ถ้าคุณเป็นสายรักธรรมชาติ ชอบวิวอลังการแบบเห็นแล้วต้องร้องว้าว และกำลังมองหาทริปเที่ยวอเมริกา ธรรมชาติสักครั้งในชีวิต บอกเลยว่า Yellowstone คือชื่อที่ควรปักหมุดไว้เป็นอันดับต้นๆ
หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน (Yellowstone National Park) กันมาบ้าง แต่ยังไม่แน่ใจว่า Yellowstone อยู่รัฐอะไร หรือจริงๆ แล้วที่นี่มีดีแค่น้ำพุร้อนกับไกเซอร์อย่างที่เห็นในสารคดีหรือเปล่า ขอบอกเลยว่าความจริงนั้น มากกว่านั้นเยอะ!
วันนี้ Traveloka จะพาไปรีวิวที่เที่ยว Yellowstone แบบครบๆ ตั้งแต่จุดไฮไลท์ยอดนิยม การเดินทาง ฤดูกาลที่เหมาะ กิจกรรมแนะนำ ไปจนถึงที่พักและเคล็ดลับสำหรับมือใหม่ ใครกำลังวางแผนเที่ยวอเมริกาแนวธรรมชาติหรือทำ Road Trip อเมริกา บอกเลยว่าห้ามพลาด อ่านจบแล้ว พร้อมกดจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก วางแผนเที่ยวต่อได้ทันที
จุดไฮไลท์ต่างๆ ของ Yellowstone
1. Old Faithful
ถ้ามาถึง Yellowstone แล้วไม่ได้แวะ Old Faithful บอกเลยว่ายังเหมือนมาไม่ถึง ที่นี่คือไฮไลท์ของไกเซอร์ เยลโลว์สโตนและเป็นหนึ่งในจุดที่ดังที่สุดของ Yellowstone National Park เพราะไกเซอร์ตัวนี้ปะทุตรงเวลาเสมอนั่นคือทุก ๆ 33 หรือ 93 นาที โดยที่เป็นแบบนี้มาตลอด 100 ปีเลย ความดีงามคือไม่ต้องลุ้นนาน ไม่ต้องเดินไกล แค่มานั่งรอชมก็ได้เห็นพลังธรรมชาติแบบเต็ม ๆ เหมาะมากสำหรับคนที่มาเที่ยวเยลโลว์สโตน ครั้งแรกและอยากเริ่มต้นทริปด้วยอะไรที่ว้าวจริง
2. Grand Prismatic Spring
หนึ่งในภาพจำของอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน ที่หลายคนเห็นแล้วอยากมาให้ได้สักครั้ง คือ Grand Prismatic Spring หรือที่หลายคนเรียกว่า น้ำพุร้อนสีรุ้ง แห่ง Yellowstone สีสันสดใสที่ไล่ตั้งแต่ฟ้า เขียว เหลือง ไปจนถึงส้ม ไม่ได้ผ่านการแต่งเติมใดๆ แต่เกิดจากจุลินทรีย์และแร่ธาตุตามอุณหภูมิของน้ำ ยิ่งแดดดี สีจะยิ่งชัด ใครอยากได้รูปสวยๆ แนะนำเดินขึ้นจุดชมวิวด้านบน รับรองว่าเห็นแล้วจะเข้าใจเลยว่าทำไมที่นี่ถึงเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก
3. Yellowstone Grand Canyon
หลายคนอาจคิดว่าเที่ยวอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน จะเจอแค่น้ำพุร้อนกับไกเซอร์ แต่จริงๆ แล้วที่นี่ยังมีแคนยอนขนาดใหญ่อลังการอย่าง Yellowstone Grand Canyon อยู่ด้วย! ไฮไลท์คือ Lower Falls น้ำตกขนาดใหญ่ที่ไหลลงสู่หุบผาสีเหลือง–ส้ม จุดชมวิวที่พลาดไม่ได้คือ Artist Point ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดชมวิว เยลโลว์สโตน ที่ถ่ายรูปออกมาสวยมากกกก! ใครชอบวิวแนวยิ่งใหญ่แบบธรรมชาติอเมริกา รับรองว่าถูกใจชัวร์ๆ
4. Lamar Valley
ถ้าความฝันของเพื่อนๆ คือการได้ ดูสัตว์ป่า ที่เยลโลว์สโตน แบบตัวเป็นๆ Lamar Valley คือคำตอบ! ที่นี่ถือเป็นหนึ่งในจุดดูสัตว์ป่าที่ดีที่สุดของอุทยาน ใครลองแวะไปคือมีโอกาสสูงที่จะได้เจอ ไบซัน เดินอยู่กลางทุ่งกว้าง รวมถึงกวาง หมาป่า กวางเอลก์ และบางช่วงอาจได้เจอหมีกริซลี่ด้วย ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือเช้าตรู่หรือใกล้พระอาทิตย์ตก บรรยากาศเงียบ สงบ และได้ฟีลธรรมชาติอเมริกาแบบเต็มๆ เลย
5. Mammoth Hot Springs
อีกหนึ่งจุดไฮไลท์ที่ทำให้หลายคนว้าวกับที่นี่คือ Mammoth Hot Springs น้ำพุร้อนที่ไหลเป็นชั้น ๆ คล้ายปราสาทหินธรรมชาติ สีขาวครีมดูแปลกตาและไม่เหมือนจุดอื่นใน Yellowstone National Park แถมพิกัดนี้ยังเดินง่าย มีทางเดินไม้ชัดเจน เหมาะกับทุกวัย โดยเฉพาะใครที่แพลนมาเที่ยว Yellowstone กับเด็กๆ มากันทั้งครอบครัวใหญ่ หรือใครที่ไม่อยากเดินหนัก แต่ยังอยากสัมผัสความมหัศจรรย์ของ น้ำพุร้อน เยลโลว์สโตนแบบใกล้ ๆ คือต้องแวะไปกันสักครั้ง
ที่ตั้งและการเดินทางไป Yellowstone
ก่อนจะเริ่มวางแผนเที่ยว Yellowstone หลายคนมักมีคำถามพื้นฐานเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็นเยลโลว์สโตน อยู่ประเทศอะไร, อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน อยู่ที่ไหน หรือจริงๆ แล้ว Yellowstone อยู่รัฐอะไรกันแน่
คำตอบคือ Yellowstone National Park ตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นอุทยานที่ครอบคลุมพื้นที่ถึง 3 รัฐ ได้แก่ Wyoming (พื้นที่หลัก), Montana และ Idaho ถือเป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติในอเมริกาที่มีขนาดใหญ่และยิ่งใหญ่ที่สุดเลยก็ว่าได้
ด้วยพื้นที่กว้างขนาดนี้ การเดินทางไป Yellowstone เลยต้องมีการวางแผนสักนิด แต่บอกเลยว่าไม่ยาก แถมยังเหมาะมากกับสาย Road Trip อเมริกา ที่อยากขับรถชมวิวธรรมชาติแบบเพลินๆ
วิธีเดินทางจากไทยไปสหรัฐอเมริกา
เริ่มต้นจากสนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) บินไปยังเมืองหลักของสหรัฐฯ ก่อน โดยนิยมต่อเครื่องที่เมืองใหญ่ ที่มีสนามบินนานาชาติเช่น
ใช้เวลาบินรวมประมาณ 18–24 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเส้นทางและเวลาต่อเครื่อง สายการบินที่นิยมก็เช่น ANA, EVA Air, Japan Airlines, Korean Air, Qatar Airways หรือสายการบินอเมริกัน
ต่อเครื่องภายในประเทศ ไปสนามบินใกล้ Yellowstone
หลังจากถึงสหรัฐฯ แล้ว ให้ต่อไฟลต์ภายในประเทศไปยังสนามบินใกล้ Yellowstone ซึ่งมีให้เลือกหลายแห่ง ขึ้นอยู่กับแผนเที่ยวของแต่ละคน
Jackson Hole Airport (JAC) อยู่ใกล้ทางเข้า South Entrance และยังสามารถจัดทริปต่อไป Grand Teton ได้ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเก็บอุทยานสวยๆ หลายแห่งในทริปเดียว วิธีเดินทางเข้าอุทยาน Yellowstone
ถ้าถามว่าเที่ยวอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน วิธีไหนสะดวกสุด คำตอบคือ เช่ารถขับเอง เพราะอุทยานกว้างมาก และจุดไฮไลท์แต่ละแห่งอยู่ห่างกันพอสมควร
ขับรถเที่ยว Yellowstone ภายในอุทยานมีถนนสายหลักอย่าง Grand Loop Road ที่เชื่อมทุกจุดสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น Old Faithful, Grand Prismatic Spring, Yellowstone Grand Canyon หรือ Lamar Valley ขับรถไปแวะเที่ยวได้ตามจังหวะของตัวเอง
รถทัวร์ / Day Tour เหมาะกับคนที่ไม่อยากขับรถเอง โดยเฉพาะคนที่มาเที่ยวเยลโลว์สโตน ครั้งแรก แต่ข้อจำกัดคือเวลาจะค่อนข้างตายตัว และอาจแวะได้ไม่ครบทุกจุด
Tips เล็ก ๆ: ถ้ามีเวลาอย่างน้อย 3–5 วัน การขับรถเองจะช่วยให้เที่ยวสบายกว่า และมีโอกาส ดูสัตว์ป่า เยลโลว์สโตน ได้มากขึ้นด้วย
จุดเด่นของ Yellowstone
อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของโลก Yellowstone National Park ไม่ได้เป็นแค่อุทยานดังธรรมดา แต่คืออุทยานแห่งชาติแห่งแรกของโลก และเป็นต้นแบบของอุทยานแห่งชาติทั่วทั้งสหรัฐฯ จนถูกยกให้เป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่สวยที่สุดในอเมริกาและเป็นหมุดหมายระดับโลกของสายธรรมชาติ
ดินแดนของน้ำพุร้อนและไกเซอร์ที่มากที่สุดในโลก ที่นี่มีน้ำพุร้อนและไกเซอร์มากกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งโลก ตั้งแต่ไกเซอร์ชื่อดังอย่าง Old Faithful ไปจนถึงน้ำพุร้อนสีสันแปลกตาอย่างน้ำพุร้อนสีรุ้ง ทำให้การมาเที่ยวเยลโลว์สโตนเหมือนได้เดินดูโชว์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นจริงตลอดเวลา
พลังของภูเขาไฟยักษ์ที่ยังมีชีวิต ใต้พื้นดินของ Yellowstone คือที่ตั้งของภูเขาไฟยักษ์ที่หลายคนรู้จักในชื่อ Supervolcano Yellowstone ความร้อนใต้พิภพนี่เองที่ทำให้เกิดไกเซอร์ น้ำพุร้อน และภูมิประเทศสุดแปลกตาที่หาไม่ได้จากที่อื่น
แหล่งรวมสัตว์ป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกา การมาดูสัตว์ป่า ที่เยลโลว์สโตน คืออีกหนึ่งประสบการณ์ที่หาไม่ได้ง่ายๆ เพราะที่นี่มีสัตว์หลากชนิดทั้งไบซัน, หมาป่า, กวาง และ หมี ที่ใช้ชีวิตอยู่ในธรรมชาติจริง ไม่ใช่สวนสัตว์ ทำให้การชมสัตว์ ชมธรรมชาติคือความตื่นเต้นแบบไม่ซ้ำกันเลยจริงๆ
วิวธรรมชาติหลากหลาย ครบในอุทยานเดียว ในทริปเดียว จะได้เห็นทั้งน้ำพุร้อน แคนยอน น้ำตก ทะเลสาบ ป่าสน ทุ่งหญ้า และภูเขา เรียกได้ว่าธรรมชาติอเมริกาถูกรวมไว้ในที่เดียว จน Yellowstone กลายเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ สหรัฐฯที่ครบเครื่องและอลังการมาก
เที่ยวได้หลายสไตล์ ตั้งแต่ครอบครัวจนถึงสายผจญภัย ไม่ว่าจะเป็นการเดินบนทางเดินไม้ชมไกเซอร์แบบชิลๆ, เทรคกิ้งตามเส้นทางธรรมชาติ, หรือการถ่ายรูปจุดชมวิว เยลโลว์สโตน ระดับโลก Yellowstone ตอบโจทย์ทุกวัย แม้แต่คนที่มากับเด็กหรือผู้สูงอายุ
ขับรถเที่ยวได้เพลิน เหมาะกับทุกวัย หนึ่งในเสน่ห์ของการ ขับรถเที่ยว Yellowstone คือถนนสายหลักอย่าง Grand Loop Road ที่เชื่อมทุกจุดไฮไลท์ ขับรถไปก็มีวิวสวย ๆ ให้ดูตลอดทาง ไม่ต้องเดินป่าหนักก็เที่ยวได้ เหมาะทั้งครอบครัว มือใหม่ และคนที่อยากเที่ยวแบบชิล ๆ
ประสบการณ์ระดับ “ครั้งหนึ่งในชีวิต” ไม่ว่าจะเป็นจังหวะที่ไกเซอร์พุ่งขึ้นฟ้า เห็นไบซันใกล้ๆ หรือขับรถท่ามกลางธรรมชาติอันกว้างใหญ่ ทุกโมเมนต์ใน Yellowstone ทำให้หลายคนยกให้ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก และเป็นทริปที่ควรมาให้ได้สักครั้งในชีวิต
เที่ยว Yellowstone เดือนไหนดี?
ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน – มิถุนายน | ช่วงเด่น: พฤษภาคม – มิถุนายน)เป็นช่วงที่อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน เริ่มกลับมาสดใสอีกครั้ง หิมะค่อยๆ ละลาย น้ำตกไหลแรง ทุ่งหญ้าเริ่มเขียวสด และเป็นฤดูที่เหมาะมากสำหรับการดูสัตว์ป่า เพราะมักจะได้เห็นลูกไบซัน ลูกกวาง และสัตว์ป่าออกมาเดินหากินใกล้ถนน อากาศเย็นสบาย คนยังไม่แน่น ทั้งนี้ช่วงเดือนเมษายนอากาศยังแปรปรวน และบางเส้นทางอาจยังไม่เปิดครบ
ฤดูร้อน (กรกฎาคม – กันยายน | ช่วงพีค: กรกฎาคม – สิงหาคม)นี่คือฤดูท่องเที่ยวหลักของ Yellowstone National Park USA ถนนและเส้นทางเดินป่าเปิดครบ เดินทางสะดวกที่สุด เหมาะกับการขับรถเที่ยว Yellowstone, เทรคกิ้ง และเดินชมน้ำพุร้อน ไกเซอร์ แบบจัดเต็ม อากาศค่อนข้างเสถียร วางแผนง่าย เหมาะกับครอบครัวและมือใหม่ แต่ต้องทำใจเรื่องนักท่องเที่ยวที่ค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะช่วงกรกฎาคม–สิงหาคม ควรจองที่พักและรถเช่าล่วงหน้า
ฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม | ช่วงสวย: ต้น–กลางตุลาคม)ฤดูนี้ให้ฟีลสงบและโรแมนติก ใบไม้เปลี่ยนสีช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับธรรมชาติอเมริกาแบบสุดๆ นักท่องเที่ยวเริ่มบางตา เหมาะกับสายถ่ายรูปและคนที่อยากเที่ยวแบบไม่วุ่นวาย อีกทั้งยังเป็นช่วงที่สัตว์ป่าออกมาให้เห็นบ่อยในช่วงเช้าและเย็น อย่างไรก็ตาม อากาศเริ่มหนาว และบางถนนหรือจุดท่องเที่ยวอาจปิดเร็ว ควรเช็กสภาพอากาศและเส้นทางก่อนเดินทาง
ฤดูหนาว (พฤศจิกายน – มีนาคม | หนาวจัด: ธันวาคม – กุมภาพันธ์)Yellowstone จะเปลี่ยนเป็นดินแดนหิมะขาวโพลน บรรยากาศเงียบสงบและแตกต่างจากฤดูอื่นอย่างชัดเจน เหมาะกับคนที่อยากเห็นอุทยานแห่งชาติที่สวยที่สุดในอเมริกาในมุมที่ไม่เหมือนใคร กิจกรรมหลักจะเป็น Snowcoach และ Snowmobile ถนนส่วนใหญ่ปิด ไม่เหมาะกับการขับรถเที่ยว แต่ถ้าชอบอากาศหนาวและฟีลธรรมชาติแบบเงียบๆ จะประทับใจฤดูนี้มาก
กิจกรรมแนะนำใน Yellowstone
ชมไกเซอร์และน้ำพุร้อนระดับโลก มาเที่ยว Yellowstone ทั้งที กิจกรรมอันดับหนึ่งคือการเดินชม ไกเซอร์ และ น้ำพุร้อน เยลโลว์สโตนตามจุดต่างๆ ภายในอุทยาน ตั้งแต่ Old Faithful ไปจนถึง Grand Prismatic Spring ที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำพุร้อนสีรุ้ง เดินตามบอร์ดวอล์กได้สบายๆ ไม่ต้องลุยหนัก แต่ได้เห็นพลังธรรมชาติแบบใกล้ชิดมาก
ขับรถชมธรรมชาติรอบอุทยาน (Grand Loop Road) หนึ่งในกิจกรรมที่หลายคนชอบที่สุดคือการ ขับรถเที่ยว Yellowstone เพราะแค่ขับรถไปเรื่อยๆ ก็ได้เห็นวิวสวยตลอดทาง ทั้งทุ่งหญ้า ป่าสน ภูเขา และสัตว์ป่าที่อาจโผล่มาให้เห็นแบบไม่ทันตั้งตัว เหมาะมากกับคนที่อยากเที่ยวชิลๆ
ดูสัตว์ป่า เยลโลว์สโตน แบบตัวเป็นๆ Yellowstone คือสวรรค์ของสาย wildlife เลย การได้เห็นไบซันเดินข้ามถนน หรือเจอหมาป่าและกวางตามธรรมชาติ คือเสน่ห์ที่หาไม่ได้จากที่อื่น จุดยอดฮิตคือ Lamar Valley แนะนำไปช่วงเช้าตรู่หรือใกล้พระอาทิตย์ตก โอกาสเจอสัตว์ป่าจะสูงเป็นพิเศษ
เดินเทรคกิ้งและเส้นทางเดินป่า สำหรับคนที่อยากใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น การเทรคกิ้งคือกิจกรรมที่ตอบโจทย์มาก เพราะมีเส้นทางให้เลือกหลายระดับ ตั้งแต่เส้นสั้นๆ เดินง่าย ไปจนถึงเส้นทางยาวสำหรับสายลุย ระหว่างทางจะได้เห็นวิวที่ต่างจากถนนหลัก และสัมผัสธรรมชาติอเมริกาแบบเงียบสงบ
แวะจุดชมวิวและน้ำตกชื่อดัง ภายในอุทยานมีจุดชมวิว เยลโลว์สโตนให้แวะตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นแคนยอน น้ำตก หรือมุมสูงที่มองเห็นภูมิประเทศแบบกว้างๆ เหมาะกับสายถ่ายรูปและคนที่อยากเก็บบรรยากาศแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ สหรัฐฯ แบบเต็มอิ่ม
ถ่ายรูปแลนด์สเคปและคอนเทนต์ธรรมชาติ Yellowstone เป็นหนึ่งใน อุทยานแห่งชาติที่สวยที่สุดในอเมริกา ไม่ว่าจะถ่ายมุมไหนก็ได้ฟีลอลังการ ทั้งไอน้ำจากน้ำพุร้อน ทุ่งหญ้ากว้างๆ สัตว์ป่า และท้องฟ้าโล่งๆ เหมาะกับทั้งสายกล้องจริงจังและสายมือถือเลย
แนะนำที่พักใกล้ Yellowstone
1. Under Canvas North Yellowstone
ถ้าอยากตื่นเช้ามาเจอวิวภูเขา สูดอากาศสดชื่นๆ และได้ฟีลธรรมชาติแบบใกล้ชิดจริง ๆ ที่นี่ตอบโจทย์มาก Under Canvas North Yellowstone คือที่พักแนว Glamping ที่เอาความสบายของโรงแรมมารวมกับบรรยากาศแคมป์กลางแจ้ง เต็นท์กว้าง มีเตียงนอนและห้องน้ำส่วนตัว ตกแต่งสวยแบบอบอุ่น ตอนเย็นนั่งมองดาว ตอนเช้าเดินจิบกาแฟรับลมเย็นๆ ได้แบบฟินๆ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ในการ เที่ยวอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน
2. Sage Lodge
ใครอยากพักผ่อนแบบไม่เร่งรีบ หลังวันขับรถเที่ยว Yellowstone หรือออกไปดูสัตว์ป่ามาทั้งวัน แนะนำ Sage Lodge เลย ที่นี่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติริมแม่น้ำ Yellowstone บรรยากาศสงบมาก ห้องพักกว้าง โปร่ง โล่ง ตกแต่งสวยหรูแต่ยังเข้ากับธรรมชาติรอบๆ มีร้านอาหารและสปาภายในที่พัก เหมาะกับคนที่อยากกลับมานอนสบายๆ ใช้เวลาช้าๆ กับวิวธรรมชาติ แบบได้ฟีลพักใจจริงๆ
3. Home2 Suites by Hilton Livingston Yellowstone
ถ้าอยากได้ที่พักถูกใกล้ Yellowstone แต่ยังอยากนอนสบาย แนะนำที่นี่เลย Home2 Suites by Hilton Livingston Yellowstone ห้องพักกว้าง มีมุมครัวเล็กๆ เหมาะกับการพักหลายคืน หรือมาเป็นครอบครัว โลเคชันอยู่ในเมือง แต่เดินทางเข้า Yellowstone National Park USA ได้ไม่ยาก เหมาะกับสายลุยที่ออกเที่ยวทั้งวัน แล้วกลับมาพักผ่อนแบบสบายๆ ไม่ต้องหรูมาก แต่เน้นความคุ้มค่าและสะดวก
เคล็ดลับการเที่ยว Yellowstone
ก่อนจะออกไปลุย Yellowstone จริงๆ ขอแชร์เคล็ดลับเล็กๆ ที่รู้ไว้แล้วจะช่วยให้การ เที่ยวอุทยานสนุกขึ้น ปลอดภัยขึ้น และไม่พลาดโมเมนต์สำคัญระหว่างทาง เพราะที่นี่คือธรรมชาติระดับโลก ที่สวยมาก…แต่ก็ต้องเที่ยวให้ถูกวิธีเหมือนกัน!
วางแผนเส้นทางล่วงหน้า จะช่วยประหยัดเวลาได้เยอะมาก Yellowstone National Park มีพื้นที่กว้างมาก จุดไฮไลท์แต่ละแห่งอยู่ห่างกันพอสมควร แนะนำวางแผนคร่าวๆ ว่าวันไหนจะไปโซนไหน จะได้ไม่ขับรถวนไปมา และเที่ยวได้แบบไม่เหนื่อยเกินไป
เผื่อเวลาเดินทางและรถติด โดยเฉพาะหน้าท่องเที่ยว ช่วงฤดูร้อน ถนนในอุทยานอาจรถติดได้ง่ายจากทั้งนักท่องเที่ยวและสัตว์ป่าที่เดินข้ามถนน อย่าจัดตารางแน่นเกินไป เผื่อเวลาสำหรับการขับรถเที่ยวไว้ด้วยจะได้ไม่เครียด
รักษาระยะห่างจากสัตว์ป่าอย่างเคร่งครัด การดูสัตว์ป่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของที่นี่ แต่ห้ามเข้าใกล้สัตว์เด็ดขาด ควรดูจากในรถหรือระยะที่ปลอดภัยเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของทั้งคนและสัตว์
เดินเฉพาะเส้นทางที่กำหนด ห้ามลงไปใกล้น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน เยลโลว์สโตนและไกเซอร์มีอุณหภูมิสูงมาก บางจุดดูสวยแต่เป็นอันตรายสุด ๆ ควรเดินตามบอร์ดวอล์กที่จัดไว้เท่านั้น นี่คือหนึ่งในกฎการเที่ยว Yellowstone ที่สำคัญมาก
แต่งตัวแบบพร้อมรับทุกสภาพอากาศ อากาศใน Yellowstone เปลี่ยนเร็วมาก แม้จะเป็นหน้าร้อน ตอนเช้า–เย็นก็อาจหนาวได้ แนะนำใส่เสื้อผ้าแบบเลเยอร์ มีเสื้อกันหนาวบางๆ ติดไว้ จะเที่ยวสบายขึ้นเยอะ
พกอาหาร น้ำดื่ม และของจำเป็นติดรถ ภายในอุทยาน ร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อมีไม่มาก การมีน้ำดื่ม ขนม หรืออาหารง่ายๆ ติดรถไว้ จะช่วยให้เที่ยวได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะวันที่ขับรถยาวๆ
จองที่พักและรถเช่าล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงพีค ใครมาเที่ยว Yellowstone ช่วงฤดูร้อนหรือวันหยุดยาว แนะนำจองที่พักใกล้ Yellowstone และรถเช่าล่วงหน้าเพราะเต็มเร็วมาก และจะได้เลือกที่พักได้ตรงใจและราคาดีกว่า
เริ่มเที่ยวแต่เช้า จะได้บรรยากาศดีที่สุด ช่วงเช้าตรู่เป็นเวลาที่อุทยานเงียบ คนยังไม่เยอะ และเป็นช่วงที่มีโอกาสเจอสัตว์ป่ามากที่สุด เหมาะมากสำหรับคนที่อยากสัมผัสธรรมชาติอเมริกาแบบสงบ ๆ
เตรียมแบตกล้องและมือถือให้พร้อม จุดถ่ายรูปใน Yellowstone มีตลอดเส้นทาง ตั้งแต่ไกเซอร์ น้ำพุร้อน ไปจนถึงวิวสองข้างทาง แบตหมดกลางทางนี่เสียดายมาก บอกเลยว่าที่นี่ถ่ายยังไงก็สวย
เที่ยวแบบเคารพธรรมชาติ ไม่ทิ้งขยะ ไม่ให้อาหารสัตว์ และไม่เก็บอะไรกลับออกมา นี่คือสิ่งเล็ก ๆ ที่ช่วยรักษาแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ สหรัฐฯ แห่งนี้ให้อยู่สวยงามไปอีกนาน
ถ้าคุณกำลังมองหาที่เที่ยวธรรมชาติระดับโลกที่ควรได้ไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต บอกเลยว่า Yellowstone คือหนึ่งในนั้น ทั้งธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ไกเซอร์ น้ำพุร้อนสีสันแปลกตา และสัตว์ป่าที่ใช้ชีวิตอยู่จริง ทุกโมเมนต์คือประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่น เรียกว่าเป็นที่ที่ควรมาเห็นด้วยตาตัวเองจริงๆ
ใครที่อยากไปแล้ว บอกเลยว่าแค่เริ่มวางแผนเที่ยว Yellowstone ให้ตรงฤดูที่ชอบ แล้วจัดการจองตั๋วเครื่องบิน ที่พักใกล้อุทยาน และรถเช่าให้พร้อมผ่าน Traveloka ก็พร้อมออกเดินทางไปสัมผัสธรรมชาติระดับโลกได้แบบสบาย ๆ ในที่เดียวเลย!
อ่านต่อบทความท่องเที่ยวอเมริกาอื่นๆ ที่น่าสนใจ: