
ถ้าเพื่อน ๆ เป็นคนที่ชอบเดินทางไปเสพประวัติศาสตร์ ชอบงานสถาปัตยกรรมสวยๆ หรือแค่อยากไปนอนชิลรับลมทะเลริมมหาสมุทร โปรตุเกส คือประเทศที่ต้องกดเซฟไว้ในลิสต์เลย! เพราะประเทศนี้เขามีครบทุกรสชาติจริงๆ ทั้งประวัติศาสตร์เข้มข้นกว่า 900 ปี ตึกราบ้านช่องสีสดใสประดับกระเบื้องสวยแปลกตา ไปจนถึงชายหาดทอดยาวสุดอลังการ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครได้ไปก็ตกหลุมรักจนอยากกลับไปอีก วันนี้ Traveloka เลยมัดรวม 15 ที่เที่ยวโปรตุเกส สุดฮิตมาแจกกัน จัดเต็มทั้งเมืองคลาสสิก ปราสาทเทพนิยาย และถ้ำทะเลสุด Unseen ที่บอกเลยว่าต้องตามเก็บให้ครบ!
ส่วนเรื่องการเดินทางก็ง่ายกว่าที่คิดมากๆ เพราะแค่มีแอป Traveloka ติดมือถือไว้ แอปเดียวเอาอยู่เลย! สามารถเข้ามากดเปรียบเทียบราคา เช็กตารางบิน แล้วจองตั๋วเครื่องบินพร้อมจองที่พักโปรตุเกสเก๋ๆ ได้แบบครบจบในที่เดียว โปรโมชันจัดเต็มตลอดปี รวดเร็ว สะดวกสบาย พร้อมแพ็กกระเป๋าออกไปลุยทริปโปรตุเกสกันได้เลย!
Tue, 8 Sep 2026

Turkish Airlines
กรุงเทพ (BKK) ไป ลิสบอน (LIS)
เริ่มจาก THB 18,021.41
Sat, 12 Sep 2026

Etihad
กรุงเทพ (BKK) ไป ลิสบอน (LIS)
เริ่มจาก THB 20,880.82
Tue, 8 Sep 2026

Etihad
กรุงเทพ (BKK) ไป ลิสบอน (LIS)
เริ่มจาก THB 22,319.07
ถ้ามา ลิสบอน (Lisbon) แล้วไม่ได้แวะมาที่นี่ ถือว่าพลาดไฮไลต์ระดับชาติเลย! อารามโบราณสุดยิ่งใหญ่อลังการแห่งนี้ใช้เวลาสร้างนานถึง 70 ปี ในช่วงศตวรรษที่ 16 โดยใช้เงินทุนมหาศาลจากภาษีการค้าเครื่องเทศใน ยุคแห่งการสำรวจ (Age of Discovery) เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ วาสโก ดา กามา (Vasco da Gama) นักเดินเรือผู้เปิดเส้นทางจากยุโรปสู่อินเดีย
ความเก๋สุดๆ คือสถาปัตยกรรมสไตล์ "มานูเอลไลน์" (Manueline) ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ โปรตุเกส โดยการแกะสลักหินปูนเป็นลวดลายท้องทะเล ไม่ว่าจะเป็นเกลียวเชือกเรือ สมอเรือ ปะการัง และสัตว์ทะเลได้อย่างอ่อนช้อยและวิจิตรบรรจงมากๆ แถมภายในวิหารยังเป็นที่ตั้งของสุสานกษัตริย์และบุคคลสำคัญของประเทศ จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ใครชอบงานสถาปัตยกรรมระดับอลังการงานสร้าง บอกเลยว่าเดินเพลินจนลืมเวลาแน่นอน
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/645KfKvLEHEYXuz96
เวลาเปิด-ปิด:
ค่าเข้าชม: ประมาณ 18 ยูโร
พิกัดถัดมา ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำตาโฮใน ลิสบอน (Lisbon) ไม่ไกลจากวิหารเจอโรนิโม ป้อมปราการหินโบราณแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 เพื่อทำหน้าที่เป็นด่านหน้าป้องกันการรุกรานทางทะเลของศัตรู และเป็นจุดปล่อยเรือนำทางเหล่านักสำรวจยุคตื่นทองให้ออกเดินทางไปเผชิญโลกกว้าง
นอกจากดีไซน์ป้อมปราการหินแกะสลักสไตล์มานูเอลไลน์ที่สวยงามสมเป็นมรดกโลกแล้ว ที่นี่ยังมีเกร็ดประวัติศาสตร์น่ารักๆ ตรงรูปแกะสลักแรด บนกำแพงป้อม ซึ่งมาจากเรื่องราวในอดีตตอนที่กษัตริย์โปรตุเกสได้รับแรดเป็นของขวัญจากอินเดีย จึงได้สั่งให้ช่างแกะสลักรูปแรดไว้บนหอคอยแห่งนี้ ถือเป็นรูปแกะสลักแรดชิ้นแรกในศิลปะยุโรปเลยก็ว่าได้! ถ่ายรูปออกมาแล้วเท่และมีเอกลักษณ์มากๆ เป็นอีกหนึ่ง ที่เที่ยวโปรตุเกสที่ห้ามพลาด
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/ZtHtoSsWJ5iyzWLg9
เวลาเปิด-ปิด: วันอังคาร - วันอาทิตย์ 10:00 - 17:30 น. (ปิดวันจันทร์)
ค่าเข้าชม: ประมาณ 15 ยูโร
สายเสพศิลปะต้องเลิฟ! โบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองปอร์โต (Porto) ซึ่งสิ่งแรกที่จะสะกดทุกสายตาคือฝาผนังด้านนอกอาคารที่ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว-น้ำเงิน (Azulejos) แผงใหญ่อลังการ บอกเล่าเรื่องราวการก่อตั้งศาสนจักรแมรี่บนยอดเขาคาร์เมล ตัวโบสถ์สร้างด้วยศิลปะสไตล์โรโกโกผสมบาโรก
แต่กิมมิกที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ โบสถ์แห่งนี้ถูกปลูกติดกับอีกโบสถ์หนึ่งชื่อ โบสถ์บารานฮอส (Igreja dos Carmelitas) แต่ในสมัยก่อนมีกฎหมายห้ามไม่ให้โบสถ์สองแห่งใช้กำแพงร่วมกัน และเพื่อป้องกันไม่ให้พระสงฆ์กับแม่ชีอยู่ใกล้ชิดกันเกินไป สถาปนิกจึงสร้างบ้านที่แคบที่สุดในโปรตุเกส (Hidden House) ซึ่งมีความกว้างเพียง 3 เมตรคั่นไว้ตรงกลาง! ปัจจุบันบ้านแคบๆ หลังนี้เปิดให้เข้าไปเดินชมกุฏิและทางเชื่อมลับด้านในได้ด้วยนะ แปลกและน่าสนใจสุดๆ
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/hMif6DRCySotCYH89
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน 09:30 - 17:00 น.
ค่าเข้าชม: ชมตัวโบสถ์ฟรีจากภายนอก (หากต้องการเข้าชมด้านในและ Hidden House ประมาณ 7 ยูโร)
มาถึงเมือง ปอร์โต (Porto) ทั้งที ถ้าไม่ได้ลิ้มลอง “พอร์ตไวน์” (Port Wine) บอกเลยว่าพลาดมาก! เพราะนี่คือไวน์หวานรสเข้มข้นผสมบรั่นดี ตัวเด็ดระดับตำนานที่สร้างชื่อเสียงให้ โปรตุเกส ไปทั่วโลก จุดเริ่มต้นก็มาจากเรื่องเล่าในอดีต เมื่อชาวอังกฤษอยากขนส่งไวน์โปรตุเกสกลับบ้าน แต่ระยะทางทางเรือมันไกลจนไวน์มักจะเสียระหว่างทาง พ่อค้ายุคนั้นเลยแก้เกมด้วยการเติมบรั่นดีลงไปเพื่อถนอมน้ำไวน์ จนกลายเป็นกำเนิดของไวน์รสชาติเอกลักษณ์ที่นุ่มลึกและมีมิติสุดๆ
แค่วาร์ปเดินข้ามแม่น้ำโดรูไปยังย่าน Vila Nova de Gaia ก็จะพบกับโรงบ่มไวน์โบราณระดับตำนานตั้งเรียงรายเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็น Taylor's, Sandeman หรือ Cálem ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดเลยคือการซื้อตั๋วทัวร์ลงไปชมโรงบ่มไวน์ใต้ดิน สูดกลิ่นหมักไวน์หอมๆ ในบรรยากาศคลาสสิก พร้อมฟังเรื่องราวของการขนส่งไวน์ด้วยเรือไม้โบราณ (Rabelo Boats) ก่อนจะปิดท้ายทริปด้วยการจิบไวน์เกรดพรีเมียมชิลๆ บอกเลยว่าฟินจนต้องมีติดมือกลับบ้านสักขวดสองขวดแน่นอน!
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/BHQPdfGoNG44hykC8
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน 10:00 - 18:00 (ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงบ่ม)
ค่าเข้าชม: ตั๋วทัวร์พร้อมชิมไวน์เริ่มต้นประมาณ 18-25 ยูโร
ย่านริมแม่น้ำโดรูสุดคลาสสิกของเมือง ปอร์โต (Porto) ที่การันตีความเสน่ห์ด้วยการได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกกันแบบยกย่าน! จุดเด่นที่ทำให้ใครๆ ก็ตกหลุมรักที่นี่ คือภาพตึกสูงทรงแคบหลากสีสัน ทั้งส้ม เหลือง ฟ้า ที่ปลูกเรียงรายไล่ระดับสลับซับซ้อนไปตามแนวเนินเขา มองลงมาจะเห็นภาพตัดกับผืนน้ำใสและเรือไม้โบราณที่ลอยลำนิ่งๆ อยู่กลางแม่น้ำอย่างลงตัว
ช่วงเวลาที่ฟินที่สุดยกให้ช่วงแดดร่มลมตกยามเย็น แนะนำให้มาเดินสโลว์ไลฟ์ปล่อยใจ สูดอากาศบริสุทธิ์ ปล่อยใจจอยไปกับเสียงดนตรีสดจากนักดนตรีเปิดหมวก แล้วเลือกลองปักหมุดนั่งชิลตามคาเฟ่หรือบาร์ริมน้ำ ลอง ของกินโปรตุเกสจานเด็ดจิบคู่กับไวน์เย็นๆ ชมแสงสุดท้ายของวันที่ค่อยๆ ลับขอบฟ้าไปหลังสะพานเหล็ก บอกเลยว่าบรรยากาศดีงามสุดใจ!
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/GeKV54eceMsdsuLk7
เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม: ฟรี
แลนด์มาร์กสะพานเหล็กสองชั้นสุดอลังการที่ทอดข้ามแม่น้ำโดรู เชื่อมระหว่างเมืองปอร์โตและย่านโรงบ่มไวน์ วิลาโนวา เด กายา สะพานนี้สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1886 โดยสถาปนิกชาวเบลเยียมชื่อ เตโอฟิล ไซริก (Theóphile Seyrig) ซึ่งเขาคือลูกศิษย์และหุ้นส่วนคนสำคัญของ กุสตาฟ ไอเฟล (ผู้ออกแบบหอไอเฟลอันโด่งดัง) จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมโครงสร้างเหล็กและโค้งสะพานถึงมีความเท่คลาสสิกสไตล์ไอเฟลแบบเต็มๆ
ความพิเศษคือ สะพานชั้นล่างไว้สำหรับรถยนต์วิ่ง ส่วนชั้นบนสุดเปิดให้รถไฟฟ้าวิ่ง และมีทางเดินสำหรับคนข้ามโดยเฉพาะ ซึ่งจุดนี้แหละคือจุดชมวิวเมืองปอร์โตจากมุมสูงที่ดีที่สุด! ยิ่งถ้ามาช่วงเย็น เราจะได้เห็นแสงแดดสีส้มทองตกกระทบตึกราบ้านช่องและแม่น้ำเป็นประกายวับวาว บอกเลยว่าสวยจริงๆ เป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิตระดับโลกที่ต้องมาเช็กอินให้ได้!
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/CCjk7cPe8f4tToqV8
เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม: ฟรี
ศูนย์กลางใจกลางเมืองปอร์โต ที่ทั้งยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุด! จัตุรัสแห่งนี้เปรียบเสมือนหัวใจของเมือง ล้อมรอบไปด้วยอาคารสวยสะดุดตาสไตล์นีโอคลาสสิกและอาร์ตนูโว ตรงใจกลางจัตุรัสมีอนุสาวรีย์กษัตริย์เปโดรที่ 4 (King Pedro IV) ทรงม้าอยู่อย่างน่าเกรงขาม โดดเด่นมาแต่ไกลเลย ส่วนดีเทลสุดเก๋ที่สายถ่ายรูปและสายคาเฟ่ต้องเลิฟเลยก็คือ จัตุรัสนี้เป็นที่ตั้งของ McDonald's Imperial ร้านแมคโดนัลด์ที่ได้รับการยกย่องว่า "สวยที่สุดในโลก"! เพราะเขาเท่ถึงขนาดเอาคาเฟ่สุดหรูยุค 1930s มารีโนเวตใหม่ ด้านหน้าต้อนรับเราด้วยนกอินทรีบรอนซ์ขนาดยักษ์ พอเดินเข้าไปข้างในจะเจอกับโคมไฟระย้าห้อยตระหง่านคู่กับงานกระจกสีสวยๆ บอกเลยว่าเป็นจุดแวะพักเติมพลังและเช็กอินถ่ายรูปที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใครในการมาเที่ยวโปรตุเกสเมืองนี้เลย!
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/C7t5Hip1pESDMdGx5
เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม: ฟรี
ปักหมุดไปยืนสูดอากาศบริสุทธิ์ ณ จุดตะวันตกที่สุดของแผ่นดินใหญ่ทวีปยุโรป! แหลมโรก้า ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติซินทรา บนหน้าผาหินสูงตระหง่านกว่า 100 เมตร ยื่นดิ่งลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติก เสน่ห์ของที่นี่คือความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ลมทะเลพัดแรงสะใจ และคลื่นยักษ์กระทบฝั่งไกลสุดลูกหูลูกตา โดดเด่นด้วยประภาคารสีแดงขาวโบราณที่เปิดใช้งานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 และอนุสาวรีย์ไม้กางเขนสลักคำกล่าวอันโด่งดังของ หลุยส์ เด คาโมเอนส์ (Luís de Camões) กวีเอกชาวโปรตุเกสไว้ว่า "Where the land ends and the sea begins" (ณ ที่ซึ่งแผ่นดินสิ้นสุด และท้องทะเลเริ่มต้นขึ้น) ถือเป็น ที่เที่ยวโปรตุเกส สำหรับสายธรรมชาติ ที่สวยอลังการและคุ้มค่ากับการเดินทางมาเช็กอินแน่นอน!
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/B67v9USQbi6hHMka9
เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเปิดประมาณ 09:00 - 18:00 น.)
ค่าเข้าชม: ฟรี
ปราสาทในเทพนิยายที่มีอยู่จริงบนยอดเขาสูงในเมือง ซินตรา (Sintra) โดดเด่นมาแต่ไกลด้วยตัวอาคารสีเหลืองสดและสีแดงสลับกันอย่างฉูดฉาด ปราสาทแห่งนี้อดีตเคยเป็นพระราชวังฤดูร้อนของพระราชวงศ์ โปรตุเกส โดยเจ้าชายเฟอร์ดินานด์ที่ 2 ทรงเนรมิตซากอารามเก่าให้กลายเป็นปราสาทสุดอลังการ ความเก๋คือการผสมผสานศิลปะหลากหลายยุคไว้ด้วยกัน ทั้งนีโอโกธิก นีโอเรอเนสซองส์ และศิลปะอิสลาม (Moorish) ตัวปราสาทล้อมรอบด้วยสวนป่าธรรมชาตินานาพันธุ์ ลมพัดเย็นสบายตลอดปี แถมยังเป็นจุดชมวิวเมืองซินตราและมหาสมุทรแอตแลนติกแบบ 360 องศา สวยงามและน่าประทับใจสุดๆ
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/1HqTE8H2RtG2vEP18
เวลาเปิด-ปิด:
ค่าเข้าชม: ค่าเข้าพระราชวังและสวนประมาณ 20 ยูโร (หากเข้าชมเฉพาะสวนประมาณ 10 ยูโร)
อีกหนึ่งพระราชวังสำคัญใจกลางเมือง ซินตรา (Sintra) ที่ทั้งเก่าแก่ที่สุดในประเทศและได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์แบบมากๆ! จุดสังเกตที่เตะตามาแต่ไกลเลยก็คือ ปล่องไฟสีขาวทรงกรวยคู่ขนาดใหญ่เหนือห้องครัวหลวง ซึ่งยื่นตระหง่านจนมองเห็นได้จากแทบทุกมุมเมือง ด้านในบอกเลยว่าเป็นขุมทรัพย์ทางประวัติศาสตร์ตัวจริง! ประดับประดาด้วยกระเบื้องเคลือบ Azulejos โบราณสุดงดงามตั้งแต่ศตวรรษที่ 15-16 แถมยังมีห้องโถงกษัตริย์สุดอลังการอย่างห้อง Swan Room ที่บนเพดานมีภาพวาดหงส์สวมมงกุฎเรียงราย และห้องไฮไลต์อย่างห้อง Magpie Room ที่มีเรื่องเล่าสนุกๆ ว่า กษัตริย์สั่งให้วาดรูปนกสาลิกาเต็มเพดานเพื่อแอบประชดพวกเหล่าข้านกแก้วนกขุนทองหรือหญิงรับใช้ในวังที่ชอบนินทาเรื่องของพระองค์นั่นเอง! ใครเป็นสายเสพเกร็ดประวัติศาสตร์และศิลปะโบราณ บอกเลยว่าต้องมาปักหมุดที่นี่ให้ได้
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/BuGv7i5icHqt5YLv8
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน 09:30 - 18:30 น.
ค่าเข้าชม: ประมาณ 13 ยูโร
หนึ่งใน ที่เที่ยวโปรตุเกส ห้ามพลาด สำหรับสายธรรมชาติตัวจริง! ถ้ำทะเลสุด unseen ในภูมิภาค อัลการ์ฟ (Algarve) ทางตอนใต้ของประเทศ ที่เกิดจากพลังธรรมชาติของคลื่นและลมทะเลกัดเซาะมานับพันปี จนกลายเป็นโถงถ้ำหินขนาดมหึมา ไฮไลต์เด็ดที่ทำเอาทุกคนต้องว้าวคือช่องแสงธรรมชาติวงกลมโตๆ บนเพดานถ้ำ ยามแสงแดดส่องลอดผ่านลงมากระทบกับน้ำทะเลสีฟ้าและหาดทรายด้านใน บอกเลยว่าสวยงามสะกดสายตาจนแทบหยุดหายใจ! ซึ่งถ้ำนี้เข้าได้เฉพาะทางน้ำเท่านั้นนะ ไม่ว่าจะเลือกนั่งเรือนำเที่ยว สปีดโบ๊ตชิลๆ หรือจะสายแอดเวนเจอร์พายคายัคเข้ามาสัมผัสความอลังการด้วยตัวเองก็ฟินไม่แพ้กัน!
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/btVMzFvNHaz5WoTw6
เวลาเปิด-ปิด: เปิดตามรอบเรือนำเที่ยว (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและระดับน้ำขึ้น-น้ำลง)
ค่าเข้าชม: ทัวร์เรือหรือคายัคเริ่มต้นประมาณ 25-40 ยูโร
มหาวิหารที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองหลวง ลิสบอน (Lisbon) ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1147 บนพื้นที่มัสยิดเดิมเพื่อฉลองชัยชนะในการกอบกู้เมืองคืน ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์โรมาเนสก์ที่ใช้หินหนาแข็งแรง ดูคล้ายป้อมปราการยุคกลางเพื่อเอาไว้รับศึกสงครามในอดีต นั่นเลยเป็นเหตุผลว่าทำไมที่นี่ถึงได้รอดพ้นจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่มาได้อย่างน่าอัศจรรย์นั่นเอง
และภาพจำสุดคลาสสิกระดับโลกของการมา เที่ยวโปรตุเกส ที่ทุกคนต้องมาดักรอเช็กอินกันให้ได้ก็คือ จังหวะที่ "รถรางสีเหลืองโบราณสาย 28" วิ่งแล่นผ่านหน้ามหาวิหารหินโบราณแห่งนี้ บอกเลยว่าช่องแสงและมุมนี้ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยคลาสสิก เท่ มีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใครสุดๆ
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/ZQaQj9KNvFBUAtgr7
เวลาเปิด-ปิด: วันจันทร์ - วันเสาร์ 10:00 - 18:00 น. (ปิดวันอาทิตย์)
ค่าเข้าชม: เข้าชมตัวโบสถ์ฟรี (หากต้องการขึ้นชมระเบียงและกรุสมบัติประมาณ 5 ยูโร)
จัตุรัสขนาดใหญ่ยักษ์ริมแม่น้ำตาโฮใน ลิสบอน (Lisbon) ล้อมรอบด้วยอาคารทรงนีโอคลาสสิกสีเหลืองมัสตาร์ดสุดหรูหรา ในอดีตพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวง Ribeira Palace ก่อนจะถูกแผ่นดินไหวใหญ่ทำลายในปี 1755 และได้รับการสร้างขึ้นใหม่ให้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าและประตูสู่เมืองของลิสบอน
ตรงกลางจัตุรัสโดดเด่นด้วยอนุสาวรีย์กษัตริย์โฮเซที่ 1 ทรงม้า และประตูชัย Rua Augusta Arch สุดยิ่งใหญ่ ซึ่งสามารถซื้อตั๋วขึ้นลิฟต์ไปชมวิวเมือง ลิสบอน แม่น้ำตาโฮ และถนนคนเดินจากมุมสูงแบบ 360 องศาได้ด้วย เหมาะมากสำหรับการมาเดินเล่นรับลม จิบกาแฟชิลๆ และชมพระอาทิตย์ตกยามเย็น
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/y8GbF7zHQAEVPPji7
เวลาเปิด-ปิด: จัตุรัสเปิดตลอด 24 ชั่วโมง (จุดชมวิวบนประตูชัยเปิด 10:00 - 19:00 น.)
ค่าเข้าชม: เดินเล่นจัตุรัสฟรี (ขึ้นชมวิวบนประตูชัยประมาณ 3.50 ยูโร)
ตั้งอยู่ในเมืองกูอิมบรา อดีตเมืองหลวงโบราณ และเมืองแห่งมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มหาวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 และถือเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ยุคกลางที่สมบูรณ์ที่สุดในโปรตุเกสเลย มองจากภายนอก ตัวอาคารดูแข็งแกร่งด้วยกำแพงหินหนาเตอะ ช่องหน้าต่างแคบๆ และมีเสมาบนหลังคา ดูคล้ายป้อมปราการรับศึกสงคราม ซึ่งสะท้อนถึงประวัติศาสตร์การต่อสู้แย่งชิงเมืองระหว่างชาวคริสต์และชาวมัวร์ในยุคกลางได้เป็นอย่างดี ส่วนด้านในก็อลังการไม่แพ้กัน เพราะมีแท่นบูชาไม้แกะสลักปิดทองสไตล์โกธิกสุดวิจิตรตระการตาที่บอกเลยว่าสายประวัติศาสตร์และสายถ่ายรูปโบราณสถานต้องหลงรักแน่นอน!
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/szPHQmHzFV7hqztg6
เวลาเปิด-ปิด: วันจันทร์ - วันอาทิตย์ 10:00 - 17:30 น. / วันเสาร์ 11:00 - 18:00 น.
ค่าเข้าชม: ประมาณ 2.50 - 3 ยูโร
ปิดท้ายกันด้วยย่านที่เก่าแก่ที่สุดของ ลิสบอน (Lisbon) และเป็นย่านเดียวที่รอดพ้นจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ปี 1755 ทำให้ยังคงรักษากลิ่นอายเมืองโบราณยุคกลางไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด เสน่ห์ของที่นี่คือตรอกซอกซอยแคบๆ เลี้ยวลดคดเคี้ยวไปตามแนวเนินเขา สองข้างทางเต็มไปด้วยบ้านเรือนประดับกระเบื้อง Azulejos สวยงาม และผ้าที่ตากอยู่ตามหน้าต่างบ้านเรือน ได้บรรยากาศวิถีชีวิตท้องถิ่นแท้ๆ
ตอนเย็นๆ ลองมาเดินเล่นปล่อยใจไปตามทาง แวะหาของกินโปรตุเกส อร่อยๆ ตามร้านอาหารเล็กๆ พร้อมฟังดนตรีสด Fado บทเพลงพื้นบ้านทรงเสน่ห์ของโปรตุเกส รับรองว่าเป็นประสบการณ์ที่ละมุนและประทับใจไม่รู้ลืมแน่นอน!
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/LEvVeogurcgNwhuL6
เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม: ฟรี
Browns Central Hotel โรงแรมสุดเก๋ระดับ 4 ดาวใจกลางย่าน Baixa ใน ลิสบอน (Lisbon) ที่ครองใจนักเดินทางทั่วโลก ด้วยโลเคชันระดับสิบเต็มสิบ! เพราะตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน ร้านอาหารอร่อยๆ และสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลต์ชนิดที่เดินถึงกันได้สบายๆ ตัวโรงแรมดัดแปลงมาจากอาคารเก่าแก่ในศตวรรษที่ 18 แต่นำมารีโนเวตใหม่ในสไตล์วินเทจผสมอาร์ตเดโคได้อย่างลงตัว ห้องพักตกแต่งมีเอกลักษณ์ เตียงนอนนุ่มฟู พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แถมด้านล่างยังมีคาเฟ่และบาร์บรรยากาศชิคๆ ให้มานั่งจิบเครื่องดื่มชิลๆ หลังกลับมาจากเดินเที่ยว ถือเป็นตัวเลือกสายแมสที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบายได้ดีที่สุดเลย!

Portugal

Browns Central Hotel

9.4/10
•




Sao Nicolau
THB 5,253.36
THB 4,847.75
ใครกำลังมองหาที่พักระดับ 5 ดาว และพร้อมเปย์ให้กับวิวหลักล้าน ต้องยกให้ที่นี่เลย! The Yeatman Hotel เป็นลักชัวรีรีสอร์ตที่ตั้งอยู่บนเนินเขาในย่านวิลาโนวา เด กายา ฝั่งตรงข้ามเมือง ปอร์โต (Porto) ไฮไลต์เด็ดกินขาดคือสระว่ายน้ำอินฟินิตี้รูปทรงขวดไวน์สุดเก๋ และห้องพักเกือบทุกห้องที่หันหน้าเข้าหาแม่น้ำโดรู ให้เราได้นอนมองวิวเมืองเก่าและสะพานดอม หลุยส์ ที่ 1 แบบพาโนรามา นอกจากนี้ยังตกแต่งในธีมวัฒนธรรมไวน์ของเมืองอย่างหรูหรา มีสปาระดับพรีเมียม และห้องอาหารดีกรีมิชลินสตาร์ เหมาะมากๆ สำหรับคู่รักหรือคนที่อยากให้รางวัลตัวเองด้วยทริปพักผ่อนสุดพรีเมียม

Portugal

The Yeatman Hotel

9.8/10
•





Vila Nova de Gaia (Santa Marinha)
THB 22,287.70
THB 20,567.14
161 Norte Guesthouse สำหรับใครที่มองหาเกสต์เฮาส์น่ารักๆ บรรยากาศอบอุ่น และราคาสบายกระเป๋า ที่นี่คือตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามเลย! ตั้งอยู่ในย่าน Baixa ใจกลาง ลิสบอน (Lisbon) ที่เดินทางง่าย ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ตัวอาคารเป็นบ้านสไตล์โปรตุเกสโบราณที่นำมารีโนเวตใหม่ ด้านในตกแต่งอย่างเรียบง่าย มินิมอลแต่ดูสะอาดตา พื้นไม้และเตียงนอนนุ่มๆ ให้ความรู้สึกสบายเหมือนอยู่บ้าน แถมยังมีพื้นที่ส่วนกลางและครัวให้ใช้งานด้วย เหมาะมากๆ สำหรับคนที่อยากคุมงบแต่ยังได้ความสงบ เป็นส่วนตัว และเดินทางสะดวก

Portugal

161 Norte Guesthouse

7.2/10
•


Sao Nicolau
THB 1,826.45
THB 1,685.29
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวโปรตุเกสคือ ช่วงฤดูใบไม้ผลิ (พฤษภาคม - มิถุนายน) และ ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - ตุลาคม) เนื่องจากสภาพอากาศกำลังเย็นสบาย อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 15-25°C แดดสดใส ฝนตกน้อย เหมาะแก่การเดินเที่ยวชมเมือง และนักท่องเที่ยวไม่แออัดเท่าช่วงไฮซีซั่น
อย่างไรก็ตาม โปรตุเกส เป็นประเทศที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยแต่ละฤดูกาลจะมีเสน่ห์และจุดเด่นที่แตกต่างกัน ดังนี้
| ช่วงเดือน | ฤดูกาล | อุณหภูมิเฉลี่ย | สภาพอากาศ / บรรยากาศ | ความเหมาะสมในการเที่ยว |
| พ.ค. - มิ.ย. | ฤดูใบไม้ผลิ | 15°C - 25°C | อากาศเย็นสบาย แดดสดใส ดอกไม้บาน | ดีที่สุด (เดินเที่ยวเมืองสบาย มีเทศกาลท้องถิ่น) |
| ก.ค. - ส.ค. | ฤดูร้อน | 25°C - 35°C+ | แดดแรง ท้องฟ้าเปิด ร้อนจัดบางวัน | เหมาะกับสายทะเล เที่ยวหาด อัลการ์ฟ (คนแน่น/ราคาสูง) |
| ก.ย. - ต.ค. | ฤดูใบไม้ร่วง | 15°C - 25°C | อากาศกำลังสบาย ลมเย็น ฤดูเก็บองุ่น | ดีที่สุด (ทัวร์ชิมไวน์ ถ่ายรูปสวย คนไม่เยอะ) |
| พ.ย. - เม.ย. | ฤดูหนาว | 8°C - 15°C | อากาศเย็น มีฝนตกบ้างบางวัน | สายคุมงบ (ตั๋วและที่พักราคาถูก คนน้อย ไม่ต้องรอคิวยาว) |
Q: เที่ยวโปรตุเกสต้องขอวีซ่าไหม?
ต้องขอวีซ่าเชงเกน (Schengen Visa) โดยยื่นขอผ่านศูนย์รับคำร้องวีซ่าประเทศโปรตุเกส ซึ่งหากมีวีซ่าเชงเกนแบบ Multiple Entries ที่ยังไม่หมดอายุจากประเทศอื่นในกลุ่มเชงเกนก็สามารถใช้เดินทางเข้าโปรตุเกสได้เลย
Q: เที่ยวโปรตุเกสต้องแต่งตัวยังไง?
แต่งตัวตามฤดูกาลได้เลย ช่วงฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงเน้นชุดชั้นนอกกันลมหรือเสื้อคลุมเท่ๆ ส่วนฤดูหนาวควรเตรียมเสื้อโค้ทหรือลองจอนกันลมติดไปด้วย ข้อสำคัญคือควรสวมรองเท้าผ้าใบที่รับน้ำหนักได้ดี เพราะถนนส่วนใหญ่ปูด้วยหินแกรนิตและมีเนินสูงชันให้เดินเยอะมาก
Q: ไปโปรตุเกสใช้ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่?
งบกลางๆ สำหรับการเที่ยวโปรตุเกสประมาณ 7-10 วัน จะอยู่ที่ประมาณ 50,000 - 80,000 บาทต่อคน (รวมค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พัก อาหาร และค่าเข้าชมสถานที่) ถือเป็นหนึ่งในประเทศยุโรปตะวันตกที่ค่าครองชีพและค่าอาหารราคาย่อมเยาสบายกระเป๋าที่สุด
Q: จากสนามบินลิสบอนเดินทางเข้าเมืองยังไง?
เดินทางง่ายและประหยัดสุดๆ ด้วย รถไฟใต้ดิน Metro สายสีแดง (Linha Vermelha) จากสถานี Aeroporto ที่อยู่หน้าอาคารผู้โดยสาร นั่งตรงเข้าสู่ใจกลางเมืองได้ในเวลาเพียง 20 นาที หรือหากมีสัมภาระเยอะจะใช้บริการ Ride-Hailing อย่าง Uber ก็สะดวกเช่นกัน
Q: เที่ยวโปรตุเกสช่วงไหนดีที่สุด?
ช่วงที่อากาศดีและน่าเที่ยวที่สุดคือ เดือนพฤษภาคม - มิถุนายน และ กันยายน - ตุลาคม เพราะอากาศอบอุ่นกำลังดีประมาณ 15-25°C แดดสดใส ฝนตกน้อย เดินเที่ยวเมืองได้ชิลๆ โดยไม่ต้องเจอแดดร้อนจัดหรือคนแออัดเหมือนช่วงฤดูร้อน


















