20 ที่เที่ยวโกเบ เมืองท่าสุดโรแมนติกแห่งคันไซ พร้อมที่พักแนะนำ [2026]

รวม 20 ที่เที่ยวโกเบห้ามพลาด ทั้งจุดชมวิวริมทะเล ภูเขา ออนเซ็น และย่านสุดฮิต พร้อมแนะนำที่พัก วิธีเดินทาง และช่วงเวลาน่าเที่ยว
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 5 นาที

ถ้ากำลังมองหาที่เที่ยวในญี่ปุ่นที่มีครบทั้งวิวทะเลสวย ๆ ภูเขา บรรยากาศเมืองสุดโรแมนติก และของอร่อยระดับพรีเมียม ต้องลองมาเที่ยวโกเบ (Kobe) กันสักครั้ง! เมืองท่าแห่งภูมิภาคคันไซที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร จะเดินเล่นชมวิวริมอ่าว แวะถ่ายรูปตามย่านเมืองเก่า ขึ้นกระเช้าชมธรรมชาติ หรือไปลิ้มลองเนื้อโกเบต้นตำรับก็ฟินได้ทุกสไตล์ แถมยังเดินทางจากโอซาก้าได้ง่ายอีกด้วย ใครกำลังวางแผนเที่ยวโกเบด้วยตัวเอง แต่ยังไม่รู้จะเริ่มตรงไหน เรารวม 20 ที่เที่ยวโกเบ ห้ามพลาดมาให้แล้ว พร้อมแนะนำที่พัก วิธีเดินทาง และช่วงเวลาน่าเที่ยวให้จัดทริปได้ง่ายขึ้น อยากออกเดินทางเมื่อไหร่ ก็จองตั๋วเครื่องบินและที่พักกับ Traveloka ได้เลย!

จองตั๋วไปญี่ปุ่นราคาโปรในแอป Traveloka แบบประหยัดงบ

Wed, 4 Nov 2026

ไทย เวียตเจ็ท

กรุงเทพ (BKK) ไป โกเบ (UKB)

เริ่มจาก THB 8,734.30

Wed, 18 Nov 2026

ไทย เวียตเจ็ท

กรุงเทพ (BKK) ไป โกเบ (UKB)

เริ่มจาก THB 9,204.58

Tue, 3 Nov 2026

Eastar Jet

กรุงเทพ (BKK) ไป โกเบ (UKB)

เริ่มจาก THB 10,286.54

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยวโกเบ ใน 1 นาที

20 พิกัดห้ามพลาด: จัดเต็มจุดเช็กอินยอดนิยมครบทุกสไตล์ ตั้งแต่แลนด์มาร์กริมอ่าวและจุดชมวิวระดับโลกอย่าง หอคอยแห่งโกเบ (Kobe Port Tower), ห้างโกเบฮาร์เบอร์แลนด์อุมิเอะ, กระเช้านุโนบิกิ, ภูเขาร็อคโค ย่านเมืองเก่าสไตล์ตะวันตกอย่าง ย่านคิตาโนะ สัมผัสวัฒนธรรมและความเชื่อที่ ศาลเจ้าอิคุตะ และ จัตุรัสนันคินมาจิ (ไชน่าทาวน์) ไปแช่น้ำร้อนผ่อนคลายที่อาริมะออนเซ็น ลองเนื้อโกเบต้นตำรับที่ร้านสเต๊กแลนด์ โกเบ และพิกัดน่าสนใจอีกมากมายทั่วเมือง 
การเดินทางไปโกเบ: บินตรงจากกรุงเทพฯ สู่สนามบินคันไซ (KIX) ใช้เวลาประมาณ 5–6 ชั่วโมง จากนั้นต่อรถบัส Airport Limousine Bus เข้าสู่ย่าน Sannomiya ใจกลางเมืองโกเบ (ประมาณ 65–75 นาที) หรือเลือกนั่งเรือ Kobe–Kansai Airport Bay Shuttle ข้ามอ่าวไปยังสนามบินโกเบ และสำหรับใครที่มาจากโอซาก้า สามารถนั่งรถไฟตรงมาโกเบได้ง่ายๆ ด้วย JR Special Rapid Service (ประมาณ 20–25 นาที), Hankyu Railway (ประมาณ 27–30 นาที) หรือ Hanshin Railway (ประมาณ 30–35 นาที)
การเดินทางในโกเบ: เดินทางท่องเที่ยวภายในเมืองโกเบได้สะดวกสบาย มีตัวเลือกครอบคลุม ทั้งรถไฟใต้ดิน Kobe Municipal Subway, รถบัส City Loop สำหรับเที่ยวแลนด์มาร์กดัง, รถไฟอัตโนมัติ Port Liner รวมถึงสามารถเดินเที่ยวได้เพลินๆ ในย่านหลักอย่าง Sannomiya, Motomachi และ Harborland
ช่วงเวลาน่าเที่ยว: ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค.–พ.ค.) อากาศเย็นสบาย ชมดอกซากุระและดอกไม้บาน, ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.–พ.ย.) เด่นเรื่องวิวใบไม้เปลี่ยนสีสีแดงส้มบนภูเขาร็อคโคและอาริมะออนเซ็น, ฤดูหนาว (ธ.ค.–ก.พ.) สัมผัสอากาศหนาว บรรยากาศโรแมนติก ๆ จากแสงไฟประดับยามค่ำคืนและเหมาะกับการแช่ออนเซ็น และ ฤดูร้อน (มิ.ย.–ส.ค.) เหมาะกับการเดินเล่นรับลมทะเลริมอ่าวโกเบ
เคล็ดลับการเที่ยว: จัดทริปอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน เพื่อเก็บครบทั้งโซนเมืองหลวง ริมทะเล และธรรมชาติบนภูเขา, เลือกพักใกล้สถานี Sannomiya เพื่อความสะดวกในการเดินทาง, วางแผนเที่ยวตามโซนเพื่อประหยัดเวลา, ใช้บัตร IC Card (ICOCA/Suica) สแกนเดินทาง, จองร้านเนื้อโกเบชื่อดังล่วงหน้า, เช็กสภาพอากาศก่อนขึ้นกระเช้าหรือภูเขา และพกเงินสดติดตัวไว้สำหรับร้านค้าเล็กๆ

20 ที่เที่ยวโกเบ ห้ามพลาด! เมืองที่ควรมาสักครั้งในชีวิต

โกเบ เป็นหนึ่งในเมืองที่มีความงดงามและมีเอกลักษณ์อันน่าสนใจ โดยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีบรรยากาศไม่ซ้ำใคร รวมถึงยังเต็มไปด้วยประสบการณ์น่าตื่นเต้นที่รอคุณอยู่ มาดูกันว่า ที่เที่ยวโกเบมีที่ไหนบ้างที่ห้ามพลาด

1. สวนโซราคุเอ็น (Sorakuen Garden)

สวนโซราคุเอ็น (Sorakuen Garden) เป็นที่เที่ยวโกเบซึ่งเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 20 โดยได้รับการดูแลรักษาอย่างประณีต จึงมีความร่มรื่นด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยสระน้ำขนาดใหญ่และสะพานหิน พร้อมโรงน้ำชาแบบดั้งเดิมที่เหมาะสำหรับการดื่มชาและชื่นชมธรรมชาติ หากคุณกำลังมองหาที่เที่ยวโกเบที่สามารถพักผ่อนหย่อนใจได้อย่างเต็มที่ เราขอแนะนำให้คุณมาที่นี่

2. หอคอยแห่งโกเบ (Kobe Port Tower)

หอคอยแห่งโกเบ (Kobe Port Tower) เป็นหอคอยท่าเรือแห่งเมืองโกเบที่มีความสูงถึง 108 เมตร มีรูปทรงเป็นท่อเหล็กที่มีลักษณะคล้ายกลองพื้นเมืองของญี่ปุ่น โดยจากจุดชมวิวด้านบน สามารถมองเห็นทัศนียภาพอันงดงามตระการตาของยอดเขาร็อคโคะ ซึ่งเป็นภูเขาที่ขึ้นชื่อของตัวเมืองและเมืองโกเบได้แบบ 360 องศา

3. วัดโนฟุคุจิ (Nofukuji)

วัดโนฟุคุจิ (Nofukuji) เป็นวัดพุทธเก่าแก่ในศตวรรษที่ 9 ภายในวัดประดิษฐานพระพุทธรูปเฮียวโกะไดบุทสึ ซึ่งเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น โดยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในโกเบที่น่าสนใจ นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมอาคารเก่าแก่ที่สร้างขึ้นใหม่และพระพุทธรูปได้อย่างใกล้ชิด

4. พิพิธภัณฑ์เมืองโกเบ (Kobe City Museum)

พิพิธภัณฑ์เมืองโกเบ (Kobe City Museum) เป็นศูนย์รวมโบราณวัตถุกว่า 70,000 ชิ้น ซึ่งไฮไลต์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือ ‘งานศิลปะนันบัน’ (Nanban Art) ของจิตรกรญี่ปุ่น ที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 16-17 ซึ่งได้รับอิทธิพลจากศิลปะตะวันตก จึงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจศึกษาศิลปะเก่าแก่และมีเอกลักษณ์

5. กระเช้านุโนบิกิ (Nunobiki)

Nunobiki

กระเช้านุโนบิกิ (Nunobiki) เป็นกระเช้าลอยฟ้าที่ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวบนภูเขาร็อคโค (Mount Rokko) ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ขึ้นกระเช้าจะพบกับน้ำตกนุโนะบิ (Nunobiki Waterfall) และสวนสมุนไพรนุโนะบิกิ (Nunobiki Herb Garden) ที่เป็นสวนสมุนไพรใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น โดยมีสมุนไพรกว่า 75,000 ต้น และดอกไม้ 200 ชนิดให้ได้เลือกชมกัน

6. ห้างโกเบฮาร์เบอร์แลนด์อุมิเอะ (Kobe Harborland Umie)

Kobe Harborland Umie

ห้างโกเบฮาร์เบอร์แลนด์อุมิเอะ (Kobe Harborland Umie) หรือที่คนชอบเรียกสั้น ๆ ว่าอุมิเอะ (Umie) เป็นศูนย์การค้าใหญ่ริมทะเลโกเบ ซึ่งมีร้านอาหารและร้านค้ามากกว่า 225 ร้าน โดยเป็นที่เที่ยวโกเบซึ่งเป็นแหล่งช้อปปิ้งและพักผ่อนที่นักท่องเที่ยวนิยมมารับประทานอาหารอร่อย ๆ พร้อมชมวิวอ่าวโกเบ

7. ถนนโกเบ โมโตมาชิ (Kobe Motomachi)

ถนนโกเบ โมโตมาชิ (Kobe Motomachi) เป็นถนนคนเดินที่มีความยาวประมาณกว่า 1 กิโลเมตร เรียงรายไปด้วยร้านอาหารและร้านค้ากว่า 300 ร้าน ตั้งอยู่ในย่านเก่าแก่ของเมืองโกเบ ซึ่งมีประวัติอันยาวนานกว่าร้อยปี จึงผ่านเหตุการณ์ใหญ่ ๆ มา อาทิ แผ่นดินไหวใหญ่โกเบหรือสงครามโลกครั้งที่สอง ถือเป็นที่เที่ยวโกเบอีกที่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เหมาะสำหรับแวะเช็กอินสุด ๆ

8. พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์แผ่นดินไหวโกเบ (Kobe Earthquake Memorial Museum)

พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์แผ่นดินไหวโกเบ (Kobe Earthquake Memorial Museum) สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่ที่เมืองโกเบ ในปี ค.ศ. 1995 โดยภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวดังกล่าวรวมถึงให้ความรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์แผ่นดินไหว และวิธีการป้องกันตัวจากภัยพิบัติอีกด้วย ถือเป็นอีกที่เที่ยวโกเบที่มาแล้วได้ทั้งความรู้และประสบการณ์ดี ๆ ติดไม้ติดมือกลับบ้านไปอย่างแน่นอน

9. ภูเขาร็อคโค (Mount Rokko)

Mount Rokko

ภูเขาร็อคโค (Mount Rokko) แห่งนี้ถูกคนในพื้นที่เรียกว่า “ร็อคโคซัง” โดยเป็นภูเขาที่มีความสูงกว่า 931 เมตร จึงทำให้นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นวิวเมืองโอซาก้าและโกเบได้แบบพาโนรามา โดยช่วงเย็นถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะในการชมวิวมากที่สุด

10. ศาลเจ้าอิคุตะ (Ikuta Shrine)

ศาลเจ้าอิคุตะ (Ikuta Shrine) มีอายุยาวนานกว่า 1,800 ปี ซึ่งถือเป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่เป็นอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่นก็ว่าได้ โดยเป็นสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองโกเบ ปัจจุบันอาคารศาลเจ้าหลังเดิมไม่มีอยู่แล้ว แต่ก็ได้มีการสร้างศาลเจ้าหลังใหม่ขึ้นมาทดแทน

11. จัตุรัสนันคินมาจิ (Nankinmachi Square)

จัตุรัสนันคินมาจิ (Nankinmachi Square) หรือไชน่าทาวน์แห่งเมืองโกเบ ถือเป็นไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในอันดับ Top 3 ของประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นย่านที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมสไตล์จีน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร, สถาปัตยกรรม, ร้านค้า และการจัดงานในเทศกาลต่าง ๆ ก็มีรวมเอาไว้ให้คุณได้รับชมในที่เที่ยวโกเบแห่งนี้

12. พิพิธภัณฑ์สาเกซาวาโนะซึรุ (Sawanotsuru Museum)

Sawanotsuru Museum

พิพิธภัณฑ์สาเกซาวาโนะซึรุ (Sawanotsuru Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมความรู้เกี่ยวกับการผลิตสาเกแบบโบราณ โดยภายในตัวพิพิธภัณฑ์ได้มีการจัดแสดงนิทรรศการทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งวัฒนธรรมการผลิตสาเกญี่ปุ่นเอาไว้มากมาย นักท่องเที่ยวที่ไปทัวร์โกเบสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการผลิตสาเกตั้งแต่ต้นจนจบ รวมไปถึงวัตถุดิบต่าง ๆ ที่ใช้ในการผลิตสาเกได้ในที่เที่ยวโกเบแห่งนี้

13. อาริมะออนเซ็น (Arima Onsen)

Arima Onsen

ไม่ว่าคุณจะเที่ยวโกเบคนเดียวหรือไปเป็นคู่ ก็สามารถไปเยี่ยนชมและแช่ออนเซ็นที่อาริมะออนเซ็น (Arima Onsen) แห่งนี้ได้ โดยที่เที่ยวโกเบแห่งนี้เป็นหมู่บ้านออนเซ็นเก่าแก่ที่มีอายุยาวนานกว่า 1,000 ปี นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนญี่ปุ่นในทุกยุคสมัย อาทิ จักรพรรดิ ชนชั้นสูง ตลอดจนประชาชนทั่วไป เป็นต้น ปัจจุบันนอกเหนือจากออนเซ็นที่ถือเป็นจุดขายประจำหมู่บ้านแล้ว ที่เที่ยวโกเบแห่งนี้ยังมีทั้งอาคารบ้านเรือนแบบดั้งเดิมและอาคารสมัยใหม่มากมายผสมผสานกัน สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจแก่นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมได้เป็นอย่างดี

14. จุดชมวิวคิคุเซะได (Kikuseidai)

Kikuseidai

จุดชมวิวคิคุเซะได (Kikuseidai) มีชื่อเสียงในด้านวิวทิวทัศน์อันสวยงาม โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นเมืองโกเบ วากายาม่า และโอซาก้า ประดับด้วยแสงไฟจากอาคารต่าง ๆ ที่ระยิบระยับ ราวกับดวงดาวบนท้องฟ้าได้แบบงดงามตระการตา

15. สะพานอาคาชิไคเคียว (Akashi Kaikyo)

Akashi Kaikyo

สะพานอาคาชิไคเคียว (Akashi Kaikyo) เป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก ด้วยความยาวมากกว่า 3,991 เมตร โดยเชื่อมระหว่างเมืองโกเบ เกาะฮนชู และเกาะอาวาจิเข้าไว้ด้วยกัน นอกจากสะพานนี้จะเป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับชาวเมืองแล้ว ก็ยังถือว่าเป็นจุดเช็กอินที่โกเบอีกหนึ่งแห่งที่ควรแวะไปท่องเที่ยวสักครั้งอีกด้วย

16. ย่านคิตาโนะ (Kitano)

Kitano

ย่านคิตาโนะ (Kitano) เป็นที่เที่ยวโกเบซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของนิคมชาวต่างชาติ โดยส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรปและอเมริกัน จึงมีบ้านเรือนรวมถึงสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตกก่อสร้างเอาไว้ภายในที่เที่ยวโกเบแห่งนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้จากคนรุ่นหลังเป็นอย่างดี และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมในปัจจุบัน เช่น บ้านไก่กังหันลม (Weathercock House) เป็นต้น

17. วัดซุมะเดระ (Sumadera)

วัดซุมะเดระ (Sumadera) เป็นวัดพุทธนิกายสุมะชินงอน (นิกายมันตระ) ในโกเบ สร้างขึ้นโดยตระกูลไทระ เพื่ออุทิศให้กับทหารที่เสียชีวิตในสงครามเกนเป ซึ่งเป็นสงครามกลางเมืองครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น โดยเป็นการต่อสู้ระหว่างตระกูลไทระและตระกูลมินาโมโตะ จึงเป็นที่เที่ยวโกเบที่ห้ามพลาดสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจในเรื่องราวของสงครามและประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

18. พิพิธภัณฑ์การเดินเรือโกเบ (Kobe Maritime Museum)

พิพิธภัณฑ์การเดินเรือโกเบ (Kobe Maritime Museum) เป็นที่เที่ยวโกเบที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1987 มีลักษณะเป็นหลังคาโครงเหล็กสีขาว รูปทรงคล้ายกับเรือใบ โดยภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเดินเรือของญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงสมัยใหม่ และยังมีการนำเสนอเรื่องราวประวัติของท่าเรือโกเบอีกด้วย เป็นอีกที่เที่ยวโกเบที่สายประวัติศาสตร์ต้องแวะมาเที่ยวให้ได้เลยล่ะ

19. ร้านสเต๊กแลนด์ โกเบ (Steakland Kobe)

ร้าน Steakland Kobe

อีกหนึ่งกิจกรรมที่โกเบที่ห้ามพลาดคือ การไปลิ้มรสเนื้อโกเบที่ร้านสเต๊กแลนด์ โกเบ (Steakland Kobe) ซึ่งเป็นสเต๊กเนื้อโกเบสไตล์เทปันยากิ โดยร้านสเต๊กแห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งดังจนมีลูกค้ามาต่อคิวทั้งชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยมีเมนูเด็ดคือ เนื้อโกเบคุณภาพเยี่ยมที่คัดสรรและปรุงอย่างพิถีพิถันโดยเชฟฝีมือดี

20. ร้านเซทสึเกทสึกะ (Setsugetsuka)

Setsugetsuka

ปิดท้ายด้วยร้านเซทสึเกทสึกะ (Setsugetsuka) ร้านที่นำเนื้อโกเบจากวัวที่เลี้ยงมากว่า 30 เดือนมาย่างบนกระทะเหล็กก่อนเสิร์ฟให้ได้ลิ้มลองกัน โดยเนื้อในร้านแห่งนี้ถือเป็นเนื้อโกเบ A5 คุณภาพดีเยี่ยมนอกจากนี้ยังพ่วงมาด้วยมิชลินสตาร์ 1 ดาว ซึ่งการันตีถึงความพิถีพิถันและฝีมือการปรุงที่ยอดเยี่ยมของร้านแห่งนี้ หากมีโอกาสเช็กอินโกเบแล้ว ถือว่าเป็นอีกร้านที่ต้องหาโอกาสมาลิ้มลองให้ได้

อ่านต่อบทความเที่ยวอื่น ๆ 

ที่พักยอดนิยมในโกเบ 

มาเที่ยวโกเบทั้งที ลองพักค้างคืนสัก 1–2 คืนก็ดีไม่น้อย เพราะนอกจากจะได้เที่ยวแลนด์มาร์กดัง ๆ แบบไม่ต้องรีบร้อนแล้ว ยังมีโอกาสสัมผัสบรรยากาศเมืองริมทะเลสุดโรแมนติกในช่วงกลางคืนอีกด้วย ใครกำลังมองหาที่พักโกเบ ทำเลดี เดินทางสะดวก เราคัดมาให้ 3 โรงแรม ครบทั้งแบบยอดนิยม หรูหรา และราคาสบายกระเป๋า จะมีที่ไหนน่านอนบ้าง ตามมาดูกันเลย!

Hotel Okura Kobe

ถ้าอยากตื่นมาเจอวิวทะเลสวย ๆ พร้อมบรรยากาศเงียบสงบใจกลางเมือง แนะนำ Hotel Okura Kobe โรงแรมหรูสไตล์คลาสสิกที่ตั้งอยู่ใกล้ Meriken Park และ Kobe Port Tower ที่นี่เขามาพร้อมห้องพักกว้างขวาง ตกแต่งเรียบหรูในโทนอบอุ่น และหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นวิวอ่าวโกเบหรือทิวทัศน์เมืองได้แบบเต็มตา ยิ่งช่วงเย็นที่แสงไฟริมท่าเรือเริ่มสว่าง บรรยากาศยิ่งโรแมนติกเป็นพิเศษ แถมยังอยู่ไม่ไกลจากย่าน Motomachi และ Nankinmachi Chinatown จะออกไปเดินเล่น ช้อปปิ้ง หรือหาร้านอาหารอร่อย ๆ ก็สะดวก เหมาะกับคนที่อยากพักผ่อนสบาย ๆ พร้อมเก็บที่เที่ยวโกเบริมทะเลได้แบบเต็มอิ่ม

Hotel La Suite Kobe Harborland

ใครอยากเปลี่ยนทริปโกเบให้มีความลักซ์ชูขึ้นมาหน่อย ต้องลองพักที่ Hotel La Suite Kobe Harborland กันสักคืน! ที่นี่เป็นโรงแรมหรูริมอ่าวที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวแบบสุด ๆ ห้องพักทุกห้องเป็นแบบสวีท ตกแต่งสวยหรูสไตล์ยุโรป มีพื้นที่กว้างขวาง พร้อมระเบียงส่วนตัวให้รับลมทะเลและชมวิวท่าเรือแบบเพลิน ๆ ไฮไลต์คืออ่างจากุซซีในห้องพักที่เหมาะกับการแช่น้ำผ่อนคลายหลังเที่ยวมาทั้งวัน ส่วนทำเลก็ดีไม่แพ้กัน เพราะอยู่ใกล้ Kobe Harborland และ Meriken Park จะออกไปเดินเล่นริมอ่าว ชมพระอาทิตย์ตก หรือดินเนอร์ในบรรยากาศโรแมนติกก็สะดวกสุด ๆ เหมาะกับคู่รักหรือคนที่อยากให้ทริปโกเบครั้งนี้พรีเมียมไปอีกขั้น

Sotetsu Fresa Inn Kobe Sannomiya

สำหรับสายเที่ยวที่อยากประหยัดงบค่าที่พัก แต่ยังได้ทำเลดี ๆ แนะนำ Sotetsu Fresa Inn Kobe Sannomiya โรงแรมสไตล์โมเดิร์นที่เน้นความเรียบง่าย สะอาด และพักสบาย ห้องพักอาจไม่ได้กว้างมาก แต่จัดสรรพื้นที่ได้ลงตัว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นครบครัน จุดเด่นคือทำเลใกล้ Sannomiya Station เดินเพียงไม่กี่นาทีก็ถึงสถานีรถไฟ แถมรอบ ๆ ยังเต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านสะดวกซื้อ และแหล่งช้อปปิ้ง จะออกไปเที่ยวในเมืองหรือนั่งรถไฟไปโอซาก้าก็ง่าย เหมาะมากสำหรับคนเน้นออกไปเที่ยวทั้งวัน แล้วกลับมานอนพักสบาย ๆ ในราคาคุ้มค่า

วิธีการเดินทางไปโกเบ

ใครกำลังวางแผนเที่ยวโกเบ แต่ยังไม่รู้ว่าจะเดินทางไปยังไง บอกเลยว่าไม่ยากอย่างที่คิด! เพราะโกเบตั้งอยู่ในภูมิภาคคันไซ ใกล้กับเมืองยอดฮิตอย่างโอซาก้าและเกียวโต แถมยังมีระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวกสบาย จะเดินทางจากไทยไปเที่ยวโกเบโดยตรง หรือแวะเที่ยวจากโอซาก้าก็ทำได้ง่าย ๆ เหมาะกับคนที่อยากจัดทริป เที่ยวคันไซ หลายเมืองในครั้งเดียว

การเดินทางจากประเทศไทยไปโกเบ

บินจากกรุงเทพฯ ไปสนามบินคันไซ (KIX) เป็นวิธีที่สะดวกที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวไทย โดยสามารถเลือกเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปลงสนามบิน Kansai International Airport (KIX) ในโอซาก้า ใช้เวลาบินประมาณ 5–6 ชั่วโมง จากนั้นต่อรถบัส Airport Limousine Bus ไปยังย่าน Sannomiya ใจกลางเมืองโกเบ ใช้เวลาอีกประมาณ 65–75 นาที หรือถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศ ก็สามารถนั่งเรือ Kobe–Kansai Airport Bay Shuttle ข้ามอ่าวไปยังสนามบินโกเบ แล้วต่อรถไฟเข้าเมืองได้เช่นกัน

จองตั๋วไปญี่ปุ่นราคาโปรในแอป Traveloka แบบประหยัดงบ

Tue, 17 Nov 2026

ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์

กรุงเทพ (DMK) ไป โอซาก้า (KIX)

เริ่มจาก THB 5,536.48

Thu, 5 Nov 2026

พีช เอเวียชัน

กรุงเทพ (BKK) ไป โอซาก้า (KIX)

เริ่มจาก THB 6,496.08

Wed, 11 Nov 2026

พีช เอเวียชัน

กรุงเทพ (BKK) ไป โอซาก้า (KIX)

เริ่มจาก THB 6,508.72

การเดินทางจากโอซาก้าไปโกเบ

สำหรับใครที่พักอยู่โอซาก้าแล้วอยากแวะมาเที่ยวโกเบจากโอซาก้าก็สะดวกสุด ๆ เพราะใช้เวลาเดินทางด้วยรถไฟเพียงประมาณ 20–35 นาทีเท่านั้น จะจัดทริปแบบไปเช้าเย็นกลับ หรือพักค้างคืนเพื่อเดินเล่นชมเมืองยามค่ำคืนก็ได้ตามสะดวก โดยมีรถไฟให้เลือกหลายสาย ดังนี้

รถไฟ JR Special Rapid Service (แนะนำ) เป็นตัวเลือกที่รวดเร็วและสะดวกที่สุด โดยขึ้นรถไฟจาก Osaka Station ไปลง JR Sannomiya Station ใช้เวลาประมาณ 20–25 นาที จากนั้นสามารถต่อรถไฟหรือรถบัสไปยัง ที่เที่ยวโกเบต่าง ๆ ได้ง่าย เหมาะมาก สำหรับใครที่อยากประหยัดเวลาเดินทาง
รถไฟ Hankyu Railway อีกหนึ่งตัวเลือกที่สะดวกและประหยัดค่าเดินทาง โดยขึ้นจาก Osaka-Umeda Station ไปลง Kobe-Sannomiya Station ใช้เวลาประมาณ 27–30 นาที เหมาะกับคนที่พักอยู่ใกล้สถานีรถไฟ Hankyu หรืออยากเดินเล่นในย่าน Sannomiya ต่อทันที
รถไฟ Hanshin Railway เหมาะกับสายเที่ยวคุมงบ โดยขึ้นจาก Osaka-Umeda Station ไปลง Kobe-Sannomiya Station ใช้เวลาประมาณ 30–35 นาที และยังสามารถเดินทางต่อไปยังย่าน Motomachi เพื่อเดินเล่น ช้อปปิ้ง หรือแวะชิมของอร่อยในไชน่าทาวน์ได้สะดวก ๆ 

วิธีการเดินทางในโกเบ

การเดินทางในโกเบถือว่าสะดวกมาก เพราะสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งอยู่ใกล้สถานีรถไฟ โดยเฉพาะย่าน Sannomiya, Motomachi และ Harborland ที่สามารถเดินเที่ยวต่อกันได้แบบเพลิน ๆ ส่วนใครอยากออกไปชมธรรมชาติบนภูเขา หรือแช่ออนเซ็นนอกเมือง ก็มีทั้งรถไฟ รถบัส และกระเช้าให้เลือกใช้ตามเส้นทาง

รถไฟ JR และรถไฟเอกชน เป็นวิธีที่สะดวกสำหรับการเดินทางระหว่างย่านสำคัญของเมือง เช่น Sannomiya, Motomachi และ Kobe Station โดยมีทั้งรถไฟ JR, Hankyu และ Hanshin ให้เลือกใช้ตามจุดหมาย เหมาะกับคนที่อยากเก็บที่เที่ยวโกเบใกล้สถานีรถไฟ หลาย ๆ จุดในวันเดียว
รถไฟใต้ดิน Kobe Municipal Subway เหมาะกับคนที่อยากเดินทางไป Shin-Kobe Station ซึ่งเป็นสถานีรถไฟชินคันเซ็น และอยู่ใกล้จุดขึ้นกระเช้า Nunobiki Ropeway โดยสามารถนั่งรถไฟใต้ดินจาก Sannomiya ไป Shin-Kobe ได้ในเวลาประมาณ 2 นาทีเท่านั้น
รถบัส City Loop ตัวช่วยสำหรับคนที่อยากเที่ยวแลนด์มาร์กดัง ๆ แบบไม่ต้องเดินเยอะ เพราะรถบัสสายนี้วิ่งผ่านสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม เช่น ย่าน Kitano, Meriken Park และ Kobe Harborland เหมาะมากสำหรับคนที่มาเที่ยวโกเบครั้งแรก และอยากเที่ยวหลายจุดโดยไม่ต้องเปลี่ยนรถบ่อย
รถไฟ Port Liner เป็นรถไฟอัตโนมัติที่เชื่อมระหว่าง Sannomiya, Port Island และสนามบินโกเบ เหมาะกับคนที่อยากไปเที่ยว Kobe Animal Kingdom โดยสามารถลงที่สถานี Kobe Animal Kingdom (Keisan Kagaku Center) Station แล้วเดินต่อไปยังสวนสัตว์ได้เลย
รถบัสหรือรถไฟไป Arima Onsen ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากการเที่ยวในเมืองไปแช่ออนเซ็นท่ามกลางธรรมชาติ แนะนำให้นั่งรถบัสจาก Sannomiya ไปยัง Arima Onsen ใช้เวลาประมาณ 35–45 นาที หรือจะเลือกนั่งรถไฟโดยเปลี่ยนสายระหว่างทางก็ได้เช่นกัน
เดินเที่ยว เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้สัมผัสเสน่ห์ของโกเบได้เต็มอิ่ม โดยเฉพาะย่าน Sannomiya, Motomachi และบริเวณริมอ่าว ที่เต็มไปด้วยร้านค้า คาเฟ่ และมุมถ่ายรูปสวย ๆ ให้แวะตลอดทาง แนะนำให้ใส่รองเท้าเดินสบาย ๆ เพราะบรรยากาศดีจนเผลอเดินเพลินได้หลายกิโลเมตรเลย

เที่ยวโกเบ เดือนไหนดี?

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวโกเบคือ เดือนมีนาคม–พฤษภาคม (ฤดูใบไม้ผลิ) และเดือนตุลาคม–พฤศจิกายน (ฤดูใบไม้ร่วง) เพราะอากาศเย็นสบาย เหมาะกับการเดินเล่นชมเมือง ถ่ายรูปริมทะเล และออกไปสัมผัสธรรมชาติ โดยเฉพาะช่วงซากุระบานและใบไม้เปลี่ยนสีที่ทำให้เมืองโกเบสวยโรแมนติกเป็นพิเศษ แต่ถ้าอยากมา เที่ยวโกเบ ในช่วงอื่นก็ไม่ต้องกังวล เพราะแต่ละฤดูมีเสน่ห์แตกต่างกันไป ดังนี้เลย 

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม): อุณหภูมิประมาณ 7–24°C เป็นช่วงที่โกเบสดใสเป็นพิเศษ เพราะดอกซากุระเริ่มผลิบานในช่วงปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน ตามสวนสาธารณะและจุดชมดอกไม้ต่าง ๆ ทั่วเมือง อากาศกำลังดี เหมาะกับการเดินเล่นที่ Sorakuen Garden หรือขึ้นกระเช้าไปชมดอกไม้ที่ Kobe Nunobiki Herb Gardens ใครชอบบรรยากาศญี่ปุ่นแบบโรแมนติกต้องหลงรักฤดูนี้แน่นอน
ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม): อุณหภูมิประมาณ 20–33°C เป็นช่วงที่โกเบมีชีวิตชีวามาก โดยเฉพาะบรรยากาศริมอ่าวที่เหมาะกับการเดินเล่นรับลมทะเลและชมวิวที่ Kobe Harborland หรือ Meriken Park แต่ช่วงมิถุนายนถึงกลางกรกฎาคมมักมีฝนตกบ่อย ส่วนเดือนสิงหาคมจะค่อนข้างร้อนและชื้น แนะนำให้เที่ยวช่วงเช้าหรือเย็น และแวะพักตามคาเฟ่หรือพิพิธภัณฑ์ในช่วงกลางวัน
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน): อุณหภูมิประมาณ 10–30°C โดยอากาศจะเริ่มเย็นสบายขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคม ไฮไลต์คือใบไม้ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม และเหลือง โดยเฉพาะบริเวณ Mount Rokko และ Arima Onsen ที่สวยเป็นพิเศษในช่วงพฤศจิกายน เหมาะกับการขึ้นกระเช้าชมวิวภูเขา เดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติ หรือแช่ออนเซ็นรับลมเย็น ๆ
ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์): อุณหภูมิประมาณ 2–13°C อากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะช่วงเช้าและกลางคืน แต่ก็เป็นอีกฤดูที่โกเบมีเสน่ห์ไม่แพ้กัน เพราะบรรยากาศเมืองริมทะเลดูโรแมนติกขึ้นเมื่อมีแสงไฟประดับยามค่ำคืน ใครชอบอากาศหนาว แนะนำให้ไปเดินเล่นชมไฟที่ Kobe Harborland หรือแช่ออนเซ็นร้อน ๆ ที่ Arima Onsen รับรองว่าฟินสุด ๆ

ตารางสรุปช่วงเวลาน่าเที่ยวโกเบ

ฤดูกาลช่วงเดือนอุณหภูมิโดยประมาณไฮไลต์
ฤดูใบไม้ผลิมี.ค.–พ.ค.7–24°Cชมซากุระ ดอกไม้บาน อากาศเย็นสบาย
ฤดูร้อนมิ.ย.–ส.ค.20–33°Cเที่ยวริมทะเล ชมวิวอ่าวโกเบ
ฤดูใบไม้ร่วงก.ย.–พ.ย.10–30°Cชมใบไม้เปลี่ยนสีบนภูเขา
ฤดูหนาวธ.ค.–ก.พ.2–13°Cชมไฟยามค่ำคืน แช่ออนเซ็น

หมายเหตุ: อุณหภูมิเป็นช่วงโดยประมาณของแต่ละฤดู อากาศจริงอาจแตกต่างกันตามเดือนและพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณภูเขาที่มักเย็นกว่าตัวเมือง

เคล็ดลับการเที่ยวโกเบ 

ใครกำลังวางแผนเที่ยวโกเบด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะมาเป็นครั้งแรกหรือเคยมาแล้ว ลองเก็บเคล็ดลับเหล่านี้ไว้ จะช่วยให้จัดทริปได้ง่ายขึ้น ประหยัดเวลา และเที่ยวสนุกแบบไม่ต้องรีบร้อน

แนะนำให้เที่ยวโกเบอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน เพราะโกเบมีทั้งที่เที่ยวในเมือง ริมทะเล และธรรมชาติบนภูเขา หากมีเวลา 2 วัน จะได้เดินเล่นย่าน Kobe Harborland, Kitano และ Motomachi พร้อมแวะไป Mount Rokko หรือ Arima Onsen ได้แบบไม่เร่งรีบ แต่ถ้ามีเวลาแค่วันเดียว ก็สามารถเที่ยวแลนด์มาร์กหลัก ๆ แบบไปเช้าเย็นกลับจากโอซาก้าได้เช่นกัน
เลือกพักใกล้สถานี Sannomiya จะเดินทางสะดวกกว่า เพราะเป็นศูนย์กลางการเดินทางของเมือง มีทั้งรถไฟและรถบัสเชื่อมต่อไปยังที่เที่ยวโกเบหลายแห่ง แถมรอบ ๆ ยังเต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และแหล่งช้อปปิ้ง จะออกเที่ยวตอนเช้าหรือกลับที่พักดึกหน่อยก็สะดวก
จัดเส้นทางเที่ยวตามโซน จะได้ไม่เสียเวลาเดินทาง แนะนำให้เริ่มจากย่าน Kitano และ Ikuta Shrine ในช่วงเช้า จากนั้นไปเดินเล่นที่ Nankinmachi Chinatown และ Motomachi ก่อนปิดท้ายวันด้วยการชมวิวริมอ่าวที่ Meriken Park และ Kobe Harborland จะได้เก็บแลนด์มาร์กดัง ๆ แบบไม่ต้องนั่งรถวนไปมา
เตรียมบัตร IC Card ไว้ใช้เดินทาง ไม่ว่าจะเป็น ICOCA หรือ Suica ก็สามารถใช้ขึ้นรถไฟและรถบัสที่รองรับได้สะดวก ไม่ต้องคอยซื้อตั๋วใหม่ทุกครั้ง เหมาะมากสำหรับคนที่วางแผนเที่ยวหลายเมืองในภูมิภาคคันไซ
อยากลองเนื้อโกเบ แนะนำให้จองร้านล่วงหน้า เพราะร้านเนื้อโกเบชื่อดังหลายแห่งคิวจะแน่นสุด ๆ  โดยเฉพาะช่วงมื้อเย็นและวันหยุด หากอยากประหยัดงบ ลองเลือกเซตอาหารกลางวันที่บางร้านมีราคาย่อมเยากว่ามื้อเย็น แต่ยังได้ลิ้มลองเนื้อโกเบคุณภาพดีเหมือนกัน
เช็กสภาพอากาศก่อนขึ้นภูเขาหรือนั่งกระเช้า โดยเฉพาะ Mount Rokko และ Nunobiki Ropeway ที่อาจหยุดให้บริการชั่วคราวในวันที่ลมแรงหรืออากาศไม่ดี แนะนำให้ตรวจสอบเวลาเปิดบริการและพยากรณ์อากาศก่อนออกเดินทาง รวมถึงพกเสื้อคลุมติดตัวไว้ เพราะบนภูเขามักเย็นกว่าในเมือง
พกเงินสดติดกระเป๋าไว้บ้าง แม้ร้านค้าและโรงแรมส่วนใหญ่ในโกเบจะรับบัตรเครดิต แต่ร้านอาหารเล็ก ๆ ร้านขายของฝาก หรือสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งอาจยังรับเฉพาะเงินสด มีติดตัวไว้สักหน่อยก็ช่วยให้เที่ยวได้สบายใจขึ้น

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวโกเบ

Q: ไปเที่ยวโกเบต้องทำวีซ่าไหม?

A: ผู้ถือหนังสือเดินทาง (Passport) ไทยไม่ต้องทำวีซ่า สามารถท่องเที่ยวในญี่ปุ่นได้ฟรีไม่เกิน 15 วัน ตามมาตรการยกเว้นวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวไทย เพียงเตรียมพาสปอร์ตที่มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ และหลักฐานการจองที่พักให้พร้อม

Q: เที่ยวโกเบงบประมาณเท่าไหร่ต่อคน?

A: สำหรับทริปโกเบ 2 วัน 1 คืน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3,500 – 6,000 บาท/คน (ไม่รวมตั๋วเครื่องบินไป-กลับไทย) ครอบคลุมค่าที่พัก 1 คืน ค่าเดินทางด้วยรถไฟ/รถบัส ค่าเข้าชมสถานที่ และค่าอาหารแล้ว

Q: เดินทางจากโอซาก้าไปโกเบยังไง ใช้เวลานานไหม?

A: เดินทางได้สะดวกด้วยรถไฟจากสถานี Osaka หรือ Osaka-Umeda ตรงไปยังสถานี Sannomiya ในโกเบ สามารถเลือกนั่งได้ทั้ง JR Special Rapid Service (ประมาณ 20–25 นาที), Hankyu Railway (ประมาณ 27–30 นาที) หรือ Hanshin Railway (ประมาณ 30–35 นาที) ตามความสะดวก

Q: เดินทางจากสนามบินคันไซ (KIX) ไปโกเบอย่างไรดีที่สุด?

A: วิธีที่สะดวกที่สุดคือนั่ง Airport Limousine Bus ตรงจากสนามบิน KIX ไปลงย่าน Sannomiya ใช้เวลาประมาณ 65–75 นาที หรือเลือกนั่งเรือ Kobe–Kansai Airport Bay Shuttle ข้ามอ่าวไปยังสนามบินโกเบ แล้วต่อรถไฟ Port Liner เข้าตัวเมืองได้อย่างรวดเร็ว

Q: เที่ยวโกเบช่วงไหนดีที่สุด และต้องแต่งตัวอย่างไร?

A: ช่วงที่น่าเที่ยวที่สุดคือ ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค.–พ.ค.) เพื่อชมดอกซากุระ และ ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.–พ.ย.) สำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสีเพราะอากาศเย็นสบาย แนะนำแต่งตัวด้วยชุดที่เดินสบาย พร้อมพกเสื้อกันลม และหากมีแพลนขึ้นภูเขาควรเตรียมเสื้อหนาวเพิ่มเนื่องจากบนยอดเขาจะเย็นกว่าในเมือง

Q: เที่ยวโกเบกี่วันดี และควรเลือกพักย่านไหน?

A: แนะนำให้จัดทริปเที่ยวโกเบอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน เพื่อให้เก็บครบทั้งย่านเมืองเก่า ริมอ่าว และขึ้นภูเขาหรือแช่ออนเซ็นได้แบบไม่เร่งรีบ ส่วนย่านที่พักแนะนำให้เลือกพักใกล้สถานี Sannomiya เพราะเป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่เดินทางสะดวกที่สุด

บทความแนะนำ

คู่มือเที่ยวญี่ปุ่นเดือนเมษายน ฤดูกาล อากาศ ที่เที่ยวและกิจกรรมแนะนำ

24 Oct 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

คู่มือเที่ยวญี่ปุ่นเดือนกุมภาพันธ์ ฤดูกาล อากาศ ที่เที่ยวและกิจกรรมแนะนำ

24 Oct 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 4 นาที

คู่มือเที่ยวญี่ปุ่นเดือนมกราคม ฤดูกาล อากาศ ที่เที่ยวและกิจกรรมแนะนำ

24 Oct 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

เที่ยวคามิโคจิเดือนไหนดี? พร้อมลิสต์สถานที่น่าไปในแต่ละช่วง

26 Jun 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

12 สกีรีสอร์ทญี่ปุ่นยอดนิยม เล่นสกีสุดฟิน ลานหิมะสุดอลังการ [อัปเดต 2026]

20 Jan 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 7 นาที

[รีวิว] เทศกาลไฟประดับ Nabana no Sato พร้อมข้อมูลการจัดงาน ครบจบในที่เดียว

20 Jan 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 6 นาที
โรงแรม
เที่ยวบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวเพื่อรับคำแนะนำด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษ
สมัครรับข้อมูล