ปักหมุด 15 ที่เที่ยวโปรตุเกส มาแล้วต้องเช็กอิน พร้อมที่พักแนะนำ [2026]

ปักหมุด 15 ที่เที่ยวโปรตุเกส ยอดฮิต! ครบทั้งลิสบอน ปอร์โต ซินตรา พร้อมแนะนำที่พัก วิธีเดินทาง และช่วงเดือนน่าเที่ยว วางแผนทริปง่ายๆ จองตั๋วเลยที่ Traveloka
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 10 นาที
ที่เที่ยวโปรตุเกส

ถ้าเพื่อน ๆ เป็นคนที่ชอบเดินทางไปเสพประวัติศาสตร์ ชอบงานสถาปัตยกรรมสวยๆ หรือแค่อยากไปนอนชิลรับลมทะเลริมมหาสมุทร โปรตุเกส คือประเทศที่ต้องกดเซฟไว้ในลิสต์เลย! เพราะประเทศนี้เขามีครบทุกรสชาติจริงๆ ทั้งประวัติศาสตร์เข้มข้นกว่า 900 ปี ตึกราบ้านช่องสีสดใสประดับกระเบื้องสวยแปลกตา ไปจนถึงชายหาดทอดยาวสุดอลังการ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครได้ไปก็ตกหลุมรักจนอยากกลับไปอีก วันนี้ Traveloka เลยมัดรวม 15 ที่เที่ยวโปรตุเกส สุดฮิตมาแจกกัน จัดเต็มทั้งเมืองคลาสสิก ปราสาทเทพนิยาย และถ้ำทะเลสุด Unseen ที่บอกเลยว่าต้องตามเก็บให้ครบ!

ส่วนเรื่องการเดินทางก็ง่ายกว่าที่คิดมากๆ เพราะแค่มีแอป Traveloka ติดมือถือไว้ แอปเดียวเอาอยู่เลย! สามารถเข้ามากดเปรียบเทียบราคา เช็กตารางบิน แล้วจองตั๋วเครื่องบินพร้อมจองที่พักโปรตุเกสเก๋ๆ ได้แบบครบจบในที่เดียว โปรโมชันจัดเต็มตลอดปี รวดเร็ว สะดวกสบาย พร้อมแพ็กกระเป๋าออกไปลุยทริปโปรตุเกสกันได้เลย! 

จองตั๋วเครื่องบินไปโปรตุเกส

Tue, 8 Sep 2026

Turkish Airlines

กรุงเทพ (BKK) ไป ลิสบอน (LIS)

เริ่มจาก THB 18,021.41

Sat, 12 Sep 2026

Etihad

กรุงเทพ (BKK) ไป ลิสบอน (LIS)

เริ่มจาก THB 20,880.82

Tue, 8 Sep 2026

Etihad

กรุงเทพ (BKK) ไป ลิสบอน (LIS)

เริ่มจาก THB 22,319.07

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยวโปรตุเกสใน 1 นาที

เที่ยวโปรตุเกส สวรรค์บนดินที่น่าสนใจ
จุดเด่นประเทศโปรตุเกส: จุดหมายปลายทางยุโรปสุดคลาสสิกที่อบอวลด้วยเสน่ห์ประวัติศาสตร์กว่า 900 ปี สถาปัตยกรรมกระเบื้อง Azulejos สีสดใส และวิวริมมหาสมุทรแอตแลนติกสุดอลังการ เดินทางง่าย บรรยากาศดี และค่าครองชีพเป็นมิตรที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป
แนะนำ 15 ที่เที่ยวหลากหลายสไตล์: ครบทั้งสายประวัติศาสตร์กราบโบสถ์มรดกโลกและชมป้อมปราการริมน้ำในลิสบอน, สายถ่ายรูปชิคๆ กับตึกหลากสีและโรงบ่มพอร์ตไวน์ในปอร์โต, สายปราสาทเทพนิยายแห่งเมืองซินตรา ไปจนถึงสายธรรมชาติตะลุยถ้ำทะเล unseen ในอัลการ์ฟ
วิธีเดินทางไปโปรตุเกส: เนื่องจากยังไม่มีบินตรง สามารถบินจากไทยแบบแวะเปลี่ยนเครื่อง 1 จุด มาลงสนามบินลิสบอนหรือสนามบินปอร์โตได้เลย หรือจะนั่งรถไฟความเร็วสูงข้ามพรมแดนมาจากสเปนก็ชิลสุดๆ
วิธีเดินทางในโปรตุเกส: ข้ามเมืองสะดวก รวดเร็ว และตรงเวลาด้วยรถไฟด่วน Alfa Pendular (AP) ส่วนการเที่ยวในเมืองสามารถนั่ง Metro หรือรถรางคลาสสิกได้เลย แต่ถ้าอยากยืดหยุ่นเที่ยวชมธรรมชาติ แนะนำให้เช่ารถขับเองจะสะดวกที่สุด
เดือนน่าเที่ยว: ช่วงที่ฟินที่สุดคือเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน (ฤดูใบไม้ผลิ) และเดือนกันยายน - ตุลาคม (ฤดูใบไม้ร่วง) เพราะอากาศเย็นสบายกำลังดี 15-25°C แดดสดใส ถ่ายรูปสวย และคนไม่แออัด

รวม 15 ที่เที่ยวโปรตุเกส สุดฮิต มาแล้วต้องเก็บให้ครบ!

1. วิหารเจอโรนิโม (Jeronimos Monastery)

Jeronimos MonasteryJeronimos Monastery

ถ้ามา ลิสบอน (Lisbon) แล้วไม่ได้แวะมาที่นี่ ถือว่าพลาดไฮไลต์ระดับชาติเลย! อารามโบราณสุดยิ่งใหญ่อลังการแห่งนี้ใช้เวลาสร้างนานถึง 70 ปี ในช่วงศตวรรษที่ 16 โดยใช้เงินทุนมหาศาลจากภาษีการค้าเครื่องเทศใน ยุคแห่งการสำรวจ (Age of Discovery) เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ วาสโก ดา กามา (Vasco da Gama) นักเดินเรือผู้เปิดเส้นทางจากยุโรปสู่อินเดีย

ความเก๋สุดๆ คือสถาปัตยกรรมสไตล์ "มานูเอลไลน์" (Manueline) ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ โปรตุเกส โดยการแกะสลักหินปูนเป็นลวดลายท้องทะเล ไม่ว่าจะเป็นเกลียวเชือกเรือ สมอเรือ ปะการัง และสัตว์ทะเลได้อย่างอ่อนช้อยและวิจิตรบรรจงมากๆ แถมภายในวิหารยังเป็นที่ตั้งของสุสานกษัตริย์และบุคคลสำคัญของประเทศ จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ใครชอบงานสถาปัตยกรรมระดับอลังการงานสร้าง บอกเลยว่าเดินเพลินจนลืมเวลาแน่นอน

เวลาเปิด-ปิด: 

เดือนพฤษภาคม - กันยายน 10.00 - 18.30 น. (ปิดวันจันทร์) 
เดือนตุลาคม - เมษายน 10.00 - 17.30 น. (ปิดวันจันทร์) 

ค่าเข้าชม: ประมาณ 18 ยูโร 

2. หอคอยเบเล็ม (Torre de Belém)

Torre de Belém

พิกัดถัดมา ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำตาโฮใน ลิสบอน (Lisbon) ไม่ไกลจากวิหารเจอโรนิโม ป้อมปราการหินโบราณแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 เพื่อทำหน้าที่เป็นด่านหน้าป้องกันการรุกรานทางทะเลของศัตรู และเป็นจุดปล่อยเรือนำทางเหล่านักสำรวจยุคตื่นทองให้ออกเดินทางไปเผชิญโลกกว้าง

นอกจากดีไซน์ป้อมปราการหินแกะสลักสไตล์มานูเอลไลน์ที่สวยงามสมเป็นมรดกโลกแล้ว ที่นี่ยังมีเกร็ดประวัติศาสตร์น่ารักๆ ตรงรูปแกะสลักแรด บนกำแพงป้อม ซึ่งมาจากเรื่องราวในอดีตตอนที่กษัตริย์โปรตุเกสได้รับแรดเป็นของขวัญจากอินเดีย จึงได้สั่งให้ช่างแกะสลักรูปแรดไว้บนหอคอยแห่งนี้ ถือเป็นรูปแกะสลักแรดชิ้นแรกในศิลปะยุโรปเลยก็ว่าได้! ถ่ายรูปออกมาแล้วเท่และมีเอกลักษณ์มากๆ เป็นอีกหนึ่ง ที่เที่ยวโปรตุเกสที่ห้ามพลาด

เวลาเปิด-ปิด: วันอังคาร - วันอาทิตย์ 10:00 - 17:30 น. (ปิดวันจันทร์)

ค่าเข้าชม: ประมาณ 15 ยูโร

3. โบสถ์แห่งการ์โม (Igreja do Carmo)

Igreja do CarmoIgreja do Carmo

สายเสพศิลปะต้องเลิฟ! โบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองปอร์โต (Porto) ซึ่งสิ่งแรกที่จะสะกดทุกสายตาคือฝาผนังด้านนอกอาคารที่ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว-น้ำเงิน (Azulejos) แผงใหญ่อลังการ บอกเล่าเรื่องราวการก่อตั้งศาสนจักรแมรี่บนยอดเขาคาร์เมล ตัวโบสถ์สร้างด้วยศิลปะสไตล์โรโกโกผสมบาโรก

แต่กิมมิกที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ โบสถ์แห่งนี้ถูกปลูกติดกับอีกโบสถ์หนึ่งชื่อ โบสถ์บารานฮอส (Igreja dos Carmelitas) แต่ในสมัยก่อนมีกฎหมายห้ามไม่ให้โบสถ์สองแห่งใช้กำแพงร่วมกัน และเพื่อป้องกันไม่ให้พระสงฆ์กับแม่ชีอยู่ใกล้ชิดกันเกินไป สถาปนิกจึงสร้างบ้านที่แคบที่สุดในโปรตุเกส (Hidden House) ซึ่งมีความกว้างเพียง 3 เมตรคั่นไว้ตรงกลาง! ปัจจุบันบ้านแคบๆ หลังนี้เปิดให้เข้าไปเดินชมกุฏิและทางเชื่อมลับด้านในได้ด้วยนะ แปลกและน่าสนใจสุดๆ

เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน 09:30 - 17:00 น.

ค่าเข้าชม: ชมตัวโบสถ์ฟรีจากภายนอก (หากต้องการเข้าชมด้านในและ Hidden House ประมาณ 7 ยูโร)

4. โรงบ่มไวน์ (Port Wine Cellar)

Port Wine Cellar

มาถึงเมือง ปอร์โต (Porto) ทั้งที ถ้าไม่ได้ลิ้มลอง “พอร์ตไวน์” (Port Wine) บอกเลยว่าพลาดมาก! เพราะนี่คือไวน์หวานรสเข้มข้นผสมบรั่นดี ตัวเด็ดระดับตำนานที่สร้างชื่อเสียงให้ โปรตุเกส ไปทั่วโลก จุดเริ่มต้นก็มาจากเรื่องเล่าในอดีต เมื่อชาวอังกฤษอยากขนส่งไวน์โปรตุเกสกลับบ้าน แต่ระยะทางทางเรือมันไกลจนไวน์มักจะเสียระหว่างทาง พ่อค้ายุคนั้นเลยแก้เกมด้วยการเติมบรั่นดีลงไปเพื่อถนอมน้ำไวน์ จนกลายเป็นกำเนิดของไวน์รสชาติเอกลักษณ์ที่นุ่มลึกและมีมิติสุดๆ

แค่วาร์ปเดินข้ามแม่น้ำโดรูไปยังย่าน Vila Nova de Gaia ก็จะพบกับโรงบ่มไวน์โบราณระดับตำนานตั้งเรียงรายเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็น Taylor's, Sandeman หรือ Cálem ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดเลยคือการซื้อตั๋วทัวร์ลงไปชมโรงบ่มไวน์ใต้ดิน สูดกลิ่นหมักไวน์หอมๆ ในบรรยากาศคลาสสิก พร้อมฟังเรื่องราวของการขนส่งไวน์ด้วยเรือไม้โบราณ (Rabelo Boats) ก่อนจะปิดท้ายทริปด้วยการจิบไวน์เกรดพรีเมียมชิลๆ บอกเลยว่าฟินจนต้องมีติดมือกลับบ้านสักขวดสองขวดแน่นอน! 

เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน 10:00 - 18:00 (ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงบ่ม)

ค่าเข้าชม: ตั๋วทัวร์พร้อมชิมไวน์เริ่มต้นประมาณ 18-25 ยูโร

5. ย่านเมืองเก่ารีเบร่า (Cais da Ribeira)

Cais da Ribeira

ย่านริมแม่น้ำโดรูสุดคลาสสิกของเมือง ปอร์โต (Porto) ที่การันตีความเสน่ห์ด้วยการได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกกันแบบยกย่าน! จุดเด่นที่ทำให้ใครๆ ก็ตกหลุมรักที่นี่ คือภาพตึกสูงทรงแคบหลากสีสัน ทั้งส้ม เหลือง ฟ้า ที่ปลูกเรียงรายไล่ระดับสลับซับซ้อนไปตามแนวเนินเขา มองลงมาจะเห็นภาพตัดกับผืนน้ำใสและเรือไม้โบราณที่ลอยลำนิ่งๆ อยู่กลางแม่น้ำอย่างลงตัว

ช่วงเวลาที่ฟินที่สุดยกให้ช่วงแดดร่มลมตกยามเย็น แนะนำให้มาเดินสโลว์ไลฟ์ปล่อยใจ สูดอากาศบริสุทธิ์ ปล่อยใจจอยไปกับเสียงดนตรีสดจากนักดนตรีเปิดหมวก แล้วเลือกลองปักหมุดนั่งชิลตามคาเฟ่หรือบาร์ริมน้ำ ลอง ของกินโปรตุเกสจานเด็ดจิบคู่กับไวน์เย็นๆ ชมแสงสุดท้ายของวันที่ค่อยๆ ลับขอบฟ้าไปหลังสะพานเหล็ก บอกเลยว่าบรรยากาศดีงามสุดใจ! 

เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม: ฟรี

6. สะพานดอม หลุยส์ ที่ 1 (Dom Luis I Bridge)

Dom Luis I Bridge

แลนด์มาร์กสะพานเหล็กสองชั้นสุดอลังการที่ทอดข้ามแม่น้ำโดรู เชื่อมระหว่างเมืองปอร์โตและย่านโรงบ่มไวน์ วิลาโนวา เด กายา สะพานนี้สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1886 โดยสถาปนิกชาวเบลเยียมชื่อ เตโอฟิล ไซริก (Theóphile Seyrig) ซึ่งเขาคือลูกศิษย์และหุ้นส่วนคนสำคัญของ กุสตาฟ ไอเฟล (ผู้ออกแบบหอไอเฟลอันโด่งดัง) จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมโครงสร้างเหล็กและโค้งสะพานถึงมีความเท่คลาสสิกสไตล์ไอเฟลแบบเต็มๆ

ความพิเศษคือ สะพานชั้นล่างไว้สำหรับรถยนต์วิ่ง ส่วนชั้นบนสุดเปิดให้รถไฟฟ้าวิ่ง และมีทางเดินสำหรับคนข้ามโดยเฉพาะ ซึ่งจุดนี้แหละคือจุดชมวิวเมืองปอร์โตจากมุมสูงที่ดีที่สุด! ยิ่งถ้ามาช่วงเย็น เราจะได้เห็นแสงแดดสีส้มทองตกกระทบตึกราบ้านช่องและแม่น้ำเป็นประกายวับวาว บอกเลยว่าสวยจริงๆ เป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิตระดับโลกที่ต้องมาเช็กอินให้ได้!

เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม: ฟรี

7. จัตุรัสอาเลียโดส (Praça da Liberdade Porto)

ศูนย์กลางใจกลางเมืองปอร์โต ที่ทั้งยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุด! จัตุรัสแห่งนี้เปรียบเสมือนหัวใจของเมือง ล้อมรอบไปด้วยอาคารสวยสะดุดตาสไตล์นีโอคลาสสิกและอาร์ตนูโว ตรงใจกลางจัตุรัสมีอนุสาวรีย์กษัตริย์เปโดรที่ 4 (King Pedro IV) ทรงม้าอยู่อย่างน่าเกรงขาม โดดเด่นมาแต่ไกลเลย ส่วนดีเทลสุดเก๋ที่สายถ่ายรูปและสายคาเฟ่ต้องเลิฟเลยก็คือ จัตุรัสนี้เป็นที่ตั้งของ McDonald's Imperial ร้านแมคโดนัลด์ที่ได้รับการยกย่องว่า "สวยที่สุดในโลก"! เพราะเขาเท่ถึงขนาดเอาคาเฟ่สุดหรูยุค 1930s มารีโนเวตใหม่ ด้านหน้าต้อนรับเราด้วยนกอินทรีบรอนซ์ขนาดยักษ์ พอเดินเข้าไปข้างในจะเจอกับโคมไฟระย้าห้อยตระหง่านคู่กับงานกระจกสีสวยๆ บอกเลยว่าเป็นจุดแวะพักเติมพลังและเช็กอินถ่ายรูปที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใครในการมาเที่ยวโปรตุเกสเมืองนี้เลย! 

เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม: ฟรี

8. แหลมโรก้า (Cabo da Roca)

Cabo da Roca

ปักหมุดไปยืนสูดอากาศบริสุทธิ์ ณ จุดตะวันตกที่สุดของแผ่นดินใหญ่ทวีปยุโรป! แหลมโรก้า ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติซินทรา บนหน้าผาหินสูงตระหง่านกว่า 100 เมตร ยื่นดิ่งลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติก เสน่ห์ของที่นี่คือความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ลมทะเลพัดแรงสะใจ และคลื่นยักษ์กระทบฝั่งไกลสุดลูกหูลูกตา โดดเด่นด้วยประภาคารสีแดงขาวโบราณที่เปิดใช้งานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 และอนุสาวรีย์ไม้กางเขนสลักคำกล่าวอันโด่งดังของ หลุยส์ เด คาโมเอนส์ (Luís de Camões) กวีเอกชาวโปรตุเกสไว้ว่า "Where the land ends and the sea begins" (ณ ที่ซึ่งแผ่นดินสิ้นสุด และท้องทะเลเริ่มต้นขึ้น) ถือเป็น ที่เที่ยวโปรตุเกส สำหรับสายธรรมชาติ ที่สวยอลังการและคุ้มค่ากับการเดินทางมาเช็กอินแน่นอน!

เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเปิดประมาณ 09:00 - 18:00 น.)

ค่าเข้าชม: ฟรี

9. พระราชวังแห่งชาติเปนา (National Palace of Pena)

National Palace of Pena

ปราสาทในเทพนิยายที่มีอยู่จริงบนยอดเขาสูงในเมือง ซินตรา (Sintra) โดดเด่นมาแต่ไกลด้วยตัวอาคารสีเหลืองสดและสีแดงสลับกันอย่างฉูดฉาด ปราสาทแห่งนี้อดีตเคยเป็นพระราชวังฤดูร้อนของพระราชวงศ์ โปรตุเกส โดยเจ้าชายเฟอร์ดินานด์ที่ 2 ทรงเนรมิตซากอารามเก่าให้กลายเป็นปราสาทสุดอลังการ ความเก๋คือการผสมผสานศิลปะหลากหลายยุคไว้ด้วยกัน ทั้งนีโอโกธิก นีโอเรอเนสซองส์ และศิลปะอิสลาม (Moorish) ตัวปราสาทล้อมรอบด้วยสวนป่าธรรมชาตินานาพันธุ์ ลมพัดเย็นสบายตลอดปี แถมยังเป็นจุดชมวิวเมืองซินตราและมหาสมุทรแอตแลนติกแบบ 360 องศา สวยงามและน่าประทับใจสุดๆ 

เวลาเปิด-ปิด: 

สวนเปิด 09:00 - 19:00 น. 
ตัวพระราชวังเปิด 09:30 - 18:30 น.

ค่าเข้าชม: ค่าเข้าพระราชวังและสวนประมาณ 20 ยูโร (หากเข้าชมเฉพาะสวนประมาณ 10 ยูโร)

10. พระราชวังแห่งชาติซินตรา (National Palace of Sintra)

National Palace of Sintra

อีกหนึ่งพระราชวังสำคัญใจกลางเมือง ซินตรา (Sintra) ที่ทั้งเก่าแก่ที่สุดในประเทศและได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์แบบมากๆ! จุดสังเกตที่เตะตามาแต่ไกลเลยก็คือ ปล่องไฟสีขาวทรงกรวยคู่ขนาดใหญ่เหนือห้องครัวหลวง ซึ่งยื่นตระหง่านจนมองเห็นได้จากแทบทุกมุมเมือง ด้านในบอกเลยว่าเป็นขุมทรัพย์ทางประวัติศาสตร์ตัวจริง! ประดับประดาด้วยกระเบื้องเคลือบ Azulejos โบราณสุดงดงามตั้งแต่ศตวรรษที่ 15-16 แถมยังมีห้องโถงกษัตริย์สุดอลังการอย่างห้อง Swan Room ที่บนเพดานมีภาพวาดหงส์สวมมงกุฎเรียงราย และห้องไฮไลต์อย่างห้อง Magpie Room ที่มีเรื่องเล่าสนุกๆ ว่า กษัตริย์สั่งให้วาดรูปนกสาลิกาเต็มเพดานเพื่อแอบประชดพวกเหล่าข้านกแก้วนกขุนทองหรือหญิงรับใช้ในวังที่ชอบนินทาเรื่องของพระองค์นั่นเอง! ใครเป็นสายเสพเกร็ดประวัติศาสตร์และศิลปะโบราณ บอกเลยว่าต้องมาปักหมุดที่นี่ให้ได้ 

เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน 09:30 - 18:30 น.

ค่าเข้าชม: ประมาณ 13 ยูโร

11. ถ้ำเบนากิล (Benagil Cave)

Benagil Cave

หนึ่งใน ที่เที่ยวโปรตุเกส ห้ามพลาด สำหรับสายธรรมชาติตัวจริง! ถ้ำทะเลสุด unseen ในภูมิภาค อัลการ์ฟ (Algarve) ทางตอนใต้ของประเทศ ที่เกิดจากพลังธรรมชาติของคลื่นและลมทะเลกัดเซาะมานับพันปี จนกลายเป็นโถงถ้ำหินขนาดมหึมา ไฮไลต์เด็ดที่ทำเอาทุกคนต้องว้าวคือช่องแสงธรรมชาติวงกลมโตๆ บนเพดานถ้ำ ยามแสงแดดส่องลอดผ่านลงมากระทบกับน้ำทะเลสีฟ้าและหาดทรายด้านใน บอกเลยว่าสวยงามสะกดสายตาจนแทบหยุดหายใจ! ซึ่งถ้ำนี้เข้าได้เฉพาะทางน้ำเท่านั้นนะ ไม่ว่าจะเลือกนั่งเรือนำเที่ยว สปีดโบ๊ตชิลๆ หรือจะสายแอดเวนเจอร์พายคายัคเข้ามาสัมผัสความอลังการด้วยตัวเองก็ฟินไม่แพ้กัน!

เวลาเปิด-ปิด: เปิดตามรอบเรือนำเที่ยว (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและระดับน้ำขึ้น-น้ำลง)

ค่าเข้าชม: ทัวร์เรือหรือคายัคเริ่มต้นประมาณ 25-40 ยูโร

12. มหาวิหารลิสบอน (Lisbon Cathedral / Sé de Lisboa)

Lisbon Cathedral / Sé de Lisboa

มหาวิหารที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองหลวง ลิสบอน (Lisbon) ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1147 บนพื้นที่มัสยิดเดิมเพื่อฉลองชัยชนะในการกอบกู้เมืองคืน ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์โรมาเนสก์ที่ใช้หินหนาแข็งแรง ดูคล้ายป้อมปราการยุคกลางเพื่อเอาไว้รับศึกสงครามในอดีต นั่นเลยเป็นเหตุผลว่าทำไมที่นี่ถึงได้รอดพ้นจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่มาได้อย่างน่าอัศจรรย์นั่นเอง

และภาพจำสุดคลาสสิกระดับโลกของการมา เที่ยวโปรตุเกส ที่ทุกคนต้องมาดักรอเช็กอินกันให้ได้ก็คือ จังหวะที่ "รถรางสีเหลืองโบราณสาย 28" วิ่งแล่นผ่านหน้ามหาวิหารหินโบราณแห่งนี้ บอกเลยว่าช่องแสงและมุมนี้ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยคลาสสิก เท่ มีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใครสุดๆ 

เวลาเปิด-ปิด: วันจันทร์ - วันเสาร์ 10:00 - 18:00 น. (ปิดวันอาทิตย์)

ค่าเข้าชม: เข้าชมตัวโบสถ์ฟรี (หากต้องการขึ้นชมระเบียงและกรุสมบัติประมาณ 5 ยูโร)

13. จัตุรัสการค้า (Praça do Comércio)

Praça do Comércio

จัตุรัสขนาดใหญ่ยักษ์ริมแม่น้ำตาโฮใน ลิสบอน (Lisbon) ล้อมรอบด้วยอาคารทรงนีโอคลาสสิกสีเหลืองมัสตาร์ดสุดหรูหรา ในอดีตพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวง Ribeira Palace ก่อนจะถูกแผ่นดินไหวใหญ่ทำลายในปี 1755 และได้รับการสร้างขึ้นใหม่ให้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าและประตูสู่เมืองของลิสบอน

ตรงกลางจัตุรัสโดดเด่นด้วยอนุสาวรีย์กษัตริย์โฮเซที่ 1 ทรงม้า และประตูชัย Rua Augusta Arch สุดยิ่งใหญ่ ซึ่งสามารถซื้อตั๋วขึ้นลิฟต์ไปชมวิวเมือง ลิสบอน แม่น้ำตาโฮ และถนนคนเดินจากมุมสูงแบบ 360 องศาได้ด้วย เหมาะมากสำหรับการมาเดินเล่นรับลม จิบกาแฟชิลๆ และชมพระอาทิตย์ตกยามเย็น

เวลาเปิด-ปิด: จัตุรัสเปิดตลอด 24 ชั่วโมง (จุดชมวิวบนประตูชัยเปิด 10:00 - 19:00 น.)

ค่าเข้าชม: เดินเล่นจัตุรัสฟรี (ขึ้นชมวิวบนประตูชัยประมาณ 3.50 ยูโร)

14. มหาวิหารกูอิมบรา (Old Cathedral of Coimbra / Sé Velha de Coimbra)

Old Cathedral of Coimbra / Sé Velha de Coimbra

ตั้งอยู่ในเมืองกูอิมบรา อดีตเมืองหลวงโบราณ และเมืองแห่งมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มหาวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 และถือเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ยุคกลางที่สมบูรณ์ที่สุดในโปรตุเกสเลย มองจากภายนอก ตัวอาคารดูแข็งแกร่งด้วยกำแพงหินหนาเตอะ ช่องหน้าต่างแคบๆ และมีเสมาบนหลังคา ดูคล้ายป้อมปราการรับศึกสงคราม ซึ่งสะท้อนถึงประวัติศาสตร์การต่อสู้แย่งชิงเมืองระหว่างชาวคริสต์และชาวมัวร์ในยุคกลางได้เป็นอย่างดี ส่วนด้านในก็อลังการไม่แพ้กัน เพราะมีแท่นบูชาไม้แกะสลักปิดทองสไตล์โกธิกสุดวิจิตรตระการตาที่บอกเลยว่าสายประวัติศาสตร์และสายถ่ายรูปโบราณสถานต้องหลงรักแน่นอน! 

เวลาเปิด-ปิด: วันจันทร์ - วันอาทิตย์ 10:00 - 17:30 น. / วันเสาร์ 11:00 - 18:00 น.

ค่าเข้าชม: ประมาณ 2.50 - 3 ยูโร

15. ย่านอัลฟามา (Alfama)

Alfama

ปิดท้ายกันด้วยย่านที่เก่าแก่ที่สุดของ ลิสบอน (Lisbon) และเป็นย่านเดียวที่รอดพ้นจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ปี 1755 ทำให้ยังคงรักษากลิ่นอายเมืองโบราณยุคกลางไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด เสน่ห์ของที่นี่คือตรอกซอกซอยแคบๆ เลี้ยวลดคดเคี้ยวไปตามแนวเนินเขา สองข้างทางเต็มไปด้วยบ้านเรือนประดับกระเบื้อง Azulejos สวยงาม และผ้าที่ตากอยู่ตามหน้าต่างบ้านเรือน ได้บรรยากาศวิถีชีวิตท้องถิ่นแท้ๆ

ตอนเย็นๆ ลองมาเดินเล่นปล่อยใจไปตามทาง แวะหาของกินโปรตุเกส อร่อยๆ ตามร้านอาหารเล็กๆ พร้อมฟังดนตรีสด Fado บทเพลงพื้นบ้านทรงเสน่ห์ของโปรตุเกส รับรองว่าเป็นประสบการณ์ที่ละมุนและประทับใจไม่รู้ลืมแน่นอน!

เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม: ฟรี

ที่พักยอดนิยมในโปรตุเกส

Browns Central Hotel

Browns Central Hotel
Browns Central Hotel
Browns Central Hotel
Browns Central Hotel

+2

Browns Central Hotel

Browns Central Hotel โรงแรมสุดเก๋ระดับ 4 ดาวใจกลางย่าน Baixa ใน ลิสบอน (Lisbon) ที่ครองใจนักเดินทางทั่วโลก ด้วยโลเคชันระดับสิบเต็มสิบ! เพราะตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน ร้านอาหารอร่อยๆ และสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลต์ชนิดที่เดินถึงกันได้สบายๆ ตัวโรงแรมดัดแปลงมาจากอาคารเก่าแก่ในศตวรรษที่ 18 แต่นำมารีโนเวตใหม่ในสไตล์วินเทจผสมอาร์ตเดโคได้อย่างลงตัว ห้องพักตกแต่งมีเอกลักษณ์ เตียงนอนนุ่มฟู พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แถมด้านล่างยังมีคาเฟ่และบาร์บรรยากาศชิคๆ ให้มานั่งจิบเครื่องดื่มชิลๆ หลังกลับมาจากเดินเที่ยว ถือเป็นตัวเลือกสายแมสที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบายได้ดีที่สุดเลย!

Portugal

Browns Central Hotel

9.4/10

Sao Nicolau

THB 5,253.36

THB 4,847.75

The Yeatman Hotel

The Yeatman Hotel
The Yeatman Hotel
The Yeatman Hotel
The Yeatman Hotel

+2

The Yeatman Hotel

ใครกำลังมองหาที่พักระดับ 5 ดาว และพร้อมเปย์ให้กับวิวหลักล้าน ต้องยกให้ที่นี่เลย! The Yeatman Hotel เป็นลักชัวรีรีสอร์ตที่ตั้งอยู่บนเนินเขาในย่านวิลาโนวา เด กายา ฝั่งตรงข้ามเมือง ปอร์โต (Porto) ไฮไลต์เด็ดกินขาดคือสระว่ายน้ำอินฟินิตี้รูปทรงขวดไวน์สุดเก๋ และห้องพักเกือบทุกห้องที่หันหน้าเข้าหาแม่น้ำโดรู ให้เราได้นอนมองวิวเมืองเก่าและสะพานดอม หลุยส์ ที่ 1 แบบพาโนรามา นอกจากนี้ยังตกแต่งในธีมวัฒนธรรมไวน์ของเมืองอย่างหรูหรา มีสปาระดับพรีเมียม และห้องอาหารดีกรีมิชลินสตาร์ เหมาะมากๆ สำหรับคู่รักหรือคนที่อยากให้รางวัลตัวเองด้วยทริปพักผ่อนสุดพรีเมียม 

Portugal

The Yeatman Hotel

9.8/10

Vila Nova de Gaia (Santa Marinha)

THB 22,287.70

THB 20,567.14

161 Norte Guesthouse

161 Norte Guesthouse
161 Norte Guesthouse
161 Norte Guesthouse
161 Norte Guesthouse

+2

161 Norte Guesthouse

161 Norte Guesthouse สำหรับใครที่มองหาเกสต์เฮาส์น่ารักๆ บรรยากาศอบอุ่น และราคาสบายกระเป๋า ที่นี่คือตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามเลย! ตั้งอยู่ในย่าน Baixa ใจกลาง ลิสบอน (Lisbon) ที่เดินทางง่าย ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ตัวอาคารเป็นบ้านสไตล์โปรตุเกสโบราณที่นำมารีโนเวตใหม่ ด้านในตกแต่งอย่างเรียบง่าย มินิมอลแต่ดูสะอาดตา พื้นไม้และเตียงนอนนุ่มๆ ให้ความรู้สึกสบายเหมือนอยู่บ้าน แถมยังมีพื้นที่ส่วนกลางและครัวให้ใช้งานด้วย เหมาะมากๆ สำหรับคนที่อยากคุมงบแต่ยังได้ความสงบ เป็นส่วนตัว และเดินทางสะดวก 

Portugal

161 Norte Guesthouse

7.2/10

Sao Nicolau

THB 1,826.45

THB 1,685.29

วิธีการเดินทางไปโปรตุเกส

บินจากไทยไปลงสนามบินลิสบอน (Lisbon Humberto Delgado Airport - LIS): เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีเที่ยวบินตรงจากไทยไปโปรตุเกส การเดินทางจากกรุงเทพฯ จึงต้องแวะเปลี่ยนเครื่อง (Transit) 1 จุด เมื่อเดินทางมาถึงและผ่าน ตม. เรียบร้อยแล้ว ก็สามารถเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมือง ลิสบอน (Lisbon) ได้สะดวกสุดๆ ด้วยการนั่งรถไฟใต้ดิน Metro สายสีแดง (Linha Vermelha) จากสถานี Aeroporto ตรงข้ามหน้าอาคารผู้โดยสาร วิ่งยาวเข้าเมืองไปลงที่สถานี Saldanha หรือ São Sebastião ได้ในเวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น
บินจากไทยไปลงสนามบินปอร์โต (Francisco Sá Carneiro Airport - OPO): สำหรับใครที่มีแพลนเที่ยวโปรตุเกส โดยอยากเริ่มปักหมุดเที่ยวเมืองทางตอนเหนือก่อน ก็สามารถจองตั๋วแบบแวะเปลี่ยนเครื่อง 1 จุดจากไทยมาลงที่เมือง ปอร์โต (Porto) ได้เลย จากสนามบินก็เข้าเมืองง่ายมากๆ ด้วยการนั่งรถไฟใต้ดิน Metro สาย E (Linha Violeta) จากสถานี Aeroporto นั่งยาวๆ ตรงเข้าสู่สถานีศูนย์กลางใจกลางเมืองอย่าง Trindade ได้ทันทีโดยไม่ต้องเปลี่ยนสายเลย
เดินทางข้ามประเทศด้วยรถไฟความเร็วสูงจากสเปน: สำหรับใครที่จัดทริปเที่ยวโปรตุเกสด้วยตัวเอง แบบเก็บควบสองประเทศ สเปน-โปรตุเกส สามารถนั่งรถไฟความเร็วสูงหรือรถไฟ overnight train จากสถานีกลางเมืองมาดริด (Madrid-Chamartín) วิ่งข้ามพรมแดนเข้าสู่โปรตุเกส มาลงที่สถานีรถไฟหลักอย่าง Lisbon Santa Apolónia หรือ Lisbon Oriente ได้อย่างสะดวกและชิลสุดๆ 

วิธีการเดินทางในโปรตุเกส

เดินทางข้ามเมืองด้วยรถไฟด่วนความเร็วสูง (Alfa Pendular / AP): เป็นวิธีเดินทางข้ามเมืองที่สะดวกและตรงเวลาที่สุด เช่น หากจะเดินทางจากลิสบอนไปปอร์โต ก็สามารถไปขึ้นรถไฟด่วน AP ได้ที่สถานี Lisbon Oriente นั่งยาวๆ ขึ้นเหนือไปลงที่สถานี Porto Campanhã (แล้วต่อรถไฟท้องถิ่นอีกแค่ 5 นาทีไปลงสถานี Porto São Bento ใจกลางเมืองได้ฟรี) รวมเวลาเดินทางทั้งหมดเพียงประมาณ 2 ชั่วโมง 50 นาทีเท่านั้น
เดินทางในเมืองด้วยรถไฟใต้ดิน (Metro) และรถรางคลาสสิก (Tram): ถ้าเที่ยวในกรุงลิสบอน (Lisbon) แนะนำให้ซื้อบัตร Viva Viagem แตะขึ้น Metro ได้ครอบคลุมทั่วเมือง หรือจะลองนั่งรถรางโบราณสาย 28 (Tram 28) จากป้าย Praça do Martim Moniz วิ่งแล่นผ่านย่านเมืองเก่า Alfama ไปจนถึงหน้ามหาวิหารลิสบอน ก็ได้ฟีลคลาสสิกมากๆ ส่วนในเมือง ปอร์โต (Porto) สามารถซื้อบัตร Andante นั่ง Metro สัญจรไปตามจุดไฮไลต์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดายเลย
เช่ารถขับเที่ยวธรรมชาติและเมืองรอบนอก: เหมาะมากสำหรับใครที่อยากได้ความยืดหยุ่นในการเก็บที่เที่ยวโปรตุเกสสำหรับสายธรรมชาติ โดยสามารถรับรถเช่าได้ตั้งแต่สนามบินหรือสถานีรถไฟหลัก แล้วขับไปตาม ถนนสาย N222 ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นถนนที่วิวสวยที่สุดสายหนึ่งในโลก วิ่งเลียบแม่น้ำโดรูในปอร์โต หรือจะใช้ ถนนสาย A22 (Via do Infante) วิ่งเลียบชายฝั่งทางตอนใต้ แวะชมหาดสวยๆ ในภูมิภาค อัลการ์ฟ (Algarve) ก็ชิลสุดๆ
เดินทางไปเมืองซินตราด้วยรถไฟสายท่องเที่ยว (Linha de Sintra): สำหรับใครที่มีแพลนเที่ยวโปรตุเกส ไปชมปราสาทเทพนิยายในเมืองซินตรา (Sintra) สามารถไปขึ้นรถไฟท้องถิ่นได้ที่สถานี Lisbon Rossio ใจกลางลิสบอน นั่งสุดสายไปลงที่สถานี Sintra Station ใช้เวลาประมาณ 40 นาที พอออกจากสถานีปุ๊บ ก็นั่งรถบัสประจำทางสาย 434 (Pena Circuit) ต่อขึ้นเขาไป พระราชวังเปนา หรือ พระราชวังซินตรา ได้ทันที

เที่ยวโปรตุเกส เดือนไหนดี?

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวโปรตุเกสคือ ช่วงฤดูใบไม้ผลิ (พฤษภาคม - มิถุนายน) และ ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - ตุลาคม) เนื่องจากสภาพอากาศกำลังเย็นสบาย อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 15-25°C แดดสดใส ฝนตกน้อย เหมาะแก่การเดินเที่ยวชมเมือง และนักท่องเที่ยวไม่แออัดเท่าช่วงไฮซีซั่น 

อย่างไรก็ตาม โปรตุเกส เป็นประเทศที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยแต่ละฤดูกาลจะมีเสน่ห์และจุดเด่นที่แตกต่างกัน ดังนี้

ฤดูใบไม้ผลิ (พฤษภาคม - มิถุนายน): ถือเป็นช่วงเวลาทองที่น่าเที่ยวที่สุดช่วงหนึ่งของโปรตุเกส อากาศกำลังสบาย ไม่ร้อนและไม่หนาวจนเกินไป ดอกไม้ตามสวนสาธารณะและแถบเนินเขาเริ่มผลิบานอวดสีสันสดใส เหมาะมากกับการเดินถ่ายรูปในเมืองคลาสสิกอย่างลิสบอน (Lisbon) หรือ ปอร์โต (Porto) แถมในช่วงเดือนมิถุนายนยังมีงานเทศกาลท้องถิ่นสุดคึกคักอย่าง Festa de São João อีกด้วย
ฤดูร้อน (กรกฎาคม - สิงหาคม): เป็นช่วงไฮซีซั่นที่ท้องฟ้าเปิด สดใส แดดจัด และอากาศเจิดจ้าตลอดวัน เหมาะสุดๆ สำหรับคนที่วางแพลนเที่ยวโปรตุเกส เพื่อไปนอนชิลรับลมทะเล ดำน้ำ หรือเล่นโต้คลื่นตามชายหาด แต่ต้องเผื่อใจไว้สักนิดเพราะอุณหภูมิอาจสูงถึง 30-35°C ขึ้นไป นักท่องเที่ยวจะค่อนข้างแน่น และราคาที่พักโปรตุเกสรวมถึงตั๋วเครื่องบินจะปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - ตุลาคม): อีกหนึ่งช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวโปรตุเกสด้วยตัวเอง เพราะความร้อนจากฤดูร้อนเริ่มคลายลง อากาศกลับมาเย็นสบายและมีลมพัดชิลๆ ไฮไลต์เด็ดของฤดูนี้คือเป็นฤดูเก็บเกี่ยวองุ่นทำไวน์ เหมาะสุดๆ สำหรับการเดินทางไปชมไร่องุ่นและทัวร์ชิมไวน์ตามคลังบ่มไวน์ในปอร์โต แถมคนเริ่มน้อยลง ทำให้ถ่ายรูปได้สวยสบายใจ ไม่ต้องแย่งกันเที่ยว
ฤดูหนาว (พฤศจิกายน - เมษายน): แม้จะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นที่มีฝนตกบ้างและอากาศเย็นลง (อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 8-15°C) แต่โปรตุเกสก็ยังถือว่ามีอากาศอบอุ่นกว่าประเทศอื่นๆ ในยุโรปตอนเหนือ ข้อดีที่สุดของการมาเที่ยวช่วงนี้คือ ราคาตั๋วเครื่องบินและค่าโรงแรมจะถูกลง คิวเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวโปรตุเกสต่างๆ เช่นพระราชวังเปนาหรือวิหารเจอโรนิโม จะสั้นลงมาก เหมาะสำหรับสายประหยัดที่ชอบบรรยากาศเงียบสงบ ไม่วุ่นวาย

ตารางสรุปสภาพอากาศของโปรตุเกส

ช่วงเดือนฤดูกาลอุณหภูมิเฉลี่ยสภาพอากาศ / บรรยากาศความเหมาะสมในการเที่ยว
พ.ค. - มิ.ย.ฤดูใบไม้ผลิ15°C - 25°Cอากาศเย็นสบาย แดดสดใส ดอกไม้บานดีที่สุด (เดินเที่ยวเมืองสบาย มีเทศกาลท้องถิ่น)
ก.ค. - ส.ค.ฤดูร้อน25°C - 35°C+แดดแรง ท้องฟ้าเปิด ร้อนจัดบางวันเหมาะกับสายทะเล เที่ยวหาด อัลการ์ฟ (คนแน่น/ราคาสูง)
ก.ย. - ต.ค.ฤดูใบไม้ร่วง15°C - 25°Cอากาศกำลังสบาย ลมเย็น ฤดูเก็บองุ่นดีที่สุด (ทัวร์ชิมไวน์ ถ่ายรูปสวย คนไม่เยอะ)
พ.ย. - เม.ย.ฤดูหนาว8°C - 15°Cอากาศเย็น มีฝนตกบ้างบางวันสายคุมงบ (ตั๋วและที่พักราคาถูก คนน้อย ไม่ต้องรอคิวยาว)

เคล็ดลับการเที่ยวโปรตุเกส

ควรเผื่อเวลาเที่ยวอย่างน้อย 7-10 วัน: หากต้องการเก็บไฮไลต์เมืองหลักอย่างลิสบอน, ซินตรา และ ปอร์โตให้ครบถ้วน แต่ถ้ามีแพลนอยากลงไปชิลรับลมทะเลทางตอนใต้ในภูมิภาคอัลการ์ฟแนะนำให้เผื่อเวลาเป็น 12-14 วันขึ้นไป
เตรียมรองเท้าผ้าใบพื้นนุ่มๆ: ถนนสายโบราณในลิสบอนและปอร์โต ส่วนใหญ่ปูด้วยหินแกรนิต และมีเนินสูงต่ำค่อนข้างเยอะ การเดินเยอะจึงเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ รองเท้าผ้าใบดีๆ สักคู่จะช่วยเซฟเท้าและเข่าได้เยอะมาก
ระวังนักล้วงกระเป๋า: โดยเฉพาะเมื่อขึ้นระบบขนส่งสาธารณะยอดนิยมอย่าง รถรางคลาสสิกสาย 28 (Tram 28) ในลิสบอน หรือตามย่านท่องเที่ยวที่มีคนแน่นหนา ควรสะพายกระเป๋าไว้ด้านหน้าและดูแลของมีค่าตลอดเวลา
พกเงินสด ยูโร (EUR) ติดตัวไว้เสมอ: แม้ว่าร้านค้าและโรงแรมใหญ่ๆ จะรับบัตรเครดิต แต่ร้านกาแฟโบราณ ร้านอาหารท้องถิ่นขนาดเล็ก หรือตู้ขายตั๋วบางแห่งยังคงรับเฉพาะเงินสดเท่านั้น
ห้ามพลาดลองชิม ของกินโปรตุเกส ขึ้นชื่อ: มาถึงโปรตุเกสแล้วต้องจัดทาร์ตไข่ (Pastéis de Nata) ต้นตำรับแบบกรอบนอกนุ่มใน, ข้าวผัดซีฟู้ดสไตล์โปรตุเกส (Arroz de Marisco) และเมนูปลาคอด (Bacalhau) จิบคู่กับพอร์ตไวน์หวานเข้มข้น รับรองว่าฟินสุดๆ
วางแผนจองตั๋วเข้าชมสถานที่ล่วงหน้า: แลนด์มาร์กยอดฮิตอย่างพระราชวังเปนา ในเมืองซินตรา หรือ วิหารเจอโรนิโม มักจะมีคิวยาวมาก แนะนำให้ซื้อตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าผ่านเพื่อประหยัด
จำทิปเล็กๆ เรื่องวัฒนธรรมการทานอาหาร: ในร้านอาหารส่วนใหญ่ พนักงานมักจะนำขนมปัง ชีส หรือมะกอกมาวางเสิร์ฟบนโต๊ะให้ก่อนทาน โปรดจำไว้ว่าของเหล่านี้ไม่ฟรีนะ! หากทานเข้าไปก็จะมีคิดเงินเพิ่มในบิล แต่ถ้าไม่อยากทาน ก็สามารถปฏิเสธและแจ้งพนักงานให้ยกเก็บได้เลย!

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวโปรตุเกส

Q: เที่ยวโปรตุเกสต้องขอวีซ่าไหม?

ต้องขอวีซ่าเชงเกน (Schengen Visa) โดยยื่นขอผ่านศูนย์รับคำร้องวีซ่าประเทศโปรตุเกส ซึ่งหากมีวีซ่าเชงเกนแบบ Multiple Entries ที่ยังไม่หมดอายุจากประเทศอื่นในกลุ่มเชงเกนก็สามารถใช้เดินทางเข้าโปรตุเกสได้เลย

Q: เที่ยวโปรตุเกสต้องแต่งตัวยังไง?

แต่งตัวตามฤดูกาลได้เลย ช่วงฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงเน้นชุดชั้นนอกกันลมหรือเสื้อคลุมเท่ๆ ส่วนฤดูหนาวควรเตรียมเสื้อโค้ทหรือลองจอนกันลมติดไปด้วย ข้อสำคัญคือควรสวมรองเท้าผ้าใบที่รับน้ำหนักได้ดี เพราะถนนส่วนใหญ่ปูด้วยหินแกรนิตและมีเนินสูงชันให้เดินเยอะมาก

Q: ไปโปรตุเกสใช้ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่?

งบกลางๆ สำหรับการเที่ยวโปรตุเกสประมาณ 7-10 วัน จะอยู่ที่ประมาณ 50,000 - 80,000 บาทต่อคน (รวมค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พัก อาหาร และค่าเข้าชมสถานที่) ถือเป็นหนึ่งในประเทศยุโรปตะวันตกที่ค่าครองชีพและค่าอาหารราคาย่อมเยาสบายกระเป๋าที่สุด

Q: จากสนามบินลิสบอนเดินทางเข้าเมืองยังไง?

เดินทางง่ายและประหยัดสุดๆ ด้วย รถไฟใต้ดิน Metro สายสีแดง (Linha Vermelha) จากสถานี Aeroporto ที่อยู่หน้าอาคารผู้โดยสาร นั่งตรงเข้าสู่ใจกลางเมืองได้ในเวลาเพียง 20 นาที หรือหากมีสัมภาระเยอะจะใช้บริการ Ride-Hailing อย่าง Uber ก็สะดวกเช่นกัน

Q: เที่ยวโปรตุเกสช่วงไหนดีที่สุด?

ช่วงที่อากาศดีและน่าเที่ยวที่สุดคือ เดือนพฤษภาคม - มิถุนายน และ กันยายน - ตุลาคม เพราะอากาศอบอุ่นกำลังดีประมาณ 15-25°C แดดสดใส ฝนตกน้อย เดินเที่ยวเมืองได้ชิลๆ โดยไม่ต้องเจอแดดร้อนจัดหรือคนแออัดเหมือนช่วงฤดูร้อน

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ Portugal

Lisbon

Portugal

Madeira

Portugal

Portugal

Corvo Island (Azores)

Portugal
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร