[รีวิว] Glacier 3000 พร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ

เที่ยว Glacier 3000 สวิตเซอร์แลนด์ ชมธารน้ำแข็งและวิวเทือกเขาแอลป์ พร้อมจุดไฮไลท์ วิธีเดินทาง ช่วงน่าเที่ยว กิจกรรม และที่พักแนะนำ
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 5 นาที

สวิตเซอร์แลนด์ ประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวภูเขาหิมะ ทะเลสาบสีฟ้าใส และธรรมชาติสวยเหมือนภาพโปสการ์ด มีพิกัดบนเทือกเขาแอลป์ให้ตามเก็บเยอะจนเลือกแทบไม่ถูก ใครกำลังจัดทริปแล้วอยากได้ที่เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ที่รวมทั้งวิวอลังการ หิมะ ธารน้ำแข็ง และกิจกรรมสนุก ๆ ไว้ในที่เดียว Glacier 3000 คือหนึ่งในพิกัดที่ไม่ควรพลาด เพราะแค่นั่งกระเช้าขึ้นไปก็ได้สัมผัสบรรยากาศบนความสูงเกือบ 3,000 เมตรแล้ว ไม่ต้องเป็นสายปีนเขาหรือ Trekking ก็ขึ้นไปชมวิวสวย ๆ ได้แบบสบาย ๆ

ความสนุกของ Glacier 3000 สวิตเซอร์แลนด์ คือไม่ได้มีแค่การขึ้นไปยืนชมวิวแล้วกลับ เพราะด้านบนมีกิจกรรมให้เลือกทำเพียบ จะเป็นสายถ่ายรูป สายธรรมชาติ หรืออยากเติมความตื่นเต้นให้ทริปก็เที่ยวได้สนุกหมด ที่สำคัญ การเที่ยว Glacier 3000 ด้วยตัวเอง ก็ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด จะจัดเป็น Day Trip จาก Montreux หรือ Gstaad หรือเลือกพักที่หมู่บ้าน Les Diablerets สักคืน แล้วค่อยขึ้นเขาตอนเช้าก็ได้

บทความนี้ Traveloka เลยรวมข้อมูลการเที่ยว Glacier 3000 มาให้ครบ ทั้งจุดไฮไลต์ วิธีเดินทาง กิจกรรม ช่วงเวลาน่าเที่ยว และที่พักใกล้ ๆ ใครกำลังวางแผนเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ก็เตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม แล้วไปสัมผัสวิวสวย ๆ ของ Glacier 3000 กันได้เลย! ส่วนใครอยากจัดทริปให้ง่ายขึ้น ก็สามารถจองตั๋วเครื่องบินและที่พักผ่าน Traveloka ได้ครบในที่เดียว สะดวกตั้งแต่เริ่มแพลนไปจนถึงวันออกเดินทาง

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยว Glacier 3000 ใน 1 นาที

ไฮไลท์จุดชมวิวสุดอลังการ: พิกัดท่องเที่ยวบนความสูงเกือบ 3,000 เมตรในเขต Gstaad/Les Diablerets ที่รวมทั้งวิวเทือกเขาแอลป์แบบพาโนรามา หิมะ และธารน้ำแข็งไว้ในที่เดียว เที่ยวง่ายแค่นั่งกระเช้า 15 นาที
จุดท่องเที่ยวห้ามพลาด: เดินวัดใจบน Peak Walk by Tissot สะพานแขวนแห่งเดียวในโลกที่เชื่อม 2 ยอดเขา, สัมผัสหิมะและธารน้ำแข็งใกล้ชิดบนเส้นทาง Glacier Walk, นั่งรถรางภูเขา Alpine Coaster ความเร็วสูงสุด 40 กม./ชม. และชมความงามของ Lake Blue Ice ทะเลสาบสีฟ้าเทอร์ควอยซ์กลางธารน้ำแข็ง
กิจกรรมยอดฮิต: เดินข้ามสะพานแขวนชมวิว 360 องศา, นั่งรถรางไถลไปตามเนินเขา, เล่นสกีและสโนว์บอร์ดช่วงฤดูหนาว, นั่งสุนัขลากเลื่อนตะลุยหิมะ และแวะจิบกาแฟ/ทานอาหารพร้อมชมวิวหลักล้านบนยอดเขา
การเดินทางสะดวก: ขับรถยนต์มาปักหมุดจอดที่สถานีกระเช้า Col du Pillon ได้เลย หรือนั่งรถไฟมาลง Aigle / Les Diablerets / Gstaad แล้วต่อ PostBus มาลงหน้าสถานีกระเช้า สามารถจัดเป็น Day Trip จาก Montreux หรือ Gstaad ได้สบายๆ
ช่วงเวลาน่าเที่ยว: เที่ยวได้ตลอดปี หน้าร้อน (มิ.ย.–ก.ย.) อากาศกำลังดี เหมาะเดิน Glacier Walk และเล่น Alpine Coaster ส่วนฤดูหนาว (พ.ย.–เม.ย.) ได้ฟีล Winter Wonderland สวรรค์ของสายหิมะและคนชอบเล่นสกี

ประวัติ Glacier 3000

Glacier 3000 เป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมของสวิตเซอร์แลนด์ที่เที่ยวได้ทั้งฤดูร้อนและฤดูหนาว ด้วยทำเลที่อยู่ท่ามกลางเทือกเขาแอลป์ ทำให้ได้เห็นทั้งวิวภูเขาสูง ธารน้ำแข็ง และธรรมชาติแบบพาโนรามา โดยเทือกเขาแอลป์เป็นแนวเทือกเขาขนาดใหญ่ที่ทอดผ่านหลายประเทศในยุโรป รวมถึงสวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส อิตาลี ออสเตรีย และเยอรมนี

สำหรับ Glacier 3000 สวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขาของ Gstaad และชื่อ “Glacier 3000” ก็สื่อถึงพื้นที่ธารน้ำแข็งบนระดับความสูงราว 3,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล จุดนี้เองที่ทำให้บรรยากาศด้านบนแตกต่างจากหมู่บ้านด้านล่างอย่างชัดเจน แค่นั่งกระเช้าขึ้นไปไม่นาน จากวิวทุ่งหญ้าและป่าสนก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นโลกของภูเขาสูง หิมะ และธารน้ำแข็ง เรียกว่าเป็นอีกพิกัดที่ได้สัมผัสเสน่ห์ของ Swiss Alps แบบเต็ม ๆ

จุดไฮไลท์ต่างๆ ของ Glacier 3000

1. Peak Walk by Tissot สะพานแขวนกลางเทือกเขาแอลป์

มา Glacier 3000 แล้ว หนึ่งในจุดที่ต้องไปเช็กอินให้ได้คือ Peak Walk by Tissot สะพานแขวนยาว 107 เมตรที่เชื่อมยอดเขายอดเขา Tour St-Marting เข้ากับ ยอดเขา Scex Rouge ซึ่งความพิเศษคือที่นี่เป็นสะพานแขวนแห่งเดียวในโลกที่เชื่อมยอดเขาสองยอดเข้าด้วยกัน เรียกว่าแค่โลเคชันก็ไม่ธรรมดาแล้ว

ระหว่างเดินคือได้วิวแบบเต็มตาสุด ๆ รอบตัวมีทั้งภูเขาหิมะและแนวเทือกเขาแอลป์ ทอดยาวไปไกล วันที่ฟ้าเปิดยังมีโอกาสมองเห็นยอดเขาดังอย่าง Matterhorn, Mont Blanc, Eiger, Mönch และ Jungfrau อีกด้วย ใครกลัวความสูงอาจมีขาสั่นนิด ๆ แต่ถ้าค่อย ๆ เดินแล้วแวะถ่ายรูประหว่างทาง บอกเลยว่าวิวคุ้มมาก และ Peak Walk ก็รวมอยู่ในตั๋วกระเช้าปกติแล้วด้วย

2. Glacier Walk เดินเล่นบนธารน้ำแข็งแบบใกล้ ๆ

Credit: glacier3000.ch

ถ้าอยากสัมผัส Glacier 3000 มากกว่าการมองจากจุดชมวิว ต้องลอง Glacier Walk เส้นทางเดินที่พาเราเข้าไปสัมผัสบรรยากาศของธารน้ำแข็งแบบใกล้ ๆ จากสถานีด้านบนสามารถนั่ง Ice Express Chairlift ลงมายังบริเวณธารน้ำแข็ง แล้วค่อยออกเดินตามเส้นทางที่จัดไว้

ระหว่างทางแทบไม่มีอะไรมาบังวิว มองไปทางไหนก็เจอทั้งหิมะ ธารน้ำแข็ง และภูเขาสูง ยิ่งวันที่ท้องฟ้าเปิดคือถ่ายรูปสวยสุดใจ ถ้ามีเวลาและอยากเดินต่อ สามารถไปจนถึง Restaurant Refuge l'Espace บริเวณ Quille du Diable ได้ ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตรต่อเที่ยว ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง เหมาะกับคนที่อยากสัมผัส ธารน้ำแข็งสวิตเซอร์แลนด์แบบเต็มอิ่มขึ้นอีกหน่อย

3. Alpine Coaster ซิ่งรถรางกลางวิวภูเขาหิมะ

Credit: glacier3000.ch

ใครคิดว่าขึ้นมาบน Glacier 3000 สวิตเซอร์แลนด์ แล้วจะมีแต่กิจกรรมเดินชมวิวชิล ๆ ต้องลอง Alpine Coaster เพราะนี่คือรถรางบนภูเขาที่พาเราไถลไปตามรางยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ผ่านทั้งทางโค้ง เนิน และช่วงลงเขาที่เพิ่มความตื่นเต้นได้กำลังดี

ความสนุกคือสามารถควบคุมความเร็วได้เอง ใครอยากนั่งชิล ๆ รับลมชมวิวก็เบรกได้ ส่วนสายแอดเวนเจอร์ก็ปล่อยให้เร็วขึ้นได้ โดยทำความเร็วสูงสุดประมาณ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่สำคัญฉากหลังตลอดทางคือวิว Swiss Alps แบบเต็ม ๆ เลยได้ทั้งความสนุกและวิวสวยในรอบเดียว

ทั้งนี้ Alpine Coaster เป็นกิจกรรมตามฤดูกาล โดยปกติเปิดในช่วงหน้าร้อนและขึ้นอยู่กับสภาพหิมะและอากาศในแต่ละวัน ใครตั้งใจมาเล่นโดยเฉพาะ แนะนำเช็กสถานะกิจกรรมก่อนขึ้นเขา จะได้ไม่มาเสียเที่ยว

4. ชมวิว Swiss Alps แบบพาโนรามาจากความสูงเกือบ 3,000 เมตร

จริง ๆ แล้วไม่ต้องเล่นกิจกรรมอะไรเลย Glacier 3000 ก็คุ้มกับการขึ้นมาแล้ว เพราะวิวด้านบนเปิดกว้างแบบแทบไม่มีอะไรมาบัง มองออกไปจะเห็นแนวเทือกเขาสลับซับซ้อน หิมะ และธารน้ำแข็งอยู่รอบตัว โดยในวันที่อากาศเป็นใจสามารถมองเห็นยอดเขาที่สูงกว่า 4,000 เมตรได้หลายยอดเลย 

อีกช่วงที่วิวสวยไม่แพ้กันคือตอนนั่งกระเช้า Glacier 3000 ขึ้นจาก Col du Pillon เพราะวิวจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากหมู่บ้าน ทุ่งหญ้า และป่าสนด้านล่าง กลายเป็นภูเขาหินและพื้นที่หิมะเมื่อขึ้นสูงเรื่อย ๆ ใครชอบถ่ายภาพแนว Landscape แนะนำเตรียมกล้องไว้ตั้งแต่อยู่บนกระเช้าเลย!

5. Lake Blue Ice ทะเลสาบสีฟ้ากลางธารน้ำแข็ง

Credit: glacier3000.ch

อีกหนึ่งมุมที่น่าสนใจและให้บรรยากาศต่างจากจุดอื่นคือ Lake Blue Ice ทะเลสาบเล็ก ๆ ที่เกิดจากการละลายของหิมะและน้ำแข็ง อยู่ไม่ไกลจากเส้นทาง Glacier Walk ในบางช่วง โดยเฉพาะช่วงต้นฤดูร้อน น้ำจะเป็นโทนฟ้าเทอร์ควอยซ์ ตัดกับหิมะสีขาวและภูเขารอบ ๆ แบบสวยสะดุดตา

แต่ความพิเศษของที่นี่คือวิวไม่ได้เหมือนเดิมตลอด เพราะระดับน้ำ สี และรูปร่างของทะเลสาบเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติและสภาพธารน้ำแข็งในแต่ละช่วง ใครมาเจอจังหวะที่น้ำกำลังสวยก็ถือว่าได้โบนัสเพิ่มจากทริป เที่ยว Glacier 3000 เลย

เวลาทำการ Glacier 3000 

ฤดูร้อน (พฤษภาคม – ตุลาคม): เปิดให้บริการทุกวัน 09:00 – 16:50 น. (รอบสุดท้ายขึ้นเวลา 16:20 น.) กระเช้าออกทุก 20 นาที
ฤดูหนาว (พฤศจิกายน – เมษายน): เปิดให้บริการทุกวัน 09:00 – 16:30 น. (รอบสุดท้ายขึ้นเวลา 16:00 น.) กระเช้าออกทุก 20 นาที

ราคาตั๋ว Glacier 3000 

ราคาตั๋วไป–กลับอยู่ที่ประมาณ 89 CHF สำหรับผู้ใหญ่ / 45 CHF สำหรับเด็กอายุ 6–15 ปี เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีฟรี 
ผู้ถือ Swiss Travel Pass สามารถรับส่วนลดค่าตั๋วได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด
ตั๋วปกติรวมกระเช้าไป–กลับ, Peak Walk by Tissot, Ice Express Chairlift, Snow Fun Park และ Glacier Walk ส่วนกิจกรรมอย่าง Alpine Coaster หรือสุนัขลากเลื่อนจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติ

หมายเหตุ: เวลาเปิด–ปิด ค่าเข้า และกิจกรรมต่าง ๆ สามารถเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล สภาพหิมะ และสภาพอากาศ ควรเช็กข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทางอีกครั้ง

ที่ตั้งและการเดินทางไป Glacier 3000

Glacier 3000 ตั้งอยู่บริเวณ Col du Pillon ระหว่างเมือง Les Diablerets กับเมืองตากอากาศชื่อดังอย่าง Gstaad ทางตะวันตกของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จุดเริ่มต้นสำหรับขึ้นเขาคือสถานีกระเช้าที่ Col du Pillon จากตรงนี้สามารถนั่ง Cable Car Glacier 3000 ขึ้นไปยังสถานี Scex Rouge บนความสูงเกือบ 3,000 เมตรได้ในเวลาประมาณ 15 นาทีเท่านั้น

ข้อดีคือการเดินทางมาที่นี่ค่อนข้างสะดวก จะขับรถมาเองหรือนั่งรถไฟต่อรถบัสก็ได้ ทำให้การเที่ยว Glacier 3000 ด้วยตัวเองไม่ได้ยากอย่างที่หลายคนคิด แถมยังจัดเป็น Day Trip จากเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอย่าง Montreux หรือ Gstaad ได้สบาย ๆ

วิธีเดินทางจากไทยไป Glacier 3000

สำหรับคนไทยที่กำลังวางแผนเที่ยว Glacier 3000 สวิตเซอร์แลนด์ จากกรุงเทพฯ สามารถบินไปลงที่เจนีวา (Geneva)  ซึ่งเป็นหนึ่งในสนามบินหลักที่เดินทางต่อมายังโซนนี้ได้สะดวก จากสนามบินสามารถนั่งรถไฟต่อไปทาง Lausanne, Montreux และ Aigle ก่อนเปลี่ยนขบวนไปยัง Les Diablerets แล้วต่อรถบัสขึ้นไปยัง Col du Pillon

อีกวิธีคือบินไปลงซูริค (Zurich) แล้วเดินทางด้วยรถไฟข้ามมายังฝั่งตะวันตกของสวิตเซอร์แลนด์ได้เช่นกัน แต่ถ้าแพลนเที่ยวเน้น, Lausanne, Montreux และ Glacier 3000 อยู่แล้ว การเริ่มต้นจาก Geneva จะค่อนข้างเข้าทางกว่า

วิธีเดินทางจาก Geneva ไป Glacier 3000

ถ้าจะเดินทางไป Glacier 3000 จากเจนีวา ด้วยขนส่งสาธารณะ สามารถนั่งรถไฟจาก Geneva ไปยัง Aigle โดยเส้นทางจะผ่าน Lausanne จากนั้นเปลี่ยนเป็นรถไฟสายภูเขาจาก Aigle ไป Les Diablerets แล้วต่อ PostBus สาย 180  ไปลงป้าย Col-du-Pillon, Glacier 3000 ซึ่งอยู่ใกล้สถานีกระเช้าเลย

แม้จะต้องต่อรถหลายช่วง แต่ระบบขนส่งสาธารณะของสวิตเซอร์แลนด์ค่อนข้างเชื่อมต่อกันดี ใครไม่ได้เช่ารถก็สามารถมาเที่ยว Glacier 3000 ด้วยตัวเอง ได้ไม่ยาก แนะนำแค่เช็กตารางรถไฟและรถบัสไว้ก่อน จะได้ต่อรถแบบไม่ต้องรอนาน

วิธีเดินทางจาก Montreux ไป Glacier 3000

ถ้าพักอยู่ Montreux การเดินทางจะกระชับขึ้นมาอีก สามารถนั่งรถไฟไป Aigle จากนั้นต่อรถไฟไป Les Diablerets และเปลี่ยนเป็น PostBus ขึ้นไปยัง Col du Pillon ได้เลย 

เส้นทางนี้เหมาะมากสำหรับคนที่กำลังเที่ยวแถวทะเลสาบเจนีวา เพราะสามารถจัดแพลนไป Glacier 3000 จากมงเทรอซ์ เป็น Day Trip ได้ หรือถ้าไม่อยากรีบ ก็พักที่ Les Diablerets สักคืน ตื่นเช้ามาค่อยขึ้นกระเช้า จะมีเวลาเดินเล่นและทำกิจกรรมบนเขาได้เต็มที่กว่า

วิธีเดินทางจาก Gstaad ไป Glacier 3000

ใครมี Gstaad อยู่ในแพลนอยู่แล้วก็ยิ่งสะดวก เพราะสามารถนั่ง PostBus จาก Gstaad มายัง Col du Pillon ได้โดยตรง ใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 30 นาที ระหว่างทางยังได้ชมวิวหมู่บ้านและภูเขาไปเรื่อย ๆ เป็นอีกเส้นทางที่นั่งเพลินมาก

วิธีนี้เหมาะกับคนที่อยากจับสองพิกัดดังไว้ในทริปเดียว ช่วงเช้าขึ้นไปเที่ยว Glacier 3000 แล้วกลับลงมาเดินเล่น Gstaad ต่อช่วงเย็นก็จัดแพลนได้ลงตัว

เดินทางด้วยรถยนต์

สำหรับสาย Road Trip การขับรถมาจะสะดวกที่สุด เพราะสามารถปักหมุดตรงมายังสถานีกระเช้าที่ Col du Pillon ได้เลย จาก Les Diablerets ใช้เวลาขับรถประมาณ 10 นาที ส่วนจาก Gstaad ประมาณ 20 นาที และบริเวณสถานีกระเช้ามีพื้นที่จอดรถให้บริการ

เส้นทางขึ้นเขามีวิวสวยตลอดทาง แต่ถ้าขับช่วงฤดูหนาวควรเช็กสภาพถนนและสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง รวมถึงเตรียมรถให้เหมาะกับการขับบนถนนที่อาจมีหิมะหรือน้ำแข็ง

การเดินทางขึ้น Glacier 3000 ด้วยกระเช้า

พอมาถึง Col du Pillon แล้วก็ถึงช่วงที่สนุกที่สุด เพราะจากตรงนี้สามารถขึ้นกระเช้าไปยังสถานี Scex Rouge ได้เลย ใช้เวลารวมประมาณ 15 นาที ระหว่างทางวิวจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากป่าสนและภูเขาด้านล่างเป็นภูมิประเทศบนเขาสูง ยิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ ก็ยิ่งเห็นแนวเทือกเขาแอลป์เปิดกว้างขึ้นเรื่อย ๆ

ตัวกระเช้าจะผ่านสถานี Cabane ก่อนขึ้นต่อไปยัง Scex Rouge พอออกจากกระเช้าด้านบนก็สามารถเริ่มเที่ยวจุดไฮไลต์ต่าง ๆ ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็น Peak Walk by Tissot, จุดชมวิว หรือเดินต่อไปทำกิจกรรมบนธารน้ำแข็ง

สำหรับคนที่ใช้ Swiss Travel Pass สามารถใช้สิทธิ์ส่วนลดสำหรับตั๋วกระเช้า Glacier 3000 ได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด ควรเช็กราคาพิเศษก่อนซื้อตั๋ว โดยเฉพาะถ้าใช้ Pass เดินทางเที่ยวหลายเมืองในสวิตเซอร์แลนด์อยู่แล้ว

จุดเด่นของ Glacier 3000 

ขึ้นถึงวิวภูเขาสูงได้แบบไม่ต้องเดินเหนื่อย: แค่นั่งกระเช้าสวิตเซอร์แลนด์ จาก Col du Pillon ประมาณ 15 นาที ก็ขึ้นไปสัมผัสบรรยากาศบนความสูงเกือบ 3,000 เมตรได้แล้ว เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเห็นวิว Swiss Alps แต่ไม่ได้เป็นสาย Trekking
มี Peak Walk by Tissot เป็นแลนด์มาร์กซิกเนเจอร์: ได้ทั้งความตื่นเต้นจากการเดินบนสะพานแขวนและวิวเทือกเขาแอลป์แบบกว้าง ๆ ในครั้งเดียว
กิจกรรมเยอะกว่าที่คิด: ถ้าถามว่า Glacier 3000 มีอะไรบ้าง บอกเลยมีครบตั้งแต่ Glacier Walk, Alpine Coaster ไปจนถึงสกี สโนว์บอร์ด กิจกรรมฤดูหนาวต่าง ๆ และร้านอาหารพร้อมวิวหลักล้าน 
แต่ละฤดูได้บรรยากาศคนละแบบ: หน้าร้อนเหมาะกับการเดินชมวิวและทำกิจกรรมกลางแจ้ง ส่วนหน้าหนาวจะได้ฟีลภูเขาหิมะแบบเต็ม ๆ พร้อมกิจกรรมสกี
เที่ยวต่อเมืองอื่นง่าย: จะจับคู่กับ Gstaad, Les Diablerets หรือ Montreux ก็สะดวก ทำให้จัดเป็นทั้ง Day Trip หรือทริปค้างคืนได้ตามเวลา

เที่ยว Glacier 3000 เดือนไหนดี?

ถ้าถามว่าเที่ยว Glacier 3000 เดือนไหนดี แบบเลือกช่วงที่เที่ยวสนุกและทำกิจกรรมได้หลากหลาย เดือนมิถุนายน–กันยายนถือเป็นช่วงที่น่าเที่ยวมาก เพราะเป็นฤดูร้อน ท้องฟ้ามีโอกาสเปิด เหมาะกับการเดิน ชมวิวเทือกเขาแอลป์ และเล่น Alpine Coaster ส่วนใครอยากเจอหิมะแบบจัดเต็มและตั้งใจมาเล่นสกี ให้เล็งช่วงพฤศจิกายน–เมษายนแทน เพราะเป็นฤดูสกีของที่นี่โดยตรง

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม): ช่วงนี้ได้บรรยากาศสองฤดูในทริปเดียวเลย เพราะบริเวณ Les Diablerets และพื้นที่ด้านล่างเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ธรรมชาติค่อย ๆ กลับมาเขียวสด ขณะที่ด้านบน Glacier 3000 ยังหนาวและมีหิมะปกคลุมอยู่ โดยช่วงมีนาคม–เมษายนยังอยู่ในฤดูสกีด้วย อุณหภูมิบนยอดเขาอาจอยู่ที่ประมาณ -10 ถึง 5°C แล้วแต่เดือนและสภาพอากาศ ใครมาเดือนพฤษภาคมจะได้ฟีลชิลขึ้น แต่ควรเตรียมเสื้อกันหนาวไว้เต็มที่ เพราะบนเขาสามารถมีหิมะได้ตลอด
ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม): ช่วงยอดนิยมสำหรับคนที่อยากเที่ยว Glacier 3000 แบบเน้นชมวิวและทำกิจกรรม Outdoor ด้านล่างจะเต็มไปด้วยทุ่งหญ้าสีเขียว แต่พอขึ้นมาบนยอดกลับยังได้เห็นธารน้ำแข็งและพื้นที่หิมะ เป็นวิวสองบรรยากาศที่สวยมาก อุณหภูมิด้านบนโดยทั่วไปยังค่อนข้างเย็น ประมาณ 0–10°C และอาจรู้สึกหนาวกว่านั้นเมื่อลมแรง ช่วงนี้เหมาะกับ Glacier Walk และ Alpine Coaster มากที่สุด แต่ถึงจะเป็นหน้าร้อนก็อย่าลืมเสื้อกันลม แว่นกันแดด และครีมกันแดด เพราะสภาพอากาศบนภูเขาเปลี่ยนได้เร็ว
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน): ใครชอบอากาศเย็นและบรรยากาศสงบขึ้น ช่วงต้นฤดูอย่างเดือนกันยายนก็น่าเที่ยวมาก นักท่องเที่ยวเริ่มบางลง และยังมีโอกาสเล่น Alpine Coaster ได้ก่อนปิดฤดูกาล ขณะที่อุณหภูมิด้านบนเริ่มลดลงมาอยู่ราว -5 ถึง 5°C ในหลายช่วง และมีโอกาสเจอหิมะได้ วันที่ฟ้าเปิดวิวจะคมและสวยมาก แต่ควรเช็กเวลาทำการให้ดี 
ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์): ถ้าอยากเห็นโลกสีขาวแบบที่นึกถึงเวลาเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ ช่วงนี้ตอบโจทย์ที่สุด ทั้งภูเขาและพื้นที่รอบ ๆ เต็มไปด้วยหิมะ บรรยากาศสวยแบบ Winter Wonderland และเป็นช่วงสำหรับเล่นสกี สโนว์บอร์ด รวมถึงกิจกรรมฤดูหนาวโดยเฉพาะ อุณหภูมิบนพื้นที่สูงอาจอยู่ประมาณ -15 ถึง 0°C และเมื่อมีลมแรงจะรู้สึกหนาวกว่าตัวเลขจริงมาก ควรเตรียมเสื้อกันหนาว รองเท้าสำหรับหิมะ ถุงมือ และหมวกให้พร้อม

กิจกรรมแนะนำใน Glacier 3000 

Credit: glacier3000.ch

เดินข้าม Peak Walk by Tissot: หนึ่งในกิจกรรมซิกเนเจอร์ที่มาแล้วควรลองสักครั้ง เพราะได้เดินข้ามสะพานแขวนที่เชื่อมยอดเขาสองฝั่ง พร้อมชมวิวเทือกเขาแอลป์แบบเปิดกว้างรอบตัว ใครกลัวความสูงอาจมีลุ้นนิด ๆ แต่รับรองว่าวิวกลางสะพานคุ้มมาก
เดิน Glacier Walk: อยากสัมผัส Glacier 3000 แบบใกล้ ๆ แนะนำเส้นทางนี้เลย ได้เดินท่ามกลางหิมะและวิวภูเขาสูงแบบเต็มตา ถ้าอากาศดีและมีเวลา สามารถเดินต่อไปยังร้าน Refuge l'Espace เพื่อทานอาหารและชมวิวในอีกมุมได้ด้วย
นั่ง Alpine Coaster: เติมความตื่นเต้นให้ทริปด้วย Alpine Coaster รถรางบนภูเขาที่ให้เราควบคุมความเร็วได้เอง ระหว่างทางมีทั้งทางโค้งและเนิน พร้อมวิว Swiss Alps เป็นฉากหลัง เรียกว่าได้ทั้งความสนุกและวิวสวยในรอบเดียว โดยกิจกรรมนี้เปิดตามฤดูกาลและสภาพอากาศ
เล่นสกีหรือสโนว์บอร์ด: ถ้ามาช่วงฤดูหนาว บรรยากาศของ Glacier 3000 จะเปลี่ยนเป็นโลกสีขาวที่เหมาะกับกีฬาหิมะสุด ๆ จะเล่นสกีหรือสโนว์บอร์ดก็ได้ พร้อมชมวิวภูเขารอบตัวแบบที่หาไม่ได้ง่าย ๆ จากสกีรีสอร์ตทั่วไป
ลองนั่งสุนัขลากเลื่อน: อีกหนึ่งประสบการณ์สนุก ๆ สำหรับคนที่อยากลองอะไรใหม่ ๆ คือการนั่งสุนัขลากเลื่อนไปบนพื้นที่หิมะและธารน้ำแข็ง ให้บรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในหนังคริสต์มาสเลยทีเดียว กิจกรรมนี้มีให้บริการเป็นบางช่วง จึงควรเช็กตารางและจองล่วงหน้าก่อนเดินทาง
ถ่ายรูปวิว Swiss Alps: ต่อให้ไม่ใช่สายกิจกรรม แค่เดินหามุมถ่ายรูปด้านบนก็เพลินได้เป็นชั่วโมง เพราะแทบทุกมุมมีทั้งภูเขาหิมะ ธารน้ำแข็ง และท้องฟ้ากว้าง ๆ เป็นฉากหลัง ยิ่งวันไหนฟ้าเปิด วิวจะยิ่งอลังการแบบแทบไม่ต้องแต่งรูปเพิ่มเลย
แวะกินอาหารพร้อมชมวิวบนเขา: หลังเดินเที่ยวและเล่นกิจกรรมกันจนเหนื่อย ลองพักหาอะไรอุ่น ๆ กิน พร้อมนั่งชมวิวภูเขาไปด้วย เป็นช่วงพักที่ชิลมาก โดยด้านบนมีร้านอาหารให้เลือกหลายจุด จะนั่งจิบกาแฟเบา ๆ หรือเติมพลังด้วยมื้อใหญ่ก่อนเที่ยวต่อก็ได้
นั่งรถไฟสาย GoldenPass ชมวิวสวิตเซอร์แลนด์: ถ้ามีเวลา แนะนำต่อทริปด้วยรถไฟสวิตเซอร์แลนด์สาย GoldenPass ซึ่งวิ่งผ่านเส้นทางวิวสวยทางตะวันตกของสวิตเซอร์แลนด์ โดยเฉพาะช่วง Montreux–Gstaad ที่ได้เห็นทั้งทะเลสาบ ไร่องุ่น หมู่บ้านบนภูเขา และวิวเทือกเขาแอลป์ตลอดทาง เหมาะมากสำหรับคนที่วางแพลน Glacier 3000 คู่กับ Montreux หรือ Gstaad เพราะนอกจากได้ขึ้นไปสัมผัสธารน้ำแข็งแล้ว ยังได้เก็บบรรยากาศสวิตเซอร์แลนด์จากบนรถไฟแบบชิล ๆ อีกด้วย

แนะนำที่พักใกล้ Glacier 3000

ถ้าไม่อยากรีบไป–กลับภายในวันเดียว ลองพักแถว Les Diablerets สักคืนก็ดีมาก เพราะนอกจากจะอยู่ใกล้ Glacier 3000 แล้ว ตัวหมู่บ้านเองก็มีบรรยากาศเงียบสงบ รายล้อมด้วยภูเขา และได้ฟีลหมู่บ้านสวิตเซอร์แลนด์แบบที่หลายคนนึกภาพไว้เลย

Hôtel Le Chamois 

ถ้าอยากได้ที่พักที่โลเคชันสะดวกและบรรยากาศเป็นกันเอง Hôtel Le Chamois เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ตัวโรงแรมตั้งอยู่บน Route du Pillon ใน Les Diablerets ใกล้ใจกลางหมู่บ้านและสถานีรถไฟ ทำให้เดินทางมาจากเมืองอื่นได้ง่าย และยังต่อรถไปยัง Col du Pillon เพื่อขึ้นกระเช้า Glacier 3000 ได้สะดวก บรรยากาศของที่พักให้ฟีลโรงแรมบนภูเขาแบบเรียบง่ายและอบอุ่น รอบ ๆ มองเห็นวิวธรรมชาติของ Swiss Alps เหมาะกับคนที่อยากตื่นเช้ามารับอากาศเย็น ๆ แล้วออกไปเที่ยว Glacier 3000 ต่อแบบไม่ต้องเร่งรีบ อีกข้อดีคืออยู่ใกล้โซนหมู่บ้าน จึงออกไปหาร้านอาหาร เดินเล่น หรือซื้อของใช้ได้ง่าย เหมาะทั้งคู่รัก ครอบครัว และคนที่มา เที่ยว Glacier 3000 ด้วยตัวเองเลย

The Glacier Hotel

ใครอยากเพิ่มความสบายให้ทริป ลองเลือก The Glacier Hotel โรงแรมระดับ 4 ดาว Superior ที่อยู่ใน Les Diablerets เช่นเดียวกัน โดยโรงแรมตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟประมาณ 600 เมตร ทำให้เดินทางเข้าออกหมู่บ้านได้สะดวก และสามารถต่อรถไปยัง Col du Pillon เพื่อขึ้น Glacier 3000 ได้ไม่ยาก บรรยากาศของโรงแรมผสมความอบอุ่นแบบ Alpine เข้ากับดีไซน์ร่วมสมัย เหมาะกับการกลับมาพักหลังใช้เวลาทั้งวันบนภูเขา ไฮไลต์มีทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส ซาวน่า และพื้นที่ Wellness สำหรับผ่อนคลาย ยิ่งถ้ามาช่วงหน้าหนาวที่รอบ ๆ ปกคลุมด้วยหิมะ ก็ยิ่งได้บรรยากาศการพักผ่อนกลาง Swiss Alps แบบเต็มอิ่มไปอีกขั้น

Hôtel Les Sources

ปิดท้ายด้วย Hôtel Les Sources ตัวเลือกสำหรับคนที่ชอบที่พักบรรยากาศเงียบ ๆ โรงแรมระดับ 3 ดาวแห่งนี้อยู่ห่างจากสถานีรถไฟ Les Diablerets ประมาณ 600 เมตร และอยู่ใกล้ป้ายรถบัส Parc des Sports จึงเดินทางต่อไปยังจุดต่าง ๆ รอบหมู่บ้านได้สะดวก จุดที่น่ารักของที่นี่คือบรรยากาศสบาย ๆ ท่ามกลางวิวภูเขา หลายห้องมีระเบียงหรือพื้นที่ด้านนอกให้ออกมานั่งรับลมชมวิว และยังมีห้องสำหรับครอบครัวให้เลือก เหมาะกับคนที่ตั้งใจใช้เวลาส่วนใหญ่ออกไปเที่ยว แล้วมองหาที่พักเรียบง่ายสำหรับกลับมาพักผ่อนก่อนออกไปลุย Glacier 3000 ต่อในวันรุ่งขึ้น

เคล็ดลับการเที่ยว Glacier 3000

ขึ้นกระเช้าตั้งแต่เช้าจะเที่ยวสนุกกว่า: ถ้าอยากเก็บ Peak Walk, Glacier Walk และกิจกรรมอื่น ๆ ให้ครบ อย่าขึ้นเขาสายเกินไป เพราะบางกิจกรรมต้องใช้เวลาเดินพอสมควร
เช็กอากาศก่อนออกจากที่พัก: บนภูเขาอากาศเปลี่ยนไวมาก วันไหนลมแรงหรือทัศนวิสัยไม่ดี บางกิจกรรมอาจปิดชั่วคราว เช็กข้อมูลก่อนออกเดินทางช่วยได้เยอะ
หน้าร้อนก็ต้องพกเสื้อกันหนาว: ถึง Geneva หรือ Montreux จะอากาศอุ่น แต่ด้านบน Glacier 3000 อยู่สูงเกือบ 3,000 เมตร อุณหภูมิต่างกันพอสมควร เสื้อกันลมและเสื้อคลุมจึงควรมีติดกระเป๋า
เลือกรองเท้าที่เดินสบายและเกาะพื้นดี: โดยเฉพาะคนที่จะเดิน Glacier Walk เพราะอาจเจอทั้งพื้นเปียก หิมะ หรือน้ำแข็ง รองเท้าที่เหมาะจะช่วยให้เดินสนุกและมั่นใจกว่า
มี Swiss Travel Pass อย่าลืมใช้สิทธิ์: ผู้ถือ Swiss Travel Pass มีส่วนลดค่าตั๋ว Glacier 3000 ตามเงื่อนไขที่กำหนด ช่วยประหยัดงบไปได้พอสมควร
อย่าอัดกิจกรรมทันทีที่ถึงยอด: เพราะขึ้นจากด้านล่างสู่ระดับเกือบ 3,000 เมตรค่อนข้างเร็ว ลองเดินช้า ๆ พักชมวิว และให้ร่างกายปรับตัวก่อน แล้วค่อยออกไปลุยกิจกรรม
เช็กช่วงปิด Maintenance ก่อนจองทริป: โดยเฉพาะปลายเดือนตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายน เพราะเป็นช่วงที่ Glacier 3000 อาจปิดซ่อมบำรุงก่อนเริ่มฤดูหนาว

ถ้าอยากเพิ่มที่เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ ที่ได้ทั้งวิวสวย ความสนุก และประสบการณ์บนภูเขาหิมะในวันเดียว Glacier 3000 เป็นพิกัดที่น่าใส่ไว้ในแพลนมาก ไม่ว่าจะมาเดินบนธารน้ำแข็ง ข้าม Peak Walk ซิ่ง Alpine Coaster หรือแค่ขึ้นมานั่งมองวิวเทือกเขาแอลป์ก็มีอะไรให้ประทับใจกลับไปแน่นอน ยิ่งจัดทริปคู่กับ Montreux, Gstaad หรือ Les Diablerets ก็ยิ่งได้เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์หลายบรรยากาศแบบครบ ๆ ในทริปเดียวเลย

อ่านต่อบทความท่องเที่ยวอื่นๆ:

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยว Glacier 3000

Q: ไปเที่ยว Glacier 3000 ต้องแต่งตัวยังไง?

A: ด้านบนยอดเขามีความสูงเกือบ 3,000 เมตร จึงมีอากาศหนาวเย็นและลมแรงตลอดปี แม้ไปช่วงหน้าร้อนก็ควรเตรียมเสื้อกันลม แจ็กเก็ตกันหนาว แว่นกันแดด และครีมกันแดดให้พร้อม ที่สำคัญควรสวมรองเท้าที่เดินสบายและเกาะพื้นได้ดีเพื่อความปลอดภัยเมื่อต้องเดินบนพื้นหิมะหรือน้ำแข็ง

Q: คนไทยต้องทำวีซ่าไหม ถ้าจะไปเที่ยว Glacier 3000?

A: ต้องทำ เนื่องจาก Glacier 3000 ตั้งอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นักท่องเที่ยวชาวไทยจึงต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง

Q: ค่าใช้จ่ายตั๋วขึ้น Glacier 3000 ประมาณเท่าไหร่ และรวมอะไรบ้าง?

A: ตั๋วกระเช้าไป-กลับราคาประมาณ 89 CHF สำหรับผู้ใหญ่ และ 45 CHF สำหรับเด็ก (6–15 ปี) โดยเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีเข้าฟรี ตั๋วนี้ครอบคลุมการขึ้นกระเช้า, Peak Walk by Tissot, Ice Express Chairlift และ Glacier Walk แล้ว ส่วนผู้ถือ Swiss Travel Pass สามารถใช้เป็นส่วนลดค่าตั๋วตามเงื่อนไขได้อีกด้วย

Q: เดินทางจากสนามบินมา Glacier 3000 ยังไงสะดวกที่สุด?

A: แนะนำให้บินมาลงที่สนามบินเจนีวา (Geneva) แล้วนั่งรถไฟต่อมาทาง Lausanne/Montreux ลงที่สถานี Aigle หรือ Les Diablerets จากนั้นนั่ง PostBus สาย 180 ไปลงป้าย Col-du-Pillon, Glacier 3000 ซึ่งอยู่ติดกับสถานีกระเช้าได้เลย

Q: เที่ยว Glacier 3000 ช่วงเดือนไหนดีที่สุด?

A: หากเน้นเดินชมวิว ถ่ายรูป เดิน Glacier Walk และเล่น Alpine Coaster แนะนำช่วงฤดูร้อน (มิถุนายน–กันยายน) แต่หากตั้งใจมาสัมผัสหิมะหนานุ่ม เล่นสกี หรือสโนว์บอร์ด แนะนำช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน–เมษายน)

Q: ขับรถไปเองมีที่จอดรถไหม และเดินทางลำบากไหม?

A: เดินทางสะดวกมาก สามารถขับรถปักหมุดมาที่สถานีกระเช้า Col du Pillon ได้เลย โดยมีพื้นที่จอดรถให้บริการ ใช้เวลาขับจาก Les Diablerets ประมาณ 10 นาที หรือจาก Gstaad ประมาณ 20 นาที ทั้งนี้หากเดินทางช่วงฤดูหนาวควรเช็กสภาพถนนและเตรียมอุปกรณ์สำหรับขับบนหิมะให้พร้อม

บทความแนะนำ

กิจกรรมแอดเวนเจอร์ในสิงคโปร์: คู่มือสุดยอดความสนุกกลางแจ้งและเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

23 Sep 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที

เที่ยวสิงคโปร์ เดือนไหนดี? - ที่เที่ยวกิจกรรมแนะนำในแต่ละฤดูกาล

19 Sep 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

จุดเช็กอิน "ต๋าข่า" สุดไวรัลในจีนประจำปี 2026: ถนนอู่คัง, กำแพงแดงหอกลอง และแคนตันทาวเวอร์

18 Sep 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 2 นาที

รวม 15 เมืองน่าเที่ยวในประเทศจีน อัปเดตเมืองสวย จุดเช็กอิน ที่เที่ยวจีน 2026 ห้ามพลาด!

04 Aug 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 6 นาที

ปักหมุด 30 ที่เที่ยวอุดรธานี ลิสต์เดียวเที่ยวได้ทั้งทริป อัปเดตใหม่ 2026

26 Jul 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 12 นาที

สิงหาคม เที่ยวไหนดี? 20 พิกัดเที่ยวไทย-เที่ยวต่างประเทศ พาแม่เที่ยวฟินๆ [อัปเดต 2026]

25 Jul 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 7 นาที
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร