[รีวิว] The Peak ฮ่องกง พร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ

เที่ยว The Peak ฮ่องกง ชมวิว Victoria Harbour พร้อมไฮไลท์ จุดถ่ายรูป กิจกรรม วิธีเดินทาง ช่วงน่าเที่ยว และที่พักใกล้ The Peak
ใช้เวลาอ่านประมาณ 9 นาที

ถ้าพูดถึงที่เที่ยวฮ่องกง ที่มาแล้วควรแวะให้ได้สักครั้ง The Peak ฮ่องกง หรือ Victoria Peak ต้องติดอยู่ในลิสต์! เพราะนี่คือจุดชมวิวบนเขาที่ให้เราได้มองฮ่องกงจากมุมสูงแบบเต็มตา ทั้งตึกระฟ้าที่เรียงตัวแน่น ๆ รอบ Victoria Harbour ไปจนถึงวิว Hong Kong Skyline ที่สวยคนละฟีลในแต่ละช่วงเวลา ยิ่งถ้ามาช่วงเย็นแล้วอยู่ต่อจนฟ้ามืด จะได้เห็นเมืองค่อย ๆ เปิดไฟทีละตึก บอกเลยว่าบรรยากาศดีมาก

ที่สำคัญ เสน่ห์ของการมาเที่ยว The Peak ฮ่องกง ไม่ได้มีแค่การขึ้นมาชมวิวแล้วกลับ เพราะด้านบนยังมีทั้งจุดชมวิวสวย ๆ มุมถ่ายรูป ร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง และเส้นทางเดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติให้เลือกเที่ยวได้แบบเพลิน ๆ ใครกำลังสงสัยว่า The Peak ฮ่องกง ไปยังไง มีอะไรน่าเที่ยว และควรเผื่อเวลากี่ชั่วโมง ตามมาเก็บข้อมูลไปจัดทริปกันได้เลย! 

ส่วนใครอ่านจบแล้วพร้อมออกเดินทาง ก็สามารถวางแผนทริปฮ่องกงผ่าน Traveloka ได้ง่าย ๆ ทั้งจองตั๋วเครื่องบิน เลือกที่พักฮ่องกง และจองกิจกรรมท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้ครบในที่เดียว เตรียมทุกอย่างให้พร้อมแล้วก็เหลือแค่ไปสนุกกับทริปฮ่องกงกันแบบเต็มที่เลย!

จองตั๋วเครื่องบินไปฮ่องกง

Sun, 8 Nov 2026

HK Express

มะนิลา (MNL) ไป ฮ่องกง (HKG)

เริ่มจาก THB 1,795.12

Thu, 29 Oct 2026

HK Express

ฮานอย (HAN) ไป ฮ่องกง (HKG)

เริ่มจาก THB 1,828.39

Wed, 4 Nov 2026

HK Express

ไทเป (TPE) ไป ฮ่องกง (HKG)

เริ่มจาก THB 1,859.42

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยว The Peak ใน 1 นาที

จุดชมวิวระดับตำนานของฮ่องกง: ยอดเขาที่สูงที่สุดในเกาะฮ่องกง จุดชมวิว Hong Kong Skyline และ Victoria Harbour แบบพาโนรามาทั้งช่วงกลางวัน ช่วงพระอาทิตย์ตก และแสงไฟเมืองยามค่ำคืน
จุดท่องเที่ยวห้ามพลาด: ถ่ายรูปมุมมหาชนคู่กับศาลาจีนที่ Lion’s Pavilion, ขึ้นจุดชมวิวบนดาดฟ้าที่ Sky Terrace 428, เดินรับลมท่ามกลางธรรมชาติที่ Victoria Peak Garden และช้อป-ชิมที่ Peak Galleria พร้อมขึ้นจุดชมวิว Green Terrace ชมวิวทะเลจีนใต้
กิจกรรมยอดฮิต: นั่ง Peak Tram รถรางไต่เขาสีเขียวสุดคลาสสิก, เดินชิลรับลมเลียบหน้าผาบนเส้นทางธรรมชาติ Peak Circle Walk (Lugard Road), แวะถ่ายรูปกับหุ่นขี้ผึ้งคนดังที่ Madame Tussauds, สนุกกับเมืองจำลองอินเทอร์แอ็กทีฟที่ MONOPOLY DREAMS และช้อป ชิม ชิล ที่ The Peak Tower และ Peak Galleri
การเดินทางสะดวก: จากไทยบินตรงลงสนามบินฮ่องกง (HKG) นั่ง Airport Express หรือรถบัส A11 มาย่าน Central จากนั้นขึ้น Peak Tram, รถบัสสาย 15, Green Minibus สาย 1 หรือนั่งแท็กซี่ตรงถึงยอดเขาได้ง่ายๆ
ช่วงเวลาน่าเที่ยว: เที่ยวได้ตลอดปี ช่วงที่ดีที่สุดคือฤดูใบไม้ร่วงถึงหนาว (ตุลาคม–ธันวาคม) อากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าโปร่ง โดยแนะนำให้ขึ้นเขาช่วงบ่ายแก่ๆ เพื่อเก็บภาพบรรยากาศได้ครบทั้งช่วง กลางวัน, Golden Hour และไฟเมืองยามค่ำคืน
ระยะเวลาที่แนะนำ: ใช้เวลาประมาณ 3–4 ชั่วโมง หรือจัดเป็นทริปครึ่งวันช่วงบ่ายถึงค่ำได้อย่างลงตัว สามารถเดินทางต่อเข้าย่าน Central หรือ Lan Kwai Fong ได้อย่างสะดวกสบาย

จุดไฮไลท์ต่างๆ ของ The Peak

1. Lion's Pavilion View Point มุมมหาชนสำหรับถ่ายวิวอ่าวฮ่องกง

ถ้าขึ้นมาถึง The Peak ฮ่องกง แล้วอยากได้รูปวิวเมืองสวย ๆ แบบไม่ต้องเสียค่าเข้าชม แนะนำให้เดินมาที่ Taipingshan Lion's Pavilion หรือ Lion's Pavilion View Point ก่อนเลย ศาลาแปดเหลี่ยมสไตล์จีนแห่งนี้อยู่ใกล้กับสถานี Peak Tram และ The Peak Tower มาก เดินประมาณ 1–2 นาทีก็ถึงแล้ว

จุดนี้เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในมุมมหาชนของ The Peak เลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะเข้าชมฟรีแล้ว ยังสามารถมองเห็นตึกระฟ้าของเกาะฮ่องกงโดยมี Victoria Harbour และฝั่งเกาลูนทอดยาวอยู่ด้านหลัง ยิ่งตัวศาลามีทั้งเสาสีแดง หลังคาแบบจีน และรูปปั้นสิงโต ยิ่งทำให้ถ่ายรูปออกมาแล้วได้ทั้งกลิ่นอายฮ่องกงแบบดั้งเดิมและวิวเมืองสมัยใหม่อยู่ในเฟรมเดียวกัน

ใครกำลังตามหาจุดถ่ายรูปสวย ๆ แนะนำมาช่วงบ่ายแก่ ๆ ที่แสงเริ่มนุ่ม หรือถ้าอยู่ต่อจนค่ำก็จะได้เห็นวิวอ่าวฮ่องกงเปิดไฟระยิบระยับไปอีกแบบ ที่สำคัญคือไม่ต้องซื้อตั๋ว Sky Terrace ก็แวะมาชมวิวตรงนี้ได้!

2. Peak Tram รถรางขึ้นเขาระดับตำนานของฮ่องกง

Credit: thepeak.com.hk

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่แทบจะเป็นของคู่กันกับ Victoria Peak คือการนั่ง Peak Tram รถรางขึ้นเขาที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1888 โดยรถรุ่นปัจจุบันมาในสีเขียวคลาสสิก ดูเข้ากับบรรยากาศฮ่องกงสุด ๆ และยังเป็นหนึ่งในวิธีเดินทางขึ้น The Peak ที่สนุกที่สุดด้วย

ความสนุกจะเริ่มตอนรถค่อย ๆ ไต่ขึ้นไปตามทางลาดชัน เพราะบางช่วงชันจนตึกสูงที่มองผ่านหน้าต่างออกไปเหมือนกำลังเอียงตามเราไปด้วย มีทริคเล็ก ๆ สำหรับสายชมวิวคือขาขึ้นลองเลือกนั่งฝั่งขวาของขบวน เพราะเป็นฝั่งที่มีโอกาสเห็นวิวเมืองและตึกสูงเปิดกว้างกว่าฝั่งที่ติดแนวเขา ยิ่งถ้าได้นั่งริมหน้าต่างก็เตรียมกล้องรอไว้ได้เลย

ส่วนเรื่องตั๋วก็สะดวกขึ้นเยอะ เพราะสามารถใช้บัตร Octopus หรือบัตรเครดิตที่รองรับการจ่ายแบบ Contactless แตะผ่านประตูเข้าสถานีได้ ไม่จำเป็นต้องซื้อตั๋วกระดาษทุกครั้ง เหมาะมากสำหรับคนที่เที่ยว ด้วยตัวเองและอยากลดเวลาต่อคิว

3. The Peak Tower แลนด์มาร์กเด็ด พร้อมชมวิวบน Sky Terrace 428

Credit: thepeak.com.hk

ขึ้นมาถึงด้านบนแล้วแทบไม่มีทางมองข้าม The Peak Tower เพราะอาคารทรงโค้งดีไซน์แปลกตาแห่งนี้ตั้งเด่นอยู่ตรงบริเวณสถานี Peak Tram และถือเป็นเหมือนศูนย์กลางของการเที่ยว The Peak เลยก็ว่าได้ ด้านในมีทั้งร้านอาหาร ร้านค้า และสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง ที่สำคัญคือสามารถเข้าไปเดินภายใน The Peak Tower ได้ฟรี จะเข้ามาหาอะไรกินหรือพักขาก่อนไปเที่ยวต่อก็ได้

แต่ถ้าอยากขึ้นไปชมวิวด้านบนสุด จะเป็นโซน Sky Terrace 428 ซึ่งมีค่าเข้าชมแยก จุดนี้อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 428 เมตร และเปิดให้ชม Hong Kong Skyline แบบพาโนรามา ทั้งตึกระฟ้าบนเกาะฮ่องกง Victoria Harbour และฝั่งเกาลูน ใครตั้งใจทั้งนั่ง Peak Tram และขึ้น Sky Terrace อยู่แล้ว ลองเช็กราคาตั๋วคอมโบ Peak Tram + Sky Terrace 428 ไว้ล่วงหน้า จะได้จัดทริปและเรื่องตั๋วง่ายขึ้น

ส่วนวันไหนเจอฝนตกหรือหมอกลงจนวิวด้านนอกไม่เป็นใจ ภายในอาคารก็ยังมี Madame Tussauds Hong Kong พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งชื่อดังให้แวะเที่ยวต่อได้ ถือเป็นแพลนสำรองที่ดี จะได้ไม่ต้องขึ้นเขามาแล้วเสียเที่ยว

Hong-kong

Hong Kong Peak Tram และ Sky Terrace 428

8.8/10

เซ็นทรัล แอนด์ เวสเทิร์น ดิสตริกต์

THB 325.74

4. Victoria Peak Garden สวนบนยอดเขาสำหรับสายเดินเล่นรับลม

ถ้าใครอยากเปลี่ยนจากความคึกคักรอบ The Peak Tower มาหามุมเขียว ๆ เงียบ ๆ บ้าง ลองเดินต่อขึ้นไปยัง Victoria Peak Garden สวนสาธารณะที่อยู่สูงขึ้นไปอีกบน The Peak บรรยากาศด้านบนจะสงบกว่า มีทั้งสนามหญ้า ทางเดิน ศาลา และพื้นที่ให้นั่งพัก เหมาะกับคนที่อยากเดินเล่นรับลม ปิกนิก หรือพักจากวิวตึกสูงสักพัก

ระหว่างเที่ยวบริเวณ The Peak ยังสามารถแวะเดินแถว Lugard Road ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Peak Circle Walk ได้ด้วย เส้นทางนี้ค่อนข้างราบและขึ้นชื่อเรื่องวิวเมือง เพราะมีหลายช่วงที่มองออกไปเห็น Victoria Harbour และตึกระฟ้าแบบกว้าง ๆ จึงเป็นอีกจุดที่สายถ่ายภาพนิยมมารอเก็บวิวพาโนรามาของฮ่องกง โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตก

แต่ถ้าตั้งใจเดินขึ้นไปถึง Victoria Peak Garden จากบริเวณ The Peak Tower ควรเตรียมแรงไว้สักหน่อย เพราะช่วงขึ้นสวนจะมีทางเนินและอยู่ห่างออกไปประมาณ 1–1.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินราว 20–30 นาที แนะนำใส่รองเท้าที่เดินสบายและพกน้ำติดตัวไว้ จะได้เดินเที่ยวแบบไม่เหนื่อยเกินไปกันนะ 

5. Peak Galleria แวะกิน ช้อป พร้อมจุดชมวิวฟรีบนดาดฟ้า

Credit: discoverhongkong.com

หลังจากเดินเที่ยวมาหลายจุด ถ้าเริ่มหิวหรืออยากพักขา Peak Galleria คือพิกัดที่แวะได้แบบพอดี ๆ เพราะอยู่ใกล้ The Peak Tower และด้านในมีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านค้า และพื้นที่พักผ่อน จะหามื้อจริงจังกินหรือแค่นั่งจิบกาแฟรอช่วงพระอาทิตย์ตกก็ได้

อีกไฮไลท์ที่หลายคนอาจเดินผ่านไปโดยไม่รู้คือ Green Terrace พื้นที่ชมวิวกลางแจ้งบริเวณชั้น 3 ซึ่งสามารถขึ้นไปชมวิวได้ฟรี มุมจากตรงนี้จะต่างจากวิว Victoria Harbour ที่หลายคนคุ้นตา เพราะมองออกไปทางฝั่ง Pok Fu Lam และทะเลจีนใต้มากขึ้น ใครมีเวลาแนะนำให้ลองขึ้นไปดู จะได้เห็นอีกด้านของเกาะฮ่องกงที่บรรยากาศสงบกว่าโซนตึกระฟ้า

ส่วนใครไม่อยากนั่ง Peak Tram กลับลงเขา บริเวณ Peak Galleria ยังเป็นจุดขึ้นรถโดยสารด้วย สามารถเลือกนั่งรถบัสสาย 15 หรือ Green Minibus สาย 1 กลับลงไปในเมืองได้ นอกจากประหยัดกว่าแล้ว ระหว่างทางยังได้ชมวิวถนนคดเคี้ยวเลียบเขาไปเรื่อย ๆ ถือเป็นอีกวิธีปิดท้ายทริป The Peak ฮ่องกง ที่ได้บรรยากาศต่างจากขาขึ้นไปเลย

ที่ตั้งและการเดินทางไป The Peak

The Peak ฮ่องกง หรือ Victoria Peak ตั้งอยู่บริเวณด้านตะวันตกของ Hong Kong Island และอยู่เหนือย่าน Central ขึ้นไป ทำเลตรงนี้ถือว่าพิเศษมาก เพราะเป็นพื้นที่สูงที่สามารถมองเห็นทั้งตึกระฟ้าของย่านธุรกิจ Victoria Harbour และฝั่งเกาลูนได้แบบกว้าง ๆ โดยโซนท่องเที่ยวหลักอย่าง The Peak Tower และสถานี Peak Tram จะอยู่บริเวณ Victoria Gap ส่วนสถานี Peak Tram ด้านล่างตั้งอยู่ที่ 33 Garden Road ในย่าน Central ทำให้เดินทางต่อจากใจกลางเมืองได้ไม่ยากเลย

การเดินทางจากไทยไปฮ่องกง

บินตรงจากกรุงเทพฯ ไปฮ่องกง: วิธีที่ง่ายและประหยัดเวลาที่สุดคือบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปลง Hong Kong International Airport (HKG) โดยสามารถออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) หรือดอนเมือง (DMK) ตามสายการบินและเที่ยวบินที่เลือก ใช้เวลาบินประมาณ 2 ชั่วโมง 45 นาที–3 ชั่วโมงกว่า ๆ 

การเดินทางจากสนามบินเข้าตัวเมือง

จากสนามบินฮ่องกงเข้าเมืองด้วย Airport Express: หลังลงเครื่องที่ HKG วิธีเข้าเมืองที่สะดวกสำหรับคนที่มีแพลนเที่ยว The Peak ต่อคือขึ้น Airport Express จากสถานี Airport ไปลง Hong Kong Station ในย่าน Central จากนั้นสามารถเดินเชื่อมไปยัง MTR Central Station หรือออกไปต่อรถสาธารณะได้เลย วิธีนี้เหมาะมากถ้าพักฝั่ง Hong Kong Island เพราะเข้าถึงย่าน Central ได้ตรง ๆ และไม่ต้องเปลี่ยนรถหลายรอบ
จากสนามบินเข้าเมืองด้วยรถบัส: ถ้าไม่ได้รีบและอยากประหยัดงบ รถบัสสนามบินถือเป็นอีกตัวเลือกที่สะดวกมาก โดยเฉพาะคนที่จะเดินทางไปยังฝั่งเกาะฮ่องกง (Hong Kong Island) หรือย่าน Central เพื่อไป The Peak ต่อ สามารถเลือกใช้รถบัสสายด่วน A11 ซึ่งจะวิ่งตรงจากสนามบินเข้าสู่ย่านสำคัญอย่าง Sheung Wan, Central, Wan Chai และ Causeway Bay ได้เลย แม้วิธีนี้จะใช้เวลาเดินทางมากกว่า Airport Express (ประมาณ 50–60 นาที ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร) แต่ก็มีข้อดีสำคัญคือ ราคาสบายกระเป๋ากว่า ไม่ต้องลากกระเป๋าเดินทางขึ้นลงเปลี่ยนสายรถไฟหลายต่อ และระหว่างทางยังได้นั่งชมวิวเมืองและสะพานแขวนไปเพลิน ๆ อีกด้วย

Tips: สำหรับคนที่เดินทางมาถึงสนามบินช่วงดึก (หลัง 00:00 น.) สาย A11 จะหยุดวิ่ง ให้เปลี่ยนไปใช้รถบัสสาย Night Bus อย่าง N11 แทน ซึ่งวิ่งผ่านย่าน Central และฝั่งเกาะฮ่องกงเช่นเดียวกัน

การเดินทางไป The Peak

Peak Tram จาก Central: ถ้าถามว่า The Peak ฮ่องกง ไปยังไงแบบได้ฟีลที่สุด แนะนำวิธีนี้เลย เริ่มจากนั่งรถไฟ MTR มาลงที่ Central Station แล้วออกทาง Exit K จากนั้นเดินลัดผ่านสวน Chater Garden และเดินขึ้นเนินตามถนน Garden Road ไปยัง Peak Tram Central Terminus ที่ 33 Garden Road ใช้เวลาเดินประมาณ 10–15 นาที แล้วขึ้น Peak Tram ตรงไปยัง Peak Terminus บนยอดเขาได้เลย โดยใช้เวลานั่งรถรางเพียงประมาณ 8–10 นาทีเท่านั้น ถือเป็นวิธีที่สะดวกและได้เก็บอีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลท์ไปพร้อมกัน
รถบัส Citybus สาย 15: ใครไม่อยากต่อคิว Peak Tram สามารถขึ้นรถบัสสาย 15 ได้จากบริเวณ Central Ferry Piers หรือจุดขึ้นรถที่เดินทางง่ายที่สุดอย่าง Central Bus Terminus (ใต้ตึก Exchange Square ตรง MTR Central Exit A) แล้วนั่งยาวขึ้นไปถึง The Peak ได้เลย เส้นทางจะค่อย ๆ ไต่ขึ้นไปตามถนนบนเขา ได้เห็นทั้งย่านเมือง และวิวระหว่างทางแบบเพลิน ๆ รถให้บริการทุกวันและมีความถี่ประมาณทุก 7–15 นาที จึงเป็นอีกตัวเลือกที่ค่อนข้างสะดวก โดยเฉพาะขากลับช่วงค่ำที่คิว Peak Tram มักจะยาวมาก
Green Minibus สาย 1: อีกวิธีที่สะดวกสำหรับคนเริ่มต้นจากย่าน Central คือขึ้น Green Minibus สาย 1 บริเวณ MTR Hong Kong Station Exit F (จุดจอดใต้ตึก IFC) แล้วนั่งตรงขึ้นไป The Peak ได้เลย รถให้บริการค่อนข้างถี่ทุกๆ 10–12 นาที เหมาะกับคนที่อยากเดินทางตรงขึ้นเขาโดยไม่ต้องเดินไปสถานี Peak Tram ก่อน
แท็กซี่ขึ้น The Peak: ถ้ามากันหลายคน มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรืออยากประหยัดแรง การนั่งแท็กซี่แดงจาก Central ขึ้นไปถึงบริเวณ The Peak Tower ก็สะดวกมาก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15–20 นาที รถจะวิ่งขึ้นเขาผ่านถนนคดเคี้ยวพร้อมวิวสวยๆ เป็นระยะ ข้อดีคือไม่ต้องเปลี่ยนรถหรือเดินไกล และแท็กซี่ในฮ่องกงใช้ระบบมิเตอร์ตามปกติ (อาจมีค่าธรรมเนียมสัมภาระหากใส่ไว้ท้ายรถ)
เดินขึ้น The Peak: ใครอยากเปลี่ยนจากการนั่งรถมาเดินชมเมืองและธรรมชาติ สามารถเดินจากบริเวณ Central ขึ้นไป The Peak ได้เช่นกัน โดยเส้นทางจาก MTR Central Station ไปยัง The Peak Tower ใช้เวลาประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง เส้นทางมีช่วงขึ้นเนินค่อนข้างชันและต่อเนื่อง จึงเหมาะกับคนที่มีเวลา เตรียมรองเท้าเดินสบาย ๆ และอยากได้ฟีลเดินเที่ยวชมธรรมชาติมากกว่าการรีบขึ้นไปถึงจุดชมวิว

จุดเด่นของ The Peak

ได้เห็นฮ่องกงในมุมที่ต่างจากตอนเดินเที่ยวในเมือง: เวลาเดินอยู่ตามย่านต่าง ๆ เราอาจรู้สึกว่าฮ่องกงเต็มไปด้วยตึกสูงและถนนที่คึกคัก แต่พอขึ้นมาบน The Peak ภาพเหล่านั้นจะหายไปเลย เพราะเราจะได้เห็นวิวเมืองขนาดใหญ่ มองได้ไกลสุดสายตา เรียกว่าเป็นอีกด้านของฮ่องกงที่ทั้งสวยและน่าประทับใจไปพร้อมกัน
มาเวลาไหนก็ได้บรรยากาศคนละแบบ: จุดสนุกของการเที่ยว Victoria Peak คือไม่จำเป็นต้องเลือกว่าจะมาชมวิวกลางวันหรือกลางคืน เพราะแต่ละช่วงมีเสน่ห์ต่างกัน ตอนกลางวันวิวจะดูสดใสและเห็นรายละเอียดของเมืองชัด ช่วงเย็นได้บรรยากาศพระอาทิตย์ตก ส่วนกลางคืน ก็เปลี่ยนเป็นวิวแสงไฟระยิบระยับ ได้หลายบรรยากาศในวันเดียวเลย
มีทั้งความเป็นเมืองและธรรมชาติอยู่ใกล้กัน: ถึง The Peak จะขึ้นชื่อเรื่องวิวเมือง แต่บรรยากาศรอบ ๆ ยังเต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวและต้นไม้ ทำให้ทริปไม่ได้มีแค่เดินถ่ายรูปตามแลนด์มาร์กเท่านั้น แต่ยังสามารถเปลี่ยนมาเดินเล่นรับลมและพักจากความวุ่นวายของตัวเมืองได้แบบชิล ๆ
เที่ยวได้หลายสไตล์ในทริปเดียว: ไม่ว่าจะเป็นสายถ่ายรูป คู่รัก ครอบครัว หรือคนที่อยากเดินเล่นแบบไม่ต้องเร่งรีบ วิคตอเรียพีค ฮ่องกง ก็เที่ยวได้หมด จะใช้เวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงแล้วกลับลงเมือง หรือจัดเป็นทริปครึ่งวันแบบค่อย ๆ เที่ยวก็ได้ จึงเป็นพิกัดที่ใส่ไว้ในแพลนฮ่องกงได้ค่อนข้างง่าย
อยู่ใกล้ Central จัดแพลนเที่ยวต่อสะดวก: อีกข้อดีคือ The Peak อยู่ไม่ไกลจากย่าน Central ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางออกนอกเมืองนาน ๆ ช่วงเช้าอาจเที่ยวหรือช้อปปิ้งในเมืองก่อน แล้วค่อยขึ้นมาช่วงบ่ายเพื่ออยู่ต่อจนค่ำก็ยังได้ เหมาะกับคนที่มีวันเที่ยวจำกัด แต่อยากเก็บบรรยากาศของฮ่องกงให้ได้หลายแบบในหนึ่งวัน

เที่ยว The Peak เดือนไหนดี?

ถ้าถามว่าเที่ยว The Peak ฮ่องกง ช่วงไหนดี แนะนำช่วง ตุลาคม–ธันวาคม เพราะอากาศค่อนข้างเย็นสบาย ความชื้นลดลง และมีโอกาสเจอท้องฟ้าโปร่งมากกว่าช่วงหน้าร้อน เหมาะกับทั้งการเดินเล่นและขึ้นไปชมวิว Victoria Harbour โดยเฉพาะช่วงเย็นต่อเนื่องถึงกลางคืนที่บรรยากาศดีมาก

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–เมษายน): อุณหภูมิโดยทั่วไปอยู่ประมาณ 19–25°C อากาศไม่ร้อนมาก ต้นไม้รอบ ๆ The Peak ดูเขียวสด เหมาะกับการเดินเล่น แต่บางวันอาจมีความชื้นสูง หมอก หรือฝนปรอย ๆ ทำให้วิวเมืองไม่ชัดเท่าที่ควร ก่อนขึ้นเขาแนะนำเช็กสภาพอากาศสักนิด
ฤดูร้อน (พฤษภาคม–กันยายน): เป็นช่วงที่ฮ่องกงทั้งร้อนและชื้น อุณหภูมิประมาณ 26–32°C และมีฝนค่อนข้างบ่อย แต่ข้อดีคือวันที่ฟ้าเปิดวิวจะดูสดใสและบรรยากาศรอบยอดเขาเขียวชอุ่มมาก ถ้ามาช่วงนี้ควรพกร่มหรือเสื้อกันฝน และเลี่ยงเดินกลางแจ้งนาน ๆ ในช่วงกลางวัน
ฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม–พฤศจิกายน): ถือเป็นหนึ่งในช่วงที่น่าเที่ยว The Peak ฮ่องกงที่สุด อุณหภูมิประมาณ 22–28°C ในช่วงต้นฤดูและค่อย ๆ เย็นลง อากาศแห้งขึ้น ท้องฟ้ามักโปร่ง เดินเล่นสบาย แถมเหมาะกับการขึ้นมารอชมพระอาทิตย์ตกแล้วอยู่ต่อจนเมืองด้านล่างเปิดไฟยามค่ำคืน
ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์): ใครชอบอากาศเย็นน่าจะถูกใจ ช่วงนี้อุณหภูมิในฮ่องกงอยู่ที่ประมาณ 15–20°C และบางวันอาจเย็นกว่านี้ บน The Peak ซึ่งเป็นพื้นที่สูงและรับลมจะรู้สึกหนาวกว่าด้านล่างเล็กน้อย บรรยากาศเหมาะกับการเดินชมวิวมาก แต่ช่วงค่ำควรมีเสื้อแจ็กเก็ตหรือเสื้อคลุมติดตัวไว้ จะได้อยู่ชมวิวกลางคืนแบบสบาย ๆ

กิจกรรมแนะนำใน The Peak

นั่ง Peak Tram ขึ้น The Peak: เริ่มทริปให้ได้ฟีลตั้งแต่ขาขึ้นด้วย Peak Tram รถรางสีเขียวสุดคลาสสิกที่ค่อย ๆ ไต่ขึ้นเขาผ่านทางลาดชัน ใครอยากชมวิวระหว่างทาง ขาขึ้นลองเลือกนั่งฝั่งขวา จะได้เห็นวิวเมืองเปิดกว้างกว่า
ขึ้นมาให้ทันช่วง Golden Hour: ถ้ามีเวลา แนะนำให้จัดแพลนมาถึง The Peak ก่อนพระอาทิตย์ตกสักหน่อย เพราะช่วงนี้แสงกำลังสวย อากาศเริ่มเย็นลง และยังได้เห็นวิวเมืองค่อย ๆ เปลี่ยนจากกลางวันเข้าสู่ช่วงค่ำ พอฟ้ามืดก็อยู่ชมแสงไฟต่อได้เลย เท่ากับมาครั้งเดียวแต่เก็บบรรยากาศได้ครบหลายช่วงเวลา
เดินเล่นรอบ Peak Circle Walk: ใครมีเวลาเหลือ อย่าเพิ่งรีบกลับหลังถ่ายรูปเสร็จ ลองเดินตามเส้นทาง Peak Circle Walk ที่วนรอบบริเวณยอดเขา เส้นทางส่วนใหญ่เดินไม่ยาก มีต้นไม้ให้ร่มเงา และบางช่วงเปิดออกเป็นวิวเมืองแบบไม่มีอาคารสูงมาบัง เหมาะกับวันที่อากาศดีและอยากใช้เวลาอยู่บน Victoria Peak แบบชิล ๆ
ตามหามุมถ่ายรูปที่ไม่ใช่แค่วิวเมือง: นอกจากภาพพาโนรามาของฮ่องกงแล้ว รอบ The Peak ยังมีฉากให้เล่นกับภาพได้หลายแบบ ทั้งสถาปัตยกรรม ทางเดินท่ามกลางต้นไม้ และมุมที่มองเห็นเมืองผ่านแนวเขา ลองเดินออกจากจุดที่คนรวมตัวกันเยอะ ๆ สักหน่อย มีโอกาสเจอมุมสวยที่ภาพดูแตกต่างจากรูป The Peak แบบเดิม ๆ
แวะ Madame Tussauds Hong Kong: ถ้าเที่ยวกับครอบครัวหรืออยากหากิจกรรมในร่ม ลองแวะพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งภายใน The Peak Tower ที่รวบรวมหุ่นคนดังจากหลายวงการไว้ให้ถ่ายรูปกันแบบจัดเต็ม ยิ่งวันไหนอากาศไม่เป็นใจ มีฝนหรือหมอกลงจนชมวิวได้ไม่เต็มที่ ที่นี่ก็เป็นตัวเลือกที่ช่วยให้ทริปยังไปต่อได้สนุก ๆ
สนุกกับ MONOPOLY DREAMS™: แฟนเกมเศรษฐีน่าจะถูกใจ เพราะที่นี่หยิบโลกของ Monopoly มาทำเป็นพื้นที่อินเทอร์แอ็กทีฟ มีทั้งเกม มุมถ่ายรูป และฉากคุ้นตาจากกระดาน Monopoly แถมอยู่ใน Peak Galleria เที่ยวต่อจากจุดอื่นได้สะดวก
หาอะไรกินพร้อมนั่งพักชมบรรยากาศ: หลังเดินขึ้นลงเนินกันมาสักพัก ลองเลือกร้านอาหารหรือคาเฟ่บน The Peak แล้วพักยาว ๆ สักมื้อ หลายร้านมีพื้นที่นั่งที่มองออกไปเห็นวิวรอบเกาะ เหมาะกับการเติมพลังก่อนออกไปเดินต่อ หรือจะฝากมื้อเย็นไว้ด้านบนแล้วค่อยกลับลงเมืองก็ได้ฟีลไปอีกแบบ
เดินเล่นช่วงค่ำก่อนกลับลงเมือง: อย่าเพิ่งรีบกลับทันทีหลังพระอาทิตย์ตก เพราะช่วงที่ท้องฟ้ามืดสนิทคืออีกหนึ่งบรรยากาศที่น่าเดินเล่นมาก แสงจากตึกและถนนด้านล่างทำให้ The Peak ตอนกลางคืน ดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบ ลองเดินชมวิวช้า ๆ ก่อนกลับ ถือเป็นการปิดท้ายทริป The Peak ได้กำลังดีเลย

แนะนำที่พักใกล้ The Peak

The Murray, Hong Kong, a Niccolo Hotel

The Murray, Hong Kong, a Niccolo Hotel
The Murray, Hong Kong, a Niccolo Hotel
The Murray, Hong Kong, a Niccolo Hotel
The Murray, Hong Kong, a Niccolo Hotel

+2

The Murray, Hong Kong, a Niccolo Hotel

ถ้าอยากได้โรงแรมที่ทั้งสวยและทำเลเหมาะกับการเที่ยว The Peak มาก ๆ The Murray, Hong Kong, a Niccolo Hotel เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสุด ๆ เพราะตั้งอยู่บน Cotton Tree Drive ติดกับ Hong Kong Park และอยู่ใกล้ Peak Tram Central Terminus บน Garden Road จะออกไปขึ้นรถรางในตอนเช้าหรือช่วงบ่ายก็สะดวก ไม่ต้องเสียเวลานั่งรถข้ามเมือง

เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่การนำอาคารสถาปัตยกรรมเก่ามาปรับให้กลายเป็นโรงแรมร่วมสมัย ดีไซน์เลยดูเรียบหรูแต่มีคาแรกเตอร์ ห้องพักเน้นพื้นที่โปร่งและหน้าต่างบานใหญ่ แถมรอบโรงแรมก็มีต้นไม้และพื้นที่สีเขียวช่วยให้บรรยากาศสงบกว่าที่คิด ทั้งที่จริง ๆ แล้วอยู่ใกล้ย่านธุรกิจของ Central มาก ไฮไลท์อีกอย่างคือร้านอาหารและพื้นที่รูฟท็อปที่เหมาะกับการนั่งชิลชมวิวเมือง ใครอยากได้ที่พักฮ่องกง ที่กลับจาก The Peak แล้วสามารถพักผ่อนต่อแบบสบาย ๆ ที่นี่ตอบโจทย์เลย

Hong-kong

The Murray, Hong Kong, a Niccolo Hotel

9.4/10

•

เซ็นทรัล แอนด์ เวสเทิร์น ดิสตริกต์

THB 26,427.09

The Upper House Hong Kong

The Upper House Hong Kong
The Upper House Hong Kong
The Upper House Hong Kong
The Upper House Hong Kong

+2

The Upper House Hong Kong

สำหรับคนที่อยากอัปเกรดทริปให้พิเศษขึ้นอีกหน่อย ลองเช็กอินที่ The Upper House Hong Kong กันได้เลย ที่นี่เขาเป็นโรงแรมหรูในย่าน Admiralty ที่เด่นเรื่องความสงบและความเป็นส่วนตัว บรรยากาศด้านในมาในสไตล์โมเดิร์นมินิมอล ตกแต่งในโทนสีที่ดูอบอุ่น ทำให้ถึงจะอยู่ท่ามกลางเมืองใหญ่ แต่พอกลับเข้าห้องแล้วให้ความรู้สึกเหมือนได้พักจากความคึกคักของฮ่องกงจริง ๆ

อีกจุดที่ทำให้น่าไปนอนคือห้องพักค่อนข้างกว้าง พร้อมหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดรับวิวเมืองและ Victoria Harbour ในบางมุม ทำเลก็ดีไม่แพ้กัน เพราะเชื่อมต่อกับ Pacific Place และอยู่ใกล้ MTR Admiralty จะไป Central เพื่อขึ้น Peak Tram หรือเดินทางต่อไปย่านอื่นก็สะดวก เหมาะกับคู่รักหรือคนที่อยากให้โรงแรมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์เที่ยว ไม่ใช่แค่ที่กลับมานอนตอนกลางคืนเท่านั้น

Mini Central

Mini Central
Mini Central
Mini Central
Mini Central

+2

Mini Central

ใครเน้นเที่ยวเต็มวันและอยากเก็บงบไว้กิน ช้อป และทำกิจกรรมมากกว่า Mini Central เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในย่าน Central จุดแข็งที่สุดคือโลเคชั่น เพราะอยู่ใกล้ทั้ง Lan Kwai Fong และ SoHo รอบ ๆ มีร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์ให้เลือกเพียบ ตอนกลางคืนกลับจาก The Peak แล้วยังสามารถออกไปเดินเล่นหรือหาอะไรกินต่อได้ง่าย

ห้องพักของที่นี่จะกะทัดรัดตามสไตล์โรงแรมใจกลางฮ่องกง แต่ตกแต่งเรียบง่ายและมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานครบ เหมาะกับคนที่ไม่ได้ตั้งใจใช้เวลาอยู่ในห้องเยอะอยู่แล้ว ที่สำคัญคือจากโรงแรมสามารถเดินทางต่อไปยัง Central และ Peak Tram Central Terminus ได้ไม่ยาก ทำให้เหมาะกับทริปเที่ยวด้วยตัวเองมาก ถ้าโจทย์คืออยากพักใจกลางเมือง เดินทางง่าย และไม่อยากทุ่มงบกับโรงแรมมากเกินไป ที่นี่ถือว่าเข้าทางเลย

Hong-kong

มินิ เซ็นทรัล (Mini Central)

7.1/10

•

เซ็นทรัล แอนด์ เวสเทิร์น ดิสตริกต์

THB 2,099.83

เคล็ดลับการเที่ยว The Peak

ขึ้นช่วงบ่ายแล้วอยู่ต่อถึงค่ำ: ถ้าอยากเก็บบรรยากาศให้คุ้ม แนะนำมาถึง The Peak ช่วงบ่ายแก่ ๆ จะได้ชมทั้งวิวกลางวัน แสงพระอาทิตย์ตก และแสงไฟของเมืองยามค่ำในทริปเดียว
เช็กสภาพอากาศก่อนขึ้นเขา: วิวบน The Peak ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศพอสมควร ถ้าวันไหนฝนตกหรือหมอกหนา อาจมองเห็น Victoria Harbour ได้ไม่เต็มที่ เช็กพยากรณ์อากาศไว้ก่อนจะช่วยให้เลือกวันเที่ยวได้ง่ายขึ้น
เผื่อเวลาช่วงคิว Peak Tram: ช่วงเย็น วันหยุด และวันหยุดสุดสัปดาห์คนค่อนข้างเยอะ ถ้าตั้งใจขึ้นไปดูพระอาทิตย์ตก ควรเผื่อเวลาต่อคิวไว้ด้วย จะได้ไม่ต้องลุ้นว่าจะขึ้นไปทันหรือเปล่า
เตรียม Octopus หรือบัตร Contactless ไว้: ช่วยให้การใช้ขนส่งสาธารณะและ Peak Tram สะดวกขึ้น ไม่ต้องคอยเตรียมเงินสดหรือเสียเวลาซื้อตั๋วหน้างาน
ใส่รองเท้าที่เดินสบาย: แม้โซน The Peak Tower จะเดินเที่ยวไม่ยาก แต่ถ้าจะต่อไป Victoria Peak Garden หรือเดินเส้นทางรอบยอดเขา จะมีทั้งเนินและระยะทางพอสมควร รองเท้าดี ๆ ช่วยได้เยอะ
พกเสื้อคลุมบาง ๆ ติดกระเป๋า: ด้านบนเปิดโล่งและมีลมมากกว่าพื้นที่ในเมือง โดยเฉพาะช่วงเย็นถึงกลางคืน ถึงเที่ยวในช่วงอากาศไม่หนาวมากก็มีเสื้อคลุมไว้จะเดินชมวิวสบายกว่า
เผื่อเวลาเที่ยวประมาณครึ่งวัน: ถ้าอยากเก็บทั้งจุดชมวิว เดินเล่น หาอะไรกิน และทำกิจกรรมต่าง ๆ แบบไม่รีบ ควรมีเวลาประมาณ 3–4 ชั่วโมง หรือจัดช่วงบ่ายต่อเนื่องไปถึงค่ำ จะเที่ยว Victoria Peak ได้กำลังดี

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยว The Peak

Q: เที่ยว The Peak ฮ่องกง ต้องทำวีซ่าไหม?

A: คนไทยสามารถเดินทางไปเที่ยวฮ่องกงได้โดยไม่ต้องทำวีซ่า (Free Visa) และสามารถพำนักอยู่ได้นานสูงสุดถึง 30 วัน

Q: ไปเที่ยว The Peak ต้องแต่งตัวยังไง? 

A: แต่งกายด้วยชุดลำลองสบาย ๆ และสวมรองเท้าผ้าใบที่เดินสะดวก เนื่องจากบนยอดเขามีลมพัดตลอดเวลา แนะนำให้พกเสื้อคลุมหรือแจ็กเก็ตติดตัวไปด้วย โดยเฉพาะช่วงเย็นถึงค่ำที่อากาศจะเริ่มเย็นลง

Q: ขึ้น The Peak ช่วงเวลาไหนสวยที่สุด และควรเผื่อเวลากี่ชั่วโมง? 

A: ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือบ่ายแก่ๆ (ประมาณ 15:30–16:00 น.) เพื่อชมวิวช่วงแสงเย็น ท้องฟ้าเปลี่ยนสี จนถึงวิวไฟเมืองยามค่ำคืน โดยควรเผื่อเวลาเที่ยวและเดินทางรวมประมาณ 3–4 ชั่วโมง

Q: เดินทางจากสนามบินฮ่องกงไป The Peak ยังไงสะดวกที่สุด? 

A: นั่ง Airport Express มาลงสถานี Hong Kong หรือนั่งรถบัสสายด่วน A11 มาลงย่าน Central จากนั้นออกทาง MTR Central (Exit K) เดินต่อไปขึ้น Peak Tram หรือต่อรถบัสสาย 15 ขึ้นเขาได้เลย

Q: ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ ต้องซื้อตั๋วอะไรบ้าง? 

A: บริเวณอาคาร Peak Tower, จุดชมวิว Lion's Pavilion และดาดฟ้า Peak Galleria เข้าชมฟรีทั้งหมด เสียค่าใช้จ่ายเฉพาะการเดินทางและค่าเข้า Sky Terrace 428 (จะอยู่ที่ประมาณ 75 HKD) ซึ่งแนะนำให้ซื้อเป็นตั๋วคอมโบ Peak Tram + Sky Terrace 428 ซึ่งจะถูกและคุ้มค่ากว่า ยิ่งถ้าจองล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์ก็มักจะได้ส่วนลดเพิ่มเติมอีกด้วย

Q: ถ้าวันไหนฝนตกหรือหมอกลงหนา ยังน่าขึ้นไปเที่ยวไหม? 

A: แม้หมอกหนาจะทำให้มองไม่เห็นวิวเมืองด้านนอก แต่ยังสามารถขึ้นมาเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวอินเทอร์แอ็กทีฟในร่มได้ เช่น พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง Madame Tussauds, สวนสนุก MONOPOLY DREAMS™ หรือเลือกร้านอาหารและคาเฟ่นั่งชิลบรรยากาศบนเขาแทนได้

Tags:

peak hong kong

peak tram hong kong

the peak hong kong

จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร