[รีวิว] ทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva) พร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ

เที่ยวทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva) ชมวิวสวย เที่ยวเมืองริมทะเลสาบ พร้อมแนะนำไฮไลท์ กิจกรรม วิธีเดินทาง ที่พัก และช่วงเวลาน่าเที่ยว
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 4 นาที

ทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva) ทะเลสาบเก่าแก่ที่เกิดจากธารน้ำแข็งเมื่อหลายหมื่นปีก่อน และเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่สวยจนหลายคนอยากมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งเมื่อได้มาเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยจุดเด่นของผืนน้ำสีฟ้ากว้าง ๆ ที่โอบล้อมด้วยเมืองริมฝั่ง บรรยากาศเงียบสงบ และวิวภูเขาที่ทอดตัวอยู่ไกล ๆ แค่ได้มาเดินเล่นริมทะเลสาบ นั่งมองวิวเพลิน ๆ ก็รู้สึกเหมือนได้พักจากความวุ่นวายไปเต็ม ๆ

แต่ความน่าเที่ยวของ Lake Geneva ไม่ได้มีแค่วิวสวย ๆ เท่านั้น เพราะรอบทะเลสาบยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะ จะล่องเรือรับลม เดินเล่นตามเมืองริมฝั่ง ออกไปชมธรรมชาติ หรือหาคาเฟ่นั่งชิลแล้วปล่อยเวลาไหลไปเรื่อย ๆ ก็ได้หมด ที่สำคัญแต่ละช่วงของทะเลสาบยังมีบรรยากาศแตกต่างกัน ทำให้สามารถใช้เวลาเที่ยวแถวนี้ได้หลายครั้งแบบไม่รู้สึกจำเจเลย

ใครกำลังแพลนเที่ยวเจนีวาด้วยตัวเอง แล้วอยากเพิ่มทะเลสาบนี้ไว้ในลิสต์ บทความนี้ Traveloka จะพาไปดูแบบครบ ๆ ทั้งจุดไฮไลต์ วิธีเดินทาง ช่วงเวลาน่าเที่ยว กิจกรรมน่าลอง ที่พัก และเคล็ดลับที่ควรรู้ พร้อมแล้วก็มาเก็บข้อมูลแล้ววางแผนทริปกันได้เลย! ส่วนตั๋วเครื่องบินและที่พักก็สามารถจองผ่าน Traveloka เตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนออกเดินทางได้ในที่เดียว!

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยวทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva) ใน 1 นาที

สัมผัสความงดงามของทะเลสาบรูปพระจันทร์เสี้ยว: ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์และใหญ่เป็นอันดับสองในยุโรป โดดเด่นด้วยผืนน้ำสีฟ้ากว้างใหญ่อลังการที่โอบล้อมด้วยเมือง ไร่องุ่น และฉากหลังของแนวเทือกเขาแอลป์แบบพาโนรามา
จุดท่องเที่ยวห้ามพลาด: เช็กอิน Jet d'Eau น้ำพุยักษ์สูง 140 เมตรแลนด์มาร์กแห่งเจนีวา, ชมความโรแมนติกของ Château de Chillon ปราสาทเก่าแก่ริมน้ำใกล้มงเทรอซ์, เดินชิลกลางไร่องุ่นมรดกโลก UNESCO Lavaux Vineyards, และเดินเล่นตามเมืองริมฝั่งเสน่ห์ต่างสไตล์ทั้ง Montreux และ Vevey (เช็กอินรูปปั้น Freddie Mercury และประติมากรรมส้อมยักษ์ The Fork กลางน้ำ)
กิจกรรมยอดฮิต: ล่องเรือ CGN ชมวิวจากกลางทะเลสาบหรือใช้เดินทางเชื่อมเมือง, สนุกกับกิจกรรมทางน้ำอย่างพาย SUP คายัค และเล่นน้ำริมหาดช่วงหน้าร้อน, ปั่นจักรยานเลียบชายฝั่ง, ชิมไวน์ท้องถิ่น Chasselas, และนั่งรถไฟภูเขาขึ้นจุดชมวิว Rochers-de-Naye เพื่อมองทะเลสาบจากมุมสูง
การเดินทางสะดวก: บินลงสนามบินเจนีวา (GVA) นั่งรถไฟเข้าเมืองเพียง 7 นาที หรือเชื่อมต่อเมืองริมทะเลสาบด้วยรถไฟสาย IR90, IR95 และ RE33 วิ่งเลียบชายฝั่งตลอดแนว เดินทางง่ายแบบ Day Trip โดยไม่ต้องเปลี่ยนที่พักบ่อย ๆ
ช่วงเวลาน่าเที่ยว: เที่ยวได้สวยงามตลอดปี ช่วงยอดนิยมคือ พฤษภาคม–มิถุนายน และ กันยายน–ตุลาคม เพราะอากาศกำลังสบาย คนไม่แน่นมาด, หน้าร้อน (กรกฎาคม–สิงหาคม) เหมาะกับกิจกรรมทางน้ำ ฟ้าเปิดสดใส, และ หน้าหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์) ได้บรรยากาศสงบพร้อมวิวภูเขาหิมะ
ระยะเวลาที่แนะนำ: ใช้เวลาประมาณ 2–3 วัน กำลังดี เพื่อเก็บเมืองหลักและทำกิจกรรมได้อย่างเต็มอิ่ม ไม่ต้องรีบร้อน

ประวัติทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva)

Lake Geneva

ทะเลสาบเจนีวามีประวัติยาวนานกว่า 10,000 ปี โดยเกิดจากการที่น้ำแข็งละลาย และมีพายุบริเวณที่ราบภูเขา ลักษณะของทะเลสาบเจนีวาจึงเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว มีพื้นที่ทั้งหมด 582 ตารางกิโลเมตร ถือเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นแหล่งน้ำจืดที่ใหญ่เป็นอันดับสองในทวีปยุโรป นอกจากนี้ Lake Geneva หรือทะเลสาบเจนีวา ยังมีพื้นที่ฝั่งติดกับประเทศฝรั่งเศส จึงมีชื่อเรียกภาษาฝรั่งเศสว่า ทะเลสาบเลม็อง หรือ Lac Léman นั่นเอง

จุดไฮไลท์ต่างๆ ของทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva)

1. Jet d'Eau น้ำพุยักษ์กลางทะเลสาบ แลนด์มาร์กคู่เมืองเจนีวา

ถ้าเริ่มทริปจากเมือง เจนีวา (Geneva) จุดที่เห็นแล้วรู้เลยว่ามาถึงก็คือ Jet d'Eau น้ำพุขนาดยักษ์ริม ทะเลสาบเจนีวา ที่พุ่งขึ้นไปบนฟ้าสูงประมาณ 140 เมตร จนสามารถมองเห็นได้จากหลายมุมของเมือง ยิ่งวันที่ฟ้าเปิดจะเห็นสายน้ำสีขาว ๆ ตัดกับสีฟ้าของทะเลสาบและท้องฟ้า ถ่ายรูปออกมาสวยแบบแทบไม่ต้องหามุมเยอะเลย

ใครอยากเข้าไปดูใกล้ ๆ ก็สามารถเดินตามทางไปยังบริเวณน้ำพุได้ฟรี แต่มีทริคเล็ก ๆ คือดูทิศทางลมกันนิดหนึ่ง เพราะถ้าลมพัดมาถูกจังหวะอาจได้ละอองน้ำติดตัวกลับมาแบบไม่ทันตั้งตัว หลังจากนั้นก็เดินเล่นริมทะเลสาบต่อได้ยาว ๆ เหมาะมากสำหรับใช้เป็นจุดเริ่มต้นของวันแรกใน Geneva เลย 

2. Château de Chillon ปราสาทริมทะเลสาบที่สวยเหมือนภาพในโปสการ์ด

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่มา Lake Geneva แล้วอยากให้ปักหมุดไว้เลยคือ Château de Chillon ปราสาทเก่าแก่ริมทะเลสาบใกล้ Montreux ที่มีวิวสวยเป็นเอกลักษณ์มาก ตัวปราสาทตั้งอยู่บนโขดหินติดกับผืนน้ำ พอมองจากด้านนอกจึงได้ทั้งปราสาท ทะเลสาบ และแนวภูเขาอยู่ในวิวเดียวกัน เรียกว่าเป็นหนึ่งในมุมที่ให้ฟีลสวิตเซอร์แลนด์แบบเต็ม ๆ

ด้านในก็เดินเที่ยวได้สนุกไม่แพ้กัน เพราะเปิดให้เข้าไปสำรวจตั้งแต่ห้องใต้ดิน ห้องโถง ไปจนถึงบริเวณหอคอย โดยทั่วไปแนะนำให้เผื่อเวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง ใครชอบทั้งประวัติศาสตร์และวิวสวย ๆ น่าจะใช้เวลาอยู่ตรงนี้ได้นานแบบไม่รู้ตัวเลย!

เวลาเปิด-ปิด: 09.00–19.00 น. (เวลาเปิด-ปิดอาจแตกต่าตามฤดูกาลเล็กน้อย แนะนำเช็กก่อนเดินทาง) 

ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ (อายุ 16 ปีขึ้นไป) 15 CHF / เด็ก (อายุ 6-15 ปี) CHF

3. Lavaux Vineyards เดินเล่นกลางไร่องุ่นพร้อมวิว ทะเลสาบเจนีวา 

ถ้าอยากเปลี่ยนจากการเดินเที่ยวเมืองมาเจอวิวธรรมชาติแบบชิล ๆ ลองแวะ Lavaux Vineyards ไร่องุ่นขั้นบันไดที่ทอดตัวอยู่ตามเนินเขาเหนือทะเลสาบเจนีวา  และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ตั้งแต่ปี 2007

เสน่ห์ของที่นี่คือระหว่างเดินไปตามเส้นทางในไร่องุ่น จะมีวิวทะเลสาบกว้าง ๆ อยู่ด้านล่าง และมองเห็นแนวเทือกเขาแอลป์อยู่ไกล ๆ เป็นฉากหลัง บางเส้นทางยังพาเดินผ่านหมู่บ้านเล็ก ๆ กลางไร่องุ่นด้วย ทำให้บรรยากาศต่างจากการเที่ยวเมืองแบบคนละฟีลเลย ใครเป็นสายเดินเล่น ถ่ายรูป หรืออยากหาจุดชมวิวสวย ๆ ที่นี่ควรมีอยู่ในลิสต์!

4. Montreux และ Vevey สองเมืองริมทะเลสาบที่เดินเล่นเพลินมาก

อีกหนึ่งเสน่ห์ของ Lake Geneva คือมีเมืองน่าเที่ยวเรียงรายอยู่รอบทะเลสาบหลายแห่ง และสองเมืองที่อยากให้ลองแวะมาก ๆ ก็คือ Montreux และ Vevey ที่มีเสน่ห์ต่างกันทั้งคู่

Montreux จะเด่นเรื่องบรรยากาศเมืองรีสอร์ตที่คึกคักและโรแมนติก มีทางเดินเลียบทะเลสาบที่เต็มไปด้วยดอกไม้ วิวภูเขาสวย ๆ และยังเป็นเมืองแห่งเสียงดนตรีที่มีชื่อเสียงจาก Montreux Jazz Festival ใครเป็นแฟน Queen ก็มีรูปปั้น Freddie Mercury ให้ตามไปถ่ายรูปกันด้วย นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้ Château de Chillon ทำให้สามารถจัดเที่ยวหลายจุดต่อกันได้ง่าย

ส่วน Vevey จะให้ฟีลชิลและโลคอลขึ้นมาอีกนิด เมืองนี้มีเมืองเก่าน่ารัก ๆ ทางเดินริมทะเลสาบ และเป็นเมืองที่ Charlie Chaplin เคยใช้ชีวิตอยู่ในช่วงบั้นปลาย จึงมีทั้ง Chaplin's World และรูปปั้นของเขาให้ตามรอยกัน อีกหนึ่งมุมถ่ายรูปที่เห็นแล้วจำได้ทันทีคือ The Fork ประติมากรรมส้อมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบ

เรียกว่า Montreux เหมาะกับสายวิวและบรรยากาศคึกคัก ส่วน Vevey เหมาะกับวันสบาย ๆ ที่อยากเดินเล่น กินของอร่อย แล้วค่อย ๆ ซึมซับบรรยากาศริม Lake Geneva แบบไม่ต้องรีบเลย

Google Maps: 

5. ล่องเรือ Lake Geneva ชมวิวทะเลสาบจากอีกมุม

ปิดท้ายด้วยกิจกรรมที่เรียกได้ว่าเป็นซิกเนเจอร์ของการมาเที่ยวที่นี่ นั่นก็คือล่องเรือ Lake Geneva เพราะวิวจากกลางทะเลสาบให้ความรู้สึกต่างจากบนฝั่งแบบคนละฟีลเลย พอเรือค่อย ๆ ออกจากท่า จะได้เห็นทั้งเมืองริมฝั่ง ไร่องุ่น และแนวเทือกเขาแอลป์เปิดกว้างอยู่ตรงหน้า ยิ่งวันไหนอากาศดี บอกเลยว่านั่งมองวิวเพลินมาก

ที่สำคัญเรือไม่ได้มีไว้สำหรับนั่งชมวิวอย่างเดียว แต่ยังใช้เดินทางระหว่างเมืองได้ด้วย โดยเรือ CGN มีเส้นทางเชื่อมหลายจุดรอบทะเลสาบ ทั้ง Lausanne, Vevey, Montreux, Nyon, Morges รวมถึงเมืองฝั่งฝรั่งเศส เช่น Yvoire และ Évian-les-Bains ใครอยากเพิ่มสีสันให้ทริป ลองนั่งรถไฟไปเที่ยวขาแรก แล้วเปลี่ยนมานั่งเรือกลับอีกขาก็ได้ ทั้งเดินทางสะดวกและได้ลองล่องเรือทะเลสาบสวิตเซอร์แลนด์ไปพร้อมกันเลย!

ที่ตั้งและการเดินทางไปทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva)

ทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva) หรือ ทะเลสาบเลม็อง (Lac Léman) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และมีพื้นที่บางส่วนทอดยาวเข้าไปในฝั่งประเทศฝรั่งเศส ด้วยขนาดของทะเลสาบที่ใหญ่มาก รอบ ๆ จึงมีเมืองน่าเที่ยวกระจายอยู่หลายแห่ง ตั้งแต่ Geneva ทางฝั่งตะวันตก ไล่ไปทาง Lausanne, Vevey และ Montreux ทางฝั่งตะวันออก ทำให้การมาเที่ยว Lake Geneva ไม่ได้มีจุดหมายแค่จุดเดียว แต่สามารถเลือกเมืองหลักเป็นฐาน แล้วค่อยเดินทางเที่ยวรอบทะเลสาบต่อได้ตามสไตล์ที่ชอบ

วิธีเดินทางจากไทยไปทะเลสาบเจนีวา

บินไปลง Geneva Airport แล้วต่อรถไฟ: เป็นวิธีที่ตรงและสะดวกที่สุดสำหรับคนที่ตั้งใจมาเที่ยวทะเลสาบเจนีวาโดยเฉพาะ จากไทยสามารถบินไป Geneva Airport (GVA) ซึ่งส่วนใหญ่จะมีการต่อเครื่องในเมืองใหญ่ของยุโรปหรือตะวันออกกลาง เมื่อถึงสนามบินแล้วให้ลงไปที่สถานี Genève-Aéroport ซึ่งอยู่ใต้ Terminal แล้วนั่งรถไฟเข้า Genève-Cornavin สถานีหลักใจกลางเมือง ใช้เวลาเพียงประมาณ 7 นาที และรถไฟทุกขบวนที่ออกจากสนามบินจะแวะสถานีนี้ แต่ถ้าจะไป Lausanne, Vevey หรือ Montreux ต่อเลย ก็มีรถไฟขบวนยาว (เช่น IR90, IR95) วิ่งตรงจากสนามบินไปถึงโดยไม่ต้องเปลี่ยนที่ Genève-Cornavin เช่นกัน
บินไป Zurich แล้วต่อรถไฟมายัง Lake Geneva: วิธีนี้เหมาะกับคนที่วางแผนเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ หลายเมืองในทริปเดียว เช่น เริ่มจาก Zurich, Lucerne, Interlaken หรือ Bern ก่อน แล้วค่อยเดินทางมายังฝั่ง Lake Geneva จากสนามบินซูริค (Zürich Flughafen) สามารถใช้รถไฟของ SBB เดินทางผ่าน Zürich HB และต่อไปยัง Lausanne หรือ Geneva ได้ ส่วนถ้าจะพักฝั่ง Vevey หรือ Montreux ก็เปลี่ยนหรือนั่งรถไฟต่อจาก Lausanne ตามเที่ยวรถไฟในวันนั้น วิธีนี้ใช้เวลาเดินทางมากกว่าการลง Geneva โดยตรง แต่เหมาะกับทริปที่ไล่เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์จากตะวันออกไปตะวันตกแบบไม่ต้องย้อนเส้นทาง
เดินทางมาจากเมืองอื่นในสวิตเซอร์แลนด์ด้วยรถไฟ: ถ้า Lake Geneva เป็นหนึ่งในหลายจุดของทริป สามารถต่อรถไฟจากเมืองต่าง ๆ มายังทะเลสาบได้ง่าย เช่น จาก Bern มายัง Lausanne หรือจาก Interlaken เดินทางผ่าน Bern ก่อนต่อมาทาง Lausanne จากนั้นค่อยเลือกลง Lausanne, Vevey, Montreux หรือ Genève-Cornavin ตามเมืองที่ใช้เป็นฐาน 

วิธีเดินทางรอบทะเลสาบเจนีวา

รถไฟ: เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับคนที่อยากเที่ยว Lake Geneva ด้วยตัวเอง เพราะสถานีหลักอย่าง Genève-Cornavin → Lausanne → Vevey → Montreux อยู่บนเส้นทางเดียวกัน โดยมีรถไฟสาย IR90, IR95 และ RE33 ให้บริการตามช่วงเวลา เช่น ถ้าพัก Geneva แล้วอยากไปเที่ยว Montreux ก็ขึ้นจาก Genève-Cornavin แล้วลง Montreux ได้เลย หรือจะลง Vevey ระหว่างทางก่อนก็ได้ เหมาะกับการเที่ยวหลายเมืองแบบ Day Trip โดยไม่ต้องลากกระเป๋าย้ายที่พักทุกวัน
เรือ CGN: ถ้ามาถึงทะเลสาบเจนีวา แล้วอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากรถไฟ แนะนำให้ลองนั่งเรือของ CGN สักช่วง เพราะนอกจากใช้เดินทางได้จริงแล้ว วิวระหว่างทางยังสวยมาก ฝั่ง Lausanne ขึ้นเรือได้ที่ Lausanne-Ouchy แล้วมีเส้นทางเลียบทะเลสาบผ่าน Vevey, Montreux และ Château de Chillon ตามตารางฤดูกาล ส่วนใครอยากข้ามไปเที่ยวฝรั่งเศส มีเรือประจำสาย N1 Lausanne–Évian, N2 Lausanne–Thonon และ N3 Nyon–Yvoire ให้เลือกด้วย
รถยนต์: เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบยืดหยุ่น โดยเฉพาะถ้าจะออกนอกเมืองหลักหรือแวะหมู่บ้านเล็ก ๆ รอบทะเลสาบ เส้นทางฝั่งสวิตเซอร์แลนด์จาก Geneva ไป Lausanne ใช้มอเตอร์เวย์ A1 ก่อนเชื่อมเข้าสู่ A9 เพื่อเดินทางต่อทาง Vevey และ Montreux ข้อดีคือสามารถแวะเที่ยวระหว่างทางได้ตามใจ แต่ถ้าเน้น Geneva, Lausanne, Vevey และ Montreux เป็นหลัก รถไฟจะคล่องตัวกว่า เพราะไม่ต้องเสียเวลาหาที่จอดรถในเมือง
รถบัสและขนส่งสาธารณะในแต่ละเมือง: พอถึงแต่ละเมืองแล้วสามารถใช้รถบัส รถราง หรือเดินต่อไปยังจุดเที่ยวต่าง ๆ ได้ เช่น Lausanne มี Metro (สาย m2) เชื่อมจากสถานี Lausanne Gare ลงไปยังย่าน Ouchy ริมทะเลสาบ ส่วน Montreux สามารถใช้รถบัส (สาย m2) เลียบทะเลสาบไปทาง Château de Chillon ได้ จึงไม่จำเป็นต้องเช่ารถเพื่อเที่ยวแลนด์มาร์กหลัก ๆ รอบ Lake Geneva

จุดเด่นของทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva)

ทะเลสาบกว้าง ๆ กับวิวภูเขาที่อยู่ด้วยกันแบบพอดี: เสน่ห์ของที่นี่ คือแทบทุกเมืองริมฝั่งจะมีวิวของผืนน้ำและภูเขาอยู่ตรงหน้า บางวันฟ้าเปิดเห็นยอดเขาหิมะไกล ๆ แค่นั่งริมทะเลสาบเฉย ๆ ก็เพลินแล้ว
หนึ่งทริปเที่ยวได้หลายเมือง: จากความคึกคักของ Geneva เปลี่ยนมาเดินเล่นที่ Lausanne แล้วต่อไปนั่งชิลริมทะเลสาบที่ Vevey หรือ Montreux ได้ในทริปเดียว แต่ละเมืองอยู่ไม่ไกลกันและให้ฟีลต่างกันชัดเจน
ไม่ได้มีแค่ธรรมชาติ: รอบทะเลสาบ มีครบทั้ง Château de Chillon, ไร่องุ่น Lavaux เมืองเก่า พิพิธภัณฑ์ คาเฟ่ และร้านอาหาร จึงเหมาะกับทั้งสายธรรมชาติและคนที่ชอบเที่ยวเมือง
เดินทางสะดวกมาก: รถไฟเชื่อมเมืองหลักแทบตลอดแนวทะเลสาบ แถมยังมีเรือให้เลือกใช้ ทำให้จัด Day Trip ได้ง่ายโดยไม่ต้องย้ายโรงแรมทุกคืน
กลับมาเที่ยวคนละฤดูก็ได้ฟีลไม่เหมือนเดิม: หน้าร้อนสดใสและคึกคัก เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้ง ส่วนใบไม้ร่วงได้วิวไร่องุ่นโทนอบอุ่น ขณะที่หน้าหนาวจะสงบขึ้นและได้ฉากภูเขาหิมะสวย ๆ อยู่ด้านหลัง

เที่ยวทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva) เดือนไหนดี?

ถ้าถามว่าเที่ยว Lake Geneva เดือนไหนดี ช่วงที่เที่ยวสบายและบรรยากาศกำลังสวยคือ พฤษภาคม–มิถุนายน และกันยายน–ตุลาคม เพราะอากาศไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป เหมาะกับการเดินเล่นริมทะเลสาบ เที่ยวเมือง และทำกิจกรรมกลางแจ้ง ส่วนใครชอบบรรยากาศคึกคัก อยากเล่นน้ำหรือพาย SUP แนะนำช่วงกรกฎาคม–สิงหาคม ซึ่งเป็นหน้าร้อนเต็มตัว แต่อาจเจอนักท่องเที่ยวเยอะกว่าช่วงอื่น

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม): หลังผ่านหน้าหนาว บรรยากาศรอบทะเลสาบเจนีวา จะค่อย ๆ สดใสขึ้น ต้นไม้เริ่มกลับมาเขียวและดอกไม้เริ่มบาน อุณหภูมิโดยทั่วไปอยู่ประมาณ 5–19°C จากช่วงต้นถึงปลายฤดู ช่วงมีนาคมยังค่อนข้างเย็น โดยเฉพาะเช้าและค่ำ แต่พอเข้าเมษายน–พฤษภาคมจะเดินเที่ยวสบายขึ้น เหมาะกับคนที่อยากชมวิวและเที่ยวแบบไม่ต้องเจอความคึกคักของหน้าร้อนเต็ม ๆ
ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม): เป็นช่วงที่ Lake Geneva มีชีวิตชีวามากที่สุด อากาศอบอุ่น กลางวันยาว และริมทะเลสาบเต็มไปด้วยชาวเมืองที่ออกมาปิกนิก ว่ายน้ำ พาย SUP หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง อุณหภูมิโดยทั่วไปอยู่ประมาณ 14–28°C บางวันอาจสูงกว่านี้ได้ ใครอยากเห็น Lake Geneva ในบรรยากาศสดใส ฟ้าเปิด และทำกิจกรรมได้แบบเต็มวัน ช่วงนี้ตอบโจทย์มาก แต่ควรเตรียมรับมือกับนักท่องเที่ยวที่ค่อนข้างเยอะด้วย
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน): ใครชอบเที่ยวแบบสบาย ๆ ช่วงนี้น่าเล็งมาก โดยเฉพาะ กันยายน–ตุลาคม อากาศเริ่มเย็นลง นักท่องเที่ยวบางตากว่าหน้าร้อน และต้นไม้รอบทะเลสาบจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม และแดง ทำให้บรรยากาศดูโรแมนติกขึ้นอีกแบบ อุณหภูมิจะค่อย ๆ ลดจากประมาณ 12–22°C ในเดือนกันยายน เหลือราว 4–10°C ในเดือนพฤศจิกายน เหมาะกับการเดินเที่ยวเมือง ชมวิว และแวะชิมไวน์ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว
ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์): ทะเลสาบเจนีวาในหน้าหนาวจะเงียบสงบและได้บรรยากาศต่างจากฤดูอื่นอย่างชัดเจน อุณหภูมิบริเวณริมทะเลสาบโดยทั่วไปอยู่ประมาณ 0–7°C และอาจติดลบบางวัน โดยเฉพาะช่วงกลางคืน แม้จะไม่ใช่ฤดูหลักสำหรับกิจกรรมทางน้ำ แต่ข้อดีคือได้เดินเที่ยวแบบไม่วุ่นวาย และยังสามารถจัดทริปเที่ยวเมืองริมทะเลสาบควบคู่กับการขึ้นไปสัมผัสหิมะบนภูเขาใกล้ ๆ ได้ในทริปเดียว

กิจกรรมแนะนำในทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva)

พาย SUP หรือคายัคกลางทะเลสาบ: ถ้ามา Lake Geneva ช่วงหน้าร้อน ลองเปลี่ยนจากการชมวิวบนฝั่งมาใกล้ชิดผืนน้ำด้วยการพาย SUP หรือคายัคกันดู หลายเมืองริมทะเลสาบมีจุดให้เช่าอุปกรณ์ ยิ่งช่วงเช้าที่น้ำค่อนข้างนิ่ง บรรยากาศจะชิลมาก ได้ทั้งออกกำลังและชมวิวไปพร้อมกัน
เล่นน้ำและนอนอาบแดดริมทะเลสาบ: หน้าร้อนคือช่วงที่บรรยากาศริมทะเลสาบคึกคักเป็นพิเศษ เพราะมีทั้งชายหาดและพื้นที่เล่นน้ำกระจายอยู่หลายเมือง จะลงไปว่ายน้ำ นั่งปิกนิก หรือนอนรับแดดริมฝั่งแบบคนท้องถิ่นก็ได้ เป็นอีกฟีลของสวิตเซอร์แลนด์ที่ต่างจากการขึ้นเขาเที่ยวหิมะมาก
ปั่นจักรยานเลียบ Lake Geneva: ใครชอบเที่ยวแบบแอคทีฟ ลองเช่าจักรยานแล้วปั่นตามเส้นทางริมทะเลสาบดู ระหว่างทางจะได้เห็นวิวที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากย่านเมืองมาเป็นพื้นที่สีเขียวและชุมชนริมฝั่ง แถมอยากหยุดถ่ายรูปหรือนั่งพักตรงไหนก็เลือกได้ตามใจ เหมาะกับวันที่ไม่อยากจัดตารางเที่ยวแน่นเกินไป
ชิมไวน์ท้องถิ่นของภูมิภาค: พื้นที่รอบ Lake Geneva เป็นแหล่งผลิตไวน์สำคัญของสวิตเซอร์แลนด์ โดยเฉพาะไวน์ขาวจากองุ่น Chasselas ใครเป็นสายดริ้งก์สามารถแวะชิมไวน์ตามหมู่บ้านและโรงบ่มไวน์ในภูมิภาคได้ นอกจากได้ลองรสชาติท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นอีกวิธีสนุก ๆ ในการทำความรู้จักวัฒนธรรมของพื้นที่นี้มากขึ้น
นั่งรถไฟขึ้น Rochers-de-Naye ชม Lake Geneva จากมุมสูง: ถ้าอยากเปลี่ยนจากวิวระดับน้ำมาเห็นทะเลสาบแบบพาโนรามา สามารถขึ้นรถไฟสายภูเขาจาก Montreux ไปยัง Rochers-de-Naye ที่ความสูงกว่า 2,000 เมตร ด้านบนมองเห็น Lake Geneva โค้งยาวอยู่ด้านล่างพร้อมแนวเทือกเขารอบ ๆ ยิ่งวันที่ฟ้าเปิด วิวตรงนี้สวยแบบคุ้มกับการนั่งรถไฟขึ้นมาเลย
ปิกนิกริมทะเลสาบช่วงเย็น: กิจกรรมง่าย ๆ ที่ไม่ต้องจองอะไรล่วงหน้า แค่ซื้อขนม เครื่องดื่ม หรือของกินจากซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วหาพื้นที่ริมทะเลสาบนั่งพัก ช่วงเย็นอากาศจะเริ่มสบายและแสงนุ่มลง เหมาะกับการนั่งดูวิว ปล่อยเวลาไหลไปเรื่อย ๆ หลังเดินเที่ยวมาทั้งวัน
เดินเล่นตามเส้นทางธรรมชาติรอบทะเลสาบ: ถ้ามีเวลาเหลือจากการเที่ยวเมือง ลองเลือกเส้นทางเดินสั้น ๆ ตามเนินเขาหรือพื้นที่ธรรมชาติรอบทะเลสาบเจนีวาดูบ้าง หลายเส้นทางจะได้เห็นทั้งทะเลสาบ พื้นที่สีเขียว และแนวภูเขาในมุมที่ต่างจากริมฝั่ง เหมาะกับคนที่อยากเติมกิจกรรม Outdoor เข้าไปในทริปแบบไม่ต้องจริงจังถึงขั้นเดินเขาทั้งวัน

แนะนำที่พักใกล้ทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva)

เที่ยวรอบทะเลสาบเจนีวา จะสนุกขึ้นอีกเยอะถ้าเลือกที่พักให้เข้ากับเส้นทาง เพราะแต่ละเมืองรอบทะเลสาบให้บรรยากาศต่างกัน ตั้งแต่ความสะดวกของ Geneva ไปจนถึงฟีลพักผ่อนริมทะเลสาบของ Montreux และ Vevey สำหรับใครกำลังมองหา ที่พักใกล้ Lake Geneva ลองเลือกจาก 3 สไตล์นี้ได้เลย

Hotel Rotary Geneva - MGallery

ถ้าอยากพักใจกลาง Geneva และเน้นเดินทางสะดวก Hotel Rotary Geneva - MGallery เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก โรงแรมตั้งอยู่ใจกลางเมือง ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ Genève-Cornavin และสามารถเดินทางไปริม Lake Geneva ได้สบาย ทำให้เหมาะกับทั้งวันเที่ยวในเมืองและวันที่อยากนั่งรถไฟออกไป Lausanne, Vevey หรือ Montreux บรรยากาศของโรงแรมมีความคลาสสิกผสมความโมเดิร์น ดูอบอุ่นและมีรายละเอียดการตกแต่งที่ให้ความรู้สึกเป็น Boutique Hotel ได้บรรยากาศผ่อนคลาย รอบ ๆ ยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ และแหล่งช้อปปิ้งให้เดินต่อได้ง่าย ใครมา Geneva ครั้งแรกและอยากได้โลเคชันที่เที่ยวสะดวกโดยไม่ต้องต่อรถหลายรอบ ที่นี่ถือว่าลงตัวเลย 

Fairmont Le Montreux Palace

ถ้าอยากให้ทริป Lake Geneva ให้พิเศษขึ้นหน่อย ลองพักที่ Fairmont Le Montreux Palace โรงแรมหรูระดับไอคอนของ Montreux ที่ตั้งอยู่ใกล้ริมทะเลสาบ จุดเด่นคืออาคารสไตล์ Belle Époque ที่ให้บรรยากาศหรูหราแบบยุโรปคลาสสิก และบางห้องสามารถมองเห็นวิวทะเลสาบพร้อมแนวเทือกเขาเป็นฉากหลังได้แบบเต็มตาโลเคชันก็เหมาะกับการเที่ยว Montreux มาก เพราะอยู่ใกล้สถานีรถไฟ Montreux และทางเดินเลียบทะเลสาบ สามารถออกมาเดินเล่นชมวิวหรือเที่ยวต่อไปยังจุดต่าง ๆ ได้สะดวก เหมาะกับคู่รักหรือคนที่อยากให้ที่พักเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของทริป ไม่ใช่แค่ที่พักที่กลับมานอนตอนกลางคืนอย่างเดียวเท่านั้น

Vevey Hotel & Guesthouse

สำหรับสายคุมงบที่ยังอยากพักใกล้ทะเลสาบเจนีวา ลองมองที่พักใน Vevey อย่าง Vevey Hotel & Guesthouse ดู! ที่นี่ให้บรรยากาศสบาย ๆ เป็นกันเอง แถมยังอยู่ในเมืองที่เดินเที่ยวได้เพลินโดยไม่วุ่นวายเท่าเมืองใหญ่ จุดที่น่าสนใจคือโลเคชันอยู่ในย่านใจกลาง Vevey ทำให้เดินไปทั้งย่านเมืองเก่า ร้านอาหาร คาเฟ่ และริมทะเลสาบได้ไม่ยาก อีกทั้งยังมีสถานีรถไฟ Vevey ที่ช่วยให้เดินทางต่อไป Lausanne หรือ Montreux ได้สะดวก เหมาะกับคนที่อยากประหยัดงบค่าที่พัก แล้วเอางบไปเพิ่มให้กับกิจกรรมและของกินระหว่างทริปแทน

เคล็ดลับการเที่ยวทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva)

เลือกเมืองพักให้เข้ากับแพลน: ถ้าเน้นเที่ยวเมืองและเดินทางต่อสะดวก Geneva หรือ Lausanne เป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าอยากได้บรรยากาศริมทะเลสาบชิล ๆ และใกล้ธรรมชาติมากขึ้น ลองมองที่พักแถว Vevey หรือ Montreux
สลับนั่งรถไฟกับเรือ: การเที่ยว Lake Geneva ด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องใช้รถไฟตลอดทั้งทริป ลองนั่งรถไฟขาไปแล้วเปลี่ยนมาล่องเรือ CGN ขากลับ จะได้ชมวิวทะเลสาบจากคนละมุมและทำให้การเดินทางสนุกขึ้น
เช็กตารางเรือล่วงหน้า: เรือบางเส้นทางของ CGN ให้บริการตามฤดูกาลและตารางเวลาอาจเปลี่ยนไปในแต่ละช่วง ควรเช็กเที่ยวเรือก่อนออกจากที่พัก โดยเฉพาะถ้าวางแผนใช้เรือเป็นการเดินทางหลักระหว่างเมือง
อย่าอัดหลายเมืองไว้ในวันเดียว: Geneva, Lausanne, Vevey และ Montreux ดูเหมือนอยู่ใกล้กัน แต่แต่ละเมืองมีอะไรให้เดินเที่ยวเยอะ แนะนำเลือกประมาณ 1–2 เมืองต่อวัน จะได้มีเวลานั่งพักริมทะเลสาบและเที่ยวแบบไม่ต้องรีบ
พกเสื้อคลุมบาง ๆ ติดกระเป๋า: แม้มาเที่ยวช่วงหน้าร้อน ลมริมทะเลสาบเจนีวาก็อาจทำให้อากาศเย็นกว่าที่คิด โดยเฉพาะช่วงเช้า เย็น หรือเวลานั่งเรือ มีเสื้อคลุมบาง ๆ ติดไว้จะเที่ยวได้สบายกว่า
เตรียมรองเท้าที่เดินสบาย: ทริปรอบ Lake Geneva มีทั้งการเดินในเมือง ทางเลียบทะเลสาบ เนินเขา และเส้นทางธรรมชาติ รองเท้าที่ใส่สบาย เดินได้นานจึงช่วยได้เยอะ โดยเฉพาะวันที่วางแผนเที่ยวตั้งแต่เช้าจนเย็น
เช็กพยากรณ์อากาศก่อนขึ้นจุดชมวิว: ถ้ามีแพลนขึ้นภูเขาหรือจุดชมวิวสูง ๆ รอบ Lake Geneva ควรเลือกวันที่ฟ้าเปิด เพราะจะมองเห็นทะเลสาบและแนวเทือกเขาได้ชัดกว่า และยังช่วยลดโอกาสขึ้นไปแล้วเจอหมอกบังวิวด้วย

อ่านต่อบทความท่องเที่ยวอื่นๆ:

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva)

Q: เที่ยวทะเลสาบเจนีวาต้องทำวีซ่าไหม?

A: ผู้ถือพาสปอร์ตไทยจะต้องขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ล่วงหน้า เนื่องจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์และฝรั่งเศสอยู่ในเขตเชงเก้น หากมีวีซ่าเชงเกนแบบ Multiple Entries จะสามารถนั่งเรือข้ามไปเที่ยวเมืองฝั่งฝรั่งเศสได้ด้วย

Q: เดินทางจากสนามบินเจนีวา (GVA) ไปทะเลสาบเจนีวายังไง? 

A: สะดวกมาก สามารถลงไปที่สถานีรถไฟ Genève-Aéroport ใต้ตัวอาคารสนามบิน แล้วนั่งรถไฟเพียงประมาณ 7 นาทีก็ถึงสถานีใจกลางเมือง Genève-Cornavin หรือจะนั่งรถไฟขบวนยาว (เช่น IR90, IR95) ตรงไปยังเมือง Lausanne, Vevey หรือ Montreux ได้เลย

Q: ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ในการเที่ยวรอบทะเลสาบเจนีวา? 

A: ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย (ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน) อยู่ที่ประมาณ 150–250 CHF/คน/วัน (ราว 6,000–10,000 บาท) ขึ้นอยู่กับสไตล์ที่พักและการรับประทานอาหาร โดยค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ เช่น ปราสาท Chillon อยู่ที่ประมาณ 15 CHF แนะนำให้ซื้อตั๋วเดินทางสวิสพาส (Swiss Travel Pass) เพื่อช่วยประหยัดค่าเดินทางด้วยรถไฟและเรือ

Q: ควรใช้เวลาเที่ยวทะเลสาบเจนีวากี่วันดี? 

A: แนะนำอย่างน้อย 2–3 วัน เพื่อเก็บเมืองหลักได้อย่างไม่เร่งรีบ เช่น วันแรกเที่ยวเมืองเจนีวา, วันที่สองเที่ยว Lausanne, Vevey และเดินเล่นไร่องุ่น Lavaux, วันที่สามเที่ยว Montreux และเข้าชมปราสาท Chillon

Q: แต่งตัวอย่างไรดีเมื่อไปเที่ยวทะเลสาบเจนีวา? 

A: ควรแต่งตัวแบบสวมทับเป็นชั้น ๆ ถอดใส่ง่าย และพกเสื้อคลุมหรือเสื้อกันลมติดตัวเสมอ เนื่องจากลมริมทะเลสาบและบนเรืออาจทำให้รู้สึกเย็นกว่าปกติ รวมถึงควรสวมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าที่เดินสบาย เพราะทริปนี้เน้นเดินเที่ยวเมืองและเส้นทางธรรมชาติเป็นหลัก

Q: มีที่จอดรถไหมสำหรับคนที่ขับรถเที่ยว? 

A: เมืองหลักรอบทะเลสาบส่วนใหญ่มีอาคารจอดรถ (Parking Garage) ให้บริการใกล้ใจกลางเมืองและจุดท่องเที่ยว แต่อาจมีค่าจอดค่อนข้างสูงและหาที่จอดริมถนนยาก หากเน้นเที่ยวเฉพาะเมืองหลัก การเดินทางด้วยรถไฟและระบบขนส่งสาธารณะจะสะดวกและคล่องตัวกว่า


สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ รัฐเจนีวา

เจนีวา

Switzerland

รัฐเจนีวา

Switzerland

เจนีวา

Switzerland

การูจ

Switzerland

บทความแนะนำ

กิจกรรมแอดเวนเจอร์ในสิงคโปร์: คู่มือสุดยอดความสนุกกลางแจ้งและเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

23 Sep 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที

เที่ยวสิงคโปร์ เดือนไหนดี? - ที่เที่ยวกิจกรรมแนะนำในแต่ละฤดูกาล

19 Sep 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

จุดเช็กอิน "ต๋าข่า" สุดไวรัลในจีนประจำปี 2026: ถนนอู่คัง, กำแพงแดงหอกลอง และแคนตันทาวเวอร์

18 Sep 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 2 นาที

รวม 15 เมืองน่าเที่ยวในประเทศจีน อัปเดตเมืองสวย จุดเช็กอิน ที่เที่ยวจีน 2026 ห้ามพลาด!

04 Aug 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 6 นาที

ปักหมุด 30 ที่เที่ยวอุดรธานี ลิสต์เดียวเที่ยวได้ทั้งทริป อัปเดตใหม่ 2026

26 Jul 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 12 นาที

สิงหาคม เที่ยวไหนดี? 20 พิกัดเที่ยวไทย-เที่ยวต่างประเทศ พาแม่เที่ยวฟินๆ [อัปเดต 2026]

25 Jul 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 7 นาที
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร