
ถ้าให้เลือกแนวชายฝั่งที่สวยที่สุดของที่เที่ยวยุโรปมาสักแห่ง หนึ่งในนั้นก็ต้องมี Étretat (เอเตรอตา) เมืองเล็ก ๆ ริมทะเลในแคว้นนอร์มังดี ที่นี่มีหน้าผาหินปูนสีขาวสูงชันตัดกับน้ำทะเลสีเขียวอมฟ้า มีซุ้มประตูหินธรรมชาติที่คลื่นกัดเซาะมานานหลายพันปี และแท่งหินทรงเข็มที่ยืนโดดเดี่ยวอยู่กลางทะเล ที่นี่นี้เคยเป็นแรงบันดาลใจให้โกลด์ โมเนต์ วาดไว้จำนวนหนึ่งและยังเป็นฉากสำคัญในนิยายจอมโจรอาร์แซน ลูแปงอีกด้วย
สิ่งที่ทำให้การเที่ยว Étretat สนุกคือทุกอย่างอยู่ในระยะที่เดินถึงได้แบบชิล ๆ ลงจากรถเดินไม่กี่นาทีก็ถึงหาดกรวด เดินขึ้นเนินอีกหน่อยก็ได้วิวหน้าผา Étretat มุมสูงแบบเต็มอ่าว ส่วนในตัวเมืองก็มีบ้านไม้แบบนอร์มัน ตลาดไม้เก่า และบ้านของนักเขียนผู้สร้างลูแปงให้แวะชม ใครกำลังวางแผนเที่ยวนอร์มังดี หรือหาที่เที่ยวฝรั่งเศสแบบวันเดย์ทริปจากปารีส บทความนี้รวมจุดไฮไลท์ กิจกรรม การเดินทาง และที่พักไว้ให้ครบแล้ว ไปลุยกันเลย อ่านจบแล้วจองไฟล์ทไปปารีสและจองที่พักใกล้ Étretat กับ Traveloka เลย!
Falaise d'Aval คือหน้าผาฝั่งซ้ายเมื่อยืนหันหน้าออกทะเล และเป็นภาพที่คนส่วนใหญ่ตั้งใจมาดู เพราะมีซุ้มประตูหินโค้ง Porte d'Aval ยื่นลงไปในน้ำ โดยมีแท่งหิน L'Aiguille ตั้งอยู่ข้าง ๆ ทางขึ้นเริ่มจากปลายหาดด้านใต้ เดินตามทางลาดและบันไดประมาณ 15 นาทีก็ถึงลานหญ้ากว้างด้านบน ถ้ายังไหว แนะนำให้เดินต่ออีกประมาณ 20 นาทีไปยังซุ้มหิน La Manneporte ซึ่งใหญ่ที่สุดในสามซุ้ม คนน้อยกว่าและวิวธรรมชาติสวยกว่ามาก ช่วงเย็นบนหน้าผาฝั่งนี้เหมาะที่สุดสำหรับนั่งดูพระอาทิตย์ตกสุด ๆ เหมือนอยู่ในอะนิเมะผจญภัยยังไงยังงั้น
L'Aiguille แปลว่า "เข็ม" เป็นแท่งหินปูนสูงประมาณ 50 เมตรที่ยืนอยู่กลางทะเลใกล้ซุ้ม Porte d'Aval และถือเป็นสัญลักษณ์ของ Étretat ไปแล้ว ความดังส่วนหนึ่งมาจากนิยาย L'Aiguille creuse ของ Maurice Leblanc ที่ให้ลูแปงใช้เข็มหินนี้เป็นที่ซ่อนสมบัติของกษัตริย์ฝรั่งเศส ตัวแท่งหินขึ้นไปไม่ได้ ต้องชมจากบนหน้าผาหรือริมหาดเท่านั้น
La Falaise d'Amont อยู่ฝั่งขวาของหาด มีช่องหิน Porte d'Amont ขนาดเล็กกว่าฝั่งใต้ แต่จุดเด่นจริง ๆ คือวิวจากด้านบนที่มองย้อนไปเห็นหาดและตัวเมือง หน้าผา Étretat ฝั่งใต้ และ L'Aiguille ได้ในภาพเดียว ซึ่งเป็นมุมในโปสการ์ดที่เห็นกันบ่อยที่สุด ทางขึ้นมีทั้งบันไดจากปลายหาดและทางเดินจากในเมือง ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที ด้านบนยังมีอนุสรณ์ของนักบิน Nungesser และ Coli ที่หายไประหว่างพยายามบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเมื่อปี 1927 ถ้าอยากได้รูปหน้าผาฝั่งใต้แบบชัด ๆ สวยปิ๊ง แนะนำให้ขึ้นฝั่งนี้ช่วงเช้า แสงจะส่องเข้าหน้าผาสีขาวพอดีเลยล่ะ
Chapelle Notre-Dame-de-la-Garde เป็นโบสถ์หลังเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่บนยอดหน้าผาฝั่งเหนือ สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พึ่งทางใจของชาวประมงที่ออกเรือ โบสถ์หลังเดิมถูกทำลายช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และสร้างขึ้นใหม่อีกทีในภายหลัง ดีไซน์ตัวอาคารนั้นมีความเรียบง่ายสไตล์ยุโรปสมัยก่อน ภายในไม่ใหญ่มากและบางวันปิด แต่ภาพโบสถ์หินที่ตั้งอยู่ริมหน้าผาโดยมีทะเลเป็นฉากหลังนี่แหละคือเหตุผลที่คนเดินขึ้นมาถ่ายรูปเช็กอินกัน จุดนี้อยู่ใกล้ทางเข้า Les Jardins d'Étretat เที่ยวต่อกันได้เลย
Étretat ตั้งอยู่ในจังหวัดแซน-มาริตีม (Seine-Maritime) ทางตอนเหนือของแคว้นนอร์มังดี บนแนวชายฝั่งที่เรียกว่า Côte d'Albâtre หรือ "ชายฝั่งหินอะลาบาสเตอร์" ซึ่งได้ชื่อมาจากหน้าผาหินปูนสีขาวที่ทอดยาวเลียบช่องแคบอังกฤษ ตัวเมืองเล็กมาก ๆ มีประชากรเพียงหลักพันคน แต่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนปีละหลายแสนคน ระยะทางจาก Le Havre ประมาณ 30 กม. จาก Fécamp ประมาณ 16 กม. และจากกรุงปารีสประมาณ 200 กม. ทำให้หลายคนเลือกมาแบบวันเดย์ทริปจากปารีส หรือจัดเป็นจุดแวะในเส้นทางเที่ยวนอร์มังดีร่วมกับ Honfleur, Rouen และ Mont-Saint-Michel สำหรับการเดินทางไป Étretat ด้วยขนส่งสาธารณะ ไม่มีรถไฟวิ่งเข้าเมืองโดยตรง ต้องนั่งรถไฟไปสถานีใกล้เคียงแล้วต่อรถบัส หรือจะเช่ารถขับเองก็สะดวก เพราะถนนไม่ซับซ้อนและวิวระหว่างทางนั้นสวยมาก ๆ
จุดเด่นที่สุดของ Étretat คือภูมิประเทศที่หาดูที่อื่นได้ยาก หน้าผาสีขาวสูงกว่า 70 เมตรถูกคลื่นกัดเซาะจนเกิดซุ้มประตูหินธรรมชาติถึง 3 ซุ้ม คือ Porte d'Aval, Porte d'Amont และ La Manneporte โดยมีแท่งหิน L'Aiguille เป็นพระเอกของที่นี่ ช่วงน้ำขึ้นน้ำลงหน้าตาอ่าวจะเปลี่ยนไปชัดเจน ส่วนแสงเช้ากับแสงเย็นก็ให้โทนสีหน้าผาต่างกันจนถ่ายรูปได้ทั้งวัน อีกข้อที่ทำให้ Étretat มีเสน่ห์เหนือจุดชมวิวทั่วไปคือเรื่องราวที่ซ้อนอยู่ในสถานที่ ทั้งภาพวาดของโมเนต์และจิตรกรอิมเพรสชันนิสต์คนอื่น ๆ นิยายลูแปง และประวัติการบินของ Nungesser กับ Coli ขณะเดียวกันตัวเมืองก็เล็กพอจะเดินเที่ยวได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องพึ่งรถ ทั้งหาด หน้าผา สวน และตลาดอยู่ใกล้กันหมด นี่คือหนึ่งในจุดที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคนเที่ยวนอร์มังดีเป็นครั้งแรก
เหมาะกับ : คู่รัก / คนอยากได้วิวทะเล / สายคอนเทนต์
Hotel Le Rayon Vert เป็นโรงแรมขนาดกะทัดรัดที่ตั้งอยู่ใกล้ทางเดินเลียบหาด เดินออกจากโรงแรมไม่กี่ก้าวก็ถึงหาดกรวดแล้ว จุดขายหลักคือทำเลที่อยู่ระหว่างหน้าผาทั้งสองฝั่ง ตื่นเช้ามาเดินขึ้นฝั่งเหนือถ่ายแสงเช้า ตกเย็นก็ข้ามไปฝั่งใต้ดูพระอาทิตย์ตกได้สบาย ห้องพักตกแต่งเรียบง่ายแบบโมเดิร์น สะอาด บางห้องมองเห็นทะเล ถ้าต้องการวิวทะเลควรระบุตอนจองและจองล่วงหน้า เพราะห้องประเภทนี้มีจำกัดและเต็มเร็วในช่วงหน้าร้อน เหมาะมากกับคนที่ตั้งใจมาค้างเพื่อดูบรรยากาศ Étretat ช่วงเช้าและเย็นที่คนน้อย
เหมาะกับ : สายประหยัด / สายเที่ยวคนเดียว / คนที่เน้นทำเลใจกลางเมือง
Hôtel des Falaises เป็นโรงแรมเล็กบรรยากาศแบบบ้าน ๆ ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Étretat ใกล้ตลาดไม้ Le Vieux Marché เดินไปหาดประมาณ 3–5 นาที และมีร้านอาหาร ร้านเบเกอรี่ให้เลือกรอบ ๆ ห้องพักไม่ได้หรูหรา แต่ครบในเรื่องที่จำเป็นและสะอาด ราคาเข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับที่พักริมหาด จึงเหมาะกับคนที่ใช้เวลาข้างนอกทั้งวันและต้องการแค่ที่นอนสบาย ๆ ในทำเลที่เดินไปได้ทุกจุด ข้อควรรู้คืออาคารเป็นแบบเก่า บางส่วนอาจไม่มีลิฟต์ ถ้ามีกระเป๋าใหญ่ควรเช็กกับโรงแรมก่อน
เหมาะกับ : คนรักสถาปัตยกรรม / คู่รัก / คนอยากได้ประสบการณ์แบบเรียล ๆ
Hôtel La Résidence Manoir de La Salamandre คือที่พักในอาคารไม้แกะสลักแบบนอร์มันอายุหลายร้อยปี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอาคารที่สวยและถูกถ่ายรูปมากที่สุดในเมือง ตั้งอยู่ใจกลาง Étretat ใกล้ตลาดไม้และเดินไปหาดได้ในไม่กี่นาที ภายในตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้โบราณ แต่ละห้องมีหน้าตาไม่ซ้ำกัน ให้ความรู้สึกเหมือนนอนในบ้านขุนนางสมัยก่อน ส่วนตัวมองว่าเป็นตัวเลือกที่ทำให้ทริปมีเรื่องเล่ามากขึ้น แต่ควรเข้าใจว่าอาคารเก่าย่อมมีบันไดแคบ พื้นไม้มีเสียง และบางห้องค่อนข้างเล็ก ใครชอบความสะดวกแบบโรงแรมใหม่อาจไม่ถูกใจ
Étretat อยู่ในจังหวัด Seine-Maritime แคว้นนอร์มังดี บนชายฝั่ง Côte d'Albâtre ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส ห่างจากกรุงปารีสประมาณ 200 กม. และห่างจาก Le Havre ประมาณ 30 กม. และเนื่องจากเป็นประเทศที่อยู่ในเขตเชงเก้น ถ้าจะไปเที่ยวต้องขอเชงเก้นวีซ่าด้วยนะ
อ่านว่า "เอ-เตรอ-ตา" คนไทยบางคนเรียกสั้น ๆ ว่าเอเตรอตา ตัว t ท้ายคำไม่ออกเสียงตามหลักภาษาฝรั่งเศส
ได้ โดยใช้เวลาเดินทางไปกลับรวมประมาณ 6 ชั่วโมง จะเหลือเวลาเที่ยวประมาณ 4–5 ชั่วโมง ซึ่งพอสำหรับเดินหน้าผาทั้งสองฝั่ง แต่ถ้าอยากเห็นพระอาทิตย์ตกหรือเดินไฮกิ้งยาว ควรค้าง 1 คืน
ไม่ต้องเสียค่าเข้า ทั้งหาดและทางเดินบนหน้าผาทั้งสองฝั่งเปิดให้เดินฟรี ส่วนที่เสียเงินคือ Les Jardins d'Étretat, Le Clos Arsène Lupin และค่าจอดรถ
ถ้าเน้นจุดไฮไลท์หลักอย่างหน้าผาทั้งสองฝั่ง หาด และตัวเมือง ใช้เวลาประมาณครึ่งวัน หากรวมสวน บ้านลูแปง และเดินไฮกิ้งไป La Manneporte ควรเผื่อไว้ทั้งวัน
ลงได้ในช่วงหน้าร้อน แต่น้ำค่อนข้างเย็นแม้ในเดือนสิงหาคม และหาดเป็นกรวดก้อนใหญ่ แนะนำให้ใส่รองเท้าลุยน้ำ ส่วนใหญ่คนมานั่งเล่นและชมวิวมากกว่าว่ายน้ำ
ไม่ยากสำหรับคนทั่วไป ใช้เวลาประมาณ 15–20 นาทีต่อฝั่ง มีบันไดและทางลาดชันบางช่วง ผู้สูงอายุหรือคนที่ไม่สะดวกเดินขึ้น สามารถขับรถขึ้นไปจอดใกล้โบสถ์ฝั่งเหนือได้
ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมจองไฟล์ทไปปารีสและจองที่พักใกล้ Étretat กับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!






