
แมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn) หนึ่งในยอดเขาที่เห็นปุ๊บก็รู้ปั๊บว่า “นี่แหละสวิตเซอร์แลนด์!” ด้วยรูปทรงพีระมิดสุดโดดเด่นที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือเมือง Zermatt ทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กของเทือกเขาแอลป์ที่หลายคนอยากมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง ยิ่งวันที่ฟ้าเปิด เห็นยอดเขาคม ๆ ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าและหมู่บ้านสไตล์ชาเลต์ด้านล่าง บอกเลยว่าวิวตรงหน้าสวยจับใจจริง ๆ แถมการเที่ยว Matterhorn เองก็ไม่ได้มีแค่ยืนมองภูเขาแล้วถ่ายรูปกลับบ้าน เพราะรอบ ๆ มีกิจกรรมให้เลือกเยอะกว่าที่คิด บอกเเลยว่าอยู่ที่นี่ได้ทั้งวันแบบไม่มีเบื่อ
ใครกำลังวางแผนเที่ยว Matterhorn ด้วยตัวเอง บทความนี้จะพาไปเก็บข้อมูลแบบครบ ๆ ตั้งแต่จุดไฮไลท์ จุดชมวิวไหนน่าแวะ ช่วงไหนอากาศดี กิจกรรมอะไรควรลอง ไปจนถึง ที่พัก Zermatt สำหรับนอนพักเอาแรงก่อนออกเที่ยวต่อ และถ้าใครกำลังจัดทริปเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ ก็สามารถจองตั๋วเครื่องบินและที่พักผ่าน Traveloka ได้ครบในที่เดียว เตรียมทุกอย่างเสร็จแล้วก็พร้อมออกไปเจอ Matterhorn ของจริงกันได้เลย!
Tue, 3 Nov 2026

Etihad
กรุงเทพ (BKK) ไป ซูริค (ZRH)
เริ่มจาก THB 9,776.28
Sun, 1 Nov 2026

Air India
ภูเก็ต (HKT) ไป ซูริค (ZRH)
เริ่มจาก THB 9,953.59
Tue, 13 Oct 2026

Eurowings
บูดาเปสต์ (BUD) ไป ซูริค (ZRH)
เริ่มจาก THB 8,425.20
ยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn) เกิดจากการเคลื่อนตัวมาชนกันของแผ่นเปลือกโลกทวีปแอฟริกาและแผ่นเปลือกโลกทวีปยุโรปเมื่อประมาณ 50 ล้านปีก่อน โดยยอดพีระมิดแหลมที่สวยงามของภูเขาลูกนี้เกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็ง และหิมะที่ละลายลงในช่วงฤดูร้อนมาเป็นเวลานับล้านปี เกิดเป็นยอดเขาสูงตระหง่าน 4,478 เมตร ที่มีรูปทรงสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
สำหรับชื่อแมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn) แปลว่า ‘จุดสูงสุดของทุ่งหญ้า’ มีที่มาจากการผสมคำภาษาเยอรมัน 2 คำเข้าด้วยกันคือคำว่า Matte ที่แปลว่า ‘ทุ่งหญ้า’ กับคำว่า Horn ที่แปลว่า ‘เขาสัตว์’ หรือ ‘ยอดพีระมิดแหลม’ บ่งบอกถึงลักษณะทางกายภาพของภูเขาลูกนี้ที่มียอดแหลมสูง และมีส่วนฐานเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจีในฤดูร้อนนั่นเอง
ถ้าถามว่าไปปักหมุดจุดชมวิว Matterhorn ที่ไหนดี ชื่อของ Gornergrat ต้องติดอยู่ต้น ๆ แน่นอน เพราะที่นี่เป็นจุดชมวิวบนภูเขาที่เดินทางง่ายมาก แค่นั่ง Gornergrat Railway จาก Zermatt รถไฟก็จะค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นไปตามภูเขา ระหว่างทางได้มองทั้งหมู่บ้าน ป่าสน และยอดเขาสูงที่ค่อย ๆ โผล่มาให้เห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ เรียกว่าแค่ระหว่างทางก็คุ้มแล้ว พอขึ้นมาถึงด้านบน วิวจะเปิดกว้างจนเห็น Matterhorn ตั้งเด่นอยู่ท่ามกลางเทือกเขาแอลป์แบบเต็มตา ยิ่งวันที่ฟ้าใสคือสวยแบบยืนมองได้นาน ๆ ไม่เบื่อ ใครอยากได้วิวอลังการแต่ไม่อยากเดินเขาหนัก ที่นี่ตอบโจทย์มาก
ใครอยากขยับเข้าใกล้โลกของหิมะและธารน้ำแข็งขึ้นอีกหน่อย ต้องลองขึ้นไป Matterhorn Glacier Paradise บริเวณ Klein Matterhorn ซึ่งอยู่สูงประมาณ 3,883 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล จาก Zermatt สามารถนั่งกระเช้าขึ้นไปได้ และตลอดเส้นทางก็มีวิวภูเขาให้มองแบบแทบไม่อยากละสายตา
พอถึงด้านบนบรรยากาศจะเปลี่ยนไปคนละเรื่องกับในเมืองเลย ทั้งอากาศที่เย็นลง หิมะ และวิวเทือกเขาสูงที่ทอดยาวสุดสายตา ไฮไลต์อีกอย่างคือถ้ำน้ำแข็งใต้ธารน้ำแข็ง Glacier Palace ที่สามารถเดินเข้าไปชมโลกของน้ำแข็งใต้ธารน้ำแข็งได้ ใครอยากให้ทริป Matterhorn มีความแอดเวนเจอร์ขึ้นมาอีกนิด ที่นี่คือหนึ่งในจุดที่ควรเก็บไว้ในลิสต์มาก ๆ
หนึ่งในภาพของ Matterhorn สวิตเซอร์แลนด์ ที่หลายคนน่าจะเคยเห็นผ่านตามาบ้าง คือภาพยอดเขาทรงพีระมิดสะท้อนอยู่บนผิวน้ำแบบเหมือนกระจก ซึ่งหนึ่งในสถานที่ถ่ายภาพนั้นก็คือ Riffelsee ทะเลสาบบนภูเขาที่อยู่ไม่ไกลจากสถานี Rotenboden วันไหนที่อากาศดีและลมนิ่ง ผิวน้ำจะสะท้อนภาพ Matterhorn ลงมาแบบชัด ๆ กลายเป็นวิวที่สวยจนเหมือนจัดฉากไว้ ยิ่งมาเช้า ๆ ตอนคนยังไม่เยอะ บรรยากาศจะเงียบสงบมาก เหมาะทั้งกับสายถ่ายรูปและคนที่อยากนั่งพักชมวิวแบบไม่ต้องรีบไปไหน
ถ้าชอบวิวภูเขากับทะเลสาบ Stellisee เป็นอีกจุดที่ควรแวะ เพราะที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องวิวเงาสะท้อนของ Matterhorn เหมือนกัน แต่บรรยากาศจะให้ฟีลธรรมชาติและสงบไปอีกแบบ โดยเฉพาะช่วงเช้าที่แสงแรกเริ่มแตะยอดเขา วิวตรงหน้าจะสวยละมุนมาก การเดินทางสามารถขึ้นจาก Zermatt ไป Sunnegga แล้วต่อไปยัง Blauherd จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 20 นาที ใครชอบเดินเล่นเบา ๆ ท่ามกลางวิวภูเขา เส้นทางนี้กำลังดีเลย และระหว่างทางก็มีมุมให้หยุดถ่ายรูปอยู่เรื่อย ๆ ด้วย
ใครมีเวลาไม่เยอะ หรือไม่อยากขึ้นไปถึงความสูงเกือบ 4,000 เมตรแบบ Matterhorn Glacier Paradise ลองเลือก Sunnegga เป็นจุดชมวิวแทนได้ เพราะเดินทางจาก Zermatt สะดวกและยังเห็น Matterhorn ได้แบบสวยเต็มตา บรรยากาศแถวนี้จะชิลกว่า เหมาะกับการเดินเล่น นั่งชมวิว หรือใช้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับเที่ยวต่อไปยัง Blauherd และ Stellisee ถ้ามีเวลาแค่ครึ่งวัน แต่อยากสัมผัสบรรยากาศภูเขารอบ Zermatt แบบเต็ม ๆ Sunnegga ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก
Matterhorn อยู่ที่ไหน? ยอดเขาแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณพรมแดนระหว่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์กับอิตาลี โดยฝั่งสวิตเซอร์แลนด์จะมีเมือง Zermatt หรือเซอร์แมทเป็นเมืองหลักสำหรับการมาเที่ยว Matterhorn ตัวเมืองตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและโอบล้อมด้วยยอดเขาสูงของเทือกเขาแอลป์ บรรยากาศเลยสวยตั้งแต่ยังไม่ทันขึ้นเขาเลยด้วยซ้ำ
ที่สำคัญคือการเที่ยวแมทเทอร์ฮอร์น ไม่ได้หมายความว่าเราต้องปีนขึ้นไปบนยอดเขาจริง ๆ เพราะรอบ Zermatt มีทั้งรถไฟ กระเช้า และเส้นทางเดินป่าที่พาไปชม Matterhorn ได้จากหลายมุม จะเน้นเที่ยวสบาย ๆ หรือออกแรงเดิน Hiking หน่อยก็เลือกได้ตามสไตล์เลย
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/Un5ozQEk8uqD9sFM7
พอมาถึง Zermatt แล้ว การเดินทางไปชม Matterhorn จะเลือกได้หลายเส้นทาง
ถ้าถามว่าเที่ยว Matterhorn เดือนไหนดี สำหรับคนที่อยากชมวิว เดิน Hiking และเที่ยวทะเลสาบแบบสบาย ๆ ช่วงมิถุนายน–กันยายนถือว่าน่าเที่ยวที่สุด เพราะอากาศใน Zermatt กำลังเย็นสบาย กลางวันยาว และเส้นทางบนภูเขาหลายแห่งเปิดให้เที่ยวได้เต็มที่ ส่วนใครอยากเห็นหิมะหนา ๆ เล่นสกี และสัมผัสบรรยากาศเมืองสีขาว ให้เลือกช่วงธันวาคม–มีนาคมแทน
Hotel Butterfly เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ที่พักเดินทางสะดวก เพราะตั้งอยู่ใจกลาง Zermatt และเดินจากสถานีรถไฟเพียงไม่กี่นาที วันมาถึงก็ไม่ต้องลากกระเป๋าไกล แถมยังอยู่ใกล้ Bahnhofstrasse ถนนสายหลักของเมืองที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านค้า จะออกไปเดินเล่นช่วงเย็นก็สะดวกสุด ๆ อีกข้อดีคือสามารถเดินทางไปสถานี Gornergrat Railway ได้ง่าย เหมาะกับคนที่มีแพลนตื่นเช้าแล้วขึ้นไปเก็บวิว Matterhorn บน Gornergrat ตัวโรงแรมให้บรรยากาศอบอุ่นสไตล์ชาเลต์ ห้องพักดูสบาย ๆ ไม่เป็นทางการเกินไป เป็นตัวเลือกลงตัวสำหรับคนที่มา Zermatt ครั้งแรกและอยากเน้นเที่ยวแบบคล่องตัว
ถ้าอยากเพิ่มพรีเมียมให้ทริป Matterhorn สวิตเซอร์แลนด์ ลองดู Grand Hotel Zermatterhof ได้เลย โรงแรมหรูระดับ 5 ดาวที่อยู่ใจกลาง Zermatt และมีประวัติยาวนานมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 แค่บรรยากาศด้านนอกก็ให้ฟีลโรงแรมบนเทือกเขาแอลป์แบบคลาสสิกแล้ว โลเคชันของโรงแรมอยู่ใกล้ Bahnhofstrasse ทำให้เดินเล่นในเมือง หาร้านอาหาร หรือออกไปเที่ยวจุดต่าง ๆ ได้สะดวก ด้านในมีทั้งสปา สระว่ายน้ำ และพื้นที่พักผ่อน เหมาะมากสำหรับคนที่กลับจากเที่ยวภูเขามาทั้งวันแล้วอยากพักแบบสบาย ๆ ใครมาเป็นคู่หรืออยากให้ทริปเที่ยว Matterhorn มีความพิเศษขึ้นอีกระดับ ที่นี่น่าตอบโจทย์มาก
สำหรับคนที่อยากประหยัดค่าที่พักแล้วเก็บงบไว้ขึ้นรถไฟ กระเช้า หรือทำกิจกรรมรอบ Matterhorn มากกว่า Youth Hostel Zermatt เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ โดยเฉพาะ Backpacker และสายเที่ยวที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่นอกที่พัก ที่พักอยู่ในโซนที่ค่อนข้างสงบของ Zermatt แม้จะไม่ได้อยู่ติดสถานีรถไฟ แต่ยังเดินทางไปใจกลางเมืองและสถานีกระเช้าได้สะดวก มีทั้งห้องพักส่วนตัวและห้องพักรวมให้เลือกตามสไตล์และงบ จุดที่น่าสนใจคือบรรยากาศรอบ ๆ ที่พักมีวิวภูเขาสวย ๆ และบางมุมยังมองเห็นยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์นได้อีกด้วย เหมาะกับคนที่อยากสัมผัส Zermatt แบบเต็มที่โดยไม่ต้องทุ่มงบไปกับโรงแรมมากเกินไป

Switzerland

หอพักเยาวชนแซร์มัตต์

8.4/10
•


เซอร์แมท
THB 7,629.48
อ่านต่อบทความท่องเที่ยวอื่นๆ:
Q: เที่ยว Matterhorn ต้องทำวีซ่าไหม?
A: ต้องทำ เนื่องจากตั้งอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นักท่องเที่ยวชาวไทยจึงต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง
Q: เดินทางไป Matterhorn จากสนามบินยังไง?
A: บินลงสนามบินซูริค (ZRH) หรือเจนีวา (GVA) แล้วนั่งรถไฟ SBB ไปเปลี่ยนขบวนที่สถานี Visp เพื่อขึ้นรถไฟสาย Matterhorn Gotthard Bahn ตรงเข้าสู่เมือง Zermatt ได้เลย
Q: ขับรถยนต์ส่วนตัวไปเที่ยว Zermatt ได้ไหม มีที่จอดรถหรือเปล่า?
A: นำรถเข้าเมืองไม่ได้เพราะ Zermatt เป็นเมืองปลอดรถยนต์ สาย Road Trip ต้องนำรถไปจอดที่อาคารจอดรถในเมือง Täsch แล้วนั่ง Shuttle Train ต่อเข้า Zermatt ประมาณ 12 นาที
Q: ไปเที่ยว Matterhorn ช่วงไหนดีที่สุด?
A: ขึ้นอยู่กับสไตล์การเที่ยว หากชอบอากาศอบอุ่น เดิน Hiking ทะเลสาบเปิด แนะนำช่วง มิถุนายน–กันยายน แต่ถ้าอยากสัมผัสหิมะหนาแน่นและเล่นสกี แนะนำช่วง ธันวาคม–มีนาคม
Q: ขึ้นจุดชมวิวบนเขาต้องแต่งตัวยังไง?
A: แนะนำแต่งกายแบบ Layering (หลายชั้น) เตรียมเสื้อกันลม/กันหนาว แว่นกันแดด และครีมกันแดดไปด้วยเสมอ เพราะแม้เป็นหน้าร้อน แต่อากาศบนยอดเขาสูงอย่าง Matterhorn Glacier Paradise ก็ยังหนาวติดลบและมีหิมะตลอดปี
Q: ค่าใช้จ่ายในการขึ้นจุดชมวิวประมาณเท่าไหร่ มีส่วนลดไหม?
A: ตั๋วขึ้นจุดชมวิวแต่ละสาย (Gornergrat หรือ Glacier Paradise) อยู่ที่ประมาณ 80–120 CHF (ขึ้นอยู่กับฤดูกาล) แต่หากมี Swiss Travel Pass จะได้รับส่วนลดค่าตั๋วขึ้นเขาด้วย



















