ถ้าพูดถึงการเที่ยวดูไบแล้วนั้น แลนด์มาร์กสุดไอคอนิคที่ลอยขึ้นมาในหัวของหลาย ๆ คนก็ต้องเป็น Burj Khalifa หรือ เบิร์จคาลิฟา ตึกที่สูงที่สุดในโลกด้วยความสูงถึง 828 เมตร! ปลายยอดแหลมของตึกมองเห็นได้จากระยะไกลเกือบร้อยกิโลเมตร และเป็นที่เที่ยวที่ใครมาดูไบครั้งแรกไม่ควรพลาดทุกประการเลยจ้า
Burj Khalifa นั้นมีตั้งแต่จุดชมวิวชั้น 124 สำหรับคนมาครั้งแรก ไปจนถึงเลานจ์ชั้น 152 สำหรับคนอยากได้ประสบการณ์เงียบ ๆ ไม่ต้องเบียดใคร พอลงมาข้างล่างก็มีน้ำพุดูไบกับไฟ LED บนตัวตึกให้ดูฟรีทุกคืน บทความนี้รวบรวมทุกอย่างที่ควรรู้ ทั้งตั๋ว การเดินทาง ช่วงเวลาที่เหมาะ และที่พักใกล้ ๆ ไว้ครบในที่เดียว อ่านจบแล้วจองไฟล์ทไปดูไบและจองที่พักใกล้ Burj Khalifaกับ Traveloka เลย!
Quick Summary
ที่ตั้งและการเดินทาง: ตั้งอยู่ในย่าน Downtown Dubai ทางเข้าอยู่ในห้าง The Dubai Mall บินตรงจากกรุงเทพฯ ประมาณ 6-6.5 ชั่วโมง และนั่งเมโทรสายสีแดงลงสถานี Burj Khalifa/Dubai Mall ได้เลย
จุดเด่น: เป็นตึกที่สูงที่สุดในโลกที่ 828 เมตร ถือหลายสถิติโลก รวมถึงจุดชมวิวกลางแจ้งที่สูงที่สุดในโลกบนชั้น 148
เดือนไหนดี: พฤศจิกายน-มีนาคมอากาศดีที่สุด ส่วนมิถุนายน-กันยายนร้อนจัดแต่ตั๋วและที่พักถูกกว่า
เคล็ดลับ: จองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้า เลือกรอบก่อนพระอาทิตย์ตกประมาณ 1 ชั่วโมง และแต่งกายสุภาพ
ไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำของ Burj Khalifa
1. จุดชมวิวระดับโลก (Observation Decks)
At the Top (ชั้น 124 และ 125): ตั๋วยอดนิยมของ Burj Khalifa และคุ้มที่สุดสำหรับคนมาครั้งแรกอยู่ที่ ชั้น 124 ความสูงประมาณ 452 เมตร ที่มีระเบียงกลางแจ้งให้ออกไปรับลม ส่วนชั้น 125 มีพื้นกระจกให้ยืนมองลงไปข้างล่าง มีกล้องส่องทางไกลและจอดิจิทัลเล่าเรื่องการก่อสร้าง ราคาตั๋วเริ่มประมาณ 169 AED (~1,500 บาท) ในช่วงเวลาปกติ
At the Top SKY (ชั้น 148): จุดชมวิวที่ความสูง 555 เมตร ซึ่งเป็นจุดชมวิวกลางแจ้งที่สูงที่สุดในโลก ตั๋วนี้รวมชั้น 124-125 ไว้ด้วย มีเจ้าหน้าที่พาขึ้นแบบไม่ต้องต่อคิวยาว ได้นั่งพักใน SKY Lounge พร้อมกาแฟอาหรับและขนมพื้นเมือง ราคาเริ่มประมาณ 370-400 AED (~3,300–3,600 บาท)
The Lounge (ชั้น 152, 153 และ 154): จุดที่สูงที่สุดที่นักท่องเที่ยวขึ้นไปได้ใน Burj Khalifa ตกแต่งเป็นเลานจ์หรู มีเครื่องดื่มและ canapé จากทีมของโรงแรม Armani ให้ทานระหว่างนั่งชมวิว ตั๋วรวมการเข้าชมชั้น 148 และ 124-125 ด้วย ราคาเริ่มประมาณ 600 AED ขึ้นไป (ตั้งแต่ 5,400 บาทขึ้นไป) และมีการแต่งกายแบบ Smart Casual ที่เข้มงวดกว่าชั้นอื่น เหมาะกับโอกาสพิเศษ เช่น ฉลองวันครบรอบหรือทริปฮันนีมูน เพราะบรรยากาศเงียบ ไม่พลุกพล่าน ได้นั่งดูวิวนาน ๆ แบบสบาย ๆ
2. ดินเนอร์หรูเหนือหมู่เมฆ (Sky-High Dining)
Atmosphere (ชั้น 122): ร้านอาหารบนความสูงประมาณ 442 เมตร เสิร์ฟอาหารยุโรปแบบฟิวชั่น มีทั้งมื้อเช้า ชุดน้ำชายามบ่าย และดินเนอร์ ถ้าอยากลองแต่ไม่อยากจ่ายหนักเท่ามื้อค่ำ ชุดน้ำชายามบ่ายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า เพราะได้วิวกลางวันแบบปัง ๆ ร้านมีกฎการแต่งกายแบบ Smart Elegant ห้ามใส่กางเกงขาสั้นหรือรองเท้าแตะ และต้องจองล่วงหน้า โดยเฉพาะโต๊ะริมหน้าต่างช่วงพระอาทิตย์ตก ที่เต็มเร็วมากในช่วงไฮซีซั่น
Armani Dining Experience: ชั้นล่างของ Burj Khalifa คือโรงแรม Armani Hotel Dubai ซึ่งออกแบบโดย Giorgio Armani เอง ภายในมีร้านอาหารหลายแบบ เช่น Armani/Ristorante (อาหารอิตาเลียน) และ Armani/Hashi (อาหารญี่ปุ่น) บางร้านมีที่นั่งมองเห็นโชว์น้ำพุดูไบ ทำให้ได้ดินเนอร์พร้อมดูโชว์ไปในตัว ถึงจะไม่ได้อยู่บนชั้นสูง ๆ เท่า Atmosphere แต่บรรยากาศเป็นส่วนตัว หรูหรา และเงียบกว่า 3. ชมมหาน้ำพุเต้นระบำและการแสดงแสงสี (The Dubai Fountain & Light Show)
The Dubai Fountain: น้ำพุดูไบตั้งอยู่ในทะเลสาบหน้า Burj Khalifa เป็นระบบน้ำพุที่ออกแบบให้เต้นตามจังหวะเพลง พ่นน้ำขึ้นสูงได้เทียบเท่าตึกหลายสิบชั้น ดูได้ฟรี ๆ รอบกลางวันมีช่วงบ่ายโมงและบ่ายโมงครึ่ง ส่วนรอบค่ำเริ่มตั้งแต่ 6 โมงเย็นไปจนถึง 5 ทุ่ม ทุก ๆ 30 นาที ถ้าอยากชมใกล้ ๆ จะมี Boardwalk และเรือ Abra ให้ซื้อตั๋วเพิ่ม
Burj Khalifa LED Show: ด้านนอกของตึกติดไฟ LED หลายล้านดวงรอบตัวตึก ทำให้ทั้ง Burj Khalifa กลายเป็นจอขนาดยักษ์ในช่วงค่ำ มีทั้งภาพกราฟิก ข้อความในวาระพิเศษ และโชว์แสงสีที่สลับกับโชว์น้ำพุ ดูฟรีจากลานหน้าห้าง The Dubai Mall หรือจาก Burj Park
4. กิจกรรมโดยรอบในย่าน Downtown Dubai
The Dubai Mall: ห้างที่เป็นทางเข้าหลักของ Burj Khalifa และเป็นหนึ่งในห้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีร้านค้ากว่า 1,200 ร้าน ข้างในมี Dubai Aquarium & Underwater Zoo ที่มีตู้ปลายักษ์มองเห็นได้ฟรีจากทางเดินในห้าง มีลานสเก็ตน้ำแข็ง โซนเด็ก และร้านอาหารหลายร้อยร้าน วางแผนให้ดีจะใช้เวลาในห้างได้ทั้งวัน Burj Park: สวนสาธารณะสีเขียวข้างทะเลสาบใต้ Burj Khalifa เป็นมุมที่เห็นตัวตึกเต็ม ๆ และดูโชว์น้ำพุได้โดยไม่ต้องเบียดคนหน้าห้าง ช่วงเย็นมีคนมานั่งปิกนิกชิล ๆ และบางช่วงมีอีเวนต์ คอนเสิร์ต หรือตลาดนัดตามฤดูกาล ในคืนส่งท้ายปีเก่าที่นี่เป็นหนึ่งในจุดชมพลุที่คนจองกันแน่น ถ้าไม่อยากเสียเงินขึ้นตึกแต่อยากได้ภาพ Burj Khalifa สวย ๆ สวนนี้ตอบโจทย์ที่สุดในย่าน Downtown Dubai
ที่ตั้งและการเดินทาง
Burj Khalifa ตั้งอยู่ใจกลางย่าน Downtown Dubai ถนน Sheikh Mohammed bin Rashid Boulevard ห่างจากสนามบินนานาชาติดูไบ (DXB) ประมาณ 15 กิโลเมตร ย่านนี้คือศูนย์กลางการท่องเที่ยวของเมือง รอบตึกมีทั้ง The Dubai Mall, ทะเลสาบน้ำพุดูไบ, Souk Al Bahar และโรงแรมหรูอีกหลายแห่ง ทางเข้าหลักสำหรับขึ้นจุดชมวิวไม่ได้อยู่ที่ตัวตึกโดยตรง แต่ต้องเข้าผ่านชั้น Lower Ground ของ The Dubai Mall ซึ่งมีเคาน์เตอร์ตั๋ว จุดฝากกระเป๋า และทางขึ้นลิฟต์ ส่วนร้านอาหาร Atmosphere และโรงแรม Armani มีทางเข้าแยกจากฝั่งถนน ใครพักย่าน Business Bay หรือถนน Sheikh Zayed Road เดินทางมาได้ในเวลาไม่ถึง 15 นาที ส่วนคนที่พักแถว Dubai Marina หรือ Palm Jumeirah จะใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที
วิธีการเดินทางจากกรุงเทพฯ
เที่ยวบินแวะต่อ: เลือกบินแบบต่อเครื่องผ่านเมืองอื่นได้ ใช้เวลารวมประมาณ 9-14 ชั่วโมง บางช่วงราคาถูกกว่าบินตรงเล็กน้อย เหมาะกับคนมีเวลาและอยากประหยัด
จากสนามบินเข้าเมือง: นั่งเมโทรสายสีแดงจากอาคาร 1 หรือ 3 ไปลงสถานี Burj Khalifa/Dubai Mall ประมาณ 30 นาที ค่าโดยสารประมาณ 5-9 AED (ราว 45-80 บาท) หรือนั่งแท็กซี่ประมาณ 20-25 นาที ราว 60-90 AED (ประมาณ 550-800 บาท)
วิธีเดินทางในตัวเมือง
Dubai Metro สายสีแดง: ลงสถานี Burj Khalifa/Dubai Mall แล้วเดินผ่านทางเชื่อมติดแอร์เข้าห้างประมาณ 10-15 นาที ค่าโดยสารประมาณ 3-9 AED (~30-80 บาท) ขึ้นกับระยะทาง ต้องใช้บัตร Nol
แท็กซี่: เรียกได้ทั่วเมือง ค่าเริ่มต้นประมาณ 5–12 AED แล้วแต่วิธีเรียก ในเมืองส่วนใหญ่จ่ายประมาณ 30–70 AED (~270-630 บาท) ใช้เวลา 10-30 นาที
แอปเรียกรถ: Careem และ Uber ใช้งานได้ ราคาใกล้เคียงหรือสูงกว่าแท็กซี่เล็กน้อย สะดวกเพราะเห็นราคาก่อนกดเรียก
รถบัสสาธารณะ: ราคาถูกที่สุด ประมาณ 3-8 AED (~30-70 บาท) ใช้บัตร Nol ใบเดียวกับเมโทร แต่ใช้เวลานานกว่าและต้องรอรถในอากาศร้อน ๆ
จุดเด่นของ Burj Khalifa
จุดเด่นแรกของ Burj Khalifa คือความสูงถึง 828 เมตร ที่ครองตำแหน่งตึกที่สูงที่สุดในโลกมาตั้งแต่เปิดในปี 2010 ตึกนี้ถือหลายสถิติโลก ทั้งจำนวนชั้นมากที่สุด ชั้นที่มีคนใช้งานสูงที่สุด ลิฟต์ที่วิ่งระยะทางไกลที่สุด และจุดชมวิวกลางแจ้งที่สูงที่สุดบนชั้น 148 รูปทรงของเบิร์จคาลิฟาได้แรงบันดาลใจจากดอกไม้ทะเลทรายอย่าง Hymenocallis ฐานตึกแผ่ออกเป็นสามแฉกก่อนจะเรียวขึ้นไปเป็นยอดแหลม ทำให้ตึกดูต่างกันในแต่ละมุมมอง
ความน่าสนใจอีกอย่างคือทุกอย่างที่อยู่รอบตึกถูกวางแผนมาให้เป็นย่านเดียวกัน ทั้งห้าง น้ำพุ สวน และโรงแรม ทำให้มาที่เดียวแต่อยู่ได้ทั้งวัน ส่วนตัวมองว่าจุดที่ทำให้ Burj Khalifa ต่างจากตึกสูงที่อื่น ๆ คือมีตัวเลือกให้คนทุกงบ ตั้งแต่ดูโชว์ฟรีจากข้างล่าง ไปจนถึงนั่งเลานจ์บนชั้น 154 ไม่ต้องจ่ายแพงก็ยังได้ประสบการณ์ที่คุ้มค่ากลับไป
เที่ยว Burj Khalifa เดือนไหนดี
พฤศจิกายน–มีนาคม (ช่วงแนะนำ): อากาศเย็นสบายที่สุด อุณหภูมิประมาณ 20-30 องศา ท้องฟ้าใสเห็นวิวไกล เดินเล่นข้างนอกดูโชว์น้ำพุได้สบาย แต่เป็นไฮซีซั่น ตั๋ว Burj Khalifa และที่พักแพงขึ้นและเต็มเร็ว ธันวาคม–มกราคม: ช่วงคนเยอะที่สุด โดยเฉพาะคืนส่งท้ายปีเก่าที่มีโชว์พลุและไฟบนตัวตึก ถ้าจะมาช่วงนี้ต้องจองทุกอย่างล่วงหน้าหลายเดือน
เมษายน–พฤษภาคม: อากาศเริ่มร้อน ประมาณ 30–38 องศา แต่คนเริ่มน้อยลง ยังเที่ยวได้ถ้าเลือกกิจกรรมกลางแจ้งช่วงเย็น
มิถุนายน–กันยายน: ร้อนจัดเกิน 40 องศา ช่วงกลางวันอยู่ข้างนอกนานไม่ไหว แต่ตั๋วและโรงแรมถูกลงเยอะ ถ้าวางแผนเที่ยวในร่มเป็นหลักอย่างขึ้นตึกและเดินห้าง ก็เป็นช่วงที่คุ้มสำหรับคนคุมงบ
ช่วงรอมฎอน (Ramadan): วันที่เปลี่ยนไปทุกปีตามปฏิทินจันทรคติ เวลาเปิดบางร้านและโชว์อาจจะปรับตามไลฟ์สไตล์การถือศีลอดของคนท้องถิ่นในประเทศ ควรเช็กก่อนเดินทาง
แนะนำที่พักใกล้เคียง
Address Sky View, Downtown Dubai
เหมาะกับ: คู่รัก / ฮันนีมูน / คนที่อยากได้วิว Burj Khalifa จากห้องพัก
Address Sky View, Downtown Dubai เป็นโรงแรมหรูตึกคู่ที่เชื่อมกันด้วยสะพานลอยฟ้า ตั้งอยู่ติดกับ The Dubai Mall เดินไป Burj Khalifa ได้ในไม่กี่นาที ห้องพักหลายห้องหันหน้าเข้าหาตัวตึกโดยตรง เปิดม่านตอนเช้าก็เห็นเบิร์จคาลิฟาเต็มหน้าต่าง ไฮไลท์ของที่นี่คือสระว่ายน้ำอินฟินิตี้ที่มองเห็นวิวตึกที่สูงที่สุดในโลก และด้านบนเป็นที่ตั้งของ Sky Views Observatory ที่มีทางเดินกระจกและกิจกรรม Edge Walk ให้ลองแบบคนกล้า ห้องตกแต่งโทนสว่าง เรียบหรู มีร้านอาหารและรูฟท็อปบาร์ในตัว ถ้างบถึงและอยากได้ทริปที่ทุกอย่างอยู่ใกล้มือ ที่นี่ตอบโจทย์ที่สุดในบรรดาที่พักใกล้ Burj Khalifa
Shangri La Dubai
เหมาะกับ: ครอบครัว / คนเดินทางสายธุรกิจ / คนที่อยากได้ห้องกว้างพร้อมวิวตึก
Shangri La Dubai เป็นโรงแรมระดับห้าดาวบนถนน Sheikh Zayed Road ห่างจาก Burj Khalifa ประมาณ 5–10 นาทีโดยรถ ตัวตึกสูง ทำให้ห้องพักชั้นบนเห็นวิวเบิร์จคาลิฟาหรือทะเลอ่าวอาหรับได้ชัด ห้องกว้างกว่าโรงแรมหรูหลายแห่งในย่าน Downtown เหมาะกับการพักหลายคืน มีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส สปา และร้านอาหารหลากหลาย รวมถึงร้านอาหารจีน Shang Palace ที่คนไทยน่าจะถูกปาก การบริการเป็นแบบเอเชียที่ใส่ใจรายละเอียด ใกล้สถานีเมโทร ทำให้ไปเที่ยวจุดอื่นในดูไบได้สะดวก
Rove Downtown Dubai
เหมาะกับ: สายประหยัด / กลุ่มเพื่อน / สายเดินเที่ยวฉ่ำ
Rove Downtown Dubai เป็นโรงแรมระดับกลางที่ได้รับความนิยมมากในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่คุมงบ อยู่ห่างจาก The Dubai Mall และ Burj Khalifa ประมาณ 10-15 นาทีเดิน ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น สีสันสดใส ห้องไม่ใหญ่แต่มีทุกอย่างที่จำเป็น ห้องที่อยู่ชั้นบนบางห้องมองเห็นเบิร์จคาลิฟาได้ มีสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ร้านอาหารเปิดตลอดวัน และบริการรถรับส่งไปห้างในเวลาที่กำหนด ซึ่งช่วยได้มากในช่วงอากาศร้อน
เคล็ดลับการเที่ยว
จองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้า: ตั๋ว Burj Khalifa ที่ซื้อหน้าเคาน์เตอร์แพงกว่าตั๋วออนไลน์ค่อนข้างมาก และรอบพระอาทิตย์ตกมักเต็มล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ในช่วงไฮซีซั่น!
เลือกรอบก่อนพระอาทิตย์ตกประมาณ 1 ชั่วโมง: จะได้วิวทั้งกลางวัน ตอนฟ้าเปลี่ยนสี และตอนไฟเมืองเริ่มเปิด ถ้าอยากประหยัด รอบเช้าเป็นช่วงราคาถูกและคนน้อย
ฝากกระเป๋าใหญ่ก่อนขึ้น: กระเป๋าใบใหญ่และรถเข็นเด็กนำขึ้นจุดชมวิวไม่ได้ ต้องฝากที่เคาน์เตอร์ ถ้าพกแค่กระเป๋าเล็กจะเข้าเร็วกว่า
แต่งกายสุภาพ: ดูไบให้ความสำคัญกับการแต่งกาย ควรเลี่ยงเสื้อแขนกุดหรือกางเกงขาสั้นเกินไป โดยเฉพาะถ้าจะไปร้าน Atmosphere หรือ The Lounge ที่มีกฎชัดเจน
พกบัตรประจำตัว: ต้องใช้พาสปอร์ตหรือบัตรประจำตัวคู่กับตั๋วตอนเข้า
FAQ
Burj Khalifa สูงกี่เมตร มีกี่ชั้น?
Burj Khalifa สูง 828 เมตร มีมากกว่า 160 ชั้น เป็นตึกที่สูงที่สุดในโลกตั้งแต่เปิดในปี 2010 จนถึงปัจจุบัน
ตั๋ว Burj Khalifa ราคาเท่าไหร่?
ตั๋ว At the Top ชั้น 124-125 เริ่มประมาณ 169 AED (~1,500 บาท) ส่วน At the Top SKY ชั้น 148 เริ่มประมาณ 370 AED และ The Lounge เริ่มประมาณ 600 AED ราคาเปลี่ยนตามช่วงเวลาและฤดูกาล ช่วงพระอาทิตย์ตกจะแพงที่สุด
ขึ้น Burj Khalifa ชั้นไหนคุ้มที่สุด?
ถ้ามาครั้งแรกและอยากเห็นวิวครบ ชั้น 124-125 คุ้มที่สุด ส่วนคนที่ไม่ชอบคนเยอะและอยากได้บรรยากาศสบาย ๆ ชั้น 148 คุ้มกับเงินที่จ่ายเพิ่ม
ใช้เวลาเที่ยว Burj Khalifa นานแค่ไหน?
ถ้าขึ้นจุดชมวิวอย่างเดียวใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง แต่ถ้ารวมดูโชว์น้ำพุและเดินห้าง The Dubai Mall ควรเผื่อไว้ครึ่งวันถึงทั้งวัน
ดูโชว์น้ำพุดูไบต้องเสียเงินไหม?
โชว์น้ำพุดูไบดูได้ฟรีจากลานหน้าห้างหรือ Burj Park รอบค่ำมีทุก 30 นาทีตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึง 5 ทุ่ม จะเสียเงินเฉพาะถ้าต้องการขึ้น Boardwalk หรือเรือ Abra เพื่อดูใกล้ ๆ
ต้องแต่งตัวยังไงไป Burj Khalifa?
ชุดสุภาพแบบ Smart Casual ใช้ได้สำหรับชั้น 124-125 ส่วนร้านอาหาร Atmosphere และ The Lounge มีกฎเข้มกว่า ควรเลี่ยงกางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ และเสื้อแขนกุด
เด็กเข้า Burj Khalifa ได้ไหม?
เด็กเข้าได้ โดยเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปีเข้าฟรี ส่วนเด็กโตมีตั๋วราคาพิเศษ แต่ต้องมีผู้ใหญ่ดูแลตลอดเวลา