
ทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva) ทะเลสาบเก่าแก่ที่เกิดจากธารน้ำแข็งเมื่อหลายหมื่นปีก่อน และเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่สวยจนหลายคนอยากมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งเมื่อได้มาเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยจุดเด่นของผืนน้ำสีฟ้ากว้าง ๆ ที่โอบล้อมด้วยเมืองริมฝั่ง บรรยากาศเงียบสงบ และวิวภูเขาที่ทอดตัวอยู่ไกล ๆ แค่ได้มาเดินเล่นริมทะเลสาบ นั่งมองวิวเพลิน ๆ ก็รู้สึกเหมือนได้พักจากความวุ่นวายไปเต็ม ๆ
แต่ความน่าเที่ยวของ Lake Geneva ไม่ได้มีแค่วิวสวย ๆ เท่านั้น เพราะรอบทะเลสาบยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะ จะล่องเรือรับลม เดินเล่นตามเมืองริมฝั่ง ออกไปชมธรรมชาติ หรือหาคาเฟ่นั่งชิลแล้วปล่อยเวลาไหลไปเรื่อย ๆ ก็ได้หมด ที่สำคัญแต่ละช่วงของทะเลสาบยังมีบรรยากาศแตกต่างกัน ทำให้สามารถใช้เวลาเที่ยวแถวนี้ได้หลายครั้งแบบไม่รู้สึกจำเจเลย
ใครกำลังแพลนเที่ยวเจนีวาด้วยตัวเอง แล้วอยากเพิ่มทะเลสาบนี้ไว้ในลิสต์ บทความนี้ Traveloka จะพาไปดูแบบครบ ๆ ทั้งจุดไฮไลต์ วิธีเดินทาง ช่วงเวลาน่าเที่ยว กิจกรรมน่าลอง ที่พัก และเคล็ดลับที่ควรรู้ พร้อมแล้วก็มาเก็บข้อมูลแล้ววางแผนทริปกันได้เลย! ส่วนตั๋วเครื่องบินและที่พักก็สามารถจองผ่าน Traveloka เตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนออกเดินทางได้ในที่เดียว!
ทะเลสาบเจนีวามีประวัติยาวนานกว่า 10,000 ปี โดยเกิดจากการที่น้ำแข็งละลาย และมีพายุบริเวณที่ราบภูเขา ลักษณะของทะเลสาบเจนีวาจึงเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว มีพื้นที่ทั้งหมด 582 ตารางกิโลเมตร ถือเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นแหล่งน้ำจืดที่ใหญ่เป็นอันดับสองในทวีปยุโรป นอกจากนี้ Lake Geneva หรือทะเลสาบเจนีวา ยังมีพื้นที่ฝั่งติดกับประเทศฝรั่งเศส จึงมีชื่อเรียกภาษาฝรั่งเศสว่า ทะเลสาบเลม็อง หรือ Lac Léman นั่นเอง
ถ้าเริ่มทริปจากเมือง เจนีวา (Geneva) จุดที่เห็นแล้วรู้เลยว่ามาถึงก็คือ Jet d'Eau น้ำพุขนาดยักษ์ริม ทะเลสาบเจนีวา ที่พุ่งขึ้นไปบนฟ้าสูงประมาณ 140 เมตร จนสามารถมองเห็นได้จากหลายมุมของเมือง ยิ่งวันที่ฟ้าเปิดจะเห็นสายน้ำสีขาว ๆ ตัดกับสีฟ้าของทะเลสาบและท้องฟ้า ถ่ายรูปออกมาสวยแบบแทบไม่ต้องหามุมเยอะเลย
ใครอยากเข้าไปดูใกล้ ๆ ก็สามารถเดินตามทางไปยังบริเวณน้ำพุได้ฟรี แต่มีทริคเล็ก ๆ คือดูทิศทางลมกันนิดหนึ่ง เพราะถ้าลมพัดมาถูกจังหวะอาจได้ละอองน้ำติดตัวกลับมาแบบไม่ทันตั้งตัว หลังจากนั้นก็เดินเล่นริมทะเลสาบต่อได้ยาว ๆ เหมาะมากสำหรับใช้เป็นจุดเริ่มต้นของวันแรกใน Geneva เลย
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/smS8i6EsT4MzXB8c7
อีกหนึ่งไฮไลท์ที่มา Lake Geneva แล้วอยากให้ปักหมุดไว้เลยคือ Château de Chillon ปราสาทเก่าแก่ริมทะเลสาบใกล้ Montreux ที่มีวิวสวยเป็นเอกลักษณ์มาก ตัวปราสาทตั้งอยู่บนโขดหินติดกับผืนน้ำ พอมองจากด้านนอกจึงได้ทั้งปราสาท ทะเลสาบ และแนวภูเขาอยู่ในวิวเดียวกัน เรียกว่าเป็นหนึ่งในมุมที่ให้ฟีลสวิตเซอร์แลนด์แบบเต็ม ๆ
ด้านในก็เดินเที่ยวได้สนุกไม่แพ้กัน เพราะเปิดให้เข้าไปสำรวจตั้งแต่ห้องใต้ดิน ห้องโถง ไปจนถึงบริเวณหอคอย โดยทั่วไปแนะนำให้เผื่อเวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง ใครชอบทั้งประวัติศาสตร์และวิวสวย ๆ น่าจะใช้เวลาอยู่ตรงนี้ได้นานแบบไม่รู้ตัวเลย!
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/LRRMgWCQKXnkgtjK8
เวลาเปิด-ปิด: 09.00–19.00 น. (เวลาเปิด-ปิดอาจแตกต่าตามฤดูกาลเล็กน้อย แนะนำเช็กก่อนเดินทาง)
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ (อายุ 16 ปีขึ้นไป) 15 CHF / เด็ก (อายุ 6-15 ปี) CHF
ถ้าอยากเปลี่ยนจากการเดินเที่ยวเมืองมาเจอวิวธรรมชาติแบบชิล ๆ ลองแวะ Lavaux Vineyards ไร่องุ่นขั้นบันไดที่ทอดตัวอยู่ตามเนินเขาเหนือทะเลสาบเจนีวา และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ตั้งแต่ปี 2007
เสน่ห์ของที่นี่คือระหว่างเดินไปตามเส้นทางในไร่องุ่น จะมีวิวทะเลสาบกว้าง ๆ อยู่ด้านล่าง และมองเห็นแนวเทือกเขาแอลป์อยู่ไกล ๆ เป็นฉากหลัง บางเส้นทางยังพาเดินผ่านหมู่บ้านเล็ก ๆ กลางไร่องุ่นด้วย ทำให้บรรยากาศต่างจากการเที่ยวเมืองแบบคนละฟีลเลย ใครเป็นสายเดินเล่น ถ่ายรูป หรืออยากหาจุดชมวิวสวย ๆ ที่นี่ควรมีอยู่ในลิสต์!
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/BDZ5Wym6NdX7Ladi6
อีกหนึ่งเสน่ห์ของ Lake Geneva คือมีเมืองน่าเที่ยวเรียงรายอยู่รอบทะเลสาบหลายแห่ง และสองเมืองที่อยากให้ลองแวะมาก ๆ ก็คือ Montreux และ Vevey ที่มีเสน่ห์ต่างกันทั้งคู่
Montreux จะเด่นเรื่องบรรยากาศเมืองรีสอร์ตที่คึกคักและโรแมนติก มีทางเดินเลียบทะเลสาบที่เต็มไปด้วยดอกไม้ วิวภูเขาสวย ๆ และยังเป็นเมืองแห่งเสียงดนตรีที่มีชื่อเสียงจาก Montreux Jazz Festival ใครเป็นแฟน Queen ก็มีรูปปั้น Freddie Mercury ให้ตามไปถ่ายรูปกันด้วย นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้ Château de Chillon ทำให้สามารถจัดเที่ยวหลายจุดต่อกันได้ง่าย
ส่วน Vevey จะให้ฟีลชิลและโลคอลขึ้นมาอีกนิด เมืองนี้มีเมืองเก่าน่ารัก ๆ ทางเดินริมทะเลสาบ และเป็นเมืองที่ Charlie Chaplin เคยใช้ชีวิตอยู่ในช่วงบั้นปลาย จึงมีทั้ง Chaplin's World และรูปปั้นของเขาให้ตามรอยกัน อีกหนึ่งมุมถ่ายรูปที่เห็นแล้วจำได้ทันทีคือ The Fork ประติมากรรมส้อมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบ
เรียกว่า Montreux เหมาะกับสายวิวและบรรยากาศคึกคัก ส่วน Vevey เหมาะกับวันสบาย ๆ ที่อยากเดินเล่น กินของอร่อย แล้วค่อย ๆ ซึมซับบรรยากาศริม Lake Geneva แบบไม่ต้องรีบเลย
Google Maps:
ปิดท้ายด้วยกิจกรรมที่เรียกได้ว่าเป็นซิกเนเจอร์ของการมาเที่ยวที่นี่ นั่นก็คือล่องเรือ Lake Geneva เพราะวิวจากกลางทะเลสาบให้ความรู้สึกต่างจากบนฝั่งแบบคนละฟีลเลย พอเรือค่อย ๆ ออกจากท่า จะได้เห็นทั้งเมืองริมฝั่ง ไร่องุ่น และแนวเทือกเขาแอลป์เปิดกว้างอยู่ตรงหน้า ยิ่งวันไหนอากาศดี บอกเลยว่านั่งมองวิวเพลินมาก
ที่สำคัญเรือไม่ได้มีไว้สำหรับนั่งชมวิวอย่างเดียว แต่ยังใช้เดินทางระหว่างเมืองได้ด้วย โดยเรือ CGN มีเส้นทางเชื่อมหลายจุดรอบทะเลสาบ ทั้ง Lausanne, Vevey, Montreux, Nyon, Morges รวมถึงเมืองฝั่งฝรั่งเศส เช่น Yvoire และ Évian-les-Bains ใครอยากเพิ่มสีสันให้ทริป ลองนั่งรถไฟไปเที่ยวขาแรก แล้วเปลี่ยนมานั่งเรือกลับอีกขาก็ได้ ทั้งเดินทางสะดวกและได้ลองล่องเรือทะเลสาบสวิตเซอร์แลนด์ไปพร้อมกันเลย!
ทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva) หรือ ทะเลสาบเลม็อง (Lac Léman) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และมีพื้นที่บางส่วนทอดยาวเข้าไปในฝั่งประเทศฝรั่งเศส ด้วยขนาดของทะเลสาบที่ใหญ่มาก รอบ ๆ จึงมีเมืองน่าเที่ยวกระจายอยู่หลายแห่ง ตั้งแต่ Geneva ทางฝั่งตะวันตก ไล่ไปทาง Lausanne, Vevey และ Montreux ทางฝั่งตะวันออก ทำให้การมาเที่ยว Lake Geneva ไม่ได้มีจุดหมายแค่จุดเดียว แต่สามารถเลือกเมืองหลักเป็นฐาน แล้วค่อยเดินทางเที่ยวรอบทะเลสาบต่อได้ตามสไตล์ที่ชอบ
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/ZSLJhoioucXhJsHm6
ถ้าถามว่าเที่ยว Lake Geneva เดือนไหนดี ช่วงที่เที่ยวสบายและบรรยากาศกำลังสวยคือ พฤษภาคม–มิถุนายน และกันยายน–ตุลาคม เพราะอากาศไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป เหมาะกับการเดินเล่นริมทะเลสาบ เที่ยวเมือง และทำกิจกรรมกลางแจ้ง ส่วนใครชอบบรรยากาศคึกคัก อยากเล่นน้ำหรือพาย SUP แนะนำช่วงกรกฎาคม–สิงหาคม ซึ่งเป็นหน้าร้อนเต็มตัว แต่อาจเจอนักท่องเที่ยวเยอะกว่าช่วงอื่น
เที่ยวรอบทะเลสาบเจนีวา จะสนุกขึ้นอีกเยอะถ้าเลือกที่พักให้เข้ากับเส้นทาง เพราะแต่ละเมืองรอบทะเลสาบให้บรรยากาศต่างกัน ตั้งแต่ความสะดวกของ Geneva ไปจนถึงฟีลพักผ่อนริมทะเลสาบของ Montreux และ Vevey สำหรับใครกำลังมองหา ที่พักใกล้ Lake Geneva ลองเลือกจาก 3 สไตล์นี้ได้เลย
ถ้าอยากพักใจกลาง Geneva และเน้นเดินทางสะดวก Hotel Rotary Geneva - MGallery เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก โรงแรมตั้งอยู่ใจกลางเมือง ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ Genève-Cornavin และสามารถเดินทางไปริม Lake Geneva ได้สบาย ทำให้เหมาะกับทั้งวันเที่ยวในเมืองและวันที่อยากนั่งรถไฟออกไป Lausanne, Vevey หรือ Montreux บรรยากาศของโรงแรมมีความคลาสสิกผสมความโมเดิร์น ดูอบอุ่นและมีรายละเอียดการตกแต่งที่ให้ความรู้สึกเป็น Boutique Hotel ได้บรรยากาศผ่อนคลาย รอบ ๆ ยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ และแหล่งช้อปปิ้งให้เดินต่อได้ง่าย ใครมา Geneva ครั้งแรกและอยากได้โลเคชันที่เที่ยวสะดวกโดยไม่ต้องต่อรถหลายรอบ ที่นี่ถือว่าลงตัวเลย
ถ้าอยากให้ทริป Lake Geneva ให้พิเศษขึ้นหน่อย ลองพักที่ Fairmont Le Montreux Palace โรงแรมหรูระดับไอคอนของ Montreux ที่ตั้งอยู่ใกล้ริมทะเลสาบ จุดเด่นคืออาคารสไตล์ Belle Époque ที่ให้บรรยากาศหรูหราแบบยุโรปคลาสสิก และบางห้องสามารถมองเห็นวิวทะเลสาบพร้อมแนวเทือกเขาเป็นฉากหลังได้แบบเต็มตาโลเคชันก็เหมาะกับการเที่ยว Montreux มาก เพราะอยู่ใกล้สถานีรถไฟ Montreux และทางเดินเลียบทะเลสาบ สามารถออกมาเดินเล่นชมวิวหรือเที่ยวต่อไปยังจุดต่าง ๆ ได้สะดวก เหมาะกับคู่รักหรือคนที่อยากให้ที่พักเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของทริป ไม่ใช่แค่ที่พักที่กลับมานอนตอนกลางคืนอย่างเดียวเท่านั้น
สำหรับสายคุมงบที่ยังอยากพักใกล้ทะเลสาบเจนีวา ลองมองที่พักใน Vevey อย่าง Vevey Hotel & Guesthouse ดู! ที่นี่ให้บรรยากาศสบาย ๆ เป็นกันเอง แถมยังอยู่ในเมืองที่เดินเที่ยวได้เพลินโดยไม่วุ่นวายเท่าเมืองใหญ่ จุดที่น่าสนใจคือโลเคชันอยู่ในย่านใจกลาง Vevey ทำให้เดินไปทั้งย่านเมืองเก่า ร้านอาหาร คาเฟ่ และริมทะเลสาบได้ไม่ยาก อีกทั้งยังมีสถานีรถไฟ Vevey ที่ช่วยให้เดินทางต่อไป Lausanne หรือ Montreux ได้สะดวก เหมาะกับคนที่อยากประหยัดงบค่าที่พัก แล้วเอางบไปเพิ่มให้กับกิจกรรมและของกินระหว่างทริปแทน
อ่านต่อบทความท่องเที่ยวอื่นๆ:
Q: เที่ยวทะเลสาบเจนีวาต้องทำวีซ่าไหม?
A: ผู้ถือพาสปอร์ตไทยจะต้องขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ล่วงหน้า เนื่องจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์และฝรั่งเศสอยู่ในเขตเชงเก้น หากมีวีซ่าเชงเกนแบบ Multiple Entries จะสามารถนั่งเรือข้ามไปเที่ยวเมืองฝั่งฝรั่งเศสได้ด้วย
Q: เดินทางจากสนามบินเจนีวา (GVA) ไปทะเลสาบเจนีวายังไง?
A: สะดวกมาก สามารถลงไปที่สถานีรถไฟ Genève-Aéroport ใต้ตัวอาคารสนามบิน แล้วนั่งรถไฟเพียงประมาณ 7 นาทีก็ถึงสถานีใจกลางเมือง Genève-Cornavin หรือจะนั่งรถไฟขบวนยาว (เช่น IR90, IR95) ตรงไปยังเมือง Lausanne, Vevey หรือ Montreux ได้เลย
Q: ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ในการเที่ยวรอบทะเลสาบเจนีวา?
A: ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย (ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน) อยู่ที่ประมาณ 150–250 CHF/คน/วัน (ราว 6,000–10,000 บาท) ขึ้นอยู่กับสไตล์ที่พักและการรับประทานอาหาร โดยค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ เช่น ปราสาท Chillon อยู่ที่ประมาณ 15 CHF แนะนำให้ซื้อตั๋วเดินทางสวิสพาส (Swiss Travel Pass) เพื่อช่วยประหยัดค่าเดินทางด้วยรถไฟและเรือ
Q: ควรใช้เวลาเที่ยวทะเลสาบเจนีวากี่วันดี?
A: แนะนำอย่างน้อย 2–3 วัน เพื่อเก็บเมืองหลักได้อย่างไม่เร่งรีบ เช่น วันแรกเที่ยวเมืองเจนีวา, วันที่สองเที่ยว Lausanne, Vevey และเดินเล่นไร่องุ่น Lavaux, วันที่สามเที่ยว Montreux และเข้าชมปราสาท Chillon
Q: แต่งตัวอย่างไรดีเมื่อไปเที่ยวทะเลสาบเจนีวา?
A: ควรแต่งตัวแบบสวมทับเป็นชั้น ๆ ถอดใส่ง่าย และพกเสื้อคลุมหรือเสื้อกันลมติดตัวเสมอ เนื่องจากลมริมทะเลสาบและบนเรืออาจทำให้รู้สึกเย็นกว่าปกติ รวมถึงควรสวมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าที่เดินสบาย เพราะทริปนี้เน้นเดินเที่ยวเมืองและเส้นทางธรรมชาติเป็นหลัก
Q: มีที่จอดรถไหมสำหรับคนที่ขับรถเที่ยว?
A: เมืองหลักรอบทะเลสาบส่วนใหญ่มีอาคารจอดรถ (Parking Garage) ให้บริการใกล้ใจกลางเมืองและจุดท่องเที่ยว แต่อาจมีค่าจอดค่อนข้างสูงและหาที่จอดริมถนนยาก หากเน้นเที่ยวเฉพาะเมืองหลัก การเดินทางด้วยรถไฟและระบบขนส่งสาธารณะจะสะดวกและคล่องตัวกว่า










