ใครเป็นสายเที่ยวจีน แล้วกำลังหาที่เที่ยวเฉิงตูที่ได้ฟีลธรรมชาติแบบอลังๆ หน่อย ต้องลองปักหมุด อุทยานต๋ากู่ปิงชวน หรือ Dagu Glacier National Park ไว้เลย ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดชมภูเขาหิมะและธารน้ำแข็งที่สวยและอยู่ในระดับความสูงที่ต่ำที่สุด เรียกว่าเข้าถึงง่าย บรรยากาศคือเหมือนหลุดไปยุโรป แต่จริงๆ อยู่ไม่ไกลจากเฉิงตู แถมวิวดีแบบร้องว้าวตั้งแต่ยังไม่ถึงยอด
วันนี้ Traveloka จะพาทุกคนไปรีวิว อุทยานต๋ากู่ปิงชวนกันแบบครบเครื่อง ทั้งจุดไฮไลท์ วิธีเดินทาง ช่วงเวลาเที่ยวที่เหมาะ กิจกรรมห้ามพลาด ไปจนถึงที่พักและทริคเตรียมตัว ใครกำลังวางแผนเที่ยวอยู่ อ่านจบคือจัดทริปได้เลยแบบไม่งง แถมยังจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก และวางแผนทริปทั้งหมดได้ง่ายๆ ผ่าน Traveloka ครบ จบในที่เดียว เที่ยวสบายขึ้นเยอะเลย!
จุดไฮไลท์ต่างๆ ของอุทยานต๋ากู่ปิงชวน
1. จุดชมวิว 4,860 เมตร ใกล้ชิดธารน้ำแข็งแบบไม่ต้องปีนเขา
ไฮไลท์ที่เรียกว่าเป็นหัวใจของอุทยานต๋ากู่ปิงชวนเลยก็คือจุดชมวิวบนความสูง 4,860 เมตร ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน จุดชมวิวระดับสูงที่ขึ้นไปได้ง่ายมาก แค่นั่งกระเช้าต๋ากู่ปิงชวนขึ้นไป แล้วเดินต่ออีกนิดเดียวก็ถึง ด้านบนจะเป็นลานกว้างให้ยืนชมวิวแบบเต็มตา มองเห็นทั้งธารน้ำแข็งต๋ากู่ปิงชวนและแนวภูเขาหิมะต๋ากู่ปิงชวนเรียงตัวกันสวยอลังสุดๆ เป็นวิวที่เห็นแล้วเข้าใจเลยว่าทำไมที่นี่ถึงถูกยกให้เป็นวิวระดับโลก
2. กระเช้าต๋ากู่ปิงชวน นั่งชมวิวสวยตั้งแต่ยังไม่ถึงยอด
อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ห้ามพลาดคือการนั่งกระเช้าต๋ากู่ปิงชวน ซึ่งเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของความว้าวทั้งหมด เพราะระหว่างทางวิวจะค่อยๆ เปลี่ยนจากป่าเขียวๆ ไปเป็นภูเขาหิมะสีขาวแบบเต็มตา ยิ่งขึ้นสูงเท่าไหร่ วิวยิ่งเปิดกว้าง เห็นวิวภูเขาหิมะจีนแบบพาโนรามา เป็นโมเมนต์ที่ทั้งตื่นเต้นและสวยมากจนอยากหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายตลอดทาง
3. ทะเลสาบต๋ากู่ (Dagu Lake) น้ำใสสะท้อนภูเขาเหมือนกระจก
ก่อนขึ้นไปถึงด้านบน อย่าลืมแวะทะเลสาบต๋ากู่ อีกหนึ่งมุมของที่นี่ที่สวยไม่แพ้ด้านบน น้ำในทะเลสาบใสจนสะท้อนภูเขาและท้องฟ้าได้เหมือนกระจก สีของน้ำจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล เป็นอีกหนึ่งมุมของธรรมชาติจีน ที่ทั้งสงบและดูละมุน เหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายรูปชิลๆ
4. ทะเลสาบลิงขนทอง (Golden Monkey Lake) ทะเลสาบสวย ถิ่นของสัตว์หายาก
อีกจุดที่น่าสนใจคือทะเลสาบลิงขนทอง ที่บรรยากาศจะออกแนวป่าเขียวๆ สลับกับภูเขาและน้ำสีมรกต จุดพิเศษคือบริเวณนี้เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหายากอย่างน้องลิงขนทอง ใครโชคดีอาจได้เห็นตัวจริง แต่ก็ต้องระวังของนิดนึง เพราะเจ้าพวกนี้แอบซนใช่เล่น
5. Dagu Cafe คาเฟ่บนภูเขาหิมะ นั่งชิลวิวหลักล้าน
ปิดท้ายด้วยแลนด์มาร์กที่ฮิตมากในโซเชียลอย่างคาเฟ่บนภูเขาหิมะ Dagu Cafe คาเฟ่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหิมะบนความสูงเกือบ 5,000 เมตร นั่งจิบกาแฟอุ่นๆ มองวิวภูเขาหิมะจีนรอบตัว คือฟีลดีมาก ทั้งโรแมนติกและแปลกใหม่ ใครมาเที่ยวอุทยานต๋ากู่ปิงชวน แล้วไม่แวะจุดนี้ ถือว่าพลาดเลยจริงๆ
ที่ตั้งและการเดินทางไปอุทยานต๋ากู่ปิงชวน
สำหรับใครที่กำลังหาข้อมูลว่าอุทยานต๋ากู่ปิงชวน อยู่ที่ไหน ที่นี่ตั้งอยู่ในเมืองเฮยสุ่ย (Heishui) มณฑลเสฉวน ประเทศจีนโดยอยู่ห่างจากเมืองเฉิงตูประมาณ 300 กิโลเมตร ถือเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวเสฉวนที่เดินทางไม่ยาก และนิยมไปคู่กับทริปเฉิงตู
เวลาเปิด-ปิด: 08:00–18:00 น.
วิธีการเดินทางไปเฉิงตู
เครื่องบิน สามารถบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปยังเมืองเฉิงตู ใช้เวลาประมาณ 3–4 ชั่วโมง เหมาะมากสำหรับทั้งสายเที่ยวสบายและคนที่เที่ยวจีนครั้งแรก เพราะใช้เวลาไม่นาน และมีหลายสายการบินให้เลือก แนะนำจองตั๋วล่วงหน้าผ่าน Traveloka จะได้ราคาดีและเลือกไฟลต์ได้ง่าย วิธีการเดินทางไปอุทยานต๋ากู่ปิงชวน
รถบัส / รถตู้จากเฉิงตู เป็นตัวเลือกสำหรับสายลุยที่อยากเที่ยวต๋ากู่ปิงชวนด้วยตัวเอง โดยสามารถขึ้นรถจากสถานีฉาเตี้ยนจื่อ (Chadianzi Bus Station) ในเฉิงตูไปยังเมืองเฮยสุ่ย แล้วต่อด้วยแท็กซี่เข้าอุทยาน ใช้เวลาประมาณ 6–7 ชั่วโมง ระหว่างทางจะผ่านวิวภูเขาและธรรมชาติ แต่เส้นทางคดเคี้ยวพอสมควร ควรเตรียมยาแก้เมารถไว้ด้วย
ซื้อทัวร์ (สะดวกที่สุดสำหรับมือใหม่) เหมาะกับคนที่ไม่อยากวางแผนเอง มีทั้งแพ็กเกจ 2–3 วัน รวมรถ ที่พัก และไกด์ เที่ยวได้ครบไฮไลท์ของ Dagu Glacier National Park แบบไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทาง
เหมารถพร้อมคนขับ เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบยืดหยุ่น แวะจุดต่างๆ ระหว่างทางได้ เช่น หมู่บ้าน วิวภูเขา หรือจุดถ่ายรูปสวยๆ ใช้เวลาเดินทางใกล้เคียงกับรถบัส แต่สะดวกและเป็นส่วนตัวมากกว่า
จุดเด่นของอุทยานต๋ากู่ปิงชวน
ธารน้ำแข็งระดับโลก ที่เข้าถึงง่ายกว่าที่คิด หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้อุทยานต๋ากู่ปิงชวนแตกต่างจากที่อื่น คือการได้เห็น ธารน้ำแข็งแบบใกล้มาก โดยไม่ต้องปีนเขาหนักๆ แค่นั่งกระเช้าก็ขึ้นไปถึงจุดชมวิวหลักได้แล้ว เหมาะมากกับทั้งมือใหม่และคนที่อยากสัมผัสวิวหิมะแบบสบายๆ
ความสูงระดับเกือบ 5,000 เมตร พร้อมวิวพาโนรามา ที่นี่มีจุดชมวิวสูงถึง 4,860 เมตร ทำให้สามารถมองเห็นภูเขาหิมะและแนวเทือกเขาแบบกว้างไกลสุดสายตา เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวระดับสูงที่ให้ประสบการณ์ไม่เหมือนที่เที่ยวทั่วไป
ธรรมชาติหลากหลาย ครบทั้งหิมะ ป่า และทะเลสาบ นอกจากหิมะแล้ว ด้านล่างยังเต็มไปด้วยป่าสน ทุ่งหญ้าอัลไพน์ และทะเลสาบสีสวย ทำให้อุทยานต๋ากู่ปิงชวน จีนเป็นจุดหมายที่ได้เห็นธรรมชาติหลายแบบในทริปเดียว
วิวให้ฟีลยุโรป แต่เดินทางง่ายกว่าเยอะ บรรยากาศของที่นี่หลายคนบอกว่าคล้ายเทือกเขาในยุโรป ทั้งหิมะขาวและภูเขาสูง เหมาะกับคนที่อยากได้ที่เที่ยววิวระดับโลกแบบไม่ต้องบินไกล
มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ เที่ยวได้แบบไม่ลำบาก ภายในอุทยานมีทั้งรถรับส่ง ทางเดินไม้ และจุดพักต่างๆ ทำให้การเที่ยว Dagu Glacier National Park ไม่ได้ลำบากอย่างที่คิด
เที่ยวได้หลายฤดู ให้บรรยากาศต่างกันชัดเจน ไม่ว่าจะมาเจอหิมะต๋ากู่ปิงชวนในหน้าหนาว หรือมาเดินชมธรรมชาติสีเขียวในช่วงอื่นๆ ที่นี่ก็ให้ฟีลต่างกันไปในแต่ละฤดู ทำให้มาเที่ยวซ้ำก็ยังรู้สึกไม่เหมือนเดิม
เที่ยวอุทยานต๋ากู่ปิงชวน เดือนไหนดี?
หลายคนที่กำลังวางแผนเที่ยวอุทยานต๋ากู่ปิงชวน มักจะสงสัยว่าไปช่วงไหนดี จริงๆ แล้วที่นี่เที่ยวได้เกือบทั้งปี แต่แต่ละฤดูจะให้อารมณ์ต่างกันชัดมาก เลือกให้ตรงสไตล์ บอกเลยว่าฟินขึ้นเท่าตัว
ฤดูหนาว (พฤศจิกายน – มีนาคม) ถ้าเป้าหมายคืออยากเห็นหิมะต๋ากู่ปิงชวนแบบขาวโพลนทั้งภูเขา ช่วงนี้คือดีที่สุด อากาศจะหนาวจัด อุณหภูมิติดลบ แต่แลกกับวิวธารน้ำแข็งต๋ากู่ปิงชวน ที่สวยอลังเหมือนหลุดไปอยู่โปสการ์ด เหมาะมากกับสายถ่ายรูปและคนที่อยากสัมผัสที่เที่ยวจีนหน้าหนาวแบบเต็มอารมณ์
ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน – พฤษภาคม) เป็นช่วงที่หิมะเริ่มละลาย ธรรมชาติค่อยๆ กลับมาเขียว อากาศเย็นสบาย เดินเที่ยวได้ไม่เหนื่อยมาก นักท่องเที่ยวยังไม่เยอะ เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบชิลๆ และไม่ชอบอากาศหนาวจัด
ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม) แม้จะเป็นหน้าร้อน แต่ที่นี่อากาศยังค่อนข้างเย็นเพราะอยู่บนภูเขาสูง เฉลี่ยที่ประมาณ 15-20 องศา เหมาะกับคนที่อยากมาเห็นวิวภูเขาหิมะต๋ากู่ปิงชวนแบบไม่ต้องเจออากาศหนาวเกินไป แถมยังได้เจอกับบรรยากาศสดใสๆ ทุ่งหญ้าเขียว ดอกไม้ป่าบาน ช่วงนี้ถนนเปิดครบ เดินทางสะดวก เที่ยวสบาย
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – ตุลาคม) อีกหนึ่งช่วงที่สวยไม่แพ้ฤดูอื่น อากาศเย็นลง ช่วงต้นฤดูอาจมีฝนประปราย แต่ปลายฤดูธรรมชาติจะเปลี่ยนเป็นโทนสีเหลือง ส้ม แดง บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ นักท่องเที่ยวน้อยลง เที่ยวได้แบบไม่เร่งรีบ เหมาะกับสายถ่ายรูปและคนที่อยากได้ฟีลเงียบสงบ
กิจกรรมแนะนำในอุทยานต๋ากู่ปิงชวน
นั่งกระเช้าต๋ากู่ปิงชวน ชมวิวตั้งแต่ตีนเขาจนถึงยอด ไฮไลท์ที่ห้ามพลาดเลยคือการขึ้นกระเช้าต๋ากู่ปิงชวน เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดแรงแล้ว วิวระหว่างทางก็คือดีมาก เห็นทั้งป่า ภูเขา และหิมะค่อยๆ เปลี่ยนไปตามระดับความสูง เป็นหนึ่งในช่วงที่รู้สึกได้เลยว่าเราเริ่มเข้าสู่โลกของภูเขาหิมะแล้วจริงๆ
เดินเล่นบนลานหิมะ ใกล้ชิดธารน้ำแข็ง เมื่อขึ้นไปถึงด้านบนแล้ว อย่าลืมใช้เวลาเดินเล่นบนลานหิมะ สูดอากาศหนาวๆ และชมธารน้ำแข็งต๋ากู่ปิงชวนแบบใกล้ๆ จะเดินถ่ายรูป หรือแค่ยืนมองวิวก็ฟินแล้ว แต่แนะนำให้เดินช้าๆ เพราะอยู่ในพื้นที่สูง อากาศค่อนข้างเบาบาง
แวะคาเฟ่บนภูเขาหิมะ นั่งพักวิวหลักล้าน อีกกิจกรรมที่ควรลองคือการไปนั่งชิลที่คาเฟ่บนภูเขาหิมะ สั่งเครื่องดื่มอุ่นๆ แล้วนั่งดูวิวภูเขาหิมะจีนรอบตัว บอกเลยว่าฟีลดีมาก เป็นมุมที่ทั้งพักเหนื่อยและได้รูปสวยๆ ไปพร้อมกัน
ถ่ายรูปแลนด์มาร์กวิวหิมะระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นจุดชมวิวด้านบน หรือมุมต่างๆ ในอุทยาน ที่นี่เต็มไปด้วยมุมถ่ายรูปสวยๆ แทบทุกจุด โดยเฉพาะวิวภูเขาหิมะต๋ากู่ปิงชวนที่เรียงตัวกันแบบอลัง ใครเป็นสายถ่ายรูป รับรองว่าเมมเต็มแน่นอน
เดินชมธรรมชาติด้านล่าง ทั้งป่าและทะเลสาบ นอกจากโซนหิมะ ด้านล่างของอุทยานก็สวยไม่แพ้กัน มีทั้งป่าสน ทุ่งหญ้า และทะเลสาบอย่าง Dagu Lake และ Golden Monkey Lake ที่น้ำใสสะท้อนวิวภูเขา เหมาะกับการเดินเล่นแบบสบายๆ และเก็บภาพธรรมชาติอีกมุมหนึ่ง
แนะนำที่พักใกล้อุทยานต๋ากู่ปิงชวน
Dagu Glacier Hotel
Dagu Glacier Hotel ที่พักที่เรียกว่าทำเลดีที่สุดสำหรับสายเที่ยว เพราะอยู่ใกล้อุทยานต๋ากู่ปิงชวนมาก เดินทางสะดวก เหมาะกับคนที่อยากขึ้นไปชมวิวตั้งแต่เช้า ห้องพักเน้นความเรียบง่าย อบอุ่น และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ พักแล้วรู้สึกสบาย เหมาะกับการพักผ่อนหลังลุยภูเขาหิมะต๋ากู่ปิงชวนมาทั้งวัน
Gaer Manor Starry Sky City Homestay
Gaer Manor Starry Sky City Homestay ที่พักสไตล์โฮมสเตย์ที่โดดเด่นเรื่องบรรยากาศสุดๆ จุดเด่นคือวิวภูเขาและท้องฟ้าแบบพาโนรามา โดยเฉพาะตอนกลางคืนที่สามารถมองเห็นดาวได้ชัด เหมาะกับสายโรแมนติกหรือคนที่อยากพักฟินๆ ท่ามกลางธรรมชาติจีน ห้องพักตกแต่งสวย เรียบหรู มีความเป็นส่วนตัว และให้ฟีลพักผ่อนจริงๆ
Heishui Litian Hotel
Heishui Litian Hotel ตัวเลือกสำหรับสายประหยัดที่อยากได้ความคุ้มค่า โรงแรมตั้งอยู่ในตัวเมืองเฮยสุ่ย เดินทางไปอุทยานได้สะดวก ห้องพักสะอาด ใช้งานได้ครบ มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เหมาะกับคนที่อยากเซฟงบ แต่ยังได้ที่พักมาตรฐาน นอนสบาย พร้อมลุยเที่ยวอุทยานต๋ากู่ปิงชวนในวันถัดไป
เคล็ดลับการเที่ยวอุทยานต๋ากู่ปิงชวน
เตรียมตัวรับอากาศหนาว และแต่งตัวแบบเลเยอร์ ด้วยความที่อุทยานต๋ากู่ปิงชวน อยู่บนพื้นที่สูง อากาศค่อนข้างหนาวตลอดปี โดยเฉพาะด้านบนที่เป็นโซนหิมะ แนะนำให้แต่งตัวเป็นเลเยอร์ เช่น เสื้อกันหนาวด้านใน + แจ็กเก็ตกันลมด้านนอก จะช่วยปรับอุณหภูมิได้ง่ายกว่า
ระวังอาการแพ้ความสูง (Altitude Sickness) จุดชมวิวอยู่สูงเกือบ 5,000 เมตร อากาศจะเบาบาง อาจมีอาการเวียนหัว เหนื่อยง่าย หรือหายใจไม่ทัน แนะนำให้เดินช้าๆ ไม่รีบ และพกออกซิเจนกระป๋องติดตัวไว้ เผื่อใช้เวลาจำเป็น
เผื่อเวลาเที่ยวอย่างน้อย 1 วันเต็ม ใครสงสัยว่าต๋ากู่ปิงชวน ใช้เวลาเที่ยวกี่ชั่วโมง แนะนำให้เผื่อประมาณ 6–8 ชั่วโมง หรือเที่ยวแบบวันเดียวเต็ม เพราะใช้เวลาเดินทางจากเฉิงตูค่อนข้างนาน จะได้เก็บครบทั้งโซนด้านล่างและด้านบนแบบไม่ต้องเร่ง
เช็กสภาพอากาศก่อนเดินทางทุกครั้ง สภาพอากาศบนภูเขาเปลี่ยนเร็วมาก บางวันอาจมีหิมะหรือหมอก ทำให้มองวิวได้ไม่เต็มที่ แนะนำเช็กพยากรณ์ล่วงหน้า เพื่อเลือกวันเที่ยวที่ฟ้าเปิด วิวจะสวยที่สุด
จองตั๋วและที่พักล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงพีค ช่วงหน้าหนาวและฤดูท่องเที่ยว คนจะเยอะเป็นพิเศษ แนะนำจองทั้งตั๋วเข้าอุทยานต๋ากู่ปิงชวนและที่พักล่วงหน้า จะช่วยให้เที่ยวได้สบาย ไม่ต้องกังวลหน้างาน
พกของจำเป็นให้ครบ โดยเฉพาะถุงมือ หมวก และแว่นกันแดด หิมะสะท้อนแสงแรงมาก แว่นกันแดดจะช่วยถนอมสายตา ส่วนถุงมือและหมวกจะช่วยให้เที่ยวได้นานขึ้นโดยไม่หนาวเกินไป
เตรียมเงินสดเล็กน้อย เผื่อใช้ในบางจุด แม้หลายที่ในจีนจะใช้จ่ายผ่านมือถือได้ แต่บางจุดในพื้นที่ท่องเที่ยวอาจยังต้องใช้เงินสด การพกติดตัวไว้เล็กน้อยจะช่วยให้สะดวกขึ้น