อัปเดต 25 สุดยอดที่เที่ยวนิวยอร์ก 2026 สายฮิปต้องแวะไปเช็กอินแล้ว

อัปเดต 25 ที่เที่ยวนิวยอร์ก รวมพิกัดห้ามพลาด แนะนำที่พักนิวยอร์ก วิธีเดินทาง และทริกเที่ยวนิวยอร์กด้วยตัวเอง แบบครบจบในที่เดียว!
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 12 นาที

เชื่อว่าการได้ไปเที่ยวอเมริกาน่าจะเป็นหนึ่งในความฝันของนักเดินทางแทบทุกคน เพราะนี่คือประเทศอันแสนยิ่งใหญ่ซึ่งมีทุกอย่างให้ค้นหา ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติสุดมหัศจรรย์อันตระการตา ตึกสูงระฟ้า พิพิธภัณฑ์ซึ่งเต็มไปด้วยสารพัดสิ่งน่าสนใจ ร้านอาหารหลากหลายสัญชาติ และอื่นๆ อีกมากมาย เรียกว่าใช้เวลาเที่ยวกันเป็นเดือนก็ยังเก็บได้ไม่ครบเลยนะ และหนึ่งในไฮไลท์ของการไปเที่ยวอเมริกา ก็คือการมาเที่ยวนิวยอร์กนี่ละ จดลิสต์ที่เที่ยวนิวยอร์กซึ่งเราเอามาฝากกันไว้ แล้วรีบจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก ไปเที่ยวนิวยอร์กกับ Traveloka Travel & Lifestyle app ซักครั้งนะ นี่คือเมืองแห่งเสรีที่เปิดให้ทุกคนแพลนชีวิตได้ในสไตล์ #lifeyourway เลยจ้า และบอกเลยว่านี่คือพิกัดที่ทุกคนต้องไป!

จองตั๋วเครื่องบินไปนิวยอร์ก

Wed, 2 Sep 2026

Thai VietJet Air

กรุงเทพ (BKK) ไป นูอาร์ก (EWR)

เริ่มจาก THB 15,237.69

Tue, 29 Sep 2026

American Airlines

กรุงเทพ (BKK) ไป นิวยอร์ก (JFK)

เริ่มจาก THB 16,186.26

Tue, 22 Sep 2026

American Airlines

กรุงเทพ (BKK) ไป นิวยอร์ก (JFK)

เริ่มจาก THB 16,252.82

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยวนิวยอร์ก (New York) ใน 1 นาที

25 พิกัดห้ามพลาด: จัดเต็มจุดเช็กอินครบทุกสไตล์ ตั้งแต่แลนด์มาร์กสัญลักษณ์ระดับโลกอย่าง Statue of Liberty และ Brooklyn Bridge, จุดชมวิวตึกสูงระฟ้าสุดอลังการ Empire State Building, One World Observatory และ The Edge, สวนสาธารณะปอดของเมืองอย่าง Central Park, ย่านแสงสีช้อปปิ้ง Times Square และ Fifth Avenue, ไปจนถึงมิวเซียมระดับตำนานอย่าง The Met และ MoMA
ช่วงเวลาน่าเที่ยว: เที่ยวได้ตลอดปี แต่สวยและอากาศดีที่สุดคือช่วงฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน) ชมใบไม้เปลี่ยนสีสุดโรแมนติกทั่วเมือง หรือหากชอบบรรยากาศคริสต์มาส ลานสเก็ตน้ำแข็ง และงานเคานท์ดาวน์ระดับโลก แนะนำช่วงฤดูหนาว (ธันวาคม)
การเดินทางไปนิวยอร์ก: เดินทางสะดวกจากไทยด้วยสายการบินชั้นนำ (ต่อเครื่อง 1 จุด) ลง 1 ใน 3 สนามบินหลัก ได้แก่ JFK (สนามบินหลัก), EWR (ฝั่งนิวเจอร์ซีย์) หรือ LGA (เที่ยวบินภายในประเทศ) แล้วต่อรถไฟด่วน LIRR, AirTrain หรือรถบัสเข้าสู่ใจกลางแมนฮัตตันได้อย่างง่ายดาย
การเดินทางในนิวยอร์ก: รถไฟใต้ดินนิวยอร์ก (Subway) คือวิธีที่คุ้มค่าและสะดวกที่สุด ครอบคลุมทั่วเมืองและเปิด 24 ชั่วโมง เพียงใช้บัตร Contactless (OMNY) แตะจ่ายได้ทันที หรือเลือกเดินซึมซับบรรยากาศเมืองก็เพลินไม่แพ้กัน
เคล็ดลับการเที่ยว: อย่าลืมยื่นขอวีซ่าอเมริกา (B1/B2) ล่วงหน้า, วางแผนเที่ยวอย่างน้อย 5–7 วัน, พกขวดน้ำส่วนตัวสำหรับเติมฟรีตามจุดบริการ, ซื้อบัตร City Pass ช่วยประหยัดค่าเข้าชม, สวมรองเท้าผ้าใบซัพพอร์ตเท้าดีๆ และเตรียมพร้อมเรื่องธรรมเนียมการให้ทิป 18% - 22% สำหรับร้านอาหาร

25 สถานที่เที่ยวนิวยอร์กสุดฮิป 2026 (อัปเดตล่าสุด!)

เตรียมมือถือให้พร้อม เคลียร์เมมให้โล่ง เพราะต่อไปนี้คือ 25 ที่เที่ยวนิวยอร์กสุดฮิตที่สายฮิปต้องแวะไปสักครั้งในปี 2026

1. อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ (The Statue of Liberty)

อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ (The Statue of Liberty) 

ออกสตาร์ทกันที่พิกัดแรกที่ไม่ไปไม่ได้ เพราะเป็นที่เที่ยวอเมริกาซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไปพร้อมกันเลยละ เทพีเสรีภาพนั้นตั้งตระหง่านอยู่บนเกาะลิเบอร์ตี้กลางแม่น้ำฮัดสัน และได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกไปตั้งแต่ปี ค.ศ.1984 มีความสูงถึง 93.3 เมตร เป็นของขวัญที่ฝรั่งเศสมอบให้กับอเมริกาในโอกาสฉลองเอกราชครบ 100 ปี ด้านในมีบันไดจำนวน 162 ขั้น ให้เดินขึ้นไปยังบริเวณยอดมงกุฎด้านบนได้ นี่คือที่เที่ยวนิวยอร์กและที่เที่ยวอเมริกาซึ่งต้องไป ไม่งั้นก็คงเหมือนยังไม่ได้ถึงอเมริกาอย่างแท้จริง

วัน - เวลาให้บริการ: ทุกวัน ตั้งแต่เวลาประมาณ 9.00 - 17.00 น. (ปิดให้บริการวันที่ 23 และ 25 ธันวาคม)

ค่าเข้าชม: ฟรี แต่มีค่าบริการเฟอร์รี่ข้ามฟาก

2. เซ็นทรัลพาร์ค (Central Park)

เซ็นทรัลพาร์ค (Central Park)

Central Park สวนสาธารณะขนาดมหึมาซึ่งได้ชื่อว่าเป็นปอดของเมืองนิวยอร์กแห่งนี้ มีพื้นที่รวมประมาณ 750 ไร่ และเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ใจกลางตึกสูงระฟ้า นอกจากจะเป็นสวนซึ่งเต็มไปด้วยสีเขียวของต้นไม้ ในเซ็นทรัล พาร์คยังมีสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์อันเก่าแก่มากมายให้ชมกัน แต่ละฤดูนั้นก็มีความสวยที่แตกต่างกันออกไป โดยเราจะเห็นชาวนิวยอร์กมากมายมาเดินเล่น ปิกนิก ออกกำลังกาย และพักผ่อนหย่อนใจกับสารพัดกิจกรรมเลยละ ทั้งสวยและมีกิจกรรมให้ทำมากมาย นี่จึงเป็นแหล่งเช็กอินที่ต้องไป และบอกเลยว่าเป็นที่เที่ยวนิวยอร์กซึ่งพลาดไม่ได้จริงๆ

วัน - เวลาให้บริการ: ทุกวัน ตั้งแต่เวลาประมาณ 6.00 - 1.00 น.

ค่าเข้าชม: ฟรี

3. สะพานบรูคลิน (Brooklyn Bridge)

Brooklyn Bridge

อีกหนึ่งพิกัดเที่ยวนิวยอร์กที่เป็นแลนด์มาร์คสุดฮิปซึ่งควรต้องไปเช็กอินกันให้ได้ ก็ต้องยกให้ Brooklyn Bridge สะพานแขวนขึงลวดแห่งแรกของโลกและเก่าแก่ที่สุดของอเมริกา โดยสะพานนี้ทำหน้าที่เชื่อมระหว่างเมืองนิวยอร์กและแมนฮัตตัน สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1883 และยังนับเป็นที่เที่ยวอเมริกาซึ่งมีความสำคัญในด้านประวัติศาสตร์ของประเทศแห่งหนึ่งเลยเชียวละ หนึ่งในกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวอเมริกา จึงเป็นการหาโอกาสมาเดินข้ามสะพานนี้นั่นเองจ้ะ ดูด้วยตาก็สวย ถ่ายรูปออกมาก็เก๋เว่อร์นะ อย่าลืมแวะมาเช็กอิน

วัน - เวลาให้บริการ: ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม: ฟรี

4. China Town

ไชน่า ทาวน์ นั้นถือเป็นหนึ่งในพิกัดที่เที่ยวนิวยอร์ก

ไชน่า ทาวน์ นั้นถือเป็นหนึ่งในพิกัดที่นักเดินทางโดยเฉพาะเหล่านักชิมทั้งหลายพลาดไม่ได้เมื่อไปเที่ยวนิวยอร์ก เพราะด้วยความที่เป็นไชน่า ทาวน์ซึ่งใหญ่ที่สุดของอเมริกา และยังได้ชื่อว่าเป็นแหล่งชุมชนชาวจีนที่ใหญ่ที่สุดในโลกตะวันตก ทำให้ย่านนี้มีบรรยากาศสุดคึกคักของผู้คนและร้านรวงที่เปิดทำการค้าขาย รวมถึงยังมีร้านอาหารสไตล์ตะวันออกสารพัดสัญชาติให้เลือกชิมกันได้แบบจุกๆ เลยเชียวละ ละแวกนี้ยังมีมุมถ่ายรูปฮิปๆ ให้กดชัตเตอร์กันได้แบบรัวๆ เลยด้วยนะ นับเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวอเมริกาซึ่งมาแล้วไม่มีเหงาแน่นอน

วัน - เวลาให้บริการ: ทุกวัน ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดให้บริการตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 - 18.00 น.

ค่าเข้าชม: ฟรี

5. ไทม์สแควร์ (Times Square)

ไทม์สแควร์ (Times Square)

Times Square นี่คือที่เที่ยวอเมริกาซึ่งทุกคนน่าจะคุ้นตาดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเคานท์ดาวน์ขึ้นปีใหม่ จะเรียกว่าที่นี่คือแลนด์มาร์คยืนหนึ่งซึ่งนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างก็อยากไปเยือนซักครั้งในชีวิตเลยก็ได้นะ ในช่วงอื่นๆ ของปี ที่นี่ยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งซึ่งมีข้าวของมากมายให้เลือกซื้อหา มีร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ และโรงละครบรอดเวย์อันโด่งดัง ซิกเนเจอร์อันชินตาของที่นี่ก็คือบรรดาป้ายโฆษณาซึ่งเต็มไปด้วยแสงสีตระการตา นี่คือพิกัดเที่ยวนิวยอร์กซึ่งมาแล้วจะไม่มีคำว่าเบื่ออย่างแน่นอน

วัน - เวลาให้บริการ: ทุกวัน ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดให้บริการตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 - 24.00 น.

ค่าเข้าชม: ฟรี

6. ตึกเอ็มไพร์สเตท (Empire State Building)

Empire State Building ตึกเอ็มไพร์สเตท

จะเรียกว่านี่คืออีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญซึ่งไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวนิวยอร์กก็ว่าได้ ตึกเอ็มไพร์สเตทนั้นเคยครองสถิติตึกที่สูงที่สุดในโลกอยู่ถึง 40 ปี ในช่วง ค.ศ.1931-1970 ด้วยความสูง 103 ชั้น ซึ่งออกแบบในสไตล์อาร์ตเดโคสวยแปลกตา ปัจจุบัน ที่นี่ยังคงได้ชื่อว่าเป็นจุดชมวิวมุมสูงยอดนิยมซึ่งคนที่มาเที่ยวนิวยอร์กไม่ควรพลาด เพราะเค้าเปิดโอกาสให้ขึ้นไปรับลมชมวิวแบบเปิดโล่งเต็มๆ ตากันได้ที่ชั้น 86 และ 102 นะ ที่นี่เราจะได้เห็นวิวตระการตาของนิวยอร์กกัน 360 องศาอย่างจุใจ ใครไปเที่ยวอเมริกาแล้วได้มาที่นิวยอร์กต้องไปจัดกันซักครั้งให้ได้เชียว

วัน - เวลาให้บริการ: ทุกวัน 9:00 น. – 24:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 23:15 น.)

ค่าเข้าชม: เริ่มต้นที่ $44 สำหรับผู้ใหญ่

7. New York Botanical Garden

ที่เที่ยวนิวยอร์ก

ภาพตึกสูงระฟ้าและความคึกคักมีชีวิตชีวาของผู้คนมหาศาล อาจจะเป็นภาพจำของการไปเที่ยวนิวยอร์กที่หลายคนติดตา มากกว่าบรรยากาศสบายๆ รายล้อมด้วยสีเขียวของต้นไม้ใบหญ้า นี่จึงเป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินที่เหมาะจะมาใช้เวลาชิลล์ๆ เดินชมความสวยของพืชพรรณ สวนแห่งนี้มีพื้นมากกว่า 600 ไร่ จัดแสดงทั้งไม้ดอกไม้ใบโดยแบ่งออกเป็นหลายโซนให้ชมกัน ทั้งสวนดอกไม้ สวนหิน และสวนป่า เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวอเมริกาที่รับรองเลยว่ามาเดินดูก็เพลิน มาเดินถ่ายรูปก็ปัง!

วัน - เวลาให้บริการ: วันอังคาร - อาทิตย์ และวันจันทร์ซึ่งตรงกับวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 - 18.00 น.

ค่าเข้าชม: มีค่าเข้าชม (ราคาขึ้นอยู่กับกิจกรรมและนิทรรศการ)

8. The Metropolitan Museum of Art (The Met Fifth Avenue)

ที่เที่ยวอเมริกา

นี่คือหนึ่งในที่เที่ยวอเมริกาและที่เที่ยวนิวยอร์กที่บรรดาสายพิพิธภัณฑ์พลาดไม่ได้ เพราะด้านในของที่นี่นั้นมีการเก็บรักษาชิ้นงานศิลปะและโบราณวัตถุมากกว่า 2 ล้านชิ้นเลยเชียวละ นี่จึงถือเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ใหญ่ที่สุดของโลกเลยจ้า ด้านในมีการแบ่งโซนจัดแสดงออกเป็น 19 สาขา ไม่ว่าจะเป็นผลงานศิลปะของแวน โก๊ะห์, ปิกัสโซ่ หรือแรมบรานดท์ มีรูปปั้นองค์เจ้าแม่กวนอิมในร่างเพศชายซึ่งมีอายุกว่า 1,000 ปี หรือสฟิงซ์จากอียิปต์ที่มีอายุกว่า 3,000 ปี ที่นี่ก็มีให้ชมกันนะ ยังมีอีกเยอะมากจนสาธยายไม่หมดจ้า อยากรู้ต้องหาเวลาไปดูด้วยตาตัวเองเด้อ

วัน - เวลาให้บริการ: วันจันทร์, อังคาร และพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 - 17.00 น. / วันศุกร์และเสาร์ ตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 - 21.00 น. (ปิดวันพุธ)

ค่าเข้าชม: มีค่าเข้าชม (ราคาขึ้นอยู่กับประเภทของผู้เข้าชม)

9. ฟิฟท์อเวนิว (Fifth Avenue)

พิกัดเที่ยวนิวยอร์ก

หลายคนบอกว่า นี่คือพิกัดเที่ยวนิวยอร์กที่ถ้าไม่ได้มาก็เหมือนยังมาไม่ถึงเมืองนี้ ฟิฟท์ อเวนิว นั้นเป็นถนนช้อปปิ้งซึ่งมีชื่อเสียงในระดับโลก ซึ่งเป็นแหล่งรวมบรรดาสารพัดข้าวของแบรนด์เนมชั้นนำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า แอ็คเซสซอรี่ส์ สินค้าไอที และอีกมากมาย ตลอดเส้นทางของถนนสุดไฮเอนด์เส้นนี้ นอกจากจะเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่เด็ดมากแล้วนะ ยังมีแหล่งเช็กอินซึ่งเป็นที่เที่ยวอเมริกาสำคัญๆ อีกเพียบจ้า ใครชอบเดินเผื่อเวลามาที่นี่เอาไว้อย่างน้อยๆ ครึ่งวันเลยน้า รับประกันว่าเดินเพลินแน่นอน

วัน - เวลาให้บริการ: ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง (ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดให้บริการตั้งแต่ประมาณ 10.00 - 23.00 น.)

ค่าเข้าชม: ฟรี

10. สถานีรถไฟแกรนด์เซ็นทรัล (Grand Central Terminal)

สถานีรถไฟแกรนด์เซ็นทรัล (Grand Central Terminal)

ไปเที่ยวนิวยอร์กทั้งที หนึ่งพิกัดที่ต้องมีในลิสต์ก็คือสถานีรถไฟ! โดยที่นี่เป็นสถานีรถไฟขนาดใหญ่ซึ่งมีทั้งรถไฟใต้ดินและบนดิน รวมถึงรถประจำทางให้บริการ และเป็นหนึ่งในสถานีชุมทางที่ใหญ่ที่สุดของนิวยอร์กเลยละ ตัวอาคารสถานีนั้นงดงามด้วยสถาปัตยกรรมโบราณสไตล์ผสมผสานระหว่างศิลปะนีโอคลาสสิก กอธิก และเรอเนสซองส์ ในยุคราวๆ ค.ศ.1830 ถึงปลายศตวรรษที่ 19 นอกจากสถาปัตยกรรมสวยๆ แล้วยังมีการประดับตกแต่งด้วยงานจิตรกรรมและประติมากรรมที่งดงามจับตา เป็นอีกที่เที่ยวนิวยอร์กที่รับรองว่าถ่ายรูปเริ่ดจริงๆ

วัน - เวลาให้บริการ: ทุกวัน ตั้งแต่เวลาประมาณ 5.15 - 2.00 น.

ค่าเข้าชม: ฟรี

11. โบสถ์เซนต์แพทริกแคทเธอดอล (St. Patrick’s Cathedral)

โบสถ์เซนต์แพทริกแคทเธอดอล (St. Patrick’s Cathedral)

ความเก๋แรกของโบสถ์นี้ คือการเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอ - กอธิกที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกาเหนือ ที่ตั้งตระหง่านโดดเด่นอยู่ในวงล้อมของตึกสูงระฟ้าแสนทันสมัย โบสถ์นี้มีความสูงถึงปลายยอดประมาณ 100 เมตร มีการประดับตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้น ชิ้นงานประติมากรรม และกระจกสีที่งดงามน่าตื่นตา โบสถ์นี้ตั้งอยู่บนถนนหรูหราใจกลางเมืองอย่าง ฟิฟท์ อเวนิว เลยละ สวยและเดินทางง่ายด้วยจ้า นับเป็นพิกัดเที่ยวนิวยอร์กซึ่งควรต้องแวะมาเช็กอินกัน

วัน - เวลาให้บริการ: ทุกวัน วันจันทร์ - ศุกร์ ตั้งแต่เวลาประมาณ 9.30 - 17.00 น. / วันเสาร์ 9.00 - 17.00 น. / วันอาทิตย์ 9.00 - 10.30 น. และ 13.00 - 14.30 น.

ค่าเข้าชม: ฟรี

12. หอสมุดประชาชนนิวยอร์ก (New York Public Library)

หอสมุดประชาชนนิวยอร์ก (New York Public Library)

นี่คือห้องสมุดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของอเมริกา และใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกเลยละ ไม่ใช่แค่ขนาดมโหฬารตระการตาเท่านั้นนะ ที่เที่ยวอเมริกาซึ่งมาในรูปแบบห้องสมุดประชาชนแห่งนี้ ยังมีหนังสือที่เก็บรวมรวมเอาไว้มากถึง 53 ล้านเล่ม! ด้านในยังมีการตกแต่งอย่างงดงามหรูหราตระการตา จนทำให้ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในห้องสมุดที่สวยงามที่สุดในโลกอีกด้วยนะ ห้องสมุดนี้เปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 19 ปัจจุบันมีการให้บริการอินเตอร์เน็ตและมีแล็บท็อปให้ใช้กันอย่างสะดวกสบาย เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวนิวยอร์กซึ่งเชื่อว่าเกือบทุกคนที่แวะมาน่าจะต้องประทับใจกันแน่นอน

วัน - เวลาให้บริการ: วันอังคาร - พุธ ตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 - 20.00 น. / วันจันทร์, พฤหัสบดี, ศุกร์และเสาร์ ตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 - 18.00 น. / วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลาประมาณ 13.00 - 17.00 น.

ค่าเข้าชม: ฟรี

13. พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอเมริกา (American Museum of Natural History)

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอเมริกา (American Museum of Natural History)

สำหรับคนที่เคยชมภาพยนตร์เรื่อง Night at the Museum มาก่อนนะ เชื่อว่าต้องจำพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้ขึ้นใจ เพราะที่นี่ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอเมริกาแห่งนี้ มีชื่อเสียงโด่งดังเพราะได้ชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งมีซากกระดูกไดโนเสาร์ของจริงจัดแสดงให้ชมกันมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก แถมยังมีซากสัตว์และโบราณวัตถุต่างๆ จัดแสดงให้ชมกันอีกมากมาย นอกจากนั้นยังมีโซนจัดแสดงเรื่องราวของดาราศาสตร์ แร่ธาตุ และศิลปวัฒธรรมที่น่าสนใจอีกเพียบเลยจ้า เป็นอีกที่เที่ยวนิวยอร์กซึ่งบอกเลยว่าบรรดาคนรักพิพิธภัณฑ์ต้องฟินกันสุดๆ เชียว

วัน - เวลาให้บริการ: ทุกวัน ตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 - 17.30 น. (หยุดวันที่ 23 และ 25 ธันวาคม)

ค่าเข้าชม: เริ่มต้นที่ประมาณ 28 $ ต่อคน

14. Bryant Park

เซ็นทรัล พาร์คอันขึ้นชื่อลือชา ยังมีที่เที่ยวนิวยอร์กซึ่งมาในรูปแบบของสวนสาธารณะสวยๆ

นอกจากเซ็นทรัล พาร์คอันขึ้นชื่อลือชา ยังมีที่เที่ยวนิวยอร์กซึ่งมาในรูปแบบของสวนสาธารณะสวยๆ อีกมากมาย และสวนนี้ก็คือหนึ่งในนั้นละจ้า แม้จะไม่ได้เป็นสวนที่มีขนาดใหญ่ แต่ที่นี่ก็มีบรรยากาศสวยชิลล์แบบเรียบง่าย ช่วงฤดูใบไม้ผลิที่นี่จะถูกตกแต่งด้วยดอกแดฟโฟดิลสวยสดชื่นตา นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมให้ทำอีกหลากหลาย รอบๆ สวนยังมีร้านอาหารให้แวะนั่งชิลล์หรือจะซื้อมานั่งปิกนิกในสวนกันแบบสบายๆ ได้ด้วยน้า สวนนี้ยังเดินทางง่ายเพราะตั้งอยู่ใจกลางนิวยอร์กใกล้กับ New York Public Library ด้วยจ้ะ สายชิลล์คนไหนไปเที่ยวอเมริกา ลองแวะมาที่นี่ซักทีเด้อ

วัน - เวลาให้บริการ: วันจันทร์ - พุธ ตั้งแต่เวลาประมาณ 7.00 - 22.00 น. / วันพฤหัสบดี - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลาประมาณ 7.00 - 24.00 น.

ค่าเข้าชม: ฟรี

15. Metropolitan Museum of Art (The Met)

Metropolitan Museum of Art (The Met)

เป็นที่รู้กันว่าในการไปเที่ยวนิวยอร์กนั้น เราจะมีโอกาสได้พบกับพิพิธภัณฑ์เจ๋งๆ มากมาย และพิพิธภัณฑ์ในเครือ The Metropolitan Museum of Art หรือ The Met ก็คือหนึ่งในนั้น และที่นี่ก็เป็น 1 ใน 3 ของพิพิธภัณฑ์ในเครือนี้ด้วยจ้า ความเก๋ของที่นี่ก็คือตัวอาคารซึ่งเป็นการนำบางส่วนของโบสถ์โบราณจากสเปนและฝรั่งเศสลงเรือมาประกอบใหม่ ด้านนอกยังมีการจัดแต่งสวนสวยแปลกตา ด้านในก็มีการจัดแสดงศิลปวัตถุยุคกลางหลากหลายรูปแบบให้ชมกัน โดยเราสามารถใช้ตั๋วที่ซื้อเข้าชมทั้ง 3 พิพิธภัณฑ์ร่วมกันในวันเดียวโดยไม่ต้องจ่ายเงินซื้อเพิ่มด้วยนะ ดีงามเชียวละ สายอาร์ตอย่าพลาดเชียว

วัน - เวลาให้บริการ: ทุกวัน (เว้นวันพุธ) ตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 - 17.00 น.

ค่าเข้าชม: ประมาณ 30 $ ต่อคน

16. ฮายไลน์ (The High Line)

ฮายไลน์ (The High Line)

The High Line คืออีกหนึ่งที่เที่ยวนิวยอร์กซึ่งเป็นสวนสาธารณะ แต่มีความเก๋แปลกแหวกจากสวนอื่นๆ ก็ตรงที่เป็นสวนแบบลอยฟ้า ซึ่งได้รับการดัดแปลงมาจากทางรถไฟเก่าที่มีความยาวราว 2.33 กิโลเมตร ที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 20 ปี ทุกวันนี้ ที่นี่กลายเป็นอีกหนึ่งพิกัดพักผ่อนหย่อนใจซึ่งเราจะได้เห็นบรรดานิวยอร์กเกอร์ทั้งหลายมาออกกำลังกายหรือจูงสัตว์เลี้ยงเดินเล่นกันแบบสุดชิลล์เลยละ ตลอดความยาวของสวนมีทั้งต้นไม้ใหญ่และไม้ดอกไม้ใบให้ชมกันเพลินๆ ด้วยนะ เป็นการมาเที่ยวนิวยอร์กในอีกบรรยากาศที่ไม่ซ้ำใคร และไม่มีที่ไหนเหมือนแน่นอน

วัน - เวลาให้บริการ: ทุกวัน ตั้งแต่เวลาประมาณ 7.00 - 19.00 น.

ค่าเข้าชม: ฟรี

17. One World Trade Center and Ground Zero

One World Trade Center and Ground Zero

แม้ว่าเหตุการณ์ 9/11 จะเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสลดใจให้กับผู้คนทั้งโลก แต่ชาวนิวยอร์กและอเมริกันชนทั้งหลายก็แสดงให้เห็นว่าพวกเค้าได้ move on และพร้อมจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ไปต่อข้างหน้ากันแล้ว ด้วยการสร้าง One World Trade Center ซึ่งนับเป็นตึกที่สูงที่สุดของซีกโลกตะวันตกขึ้นมาในหน้าตาใหม่แบบล้ำสมัย และเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมวิวมุมสูงบนชั้นที่ 100 กันได้ด้วยจ้า ใกล้กันยังมีพิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานแห่งชาติ 11 กันยายน ซึ่งมีลักษณะเป็นสระน้ำ 2 สระ ขนาดเท่ากับฐานเดิมของตึกแฝด World Trade Center ไว้ให้ผู้คนได้ชมกันด้วยนะ นี่คืออีกหนึ่งที่เที่ยวนิวยอร์กและเป็นที่เที่ยวอเมริกาที่สำคัญ และควรไปเช็กอินกันซักครั้งให้ได้เชียว

วัน - เวลาให้บริการ: ทุกวัน ตั้งแต่เวลาประมาณ 9.00 - 20.00 น. (อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล)

ค่าเข้าชม: เริ่มต้นที่ประมาณ 43 $ ต่อคน

18. Flatiron Building

ที่เที่ยวนิวยอร์ก

หนึ่งในที่เที่ยวนิวยอร์กสุดเก๋ ซึ่งเหมาะกับการไปถ่ายรูปเช็กอินเรียกยอดไลค์ ก็ต้องยกให้กับตึกสูงหน้าตาไม่เหมือนใคร เพราะมาในรูปทรงสามเหลี่ยมเหมือนเตารีดโบราณแห่งนี้นี่ละ ตึกนี้มีความสูง 285 ฟุต และมีทั้งหมด 22 ชั้น ตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมืองอย่างถนนบรอดเวย์และ 5th Avenue ตัวอาคารสวยแปลกตามาในศิลปะผสมผสานกันระหว่างอิตาลีและฝรั่งเศส ตึกนี้เคยเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลกในช่วง ค.ศ.1901 - 1911 มาก่อนด้วยนะ ด้วยหน้าตาเก๋ๆ และทำเลดี๊ดี ทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของนิวยอร์กไปแล้วจ้า อย่าลืมแวะมาโพสต์ท่าถ่ายรูปเช็กอินกันเด้อ

วัน - เวลาให้บริการ: ด้านนอกสามารถชมทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม: ฟรี

19. Coney Island

ที่เที่ยวอเมริกา

เปลี่ยนอารมณ์จากที่เที่ยวนิวยอร์กซึ่งเป็นตึกสูงระฟ้า มาเป็นบรรยากาศสุดชิลล์ของชายหาดซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของฝั่งบรู๊คลินกันบ้างดีกว่า ในช่วงซัมเมอร์ที่นี่จะเต็มไปด้วยบรรดาผู้คนที่มานอนอาบแดดกันแบบสบายๆ ใกล้ๆ กันยังมีสวนสนุก Luna Park ซึ่งเป็นสวนสนุกที่มาในรูปแบบท้องถิ่น และให้ความรู้สึกแตกต่างจากสวนสนุกขนาดใหญ่ที่เห็นได้ทั่วไปในปัจจุบัน ใครชอบความเสียว ที่นี่เค้ามีเครื่องเล่นเด็ดๆ ให้ลองกันเพียบเลยจ้า นับเป็นสวนสนุกที่ให้บรรยากาศสุดคลาสสิกไปอีกแบบนะ แวะมาชิลล์มาแชะกันได้จ้ะ เชื่อว่านี่คืออีกหนึ่งที่เที่ยวอเมริกาที่เก๋ไม่แพ้ที่อื่นอย่างแน่นอน

วัน - เวลาให้บริการ: ชายหาดสามารถเที่ยวชมได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง / สวนสนุก Luna Park มีเวลาให้บริการที่แตกต่างกันไปในแต่ละเดือน สามารถเช็คล่วงหน้าได้ที่ https://www.luna-parks.com/luna-park-coney-island

ค่าเข้าชม: ชายหาดเข้าฟรี สำหรับสวนสนุกอาจมีค่าบริการสำหรับเครื่องเล่นแต่ละชนิดแตกต่างกันไป

20. ตลาดเชลซี (Chelsea Market)

ตลาดเชลซี (Chelsea Market)

บอกเลยว่านี่คือพิกัดเที่ยวนิวยอร์กที่ทั้งสายกินและสายช้อปพลาดไม่ได้ เพราะเป็นแหล่งรวมร้านอาหารหลากหลายสัญชาติ ร้านขนมอบและเบเกอรี่ รวมถึงยังมีวัตถุดิบและผักผลไม้สดๆ ให้ได้ช้อปกันด้วยนะ ที่สำคัญคือราคาที่เรียกได้ว่าค่อนข้างสบายกระเป๋าเลยเชียวละ ตลาดนี้ตั้งอยู่ในตึกอิฐแดงแบบเก่าที่ให้บรรยากาศคลาสสิกน่ารักไม่เหมือนตลาดไหน เป็นอีกที่เที่ยวนิวยอร์กซึ่งมีบรรยากาศสบายๆ และอยากชวนให้แวะมาหาอะไรใส่ท้องกัน

วัน - เวลาให้บริการ: ทุกวัน ตั้งแต่เวลาประมาณ 8.00 - 21.00 น.

ค่าเข้าชม: ฟรี

21. Main Street Park

Main Street Park ที่เที่ยวอเมริกา

สวนลับใน DUMBO กับวิวมุมมหาชนสุดคลาสสิกของนิวยอร์ก Main Street Park เป็นหนึ่งในจุดพักผ่อนยอดนิยมที่ตั้งอยู่ระหว่างสะพาน Brooklyn และ Manhattan ในย่าน DUMBO ของ Brooklyn ที่นี่เป็นสวนขนาดเล็กแต่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ด้วยสนามหญ้าเขียวขจี ลานเด็กเล่น น้ำพุ และจุดชมวิวแม่น้ำ East River ที่มองเห็นเส้นขอบฟ้าของแมนฮัตตันได้อย่างชัดเจน ไฮไลต์คือจุดถ่ายรูปชื่อดังที่มองผ่านถนน Washington Street เห็นสะพาน Manhattan Bridge ที่มีตึก Empire State อยู่ตรงกลางพอดี เป็นมุม Instagramable ที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวนิวยอร์ก

เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน 6:00 น. – 1:00 น.

ค่าเข้าชม: ฟรี

22. Little Island

Little Island

สวนศิลปะลอยน้ำที่งดงามราวกับหลุดจากนิยาย Little Island คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่และแปลกตาที่สุดในนิวยอร์ก เป็นสวนลอยน้ำสร้างขึ้นบนเสาคอนกรีตรูปกลีบดอกไม้กว่า 100 ต้น ตั้งอยู่บริเวณ Pier 55 ใกล้กับย่าน Meatpacking District บริเวณเกาะมีเส้นทางเดินเล่น สวนไม้ดอกตามฤดูกาล ลานนั่งพักผ่อน และเวทีแสดงกลางแจ้งสำหรับกิจกรรมศิลปะต่างๆ ที่นี่เหมาะสำหรับเดินเล่นตอนเย็น ชมพระอาทิตย์ตก หรือมาดูคอนเสิร์ตฟรีท่ามกลางวิวแม่น้ำฮัดสัน

เวลาเปิด-ปิด:

6:00 น. – 23:00 น. (1 มี.ค. – 30 ก.ย.)
6:00 น. – 21:00 น. (1 ต.ค. – 28 ก.พ.)

ค่าเข้าชม: ฟรี (บางโชว์อาจมีค่าบัตรเฉพาะกิจกรรมพิเศษ)

23. Time Out New York

Time Out New York ที่เที่ยวนิวยอร์ก

สวรรค์ของนักกินที่มาพร้อมวิวสุดอลังการ Time Out Market เป็นฟู้ดฮอลล์สไตล์โมเดิร์นที่รวบรวมสุดยอดร้านอาหารชื่อดังของนิวยอร์กไว้ในที่เดียว ตั้งอยู่ภายใน Empire Stores ริมแม่น้ำ East River ในย่าน DUMBO ไฮไลต์คือดาดฟ้าชั้นบนที่สามารถชมวิวสะพาน Brooklyn และตึกระฟ้าแมนฮัตตันได้แบบพาโนรามา เหมาะกับสายกิน สายชิล และสายถ่ายรูปในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเบอร์เกอร์ ขนมอบ พิซซ่า หรือค็อกเทลสุดเก๋ เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในที่เที่ยวนิวยอร์กที่ห้ามพลาด

เวลาเปิด-ปิด:

จันทร์ – พฤหัสบดี: 8:00 น. – 22:00 น.
ศุกร์: 8:00 น. – 23:00 น.
เสาร์: 9:00 น. – 23:00 น.
อาทิตย์: 9:00 น. – 22:00 น.

ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าเข้า (จ่ายเฉพาะอาหาร/เครื่องดื่มที่เลือกซื้อ)

24. Hudson Yard เดอะ เวสเซล (The Vessel)

ที่เที่ยวนิวยอร์ก อเมริกา Hudson Yard เดอะ เวสเซล (The Vessel)

แลนด์มาร์กใหม่ที่ผสานศิลปะ สถาปัตย์ และไลฟ์สไตล์สุดหรู Hudson Yards คือย่านพัฒนาใหม่ใจกลางแมนฮัตตันฝั่งตะวันตกที่เต็มไปด้วยศูนย์การค้า ร้านอาหารระดับโลก สวนลอยฟ้า และอาร์ตแกลเลอรี โดยมี The Vessel เป็นจุดเด่นทางสถาปัตยกรรมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก โครงสร้างเหล็กสีทองแดงทรงรังผึ้งนี้มีบันไดวนกว่า 2,500 ขั้น (ปัจจุบันเปิดให้ชมจากภายนอกเท่านั้น) เหมาะสำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพแนวโมเดิร์นหรือเดินเล่นชิลๆ

เวลาเปิด-ปิดของ Hudson Yards: เปิดทุกวัน 10:00 น. – 21:00 น.
สถานะ The Vessel: ปัจจุบันเปิดเฉพาะบริเวณรอบนอกเพื่อชมและถ่ายรูป (ไม่เปิดให้ขึ้นบันไดด้านใน)
ค่าเข้าชม: เข้าชมรอบนอกฟรี

25. จุดชมวิว The Edge

จุดชมวิว The Edge นิวยอร์ก

ประสบการณ์ระทึกบนจุดชมวิวกระจก 100 ชั้นเหนือมหานครนิวยอร์ก The Edge คือจุดชมวิวที่ยื่นออกจากอาคาร 30 Hudson Yards ด้วยระเบียงกระจกที่โปร่งรอบด้าน ตั้งอยู่สูงกว่า 345 เมตรจากพื้นดิน ให้มุมมองแบบ 360 องศาของมหานครนิวยอร์ก ไม่ว่าจะเป็นวิวแม่น้ำฮัดสัน ตึกระฟ้าในแมนฮัตตัน หรือแม้กระทั่งเทพีเสรีภาพ ที่นี่มีทั้ง Sky Deck ที่พื้นบางส่วนเป็นกระจกใส และ Champagne Bar ให้คุณจิบเครื่องดื่มท่ามกลางท้องฟ้าสีทองในยามเย็น

เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 9:00 น. – 22:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 21:10 น.)

ค่าเข้าชม:

ผู้ใหญ่: $36
เด็ก (อายุ 6–12 ปี): $31
ผู้สูงอายุ (62 ปีขึ้นไป): $34

อ่านต่อบทความท่องเที่ยวอื่นๆ:

กิจกรรมนิวยอร์ก ที่เที่ยวนิวยอร์ก ต้องมาเช็กอิน

นิวยอร์ก (New York City) เมืองแห่งสีสันที่ไม่มีวันหลับใหล เต็มไปด้วยเสน่ห์ของศิลปะ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และแหล่งช้อปปิ้งระดับโลก หากคุณกำลังมองหาที่เที่ยวนิวยอร์กที่ห้ามพลาด นี่คือ 3 สถานที่นิวยอร์กยอดฮิตที่ควรต้องมาเช็กอินเมื่อมาเที่ยวนิวยอร์ก

1. ชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ (MoMA) ในแมนฮัตตัน

ที่เที่ยวนิวยอร์ก

ที่ตั้ง: Midtown Manhattan

MoMA เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่โด่งดังที่สุดในโลก และถือเป็นสวรรค์ของคนรักศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัย ที่นี่รวบรวมผลงานระดับตำนานจากศิลปินชื่อดัง เช่น

Vincent van Gogh (ภาพ The Starry Night)
Pablo Picasso, Andy Warhol, Salvador Dalí
รวมไปถึงงาน installation และ media art ที่หมุนเวียนมาแสดงอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

การเดินชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ไม่เพียงแต่ได้ชมศิลปะระดับโลก แต่ยังได้ซึมซับบรรยากาศความเป็นนิวยอร์กอย่างแท้จริง เหมาะมากสำหรับคนที่มองหา สถานที่เที่ยวนิวยอร์กที่มีทั้งความรู้และแรงบันดาลใจ

United-states

ตั๋วพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ (MoMA) ในแมนฮัตตัน | นิวยอร์ก

9.2/10

มิดทาวน์ แมนฮัตตัน

THB 726.96

THB 578.20

2. ชมวิวเมืองจากตึกเอ็มไพร์สเตต (Empire State Building)

สถานที่เที่ยวนิวยอร์ก 2025

ที่ตั้ง: Fifth Avenue, Manhattan
จุดชมวิวเปิดให้เข้าชม: 8:00 – 02:00 น. ทุกวัน

ตึกเอ็มไพร์สเตต (Empire State Building) ถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของนิวยอร์ก และเป็นหนึ่งในตึกระฟ้าที่คนทั่วโลกรู้จัก จุดชมวิวที่ชั้น 86 และชั้น 102 เปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมวิวแบบพาโนรามาของมหานครนิวยอร์ก ทั้งกลางวันและกลางคืน การได้เห็นทิวทัศน์ของ เซ็นทรัลพาร์ค, สะพานบรูคลิน, และตึกระฟ้าทั้งหมดจากมุมสูง เป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดในการ เที่ยวนิวยอร์ก และแน่นอนว่านี่คือหนึ่งในสถานที่เที่ยวนิวยอร์กที่ถ่ายรูปออกมาแล้วอลังการสุดๆ

United-states

ตั๋วตึกเอ็มไพร์สเตต | นิวยอร์ก

9.4/10

มิดทาวน์ แมนฮัตตัน

THB 2,879.31

3. เข้าชมซัมมิต วัน แวนเดอร์บิลต์ (SUMMIT One Vanderbilt)

ที่เที่ยวนิวยอร์ก 2025

ที่ตั้ง: Midtown East, ใกล้ Grand Central Terminal
เวลาเปิดทำการ: 9:00 – เที่ยงคืน (เช็คเวลาก่อนจอง)

SUMMIT One Vanderbilt เป็นหนึ่งในประสบการณ์ใหม่ล่าสุดในการชมวิวเมืองนิวยอร์กจากตึกสูงระดับโลก จุดเด่นของที่นี่คือไม่ใช่แค่การชมวิว แต่เป็น "ประสบการณ์ศิลปะ immersive" ที่ผสานเทคโนโลยี กระจกเงา และแสงสีเสียง ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้เข้าชมทุกวัย

ไฮไลต์คือ:

Ascent ลิฟต์แก้วที่ลอยขึ้นด้านนอกของตึก
Air ห้องกระจกที่สะท้อนภาพท้องฟ้าและเมืองแบบ 360 องศา
Levitations พื้นกระจกใสที่ทำให้รู้สึกเหมือนลอยอยู่กลางอากาศ!

นี่คือหนึ่งในที่เที่ยวนิวยอร์กยุคใหม่ ที่ผสมผสานวิวทิวทัศน์เข้ากับเทคโนโลยีและศิลปะอย่างลงตัวที่สุด เหมาะกับคนที่อยากได้ภาพถ่ายสุดปังและความทรงจำไม่รู้ลืม

United-states

บัตรเข้าชม SUMMIT One Vanderbilt

9.3/10

มิดทาวน์ แมนฮัตตัน

THB 1,978.65

THB 1,533.80

ที่พักยอดนิยมในนิวยอร์ก

เดินทางมาถึงเมืองใหญ่ทั้งที การเลือกที่พักนิวยอร์ก ดีๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้การเที่ยวนิวยอร์กด้วยตัวเองสบายขึ้นอีกเยอะ! สำหรับใครที่กำลังวางแพลนเที่ยวนิวยอร์ก แล้วคิดว่าควรนอนแถวไหน เราจัด 3 ตัวเลือกเด็ดมาให้ ทั้งสไตล์ยอดฮิต หรูหราจัดเต็ม และสายคุมงบ มาให้แล้ว

Hyatt Grand Central New York 

Hyatt Grand Central New York  ตอบโจทย์สุดๆ สำหรับคนชอบความสะดวกสบายในการเดินทางแบบขั้นสุด! โรงแรมนี้ตั้งอยู่ติดกับสถานี Grand Central Terminal ชนิดที่ว่าเดินลงมาปุ๊บก็ต่อรถไฟใต้ดินนิวยอร์กลุยเมืองได้ปั๊บ จะเดินทางไปเช็กอินสถานที่ท่องเที่ยวนิวยอร์กไหนๆ ก็ชิล ตัวห้องพักกว้างขวาง ตกแต่งแบบโมเดิร์นเรียบหรู มองเห็นวิวเมืองแมนฮัตตันจากมุมสูง แถมยังเดินไป Fifth Avenue, Chrysler Building หรือแวะช้อปปิ้งย่าน Times Square ได้ง่ายมากๆ ถือเป็นตัวเลือกยืนหนึ่งสำหรับการมาเที่ยวนิวยอร์กครั้งแรก เลย

The Plaza, A Fairmont Hotel 

The Plaza, A Fairmont Hotel  สำหรับใครที่อยากสัมผัสความหรูหราตระการตาและเติมความฟินให้การเที่ยวอเมริกาแบบจัดเต็ม ต้องยกให้โรงแรมระดับตำนานแห่งนี้เลย ตั้งอยู่ตรงข้ามกับ Central Park และถนน Fifth Avenue พอดีเป๊ะ การตกแต่งเต็มไปด้วยความคลาสสิกสไตล์ฝรั่งเศส ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในพระราชวัง บริการระดับ 5 ดาว มีครบทั้งห้องอาหารสุดหรูและบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เหมาะมากๆ สำหรับคนที่จัดทริปเที่ยวนิวยอร์กในโอกาสสุดพิเศษ

Pod 39 Hotel 

ใครอยากประหยัดงบที่พักเอาไปเปย์ค่ากินกับค่าเข้าที่เที่ยวในนิวยอร์ก แนะนำ Pod 39 เลย! แม้ห้องพักจะขนาดกะทัดรัด แต่ดีไซน์เก๋ไก๋ น่ารัก ใช้พื้นที่คุ้มค่า สะอาด และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน จุดเด่นคือทำเลย่าน Murray Hill ใกล้สถานี Grand Central นั่ง รถไฟใต้ดินนิวยอร์ก ไปไหนก็สบายกระเป๋า แถมยังมีดาดฟ้าสไตล์อิฐแดงสุดฮิป ให้นั่งชิลชมวิว Empire State Building จิบเครื่องดื่มฟินๆ สัมผัสบรรยากาศนิวยอร์กตอนกลางคืนได้อีกด้วยนะ

วิธีการเดินทางไปนิวยอร์ก

การเดินทางไกลข้ามโลกมาเที่ยวนิวยอร์กจากประเทศไทย ปัจจุบันยังไม่มีเที่ยวบินตรง ดังนั้นเราต้องบินไปต่อเครื่องอย่างน้อย 1 จุดเสมอ เช่น ต่อเครื่องที่ตะวันออกกลาง (Emirates, Qatar Airways), ยุโรป (Turkish Airlines), หรือฝั่งเอเชีย (EVA Air, Cathay Pacific, Korean Air, ANA) รวมระยะเวลาเดินทางเฉลี่ยประมาณ 18–24 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสายการบินและเวลาในการแวะพัก

1. การเตรียมตัวเรื่องวีซ่า (US Visa B1/B2)

ก่อนจะจองตั๋วมาเที่ยวอเมริกา สิ่งสำคัญที่สุดคือ วีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา (B1/B2) แนะนำให้เผื่อเวลาล่วงหน้าอย่างน้อย 3–6 เดือน โดยมีขั้นตอนหลักๆ ดังนี้:

กรอกแบบฟอร์ม DS-160: กรอกข้อมูลส่วนตัวและแผนการเดินทางออนไลน์ให้ครบถ้วนและเป็นจริง
ชำระค่าธรรมเนียมและนัดวันสัมภาษณ์: ชำระเงินค่าธรรมเนียม จากนั้นเลือกวัน-เวลาเข้าสัมภาษณ์ที่สถานทูตอเมริกาประจำประเทศไทย
วันสัมภาษณ์: เตรียมเอกสารให้พร้อม (เช่น หนังสือรับรองการทำงาน, Statement บัญชีธนาคารย้อนหลัง, แผนการเดินทาง) แสดงความบริสุทธิ์ใจว่าเราตั้งใจมาเที่ยวนิวยอร์กแล้วจะบินกลับไทยแน่นอน เมื่อผ่านแล้วก็รอรับเล่มพาสปอร์ตพร้อมวีซ่าที่บ้านได้เลย!

2. รู้จัก 3 สนามบินหลักของนิวยอร์ก & วิธีเข้าเมือง

นิวยอร์ก มีสนามบินหลักที่รองรับผู้โดยสารจากทั่วทุกมุมโลกถึง 3 แห่งด้วยกัน! แต่ละแห่งก็มีจุดเด่น ทำเล และเส้นทางเดินทางเข้าเมืองที่แตกต่างกันออกไป มาดูกันว่าเมื่อเครื่องลงจอดแล้ว เราจะเดินทางจากแต่ละสนามบินเข้าสู่ใจกลางแมนฮัตตันไปเช็กอินที่พักนิวยอร์กได้ยังไงบ้าง

จองตั๋วเครื่องบินไปนิวยอร์ก

Wed, 2 Sep 2026

Thai VietJet Air

กรุงเทพ (BKK) ไป นูอาร์ก (EWR)

เริ่มจาก THB 15,237.69

Tue, 29 Sep 2026

American Airlines

กรุงเทพ (BKK) ไป นิวยอร์ก (JFK)

เริ่มจาก THB 16,186.26

Tue, 22 Sep 2026

American Airlines

กรุงเทพ (BKK) ไป นิวยอร์ก (JFK)

เริ่มจาก THB 16,252.82

John F. Kennedy International Airport (JFK): สนามบินนานาชาติหลักที่คนไทยบินมาลงเยอะที่สุด

สายประหยัด: นั่งรถไฟ AirTrain จากเทอร์มินัลไปลงสถานี Jamaica Station แล้วต่อ รถไฟใต้ดินนิวยอร์ก (Subway) สาย E เพื่อเข้าสู่ Midtown Manhattan (เช่น ย่าน Times Square) รวมค่าใช้จ่ายประมาณ $11.75 ใช้เวลา 50–60 นาที
สายเน้นความเร็ว: นั่ง AirTrain มาลง Jamaica Station แล้วต่อรถไฟด่วน LIRR (Long Island Rail Road) วิ่งยิงยาวเข้าสถานี Penn Station หรือ Grand Central Madison ใช้เวลาเพียง 35–45 นาทีเท่านั้น
สายชิลล์/กระเป๋าเยอะ: นั่งแท็กซี่เหลือง (Yellow Cab) ไปแมนฮัตตัน (ประมาณ $70 ไม่รวมค่าผ่านทางและทิป) หรือกดเรียกรถผ่านแอป Uber/Lyft ได้เลย

Newark Liberty International Airport (EWR): อยู่ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ แต่อยู่ใกล้แมนฮัตตันฝั่งตะวันตกมาก

วิธีเดินทางเข้าเมือง: นั่ง AirTrain Newark ไปลงสถานี Newark Liberty International Airport Station แล้วต่อรถไฟ NJ Transit เข้าสู่สถานี New York Penn Station ใจกลางแมนฮัตตันได้ในเวลาประมาณ 30 นาที

LaGuardia Airport (LGA): เน้นเที่ยวบินภายในประเทศ เหมาะกับคนที่มีแพลนเที่ยวนิวยอร์กต่อจากเมืองอื่นในอเมริกา

วิธีเดินทางเข้าเมือง: นั่งรถบัสสาย LaGuardia Link Q70-SBS (ให้บริการฟรี!) ไปลงสถานี Jackson Heights–Roosevelt Ave เพื่อต่อ รถไฟใต้ดินนิวยอร์ก สาย E, F, M, R, 7 เข้าแมนฮัตตันได้อย่างง่ายดาย

วิธีการเดินทางในนิวยอร์ก

เมื่อมาถึงเมืองนี้แล้ว การลุยเก็บพิกัดที่เที่ยว ไม่ใช่เรื่องยากเลย เพราะระบบขนส่งสาธารณะของเขาทั้งครอบคลุมและเปิดตลอด 24 ชั่วโมง!

1. รถไฟใต้ดินนิวยอร์ก (Subway) - พระเอกตลอดกาล

หัวใจหลักของการเที่ยวนิวยอร์กด้วยตัวเอง คือรถไฟใต้ดิน (MTA Subway) ที่มีโครงข่ายใยแมงมุมครอบคลุมทุกย่าน ตั้งแต่แมนฮัตตัน บรูคลิน ไปจนถึงควีนส์

การแตะจ่ายสุดสะดวก (OMNY System): ไม่ต้องเสียเวลาซื้อบัตร MetroCard แบบเดิมๆ อีกต่อไป แค่ใช้บัตรเครดิต/เดบิตที่มีสัญลักษณ์ Contactless หรือใช้แตะผ่าน Apple Pay / Google Wallet ที่ประตูทางเข้า (Turnstile) ได้ทันที!
ค่าโดยสาร: คิดราคาเหมาจ่ายต่อเที่ยว ($3.00) นั่งยาวแค่ไหนก็ราคาเดียว และหากแตะจ่ายด้วยบัตรเดิมครบ 12 เที่ยวภายในสัปดาห์นั้น (จันทร์–อาทิตย์) เที่ยวต่อๆ ไปในสัปดาห์นั้นจะฟรีทันทีอัตโนมัติ!
ข้อควรรู้: รถไฟมีทั้งแบบ Local (จอดทุกสถานี) และ Express (จอดเฉพาะสถานีใหญ่) ต้องเช็กป้ายหน้าขบวนและบนชานชาลาดีๆ นะ จะได้ไม่นั่งเลยสถานี!

2. รถประจำทาง (MTA Bus)

เหมาะสำหรับคนที่อยากนั่งชมเมืองไปเรื่อยๆ หรือเดินทางในเส้นทางที่รถไฟใต้ดินไปไม่ถึง เช่น การตัดข้ามเมืองจากฝั่งตะวันออกไปตะวันตก (Cross-town) สามารถใช้บัตร Contactless แตะจ่าย OMNY ราคาเท่ากับรถไฟใต้ดิน และมีสิทธิ์แตะเปลี่ยนสายระหว่าง Bus กับ Subway ฟรีภายใน 2 ชั่วโมงด้วย

3. การเดิน - ทางเลือกของสายฮิป

คนนิวยอร์กเดินไวและเดินเยอะมาก! การเดินคือวิธีซึมซับบรรยากาศของนิวยอร์กได้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเดินรับลมบน Brooklyn Bridge แวะถ่ายรูปมุมเท่ๆ ที่ย่าน DUMBO หรือเดินช้อปปิ้งเลาะถนน Fifth Avenue เพราะผังเมืองแมนฮัตตันจัดเป็นช่องตาราง (Grid System) แบ่งเป็น Street (แนวขวาง) และ Avenue (แนวตั้ง) จำง่าย ไม่หลงแน่นอน

4. แท็กซี่ และ Rideshare (Uber / Lyft)

หากวันไหนช้อปปิ้งของแน่นมือ หรือเที่ยวจนดึกดื่น สามารถโบกแท็กซี่สีเหลืองซิกเนเจอร์ หรือเรียก Uber/Lyft ผ่านแอปพลิเคชันได้ตลอด 24 ชั่วโมง สบายใจเรื่องความปลอดภัย แต่ต้องเผื่อเวลาเรื่องการจราจรติดขัดในย่านใจกลางเมืองไว้หน่อยนะ!

เที่ยวนิวยอร์ก เดือนไหนดี?

ถ้าถามว่าควรมาเที่ยวนิวยอร์ก เดือนไหนดี บอกเลยว่ามหานครแห่งนี้มีเสน่ห์ให้มาเยือนได้ตลอดทั้งปี แต่ละช่วงเวลามีเสน่ห์และบรรยากาศที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง มาดูกันว่าแต่ละฤดูอุณหภูมิเป็นอย่างไร และฤดูไหนจะตอบโจทย์ทริปของตัวเองที่สุด

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม): อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 5°C – 22°C ช่วงมีนาคมยังคงมีความหนาวเย็น ก่อนจะค่อยๆ อบอุ่นขึ้นอย่างสบายในเดือนพฤษภาคม โดยรวมแล้วช่วงนี้อากาศกำลังสดชื่น ไม่หนาวจัดและไม่ร้อนเกินไป เหมาะแก่การออกมาเดินเล่นทำกิจกรรม Outdoor ต้นไม้และดอกไม้เริ่มบานสะพรั่งทั่วเมือง โดยเฉพาะใน Central Park และ Brooklyn Botanic Garden ที่มีดอกซากุระบานสวยงาม ถือเป็นช่วงเวลาที่เดินถ่ายรูปตามสถานที่ท่องเที่ยวนิวยอร์กได้ชิลล์สุดๆ
ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม): อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 20°C – 32°C บางวันอาจมีคลื่นความร้อน อากาศอบอ้าวใกล้เคียงกับบ้านเรา โดยในหน้าร้อนนี้เมืองทั้งเมืองจะคึกคักสุดๆ ช่วงกลางวันจะยาวนาน พระอาทิตย์ตกดินช้าเกือบสองทุ่ม ทำให้มีเวลาลุยที่เที่ยวในนิวยอร์ก ได้คุ้มค่าสุดๆ มี event ชิคๆ และที่เที่ยวนิวยอร์กเปิดให้ร่วมสนุกเยอะมาก เช่น คอนเสิร์ตกลางแจ้ง หนังกลางแปลงในสวนสาธารณะ หรือจะแวะไปรับลมทะเลที่ Coney Island ก็ได้ฟีลหน้าร้อนแบบอเมริกันแท้ๆ
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน): อุณหภูมิเฉลี่ย 8°C – 24°C อากาศเริ่มเย็นสบาย ลมพัดสดชื่น ค่อยๆ ไต่ระดับความหนาวลงในเดือนพฤศจิกายน ช่วงนี้ถือเป็นฤดูกาลยอดฮิตเลยก็ว่าได้! บรรยากาศทั่วทั้งเมืองจะถูกแต่งแต้มด้วยเฉดสีเหลือง ส้ม และแดงของใบไม้เปลี่ยนสี โดยเฉพาะช่วงปลายตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายน ถ่ายรูปมุมไหนก็สวยละมุนตา จะเดินรับลมบน Brooklyn Bridge จิบกาแฟชิลล์ๆ ย่าน Soho หรือเดินชมวิวที่ Main Street Park ก็โรแมนติกสุดๆ
ฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์): อุณหภูมิเฉลี่ย -3°C – 6°C เรียกว่าหนาวจัด ลมแรง และมีหิมะตกในบางช่วง แม้อากาศจะหนาวสะท้าน แต่ก็ได้ฟีลลิ่งอบอุ่นๆ จากไฟประดับธีมเทศกาล ไฮไลต์คือบรรยากาศเฉลิมฉลองคริสต์มาสและปีใหม่ มีลานสเก็ตน้ำแข็งเปิดให้บริการ มีการตกแต่งต้นคริสต์มาสยักษ์อันโด่งดังที่ Rockefeller Center ไฟประดับตระการตาตามร้านค้าบนถนน Fifth Avenue และบรรยากาศสุดยิ่งใหญ่ในการรวมตัวเคานท์ดาวน์กลางย่าน Times Square ที่สายเที่ยวต้องมาสัมผัสซักครั้งในชีวิต

เคล็ดลับการเที่ยวนิวยอร์ก

เตรียมตัวกันมาพร้อมขนาดนี้แล้ว ลองเอาเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ นี้ไปปรับใช้ รับรองว่าจะช่วยให้การเที่ยวนิวยอร์กด้วยตัวเองของเพื่อนๆ ราบรื่น ประหยัดเวลา เที่ยวสนุก แถมคุ้มค่าเงินในกระเป๋าขึ้นอีกเยอะเลย!

เผื่อเวลาเที่ยวไว้อย่างน้อย  5 วัน: ถ้าเป็นการเที่ยวนิวยอร์กครั้งแรกแนะนำว่าควรมีเวลาอย่างน้อย 5–7 วัน จะได้มีเวลาเช็กอินที่เที่ยวนิวยอร์กได้ครบและไม่เร่ง ทั้งแลนด์มาร์กหลักอย่าง Statue of Liberty, One World Observatory, Brooklyn Bridge ไปจนถึงการเดินเสพศิลปะในพิพิธภัณฑ์ระดับโลก
ประหยัดค่าน้ำด้วยขวดน้ำพกพา: น้ำดื่มบรรจุขวดในนิวยอร์ก ราคาค่อนข้างสูง (ขวดละ $2–$4 เลยนะ!) แนะนำให้พกขวดน้ำส่วนตัวติดกระเป๋าไว้ เพราะที่นี่มีจุดเติมน้ำดื่มสะอาด (Water Refill Station) ให้บริการฟรีตามมิวเซียม สวนสาธารณะอย่าง Central Park และจุดท่องเที่ยวหลักๆ ช่วยเซฟเงินเอาไปกินเบอร์เกอร์อร่อยๆ ได้อีกเยอะ!
ใช้บัตร City Pass เซฟทั้งเงิน เซฟทั้งเวลา: หากวางแพลนเที่ยวนิวยอร์กว่าจะขึ้นจุดชมวิวตึกสูง เช่น Empire State Building, Rockefeller Center (Top of the Rock) หรือข้ามเรือไปดูเทพีเสรีภาพ การซื้อบัตร Pass รวม (เช่น New York CityPASS หรือ Go City Pass) จะช่วยประหยัดค่าเข้า สถานที่ท่องเที่ยวนิวยอร์กได้สูงสุดถึง 40–50% แถมยังได้ช่องทางพิเศษ (Fast Track) ไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวยาวเหยียดอีกด้วย
เตรียมรองเท้าผ้าใบที่ใส่สบายที่สุด: แม้นครแห่งนี้จะมีรถไฟใต้ดินนิวยอร์กคอยให้บริการ แต่หัวใจหลักของการลุยที่เที่ยวในนิวยอร์ก ก็คือการเดิน! ในแต่ละวันอาจต้องเดินเฉลี่ย 10,000 – 20,000 ก้าวเลย เพราะฉะนั้นเลือกรองเท้าผ้าใบซัพพอร์ตเท้าดีๆ นุ่มสบาย ใส่แล้วไม่กัดไว้ก่อนเลย จะได้เดินช้อปปิ้งบนถนน Fifth Avenue หรือเดินถ่ายรูปเพลินๆ ได้ตลอดทั้งวัน
เข้าใจธรรมเนียมการให้ทิป (Tipping Culture): อีกหนึ่งเรื่องสำคัญของการมาเที่ยวอเมริกา คือการให้ทิป สำหรับการนั่งทานอาหารในร้านที่มีพนักงานเดินมาบริการ ธรรมเนียมปฏิบัติมาตรฐานจะอยู่ที่ประมาณ 18% – 22% ของยอดรวมค่าอาหาร (ก่อนภาษี) ส่วนแท็กซี่หรือคนยกกระเป๋าที่โรงแรม ก็ควรให้ทิปเล็กๆ น้อยๆ ($1–$5) เพื่อเป็นน้ำใจด้วยนะ
ตามเก็บ ที่เที่ยวนิวยอร์ก ฟรี เพิ่มความคุ้มค่า: นอกจากแลนด์มาร์กดังๆ แล้ว เมืองนี้ยังมีที่เที่ยวฟรี ดีๆ อีกเพียบ! เช่น นั่งเรือเฟอร์รี Staten Island Ferry ชมวิวเทพีเสรีภาพจากบนเรือฟรี, เดินเล่นบนสวนลอยฟ้า The High Line, รับลมเย็นๆ ที่ Bryant Park หรือแวะถ่ายรูปมุมมหาชนที่ Main Street Park ย่าน DUMBO บอกเลยว่าเที่ยวแบบประหยัดงบก็ฟินและได้รูปสวยๆ กลับไปเยอะไม่แพ้กัน!

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวนิวยอร์ก (FAQ)

Q: ไปเที่ยวนิวยอร์ก ต้องทำวีซ่าไหม? 

A: ต้องทำ นักท่องเที่ยวผู้ถือพาสปอร์ตไทยจำเป็นต้องขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา (US Visa ประเภท B1/B2) ล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง โดยมีขั้นตอนการกรอกแบบฟอร์ม DS-160 ชำระค่าธรรมเนียม และเข้าสัมภาษณ์ที่สถานทูตอเมริกาประจำประเทศไทย

Q: เที่ยวนิวยอร์ก ช่วงไหนดีที่สุด? 

A: ช่วงที่สภาพอากาศดีและสวยที่สุดคือ ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน) ลมเย็นสบายและมีใบไม้เปลี่ยนสีทั่วเมือง แต่ถ้าใครอยากสัมผัสบรรยากาศคริสต์มาส แสงไฟประดับ และลานสเก็ตน้ำแข็ง แนะนำให้มาช่วงฤดูหนาว (ธันวาคม) 

Q: ควรเตรียมงบเที่ยวนิวยอร์กประมาณเท่าไหร่? (ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินและวีซ่า) 

A: สำหรับทริป 5–7 วัน ควรเผื่อไว้อย่างน้อยประมาณ 35,000 – 60,000 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับสไตล์การเลือกที่พัก ค่านั่งกินร้านอาหาร (ซึ่งมีบวกภาษีและทิปอีก 18–22%) รวมถึงค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ 

Q: จากสนามบิน JFK เดินทางเข้าเมืองแมนฮัตตันยังไงคุ้มสุด?

A: วิธีประหยัดและคุ้มที่สุดคือการนั่งรถไฟ AirTrain จากเทอร์มินัลไปลงสถานี Jamaica Station แล้วต่อรถไฟใต้ดิน (Subway) สาย E เข้าสู่แมนฮัตตัน ใช้เวลาประมาณ 50–60 นาที ในราคารวมเพียง $11.75 เท่านั้น

Q: ไปเที่ยวนิวยอร์ก ต้องแต่งตัวยังไงดี? 

A: เน้นแต่งตัวตามฤดูกาลและเน้นความสบายเป็นหลัก หน้าร้อนสวมเสื้อผ้าโปร่งสบาย หน้าหนาวต้องจัดเต็มเสื้อโค้ต ลองจอน และอุปกรณ์กันลม ที่สำคัญที่สุดคือรองเท้าผ้าใบซัพพอร์ตเท้าดีๆ เพราะจะต้องเดินเยอะมากกว่าวันละหมื่นก้าวขึ้นไปแน่นอน

Q: ขับรถเที่ยวนิวยอร์กดีไหม มีที่จอดรถรึเปล่า? 

A: ไม่แนะนำอย่างยิ่ง เพราะการจราจรในแมนฮัตตันติดขัดมาก ค่าจอดรถตามตึกสูงลิบลิ่ว (ชั่วโมงละหลายสิบดอลลาร์) และหาที่จอดยาก แนะนำให้ใช้รถไฟใต้ดินนิวยอร์ก (Subway) หรือการเดินจะสะดวก รวดเร็ว และประหยัดกว่าเยอะ

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ นิวยอร์กซิตี

นิวยอร์กซิตี

United States

แมนฮันตัน

United States

บรูคลิน

United States
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร