
ลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) ประเทศเล็กๆ กลางยุโรปที่หลายคนอาจยังไม่ค่อยคุ้นชื่อ แต่พอได้ไปแล้วกลับตกหลุมรักแบบไม่รู้ตัว เพราะที่นี่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของเมืองเก่ายุคกลาง ปราสาทโบราณ วิวหุบเขาสวยๆ และสถาปัตยกรรมยุโรปสุดคลาสสิก แถมบรรยากาศยังเงียบสงบ เดินเที่ยวสบาย เหมาะมากสำหรับสายชิล สายถ่ายรูป หรือคนที่อยากลองเที่ยวลักเซมเบิร์กด้วยตัวเองแบบง่ายๆ
ใครกำลังแพลน เที่ยวลักเซมเบิร์ก หรืออยากเพิ่มประเทศเล็กน่ารักเข้าไปในทริปยุโรปตะวันตก บทความนี้ Traveloka รวบรวมมาให้ครบแล้ว ทั้ง 10 พิกัด ที่เที่ยวลักเซมเบิร์กที่ห้ามพลาด วิธีเดินทาง ช่วงเวลาน่าเที่ยว ไปจนถึงที่พักและทริคเตรียมตัวก่อนเดินทางแบบเข้าใจง่าย อ่านจบแล้วพร้อมจัดทริปได้เลย
และถ้าพร้อมออกเดินทาง ก็สามารถจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และวางแผนเที่ยวยุโรป ได้ง่ายๆ ผ่าน Traveloka ครบจบในแอปเดียว สะดวกสุดๆ สำหรับสายเที่ยวครั้งแรกและคนที่ชอบจัดทริปเอง!
ถ้ามาลักเซมเบิร์ก แล้วอยากสัมผัสเสน่ห์ของเมืองแบบเต็มๆ ยังไงก็ต้องเริ่มจาก ย่านเมืองเก่า หรือ Ville Haute เพราะที่นี่คือหัวใจของเมือง และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO ด้วย บรรยากาศโดยรวมคือเหมือนหลุดเข้าไปในยุโรปยุคกลาง ทั้งถนนปูหิน อาคารโบราณสีครีมเรียงราย และจัตุรัสสวยๆ ที่เต็มไปด้วยคาเฟ่ ร้านเบเกอรี และร้านขายของท้องถิ่นน่ารักๆ เดินเล่นเพลินมาก
ไฮไลต์ที่หลายคนชอบคือบริเวณ Place Guillaume II และ Place d’Armes ซึ่งเป็นเหมือนลานกลางเมืองสุดคึกคัก ปัจจุบันบริเวณ Place Guillaume II ยังมีการปรับปรุงภูมิทัศน์และเพิ่มพื้นที่สีเขียว ทำให้บรรยากาศดูโปร่ง เดินเที่ยวสบายขึ้นกว่าเดิมอีก ช่วงกลางวันคนจะออกมานั่งจิบกาแฟ รับแดดอ่อนๆ กันเต็มไปหมด ส่วนช่วงเย็นบรรยากาศจะโรแมนติกขึ้นอีกแบบ ยิ่งถ้าได้เดินเล่นตอนฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี บอกเลยว่าฟีลดีมาก ใครกำลังมองหาจุดถ่ายรูปลักเซมเบิร์ก หรืออยากสัมผัสบรรยากาศเมืองเก่ายุโรปแบบคลาสสิก ที่นี่คือจุดเริ่มต้นที่ดีเลย
อีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองที่สายประวัติศาสตร์ต้องมา คือ ป้อมปราการ Casemates du Bock อุโมงค์หินขนาดใหญ่ที่ถูกเจาะลึกเข้าไปในหน้าผา ตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 17 เดิมทีที่นี่เคยเป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันเมืองที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป จนลักเซมเบิร์กเคยถูกขนานนามว่าเป็น “ยิบรอลตาร์แห่งทิศเหนือ” เลยทีเดียว
ด้านในจะเป็นทางเดินหินโค้งๆ เชื่อมต่อกันหลายชั้น ให้ฟีลเหมือนกำลังเดินสำรวจเมืองลับใต้ดิน บางจุดยังมองเห็นร่องรอยของป้อมปืนและช่องสังเกตการณ์ในอดีตอยู่ด้วย แต่ไฮไลต์จริงๆ คือวิวจากช่องหน้าต่างของป้อม ที่เปิดออกไปเห็นแม่น้ำ Alzette บ้านเรือนยุโรป และหุบเขาด้านล่างแบบพาโนรามา สวยจนหลายคนยกให้เป็นหนึ่งในมุมถ่ายรูปที่ดีที่สุดของเมืองเลย
ใครมีแพลนมาเที่ยว แนะนำให้เช็กวันและเวลาเปิดเข้าชมล่วงหน้านิดนึง เพราะบางช่วงอุโมงค์อาจมีการปิดปรับปรุงเพื่อการอนุรักษ์ หรือจำกัดรอบเข้าชมตามฤดูกาล แต่ถ้าได้เข้าไปเดินจริงๆ บอกเลยว่าคุ้มมาก และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ทำให้เห็นประวัติศาสตร์ของลักเซมเบิร์กได้ชัดที่สุดแห่งหนึ่งเลย
ถ้ามีสถานที่ไหนที่ทำให้คนตกหลุมรัก ลักเซมเบิร์ก ได้ตั้งแต่แรกเห็น ก็คงหนีไม่พ้น Chemin de la Corniche เพราะที่นี่ได้รับฉายาว่าเป็นระเบียงที่สวยที่สุดในยุโรป ซึ่งเป็นคำที่นักเขียนชื่อดังชาวลักเซมเบิร์กอย่าง Batty Weber เคยใช้เรียกเอาไว้ และพอได้มาเห็นกับตาแล้วจะเข้าใจทันทีว่าทำไมถึงถูกเรียกแบบนั้น
ทางเดินเส้นนี้ทอดยาวไปตามแนวกำแพงป้อมปราการเก่า ด้านหนึ่งเป็นอาคารประวัติศาสตร์ ส่วนอีกด้านเปิดออกไปเป็นวิวหุบเขาและแม่น้ำ Alzette แบบสุดลูกหูลูกตา มองลงไปจะเห็นย่าน Grund บ้านยุโรปสีละมุน และสะพานหินโค้งเรียงตัวอยู่ด้านล่าง เป็นวิวที่ทั้งโรแมนติกและคลาสสิกมาก โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือก่อนพระอาทิตย์ตก แสงจะสวยเป็นพิเศษ ถ่ายรูปออกมาคือเหมือนโปสการ์ดเลยจริงๆ
ใครชอบฟีลเดินเล่นชิลๆ รับลมเย็นๆ พร้อมชมวิวเมืองเก่าแบบเต็มตา บอกเลยว่าต้องแวะมาที่นี่สักครั้ง เพราะนี่คือหนึ่งในมุมที่สวยและเป็นเอกลักษณ์ที่สุดของการเที่ยวลักเซมเบิร์กเลยก็ว่าได้
หลังจากเดินเล่นบนเมืองด้านบนแล้ว แนะนำให้ลงมายัง ย่านกรุนด์ (Grund) เลย เพราะที่นี่ถือเป็นหนึ่งในมุมที่มีเสน่ห์ที่สุดของการเที่ยวลักเซมเบิร์ก ตัวหมู่บ้านตั้งอยู่ด้านล่างของหุบเขา ติดริมแม่น้ำ Alzette ให้ฟีลเงียบสงบและโรแมนติกมาก เหมือนเมืองเล็กๆ ในเทพนิยาย
เสน่ห์ของที่นี่คือบ้านเรือนยุโรปเก่าๆ ที่ตั้งเรียงอยู่ริมแม่น้ำ สะพานหินโบราณ และวิวสะท้อนน้ำที่สวยมาก โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือหลังฝนตก บรรยากาศจะดีเป็นพิเศษ หลายคนชอบมานั่งคาเฟ่ริมแม่น้ำ เดินเล่นถ่ายรูป หรือแค่มานั่งดูวิวเฉยๆ ก็รู้สึกผ่อนคลายแล้ว
อีกอย่างที่เป็นจุดเด่นของย่านนี้คือสามารถลงมาได้ทั้งทางเดินลาดจากเมืองเก่า หรือจะนั่งลิฟต์แก้ว Grund Lift ลงมาก็ได้ ซึ่งลิฟต์นี้เปิดให้ใช้งานฟรีด้วย ถือว่าสะดวกมากสำหรับสายเดินเที่ยว เพราะระหว่างทางจะได้เห็นวิวเมืองจากมุมสูงแบบเต็มๆ ไปอีกฟีลหนึ่งด้วย
กลางเมืองลักเซมเบิร์กมีมหาวิหารเก่าแก่ที่สวยและทรงพลังมากแห่งหนึ่งซ่อนอยู่ นั่นก็คือ Notre-Dame Cathedral มหาวิหารนิกายโรมันคาทอลิกเพียงแห่งเดียวของประเทศ สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 17 และโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Late Gothic ที่ผสมผสานกับกลิ่นอาย Renaissance ได้อย่างลงตัว ดูทั้งขลังและสง่างามในเวลาเดียวกัน
แค่เดินเข้าไปด้านในก็สัมผัสได้ถึงความเงียบสงบและอลังการของตัวอาคาร ทั้งเสาโค้งสูง กระจกสี Stained Glass ลวดลายละเอียด และแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาอย่างพอดี ทำให้บรรยากาศด้านในดูอบอุ่นแต่ยังคงความศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ครบถ้วน หลายคนถึงกับยกให้เป็นหนึ่งในโบสถ์ที่สวยที่สุดของประเทศเลย
นอกจากนี้ ภายในส่วนใต้ดินหรือ Crypt ยังเป็นสถานที่ฝังพระศพของสมาชิกราชวงศ์ลักเซมเบิร์กอีกด้วย ทำให้ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ทางศาสนา แต่ยังมีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์และราชวงศ์ของประเทศอีกด้วย ใครชอบสถาปัตยกรรมยุโรปหรืออยากสัมผัสบรรยากาศสงบๆ แบบยุโรปเก่า บอกเลยว่าควรแวะมาสักครั้ง
กลางย่านเมืองเก่าของลักเซมเบิร์ก จะมีอาคารสวยสง่าแห่งหนึ่งที่หลายคนต้องหยุดถ่ายรูป นั่นก็คือ พระราชวัง Grand Ducal Palace ที่ประทับอย่างเป็นทางการของแกรนด์ดยุกแห่งลักเซมเบิร์ก ตัวอาคารโดดเด่นมากด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ฟลามิชเรเนสซองส์ ผสมความหรูหราแบบยุโรปคลาสสิก รายละเอียดของหน้าต่าง ระเบียง และลวดลายบนตัวอาคารคือสวยมาก ยิ่งช่วงกลางคืนที่เปิดไฟจะยิ่งดูอลังการเข้าไปอีก
แม้ปกติภายในจะไม่ได้เปิดให้เข้าชมตลอดปี แต่ในช่วงฤดูร้อนจะมีรอบทัวร์พิเศษให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมด้านในได้ ซึ่งหลายคนบอกว่าสวยและคลาสสิกมาก ทั้งห้องรับรอง บันไดหินอ่อน และของตกแต่งเก่าแก่ที่ยังคงรักษาไว้อย่างดี ส่วนอีกหนึ่งไฮไลต์ที่นักท่องเที่ยวชอบคือบริเวณด้านหน้าพระราชวัง ที่มักจะมีทหารยามเดินเปลี่ยนเวรให้เห็นเป็นระยะๆ กลายเป็นอีกหนึ่งมุมถ่ายรูปยอดฮิตของเมืองไปเลย
ถ้าพูดถึงสัญลักษณ์สำคัญของเมือง ยังไงก็ต้องมีชื่อของ สะพานอด็อลฟ์ หรือ Adolphe Bridge เพราะนี่คือสะพานหินโค้งขนาดใหญ่ที่กลายเป็นแลนด์มาร์กคู่เมืองมานานกว่าร้อยปี สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เพื่อเชื่อมระหว่างย่านเมืองเก่ากับพื้นที่ใหม่ของเมือง ซึ่งในยุคนั้นถือเป็นหนึ่งในสะพานหินโค้งที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยด้วย
ความสวยของสะพานนี้อยู่ที่วิวโดยรอบ เพราะตัวสะพานทอดข้ามผ่านหุบเขา Pétrusse Valley ที่เต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวและสวนสาธารณะด้านล่าง ทำให้บรรยากาศดูสดชื่นมาก ยิ่งถ้ามาช่วงฤดูใบไม้ร่วงหรือฤดูใบไม้ผลิจะสวยเป็นพิเศษ อีกอย่างที่หลายคนอาจไม่รู้คือใต้สะพานยังมีทางเดินและทางจักรยานซ่อนอยู่ ซึ่งสามารถเดินลงไปชมวิวจากมุมล่างได้ด้วย ให้ฟีลต่างจากการมองจากด้านบนไปอีกแบบ เป็นอีกหนึ่งจุดที่เหมาะกับการมาเดินเล่นรับลม ถ่ายรูป และชมวิวเมืองแบบชิลๆ มาก
Credit: FB MUDAM Luxembourg
สำหรับสายอาร์ตหรือคนที่ชอบงานดีไซน์ร่วมสมัย บอกเลยว่าต้องแวะ Mudam ให้ได้ เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่พิพิธภัณฑ์ธรรมดา แต่เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กด้านศิลปะและสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นที่สุดของลักเซมเบิร์กเลย ตัวอาคารออกแบบโดย I.M. Pei สถาปนิกระดับโลกคนเดียวกับที่ออกแบบพีระมิดแก้วหน้าพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ในปารีส ทำให้ตัวอาคารดูโมเดิร์นแต่ยังกลมกลืนกับซากป้อมปราการเก่า Fort Thüngen ที่ตั้งอยู่ข้างๆ ได้อย่างลงตัว
ด้านในจัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยจากศิลปินชื่อดังทั่วโลก ทั้งงานอินสตอลเลชัน ภาพถ่าย ประติมากรรม และงานมัลติมีเดียต่างๆ บรรยากาศค่อนข้างโปร่ง เดินง่าย ต่อให้ไม่ใช่สายอาร์ตจ๋าก็ยังเดินเพลิน เพราะแค่ตัวอาคารและมุมกระจกต่างๆ ก็ถ่ายรูปสวยมากแล้ว ใครอยากเปลี่ยนฟีลจากเมืองเก่าคลาสสิก มาดูมุมโมเดิร์นของลักเซมเบิร์กบ้าง ที่นี่คือคำตอบเลย
ถ้ามีสถานที่ไหนที่ให้ฟีลเมืองเทพนิยาย มากที่สุดในลักเซมเบิร์ก ก็คงต้องยกให้ ปราสาทเวียนเดน (Vianden Castle) เพราะนี่คือหนึ่งในปราสาทสไตล์ฟิวดัลที่ใหญ่และสวยที่สุดในยุโรปตะวันตก ตัวปราสาทตั้งอยู่บนเนินเขาสูงเหนือเมืองเล็กๆ ชื่อ Vianden ทางตอนเหนือของประเทศ มองจากไกลๆ คือสวยเหมือนฉากในหนังแฟนตาซีเลยจริงๆ
ประวัติของปราสาทแห่งนี้ย้อนกลับไปได้ตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 11–14 ก่อนจะได้รับการบูรณะครั้งใหญ่จนกลับมาสวยงามเหมือนในปัจจุบัน ภายในยังเปิดให้เดินชมทั้งห้องโถง อาวุธยุคกลาง และวิวจากระเบียงด้านบนที่มองเห็นเมืองและป่าโดยรอบแบบเต็มตา อีกหนึ่งไฮไลต์ที่หลายคนชอบคือการนั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปชมวิวจากมุมสูง ซึ่งจะเห็นทั้งปราสาท เมือง และธรรมชาติรอบๆ แบบพาโนรามา บอกเลยว่าสวยมาก โดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสีคือเหมือนหลุดเข้าไปในยุโรปยุคกลางจริงๆ
นอกจากเมืองเก่าและปราสาทสวยๆ แล้ว ลักเซมเบิร์กยังมีธรรมชาติที่สวยเกินคาดด้วย โดยเฉพาะย่าน Mullerthal Region ที่หลายคนเรียกว่า “สวิตเซอร์แลนด์น้อย” เพราะเต็มไปด้วยป่ามอสเขียวชอุ่ม หน้าผาหินรูปร่างแปลกตา ลำธารใสๆ และเส้นทางเดินป่าที่บรรยากาศดีมาก
ไฮไลต์ที่คนมาเยือนต้องแวะคือ Schiessentümpel น้ำตกเล็กๆ 3 สายที่ไหลผ่านสะพานหินโบราณกลางป่า ภาพตรงนี้คือเหมือนฉากในเทพนิยายสุดๆ ยิ่งช่วงเช้าหลังฝนตกหรือช่วงใบไม้เปลี่ยนสี บรรยากาศจะยิ่งโรแมนติกและสดชื่นมาก หลายคนชอบมาที่นี่เพื่อเดินป่าเบาๆ ถ่ายรูปธรรมชาติ หรือมานั่งพักผ่อนสูดอากาศเงียบๆ เพราะธรรมชาติของที่นี่ยังค่อนข้างสมบูรณ์และสงบมาก
ใครที่ชอบธรรมชาติยุโรป หรืออยากเพิ่มวันชิลๆ นอกเมืองเข้าไปในทริป บอกเลยว่าที่นี่เป็นอีกมุมของลักเซมเบิร์กที่น่าประทับใจไม่แพ้เมืองเก่าเลยจริงๆ
ถ้าใครกำลังหาโรงแรมทำเลดี ราคาไม่แรง และเหมาะกับสายเที่ยวเมืองแบบเน้นเดินทางง่าย ibis Styles Luxembourg Centre Gare ถือว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มมาก เพราะตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟ Luxembourg Gare เดินทางเข้าเมืองเก่า สนามบิน หรือไปประเทศข้างๆ อย่างฝรั่งเศสและเบลเยียมได้สะดวกสุดๆ ตัวโรงแรมตกแต่งสไตล์โมเดิร์นเรียบง่าย สีสันสดใสตามสไตล์ ibis Styles ห้องพักขนาดกำลังดี นอนสบาย เหมาะกับทั้งสาย solo traveler และคนที่กำลังวางแพลนเที่ยวลักเซมเบิร์กด้วยตัวเอง อีกอย่างที่หลายคนชอบคือรอบๆ โรงแรมมีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และซูเปอร์มาร์เก็ต ทำให้ใช้ชีวิตง่ายมาก ใครอยากได้ที่พักที่สะดวกและคุมงบได้ดี ที่นี่ตอบโจทย์เลย
ถ้าอยากยกระดับทริปเที่ยวลักเซมเบิร์กให้พรีเมียมขึ้นอีกนิด Sofitel Luxembourg Le Grand Ducal คือหนึ่งในโรงแรมที่วิวดีที่สุดของเมืองเลย ตัวโรงแรมตั้งอยู่ใกล้ย่านเมืองเก่าและหุบเขา Alzette ทำให้หลายห้องสามารถมองเห็นวิวเมืองแบบพาโนรามา โดยเฉพาะตอนกลางคืนที่ไฟเมืองเปิดพร้อมกัน บรรยากาศคือโรแมนติกมาก จุดเด่นอีกอย่างคือดีไซน์ของโรงแรมที่ดูหรู โมเดิร์น และมีความ contemporary แบบยุโรป ห้องพักกว้าง นอนสบาย พร้อมกระจกบานใหญ่ที่เปิดรับวิวเมืองเต็มๆ นอกจากนี้ rooftop bar ของโรงแรมยังเป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินยอดฮิต เพราะสามารถนั่งจิบเครื่องดื่มพร้อมชมวิวเมืองเก่าจากมุมสูงได้แบบสวยมาก เหมาะกับทั้งสายพักผ่อน คู่รัก หรือคนที่อยากให้ทริปยุโรปครั้งนี้พิเศษขึ้นอีกหน่อย
สำหรับใครที่มีไฟลต์เช้า เดินทางต่อไปประเทศอื่น หรืออยากได้ที่พักเงียบๆ นอนสบาย Mandarina Luxembourg Airport Hotel ถือว่าเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะอยู่ใกล้สนามบิน Luxembourg Airport เดินทางสะดวกสุดๆ ตัวโรงแรมจะมาในสไตล์เรียบง่าย ทันสมัย ห้องพักสะอาดและฟังก์ชันครบ เหมาะกับสายเที่ยวที่อยากได้ที่พักราคาสบายไม่แรงแต่ยังได้มาตรฐานดี จุดเด่นอีกอย่างคือบริเวณรอบๆ ค่อนข้างเงียบ ทำให้พักผ่อนได้เต็มที่หลังเดินเที่ยวมาทั้งวัน และแม้ตัวโรงแรมจะอยู่โซนชานเมืองใกล้สนามบิน แต่ข้อดีของลักเซมเบิร์ก คือระบบขนส่งสาธารณะทั้งประเทศเปิดให้ใช้งานฟรี ไม่ว่าจะเป็นรถบัส รถราง หรือรถไฟ นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถบัสสายตรงจากบริเวณสนามบินหรือใกล้โรงแรม เข้าไปยังย่านเมืองเก่าและใจกลางเมืองได้ฟรี ใช้เวลาประมาณ 15–20 นาทีเท่านั้น ทำให้ที่นี่กลายเป็นอีกหนึ่งโรงแรมลักเซมเบิร์กที่คุ้มค่ามากสำหรับสายประหยัด หรือคนที่อยากเอางบไปเน้นกินเที่ยวแทน
ก่อนออกเดินทางไปลักเซมเบิร์ก ลองเช็กทริคเล็กๆ เหล่านี้ไว้ก่อน จะช่วยให้เที่ยวได้ง่ายขึ้น ประหยัดขึ้น และสนุกกับทริปมากกว่าเดิม โดยเฉพาะใครที่กำลังวางแพลนเที่ยวลักเซมเบิร์กด้วยตัวเอง
อ่านต่อ:














