
ถ้าโรมคือเมืองหลวงโบราณสุดเป๊ะปัง เนเปิลส์ก็เหมือนเมืองฝาแฝดที่ขลังพอกัน! Naples หรือ Napoli ในภาษาอิตาลี เป็นเมืองใหญ่อันดับสามของประเทศ ตั้งอยู่ริมอ่าวที่มีภูเขาไฟวิสุเวียสเป็นฉากหลัง ตรอกแคบในเมืองเก่ามีราวตากผ้าพาดข้ามหัว สกู๊ตเตอร์วิ่งสวนคนเดิน และร้านพิซซ่าที่เปิดมาเป็นร้อยปีแทรกอยู่แทบทุกหัวมุม ใครเคยได้ยินว่าเมืองนี้วุ่นวายก็ไม่ผิด แต่ความวุ่นวายนี่แหละที่ทำให้เนเปิลส์มีชีวิตแบบที่เมืองท่องเที่ยวอื่นในอิตาลีเริ่มหาไม่ค่อยได้แล้ว
แถมใต้เมืองที่คึกคักก็ยังมีอีกโลกหนึ่งอยู่ข้างล่างด้วยนะ มีทั้งอุโมงค์สมัยกรีก ระบบเก็บน้ำของโรมัน และหลุมหลบภัยในสงคราม ส่วนบนดินก็มีโบสถ์ ปราสาท และพิพิธภัณฑ์ที่เก็บสมบัติจากปอมเปอีไว้มากที่สุดในโลก ศูนย์กลางประวัติศาสตร์เนเปิลส์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี 1995 บทความนี้รวบรวม 12 ที่เที่ยว Naples ที่คัดมาแล้วว่าไม่ควรพลาด พร้อมข้อมูลการเดินทาง ช่วงเวลาน่าเที่ยว และที่พักเนเปิลส์ทำเลดี สำหรับคนที่กำลังวางแผนเที่ยวเนเปิลส์ครั้งแรก!
ถนนเส้นยาวที่ผ่ากลางเมืองเก่าชื่อ Spaccanapoli ที่แปลตรง ๆ ว่า "ผ่าเนเปิลส์" เพราะถ้ามองจากเนินด้านบนจะเห็นถนนเส้นนี้แบ่งเมืองออกเป็นสองซีกชัดเจน แนวถนนสืบทอดมาจากผังเมืองกรีกโบราณเมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน และเป็นแกนหลักของศูนย์กลางประวัติศาสตร์เนเปิลส์ที่เป็นมรดกโลก สองข้างทางมีทั้งโบสถ์เก่า ร้านขนม Sfogliatella ร้านของที่ระลึก และอาคารที่คนยังอาศัยอยู่จริง วิวราวตากผ้าตามตึกแบบที่เห็นในภาพถ่ายบ่อย ๆ ก็อยู่แถวนี้ จากที่ไปมา แนะนำให้เดินช่วงเช้าก่อน 10 โมง ร้านเพิ่งเปิดและคนยังไม่แน่นเท่าช่วงบ่าย
เวลาเปิด-ปิด : เดินเที่ยวได้ตลอด 24 ชั่วโมง (ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดประมาณ 09:30–20:00 น.)
Credit: museoarcheologiconapoli.it
ใครวางแผนไปปอมเปอี ควรแวะที่นี่ด้วย เพราะของสำคัญที่ขุดพบจากปอมเปอีและแฮร์คิวเลเนียมถูกย้ายมาเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์โบราณคดีแห่งชาติเนเปิลส์เกือบทั้งหมด ทั้งโมเสก Alexander Mosaic ภาพเฟรสโกที่ลอกมาจากผนังบ้านโรมัน และประติมากรรมชุด Farnese ขนาดใหญ่อย่าง Farnese Bull ที่แกะจากหินอ่อนก้อนเดียว อีกห้องที่คนพูดถึงกันเยอะก็คือ Gabinetto Segreto ที่เก็บงานศิลปะเชิงอีโรติกยุคโรมันเอาไว้ เรียกว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ใหญ่มากเลยล่ะ ควรเผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวันจะได้ไม่ต้องรีบดู ให้เริ่มเดินจากชั้นโมเสกก่อน แล้วค่อยลงมาห้อง Farnese เพราะเป็นสองโซนหลักที่คนตั้งใจมาดูกันจ้า
เวลาเปิด-ปิด : 09:00–19:30 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 18:30 น.) ปิดทุกวันอังคาร
Credit: naplestickets.org
โบสถ์เล็ก ๆ แต่ข้างในอลังการได้อีก หลายคนยกให้เป็นเหตุผลหลักของการมาเที่ยวเนเปิลส์เลยล่ะ! ไฮไลต์คือ Cristo Velato หรือรูปปั้นพระเยซูคลุมผ้า ผลงานของ Giuseppe Sanmartino ปี 1753 ที่แกะจากหินอ่อนทั้งชิ้น แต่ผ้าที่คลุมดูบางจนมองเห็นใบหน้าและรอยแผลด้านใต้ได้ ยิ่งยืนดูใกล้ ๆ ยิ่งอึ้งว่าช่างแกะสลักทำออกมาได้ไง!? ส่วนห้องใต้ดินมีโครงสร้างกายวิภาคของมนุษย์สองร่างที่ยังเป็นปริศนามาหลายร้อยปีว่าเป็นใครกันแน่ ห้ามถ่ายรูปข้างใน และต้องจองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าเป็นรอบเวลา ไม่มีขายหน้างาน ช่วงหน้าร้อนควรจองก่อนอย่างน้อย 1–2 วีค ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 12 ยูโร
เวลาเปิด-ปิด : 09:00–19:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 18:30 น.) ปิดทุกวันอังคาร
Credit: napolisotterranea.org
อีกโลกหนึ่งที่อยู่ลึกลงไปใต้เมืองประมาณ 40 เมตร ทัวร์ Napoli Sotterranea จะพาเดินผ่านอุโมงค์หินที่ชาวกรีกขุดเพื่อนำหินมาสร้างเมือง ต่อมาชาวโรมันใช้เป็นระบบเก็บน้ำ และช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาวเมืองลงมาหลบระเบิดกันที่นี่ บางช่วงต้องเดินตะแคงตัวผ่านช่องแคบ ๆ โดยต้องคอยถือเทียนนำทาง ใครไม่กลัวที่แคบบอกไกด์ได้ว่าขอรอด้านนอก ไม่ต้องฝืนจ้า นอกจากนี้ทัวร์ยังพาไปดูซากโรงละครโรมันที่ซ่อนอยู่ใต้ดินด้วยนะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าใต้ดินจะค่อนข้างเย็นเกือบทั้งปี ให้พกเสื้อไปเผื่ออีกซักเลเยอร์จ้า
เวลาเปิด-ปิด : 10:00–18:00 น. ทุกวัน (เข้าชมพร้อมไกด์ตามรอบ)
มหาวิหารประจำเมืองที่ชาวเนเปิลส์ผูกพันมากที่สุด เพราะเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุของ San Gennaro นักบุญผู้คุ้มครองเมือง ด้านในมีโบสถ์น้อย Cappella del Tesoro di San Gennaro ที่ตกแต่งด้วยทองและภาพเขียนบาโรกเต็มเพดาน ทุกปีจะมีพิธีที่คนทั้งเมืองเฝ้ารอดูว่าโลหิตของนักบุญในหลอดแก้วจะกลายเป็นของเหลวไหม!? ซึ่งถือเป็นลางดีของเมือง วันที่สำคัญที่สุดคือ 19 กันยายน ถ้าไปตรงกับช่วงนั้นจะเจอบรรยากาศที่คนแน่นถนน ส่วนโบสถ์ Santa Restituta ด้านข้างเป็นส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของมหาวิหาร อย่าลืมเดินแวะเข้าไปดูด้วยนะ
เวลาเปิด-ปิด : ประมาณ 08:30–13:30 น. และ 14:30–19:30 น. (วันอาทิตย์และวันสำคัญทางศาสนาเวลาอาจเปลี่ยน)
Credit: Monumentale di Santa Chiara
ด้านนอกโบสถ์ดูเรียบ ๆ แต่สิ่งที่ทำให้ที่นี่อยู่ในลิสต์คือระเบียงคด (Cloister) ด้านหลัง เสาแปดเหลี่ยมและม้านั่งยาวทั้งหมดปูด้วยกระเบื้องเคลือบ Majolica ลายเถาองุ่น ผลไม้ และภาพชีวิตชาวบ้านในศตวรรษที่ 18 สีเหลือง เขียว ฟ้า ตัดกับต้นส้มในสวนกลาง เป็นมุมที่สงบที่สุดในย่านเมืองเก่า ตัวโบสถ์โดนระเบิดเสียหายหนักในสงครามโลกครั้งที่ 2 และบูรณะขึ้นใหม่ ส่วนพิพิธภัณฑ์ด้านในยังมีซากโรงอาบน้ำโรมันให้ดูด้วย ส่วนตัวชอบมาช่วงบ่ายแก่ ๆ แสงจะสวยกว่าตอนเที่ยง ถ่ายกระเบื้องออกมาได้สีสวยสุด ๆ
เวลาเปิด-ปิด :
ถนนเล็กที่ทั้งเส้นขายตุ๊กตาฉากประสูติของพระเยซู (Presepe) งานฝีมือที่ช่างเนเปิลส์ทำต่อกันมาหลายรุ่น นอกจากพระเยซู พระแม่มารีย์ และโหราจารย์ ยังมีตุ๊กตาคนขายปลา คนอบขนมปัง ไปจนถึงหุ่นนักการเมือง นักฟุตบอล และคนดังที่เป็นข่าวในปีนั้น ซึ่งก็เป็นเสน่ห์ที่ทำให้คนแวะมาดูถึงจะไม่ได้ซื้ออะไรกลับไป ช่วงพฤศจิกายนถึงธันวาคมถนนจะแน่นมาก ๆ เพราะเป็นช่วงซื้อของแต่งบ้านต้อนรับคริสต์มาส ถ้าอยากได้ของฝากชิ้นเล็ก ๆ ลองมาหาเครื่องราง Cornicello รูปเขาสีแดงที่คนเนเปิลส์เชื่อว่าช่วยป้องกันโชคร้าย ราคาไม่แพงและแบกกลับไทยง่ายด้วย
เวลาเปิด-ปิด : เดินได้ตลอดวัน ร้านส่วนใหญ่เปิดประมาณ 09:30–19:30 น.
Piazza del Plebiscito คือจัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ฝั่งหนึ่งเป็นโบสถ์ San Francesco di Paola ที่มีแนวเสาโค้งล้อมเป็นครึ่งวงกลม อีกฝั่งเป็นพระราชวังหลวงที่ราชวงศ์บูร์บงเคยใช้ ด้านในเปิดให้ชมห้องท้องพระโรง โรงละครส่วนพระองค์ บันไดหินอ่อนขนาดใหญ่ และพิพิธภัณฑ์ที่อุทิศให้นักร้องเทเนอร์ Enrico Caruso ตัวลานจัตุรัสเดินชมฟรี ตกเย็นมักมีเด็กๆ มาเตะบอลกัน และขอเตือนนิดนึงว่าพระราชวังนี้ปิดวันพุธ ไม่ใช่วันอังคารเหมือนพิพิธภัณฑ์หลายแห่งในเมือง วางแผนสลับวันให้ดีจะได้ไม่พลาดจ้า
เวลาเปิด-ปิด :
อาคารทางเดินช้อปปิ้งที่สร้างช่วงปลายศตวรรษที่ 19 หลังคาเป็นโดมกระจกบนโครงเหล็กสูงโปร่ง พื้นปูหินอ่อนเป็นลายจักรราศีตรงกลาง ตั้งอยู่ตรงข้ามโรงละคร Teatro di San Carlo โรงอุปรากรที่เปิดใช้งานต่อเนื่องยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป ข้างในมีร้านค้าและคาเฟ่ คนท้องถิ่นใช้เป็นทางลัดระหว่าง Via Toledo กับย่านพระราชวัง เลยแวะได้โดยไม่ต้องเผื่อเวลามาก เดินต่อจาก Piazza del Plebiscito ได้ในไม่กี่นาที ส่วนตัวชอบช่วงหัวค่ำ ๆ ที่ไฟในอาคารเปิดแล้วแต่ฟ้ายังไม่มืดสนิท โดมกระจกจะสะท้อนไฟ มีความโรแมนติกและดูสวยกว่าช่วงกลางวัน
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ร้านค้าเปิดตามเวลาของแต่ละร้าน)
ปราสาทหินสีเทาเข้มที่มีหอคอยทรงกลมห้าหอ ตั้งอยู่ใกล้ท่าเรือ สร้างครั้งแรกในสมัยราชวงศ์อ็องฌูช่วงศตวรรษที่ 13 จุดเด่นคือซุ้มประตูหินอ่อนสีขาวแบบเรอเนซองส์ที่แทรกอยู่ระหว่างหอคอยสองหอ สร้างขึ้นเพื่อฉลองการเข้าเมืองของกษัตริย์อัลฟองโซแห่งอารากอน ด้านในเป็นพิพิธภัณฑ์ประจำเมือง มีห้อง Sala dei Baroni ที่เพดานโค้งสูงมาก และโบสถ์น้อย Cappella Palatina บางห้องมีพื้นกระจกให้มองลงไปเห็นซากโบราณด้านล่าง ปราสาทอยู่ห่างท่าเรือ Molo Beverello แบบเดินแค่ไม่กี่นาที ใครจะนั่งเรือไปคาปรีหรือซอร์เรนโตช่วงบ่ายก็แวะที่นี่ตอนเช้าได้
เวลาเปิด-ปิด : จันทร์–เสาร์ 08:30–18:30 น. ปิดวันอาทิตย์
ทางเดินริมทะเลที่เดินได้ยาว ๆ จาก Via Partenope ไปถึง Via Caracciolo ช่วงนี้ปิดไม่ให้รถยนต์วิ่ง ก็เลยเดินได้สบาย ๆ ด้านหน้าคืออ่าวเนเปิลส์และภูเขาไฟวิสุเวียส ปลายทางฝั่งหนึ่งคือ Castel dell'Ovo ปราสาทที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ตั้งอยู่บนเกาะเล็ก Megaride ที่มีสะพานเชื่อมกับฝั่ง ตำนานเล่าว่ากวีเวอร์จิลซ่อนไข่วิเศษไว้ใต้ปราสาท ถ้าไข่แตกเมืองจะเจอหายนะ ช่วงหลังตัวปราสาทปิดปรับปรุงต่อเนื่อง ควรเช็กอีกทีก่อนไปด้วยนะจ๊ะ แต่ถึงเข้าไม่ได้ก็ยังเดินเล่นที่ Borgo Marinaro ท่าเรือเล็ก ๆ แล้วเช็กอินหน้าปราสาทได้ ช่วงพระอาทิตย์ตกคือเวลาที่ดีที่สุดจ้า
เวลาเปิด-ปิด : ทางเดินริมทะเลเปิดตลอด 24 ชั่วโมง
Credit: italia.it
ปราสาทผังรูปดาวหกแฉกบนยอดเนิน Vomero และเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดของเมือง จากกำแพงด้านบนจะเห็นหลังคาเมืองเก่า แนว Spaccanapoli ที่ตัดผ่านกลางเมือง อ่าวเนเปิลส์ และภูเขาไฟวิสุเวียสได้ในมุมเดียว วันที่ฟ้าใสมองเห็นถึงเกาะคาปรี ทางขึ้นที่สะดวกที่สุดคือรถรางไต่เขา (Funicolare) จาก Via Toledo หรือ Chiaia แล้วเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที ข้างกันคือ Certosa di San Martino อารามเก่าที่ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ ถ้ามีเวลาเหลือ ๆ ก็เดินต่อได้เลย
เวลาเปิด-ปิด : 08:30–18:30 น. ทุกวัน (ห้องขายตั๋วปิด 17:30 น.)
เนเปิลส์ หรือ Napoli ในภาษาอิตาลี เป็นเมืองหลักของแคว้นคัมปาเนีย (Campania) ทางตอนใต้ของประเทศ ห่างจากกรุงโรมลงมาประมาณ 225 กิโลเมตร ตัวเมืองตั้งอยู่ริมอ่าวเนเปิลส์ที่เปิดออกสู่ทะเลทีร์เรเนียน ฝั่งตะวันออกคือภูเขาไฟวิสุเวียส ทางใต้คือคาบสมุทรซอร์เรนโต และกลางทะเลมีเกาะคาปรีกับอิสเกีย ด้วยความปังของพิกัด เนเปิลส์ อิตาลี จึงเป็นฐานที่ดีที่สุดสำหรับคนที่อยากเที่ยวอิตาลีตอนใต้ เพราะนั่งรถไฟไปปอมเปอีได้ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง และต่อเรือไปคาปรีหรือชายฝั่งอามาลฟีได้จากท่าเรือกลางเมือง ย่านที่นักท่องเที่ยวใช้เวลามากที่สุดคือเมืองเก่า (Centro Storico) ย่าน Via Toledo และริมทะเลแถว Santa Lucia ซึ่งทั้งหมดเดินถึงกันได้
อย่างแรกเลยก็คืออาหาร! เนเปิลส์เป็นต้นกำเนิดของพิซซ่า และศิลปะการทำพิซซ่าเนเปิลส์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของ UNESCO เมื่อปี 2017 พิซซ่ามาร์เกอริต้าแท้ ๆ ที่นี่แป้งนุ่ม ขอบพองมีกลิ่นไหม้นิด ๆ และราคาถูกกว่าที่เที่ยวอิตาลีทางเหนือแบบเยอะมากกก ส่วนการยืนดื่มกาแฟเอสเปรสโซที่ที่บาร์ก็เป็นวัฒนธรรมน่ารัก ๆ ที่ควรลองสักครั้งเช่นกัน!
ข้อที่สองคือที่เที่ยวเนเปิลส์ไม่ได้มีแค่สิ่งก่อสร้างบนดินอย่างเดียว แต่ยังมีเมืองกรีกโบราณ ระบบน้ำโรมัน และหลุมหลบภัยซ้อนอยู่ใต้ดินอย่างกับโลกอีกใบ แถมยังทำเลดี เป็นจุดตั้งต้นของทริปอิตาลีทางใต้ ไปปอมเปอี ภูเขาไฟวิสุเวียส คาปรี ซอร์เรนโต หรือชายฝั่งอามาลฟีได้แบบไปเช้าเย็นกลับ ส่วนตัวคิดว่าการพักที่เนเปิลส์แล้วออก Day trip คุ้มกว่าการไปพักชายฝั่งที่ราคาที่พักสูงกว่ามาก ๆ ยกเว้นว่าอยากได้บรรยากาศริมทะเลจริง ๆ
ข้อสุดท้ายคือผู้คน ชาวเนเปิลส์รักฟุตบอลและรัก Diego Maradona แบบสุดใจ ภาพจิตรกรรมฝาผนังของเขาในย่าน Quartieri Spagnoli กลายเป็นจุดที่คนแวะไปดูไม่ขาด และให้ภาพเมืองที่จริงใจ ไม่ได้จัดฉากไว้ให้นักท่องเที่ยว
เหมาะกับ : คู่รัก / ทริปฮันนีมูน / คนที่อยากได้วิวทะเล
Grand Hotel Vesuvio เป็นโรงแรมห้าดาวริมทะเลที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1882 ตั้งอยู่ในย่าน Santa Lucia ตรงข้าม Castel dell'Ovo พอดี ห้องพักบางห้องมีระเบียงมองเห็นอ่าวเนเปิลส์ ภูเขาไฟวิสุเวียส และเกาะคาปรี ไฮไลต์คือร้านอาหาร Caruso บนชั้น 9 และบาร์ดาดฟ้าชั้น 10 ที่เปิดช่วงเมษายนถึงตุลาคม นอกจากนี้ยังมีสระว่ายน้ำในร่มและสปา จาก Piazza del Plebiscito เดินมาไม่ถึง 1 กิโลเมตร ถ้ากำลังมองหาที่พักเนเปิลส์สำหรับโอกาสพิเศษ ที่นี่คือตัวเลือกที่คุ้มกับการจ่ายเพิ่ม
เหมาะกับ : สายเที่ยวเมืองเก่า / คนมาเนเปิลส์ครั้งแรก / สายคอนเทนต์
Decumani Hotel de Charme ตั้งอยู่ในวัง Palazzo Riario Sforza อาคารศตวรรษที่ 18 ที่เคยเป็นที่พำนักของอาร์ชบิชอปแห่งเนเปิลส์ ห้องพักตกแต่งแบบคลาสสิก บางส่วนยังเก็บเพดานและเฟอร์นิเจอร์สไตล์เก่าไว้ ทำเลคือจุดแข็งที่สุด เดินไป Spaccanapoli ประมาณ 3 นาที และอยู่ใกล้ Santa Chiara, Cappella Sansevero และ Via San Gregorio Armeno จนแทบไม่ต้องใช้รถ เป็นโรงแรมใน Naples ที่เหมาะกับคนอยากตื่นมาแล้วเดินเที่ยวเมืองเก่าได้ทันที ข้อควรรู้คือถนนรอบโรงแรมแคบ แท็กซี่บางคันอาจจอดได้แค่ปากซอย
เหมาะกับ : คนเดินทางด้วยรถไฟ / ครอบครัว / กลุ่มเพื่อน
Starhotels Terminus โรงแรมสี่ดาวบน Piazza Garibaldi ห่างสถานี Napoli Centrale และสถานีรถไฟใต้ดิน Garibaldi เพียงไม่กี่ก้าว เหมาะมากสำหรับคนที่นั่งรถไฟความเร็วสูงจากโรม หรือวางแผนนั่งรถไฟออกไปปอมเปอีและซอร์เรนโต มีห้องพักทั้งหมด 169 ห้อง รวมถึงห้องแบบครอบครัว ไฮไลต์คือเลานจ์บาร์บนระเบียงชั้น 7 ที่มองเห็นอ่าวเนเปิลส์ นั่งรถไฟใต้ดินแค่สถานีเดียวก็ถึงย่านเมืองเก่า ข้อสังเกตคือบริเวณรอบสถานีค่อนข้างพลุกพล่าน ช่วงกลางคืนควรระวังของมีค่ามากกว่าปกติ
อาจจะต้องระวังตัวและเก็บของมีค่าให้ดี ๆ เวลาเที่ยวในที่ที่คนพลุกพล่าน เพราะในเนเปิลส์ก็มีโจรล้วงกระเป๋าและฉกโทรศัพท์ซ่อนตัวอยู่กับนักท่องเที่ยวเหมือนที่ท่องเที่ยวดัง ๆ อื่น ๆ ในอิตาลี โดยเฉพาะรอบสถานี Napoli Centrale และบนรถไฟ Circumvesuviana
ถ้าเที่ยวเฉพาะในตัวเมือง 2–3 วันกำลังดี แต่ถ้าจะรวมปอมเปอี ภูเขาไฟวิสุเวียส หรือคาปรีด้วย แนะนำ 1 อาทิตย์ไปเลยจ้า
ไม่ไกล นั่งรถไฟ Circumvesuviana จากสถานี Garibaldi ไปลงสถานี Pompei Scavi ใช้เวลาประมาณ 35–40 นาที ค่าตั๋วประมาณ 3–4 ยูโร
ต้องขอเชงเก้นวีซ่า ยื่นผ่านสถานทูตอิตาลีหรือศูนย์รับยื่นวีซ่าในกรุงเทพฯ ควรยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 3–4 สัปดาห์ก่อนเดินทาง
ที่ควรจองแน่นอนเลยคือ Cappella Sansevero เพราะขายตั๋วออนไลน์ และขายเป็นรอบเท่านั้น ส่วน Napoli Sotterranea และพิพิธภัณฑ์ MANN แนะนำให้จองล่วงหน้าเพื่อประหยัดเวลาต่อคิวเฉย ๆ โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนที่คนเยอะมาก
ได้จ้า มีรถบัสจากเนเปิลส์ แฮร์คิวเลเนียม และปอมเปอีขึ้นไปถึงจุดเริ่มเดิน จากนั้นเดินขึ้นปากปล่องประมาณ 30 นาที ต้องซื้อตั๋วออนไลน์ล่วงหน้า และเส้นทางอาจปิดในวันที่ลมแรงหรือฝนตก
ร้านที่คนนิยมไปคือ L'Antica Pizzeria da Michele และ Gino Sorbillo บนถนน Via dei Tribunali แต่ร้านเล็ก ๆ ในเมืองเก่าหลาย ๆ ร้านก็ปังไม่แพ้กัน ถ้าคิวยาวเกินไป ลองเดินหาร้านที่คนท้องถิ่นนั่งกันเยอะ ๆ แทนก็ได้จ้า
ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมจองไฟล์ทไปเนเปิลส์และที่พักในเนเปิลส์กับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!






