
ใครกำลังมีแพลนไปญี่ปุ่นอยู่ อย่าลืมเช็กเรื่องของห้ามนำเข้าญี่ปุ่นก่อนจัดกระเป๋า! เพราะหลายอย่างที่ซื้อหรือพกได้ปกติในไทย อาจกลายเป็นของต้องห้ามเข้าญี่ปุ่นแบบไม่รู้ตัว โดยเฉพาะอาหาร เนื้อสัตว์ ยา และของใช้บางประเภทที่ทางเจ้าหน้าที่ตรวจค่อนข้างเข้ม บางกรณีอาจโดนยึดของหรือถูกเรียกตรวจเพิ่มที่สนามบินได้เลย
บทความนี้เลยรวมมาให้ครบว่า ญี่ปุ่นห้ามนำเข้าอะไรบ้าง พกยาไปญี่ปุ่นได้ไหม และอะไรที่ต้องระวังก่อนบิน ใครกำลังเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกหรือเตรียมตัวเที่ยวเอง อ่านจบแล้วจัดกระเป๋าได้สบายใจขึ้นแน่นอน แถมยังสามารถจองตั๋วเครื่องบิน ที่พักและวางแพลนเที่ยวญี่ปุ่นได้ง่ายๆ ผ่าน Traveloka ครบจบในแอปเดียวอีกด้วย
สำหรับใครที่มีแพลนเที่ยวญี่ปุ่นและต้องพกยาติดตัว เรื่องนี้ถือว่าสำคัญมาก เพราะมียาบางประเภทที่แม้จะใช้ได้ปกติในหลายประเทศ แต่กลับเข้าข่ายยาห้ามนำเข้าญี่ปุ่น เนื่องจากมีส่วนผสมของสารที่ญี่ปุ่นควบคุมอย่างเข้มงวด เช่น Pseudoephedrine หรือ Diphenoxylate ซึ่งเป็นสารในการผลิตยาเสพติดและถูกจัดเป็นสารควบคุมพิเศษในญี่ปุ่น
ตัวอย่างยาที่ไม่สามารถนำเข้าญี่ปุ่นได้ ได้แก่:
ส่วนใครที่ต้องพกยาเข้าญี่ปุ่นหรือมีใบประจำตัว ควรเตรียมใบรับรองแพทย์ภาษาอังกฤษติดตัวไว้ พร้อมระบุชื่อยาและเหตุผลในการใช้ให้ชัดเจน รวมถึงพกไปในปริมาณเหมาะสมกับจำนวนวันเที่ยว เพื่อป้องกันปัญหาตอนผ่านด่าน และลดโอกาสถูกเรียกตรวจเพิ่มเติมที่สนามบิน
นอกจากนี้ สำหรับยาบางประเภท โดยเฉพาะยาที่มีสารควบคุม อาจต้องขอเอกสารอนุญาตที่เรียกว่า Yunyu Kakunin-sho จากกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นล่วงหน้าก่อนเดินทางด้วย ดังนั้นใครที่มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาเฉพาะทาง แนะนำให้เช็กข้อมูลให้เรียบร้อยก่อนบิน จะได้เที่ยวได้แบบสบายใจมากกว่าเดิม
อีกหนึ่งหมวดของห้ามนำเข้าญี่ปุ่น ที่หลายคนพลาดกันบ่อยมากก็คือพวกเนื้อสัตว์และอาหารแปรรูปจากสัตว์ เพราะหลายคนอาจคิดว่าเป็นแค่ของฝากเล็กๆ น้อยๆ น่าจะไม่มีปัญหา แต่จริงๆ แล้วทางญี่ปุ่นเข้มงวดกับเรื่องนี้มาก เพื่อป้องกันโรคระบาดจากปศุสัตว์ที่อาจหลุดเข้าประเทศได้
ของที่เข้าข่าย เช่น:
ญี่ปุ่นมีบทลงโทษค่อนข้างจริงจังสำหรับการลักลอบนำเข้าเนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์หรือน้ำนมดิบโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโอกาสถูกจำคุกสูงสุดไม่เกิน 3 ปี หรือปรับสูงสุดถึง 1 ล้านเยนเลย ดังนั้นถ้าจำเป็นต้องนำเข้าจริงๆ จะต้องมีเอกสารรับรองจากประเทศต้นทางอย่างถูกต้อง แต่ถ้าไม่ได้จำเป็นมาก แนะนำให้หลีกเลี่ยงไปเลยจะง่ายและปลอดภัยที่สุด
หลายคนอาจคิดว่าพกผลไม้หรือผักจากไทยไปกินที่ญี่ปุ่นไม่น่ามีปัญหา แต่จริงๆ แล้วของกลุ่มนี้ถือเป็นอีกหนึ่งประเภทของห้ามเข้าญี่ปุ่น ที่เจ้าหน้าที่ตรวจค่อนข้างละเอียด เพราะญี่ปุ่นมีมาตรการป้องกันโรคพืช แมลง และเชื้อแบคทีเรียจากต่างประเทศอย่างเข้มงวด หากจะเอาเข้าไปได้ต้องมีใบรับรองที่ผ่านกระบวนการนำเข้าอย่างถูกกฏหมายเท่านั้น
ผัก ผลไม้ที่เข้าข่าย เช่น
แต่ถ้าเป็นอาหารหรือผลไม้ที่ผ่านการแปรรูปแล้ว เช่น ของดอง ผลไม้อบแห้ง ชา หรือผลไม้กระป๋องที่บรรจุในแพ็กเกจมาตรฐานและมีฉลากชัดเจน ส่วนใหญ่จะสามารถนำเข้าได้ง่ายกว่า ดังนั้นใครที่อยากพกของกินจากไทยเข้าญี่ปุ่น แนะนำให้เช็กประเภทสินค้าให้ดีก่อนจัดกระเป๋า จะได้ไม่โดนยึดของตั้งแต่ถึงสนามบิน
สายชอบซื้อของแปลกหรือของกินพื้นบ้านจากไทยต้องระวังเรื่องนี้ให้ดี เพราะแมลงหลายประเภทถือเป็น ของห้ามเข้าญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นแมลงที่ยังมีชีวิต หรือแม้แต่แมลงแปรรูปและซากแมลงบางชนิดก็ตาม
ตัวอย่างที่เข้าข่าย เช่น:
เหตุผลที่ญี่ปุ่นเข้มงวดก็เพราะต้องการป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศ รวมถึงลดความเสี่ยงเรื่องโรคและแมลงต่างถิ่นที่อาจกระทบภาคการเกษตรของประเทศได้ ดังนั้นหากไม่มีเอกสารหรือใบอนุญาตเฉพาะ การนำแมลงเข้าประเทศอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายและถูกตรวจที่ด่านได้ทันที
อีกหนึ่งกลุ่มของต้องห้ามเข้าญี่ปุ่น ที่หลายคนอาจไม่ทันนึกถึงก็คือ ดิน ฟาง แกลบข้าว หรือพืชที่ยังมีเศษดินติดอยู่ เพราะสิ่งเหล่านี้อาจมีเชื้อโรค แมลง หรือศัตรูพืชปะปนมาด้วย ซึ่งทางญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการป้องกันปัญหาด้านการเกษตรและระบบนิเวศค่อนข้างมาก
ของบางอย่างอาจดูไม่น่ามีปัญหา แต่กลับเข้าข่ายได้แบบไม่รู้ตัว เช่น:
ดังนั้นก่อนจัดกระเป๋า ควรตรวจสอบของฝากหรือของใช้ให้ละเอียด โดยเฉพาะของที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เพราะบางครั้งสิ่งที่ดูธรรมดาอาจถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจเพิ่มเติมที่ด่านได้เหมือนกัน
สายช้อปต้องระวังเรื่องนี้ให้ดี เพราะสินค้าก๊อปหรือของละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นอีกหนึ่งประเภทของห้ามเข้าญี่ปุ่นที่ทางการญี่ปุ่นเข้มงวดมาก ต่อให้ซื้อมาใช้เอง ไม่ได้ตั้งใจนำไปขาย ก็ยังมีโอกาสถูกยึดหรือถูกตรวจสอบได้
ตัวอย่างสินค้าที่เข้าข่าย เช่น:
โดยเฉพาะสินค้าที่มีโลโก้ เครื่องหมายการค้า หรือแพ็กเกจเลียนแบบของแท้ หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบที่สนามบินญี่ปุ่นอาจถูกยึดทันที และในบางกรณีอาจถูกสอบถามเพิ่มเติมได้ด้วย ดังนั้นใครที่กำลังเตรียมตัวเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองแนะนำว่าเลี่ยงสินค้าก๊อปหรือของเลียนแบบไปเลยจะปลอดภัยที่สุด จะได้เที่ยวแบบสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาที่ด่านศุลกากรญี่ปุ่น
หลายคนอาจมองว่าการพกเงินสดไปช้อปที่ญี่ปุ่นเยอะๆ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่จริงๆ แล้ว หากนำเงินสดเข้าประเทศญี่ปุ่นเกิน 1 ล้านเยน หรือมูลค่าเทียบเท่า จะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ศุลกากรทุกครั้ง เพราะเป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันการฟอกเงินและตรวจสอบเส้นทางการเงินตามมาตรฐานสากลของ FATF (Financial Action Task Force) ไม่ใช่การเก็บภาษีเงินตราแต่อย่างใด
นอกจากใบศุลกากรทั่วไปที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคยกันแล้ว หากพกเงินเกินเกณฑ์ จะต้องกรอกเอกสารเพิ่มเติมที่ชื่อว่า “Declaration of Carrying of Means of Payment, etc.” เพื่อแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับเงินสดหรือทรัพย์สินที่นำเข้าประเทศ
นอกจากนี้ ยังรวมถึง:
โดยเฉพาะทองคำที่มีน้ำหนักรวมเกิน 1 กิโลกรัม หรือมีมูลค่าเกิน 200,000 เยน ก็เข้าข่ายต้องสำแดงเช่นกัน ซึ่งช่วงหลังทางศุลกากรญี่ปุ่นค่อนข้างเข้มงวดเรื่องนี้มากขึ้น
แม้การพกเงินสดจำนวนมากจะไม่ผิดกฎหมาย แต่หากจงใจไม่แจ้งแล้วถูกสุ่มตรวจพบ เงินหรือทรัพย์สินดังกล่าวอาจถูกอายัดชั่วคราวเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม และอาจมีโทษปรับตามกฎหมายญี่ปุ่นได้ ดังนั้นสำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวไปญี่ปุ่น หรือมีแพลนช้อปหนัก แนะนำว่าใช้บัตรเครดิต บัตร Travel Card หรือการชำระเงินดิจิทัลร่วมด้วยจะสะดวกกว่า ช่วยลดความยุ่งยากตอนผ่านด่านได้เยอะเลย
ของบางประเภทไม่ได้ถูกห้ามนำเข้าญี่ปุ่นแบบทั้งหมด แต่ทางการญี่ปุ่นมีมาตรการตรวจเข้มมาก และจำเป็นต้องมีเอกสารรับรองหรือใบอนุญาตอย่างถูกต้องก่อนนำเข้าประเทศ ไม่อย่างนั้นอาจถูกยึดหรือทำลายทันทีที่ด่าน
กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่พวกพืช ผัก ผลไม้ และเมล็ดพันธุ์ต่างๆ เพราะญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการป้องกันศัตรูพืชและโรคจากต่างประเทศค่อนข้างมาก
ตัวอย่างสิ่งของที่ตรวจเข้ม เช่น:
โดยเฉพาะผลไม้สดส่วนใหญ่จากไทย ถือว่าห้ามนำเข้าญี่ปุ่นสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป เพราะมีความเสี่ยงเรื่องแมลงและศัตรูพืช ยกเว้นกรณีที่ผ่านการแปรรูปมาแล้ว เช่น อบแห้ง แช่แข็ง หรือบรรจุในแพ็กเกจจากโรงงานที่ปิดสนิทและได้มาตรฐาน
ส่วนพวกเครื่องเทศ พืชแห้ง หรือเมล็ดพันธุ์บางประเภท อาจต้องมีเอกสารรับรองปลอดศัตรูพืช (Phytosanitary Certificate) จากหน่วยงานทางการของไทย และต้องนำไปยื่นตรวจที่ด่านกักกันพืชเมื่อเดินทางถึงญี่ปุ่นด้วย
ดังนั้นใครที่กำลังวางแผนพกของกินจากไทยเข้าญี่ปุ่นหรือของฝากแนวพืชและเมล็ดพันธุ์ แนะนำให้เช็กข้อมูลล่วงหน้าให้ละเอียด เพราะบางอย่างแม้ดูเป็นของธรรมดา แต่ถ้าไม่มีเอกสารครบ ก็อาจโดนยึดตั้งแต่ถึงสนามบินญี่ปุ่นได้เลย
หลังเช็กเรื่องของห้ามเข้าญี่ปุ่น และจัดกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาวางแพลนเที่ยวให้พร้อม!
ไม่ว่าจะมีแพลนไปเที่ยวโตเกียว โอซาก้า ฟุกุโอกะ ซัปโปโร หรือฮอกไกโด ก็สามารถจัดการทุกอย่างได้ง่ายๆ ผ่าน Traveloka ครบจบในแอปเดียว ช่วยให้การเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองสะดวกขึ้นเยอะ
ทั้งตั๋วเครื่องบิน โรงแรม กิจกรรมท่องเที่ยว รวมถึงบริการต่างๆ ที่จำเป็นก่อนบินได้แบบครบๆ เหมาะมากสำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวไปญี่ปุ่นหรือมีแพลนเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก เพราะช่วยจัดทริปได้ง่าย ไม่ต้องสลับเปิดหลายเว็บให้วุ่นวาย
อ่านต่อ:






