ลองหาอ่านดูก่อนไปจะเที่ยวได้สนุกขึ้นอีกนิดนะ ปักหมุดมาให้ได้เด้อ

6. Galway City

Galway City

กัลเวย์ คือเมืองที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของไอร์แลนด์ ด้วยบรรยากาศของเมืองปากอ่าวติดทะเลที่ทั้งสวยทั้งสบาย จากหมู่บ้านชาวประมงในอดีต กลายมาเป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของประเทศ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของสถาปัตยกรรมในยุคกลางมากมาย นอกจากจะได้สัมผัสเรื่องราวในประวัติศาสตร์แล้ว อีกอย่างที่ไม่ควรพลาดคือการมานั่งกินซีฟู้ดสดๆ จากร้านริมน้ำกัน ในช่วงค่ำยังมีสถานบันเทิงหลากหลายสไตล์ให้ไปนั่งชิลล์กันได้อีกด้วยนะ นี่คือเมืองที่มีพิกัดหลากหลายให้เช็คอินอย่างแท้จริง

7. Adare Thatched Cottages

Adare Thatched Cottages

หมู่บ้านขนาดเล็กสุดน่ารักทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง Limerick แห่งนี้ เป็นอีกพิกัดที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมายให้แวะมาเยือนกัน ที่นี่คือหมู่บ้านชนบทโบราณที่น่ารักน่าชัง ซึ่งยังมีกระท่อมที่หลังคามุงด้วยฟางน่าเอ็นดูเหมือนอยู่ในนิทาน นอกจากการมาเดินชิลล์เดินแชะกันแล้วนะ ที่นี่ยังมีฟาร์มปศุสัตว์ให้แวะเดินเล่น หรือจะมานั่งตกปลาแล้วต่อด้วยการมาอิ่มอร่อยกับร้านอาหารท้องถิ่นก็ยังได้ แล้วอย่าลืมแวะช้อปของที่ระลึกเป็นการปิดท้าย รับรองว่าจะได้ฟินกันแบบครบวงจรแน่นอนเลย

8. The Rock of Cashel

The Rock of Cashel

ปราสาทในสถาปัตยกรรมสไตล์เซลติกซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาวไอริชโบราณ และเป็นสถาปัตยกรรมยุคกลางที่โดดเด่นที่สุดชิ้นหนึ่งของทวีปยุโรป โดยเป็นปราสาทที่สร้างด้วย ‘หินแห้ง’ สูงตระหง่านอยู่บนเนินเขา มีหอคอยหินสูงจากพื้นราว 28 เมตร และเพราะเป็นสิ่งก่อสร้างที่อยู่มาตั้งแต่ประมาณศตวรรษที่ 12 - 13 ทุกวันนี้บางส่วนของปราสาทจึงมีการผุพังไปตามกาลเวลา แต่บอกเลยว่าก็ยังเป็นพิกัดที่ไม่ควรพลาดอยู่ดี บริเวณตัวปราสาทยังใช้เป็นจุดชมวิวมุมสูงได้ด้วยนะ ลองปักหมุดมาเด้อ

9. Dingle Peninsula

Dingle Peninsula

พื้นที่ชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกซึ่งมีทิวทัศน์สุดแสนจะน่าตื่นตา จนกลายมาเป็นฉากหนึ่งในภาพยนตร์สุดอลังการอย่าง Star Wars: The Last Jedi ความเจ๋งของการเที่ยวในแถบนี้ ก็คือเส้นทางขับรถที่มีชื่อว่า Conor Pass ซึ่งจะพาคุณลัดเลาะไปตามแนวหน้าผา โดยเส้นทางนี้นับว่าเป็นถนนบนภูเขาที่สูงที่สุดในไอร์แลนด์จ้า นอกจากจะได้ขับรถชมวิวแจ่มๆ ไปตลอดเส้นทางแล้วนะ พื้นที่แถบนี้ยังมีปราสาทเก่าแก่และโบราณสถานให้แวะชมกันอีกเพียบเลยด้วยละ เป็นอีกพิกัดที่น่ามาเช็คอินจริงๆ

10. Killarney Town

Killarney Town

เมืองคิลลานีย์นั้นนับเป็นอีกหนึ่งพิกัดยอดนิยมที่ชาวไอร์แลนด์และนักท่องเที่ยวมักจะปักหมุดมาเยือนกัน โดยเฉพาะในช่วงซัมเมอร์ที่อากาศดี๊ดีนั้น จะมีผู้คนแวะมาเที่ยวเมืองนี้กันมากมายเลยจ้า ตัวเมืองก็น่ารักด้วยอาคารสีสันสดใสเรียงต่อกันไปเหมือนเมืองในการ์ตูนเลยเชียวละ โซนนอกเมืองยังมีปราสาทโบราณให้แวะชมแวะแชะกันด้วยจ้า แถมยังมีพื้นที่อุทยานฯ ให้เราได้สัมผัสธรรมชาติสวยๆ กันอย่างใกล้ชิดด้วยนะ เที่ยวในเมืองก็สบาย เที่ยวนอกเมืองก็ได้เจอธรรมชาติแจ่มๆ เพียบจ้ะ ปักหมุดมาชิลล์กันได้เลย

11. Carrick-a-Rede Rope Bridge

Carrick-a-Rede Rope Bridge

เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางสุดเร้าใจที่ไม่ควรพลาดการไปเช็คอินกัน เพราะเป็นสะพานเชือกเล็กๆ ที่ทอดตัวข้ามผ่านช่องเขาซึ่งมีความลึกราวๆ 30 เมตร และมีความยาวประมาณ 20 เมตร โดยในแต่ละปี จะมีนักท่องเที่ยวมาแวะเช็คความกล้าของตัวเองที่นี่กันเกือบ 500,000 คนเลยจ้า ในอดีตนั้น ชาวประมงท้องถิ่นได้สร้างสะพานเชือกนี้ขึ้นมาเพื่อข้ามไปยังเกาะเล็กๆ ที่ชื่อว่า Carrick a-Rede เพื่อตรวจดูอุปกรณ์ดักปลาแซลมอนที่วางเอาไว้ แต่ทุกวันนี้ที่นี่กลายเป็นจุดท่องเที่ยวซึ่งหลายคนต้องแวะมา นับเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในไอร์แลนด์เลยด้วยนะ มาเลยจ้า เชื่อว่าว้าวแน่นอน

12. Sligo

Sligo

เมืองเล็กซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการค้าและวัฒนธรรมบริเวณชายฝั่งตะวันตกของไอร์แลนด์ และยังเป็นเมืองซึ่งเต็มไปด้วยโบราณสถานเก่าแก่หลายแห่งเลยเชียวละ นอกจากนั้น ที่นี่ยังมีทีเด็ดเป็นพิกัดธรรมชาติแจ่มๆ มากมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นต้องยกให้ภูเขาสูงใหญ่อย่าง Benbulben ซึ่งสายไฮกิ้งต้องฟินสุดๆ เลยจ้ะ นอกจากนั้นยังมีแม่น้ำ ชายหาด ทะเลสาบ ป่าโอ๊คโบราณอายุนับร้อยปี รวมไปถึงโบราณสถานและงานสถาปัตยกรรมโบราณสวยๆ อีกเพียบจ้า เป็นเมืองที่บอกเลยว่ามีพิกัดเด็ดให้เที่ยวกันแบบครบจบในที่เดียวจริงๆ

13. Dublin Castle

Dublin Castle

นับเป็นหนึ่งในโบราณสถานซึ่งเก่าแก่ที่สุดของไอร์แลนด์ ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1204 เดิมทีนั้นสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นป้อมปราการของชาวไวกิ้งในย่านนี้ ก่อนจะมีการปรับปรุงต่อเติมครั้งยิ่งใหญ่อีกทีในช่วงศตวรรษที่ 18 ทุกวันนี้ ที่นี่ถูกใช้เป็นสถานที่รับรองแขกคนสำคัญ รวมถึงเป็นสถานที่จัดประชุมของสหภาพยุโรป สถานที่จัดแสดงคอนเสิร์ต และกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย ด้านในปราสาทยังเป็นแหล่งรวมงานศิลปะที่ล้ำค่าและบรรดาของใช้ของเหล่าราชวงศ์ด้วยนะ มาไอร์แลนด์แล้วอย่าลืมแวะมาเช็คอิน

14. St. Patrick's Cathedral

St. Patrick's Cathedral

นับเป็นอาสนวิหารประจำชาติของไอร์แลนด์ และยังเป็นวิหารซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในกรุงดับลิน ซึ่งสร้างขึ้นในช่วงประมาณปี ค.ศ.1220 - 1259 ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมสไตล์กอธิกที่งดงามอลังการ ด้านในตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ให้ความรู้สึกหรูหรา แถมยังมีออร์แกนที่มีขนาดใหญ่และว่ากันว่าเสียงเพราะที่สุดในประเทศไอร์แลนด์ด้วยนะ เพราะแค่ไหนไม่รู้จ้า ต้องลองแวะมาฟังกันเองเด้อ

15. Blarney Castle

Blarney Castle

ปราสาทหินโบราณซึ่งมีอายุกว่า 600 ปี โดยปราสาทนี้ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในช่วงศตวรรษที่ 10 ก่อนจะมีการปรับปรุงซ่อมแซมเพิ่มเติมอีกในช่วงศตวรรษที่ 12 และ 14 ปราสาทนี้ตั้งอยู่ในย่านชานเมือง Cork ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของไอร์แลนด์ แม้ว่าในปัจจุบัน ปราสาทแห่งนี้จะเสื่อมโทรมลงไปตามกาลเวลา แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนกันอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะไม่พลาดการมาจูบหิน Blarney ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นหินที่ให้พรวิเศษในด้านการต่อรองเจรจา ไปเที่ยวเมื่อไหร่อย่าลืมแวะไปลองจูบกันนะ บอกเลยว่าไม่ง่าย แต่ถ้าใครชอบความท้าทายก็เชิญได้เลย!

อ่านต่อ:

ที่พักยอดนิยมในไอร์แลนด์

Ruby Molly Hotel Dublin

Ruby Molly Hotel Dublin
Ruby Molly Hotel Dublin
Ruby Molly Hotel Dublin
Ruby Molly Hotel Dublin

+2

Ruby Molly Hotel Dublin

Ruby Molly Hotel Dublin โรงแรมสุดฮิปสไตล์ Lean Luxury ที่กำลังมาแรงสุดๆ ใน ดับลิน ตัวโรงแรมตกแต่งด้วยดีไซน์วินเทจผสมความโมเดิร์นได้อย่างมีเสน่ห์ บรรยากาศโคซี่สุดๆ ไฮไลท์ยกให้ห้องพักที่ออกแบบมาเพื่อการพักผ่อนที่แท้ทรู เตียงนอนหนานุ่มระดับพรีเมียมพร้อมระบบกันเสียงชั้นเลิศ ให้เราหลับยาวๆ ได้เต็มอิ่ม ที่สำคัญคือทำเลปังมาก ออกไปเดินเล่นเช็คอิน สถานที่ท่องเที่ยวไอร์แลนด์ ยอดฮิตอย่าง ปราสาทดับลิน หรือมหาวิทยาลัยเก่าแก่สุดคลาสสิกอย่าง Trinity College Dublin ได้แบบสบายๆ ใครชอบที่พักเทสดี ถ่ายรูปสวย เดินทางง่าย ต้องที่นี่เลย!

Ireland

Ruby MOLLY HOTEL DUBLIN by IHG

9.4/10

Leinster

THB 12,919.46

THB 11,627.51

The Leinster

The Leinster
The Leinster
The Leinster
The Leinster

+2

The Leinster

The Leinster

The Leinster ขยับความฟินขั้นสุดมาที่โรงแรมระดับลักชัวรีสุดหรูใจกลางเมืองที่โดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์บูทีคอันเรียบหรู ตัวโรงแรมดึงเอาเสน่ห์ความคลาสสิกแบบไอริชมามิกซ์แอนด์แมตช์กับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ให้ฟีลอบอุ่นแต่แฝงความหรูหราทุกมุม ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดคือการขึ้นไปทานอาหารบนชั้นดาดฟ้า พร้อมดื่มด่ำวิวเมืองสวยๆ ยามเย็น ถือเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับคนที่อยากให้แพลนเที่ยวไอร์แลนด์ครั้งนี้พิเศษกว่าใคร ได้กลับมาทิ้งตัวนอนพักผ่อนบนเตียงนุ่มๆ หลังออกไปตะลุยชมมาทั้งวัน

Ireland

The Leinster

9.6/10

Leinster

THB 17,684.42

THB 16,319.22

Point A Hotel Dublin Parnell Street

Point A Hotel Dublin Parnell Street
Point A Hotel Dublin Parnell Street
Point A Hotel Dublin Parnell Street
Point A Hotel Dublin Parnell Street

+2

Point A Hotel Dublin Parnell Street

Point A Hotel Dublin Parnell Street สำหรับใครที่มองหาที่พักทำเลดีเยี่ยม เข้าถึงง่าย แถมได้ความสบายแบบครบครัน ที่นี่ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์สุดๆ ตั้งอยู่ใกล้แหล่งช้อปปิ้งและจุดเชื่อมต่อการเดินทางในไอร์แลนด์ ทั้งรถบัสและรถไฟชนิดที่ว่าเดินแค่ไม่กี่ก้าวก็ถึง ภายในโรงแรมตกแต่งสไตล์โมเดิร์นทันสมัย ห้องพักสะอาดสะอ้าน ออกแบบพื้นที่ไว้อย่างลงตัวพร้อมเตียงนอนนุ่มสบาย แถมยังมีโซน Lounge และ Bar ส่วนกลางเก๋ๆ ให้มานั่งดื่ม จิบกาแฟ หรือนั่งคุยกันชิลล์ๆ หลังกลับจากทริป ตอบโจทย์คนที่อยากเที่ยวไอร์แลนด์ แบบเดินทางสะดวกสบาย ได้พักผ่อนเต็มอิ่มในบรรยากาศเป็นกันเอง 

Ireland

โรงแรมพอยท์ เอ ดับลิน พาร์เนลล์ สตรีท

Leinster

THB 13,996.68

THB 12,916.12

วิธีการเดินทางไปไอร์แลนด์

บินจากไทยไปไอร์แลนด์: แม้ตอนนี้จะยังไม่มีเที่ยวบินตรงจากไทย แต่การเดินทางก็ถือว่าสะดวกสุดๆ สามารถบินออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) แล้วแวะเปลี่ยนเครื่องแค่ 1 จุดในแถบตะวันออกกลางหรือยุโรป เพื่อมุ่งตรงสู่ท่าอากาศยานนานาชาติดับลิน (Dublin Airport - DUB) ซึ่งเป็นสนามบินหลัก แถมยังอยู่ห่างจากตัวเมืองดับลิน แค่ประมาณ 10 กิโลเมตรเท่านั้น ถือเป็นจุดเริ่มต้นทริปเที่ยวไอร์แลนด์ที่ง่ายที่สุดเลย
บินจากเมืองอื่นในยุโรป: ใครที่มีแพลนเที่ยวยุโรปประเทศอื่นอยู่แล้ว บอกเลยว่าบินเข้าไอร์แลนด์ ได้ง่ายมากๆ ด้วยเที่ยวบินระยะสั้นภายในยุโรป โดยเลือกบินมาลงได้ทั้งสนามบินดับลิน (DUB), สนามบินคอร์ก (ORK) ใกล้เมืองคอร์กทางตอนใต้ หรือสนามบินแชนนอน (SNN) ใกล้เมืองกัลเวย์ทางฝั่งตะวันตก ช่วยให้วางแพลนเที่ยวไอร์แลนด์ ได้ยืดหยุ่นและจัดทริปได้สนุกยิ่งขึ้น
นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากจากสหราชอาณาจักร (Ferry Crossings): สำหรับสายชิลล์ที่ไม่รีบร้อน แนะนำให้ลองนั่งเรือเฟอร์รี่จากท่าเรือ Holyhead ในเวลส์ ข้ามทะเลไอริชมาลงที่ ท่าเรือดับลิน (Dublin Port) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองดับลิน ได้เลย ได้สัมผัสบรรยากาศแปลกใหม่ แถมยังได้นั่งชมวิวทะเลสวยๆ เพลินๆ ไปตลอดทางด้วย

ทริปไปไอร์แลนด์ ในฝันอยู่แค่เอื้อม จองตั๋วราคาประหยัดจบๆ ที่ Traveloka

Tue, 15 Sep 2026

Etihad

กรุงเทพ (BKK) ไป ดับลิน (DUB)

เริ่มจาก THB 9,846.78

Sat, 12 Sep 2026

Hainan Airlines

กรุงเทพ (BKK) ไป ดับลิน (DUB)

เริ่มจาก THB 10,935.46

Wed, 9 Sep 2026

China Eastern Airlines

จาการ์ตา (CGK) ไป ดับลิน (DUB)

เริ่มจาก THB 14,467.56

วิธีการเดินทางในไอร์แลนด์

ขับรถเที่ยวด้วยตัวเอง (Self-Drive): เป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับคนที่เน้นความยืดหยุ่น โดยใช้ถนนสายหลักอย่าง M50 (Motorway) เป็นวงแหวนรอบดับลินเพื่อเชื่อมต่อไปยัง M4 มุ่งหน้าสู่ กัลเวย์ หรือสาย M7 ที่เชื่อมต่อไปยังเมืองคอร์ก แถมที่นี่ให้ขับรถชิดซ้ายเหมือนประเทศไทย เป๊ะๆ ทำให้คนไทยปรับตัวได้ง่ายมาก
รถไฟไอริช (Irish Rail / Iarnród Éireann): การเดินทางในไอร์แลนด์ด้วยรถไฟสายหลักจะเริ่มต้นที่ 2 สถานีใหญ่ในดับลิน โดยใช้ สถานี Dublin Heuston สำหรับเดินทางไปฝั่งตะวันตกและทางใต้ ส่วน สถานี Dublin Connolly จะใช้เดินทางขึ้นไปทางเหนือหรือเลาะชายฝั่งลงทางใต้ รถไฟที่นี่ตรงเวลา สะอาด และนั่งสบายสุดๆ
รถประจำทางระหว่างเมือง (Intercity Buses): มีบริการของ Bus Éireann (รถบัสประจำชาติ) และผู้ให้บริการเอกชนอย่าง Citylink หรือ GoBus โดยขึ้น-ลงได้ที่ สถานีขนส่ง Busáras ใจกลางเมืองดับลิน รถบัสจะวิ่งตรงไปลงตามสถานีขนส่งหลักของแต่ละเมือง เช่น Galway Bus Station หรือ Parnell Place Bus Station ในเมืองคอร์ก
รถไฟฟ้าในเมืองดับลิน (Luas & DART): สำหรับการเดินทางในตัวเมืองดับลิน สามารถใช้ Luas (รถราง) สายสีแดง (Red Line) และสายสีเขียว (Green Line) วิ่งตัดผ่านย่านสำคัญในเมือง หรือนั่ง DART (รถไฟชายฝั่ง) จากสถานี Tara Street หรือ Pearse เพื่อออกไปเที่ยวเมืองท่าริมทะเลใกล้ๆ ได้อย่างสะดวก
การซื้อเดย์ทัวร์ (Day Tours): สำหรับใครที่ไม่ถนัดขับรถ สามารถเลือกซื้อเดย์ทัวร์จากจุดขึ้นรถยอดฮิตบริเวณ Molly Malone Statue หรือ Suffolk Street ใจกลางเมืองดับลิน เพื่อนั่งรถโค้ชไปเที่ยวตามแลนด์มาร์คสำคัญต่างๆ แบบมีไกด์ดูแลตลอดทริป สะดวกสบายไม่ต้องเหนื่อยขับรถเอง

เที่ยวไอร์แลนด์ เดือนไหนดี?

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวไอร์แลนด์คือ เดือนมิถุนายน - สิงหาคม (ฤดูร้อน) เนื่องจากเป็นช่วงที่ อากาศอบอุ่นที่สุด (15°C - 20°C) กลางวันยาวนานถึง 16 ชั่วโมง ทำให้มีเวลาเก็บที่เที่ยวไอร์แลนด์ธรรมชาติ ได้เยอะที่สุด  ใครอยากได้ ช่วงเวลาที่คุ้มค่าและบรรยากาศกำลังดี แนะนำเดือนพฤษภาคม และ กันยายน ซึ่งเป็นช่วง ไหล่ฤดูกาล (Shoulder Season) ที่อากาศสบาย ฝนน้อย และนักท่องเที่ยวไม่แออัด

ฤดูใบไม้ผลิ (กุมภาพันธ์ - เมษายน): สดชื่น มีชีวิตชีวา และเริ่มเข้าสู่ความเขียวขจี เป็นช่วงที่ธรรมชาติเริ่มฟื้นตัว ทุ่งหญ้าและดอกไม้เริ่มบานสะพรั่ง อากาศเย็นกำลังดี (ประมาณ 8°C - 12°C) ไฮไลท์สำคัญคือเดือนมีนาคมที่มีฉลองวันเซนต์แพทริก (St. Patrick’s Day) ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในเมืองดับลิน เหมาะมากสำหรับสายวัฒนธรรมที่อยากสัมผัสความคึกคักแบบไอริชแท้ๆ ในราคาที่พักที่ยังไม่แพงเกินไป
ฤดูร้อน (พฤษภาคม - สิงหาคม): ไฮซีซั่นที่สวยที่สุด กลางวันยาวนาน เที่ยวสะใจ ถือเป็นช่วงนาทีทองของการมาเที่ยวไอร์แลนด์ เพราะอากาศอบอุ่นและแจ่มใสที่สุด ทุ่งหญ้าเขียวขจี  พระอาทิตย์ตกดินช้ามาก (สว่างถึงเกือบ 4 ทุ่ม!) ทำให้มีเวลาขับรถลุยที่เที่ยวในไอร์แลนด์ได้แบบเต็มอิ่ม แต่ต้องแลกมาด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่เยอะและราคาที่พักที่ปรับสูงขึ้น
ฤดูใบไม้ร่วง (September - ตุลาคม): โรแมนติก อากาศเย็นสบาย คนไม่เยอะ บรรยากาศจะเปลี่ยนเป็นโทนสีส้ม น้ำตาล แดง อบอุ่นและโรแมนติกสุดๆ อากาศเริ่มเย็นลง (ประมาณ 10°C - 14°C) ถือเป็นช่วงที่ลงตัวมากสำหรับคนที่ชอบความสงบ เพราะนักท่องเที่ยวเริ่มซาลง ทำให้จองที่พักไอร์แลนด์ได้ง่ายขึ้นและราคาดี แถมยังเดินเที่ยวในเมืองต่างๆ ได้แบบชิลล์ๆ ไม่ต้องแย่งกันถ่ายรูป
ฤดูหนาว (พฤศจิกายน - มกราคม): สัมผัสความหนาว โรแมนติกด้วยไฟคริสต์มาส แม้อากาศจะหนาวจัด (ประมาณ 3°C - 7°C) ฝนตกบ่อย และมืดไว (ประมาณ 4 โมงเย็นก็เริ่มมืดแล้ว) แต่ไอร์แลนด์ในฤดูหนาวก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบ เพราะเราจะได้สัมผัสบรรยากาศไฟประดับไฟคริสต์มาสสุดโรแมนติก และเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเข้าไปนั่งผิงไฟ จิบเบียร์ไอริช ฟังเพลงสดในผับท้องถิ่น ที่สำคัญราคาตั๋วและที่พักจะถูกที่สุดในรอบปีอีกด้วย

สรุปช่วงเวลาเที่ยวไอร์แลนด์

ฤดูกาลช่วงเดือนอุณหภูมิเฉลี่ยจุดเด่นเหมาะสำหรับ
ฤดูใบไม้ผลิกุมภาพันธ์ - เมษายน8°C - 12°Cดอกไม้เริ่มบาน, มีเทศกาล St. Patrick's Dayสายวัฒนธรรม, สายประหยัด
ฤดูร้อนพฤษภาคม - สิงหาคม15°C - 20°Cอากาศดีที่สุด, กลางวันยาวนาน, ธรรมชาติเขียวขจีสายธรรมชาติ, ขับรถเที่ยว
ฤดูใบไม้ร่วงกันยายน - ตุลาคม10°C - 14°Cใบไม้เปลี่ยนสี, คนไม่แน่น, อากาศกำลังสบายสายชิลล์, ชอบถ่ายรูป, เน้นคุ้มค่า
ฤดูหนาวพฤศจิกายน - มกราคม3°C - 7°Cบรรยากาศคริสต์มาส, ผับไอริชคึกคัก, ราคาถูกที่สุดสายเซฟงบ, ชอบอากาศหนาว

เคล็ดลับการเที่ยวไอร์แลนด์

คำนวณเวลาให้พอดี: ถ้าอยากเก็บที่เที่ยวไอร์แลนด์แบบครบและฟิน ได้ทั้งฟีลเดินเมืองชิลล์ๆ และลุยธรรมชาติ แนะนำให้เผื่อเวลาอย่างน้อย 7-10 วัน กำลังดี ไม่เหนื่อยจนเกินไป
เตรียมพร้อมรับมือ "4 ฤดูในวันเดียว": สภาพอากาศที่นี่บทจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนไวมาก เดี๋ยวแดดออก เดี๋ยวฝนตก แนะนำให้พกร่ม เสื้อกันลม หรือแจ็กเก็ตกันน้ำติดตัวไว้ตลอดเวลา จะได้เที่ยวได้แบบไม่สะดุด
อย่าลืมพก Universal Adapter: ปลั๊กไฟที่ไอร์แลนด์ จะเป็นแบบ 3 ตาใหญ่ (Type G) เหมือนประเทศอังกฤษ ดังนั้นอย่าลืมพกอแดปเตอร์ติดกระเป๋าไว้ด้วย จะได้ไม่ว้าวุ่นเวลาชาร์จแบตหรือใช้อุปกรณ์ต่างๆ 
สังคมไร้เงินสด แตะจ่ายสบายมาก: แทบไม่ต้องแลกเงินสดไปเยอะเลย เพราะร้านค้า รถสาธารณะ ส่วนใหญ่รับการแตะจ่ายผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือ Apple Pay/Google Pay กันหมดแล้ว สะดวกสุดๆ
จบทริปยามเย็นด้วยผับไอริชแท้ๆ: ลองแวะเข้าผับท้องถิ่นช่วงค่ำๆ ดูสักครั้ง ไปจิบเครื่องดื่มเย็นๆ นั่งฟังเพลงพื้นบ้านสดๆ (Irish Traditional Music) บอกเลยว่าบรรยากาศอบอุ่นและได้สัมผัสเสน่ห์แบบไอริชแท้ๆ กลับไปแน่นอน

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวไอร์แลนด์

Q: คนไทยไปเที่ยวไอร์แลนด์ต้องทำวีซ่าไหม?

A: คนไทยต้องทำวีซ่าไอร์แลนด์ (Ireland Visa) แยกต่างหาก เนื่องจากไอร์แลนด์ไม่ได้อยู่ในกลุ่มข้อตกลงเชงเก้น (Schengen) จึงไม่สามารถใช้วีซ่าเชงเก้นเข้าประเทศได้ เว้นแต่จะถือวีซ่าท่องเที่ยวสหราชอาณาจักร (UK Visa) ที่เข้าเงื่อนไขโครงการ Short Visit Waiver Scheme ซึ่งต้องเดินทางผ่านตม. ฝั่งอังกฤษก่อน

Q: เที่ยวไอร์แลนด์ช่วงไหนดีที่สุด?

A: ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือ เดือนมิถุนายน - สิงหาคม (ฤดูร้อน) เพราะเป็นช่วงที่อากาศอบอุ่นกำลังดี (15°C - 20°C) แดดจัด และกลางวันยาวนานถึงเกือบ 4 ทุ่ม ทำให้มีเวลาเก็บสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติได้เยอะและคุ้มค่าที่สุด

Q: ไปเที่ยวไอร์แลนด์ต้องแต่งตัวยังไง?

A: แนะนำให้แต่งตัวแบบเลเยอร์ (Layering) และพกเสื้อกันฝนหรือแจ็กเก็ตกันน้ำติดตัวไว้เสมอ เนื่องจากสภาพอากาศที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความแปรปรวน สามารถเจอ 4 ฤดูในวันเดียว ได้ง่ายๆ รองเท้าที่ใส่ควรเป็นรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าที่กันน้ำได้จะเที่ยวได้สบายที่สุด

Q: การเดินทางจากสนามบินดับลินเข้าตัวเมืองทำยังไง?

A: วิธีที่สะดวกที่สุดคือการนั่งรถบัสด่วนสนามบิน (Express Bus) เช่น Dublin Express หรือ Aircoach ซึ่งจะยิงยาวตรงเข้าสู่ใจกลางเมืองดับลินภายในเวลาเพียง 30-40 นาที หรือหากใครแพลนขับรถเที่ยวรอบเกาะ ก็สามารถรับรถเช่าจากสนามบินแล้วออกเดินทางได้ทันที

Q: เที่ยวไอร์แลนด์ใช้เงินสกุลอะไร และต้องเตรียมเงินสดไปเยอะไหม?

A: ไอร์แลนด์ใช้เงินสกุลยูโร (EUR) แต่ ไม่จำเป็นต้องพกเงินสดไปเยอะ เพราะที่นี่แทบจะเป็นสังคมไร้เงินสด ทั้งร้านค้า, ร้านอาหาร, รถสาธารณะ และที่พัก ส่วนใหญ่รับการแตะจ่ายผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือ Apple Pay/Google Pay ได้สะดวกมากๆ 

Q: ที่ท่องเที่ยวธรรมชาติในไอร์แลนด์มีที่จอดรถไหม?

A: สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติหลักๆ มีลานจอดรถรองรับทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหน้าผาโมเฮอร์ หรือ Giant’s Causeway จะมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและลานจอดรถกว้างขวางเตรียมไว้ให้อย่างดี เหมาะสำหรับการเช่ารถขับเที่ยวด้วยตัวเองสุดๆ 

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ Ireland

Dublin City

Ireland

Ireland

Munster

Ireland

Waterford

Ireland
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร