8 ของห้ามนําเข้าญี่ปุ่น อัปเดตล่าสุด เช็กก่อนโดนยึดที่สนามบิน!

รวม 8 ของห้ามนําเข้าญี่ปุ่น อัปเดตล่าสุด ทั้งอาหาร ยา ของใช้ และของต้องสำแดง รู้ก่อนบิน ลดเสี่ยงโดนยึดหรือปรับที่สนามบินญี่ปุ่น
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที
ของห้ามนําเข้าญี่ปุ่น

ใครกำลังมีแพลนไปญี่ปุ่นอยู่ อย่าลืมเช็กเรื่องของห้ามนำเข้าญี่ปุ่นก่อนจัดกระเป๋า! เพราะหลายอย่างที่ซื้อหรือพกได้ปกติในไทย อาจกลายเป็นของต้องห้ามเข้าญี่ปุ่นแบบไม่รู้ตัว โดยเฉพาะอาหาร เนื้อสัตว์ ยา และของใช้บางประเภทที่ทางเจ้าหน้าที่ตรวจค่อนข้างเข้ม บางกรณีอาจโดนยึดของหรือถูกเรียกตรวจเพิ่มที่สนามบินได้เลย

บทความนี้เลยรวมมาให้ครบว่า ญี่ปุ่นห้ามนำเข้าอะไรบ้าง พกยาไปญี่ปุ่นได้ไหม และอะไรที่ต้องระวังก่อนบิน ใครกำลังเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกหรือเตรียมตัวเที่ยวเอง อ่านจบแล้วจัดกระเป๋าได้สบายใจขึ้นแน่นอน แถมยังสามารถจองตั๋วเครื่องบิน ที่พักและวางแพลนเที่ยวญี่ปุ่นได้ง่ายๆ ผ่าน Traveloka ครบจบในแอปเดียวอีกด้วย 

8 ของห้ามนำเข้าญี่ปุ่น

1. ยาห้ามนำเข้าญี่ปุ่น 11 ชนิด

สำหรับใครที่มีแพลนเที่ยวญี่ปุ่นและต้องพกยาติดตัว เรื่องนี้ถือว่าสำคัญมาก เพราะมียาบางประเภทที่แม้จะใช้ได้ปกติในหลายประเทศ แต่กลับเข้าข่ายยาห้ามนำเข้าญี่ปุ่น เนื่องจากมีส่วนผสมของสารที่ญี่ปุ่นควบคุมอย่างเข้มงวด เช่น Pseudoephedrine หรือ Diphenoxylate ซึ่งเป็นสารในการผลิตยาเสพติดและถูกจัดเป็นสารควบคุมพิเศษในญี่ปุ่น

ตัวอย่างยาที่ไม่สามารถนำเข้าญี่ปุ่นได้ ได้แก่:

TYLENOL COLD ยาแก้หวัด ลดน้ำมูก
NYQUIL ยาแก้หวัด (ชนิดน้ำ/แคปซูล)
NYQUIL LIQUICAPS ยาแก้หวัด (ชนิดแคปซูล)
ACTIFED ยาแก้แพ้ ลดน้ำมูก
SUDAFED ยาแก้คัดจมูก
ADVIL COLD & SINUS ยาแก้หวัด ไซนัส
DRISTAN COLD / “NO DROWSINESS”
DRISTAN SINUS ยาแก้หวัด ไซนัส
DRIXORAL SINUS ยาแก้คัดจมูก
VICKS INHALER ยาดมแก้วิงเวียน
LOMOTIL ยาแก้ท้องเสีย

ส่วนใครที่ต้องพกยาเข้าญี่ปุ่นหรือมีใบประจำตัว ควรเตรียมใบรับรองแพทย์ภาษาอังกฤษติดตัวไว้ พร้อมระบุชื่อยาและเหตุผลในการใช้ให้ชัดเจน รวมถึงพกไปในปริมาณเหมาะสมกับจำนวนวันเที่ยว เพื่อป้องกันปัญหาตอนผ่านด่าน และลดโอกาสถูกเรียกตรวจเพิ่มเติมที่สนามบิน 

นอกจากนี้ สำหรับยาบางประเภท โดยเฉพาะยาที่มีสารควบคุม อาจต้องขอเอกสารอนุญาตที่เรียกว่า Yunyu Kakunin-sho จากกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นล่วงหน้าก่อนเดินทางด้วย ดังนั้นใครที่มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาเฉพาะทาง แนะนำให้เช็กข้อมูลให้เรียบร้อยก่อนบิน จะได้เที่ยวได้แบบสบายใจมากกว่าเดิม

2. ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสัตว์ เนื้อสัตว์ หรือน้ำนมดิบ

อีกหนึ่งหมวดของห้ามนำเข้าญี่ปุ่น ที่หลายคนพลาดกันบ่อยมากก็คือพวกเนื้อสัตว์และอาหารแปรรูปจากสัตว์ เพราะหลายคนอาจคิดว่าเป็นแค่ของฝากเล็กๆ น้อยๆ น่าจะไม่มีปัญหา แต่จริงๆ แล้วทางญี่ปุ่นเข้มงวดกับเรื่องนี้มาก เพื่อป้องกันโรคระบาดจากปศุสัตว์ที่อาจหลุดเข้าประเทศได้

ของที่เข้าข่าย เช่น:

ไส้กรอก
ไส้อั่ว
หมูยอ
แคบหมู
กุนเชียง
เนื้อแดดเดียว
หมูหยอง
ไก่หยอง
ผลิตภัณฑ์จากนมดิบ

ญี่ปุ่นมีบทลงโทษค่อนข้างจริงจังสำหรับการลักลอบนำเข้าเนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์หรือน้ำนมดิบโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโอกาสถูกจำคุกสูงสุดไม่เกิน 3 ปี หรือปรับสูงสุดถึง 1 ล้านเยนเลย ดังนั้นถ้าจำเป็นต้องนำเข้าจริงๆ จะต้องมีเอกสารรับรองจากประเทศต้นทางอย่างถูกต้อง แต่ถ้าไม่ได้จำเป็นมาก แนะนำให้หลีกเลี่ยงไปเลยจะง่ายและปลอดภัยที่สุด 

3. ผักและผลไม้

หลายคนอาจคิดว่าพกผลไม้หรือผักจากไทยไปกินที่ญี่ปุ่นไม่น่ามีปัญหา แต่จริงๆ แล้วของกลุ่มนี้ถือเป็นอีกหนึ่งประเภทของห้ามเข้าญี่ปุ่น ที่เจ้าหน้าที่ตรวจค่อนข้างละเอียด เพราะญี่ปุ่นมีมาตรการป้องกันโรคพืช แมลง และเชื้อแบคทีเรียจากต่างประเทศอย่างเข้มงวด หากจะเอาเข้าไปได้ต้องมีใบรับรองที่ผ่านกระบวนการนำเข้าอย่างถูกกฏหมายเท่านั้น

ผัก ผลไม้ที่เข้าข่าย เช่น

ทุเรียน 
สับปะรด 
กล้วย
ส้ม
แก้วมังกร
ถั่ว 
พริกแห้ง

แต่ถ้าเป็นอาหารหรือผลไม้ที่ผ่านการแปรรูปแล้ว เช่น ของดอง ผลไม้อบแห้ง ชา หรือผลไม้กระป๋องที่บรรจุในแพ็กเกจมาตรฐานและมีฉลากชัดเจน ส่วนใหญ่จะสามารถนำเข้าได้ง่ายกว่า ดังนั้นใครที่อยากพกของกินจากไทยเข้าญี่ปุ่น แนะนำให้เช็กประเภทสินค้าให้ดีก่อนจัดกระเป๋า จะได้ไม่โดนยึดของตั้งแต่ถึงสนามบิน

4. แมลงที่มีชีวิต และไม่มีชีวิต

สายชอบซื้อของแปลกหรือของกินพื้นบ้านจากไทยต้องระวังเรื่องนี้ให้ดี เพราะแมลงหลายประเภทถือเป็น ของห้ามเข้าญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นแมลงที่ยังมีชีวิต หรือแม้แต่แมลงแปรรูปและซากแมลงบางชนิดก็ตาม

ตัวอย่างที่เข้าข่าย เช่น:

แมลงทอด
ตั๊กแตน
หนอน
ผีเสื้อ
ตัวอย่างแมลงสะสม
แมลงอบแห้งหรือสตัฟฟ์

เหตุผลที่ญี่ปุ่นเข้มงวดก็เพราะต้องการป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศ รวมถึงลดความเสี่ยงเรื่องโรคและแมลงต่างถิ่นที่อาจกระทบภาคการเกษตรของประเทศได้ ดังนั้นหากไม่มีเอกสารหรือใบอนุญาตเฉพาะ การนำแมลงเข้าประเทศอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายและถูกตรวจที่ด่านได้ทันที

5. ดิน พืชที่มีดินติด ฟาง และแกลบข้าว 

อีกหนึ่งกลุ่มของต้องห้ามเข้าญี่ปุ่น ที่หลายคนอาจไม่ทันนึกถึงก็คือ ดิน ฟาง แกลบข้าว หรือพืชที่ยังมีเศษดินติดอยู่ เพราะสิ่งเหล่านี้อาจมีเชื้อโรค แมลง หรือศัตรูพืชปะปนมาด้วย ซึ่งทางญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการป้องกันปัญหาด้านการเกษตรและระบบนิเวศค่อนข้างมาก

ของบางอย่างอาจดูไม่น่ามีปัญหา แต่กลับเข้าข่ายได้แบบไม่รู้ตัว เช่น:

ต้นไม้หรือพืชที่ยังมีดินติดราก
ฟางและแกลบข้าว
หมอนฟาง
ของตกแต่งจากวัสดุธรรมชาติ
ไข่เค็มที่ยังพอกดินอยู่

ดังนั้นก่อนจัดกระเป๋า ควรตรวจสอบของฝากหรือของใช้ให้ละเอียด โดยเฉพาะของที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เพราะบางครั้งสิ่งที่ดูธรรมดาอาจถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจเพิ่มเติมที่ด่านได้เหมือนกัน

6. สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ 

สายช้อปต้องระวังเรื่องนี้ให้ดี เพราะสินค้าก๊อปหรือของละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นอีกหนึ่งประเภทของห้ามเข้าญี่ปุ่นที่ทางการญี่ปุ่นเข้มงวดมาก ต่อให้ซื้อมาใช้เอง ไม่ได้ตั้งใจนำไปขาย ก็ยังมีโอกาสถูกยึดหรือถูกตรวจสอบได้

ตัวอย่างสินค้าที่เข้าข่าย เช่น:

กระเป๋าแบรนด์ปลอม
รองเท้าก๊อป
นาฬิกาเลียนแบบแบรนด์ดัง
ฟิกเกอร์หรือสินค้าคาแรกเตอร์ละเมิดลิขสิทธิ์
เสื้อผ้าแบรนด์ปลอม

โดยเฉพาะสินค้าที่มีโลโก้ เครื่องหมายการค้า หรือแพ็กเกจเลียนแบบของแท้ หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบที่สนามบินญี่ปุ่นอาจถูกยึดทันที และในบางกรณีอาจถูกสอบถามเพิ่มเติมได้ด้วย ดังนั้นใครที่กำลังเตรียมตัวเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองแนะนำว่าเลี่ยงสินค้าก๊อปหรือของเลียนแบบไปเลยจะปลอดภัยที่สุด จะได้เที่ยวแบบสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาที่ด่านศุลกากรญี่ปุ่น

7. เงินสดเกิน 1 ล้านเยนและทรัพย์สินมูลค่าเทียบเท่า

หลายคนอาจมองว่าการพกเงินสดไปช้อปที่ญี่ปุ่นเยอะๆ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่จริงๆ แล้ว หากนำเงินสดเข้าประเทศญี่ปุ่นเกิน 1 ล้านเยน หรือมูลค่าเทียบเท่า จะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ศุลกากรทุกครั้ง เพราะเป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันการฟอกเงินและตรวจสอบเส้นทางการเงินตามมาตรฐานสากลของ FATF (Financial Action Task Force) ไม่ใช่การเก็บภาษีเงินตราแต่อย่างใด

นอกจากใบศุลกากรทั่วไปที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคยกันแล้ว หากพกเงินเกินเกณฑ์ จะต้องกรอกเอกสารเพิ่มเติมที่ชื่อว่า “Declaration of Carrying of Means of Payment, etc.” เพื่อแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับเงินสดหรือทรัพย์สินที่นำเข้าประเทศ

นอกจากนี้ ยังรวมถึง:

ทองคำแท่ง
ทองรูปพรรณ
ทรัพย์สินมูลค่าสูงบางประเภท

โดยเฉพาะทองคำที่มีน้ำหนักรวมเกิน 1 กิโลกรัม หรือมีมูลค่าเกิน 200,000 เยน ก็เข้าข่ายต้องสำแดงเช่นกัน ซึ่งช่วงหลังทางศุลกากรญี่ปุ่นค่อนข้างเข้มงวดเรื่องนี้มากขึ้น

แม้การพกเงินสดจำนวนมากจะไม่ผิดกฎหมาย แต่หากจงใจไม่แจ้งแล้วถูกสุ่มตรวจพบ เงินหรือทรัพย์สินดังกล่าวอาจถูกอายัดชั่วคราวเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม และอาจมีโทษปรับตามกฎหมายญี่ปุ่นได้ ดังนั้นสำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวไปญี่ปุ่น หรือมีแพลนช้อปหนัก แนะนำว่าใช้บัตรเครดิต บัตร Travel Card หรือการชำระเงินดิจิทัลร่วมด้วยจะสะดวกกว่า ช่วยลดความยุ่งยากตอนผ่านด่านได้เยอะเลย

8. สิ่งของที่ต้องมีใบรับรองอนุญาตนำเข้า

ของบางประเภทไม่ได้ถูกห้ามนำเข้าญี่ปุ่นแบบทั้งหมด แต่ทางการญี่ปุ่นมีมาตรการตรวจเข้มมาก และจำเป็นต้องมีเอกสารรับรองหรือใบอนุญาตอย่างถูกต้องก่อนนำเข้าประเทศ ไม่อย่างนั้นอาจถูกยึดหรือทำลายทันทีที่ด่าน

กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่พวกพืช ผัก ผลไม้ และเมล็ดพันธุ์ต่างๆ เพราะญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการป้องกันศัตรูพืชและโรคจากต่างประเทศค่อนข้างมาก

ตัวอย่างสิ่งของที่ตรวจเข้ม เช่น:

ผลไม้สดจากไทย เช่น ทุเรียน สับปะรด มะม่วง หรือกล้วย
พืชแห้ง เครื่องเทศ และพริกแห้ง
ถั่ว เมล็ดพันธุ์ และพืชสำหรับเพาะปลูก

โดยเฉพาะผลไม้สดส่วนใหญ่จากไทย ถือว่าห้ามนำเข้าญี่ปุ่นสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป เพราะมีความเสี่ยงเรื่องแมลงและศัตรูพืช ยกเว้นกรณีที่ผ่านการแปรรูปมาแล้ว เช่น อบแห้ง แช่แข็ง หรือบรรจุในแพ็กเกจจากโรงงานที่ปิดสนิทและได้มาตรฐาน

ส่วนพวกเครื่องเทศ พืชแห้ง หรือเมล็ดพันธุ์บางประเภท อาจต้องมีเอกสารรับรองปลอดศัตรูพืช (Phytosanitary Certificate) จากหน่วยงานทางการของไทย และต้องนำไปยื่นตรวจที่ด่านกักกันพืชเมื่อเดินทางถึงญี่ปุ่นด้วย

ดังนั้นใครที่กำลังวางแผนพกของกินจากไทยเข้าญี่ปุ่นหรือของฝากแนวพืชและเมล็ดพันธุ์ แนะนำให้เช็กข้อมูลล่วงหน้าให้ละเอียด เพราะบางอย่างแม้ดูเป็นของธรรมดา แต่ถ้าไม่มีเอกสารครบ ก็อาจโดนยึดตั้งแต่ถึงสนามบินญี่ปุ่นได้เลย

เที่ยวญี่ปุ่นให้สะดวก จองครบในแอปเดียวกับ Traveloka

หลังเช็กเรื่องของห้ามเข้าญี่ปุ่น และจัดกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาวางแพลนเที่ยวให้พร้อม!

ไม่ว่าจะมีแพลนไปเที่ยวโตเกียว โอซาก้า ฟุกุโอกะ ซัปโปโร หรือฮอกไกโด ก็สามารถจัดการทุกอย่างได้ง่ายๆ ผ่าน Traveloka ครบจบในแอปเดียว ช่วยให้การเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองสะดวกขึ้นเยอะ 

ทั้งตั๋วเครื่องบิน โรงแรม กิจกรรมท่องเที่ยว รวมถึงบริการต่างๆ ที่จำเป็นก่อนบินได้แบบครบๆ เหมาะมากสำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวไปญี่ปุ่นหรือมีแพลนเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก เพราะช่วยจัดทริปได้ง่าย ไม่ต้องสลับเปิดหลายเว็บให้วุ่นวาย

อ่านต่อ:

ในบทความนี้

• 8 ของห้ามนำเข้าญี่ปุ่น
• 1. ยาห้ามนำเข้าญี่ปุ่น 11 ชนิด
• 2. ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสัตว์ เนื้อสัตว์ หรือน้ำนมดิบ
• 3. ผักและผลไม้
• 4. แมลงที่มีชีวิต และไม่มีชีวิต
• 5. ดิน พืชที่มีดินติด ฟาง และแกลบข้าว 
• 6. สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ 
• 7. เงินสดเกิน 1 ล้านเยนและทรัพย์สินมูลค่าเทียบเท่า
• 8. สิ่งของที่ต้องมีใบรับรองอนุญาตนำเข้า
• เที่ยวญี่ปุ่นให้สะดวก จองครบในแอปเดียวกับ Traveloka

บทความแนะนำ

25 ที่เที่ยวเขาใหญ่ อัปเดต 2026 ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในลิสต์เดียว

15 Jul 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 17 นาที

หมู่บ้านเปิงลีปูรัน & เตอกานัน บาหลี 2026: หมู่บ้านดั้งเดิม จุดถ่ายรูปสวยที่สุด และคู่มือสำหรับนักท่องเที่ยว

08 Jul 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที

มุนดุก & ซัมบางัน บาหลี 2026: น้ำตก จุดถ่ายรูปเด็ด และคู่มือพระอาทิตย์ตกสำหรับบาหลีเหนือ

08 Jul 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที

ซาวานา เตียนยาร์ บาหลี 2026: จุดถ่ายรูปสวยที่สุด คู่มือพระอาทิตย์ตก และกิจกรรมในบาหลีตะวันออก

08 Jul 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที

2026 Toyota AFL Grand Final: คู่มือฉบับสมบูรณ์เที่ยวเมลเบิร์นสำหรับนักท่องเที่ยว

08 Jul 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 2 นาที

TCS Sydney Marathon 2026: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับนักวิ่ง

07 Jul 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ ญี่ปุ่น

โตเกียว

Japan

ญี่ปุ่น

ฮอกไกโด

Japan

โอกินาวะชิ

Japan
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร