
สวิตเซอร์แลนด์ ประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวภูเขาหิมะ ทะเลสาบสีฟ้าใส และธรรมชาติสวยเหมือนภาพโปสการ์ด มีพิกัดบนเทือกเขาแอลป์ให้ตามเก็บเยอะจนเลือกแทบไม่ถูก ใครกำลังจัดทริปแล้วอยากได้ที่เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ที่รวมทั้งวิวอลังการ หิมะ ธารน้ำแข็ง และกิจกรรมสนุก ๆ ไว้ในที่เดียว Glacier 3000 คือหนึ่งในพิกัดที่ไม่ควรพลาด เพราะแค่นั่งกระเช้าขึ้นไปก็ได้สัมผัสบรรยากาศบนความสูงเกือบ 3,000 เมตรแล้ว ไม่ต้องเป็นสายปีนเขาหรือ Trekking ก็ขึ้นไปชมวิวสวย ๆ ได้แบบสบาย ๆ
ความสนุกของ Glacier 3000 สวิตเซอร์แลนด์ คือไม่ได้มีแค่การขึ้นไปยืนชมวิวแล้วกลับ เพราะด้านบนมีกิจกรรมให้เลือกทำเพียบ จะเป็นสายถ่ายรูป สายธรรมชาติ หรืออยากเติมความตื่นเต้นให้ทริปก็เที่ยวได้สนุกหมด ที่สำคัญ การเที่ยว Glacier 3000 ด้วยตัวเอง ก็ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด จะจัดเป็น Day Trip จาก Montreux หรือ Gstaad หรือเลือกพักที่หมู่บ้าน Les Diablerets สักคืน แล้วค่อยขึ้นเขาตอนเช้าก็ได้
บทความนี้ Traveloka เลยรวมข้อมูลการเที่ยว Glacier 3000 มาให้ครบ ทั้งจุดไฮไลต์ วิธีเดินทาง กิจกรรม ช่วงเวลาน่าเที่ยว และที่พักใกล้ ๆ ใครกำลังวางแผนเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ก็เตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม แล้วไปสัมผัสวิวสวย ๆ ของ Glacier 3000 กันได้เลย! ส่วนใครอยากจัดทริปให้ง่ายขึ้น ก็สามารถจองตั๋วเครื่องบินและที่พักผ่าน Traveloka ได้ครบในที่เดียว สะดวกตั้งแต่เริ่มแพลนไปจนถึงวันออกเดินทาง
Glacier 3000 เป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมของสวิตเซอร์แลนด์ที่เที่ยวได้ทั้งฤดูร้อนและฤดูหนาว ด้วยทำเลที่อยู่ท่ามกลางเทือกเขาแอลป์ ทำให้ได้เห็นทั้งวิวภูเขาสูง ธารน้ำแข็ง และธรรมชาติแบบพาโนรามา โดยเทือกเขาแอลป์เป็นแนวเทือกเขาขนาดใหญ่ที่ทอดผ่านหลายประเทศในยุโรป รวมถึงสวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส อิตาลี ออสเตรีย และเยอรมนี
สำหรับ Glacier 3000 สวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขาของ Gstaad และชื่อ “Glacier 3000” ก็สื่อถึงพื้นที่ธารน้ำแข็งบนระดับความสูงราว 3,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล จุดนี้เองที่ทำให้บรรยากาศด้านบนแตกต่างจากหมู่บ้านด้านล่างอย่างชัดเจน แค่นั่งกระเช้าขึ้นไปไม่นาน จากวิวทุ่งหญ้าและป่าสนก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นโลกของภูเขาสูง หิมะ และธารน้ำแข็ง เรียกว่าเป็นอีกพิกัดที่ได้สัมผัสเสน่ห์ของ Swiss Alps แบบเต็ม ๆ
มา Glacier 3000 แล้ว หนึ่งในจุดที่ต้องไปเช็กอินให้ได้คือ Peak Walk by Tissot สะพานแขวนยาว 107 เมตรที่เชื่อมยอดเขายอดเขา Tour St-Marting เข้ากับ ยอดเขา Scex Rouge ซึ่งความพิเศษคือที่นี่เป็นสะพานแขวนแห่งเดียวในโลกที่เชื่อมยอดเขาสองยอดเข้าด้วยกัน เรียกว่าแค่โลเคชันก็ไม่ธรรมดาแล้ว
ระหว่างเดินคือได้วิวแบบเต็มตาสุด ๆ รอบตัวมีทั้งภูเขาหิมะและแนวเทือกเขาแอลป์ ทอดยาวไปไกล วันที่ฟ้าเปิดยังมีโอกาสมองเห็นยอดเขาดังอย่าง Matterhorn, Mont Blanc, Eiger, Mönch และ Jungfrau อีกด้วย ใครกลัวความสูงอาจมีขาสั่นนิด ๆ แต่ถ้าค่อย ๆ เดินแล้วแวะถ่ายรูประหว่างทาง บอกเลยว่าวิวคุ้มมาก และ Peak Walk ก็รวมอยู่ในตั๋วกระเช้าปกติแล้วด้วย
Credit: glacier3000.ch
ถ้าอยากสัมผัส Glacier 3000 มากกว่าการมองจากจุดชมวิว ต้องลอง Glacier Walk เส้นทางเดินที่พาเราเข้าไปสัมผัสบรรยากาศของธารน้ำแข็งแบบใกล้ ๆ จากสถานีด้านบนสามารถนั่ง Ice Express Chairlift ลงมายังบริเวณธารน้ำแข็ง แล้วค่อยออกเดินตามเส้นทางที่จัดไว้
ระหว่างทางแทบไม่มีอะไรมาบังวิว มองไปทางไหนก็เจอทั้งหิมะ ธารน้ำแข็ง และภูเขาสูง ยิ่งวันที่ท้องฟ้าเปิดคือถ่ายรูปสวยสุดใจ ถ้ามีเวลาและอยากเดินต่อ สามารถไปจนถึง Restaurant Refuge l'Espace บริเวณ Quille du Diable ได้ ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตรต่อเที่ยว ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง เหมาะกับคนที่อยากสัมผัส ธารน้ำแข็งสวิตเซอร์แลนด์แบบเต็มอิ่มขึ้นอีกหน่อย
Credit: glacier3000.ch
ใครคิดว่าขึ้นมาบน Glacier 3000 สวิตเซอร์แลนด์ แล้วจะมีแต่กิจกรรมเดินชมวิวชิล ๆ ต้องลอง Alpine Coaster เพราะนี่คือรถรางบนภูเขาที่พาเราไถลไปตามรางยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ผ่านทั้งทางโค้ง เนิน และช่วงลงเขาที่เพิ่มความตื่นเต้นได้กำลังดี
ความสนุกคือสามารถควบคุมความเร็วได้เอง ใครอยากนั่งชิล ๆ รับลมชมวิวก็เบรกได้ ส่วนสายแอดเวนเจอร์ก็ปล่อยให้เร็วขึ้นได้ โดยทำความเร็วสูงสุดประมาณ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่สำคัญฉากหลังตลอดทางคือวิว Swiss Alps แบบเต็ม ๆ เลยได้ทั้งความสนุกและวิวสวยในรอบเดียว
ทั้งนี้ Alpine Coaster เป็นกิจกรรมตามฤดูกาล โดยปกติเปิดในช่วงหน้าร้อนและขึ้นอยู่กับสภาพหิมะและอากาศในแต่ละวัน ใครตั้งใจมาเล่นโดยเฉพาะ แนะนำเช็กสถานะกิจกรรมก่อนขึ้นเขา จะได้ไม่มาเสียเที่ยว
จริง ๆ แล้วไม่ต้องเล่นกิจกรรมอะไรเลย Glacier 3000 ก็คุ้มกับการขึ้นมาแล้ว เพราะวิวด้านบนเปิดกว้างแบบแทบไม่มีอะไรมาบัง มองออกไปจะเห็นแนวเทือกเขาสลับซับซ้อน หิมะ และธารน้ำแข็งอยู่รอบตัว โดยในวันที่อากาศเป็นใจสามารถมองเห็นยอดเขาที่สูงกว่า 4,000 เมตรได้หลายยอดเลย
อีกช่วงที่วิวสวยไม่แพ้กันคือตอนนั่งกระเช้า Glacier 3000 ขึ้นจาก Col du Pillon เพราะวิวจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากหมู่บ้าน ทุ่งหญ้า และป่าสนด้านล่าง กลายเป็นภูเขาหินและพื้นที่หิมะเมื่อขึ้นสูงเรื่อย ๆ ใครชอบถ่ายภาพแนว Landscape แนะนำเตรียมกล้องไว้ตั้งแต่อยู่บนกระเช้าเลย!
Credit: glacier3000.ch
อีกหนึ่งมุมที่น่าสนใจและให้บรรยากาศต่างจากจุดอื่นคือ Lake Blue Ice ทะเลสาบเล็ก ๆ ที่เกิดจากการละลายของหิมะและน้ำแข็ง อยู่ไม่ไกลจากเส้นทาง Glacier Walk ในบางช่วง โดยเฉพาะช่วงต้นฤดูร้อน น้ำจะเป็นโทนฟ้าเทอร์ควอยซ์ ตัดกับหิมะสีขาวและภูเขารอบ ๆ แบบสวยสะดุดตา
แต่ความพิเศษของที่นี่คือวิวไม่ได้เหมือนเดิมตลอด เพราะระดับน้ำ สี และรูปร่างของทะเลสาบเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติและสภาพธารน้ำแข็งในแต่ละช่วง ใครมาเจอจังหวะที่น้ำกำลังสวยก็ถือว่าได้โบนัสเพิ่มจากทริป เที่ยว Glacier 3000 เลย
หมายเหตุ: เวลาเปิด–ปิด ค่าเข้า และกิจกรรมต่าง ๆ สามารถเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล สภาพหิมะ และสภาพอากาศ ควรเช็กข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทางอีกครั้ง
Glacier 3000 ตั้งอยู่บริเวณ Col du Pillon ระหว่างเมือง Les Diablerets กับเมืองตากอากาศชื่อดังอย่าง Gstaad ทางตะวันตกของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จุดเริ่มต้นสำหรับขึ้นเขาคือสถานีกระเช้าที่ Col du Pillon จากตรงนี้สามารถนั่ง Cable Car Glacier 3000 ขึ้นไปยังสถานี Scex Rouge บนความสูงเกือบ 3,000 เมตรได้ในเวลาประมาณ 15 นาทีเท่านั้น
ข้อดีคือการเดินทางมาที่นี่ค่อนข้างสะดวก จะขับรถมาเองหรือนั่งรถไฟต่อรถบัสก็ได้ ทำให้การเที่ยว Glacier 3000 ด้วยตัวเองไม่ได้ยากอย่างที่หลายคนคิด แถมยังจัดเป็น Day Trip จากเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอย่าง Montreux หรือ Gstaad ได้สบาย ๆ
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/VoDZUqqza8dXQjS4A
สำหรับคนไทยที่กำลังวางแผนเที่ยว Glacier 3000 สวิตเซอร์แลนด์ จากกรุงเทพฯ สามารถบินไปลงที่เจนีวา (Geneva) ซึ่งเป็นหนึ่งในสนามบินหลักที่เดินทางต่อมายังโซนนี้ได้สะดวก จากสนามบินสามารถนั่งรถไฟต่อไปทาง Lausanne, Montreux และ Aigle ก่อนเปลี่ยนขบวนไปยัง Les Diablerets แล้วต่อรถบัสขึ้นไปยัง Col du Pillon
อีกวิธีคือบินไปลงซูริค (Zurich) แล้วเดินทางด้วยรถไฟข้ามมายังฝั่งตะวันตกของสวิตเซอร์แลนด์ได้เช่นกัน แต่ถ้าแพลนเที่ยวเน้น, Lausanne, Montreux และ Glacier 3000 อยู่แล้ว การเริ่มต้นจาก Geneva จะค่อนข้างเข้าทางกว่า
ถ้าจะเดินทางไป Glacier 3000 จากเจนีวา ด้วยขนส่งสาธารณะ สามารถนั่งรถไฟจาก Geneva ไปยัง Aigle โดยเส้นทางจะผ่าน Lausanne จากนั้นเปลี่ยนเป็นรถไฟสายภูเขาจาก Aigle ไป Les Diablerets แล้วต่อ PostBus สาย 180 ไปลงป้าย Col-du-Pillon, Glacier 3000 ซึ่งอยู่ใกล้สถานีกระเช้าเลย
แม้จะต้องต่อรถหลายช่วง แต่ระบบขนส่งสาธารณะของสวิตเซอร์แลนด์ค่อนข้างเชื่อมต่อกันดี ใครไม่ได้เช่ารถก็สามารถมาเที่ยว Glacier 3000 ด้วยตัวเอง ได้ไม่ยาก แนะนำแค่เช็กตารางรถไฟและรถบัสไว้ก่อน จะได้ต่อรถแบบไม่ต้องรอนาน
ถ้าพักอยู่ Montreux การเดินทางจะกระชับขึ้นมาอีก สามารถนั่งรถไฟไป Aigle จากนั้นต่อรถไฟไป Les Diablerets และเปลี่ยนเป็น PostBus ขึ้นไปยัง Col du Pillon ได้เลย
เส้นทางนี้เหมาะมากสำหรับคนที่กำลังเที่ยวแถวทะเลสาบเจนีวา เพราะสามารถจัดแพลนไป Glacier 3000 จากมงเทรอซ์ เป็น Day Trip ได้ หรือถ้าไม่อยากรีบ ก็พักที่ Les Diablerets สักคืน ตื่นเช้ามาค่อยขึ้นกระเช้า จะมีเวลาเดินเล่นและทำกิจกรรมบนเขาได้เต็มที่กว่า
ใครมี Gstaad อยู่ในแพลนอยู่แล้วก็ยิ่งสะดวก เพราะสามารถนั่ง PostBus จาก Gstaad มายัง Col du Pillon ได้โดยตรง ใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 30 นาที ระหว่างทางยังได้ชมวิวหมู่บ้านและภูเขาไปเรื่อย ๆ เป็นอีกเส้นทางที่นั่งเพลินมาก
วิธีนี้เหมาะกับคนที่อยากจับสองพิกัดดังไว้ในทริปเดียว ช่วงเช้าขึ้นไปเที่ยว Glacier 3000 แล้วกลับลงมาเดินเล่น Gstaad ต่อช่วงเย็นก็จัดแพลนได้ลงตัว
สำหรับสาย Road Trip การขับรถมาจะสะดวกที่สุด เพราะสามารถปักหมุดตรงมายังสถานีกระเช้าที่ Col du Pillon ได้เลย จาก Les Diablerets ใช้เวลาขับรถประมาณ 10 นาที ส่วนจาก Gstaad ประมาณ 20 นาที และบริเวณสถานีกระเช้ามีพื้นที่จอดรถให้บริการ
เส้นทางขึ้นเขามีวิวสวยตลอดทาง แต่ถ้าขับช่วงฤดูหนาวควรเช็กสภาพถนนและสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง รวมถึงเตรียมรถให้เหมาะกับการขับบนถนนที่อาจมีหิมะหรือน้ำแข็ง
พอมาถึง Col du Pillon แล้วก็ถึงช่วงที่สนุกที่สุด เพราะจากตรงนี้สามารถขึ้นกระเช้าไปยังสถานี Scex Rouge ได้เลย ใช้เวลารวมประมาณ 15 นาที ระหว่างทางวิวจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากป่าสนและภูเขาด้านล่างเป็นภูมิประเทศบนเขาสูง ยิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ ก็ยิ่งเห็นแนวเทือกเขาแอลป์เปิดกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
ตัวกระเช้าจะผ่านสถานี Cabane ก่อนขึ้นต่อไปยัง Scex Rouge พอออกจากกระเช้าด้านบนก็สามารถเริ่มเที่ยวจุดไฮไลต์ต่าง ๆ ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็น Peak Walk by Tissot, จุดชมวิว หรือเดินต่อไปทำกิจกรรมบนธารน้ำแข็ง
สำหรับคนที่ใช้ Swiss Travel Pass สามารถใช้สิทธิ์ส่วนลดสำหรับตั๋วกระเช้า Glacier 3000 ได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด ควรเช็กราคาพิเศษก่อนซื้อตั๋ว โดยเฉพาะถ้าใช้ Pass เดินทางเที่ยวหลายเมืองในสวิตเซอร์แลนด์อยู่แล้ว
ถ้าถามว่าเที่ยว Glacier 3000 เดือนไหนดี แบบเลือกช่วงที่เที่ยวสนุกและทำกิจกรรมได้หลากหลาย เดือนมิถุนายน–กันยายนถือเป็นช่วงที่น่าเที่ยวมาก เพราะเป็นฤดูร้อน ท้องฟ้ามีโอกาสเปิด เหมาะกับการเดิน ชมวิวเทือกเขาแอลป์ และเล่น Alpine Coaster ส่วนใครอยากเจอหิมะแบบจัดเต็มและตั้งใจมาเล่นสกี ให้เล็งช่วงพฤศจิกายน–เมษายนแทน เพราะเป็นฤดูสกีของที่นี่โดยตรง
Credit: glacier3000.ch
ถ้าไม่อยากรีบไป–กลับภายในวันเดียว ลองพักแถว Les Diablerets สักคืนก็ดีมาก เพราะนอกจากจะอยู่ใกล้ Glacier 3000 แล้ว ตัวหมู่บ้านเองก็มีบรรยากาศเงียบสงบ รายล้อมด้วยภูเขา และได้ฟีลหมู่บ้านสวิตเซอร์แลนด์แบบที่หลายคนนึกภาพไว้เลย
ถ้าอยากได้ที่พักที่โลเคชันสะดวกและบรรยากาศเป็นกันเอง Hôtel Le Chamois เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ตัวโรงแรมตั้งอยู่บน Route du Pillon ใน Les Diablerets ใกล้ใจกลางหมู่บ้านและสถานีรถไฟ ทำให้เดินทางมาจากเมืองอื่นได้ง่าย และยังต่อรถไปยัง Col du Pillon เพื่อขึ้นกระเช้า Glacier 3000 ได้สะดวก บรรยากาศของที่พักให้ฟีลโรงแรมบนภูเขาแบบเรียบง่ายและอบอุ่น รอบ ๆ มองเห็นวิวธรรมชาติของ Swiss Alps เหมาะกับคนที่อยากตื่นเช้ามารับอากาศเย็น ๆ แล้วออกไปเที่ยว Glacier 3000 ต่อแบบไม่ต้องเร่งรีบ อีกข้อดีคืออยู่ใกล้โซนหมู่บ้าน จึงออกไปหาร้านอาหาร เดินเล่น หรือซื้อของใช้ได้ง่าย เหมาะทั้งคู่รัก ครอบครัว และคนที่มา เที่ยว Glacier 3000 ด้วยตัวเองเลย
ใครอยากเพิ่มความสบายให้ทริป ลองเลือก The Glacier Hotel โรงแรมระดับ 4 ดาว Superior ที่อยู่ใน Les Diablerets เช่นเดียวกัน โดยโรงแรมตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟประมาณ 600 เมตร ทำให้เดินทางเข้าออกหมู่บ้านได้สะดวก และสามารถต่อรถไปยัง Col du Pillon เพื่อขึ้น Glacier 3000 ได้ไม่ยาก บรรยากาศของโรงแรมผสมความอบอุ่นแบบ Alpine เข้ากับดีไซน์ร่วมสมัย เหมาะกับการกลับมาพักหลังใช้เวลาทั้งวันบนภูเขา ไฮไลต์มีทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส ซาวน่า และพื้นที่ Wellness สำหรับผ่อนคลาย ยิ่งถ้ามาช่วงหน้าหนาวที่รอบ ๆ ปกคลุมด้วยหิมะ ก็ยิ่งได้บรรยากาศการพักผ่อนกลาง Swiss Alps แบบเต็มอิ่มไปอีกขั้น
ปิดท้ายด้วย Hôtel Les Sources ตัวเลือกสำหรับคนที่ชอบที่พักบรรยากาศเงียบ ๆ โรงแรมระดับ 3 ดาวแห่งนี้อยู่ห่างจากสถานีรถไฟ Les Diablerets ประมาณ 600 เมตร และอยู่ใกล้ป้ายรถบัส Parc des Sports จึงเดินทางต่อไปยังจุดต่าง ๆ รอบหมู่บ้านได้สะดวก จุดที่น่ารักของที่นี่คือบรรยากาศสบาย ๆ ท่ามกลางวิวภูเขา หลายห้องมีระเบียงหรือพื้นที่ด้านนอกให้ออกมานั่งรับลมชมวิว และยังมีห้องสำหรับครอบครัวให้เลือก เหมาะกับคนที่ตั้งใจใช้เวลาส่วนใหญ่ออกไปเที่ยว แล้วมองหาที่พักเรียบง่ายสำหรับกลับมาพักผ่อนก่อนออกไปลุย Glacier 3000 ต่อในวันรุ่งขึ้น
ถ้าอยากเพิ่มที่เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ ที่ได้ทั้งวิวสวย ความสนุก และประสบการณ์บนภูเขาหิมะในวันเดียว Glacier 3000 เป็นพิกัดที่น่าใส่ไว้ในแพลนมาก ไม่ว่าจะมาเดินบนธารน้ำแข็ง ข้าม Peak Walk ซิ่ง Alpine Coaster หรือแค่ขึ้นมานั่งมองวิวเทือกเขาแอลป์ก็มีอะไรให้ประทับใจกลับไปแน่นอน ยิ่งจัดทริปคู่กับ Montreux, Gstaad หรือ Les Diablerets ก็ยิ่งได้เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์หลายบรรยากาศแบบครบ ๆ ในทริปเดียวเลย
อ่านต่อบทความท่องเที่ยวอื่นๆ:
Q: ไปเที่ยว Glacier 3000 ต้องแต่งตัวยังไง?
A: ด้านบนยอดเขามีความสูงเกือบ 3,000 เมตร จึงมีอากาศหนาวเย็นและลมแรงตลอดปี แม้ไปช่วงหน้าร้อนก็ควรเตรียมเสื้อกันลม แจ็กเก็ตกันหนาว แว่นกันแดด และครีมกันแดดให้พร้อม ที่สำคัญควรสวมรองเท้าที่เดินสบายและเกาะพื้นได้ดีเพื่อความปลอดภัยเมื่อต้องเดินบนพื้นหิมะหรือน้ำแข็ง
Q: คนไทยต้องทำวีซ่าไหม ถ้าจะไปเที่ยว Glacier 3000?
A: ต้องทำ เนื่องจาก Glacier 3000 ตั้งอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นักท่องเที่ยวชาวไทยจึงต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง
Q: ค่าใช้จ่ายตั๋วขึ้น Glacier 3000 ประมาณเท่าไหร่ และรวมอะไรบ้าง?
A: ตั๋วกระเช้าไป-กลับราคาประมาณ 89 CHF สำหรับผู้ใหญ่ และ 45 CHF สำหรับเด็ก (6–15 ปี) โดยเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีเข้าฟรี ตั๋วนี้ครอบคลุมการขึ้นกระเช้า, Peak Walk by Tissot, Ice Express Chairlift และ Glacier Walk แล้ว ส่วนผู้ถือ Swiss Travel Pass สามารถใช้เป็นส่วนลดค่าตั๋วตามเงื่อนไขได้อีกด้วย
Q: เดินทางจากสนามบินมา Glacier 3000 ยังไงสะดวกที่สุด?
A: แนะนำให้บินมาลงที่สนามบินเจนีวา (Geneva) แล้วนั่งรถไฟต่อมาทาง Lausanne/Montreux ลงที่สถานี Aigle หรือ Les Diablerets จากนั้นนั่ง PostBus สาย 180 ไปลงป้าย Col-du-Pillon, Glacier 3000 ซึ่งอยู่ติดกับสถานีกระเช้าได้เลย
Q: เที่ยว Glacier 3000 ช่วงเดือนไหนดีที่สุด?
A: หากเน้นเดินชมวิว ถ่ายรูป เดิน Glacier Walk และเล่น Alpine Coaster แนะนำช่วงฤดูร้อน (มิถุนายน–กันยายน) แต่หากตั้งใจมาสัมผัสหิมะหนานุ่ม เล่นสกี หรือสโนว์บอร์ด แนะนำช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน–เมษายน)
Q: ขับรถไปเองมีที่จอดรถไหม และเดินทางลำบากไหม?
A: เดินทางสะดวกมาก สามารถขับรถปักหมุดมาที่สถานีกระเช้า Col du Pillon ได้เลย โดยมีพื้นที่จอดรถให้บริการ ใช้เวลาขับจาก Les Diablerets ประมาณ 10 นาที หรือจาก Gstaad ประมาณ 20 นาที ทั้งนี้หากเดินทางช่วงฤดูหนาวควรเช็กสภาพถนนและเตรียมอุปกรณ์สำหรับขับบนหิมะให้พร้อม










