
ใครที่กำลังแพลนเที่ยวเมืองลูเซิร์น (Lucerne) แล้วอยากหาแลนด์มาร์กเด็ด ๆ ไว้ใส่ในลิสต์ ขอแนะนำให้ปักหมุด สะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) หรือ Kapellbrücke เอาไว้เลย เพราะนี่ถือเป็นหนึ่งในภาพจำของเมืองที่มาแล้วไม่ควรพลาด สะพานไม้เก่าแก่ที่ทอดตัวข้าม Reuss River คู่กับ Water Tower ทรงแปดเหลี่ยม ยิ่งมีวิวบ้านเรือนสีสวยของเมืองเก่าอยู่รอบ ๆ บอกเลยว่าแค่ยกกล้องขึ้นมาก็ได้ฟีลสวิตเซอร์แลนด์เต็ม ๆ
แต่ความน่าสนใจของ สะพานชาเปล ลูเซิร์น ไม่ได้มีแค่มุมถ่ายรูปสวย ๆ เท่านั้น เพราะพอเดินเข้าไปบนสะพานจะได้เห็นภาพวาดเก่าแก่เรียงอยู่ใต้หลังคา ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของเมืองมาตั้งแต่หลายร้อยปีก่อน แถมตัวสะพานเองก็ผ่านเหตุการณ์สำคัญมาหลายยุค ที่นี่จึงเป็นแลนด์มาร์กที่มีทั้งความสวยและเรื่องราวให้ค่อย ๆ เดินชมไปพร้อมกัน
อีกข้อดีคือโลเคชันอยู่ใจกลางเมือง เดินจากสถานีรถไฟ Lucerne มาได้สบาย ๆ และยังเที่ยวต่อไปยังแลนด์มาร์กอื่น ๆ ของเมืองได้สะดวกอีกด้วย ใครกำลังวางแผนเที่ยวลูเซิร์นด้วยตัวเอง บทความนี้ Traveloka จะพาไปดูตั้งแต่จุดไฮไลต์ วิธีเดินทาง ช่วงเวลาน่าเที่ยว กิจกรรม ไปจนถึงที่พักและทริคเล็ก ๆ ที่ช่วยให้เที่ยวสนุกขึ้น ส่วนตั๋วเครื่องบินและที่พักก็สามารถจองผ่าน Traveloka เตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนออกไปเก็บบรรยากาศสวย ๆ ของสะพานไม้ชาเปลกันได้เลย!
จุดไฮไลท์แรกจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากตัวสะพานไม้ชาเปล เพราะนี่คือสะพานไม้แบบมีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 14 และเดิมยังเป็นส่วนหนึ่งของแนวป้องกันเมืองอีกด้วย
เสน่ห์ของสะพานชาเปลคือรูปทรงที่ทอดเฉียงข้าม Reuss River ไม่ได้พาดตรงเหมือนสะพานทั่วไป พอรวมเข้ากับบ้านเรือนเก่าแก่สีสวยริมแม่น้ำแล้ว วิวตรงนี้จึงดูคลาสสิกและมีเอกลักษณ์มาก ยิ่งวันไหนฟ้าเปิด น้ำในแม่น้ำสะท้อนตัวสะพานกับอาคารรอบ ๆ สวยจนเข้าใจได้เลยว่าทำไมที่นี่ถึงกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่คนมาเที่ยวลูเซิร์นต้องแวะ
ตอนเดินบน Kapellbrücke อย่าเพิ่งรีบข้ามไปอีกฝั่ง เพราะหนึ่งในรายละเอียดที่น่าสนใจที่สุดซ่อนอยู่เหนือหัวเรานี่เอง ใต้หลังคาสะพานมีภาพวาดทรงสามเหลี่ยมเรียงอยู่ตามแนวคาน หลายภาพมีอายุมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 และบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมืองลูเซิร์น สวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงนักบุญองค์อุปถัมภ์ของเมือง
แม้ภาพบางส่วนจะสูญเสียไปจากเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ในปี 1993 แต่ยังมีภาพเก่าแก่ให้ชมอยู่ตลอดทาง ใครสนใจประวัติ Chapel Bridge ลองเดินช้าลงสักนิดแล้วเงยหน้าดูแต่ละภาพ แล้วจะรู้สึกว่าการเดินข้ามสะพานธรรมดา ๆ กลายเป็นเหมือนการเดินชมแกลเลอรีประวัติศาสตร์ขนาดย่อมไปในตัว
ถ้าเคยเห็นรูปสะพานชาเปล สวิตเซอร์แลนด์ มาก่อน น่าจะคุ้นตากับหอคอยหินทรงแปดเหลี่ยมที่ตั้งอยู่กลางน้ำข้างสะพาน ซึ่งก็คือ Water Tower อีกหนึ่งแลนด์มาร์กคู่เมืองที่อยู่ตรงนี้มานานกว่า 700 ปี และจริง ๆ แล้วตัวหอคอยยังมีอายุเก่าแก่กว่าสะพานชาเปลเสียอีก
ในอดีต Water Tower เคยถูกใช้งานมาหลายแบบ ทั้งเป็นหอสังเกตการณ์ คลังเก็บเอกสาร คลังสมบัติ ไปจนถึงเรือนจำ ส่วนทุกวันนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิวที่ขาดไม่ได้เลย ใครกำลังหาจุดถ่ายรูป Chapel Bridge แนะนำให้เดินออกมาบริเวณริมแม่น้ำ จะได้เก็บทั้งสะพาน หอคอย และบ้านเรือนในฝั่ง Old Town Lucerne อยู่ในเฟรมเดียว สวยแบบไม่ต้องหามุมยากเลย
อีกเรื่องที่ทำให้สะพานไม้ชาเปล มีเสน่ห์มากกว่าการเป็นแลนด์มาร์กสวย ๆ คือเรื่องราวที่ผ่านมาหลายร้อยปี โดยเฉพาะเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ในคืนวันที่ 18 สิงหาคม 1993 ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับสะพานและภาพวาดเก่าแก่ไปกว่า 2 ใน 3 ส่วน
หลังเหตุการณ์นั้น Chapel Bridge ได้รับการบูรณะอย่างรวดเร็ว และกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้งในเดือนเมษายน 1994 ทุกวันนี้เวลาเดินบนสะพานจึงยังมองเห็นร่องรอยและความแตกต่างของบางส่วนได้อยู่ กลายเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ช่วยให้เราได้รู้จักประวัติสะพานชาเปลมากขึ้น และทำให้การมาเที่ยวที่นี่มีเรื่องราวให้จดจำมากกว่าแค่การแวะมาถ่ายรูป
อีกไฮไลต์ที่หลายคนชอบมากของการมาเที่ยว Chapel Bridge คือไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอวิวสวย ๆ รอบตัว ฝั่งหนึ่งเป็น Old Town Lucerne ที่เต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่สีสันสดใส อีกฝั่งมองออกไปทางทะเลสาบ Lake Lucerne ได้ แถมริมแม่น้ำ Reuss River ยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ และทางเดินเลียบแม่น้ำให้เดินเล่นต่อได้อีกยาว ๆ
ถ้าอยากได้บรรยากาศสงบ ๆ แนะนำมาช่วงเช้าที่คนยังไม่เยอะ จะเดินเล่นหรือถ่ายรูปก็สบาย ส่วนช่วงเย็นก็สวยไปอีกแบบ เพราะร้านรวงรอบแม่น้ำเริ่มคึกคักและแสงช่วงใกล้พระอาทิตย์ตกช่วยให้เมืองดูอบอุ่นขึ้น ใครมีเวลาไม่ต้องรีบเดินข้ามแล้วไปต่อ ลองเดินเลียบแม่น้ำรอบ ๆ สะพานสักหน่อย รับรองว่ามีมุมให้หยุดถ่ายรูปได้เรื่อย ๆ เลย
สะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) หรือ Kapellbrücke ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลูเซิร์น (Lucerne) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตัวสะพานทอดข้ามแม่น้ำ Reuss River เชื่อมระหว่างย่านเมืองเก่ากับฝั่งใกล้สถานีรถไฟ Lucerne ทำเลถือว่าดีมาก เพราะอยู่ใกล้ทั้ง Old Town Lucerne และ Lake Lucerne ทำให้สามารถแวะมาเที่ยวสะพานแล้วเดินต่อไปยังแลนด์มาร์กอื่น ๆ ได้แบบไม่ต้องเสียเวลาต่อรถหลายรอบ แถมตัวสะพานเป็นทางเดินสาธารณะ สามารถเดินชมได้ตลอด 24 ชั่วโมง และเข้าฟรีอีกด้วย
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/fNTC1mjT8vzBLdv2A
บินลงสนามบินซูริก (Zurich Airport - ZRH)
บินลงสนามบินอื่นในสวิตเซอร์แลนด์
ถ้าถามว่า Chapel Bridge ไปยังไง จากสถานีรถไฟ Lucerne คำตอบคือเดินไปได้เลย และง่ายมากด้วย หลังออกจากสถานีให้มุ่งหน้าไปทางแม่น้ำ Reuss ใช้เวลาเดินประมาณ 5–10 นาที ก็จะเห็น Water Tower ทรงแปดเหลี่ยมและตัวสะพานทอดอยู่กลางแม่น้ำแล้ว
ระยะทางค่อนข้างสั้น แถมวิวระหว่างทางก็ดี เพราะจะผ่านบริเวณใกล้ Lake Lucerne และริมแม่น้ำ ใครมีกระเป๋าไม่เยอะหรือมาเที่ยวแบบ Day Trip จึงแทบไม่จำเป็นต้องเรียกแท็กซี่เลย
ข้อดีของการเที่ยวที่นี่คือเมือง Lucerne ค่อนข้างเดินง่าย โดยเฉพาะย่าน Old Town ที่แลนด์มาร์กหลายแห่งอยู่ใกล้กัน สามารถใช้สะพานชาเปลเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นแล้วค่อยเดินเที่ยวต่อได้เลย
ถ้าถามว่า เที่ยว Chapel Bridge ช่วงไหนดี แนะนำช่วงพฤษภาคม–มิถุนายน และกันยายน–ตุลาคม เพราะอากาศกำลังสบาย ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป เหมาะกับการเดินเล่นริมแม่น้ำ เที่ยว Old Town และถ่ายรูปสะพานแบบชิล ๆ ส่วนใครชอบบรรยากาศคึกคักและอยากเที่ยวที่อื่น ๆ ต่อแบบเต็มวัน ช่วงหน้าร้อนก็เหมาะมาก ขณะที่เดือนธันวาคมจะได้อีกฟีลกับบรรยากาศคริสต์มาสและเมืองที่ประดับไฟสวย ๆ
โดยรวมแล้วสะพานไม้ชาเปลสามารถมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ละฤดูให้บรรยากาศต่างกันพอสมควร เลือกช่วงที่เข้ากับสไตล์เที่ยวของตัวเองได้เลย
สำหรับที่พักลูเซิร์น ถ้าอยากเที่ยว Chapel Bridge ให้สะดวกที่สุด แนะนำเลือกพักแถวสถานีรถไฟ ย่าน Old Town หรือริมแม่น้ำ Reuss เพราะสามารถเดินไปสะพาน ร้านอาหาร และแลนด์มาร์กหลักได้ง่ายมาก
AMERON Luzern Hotel Flora เป็นตัวเลือกที่เหมาะมากสำหรับคนที่อยากพักใจกลางเมือง เพราะโลเคชันอยู่ระหว่างสถานีรถไฟ Lucerne กับ Chapel Bridge ทำให้ลากกระเป๋าจากสถานีไปโรงแรมได้ไม่ลำบาก และพอจะออกเที่ยวก็เดินไปสะพานหรือย่าน Old Town ได้สบาย ๆ บรรยากาศของโรงแรมค่อนข้างโมเดิร์นและเรียบง่าย ห้องพักเน้นความสะดวกสบาย เหมาะทั้งกับคู่รัก กลุ่มเพื่อน หรือคนที่ใช้ Lucerne เป็นฐานเที่ยวเมืองรอบ ๆ ถ้าให้ความสำคัญกับโลเคชันและไม่อยากเสียเวลาต่อรถหลายรอบ ที่นี่ถือว่าน่าสนใจมาก

Switzerland

โรงแรมอะเมรอน ลูเซิร์น ฟลอรา

9.1/10
•




ลูเซิร์น
THB 6,921.50
ใครอยากให้ทริปเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์พรีเมียมหน่อย Mandarin Oriental Palace, Luzern เป็นตัวเลือกสายลักชัวรีที่ตอบโจทย์มสก ที่นี่โดดเด่นด้วยทำเลริม Lake Lucerne บรรยากาศหรูหราและได้วิวทะเลสาบกับภูเขาแบบเต็ม ๆ แม้จะไม่ได้อยู่ติด Chapel Bridge แบบเดินออกจากโรงแรมแล้วเจอทันที แต่ยังอยู่ในโซนใจกลาง Lucerne และเดินหรือนั่งรถเข้าไปเที่ยวสะพานกับ Old Town ได้สะดวก เหมาะกับคนที่อยากบาลานซ์ระหว่างการเที่ยวเมืองกับการพักผ่อนแบบพรีเมียม

Switzerland

แมนดาริน โอเรียนเต็ล พาเลซ - ลูเซิร์น

9.8/10
•





ลูเซิร์น
THB 25,146.67
สำหรับสายเที่ยวด้วยตัวเองที่อยากประหยัดงบ Barabas Luzern เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะอยู่ในย่าน Old Town และสามารถเดินไป Chapel Bridge รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวรอบเมืองเก่าได้สะดวก ที่พักมีคาแรกเตอร์ค่อนข้างแตกต่างจากโรงแรมทั่วไป เพราะอาคารเคยมีประวัติการใช้งานในอดีต ก่อนนำมาปรับเป็นที่พัก บรรยากาศจึงมีเอกลักษณ์และเน้นความเรียบง่าย เหมาะกับคนที่ใช้เวลาออกไปเที่ยวข้างนอกเป็นหลัก แล้วอยากได้ที่พักใจกลางเมืองในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าโรงแรมลักชัวรีราคาสูง
อ่านต่อบทความท่องเที่ยวอื่นๆ:
Q: ไปเที่ยวลูเซิร์นต้องทำวีซ่าไหม?
A: ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ล่วงหน้าก่อนเดินทาง โดยสามารถใช้เดินทางเข้าประเทศสวิตเซอร์แลนด์และกลุ่มประเทศเชงเก้นอื่น ๆ ได้ตามระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต
Q: ไปเที่ยวสะพานไม้ชาเปลต้องเสียค่าเข้าชมไหม และเปิดกี่โมง?
A: ตัวสะพานเป็นทางเดินสาธารณะข้ามแม่น้ำ Reuss สามารถเข้าชมได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย และเปิดให้เดินชมหรือถ่ายรูปได้ตลอด 24 ชั่วโมง
Q: เที่ยวสะพานไม้ชาเปลใช้เวลานานแค่ไหน?
A: การเดินข้ามสะพานและถ่ายรูปจุดไฮไลท์ใช้เวลาประมาณ 30–45 นาที แต่หากเดินเชื่อมต่อไปยังย่านเมืองเก่า (Old Town) และจุดท่องเที่ยวรอบข้าง แนะนำให้เผื่อเวลาอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมง
Q: เดินทางจากสนามบินซูริก (Zurich Airport) มาสะพานชาเปลยังไง?
A: นั่งรถไฟขบวนตรง IR 70 จากสถานี Zürich Flughafen ไปลงที่สถานี Luzern ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นเดินเท้าต่อจากหน้าสถานีรถไฟอีกเพียง 5–10 นาทีก็ถึงตัวสะพาน
Q: เที่ยวสะพานไม้ชาเปลช่วงไหนสวยและดีที่สุด?
A: สามารถเที่ยวได้ตลอดปี แต่ช่วงที่แนะนำที่สุดคือ พฤษภาคม–มิถุนายน และ กันยายน–ตุลาคม เนื่องจากอากาศกำลังสบาย ใบไม้และดอกไม้สวยงาม เหมาะกับการเดินเล่นริมน้ำ
Q: มีที่จอดรถใกล้สะพานไม้ชาเปลไหม สำหรับคนเช่ารถขับ?
A: บริเวณรอบสะพานและย่านเมืองเก่าเป็นเขตคนเดิน จึงไม่มีที่จอดรถริมถนนโดยตรง แต่สามารถนำรถไปจอดได้ที่อาคารจอดรถสาธารณะใกล้เคียง เช่น Parkhaus Bahnhof Luzern (ใต้อาคารสถานีรถไฟ) แล้วเดินต่อมายังสะพานประมาณ 5 นาที






















