[รีวิว] แกรนด์แคนยอน (Grand Canyon) พร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ

สำรวจแกรนด์แคนยอนแบบละเอียด ทั้งจุดชมวิว Mather Point, Hopi Point วิธีเดินทางจากกรุงเทพฯ ที่พักแนะนำ และช่วงเวลาเที่ยวที่ดีที่สุด ครบทุกข้อมูลในบทความเดียว
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 5 นาที

แกรนด์แคนยอนเป็นหุบเขาที่ถูกกัดเซาะโดยแม่น้ำโคโลราโดเป็นเวลาหลายล้านปี จนกลายเป็นร่องหินขนาดมหึมา ลึกกว่า 1.6 กิโลเมตร กว้างสุดถึง 29 กิโลเมตร และ มีระยะทางยาวกว่า 450 กิโลเมตร! นับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง ถ้าได้ไปยืนอยู่ตรงขอบผาครั้งแรกแล้วคุณจะเข้าใจทันทีเลยว่าทำไมที่เที่ยวอเมริกาแห่งนี้ถึงได้กลายเป็นหนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลก 

บทความนี้จะพาไปรู้จักแกรนด์แคนยอนแบบละเอียด ตั้งแต่จุดชมวิวที่ห้ามพลาด กิจกรรมที่เหมาะกับนักเดินทางแต่ละสไตล์ วิธีเดินทาง ไปจนถึงที่พักใกล้เคียงที่เลือกมาให้แล้วว่าคุ้มค่าที่สุด ถ้าพร้อมแล้วเราไปลุยกันโลด!

กดจองตั๋วเครื่องบินไปสหรัฐอเมริกา ราคาดีที่นี่เลย!

Fri, 16 Oct 2026

China Airlines

กรุงเทพ (BKK) ไป ฟีนิกซ์ (PHX)

เริ่มจาก THB 16,324.31

Fri, 16 Oct 2026

STARLUX

กรุงเทพ (BKK) ไป ฟีนิกซ์ (PHX)

เริ่มจาก THB 17,288.64

Fri, 16 Oct 2026

Air Canada

กรุงเทพ (BKK) ไป ฟีนิกซ์ (PHX)

เริ่มจาก THB 22,129.15

Quick Summary

จุดไฮไลท์: Mather Point, Hopi Point, Yavapai Geology Museum และ Desert View Watchtower คือ 4 จุดชมวิวที่ครอบคลุมมุมมองของแกรนด์แคนยอนได้ครบที่สุด
กิจกรรมแนะนำ: เดิน Rim Trail แบบชิล ๆ, เดินป่าลงหุบเขาแบบท้าทาย, ปั่นจักรยานเลียบขอบผา หรือนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมวิวมุมสูง
ที่ตั้ง: อยู่ทางตอนเหนือของรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา ฝั่งที่นิยมไปคือ South Rim
การเดินทาง: จากกรุงเทพฯ ต้องบินต่อเครื่องอย่างน้อย 1-2 ครั้ง ใช้เวลารวมประมาณ 20-26 ชั่วโมง
ช่วงเวลาแนะนำ: เดือนเมษายน-พฤษภาคม และกันยายน-ตุลาคม อากาศเย็นสบาย คนไม่แน่นเกินไป
ที่พัก: มีตัวเลือกทั้งในอุทยานอย่าง Yavapai Lodge และ El Tovar - Inside the Park หรือใกล้ North Rim อย่าง Grand Canyon Lodge

ไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำของแกรนด์แคนยอน

1. Mather Point: จุดชมวิวแรกที่ห้ามพลาด

แกรนด์แคนยอน Mather Point

Mather Point คือจุดชมวิวที่อยู่ใกล้ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวมากที่สุดและเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเจอเป็นมุมมองแรกของแกรนด์แคนยอน เพราะเดินจากลานจอดรถแค่ไม่กี่นาทีก็ถึงแล้ว ตัวจุดชมวิวยื่นออกไปเหนือหุบเขา มองเห็นชั้นหินสีส้ม-แดงที่ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ สวยปังไม่ไหว แนะนำให้ไปช่วงเช้าตรู่ก่อนแดดจัด เพราะแสงจะตกกระทบหน้าผาสวยที่สุด แถมคนยังไม่เยอะ ต่างจากช่วงสาย ๆ ที่ทัวร์บัสมาลงกันเยอะ จุดนี้เหมาะกับทุกคนรวมถึงคนที่พาเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุมาด้วย เพราะทางเดินราบเรียบ ไม่ต้องปีนป่ายอะไรมาก ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดก่อนไปสำรวจจุดอื่น ๆ ต่อ

2. Hopi Point: จุดชมวิวยอดนิยมสำหรับชมพระอาทิตย์ตกดิน

Hopi Point

ถ้าอยากเห็นแกรนด์แคนยอนในช่วงเวลาที่สวยที่สุดของวัน Hopi Point คือคำตอบ จุดนี้ยื่นออกไปจากขอบผามากกว่าจุดอื่น ทำให้มองเห็นแม่น้ำโคโลราโดที่ไหลอยู่ก้นหุบเขาได้ชัดเจน และเมื่อพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า สีของหน้าผาจะเปลี่ยนจากส้มเป็นแดงเข้มแล้วค่อย ๆ กลายเป็นสีม่วง เป็นภาพที่อลังการณ์สุด ๆ ควรไปถึงก่อนพระอาทิตย์ตกอย่างน้อย 45 นาที เพราะที่จอดรถมีจำกัดและคนแน่นมากในช่วงโกลเด้นอาวร์ ช่วง South Rim จะปิดถนนส่วนตัวรถส่วนตัวบางช่วง ต้องใช้รถชัตเทิลฟรีของอุทยานเพื่อไปยังจุดนี้ ต้องเผื่อเวลาเดินทางด้วยรถชัตเทิลไว้ล่วงหน้าด้วยนะ

3. Yavapai Geology Museum: พิพิธภัณฑ์ริมหน้าผา

จุดนี้ต่างจากที่อื่นตรงที่ไม่ได้มีแค่วิวสวย ๆ แต่ยังให้ความรู้ไปพร้อมกันอีกด้วย ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์สร้างติดขอบผาให้มองเห็นวิวได้เต็มตาผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ข้างในมีนิทรรศการอธิบายว่าแกรนด์แคนยอนก่อตัวขึ้นมาได้อย่างไร อายุของแต่ละชั้นหิน เหมาะกับคนที่อยากเข้าใจที่มาที่ไปของสถานที่แห่ง แนะนำให้แวะจุดนี้ก่อนไปจุดชมวิวอื่น เพราะพอเข้าใจธรณีวิทยาคร่าว ๆ แล้ว การมองเห็นชั้นหินสีต่าง ๆ ที่จุดอื่นจะสนุกขึ้น ด้านนอกอาคารก็เป็นจุดชมวิวในตัวเอง ไม่ต้องเสียค่าเข้าเพิ่ม และเปิดให้เข้าชมทุกวันตลอดปี

4. Desert View Watchtower: หอคอยหินโบราณสไตล์อินเดียนแดง

Desert View Watchtower

หอคอยหินสูง 21 เมตรแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1932 โดยได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมของชนพื้นเมืองอเมริกัน ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของ South Rim ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวหลักประมาณ 40 กิโลเมตร ด้านในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือศิลปินชนเผ่าโฮปิ และสามารถเดินขึ้นบันไดวนไปจนถึงชั้นบนสุดเพื่อมองวิวแกรนด์แคนยอนแบบ 360 องศาได้! เหมาะกับคนที่มีเวลาเที่ยวมากกว่า 1 วัน หรือกำลังขับรถมุ่งหน้าไปทาง Desert View Drive อยู่แล้ว เพราะเป็นจุดที่อยู่ไกลจากจุดอื่นพอสมควร ต้องวางแผนเวลาเดินทางเผื่อไว้ด้วยนะ

กิจกรรมแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวทุกสไตล์

เดินเขาชมธรรมชาติชมวิวจากเฮลิคอปเตอร์
เดินชมวิวบน Rim Trail (สายชิล - เน้นเดินง่าย): เส้นทางนี้เลียบไปตามขอบผา South Rim ระยะทางรวมกว่า 21 กิโลเมตร สามารถเลือกเดินเฉพาะช่วงที่สนใจได้ พื้นทางเดินราบเรียบ ไม่มีทางลาดชัน เหมาะกับทุกเพศทุกวัยรวมถึงคนที่มาเที่ยวกับครอบครัว ระหว่างทางจะผ่านจุดชมวิวหลายจุดต่อเนื่องกัน มีรถชัตเทิลฟรีวิ่งขนานไปด้วยตลอดเส้นทาง หากเดินเหนื่อยก็ขึ้นรถต่อได้ทันที ไม่ต้องกังวลเรื่องพลาดจุดชมวิวสวย ๆ
เดินป่าลงสู่ก้นหุบเขา (สายลุย - ชอบความท้าทาย): เส้นทางยอดนิยมอย่าง Bright Angel Trail หรือ South Kaibab Trail พาลงไปสัมผัสแกรนด์แคนยอนจากด้านล่าง ได้เห็นมุมมองที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยเห็น แต่ต้องเตรียมตัวให้ดี เพราะขาลงง่ายแต่ขาขึ้นเหนื่อยสุด ๆ
ปั่นจักรยานเลียบขอบผา (Biking): South Rim มีเส้นทางจักรยานแยกจากถนนรถยนต์ ปลอดภัยและวิวสวยไม่แพ้การเดิน ใช้เวลาน้อยกว่าเดินแต่ไปได้ไกลกว่า เหมาะกับคนที่อยากเก็บหลายจุดชมวิวในวันเดียว มีจุดให้เช่าจักรยานอยู่ใกล้ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ราคาเช่าคิดเป็นรายชั่วโมงหรือเหมาเป็นวัน ข้อดีคือปั่นไปจอดพักถ่ายรูปตรงจุดชมวิวไหนก็ได้ตามใจ ไม่ต้องรอรถชัตเทิล
นั่งเฮลิคอปเตอร์ชมวิวจากมุมสูง: สำหรับคนที่อยากเห็นความยิ่งใหญ่ของแกรนด์แคนยอนแบบภาพรวมทั้งหุบเขา การนั่งเฮลิคอปเตอร์คือประสบการณ์ที่คุ้มค่าเงินที่สุด ส่วนใหญ่ทัวร์จะออกจากลาสเวกัสหรือจากฝั่ง South Rim โดยตรง ใช้เวลาบินประมาณ 25-45 นาทีแล้วแต่แพ็กเกจ มองเห็นความกว้างของหุบเขาที่ไม่มีทางเห็นได้จากพื้นดิน บางแพ็กเกจมีจุดให้ลงจอดชมวิวก้นหุบเขาด้วย ราคาค่อนข้างสูงแต่บอกเลยว่าคุ้มมาก ควรจองล่วงหน้าเพราะรอบบินมีจำกัดต่อวัน

ที่ตั้งและการเดินทาง

แกรนด์แคนยอนตั้งอยู่ทางตอนเหนือของรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน (Grand Canyon National Park) แบ่งเป็น 2 ฝั่งหลักคือ South Rim ซึ่งเป็นฝั่งที่นักท่องเที่ยวนิยมไปมากที่สุดเพราะเดินทางสะดวกและเปิดตลอดทั้งปี กับ North Rim ที่อยู่ห่างออกไปและเปิดให้เข้าชมเฉพาะบางช่วงของปี สำหรับคนที่วางแผนมาครั้งแรก แนะนำให้เลือก South Rim เป็นหลักเพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวก ที่พัก และจุดชมวิวครบที่สุด

วิธีการเดินทางจากกรุงเทพฯ

เที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไม่มี ต้องต่อเครื่องอย่างน้อย 1-2 ครั้ง ผ่านเมืองอย่างลอสแอนเจลิส ซานฟรานซิสโก หรือโตเกียว/โซล ก่อนเข้าสหรัฐฯ เวลาบินรวมทั้งหมดประมาณ 20-26 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับจุดต่อเครื่อง ราคาตั๋วเครื่องบินไป-กลับอยู่ที่ประมาณ 35,000-55,000 บาทต่อคน ช่วงโลว์ซีซัน
สนามบินปลายทางที่นิยมใช้คือ Phoenix Sky Harbor (PHX) หรือ Las Vegas Harry Reid (LAS) เพราะมีเที่ยวบินเยอะและราคาถูกกว่าบินตรงเข้า Flagstaff

กดจองตั๋วเครื่องบินไปสหรัฐอเมริกา ราคาดีที่นี่เลย!

Fri, 16 Oct 2026

China Airlines

กรุงเทพ (BKK) ไป ฟีนิกซ์ (PHX)

เริ่มจาก THB 16,324.31

Fri, 16 Oct 2026

STARLUX

กรุงเทพ (BKK) ไป ฟีนิกซ์ (PHX)

เริ่มจาก THB 17,288.64

Fri, 16 Oct 2026

Air Canada

กรุงเทพ (BKK) ไป ฟีนิกซ์ (PHX)

เริ่มจาก THB 22,129.15

วิธีเดินทางในตัวเมือง

จาก Phoenix (PHX) ไป South Rim: ขับรถเช่าประมาณ 3.5-4 ชั่วโมง ระยะทาง 370 กิโลเมตร ค่าเช่ารถเริ่มต้นประมาณ 1,500-2,500 บาทต่อวัน
จาก Las Vegas (LAS) ไป South Rim: ขับรถประมาณ 4.5-5 ชั่วโมง ระยะทาง 440 กิโลเมตร เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวลาสเวกัสต่อด้วย
จาก Flagstaff (FLG) ไป South Rim: ใกล้ที่สุดเพียง 1.5 ชั่วโมง แต่ตั๋วเครื่องบินมักแพงกว่าและรอบบินน้อย มีรถชัตเทิลจากในเมืองเข้าอุทยานด้วย ราคาประมาณ 700-1,000 บาทต่อเที่ยว

จุดเด่นของแกรนด์แคนยอน

สิ่งที่ทำให้แกรนด์แคนยอนต่างจากหุบเขาอื่น ๆ ทั่วโลกคือขนาดที่ใหญ่เกินจินตนาการ ความลึกกว่า 1.6 กิโลเมตรทำให้มองจากขอบผาแล้วแทบไม่เห็นก้นหุบเขา ชั้นหินที่ปรากฏให้เห็นบนหน้าผามีอายุตั้งแต่ 250 ล้านปีไปจนถึงเกือบ 2,000 ล้านปี! เรียกได้ว่าเป็นเหมือนหนังสือประวัติศาสตร์โลกที่เปิดให้เห็นชั้นแล้วชั้นเล่า อีกจุดที่ทำให้ที่นี่พิเศษคือแสงและสีที่เปลี่ยนไปตลอดทั้งวัน ตอนเช้าหน้าผาจะออกโทนส้มอ่อน พอบ่ายแก่ ๆ จะเข้มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงสีแดงเลือดหมูตอนพระอาทิตย์ตก ทำให้ถ่ายรูปเวลาไหนก็ได้บรรยากาศไม่ซ้ำกัน นอกจากนี้ยังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น กระรอกดิน อีลก์ และนกอินทรีหัวล้าน ที่มีโอกาสเจอได้ระหว่างเดินเล่นตามเส้นทางต่าง ๆ

เที่ยวแกรนด์แคนยอนเดือนไหนดี

เมษายน-พฤษภาคม: อากาศเริ่มอุ่นขึ้น อุณหภูมิเฉลี่ย 15-24°C เดินป่าได้สบาย คนยังไม่แน่นมาก
กันยายน-ตุลาคม: ช่วงที่หลายคนบอกว่าดีที่สุด อากาศเย็นสบาย ฝนน้อย แสงตอนเย็นสวยเป็นพิเศษ
มิถุนายน-สิงหาคม: ฤดูท่องเที่ยวหลัก คนเยอะที่สุด อากาศบนขอบผาร้อนได้ถึง 30°C ส่วนก้นหุบเขาร้อนจัดเกิน 40°C ไม่เหมาะกับการเดินป่าลงล่าง
ธันวาคม-กุมภาพันธ์: หนาวจัด มีหิมะตก แต่คนน้อยที่สุดและราคาที่พักถูกลงมาก เหมาะกับคนชอบบรรยากาศเงียบสงบ

แนะนำที่พักใกล้เคียง

Yavapai Lodge

Yavapai Lodge
Yavapai Lodge
Yavapai Lodge
Yavapai Lodge

+2

Yavapai Lodge

เหมาะกับ: สายประหยัด / คนที่อยากพักในอุทยาน / สายรักธรรมชาติ

Yavapai Lodge เป็นที่พักที่อยู่ในเขตอุทยานฝั่ง South Rim ห่างจากจุดชมวิวหลักไม่ไกล เดินหรือใช้รถชัตเทิลฟรีของอุทยานไปถึงได้สะดวก ห้องพักเน้นความเรียบง่ายสไตล์ลอดจ์ ไม่หรูหราแต่สะอาดและครบครัน มีร้านอาหารในตัว ไม่ต้องขับรถออกไปหาที่กินไกล ราคาย่อมเยากว่าที่พักในอุทยานแห่งอื่น เหมาะกับคนที่เน้นเข้าถึงจุดชมวิวได้ง่ายและงบไม่บานปลาย

El Tovar - Inside the Park

El Tovar - Inside the Park
El Tovar - Inside the Park
El Tovar - Inside the Park
El Tovar - Inside the Park

+2

El Tovar - Inside the Park

เหมาะกับ: ครอบครัว / สายถ่ายรูป / สายหรู

El Tovar - Inside the Park เป็นโรงแรมประวัติศาสตร์ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1905 ตั้งอยู่ห่างจากขอบผาแค่ไม่กี่ก้าว ถือเป็นที่พักที่ใกล้จุดชมวิวที่สุดในบรรดาโรงแรมทั้งหมดของอุทยาน ตัวอาคารสร้างด้วยไม้ซุงสไตล์ล็อดจ์เก่าแก่ บรรยากาศคลาสสิกมีเสน่ห์ ห้องพักบางห้องมองเห็นวิวแกรนด์แคนยอนได้จากหน้าต่าง ราคาสูงกว่าที่พักอื่นในละแวกนี้พอสมควร แต่ด้วยทำเลและบรรยากาศที่หาไม่ได้จากที่ไหน หลายคนยอมจ่ายเพิ่มเพื่อพักที่นี่

Grand Canyon Lodge

Grand Canyon Lodge
Grand Canyon Lodge
Grand Canyon Lodge
Grand Canyon Lodge

+2

Grand Canyon Lodge

เหมาะกับ: ครอบครัว / คนที่อยากสัมผัสแกรนด์แคนยอนแบบเงียบสงบ / สายชิล

Grand Canyon Lodge เป็นที่พักเพียงแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานฝั่ง North Rim เหมาะกับคนที่อยากเห็นแกรนด์แคนยอนจากมุมที่คนน้อยกว่า เพราะฝั่งนี้เปิดให้บริการเฉพาะบางช่วงของปีเท่านั้น ตัวลอดจ์มีระเบียงชมวิวที่มองเห็นหุบเขาได้กว้างมาก บรรยากาศเงียบสงบกว่าฝั่ง South Rim มาก เหมาะกับคนที่เคยไปฝั่ง South Rim มาแล้วและอยากลองมุมมองใหม่ ๆ

เคล็ดลับการเที่ยว

จองที่พักในอุทยานล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน เพราะห้องพักในอุทยานมีจำกัดและเต็มเร็วมาก
พกน้ำดื่มติดตัวเสมอ อากาศแห้งมากทำให้ร่างกายขาดน้ำได้เร็วกว่าที่คิด แม้จะเดินแค่ระยะสั้น ๆ บนขอบผา
ใช้รถชัตเทิลฟรีของอุทยานแทนการขับรถส่วนตัว เพราะที่จอดรถตามจุดชมวิวหลักมีจำกัดมาก โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตก
เผื่อเวลาอย่างน้อย 2 วันเต็มถ้าอยากเก็บทั้งจุดชมวิวและลองเดินป่าลงหุบเขาด้วย เพราะแค่ขับรถระหว่างจุดต่าง ๆ ก็กินเวลาพอสมควร
เตรียมเสื้อกันหนาวติดกระเป๋าไว้แม้จะไปหน้าร้อน เพราะช่วงเช้าตรู่และหลังพระอาทิตย์ตกบนขอบผาอากาศจะเย็นกว่าที่คิด

FAQ

แกรนด์แคนยอนใหญ่แค่ไหน? ตัวหุบเขามีความยาวประมาณ 446 กิโลเมตร ลึกที่สุดกว่า 1.6 กิโลเมตร และกว้างสุดถึง 29 กิโลเมตร ถือเป็นหนึ่งในหุบเขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ควรไปฝั่ง South Rim หรือ North Rim ดี? สำหรับคนที่ไปครั้งแรกแนะนำ South Rim เพราะเปิดตลอดปี มีสิ่งอำนวยความสะดวกและจุดชมวิวเยอะกว่า ส่วน North Rim เหมาะกับคนที่เคยไปแล้วและอยากสัมผัสบรรยากาศที่เงียบกว่า
ใช้เวลาเที่ยวแกรนด์แคนยอนกี่วันถึงจะพอ? อย่างน้อย 1-2 วันเต็มสำหรับชมจุดชมวิวหลักและลองกิจกรรมเบา ๆ แต่ถ้าอยากเดินป่าลงหุบเขาด้วย ควรเผื่อเวลา 3 วันขึ้นไป
ต้องซื้อบัตรเข้าอุทยานล่วงหน้าไหม? สามารถซื้อหน้างานได้ แต่แนะนำให้ซื้อผ่านเว็บไซต์ทางการของอุทยานล่วงหน้าเพื่อความสะดวก บัตรใช้ได้ 7 วันและครอบคลุมทั้งฝั่ง South Rim และ North Rim

ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมจองไฟล์ทไปลอสแอนเจลิสและจองที่พักใกล้แกรนด์แคนยอนกับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!

จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร