[รีวิว] สะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) พร้อมไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ

รีวิว สะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) แลนด์มาร์กดังแห่งลูเซิร์น รวมไฮไลท์ วิธีเดินทาง ช่วงเวลาน่าเที่ยว กิจกรรม และที่พักใกล้เคียงครบในที่เดียว
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 7 นาที

ใครที่กำลังแพลนเที่ยวเมืองลูเซิร์น (Lucerne) แล้วอยากหาแลนด์มาร์กเด็ด ๆ ไว้ใส่ในลิสต์ ขอแนะนำให้ปักหมุด สะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) หรือ Kapellbrücke เอาไว้เลย เพราะนี่ถือเป็นหนึ่งในภาพจำของเมืองที่มาแล้วไม่ควรพลาด สะพานไม้เก่าแก่ที่ทอดตัวข้าม Reuss River คู่กับ Water Tower ทรงแปดเหลี่ยม ยิ่งมีวิวบ้านเรือนสีสวยของเมืองเก่าอยู่รอบ ๆ บอกเลยว่าแค่ยกกล้องขึ้นมาก็ได้ฟีลสวิตเซอร์แลนด์เต็ม ๆ

แต่ความน่าสนใจของ สะพานชาเปล ลูเซิร์น ไม่ได้มีแค่มุมถ่ายรูปสวย ๆ เท่านั้น เพราะพอเดินเข้าไปบนสะพานจะได้เห็นภาพวาดเก่าแก่เรียงอยู่ใต้หลังคา ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของเมืองมาตั้งแต่หลายร้อยปีก่อน แถมตัวสะพานเองก็ผ่านเหตุการณ์สำคัญมาหลายยุค ที่นี่จึงเป็นแลนด์มาร์กที่มีทั้งความสวยและเรื่องราวให้ค่อย ๆ เดินชมไปพร้อมกัน

อีกข้อดีคือโลเคชันอยู่ใจกลางเมือง เดินจากสถานีรถไฟ Lucerne มาได้สบาย ๆ และยังเที่ยวต่อไปยังแลนด์มาร์กอื่น ๆ ของเมืองได้สะดวกอีกด้วย ใครกำลังวางแผนเที่ยวลูเซิร์นด้วยตัวเอง บทความนี้ Traveloka จะพาไปดูตั้งแต่จุดไฮไลต์ วิธีเดินทาง ช่วงเวลาน่าเที่ยว กิจกรรม ไปจนถึงที่พักและทริคเล็ก ๆ ที่ช่วยให้เที่ยวสนุกขึ้น ส่วนตั๋วเครื่องบินและที่พักก็สามารถจองผ่าน Traveloka เตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนออกไปเก็บบรรยากาศสวย ๆ ของสะพานไม้ชาเปลกันได้เลย!

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยวสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ใน 1 นาที

แลนด์มาร์กตำนานแห่งลูเซิร์น: สะพานไม้แบบมีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 ทอดตัวเฉียงข้ามแม่น้ำ Reuss โดดเด่นด้วยรูปทรงเอกลักษณ์คู่กับหอคอยน้ำแปดเหลี่ยม (Water Tower) กลางน้ำ ถือเป็นภาพจำและสัญลักษณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมืองลูเซิร์น
จุดท่องเที่ยวห้ามพลาด: เงยหน้าชมภาพวาดไม้ทรงสามเหลี่ยมใต้หลังคาสะพานที่มีอายุมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์สวิตเซอร์แลนด์และนักบุญอุปถัมภ์เมือง ชมร่องรอยประวัติศาสตร์การบูรณะหลังเหตุไฟไหม้ปี 1993 และเช็กอินจุดถ่ายรูปยอดฮิตริมแม่น้ำที่เก็บได้ทั้งตัวสะพาน หอคอยน้ำ และบ้านเรือนสีสวยในฝั่ง Old Town
กิจกรรมยอดฮิต: เดินข้ามสะพานชมวิวและภาพวาดประวัติศาสตร์, เดินเที่ยวต่อในย่านเมืองเก่า (Old Town), เดินต่อไปชมสะพานไม้ Spreuer Bridge และอนุสาวรีย์ Lion Monument, ต่อเรือล่องทะเลสาบลูเซิร์น (Lake Lucerne) หรือนั่งพักผ่อนจิบกาแฟริมแม่น้ำ Reuss ชมบรรยากาศช่วงใกล้พระอาทิตย์ตก
การเดินทางสะดวก: บินลงสนามบินซูริค (ZRH) นั่งรถไฟมาลงสถานี Luzern ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นเดินเท้าต่อจากสถานีรถไฟเพียง 5–10 นาทีก็ถึงตัวสะพานทันที ตัวสะพานเป็นทางเดินสาธารณะเปิด 24 ชั่วโมง และเข้าชมฟรี
ช่วงเวลาน่าเที่ยว: เที่ยวได้ตลอดปี ช่วงยอดนิยมคือฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วง (พฤษภาคม–มิถุนายน และ กันยายน–ตุลาคม) อากาศกำลังสบาย, หน้าร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม) กลางวันยาวนาน บรรยากาศคึกคัก และหน้าหนาว (ธันวาคม) ได้ฟีลเมืองยุโรปประดับไฟคริสต์มาสสุดโรแมนติก
ระยะเวลาที่แนะนำ: เดินชมบนสะพานและถ่ายรูปใช้เวลาประมาณ 30–45 นาที หรือเผื่อเวลา 2–3 ชั่วโมงในการจัดเส้นทางเดินเที่ยวต่อเนื่องรอบเมืองเก่าแบบวนรอบกำลังดี

จุดไฮไลท์ต่างๆ ของสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge)

1. เดินเล่นบนสะพานไม้เก่าแก่ หนึ่งในสัญลักษณ์ของลูเซิร์น

จุดไฮไลท์แรกจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากตัวสะพานไม้ชาเปล เพราะนี่คือสะพานไม้แบบมีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 14 และเดิมยังเป็นส่วนหนึ่งของแนวป้องกันเมืองอีกด้วย

เสน่ห์ของสะพานชาเปลคือรูปทรงที่ทอดเฉียงข้าม Reuss River ไม่ได้พาดตรงเหมือนสะพานทั่วไป พอรวมเข้ากับบ้านเรือนเก่าแก่สีสวยริมแม่น้ำแล้ว วิวตรงนี้จึงดูคลาสสิกและมีเอกลักษณ์มาก ยิ่งวันไหนฟ้าเปิด น้ำในแม่น้ำสะท้อนตัวสะพานกับอาคารรอบ ๆ สวยจนเข้าใจได้เลยว่าทำไมที่นี่ถึงกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่คนมาเที่ยวลูเซิร์นต้องแวะ

2. เงยหน้าชมภาพวาดเก่าแก่ที่ซ่อนอยู่ใต้หลังคา

ตอนเดินบน Kapellbrücke อย่าเพิ่งรีบข้ามไปอีกฝั่ง เพราะหนึ่งในรายละเอียดที่น่าสนใจที่สุดซ่อนอยู่เหนือหัวเรานี่เอง ใต้หลังคาสะพานมีภาพวาดทรงสามเหลี่ยมเรียงอยู่ตามแนวคาน หลายภาพมีอายุมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 และบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมืองลูเซิร์น สวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงนักบุญองค์อุปถัมภ์ของเมือง

แม้ภาพบางส่วนจะสูญเสียไปจากเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ในปี 1993 แต่ยังมีภาพเก่าแก่ให้ชมอยู่ตลอดทาง ใครสนใจประวัติ Chapel Bridge ลองเดินช้าลงสักนิดแล้วเงยหน้าดูแต่ละภาพ แล้วจะรู้สึกว่าการเดินข้ามสะพานธรรมดา ๆ กลายเป็นเหมือนการเดินชมแกลเลอรีประวัติศาสตร์ขนาดย่อมไปในตัว

3. ถ่ายรูปคู่ Water Tower มุมซิกเนเจอร์ของลูเซิร์น

ถ้าเคยเห็นรูปสะพานชาเปล สวิตเซอร์แลนด์ มาก่อน น่าจะคุ้นตากับหอคอยหินทรงแปดเหลี่ยมที่ตั้งอยู่กลางน้ำข้างสะพาน ซึ่งก็คือ Water Tower อีกหนึ่งแลนด์มาร์กคู่เมืองที่อยู่ตรงนี้มานานกว่า 700 ปี และจริง ๆ แล้วตัวหอคอยยังมีอายุเก่าแก่กว่าสะพานชาเปลเสียอีก

ในอดีต Water Tower เคยถูกใช้งานมาหลายแบบ ทั้งเป็นหอสังเกตการณ์ คลังเก็บเอกสาร คลังสมบัติ ไปจนถึงเรือนจำ ส่วนทุกวันนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิวที่ขาดไม่ได้เลย ใครกำลังหาจุดถ่ายรูป Chapel Bridge แนะนำให้เดินออกมาบริเวณริมแม่น้ำ จะได้เก็บทั้งสะพาน หอคอย และบ้านเรือนในฝั่ง Old Town Lucerne อยู่ในเฟรมเดียว สวยแบบไม่ต้องหามุมยากเลย

4. ตามรอยเรื่องราวของสะพานหลังเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่

อีกเรื่องที่ทำให้สะพานไม้ชาเปล มีเสน่ห์มากกว่าการเป็นแลนด์มาร์กสวย ๆ คือเรื่องราวที่ผ่านมาหลายร้อยปี โดยเฉพาะเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ในคืนวันที่ 18 สิงหาคม 1993 ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับสะพานและภาพวาดเก่าแก่ไปกว่า 2 ใน 3 ส่วน 

หลังเหตุการณ์นั้น Chapel Bridge ได้รับการบูรณะอย่างรวดเร็ว และกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้งในเดือนเมษายน 1994 ทุกวันนี้เวลาเดินบนสะพานจึงยังมองเห็นร่องรอยและความแตกต่างของบางส่วนได้อยู่ กลายเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ช่วยให้เราได้รู้จักประวัติสะพานชาเปลมากขึ้น และทำให้การมาเที่ยวที่นี่มีเรื่องราวให้จดจำมากกว่าแค่การแวะมาถ่ายรูป

5. ชมวิว Reuss River และเมืองเก่า Lucerne ได้แบบเต็ม ๆ

อีกไฮไลต์ที่หลายคนชอบมากของการมาเที่ยว Chapel Bridge คือไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอวิวสวย ๆ รอบตัว ฝั่งหนึ่งเป็น Old Town Lucerne ที่เต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่สีสันสดใส อีกฝั่งมองออกไปทางทะเลสาบ Lake Lucerne ได้ แถมริมแม่น้ำ Reuss River ยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ และทางเดินเลียบแม่น้ำให้เดินเล่นต่อได้อีกยาว ๆ

ถ้าอยากได้บรรยากาศสงบ ๆ แนะนำมาช่วงเช้าที่คนยังไม่เยอะ จะเดินเล่นหรือถ่ายรูปก็สบาย ส่วนช่วงเย็นก็สวยไปอีกแบบ เพราะร้านรวงรอบแม่น้ำเริ่มคึกคักและแสงช่วงใกล้พระอาทิตย์ตกช่วยให้เมืองดูอบอุ่นขึ้น ใครมีเวลาไม่ต้องรีบเดินข้ามแล้วไปต่อ ลองเดินเลียบแม่น้ำรอบ ๆ สะพานสักหน่อย รับรองว่ามีมุมให้หยุดถ่ายรูปได้เรื่อย ๆ เลย

ที่ตั้งและการเดินทางไปสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge)

สะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) หรือ Kapellbrücke ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลูเซิร์น (Lucerne) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตัวสะพานทอดข้ามแม่น้ำ Reuss River เชื่อมระหว่างย่านเมืองเก่ากับฝั่งใกล้สถานีรถไฟ Lucerne ทำเลถือว่าดีมาก เพราะอยู่ใกล้ทั้ง Old Town Lucerne และ Lake Lucerne ทำให้สามารถแวะมาเที่ยวสะพานแล้วเดินต่อไปยังแลนด์มาร์กอื่น ๆ ได้แบบไม่ต้องเสียเวลาต่อรถหลายรอบ แถมตัวสะพานเป็นทางเดินสาธารณะ สามารถเดินชมได้ตลอด 24 ชั่วโมง และเข้าฟรีอีกด้วย 

วิธีการเดินทางจากไทย 

บินลงสนามบินซูริก (Zurich Airport - ZRH)

เที่ยวบิน: มีทั้งแบบบินตรง โดยสายการบิน Thai Airways และ Swiss International Air Lines (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 11–12 ชั่วโมง) และแบบต่อเครื่องผ่านสายการบินต่าง ๆ เช่น Emirates (แวะดูไบ), Qatar Airways (แวะโดฮา), Singapore Airlines (แวะสิงคโปร์) หรือ Etihad Airways (แวะอาบูดาบี) เป็นต้น (ใช้เวลารวมประมาณ 14–17 ชั่วโมงขึ้นไป)
จากสนามบินต่อรถไฟขบวนตรง (Direct Train): เมื่อถึงสนามบินซูริคแล้ว เดินไปยังสถานีรถไฟใต้สนามบิน (Zürich Flughafen) แล้วเลือกนั่งรถไฟขบวน IR 70 (InterRegio) วิ่งตรงจาก Zürich Flughafen ถึงสถานี Luzern โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 2 นาที)
จากสนามบินเลือกรถไฟแบบต่อขบวน: อีกหนึ่งทางเลือกคือ จากสนามบินเลือกนั่งขบวน IC 1 / IC 8 หรือ S-Bahn ไปลงที่สถานีหลัก Zürich HB แล้วต่อรถไฟ IR 75 หรือ PE (Lucerne-Engelberg Express) ไปยังสถานี Luzern (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที)

บินลงสนามบินอื่นในสวิตเซอร์แลนด์

สนามบินเจนีวา (Geneva Airport - GVA): เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวฝั่งตะวันตกก่อน นั่งรถไฟขบวน IR 90 หรือ IC 1 จากสถานี Genève-Aéroport ไปต่อรถไฟที่สถานี Olten หรือ Bern เพื่อเดินทางต่อไปยังสถานี Luzern (ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 3 ชั่วโมง)
สนามบินบาเซิล (EuroAirport Basel-Mulhouse-Freiburg - BSL): นั่งรถบัสสาย 50 จากสนามบินมายังสถานีรถไฟ Basel SBB แล้วต่อรถไฟขบวน IR 26 หรือ ICE / IC ตรงไปยังสถานี Luzern (ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที - 1 ชั่วโมง 30 นาที)

การเดินทางจากสถานีรถไฟ Lucerne ไป Chapel Bridge

ถ้าถามว่า Chapel Bridge ไปยังไง จากสถานีรถไฟ Lucerne คำตอบคือเดินไปได้เลย และง่ายมากด้วย หลังออกจากสถานีให้มุ่งหน้าไปทางแม่น้ำ Reuss ใช้เวลาเดินประมาณ 5–10 นาที ก็จะเห็น Water Tower ทรงแปดเหลี่ยมและตัวสะพานทอดอยู่กลางแม่น้ำแล้ว

ระยะทางค่อนข้างสั้น แถมวิวระหว่างทางก็ดี เพราะจะผ่านบริเวณใกล้ Lake Lucerne และริมแม่น้ำ ใครมีกระเป๋าไม่เยอะหรือมาเที่ยวแบบ Day Trip จึงแทบไม่จำเป็นต้องเรียกแท็กซี่เลย

การเดินทางในเมือง Lucerne

ข้อดีของการเที่ยวที่นี่คือเมือง Lucerne ค่อนข้างเดินง่าย โดยเฉพาะย่าน Old Town ที่แลนด์มาร์กหลายแห่งอยู่ใกล้กัน สามารถใช้สะพานชาเปลเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นแล้วค่อยเดินเที่ยวต่อได้เลย

เดินเที่ยว: แนะนำที่สุด เพราะจากสะพานไม้ชาเปลสามารถเดินต่อไป Old Town, Spreuer Bridge, ริม Lake Lucerne และ Lion Monument ได้ไม่ยาก แถมระหว่างทางมีทั้งตรอกเมืองเก่า ร้านค้า คาเฟ่ และมุมถ่ายรูปให้แวะตลอดทาง
รถบัส (VBL - Verkehrsbetriebe Luzern): Lucerne มีระบบรถบัสครอบคลุมตัวเมือง เหมาะสำหรับเดินทางไปจุดที่อยู่ไกลจาก Old Town หรือวันที่ไม่อยากเดินเยอะ แต่ถ้าเที่ยวเฉพาะ Chapel Bridge และเมืองเก่า ส่วนใหญ่เดินก็เพียงพอแล้ว
เรือท่องเที่ยว (SGV Boat Services): ถ้ามีเวลาเหลือ หลังเที่ยวสะพานชาเปล สามารถเดินไปท่าเรือบริเวณ Lake Lucerne แล้วต่อเรือชมทะเลสาบได้ เป็นอีกวิธีเปลี่ยนบรรยากาศจากเดินชมเมืองมานั่งดูวิวภูเขาและทะเลสาบแบบชิล ๆ
รถไฟ (SBB CFF FFS): ถ้า Lucerne เป็นหนึ่งในหลายเมืองของทริป สถานี Luzern ถือว่าสะดวกมาก สามารถนั่งรถไฟเชื่อมต่อไป Zurich, Interlaken, Bern และเมืองอื่น ๆ ได้ ทำให้จัดที่เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์หลายเมืองไว้ในทริปเดียวกันได้ง่ายขึ้น

จุดเด่นของสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge)

เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของ Lucerne: ตัวสะพานและ Water Tower เป็นภาพจำของเมือง และยังได้รับการยกให้เป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปที่โดดเด่นที่สุดของลูเซิร์น
เป็นสะพานไม้แบบมีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป: ด้วยประวัติยาวนานตั้งแต่ช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 14 ทำให้การเดินบนสะพานเหมือนได้สัมผัสอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์เมืองไปพร้อมกับการเที่ยว
มีภาพวาดประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่ใต้หลังคา: จุดที่ทำให้ Kapellbrücke แตกต่างจากสะพานทั่วไปคือภาพวาดสามเหลี่ยมตามแนวหลังคา ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของเมืองได้เป็นอย่างดี
วิวรอบสะพานสวยแทบทุกมุม: ทั้งแม่น้ำ Reuss อาคารเมืองเก่า Water Tower และแนวภูเขาที่อยู่ไกลออกไป ทำให้แค่เดินเล่นรอบสะพานก็มีมุมให้หยุดถ่ายรูปได้เรื่อย ๆ
เที่ยวต่อสะดวก: จากสะพานสามารถเดินต่อไปแลนด์มาร์กอื่น ๆ ของที่นี่ได้ง่าย เหมาะกับการจัดเป็นเส้นทางเดินเที่ยวเมืองหนึ่งวัน

เที่ยวสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) เดือนไหนดี?

ถ้าถามว่า เที่ยว Chapel Bridge ช่วงไหนดี แนะนำช่วงพฤษภาคม–มิถุนายน และกันยายน–ตุลาคม เพราะอากาศกำลังสบาย ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป เหมาะกับการเดินเล่นริมแม่น้ำ เที่ยว Old Town และถ่ายรูปสะพานแบบชิล ๆ ส่วนใครชอบบรรยากาศคึกคักและอยากเที่ยวที่อื่น ๆ ต่อแบบเต็มวัน ช่วงหน้าร้อนก็เหมาะมาก ขณะที่เดือนธันวาคมจะได้อีกฟีลกับบรรยากาศคริสต์มาสและเมืองที่ประดับไฟสวย ๆ

โดยรวมแล้วสะพานไม้ชาเปลสามารถมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ละฤดูให้บรรยากาศต่างกันพอสมควร เลือกช่วงที่เข้ากับสไตล์เที่ยวของตัวเองได้เลย

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม): ช่วงที่ลูเซิร์นเริ่มกลับมาสดใสอีกครั้ง อุณหภูมิโดยทั่วไปอยู่ราว 4–18°C โดยเดือนมีนาคมยังค่อนข้างเย็น แต่พอเข้าเมษายน–พฤษภาคมจะอุ่นขึ้นเรื่อย ๆ ต้นไม้และดอกไม้รอบเมืองเริ่มมีสีสัน เหมาะกับการเดินเล่นบนสะพานแล้วต่อเข้า Old Town แบบไม่เหนื่อยมาก ช่วงเช้าและเย็นยังเย็นอยู่ แนะนำพกเสื้อแจ็กเก็ตบาง ๆ ติดไว้ด้วย
ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม): เป็นช่วงที่คึกคักที่สุดช่วงหนึ่ง อุณหภูมิประมาณ 13–25°C บางวันอาจอุ่นกว่านี้เล็กน้อย กลางวันยาว ฟ้ามืดช้า ทำให้มีเวลาเที่ยวเยอะมาก จะเดินชมสะพาน ต่อด้วยล่องเรือ เที่ยว Lake Lucerne หรือนั่งร้านอาหารริมแม่น้ำช่วงเย็นก็ลงตัว ข้อแลกเปลี่ยนคือเป็น High Season นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ ถ้าอยากถ่ายรูปสะพานแบบคนไม่แน่น แนะนำมาแต่เช้า
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน): ใครชอบอากาศเย็น ๆ และเมืองยุโรปบรรยากาศละมุน ช่วงนี้น่าเที่ยวมาก อุณหภูมิประมาณ 5–20°C โดยกันยายนยังค่อนข้างสบาย ก่อนจะค่อย ๆ เย็นลงในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน ใบไม้รอบเมืองเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม และแดง ยิ่งเดินเลียบ Reuss River แล้วมองกลับไปทาง Chapel Bridge กับ Water Tower ยิ่งได้บรรยากาศโรแมนติก
ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์): อากาศจะหนาวขึ้นชัดเจน อุณหภูมิโดยทั่วไปประมาณ -1–7°C และอาจต่ำกว่าจุดเยือกแข็งได้ในบางวัน โดยเฉพาะช่วงกลางคืน แต่ข้อดีคือบรรยากาศของเมืองจะเปลี่ยนไปคนละฟีล โดยเฉพาะเดือนธันวาคมที่มีไฟประดับและบรรยากาศเทศกาลทั่วเมือง เดินชม สะพานชาเปลตอนเย็นแล้วต่อไปเดินเล่น Old Town ได้ฟีลยุโรปหน้าหนาวเต็ม ๆ ใครมาช่วงนี้เตรียมเสื้อโค้ต ถุงมือ และรองเท้าที่ช่วยกันหนาวไว้ให้พร้อมจะเที่ยวสบายกว่า

กิจกรรมแนะนำในสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) 

เดินข้าม Chapel Bridge แบบช้า ๆ: กิจกรรมง่ายที่สุดแต่ห้ามพลาด เพราะระหว่างทางจะได้ดูทั้งโครงสร้างไม้ ภาพวาดเก่าแก่ใต้หลังคา และวิวแม่น้ำ Reuss River สลับกันไป แนะนำอย่ารีบเดินข้าม เพราะรายละเอียดของสะพานมีอะไรให้ดูเยอะกว่าที่คิด
ถ่ายรูป Chapel Bridge คู่กับ Water Tower: ถ้าอยากได้รูปซิกเนเจอร์ของ Lucerne ลองเดินออกมาถ่ายจากริมแม่น้ำ จะเก็บได้ทั้งตัวสะพาน Water Tower Lucerne และอาคารเมืองเก่าในเฟรมเดียว ช่วงเช้าเหมาะกับคนที่อยากหลบฝูงชน ส่วนช่วงเย็นแสงจะนุ่มและบรรยากาศริมแม่น้ำคึกคักขึ้น
เดินเล่น Old Town Lucerne: ข้ามสะพานแล้วเดินต่อเข้า Old Town Lucerne ได้เลย ย่านนี้เต็มไปด้วยตรอกเล็ก ๆ อาคารสีสันสดใส จัตุรัสเก่า ร้านนาฬิกา คาเฟ่ และร้านอาหาร เดินได้เพลิน ๆ ทั้งวันแน่นอน 
เดินต่อไป Spreuer Bridge: ถ้าชอบสะพานเก่า แนะนำเพิ่ม Spreuer Bridge เข้าไปในเส้นทางด้วย เพราะเป็นสะพานไม้อีกแห่งของ Lucerne และมีชุดภาพวาด “Dance of Death” ที่มีเอกลักษณ์ต่างจาก Chapel Bridge
แวะ Lion Monument: จากย่านเมืองเก่าสามารถเดินต่อไปชม Lion Monument ประติมากรรมสิงโตแกะสลักบนหน้าผาที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงถึงกองกำลังทหารสวิตเซอร์แลนด์ (Swiss Guards) จำนวนหลายร้อยคนที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องพระราชวังตุยเลอรี (Tuileries Palace) ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ. 1792 เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง
ล่องเรือ Lake Lucerne: ถ้ามีเวลาเหลือ ลองเปลี่ยนจากเดินเที่ยวเมืองมานั่งเรือชมวิว Lake Lucerne ต่อ จะได้เห็นอีกด้านของเมืองที่รายล้อมด้วยทะเลสาบและภูเขา เหมาะมากสำหรับวันที่อากาศดี
นั่งคาเฟ่หรือร้านอาหารริม Reuss River: หลังเดินเที่ยวมาทั้งวัน ลองเลือกร้านริมแม่น้ำแล้วนั่งพักดูวิว Chapel Bridge ไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะช่วงเย็นที่เมืองเริ่มเปิดไฟ บรรยากาศจะโรแมนติกขึ้นแบบไม่ต้องมีกิจกรรมอะไรเยอะเลย

แนะนำที่พักใกล้สะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge)

สำหรับที่พักลูเซิร์น ถ้าอยากเที่ยว Chapel Bridge ให้สะดวกที่สุด แนะนำเลือกพักแถวสถานีรถไฟ ย่าน Old Town หรือริมแม่น้ำ Reuss เพราะสามารถเดินไปสะพาน ร้านอาหาร และแลนด์มาร์กหลักได้ง่ายมาก

AMERON Luzern Hotel Flora

AMERON Luzern Hotel Flora
AMERON Luzern Hotel Flora
AMERON Luzern Hotel Flora
AMERON Luzern Hotel Flora

+2

AMERON Luzern Hotel Flora

AMERON Luzern Hotel Flora เป็นตัวเลือกที่เหมาะมากสำหรับคนที่อยากพักใจกลางเมือง เพราะโลเคชันอยู่ระหว่างสถานีรถไฟ Lucerne กับ Chapel Bridge ทำให้ลากกระเป๋าจากสถานีไปโรงแรมได้ไม่ลำบาก และพอจะออกเที่ยวก็เดินไปสะพานหรือย่าน Old Town ได้สบาย ๆ บรรยากาศของโรงแรมค่อนข้างโมเดิร์นและเรียบง่าย ห้องพักเน้นความสะดวกสบาย เหมาะทั้งกับคู่รัก กลุ่มเพื่อน หรือคนที่ใช้ Lucerne เป็นฐานเที่ยวเมืองรอบ ๆ ถ้าให้ความสำคัญกับโลเคชันและไม่อยากเสียเวลาต่อรถหลายรอบ ที่นี่ถือว่าน่าสนใจมาก

Switzerland

โรงแรมอะเมรอน ลูเซิร์น ฟลอรา

9.1/10

•

ลูเซิร์น

THB 6,921.50

Mandarin Oriental Palace, Luzern

Mandarin Oriental Palace, Luzern
Mandarin Oriental Palace, Luzern
Mandarin Oriental Palace, Luzern
Mandarin Oriental Palace, Luzern

+2

Mandarin Oriental Palace, Luzern

ใครอยากให้ทริปเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์พรีเมียมหน่อย Mandarin Oriental Palace, Luzern เป็นตัวเลือกสายลักชัวรีที่ตอบโจทย์มสก ที่นี่โดดเด่นด้วยทำเลริม Lake Lucerne บรรยากาศหรูหราและได้วิวทะเลสาบกับภูเขาแบบเต็ม ๆ แม้จะไม่ได้อยู่ติด Chapel Bridge แบบเดินออกจากโรงแรมแล้วเจอทันที แต่ยังอยู่ในโซนใจกลาง Lucerne และเดินหรือนั่งรถเข้าไปเที่ยวสะพานกับ Old Town ได้สะดวก เหมาะกับคนที่อยากบาลานซ์ระหว่างการเที่ยวเมืองกับการพักผ่อนแบบพรีเมียม

Switzerland

แมนดาริน โอเรียนเต็ล พาเลซ - ลูเซิร์น

9.8/10

•

ลูเซิร์น

THB 25,028.04

Barabas Luzern

Barabas Luzern
Barabas Luzern
Barabas Luzern
Barabas Luzern

+2

Barabas Luzern

สำหรับสายเที่ยวด้วยตัวเองที่อยากประหยัดงบ Barabas Luzern เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะอยู่ในย่าน Old Town และสามารถเดินไป Chapel Bridge รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวรอบเมืองเก่าได้สะดวก ที่พักมีคาแรกเตอร์ค่อนข้างแตกต่างจากโรงแรมทั่วไป เพราะอาคารเคยมีประวัติการใช้งานในอดีต ก่อนนำมาปรับเป็นที่พัก บรรยากาศจึงมีเอกลักษณ์และเน้นความเรียบง่าย เหมาะกับคนที่ใช้เวลาออกไปเที่ยวข้างนอกเป็นหลัก แล้วอยากได้ที่พักใจกลางเมืองในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าโรงแรมลักชัวรีราคาสูง

เคล็ดลับการเที่ยวสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge)

มาเช้าหน่อยถ้าอยากได้รูปโล่ง ๆ: Chapel Bridge เป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่สุดของ Lucerne ถ้ามาช่วงสายถึงบ่ายคนจะค่อนข้างเยอะ ช่วงเช้าจึงเหมาะกับการถ่ายรูปและเดินดูรายละเอียดบนสะพานมากกว่า
ลองกลับมาดูช่วงเย็นอีกครั้ง: กลางวันเหมาะกับการเก็บรายละเอียดของสะพาน ส่วนช่วงเย็นถึงค่ำจะได้บรรยากาศอีกแบบเมื่อแสงรอบเมืองเริ่มเปิด ถ้ามีเวลาหนึ่งวันเต็มใน Lucerne แนะนำแวะมาสองรอบได้เลย
จัดแลนด์มาร์กใกล้ ๆ ไว้ในวันเดียวกัน: Chapel Bridge, Old Town, Spreuer Bridge และ Lion Monument สามารถจัดเป็นเส้นทางเดินเที่ยวต่อเนื่องกันได้ โดยเส้นทางเดินจะมีระยะประมาณ 4.24 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงโดยไม่รวมเวลาแวะเที่ยวแต่ละจุด
เตรียมรองเท้าที่เดินสบาย: วิธีเที่ยว Lucerne ที่สนุกที่สุดอย่างหนึ่งคือการเดิน เพราะเมืองไม่ใหญ่มากและแลนด์มาร์กหลายแห่งอยู่ใกล้กัน รองเท้าที่เดินสบายจะช่วยให้เที่ยวต่อได้ทั้งวันแบบไม่เหนื่อยเกินไป
เช็กอากาศก่อนออกเที่ยว: แม้สะพานจะมีหลังคา แต่อีกหลายจุดรอบเมืองเป็นพื้นที่กลางแจ้ง และสภาพอากาศในสวิตเซอร์แลนด์เปลี่ยนได้ค่อนข้างเร็ว พกร่มพับหรือเสื้อคลุมบาง ๆ ติดกระเป๋าไว้ก็อุ่นใจกว่า

อ่านต่อบทความท่องเที่ยวอื่นๆ:

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge)

Q: ไปเที่ยวลูเซิร์นต้องทำวีซ่าไหม?

A: ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ล่วงหน้าก่อนเดินทาง โดยสามารถใช้เดินทางเข้าประเทศสวิตเซอร์แลนด์และกลุ่มประเทศเชงเก้นอื่น ๆ ได้ตามระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต

Q: ไปเที่ยวสะพานไม้ชาเปลต้องเสียค่าเข้าชมไหม และเปิดกี่โมง?

A: ตัวสะพานเป็นทางเดินสาธารณะข้ามแม่น้ำ Reuss สามารถเข้าชมได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย และเปิดให้เดินชมหรือถ่ายรูปได้ตลอด 24 ชั่วโมง

Q: เที่ยวสะพานไม้ชาเปลใช้เวลานานแค่ไหน?

A: การเดินข้ามสะพานและถ่ายรูปจุดไฮไลท์ใช้เวลาประมาณ 30–45 นาที แต่หากเดินเชื่อมต่อไปยังย่านเมืองเก่า (Old Town) และจุดท่องเที่ยวรอบข้าง แนะนำให้เผื่อเวลาอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมง

Q: เดินทางจากสนามบินซูริก (Zurich Airport) มาสะพานชาเปลยังไง?

A: นั่งรถไฟขบวนตรง IR 70 จากสถานี Zürich Flughafen ไปลงที่สถานี Luzern ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นเดินเท้าต่อจากหน้าสถานีรถไฟอีกเพียง 5–10 นาทีก็ถึงตัวสะพาน

Q: เที่ยวสะพานไม้ชาเปลช่วงไหนสวยและดีที่สุด?

A: สามารถเที่ยวได้ตลอดปี แต่ช่วงที่แนะนำที่สุดคือ พฤษภาคม–มิถุนายน และ กันยายน–ตุลาคม เนื่องจากอากาศกำลังสบาย ใบไม้และดอกไม้สวยงาม เหมาะกับการเดินเล่นริมน้ำ

Q: มีที่จอดรถใกล้สะพานไม้ชาเปลไหม สำหรับคนเช่ารถขับ?

A: บริเวณรอบสะพานและย่านเมืองเก่าเป็นเขตคนเดิน จึงไม่มีที่จอดรถริมถนนโดยตรง แต่สามารถนำรถไปจอดได้ที่อาคารจอดรถสาธารณะใกล้เคียง เช่น Parkhaus Bahnhof Luzern (ใต้อาคารสถานีรถไฟ) แล้วเดินต่อมายังสะพานประมาณ 5 นาที

จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร