
ใครที่กำลังหาที่เที่ยวญี่ปุ่นสายธรรมชาติที่ทั้งอลังการและแตกต่างจากเมืองหลักอย่างโตเกียวหรือโอซาก้า แนะนำให้ปักหมุดมาที่เทือกเขาแอลป์ ญี่ปุ่น หรือ Japanese Alps ดูสักครั้ง แล้วจะเข้าใจว่าทำไมหลายคนถึงยกให้ที่นี่เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กธรรมชาติที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นภูเขาสูงตระหง่าน วิวหิมะสุดลูกหูลูกตา เส้นทางชมวิวระดับโลก หรือสีสันของธรรมชาติที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล
วันนี้ Traveloka จะพาไปรีวิวเทือกเขาแอลป์ ญี่ปุ่น แบบครบๆ ตั้งแต่จุดไฮไลท์ วิธีเดินทาง ฤดูกาลน่าเที่ยว กิจกรรมแนะนำ ไปจนถึงที่พักและเคล็ดลับการเตรียมตัวสำหรับมือใหม่ ใครกำลังวางแผนเที่ยวเทือกเขาแอลป์ ญี่ปุ่น หรืออยากลองเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองแบบเน้นธรรมชาติ อ่านจบแพลนได้ทันที แถมยังสามารถจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก และจัดทริปได้ง่ายๆ ผ่าน Traveloka ครบจบในที่เดียวอีกด้วย!
ถ้าพูดถึงเทือกเขาแอลป์ ญี่ปุ่นแล้วไม่พูดถึงเส้นทางแอลป์ ญี่ปุ่น (Tateyama Kurobe Alpine Route) ก็คงไม่ได้ เพราะนี่คือเส้นทางท่องเที่ยวไฮไลท์ของ Japanese Alps ที่รวมทุกความอลังการของธรรมชาติไว้ในทริปเดียว การเดินทางจะสนุกตั้งแต่เริ่ม เพราะต้องเปลี่ยนพาหนะหลายแบบ ทั้งรถไฟ รถบัสไฟฟ้า เคเบิลคาร์ และ Ropeway แต่สิ่งที่ได้คือวิวภูเขา หิมะ และทะเลสาบแบบเต็มอิ่ม ระหว่างทางยังแวะจุดดังอย่าง Murodo จุดสูงสุดของเส้นทาง, Daikanbo จุดชมวิวพาโนรามา และเขื่อนคุโรเบะ (Kurobe Dam) ที่สวยทุกฤดู ใครอยากสัมผัสวิวเทือกเขาแอลป์ ญี่ปุ่นแบบจัดเต็ม บอกเลยว่าต้องมาสัมผัสสักครั้ง
ถ้าอยากเห็นมุมละมุนของเทือกเขาแอลป์ ญี่ปุ่น ต้องมาที่ คามิโคจิ (Kamikochi) หุบเขาธรรมชาติที่เต็มไปด้วยแม่น้ำใส ภูเขาสูง และบรรยากาศเงียบสงบ จุดแลนด์มาร์กคือ สะพานคัปปะ (Kappa Bridge) ที่มองเห็นภูเขา Hotaka เป็นฉากหลังแบบสวยคลาสสิก ส่วนใครอยากใช้เวลาแบบช้าๆ ก็สามารถเดินเล่นเลียบแม่น้ำ Azusa หรือเดินป่าไปยังบึงเมียวจิน (Myojin Pond) ได้อีกด้วย ถือเป็นอีกจุดที่เหมาะมากสำหรับสายเดินชิลและคนที่อยากซึมซับธรรมชาติญี่ปุ่นแบบเต็มที่
อีกหนึ่งไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ของเทือกเขาแอลป์ ญี่ปุ่น คือการไปเดินชมกำแพงหิมะบนภูเขาโนริกุระดาเกะ (Norikura-dake) โดยเฉพาะช่วงปลายเมษายนถึงปลายมิถุนายน ที่จะมีทางเดินตัดผ่านแนวหิมะสูงๆ ให้เราได้เดินเล่นท่ามกลางหิมะขาวแบบใกล้ชิด บรรยากาศที่นี่จะเงียบสงบกว่าหลายจุด เหมาะกับการเดินชิลๆ ถ่ายรูป และซึมซับธรรมชาติรอบตัวแบบไม่ต้องรีบ ยิ่งถ้าวันไหนอากาศดี ฟ้าเปิด จะเห็นวิวภูเขาของจังหวัดนากาโนะทอดยาวสุดสายตา ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าใสแบบสวยมาก เป็นอีกโมเมนต์เรียบง่ายที่ทำให้การมาเที่ยว Japanese Alps ประทับใจขึ้นไปอีก
อีกโซนที่อยากให้ปักหมุดคือ ที่ราบสูงโนริกุระ (Norikura Highlands) เพราะเที่ยวได้ทั้งปีและมีกิจกรรมให้ทำหลากหลาย ฤดูหนาวเล่นสกีที่ Norikura Kogen Ski Resort พร้อมวิวภูเขาหิมะ ส่วนฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูร้อนเหมาะกับการปีนเขา เที่ยวน้ำตก จ๊อกกิ้ง หรือปั่นจักรยานท่ามกลางธรรมชาติ ขณะที่ฤดูใบไม้ร่วงก็สวยด้วยใบไม้เปลี่ยนสีทั่วหุบเขา และยังมีออนเซ็นธรรมชาติให้แช่ผ่อนคลายหลังเที่ยวอีกด้วย ใครอยากทำทริปธรรมชาติญี่ปุ่นแบบครบกิจกรรมในที่เดียว บอกเลยว่าที่นี่ตอบโจทย์สุด
เทือกเขาแอลป์ ญี่ปุ่น หรือ Japanese Alps ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของเกาะฮอนชู ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสำคัญอย่าง Nagano, Toyama และ Gifu ซึ่งเป็นเป็นแนวภูเขาสูงที่พาดผ่านภูมิภาคชูบุ (Chubu) เต็มไปด้วยธรรมชาติอลังการและเส้นทางชมวิวระดับโลกอย่าง Tateyama Kurobe Alpine Route
ด้วยความที่พื้นที่ค่อนข้างกว้าง วิธีวางแผนที่ดีที่สุดคือเลือก “ไฮไลท์ที่อยากไป” ก่อน แล้วค่อยเลือกเมืองตั้งต้นให้เหมาะ ด้านล่างคือวิธีเดินทางแบบแยกตามขั้นตอน อ่านแล้ววางแผนต่อได้ทันที โดยเหมาะมากสำหรับคนที่อยากเที่ยวเทือกเขาแอลป์ ญี่ปุ่น ด้วยตัวเอง
ใครเริ่มแพลนแล้ว สามารถจองตั๋วเครื่องบินไปโตเกียว นาโกย่า หรือ โอซาก้า ล่วงหน้าผ่าน Traveloka ได้เลย เลือกไฟลต์ง่าย เทียบราคาได้สะดวก จัดทริปเทือกเขาแอลป์ ญี่ปุ่นต่อได้แบบลื่นๆ
เส้นทางยอดฮิตของ Japanese Alps สามารถเริ่มได้ทั้งฝั่ง Toyama หรือ Nagano
1. เริ่มจากฝั่ง Toyama (เส้นทางยอดนิยม)
จากนั้นสามารถเริ่มเที่ยว Tateyama Kurobe Alpine Route ได้ทันที โดยระหว่างทางต้องเปลี่ยนพาหนะหลายแบบ ทั้งเคเบิลคาร์ รถบัสไฟฟ้า และ Ropeway พร้อมแวะจุดดังอย่าง Murodo, Daikanbo และเขื่อนคุโรเบะ เหมาะกับคนที่อยากชมวิวแบบต่อเนื่องในวันเดียว
2. เริ่มจากฝั่ง Nagano (อีกทางเลือกที่วางแผนง่าย)
จากนั้นเริ่มเส้นทางจากฝั่ง Nagano โดยจะนั่งรถบัสลอดอุโมงค์ไปยังเขื่อนคุโรเบะ ก่อนต่อ Ropeway และพาหนะอื่นๆ ขึ้นสู่ Murodo
หนึ่งในจุดชมวิวธรรมชาติที่สวยที่สุดของเมืองในจังหวัด Nagano
เส้นทางไม่ซับซ้อน พอถึงแล้วสามารถเดินเล่นที่สะพาน Kappa Bridge เดินเลียบแม่น้ำ Azusa หรือ Hiking ต่อได้สบายๆ
อีกหนึ่งจุดที่หลายคนตามหา กำแพงหิมะญี่ปุ่น
เมื่อถึงแล้วต้องต่อรถบัสสาย “Haruyama” ขึ้นภูเขา และลงที่ป้าย Daisekkei (หุบเขาหิมะ) ซึ่งเป็นจุดชมกำแพงหิมะหลัก โดยนักท่องเที่ยวไม่สามารถขับรถขึ้นไปเองได้ ต้องใช้รถบัสเท่านั้น
เหมาะกับสายกิจกรรมและคนที่อยากเที่ยวหลายฤดู
โซนนี้เที่ยวได้ทั้งปี ฤดูหนาวเล่นสกี ฤดูร้อนเดินป่า เที่ยวน้ำตก ปั่นจักรยาน และแช่ออนเซ็นครบ
คำถามยอดฮิตของคนที่กำลังแพลน เที่ยวเทือกเขาแอลป์ ญี่ปุ่น คือควรไปช่วงไหนดีที่สุด จริงๆ แล้วคำตอบนั้นขึ้นอยู่กับว่าเพื่อนๆ อยากเห็นวิวแบบไหน เพราะที่นี่สวยคนละฟีลในแต่ละฤดูแบบชัดเจน ใครชอบแบบไหนเลือกได้เลย
Karuizawa Prince Hotel West โรงแรมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติในเมือง Karuizawa บรรยากาศเงียบสงบและร่มรื่น เหมาะมากสำหรับคนที่อยากพักผ่อนสบายๆ ก่อนออกไปเที่ยวเทือกเขาแอลป์ ญี่ปุ่น จุดเด่นคือโลเคชันดี ใกล้สถานี Karuizawa และ Karuizawa Prince Shopping Plaza ห้องพักมีทั้งแบบโรงแรมและคอทเทจให้เลือก เหมาะกับทั้งคู่รักและครอบครัว
HOTEL LA VIGNE HAKUBA by Onko Chishin โรงแรมสวยในโซน Hakuba ที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวภูเขาและบรรยากาศโรแมนติก เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสวิวเทือกเขาแอลป์ ญี่ปุ่นแบบเต็มตา ห้องพักตกแต่งทันสมัย โปร่งสบาย พร้อมหน้าต่างบานใหญ่ให้ชมวิวหิมะหรือภูเขาได้จากในห้อง ทำเลยังเดินทางไปลานสกีและจุดธรรมชาติรอบๆ ได้ง่าย
Matsumoto Hotel Kagetsu ที่พักยอดนิยมในเมือง Matsumoto เหมาะสำหรับคนที่อยากตั้งต้นเที่ยวหลายจุดของ Japanese Alps เช่น Kamikochi หรือโนริกุระ ตัวโรงแรมตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นผสมคลาสสิก ห้องพักสะอาด กว้าง และอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ ทำให้เดินทางสะดวก เหมาะกับคนที่อยากพักสบายในงบคุ้มค่า
ถ้าอยากให้ทริปเที่ยวเทือกเขาแอลป์ ญี่ปุ่น ลื่นไหล สนุก และไม่พลาดจุดสำคัญ ลองเช็กเคล็ดลับเหล่านี้ก่อนออกเดินทาง จะช่วยให้เที่ยว Japanese Alps ได้สบายขึ้นเยอะ
เทือกเขาแอลป์ ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในทริปธรรมชาติที่ครบและสวยที่สุดของญี่ปุ่นจริงๆ ไม่ว่าจะอยากดูวิวภูเขา เดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติ ชมหิมะ หรือไล่ถ่ายรูปใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่ตอบโจทย์หมด ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวเทือกเขาแอลป์ ญี่ปุ่นอยู่ บอกเลยว่ามาครั้งเดียวได้ความประทับใจกลับไปเพียบแน่นอน
ถ้าเริ่มจัดทริปแล้ว อย่าลืมจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พักและกิจกรรมล่วงหน้าผ่าน Traveloka จะช่วยให้วางแผนง่าย เที่ยวสบาย แล้วมีเวลาไปโฟกัสกับวิวสวยๆ ได้เต็มที่
อ่านต่อ:














