[รีวิว] Lake Blausee สวิตเซอร์แลนด์ พร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ

เที่ยว Lake Blausee สวิตเซอร์แลนด์ ชมทะเลสาบสีฟ้าใสกลางป่า พร้อมไฮไลท์ วิธีเดินทาง กิจกรรม ช่วงน่าเที่ยว ที่พัก และเคล็ดลับเที่ยวด้วยตัวเอง
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 7 นาที

Lake Blausee หรือ ทะเลสาบเบลาเซ หนึ่งในทะเลสาบสีฟ้าที่สวยสะดุดตาของสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติของภูมิภาค Bernese Oberland ใกล้เมือง Kandersteg ถึงจะเป็นทะเลสาบขนาดไม่ใหญ่มาก แต่บอกเลยว่าเรื่องบรรยากาศไม่ธรรมดา เพราะน้ำที่นี่ใสจนมองเห็นก้อนหินและปลาเทราต์ที่ว่ายอยู่ด้านล่าง แถมยังถูกโอบล้อมด้วยป่าสนเขียว ๆ และภูเขา ให้ฟีลสงบ ร่มรื่น เรียกว่ามาถึงแล้วต้องเสพบรรยากาศนาน ๆ จนไม่อยากกลับเลยทีเดียว

อีกหนึ่งเสน่ห์ของทะเลบสาบ Blausee สวิตเซอร์แลนด์ คือวิวที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ช่วงหน้าร้อนจะได้เห็นสีเขียวสดของต้นไม้ตัดกับน้ำสีฟ้าอมเขียว พอเข้าฤดูใบไม้ร่วง บรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นโทนเหลืองส้มสุดโรแมนติก ส่วนหน้าหนาว ถ้ามีหิมะปกคลุมรอบทะเลสาบก็ยิ่งสวยไปอีกแบบ ที่สำคัญคือเดินทางมาเที่ยวได้ไม่ยาก จะจัดเป็นเดย์ทริปจาก Interlaken หรือแวะเที่ยวต่อจาก Kandersteg และ Oeschinensee ก็ลงตัวมาก

ใครกำลังวางแผนเที่ยว Lake Blausee บทความนี้ Traveloka จะพาไปดูให้ครบ ทั้งจุดไฮไลท์ การเดินทาง กิจกรรมน่าลอง รวมถึงที่พักใกล้ ๆ และเคล็ดลับสำหรับคนที่อยากเที่ยว Lake Blausee ด้วยตัวเอง ส่วนใครกำลังเตรียมทริปสวิตเซอร์แลนด์ ก็สามารถจองตั๋วเครื่องบินและที่พักกับ Traveloka ไว้ล่วงหน้า แล้วเตรียมตัวไปสัมผัสความสวยของทะเลสาบสีฟ้าแห่งนี้กันได้เลย!

Discover Flights With Traveloka

Thu, 5 Nov 2026

Vueling

บาร์เซโลน่า (BCN) ไป ซูริค (ZRH)

เริ่มจาก THB 1,901.14

Tue, 27 Oct 2026

easyJet

บูดาเปสต์ (BUD) ไป ซูริค (ZRH)

เริ่มจาก THB 7,225.12

Tue, 17 Nov 2026

Air India

กัวลาลัมเปอร์ (KUL) ไป ซูริค (ZRH)

เริ่มจาก THB 8,643.20

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยว Lake Blausee ใน 1 นาที

สัมผัสผืนน้ำใสราวกระจก: ทะเลสาบสีฟ้าอมเขียวเทอร์ควอยซ์ที่เกิดจากแหล่งน้ำใต้ดินธรรมชาติ ทำให้น้ำใสจนมองเห็นก้อนหิน ขอนไม้ และปลาเทราต์ใต้น้ำได้ชัดแจ๋ว
จุดท่องเที่ยวและตำนานห้ามพลาด: เดินชมบรรยากาศป่าใน Blausee Nature Park บนพื้นที่ 125 ไร่, ตามหารูปปั้นหญิงสาวใต้น้ำจากตำนานความรักอันเศร้าโศก และแวะชม Blausee Organic Trout Farm ฟาร์มเลี้ยงปลาเทราต์ออร์แกนิกในน้ำแร่ธรรมชาติที่เปิดมานานกว่า 130 ปี
กิจกรรมยอดฮิต: นั่งเรือพายท้องกระจกชมโลกใต้น้ำ, ชิมเมนูปลาเทราต์สด ๆ ที่ร้านอาหารริมทะเลสาบ, ทำบาร์บีคิว ปิกนิกกลางธรรมชาติ, พาเด็ก ๆ ไปปล่อยพลังที่สนามเด็กเล่น และสัมผัสประสบการณ์ดำน้ำใต้น้ำใส ๆ ช่วงฤดูหนาว
การเดินทางสะดวก: บินลงสนามบินซูริค (ZRH) หรือเจนีวา (GVA) นั่งรถไฟ และต่อรถบัสสาย 230 ลงป้าย Blausee BE เดินต่อเพียง 350 เมตรก็ถึงทางเข้า จัดเป็น Day Trip จาก Interlaken, Bern, Zurich หรือเที่ยวควบ Kandersteg และ Oeschinensee ในวันเดียวกันได้ง่ายๆ
ช่วงเวลาน่าเที่ยว: เที่ยวได้ตลอดปี ช่วงยอดนิยมคือพฤษภาคม–ตุลาคม อากาศสบายและกิจกรรมครบ, ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน) วิวใบไม้เปลี่ยนสีโรแมนติก และหน้าหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์) ได้ฟีลป่าหิมะเงียบสงบเหมือนในเทพนิยาย
ระยะเวลาที่แนะนำ: ใช้เวลาประมาณ 2–3 ชั่วโมงกำลังดี เหมาะสำหรับสายชิล สายถ่ายรูป หรือครอบครัวที่อยากมาเสพบรรยากาศธรรมชาติแบบไม่ต้องเดินเทรลหนัก

ประวัติ Lake Blausee

Blausee เที่ยว

ชื่อ Lake Blausee หรือ เบลาเซ มีความหมายตรงตัวว่า “ทะเลสาบสีฟ้า” ซึ่งก็มาจากสีฟ้าอมเขียวใสสะดุดตาที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ ตัวทะเลสาบซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางป่าและภูเขาในหุบเขา Kandertal โดยพื้นที่ธรรมชาติรอบ ๆ เกิดขึ้นจากเหตุการณ์หินถล่มครั้งใหญ่จากภูเขา Fisistock เมื่อประมาณ 15,000 ปีก่อน จนเกิดเป็นภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยก้อนหินขนาดใหญ่ ป่าไม้ และทางเดินธรรมชาติที่เราเห็นกันในปัจจุบัน

อีกหนึ่งความพิเศษของ ทะเลสาบเบลาเซ คือเป็นทะเลสาบที่ได้รับน้ำจากแหล่งน้ำใต้ดินในหุบเขา Kander ทำให้น้ำมีความใสเป็นพิเศษ โดยบางจุดสามารถมองเห็นวัตถุที่อยู่ลึกลงไปถึงประมาณ 12 เมตร แต่กลับดูเหมือนอยู่ใกล้ผิวน้ำมาก ๆ เพราะความใสของน้ำ

ปัจจุบัน Lake Blausee เป็นส่วนหนึ่งของ Blausee Nature Park พื้นที่ธรรมชาติขนาดประมาณ 20 เฮกตาร์  หรือ 125 ไร่ และยังมีฟาร์มปลาเทราต์ออร์แกนิกที่ใช้น้ำแร่ธรรมชาติของ Blausee ในการเลี้ยงทั้งปลาเรนโบว์เทราต์และแซลมอนเทราต์ด้วย จากทะเลสาบเล็ก ๆ กลางป่า ที่นี่จึงกลายเป็นหนึ่งในพิกัดธรรมชาติยอดนิยมของภูมิภาค Bernese Oberland ที่ได้ทั้งชมทะเลสาบ เดินเล่นในป่า และสัมผัสบรรยากาศเงียบสงบของสวิตเซอร์แลนด์แบบเต็ม ๆ

จุดไฮไลท์ต่างๆ ของ Lake Blausee

1. น้ำในทะเลสาบที่ใสราวกับกระจก

แค่เดินมาถึง Lake Blausee ก็จะเข้าใจเลยว่าทำไมหลายคนถึงอวยยศให้ที่นี่ว่าสวยตาแตก เพราะน้ำในทะเลสาบทั้งใสและมีสีฟ้าอมเขียวสวยมาก มองจากริมฝั่งก็เห็นลงไปถึงก้อนหิน ลำต้นไม้ และปลาเทราต์ที่ว่ายอยู่ด้านล่างได้แบบชัด ๆ ยิ่งวันที่มีแสงแดดส่องลงมา สีของน้ำจะยิ่งดูสดขึ้น บางมุมเป็นสีฟ้าใส บางมุมออกเขียวเทอร์ควอยซ์ ตัดกับป่าสีเขียวรอบ ๆ ได้สวยแบบแทบไม่ต้องแต่งรูปเลย ใครกำลังหาจุดถ่ายรูป Lake Blausee สวย ๆ บอกเลยว่าแค่เดินเลาะริมทะเลสาบก็มีมุมให้กดชัตเตอร์เพียบแล้ว

2. สวนธรรมชาติและเส้นทางเดินป่า Blausee Nature Park 

อย่าเพิ่งรีบเดินตรงไปทะเลสาบ เพราะเส้นทางใน Blausee Nature Park ก็สวยไม่แพ้กัน ระหว่างทางจะได้เดินผ่านป่าร่ม ๆ ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ลำธารเล็ก ๆ และก้อนหินที่มีมอสสีเขียวปกคลุม บรรยากาศเย็นสบายและเงียบสงบมาก ยิ่งเดินลึกเข้าไปแล้วค่อย ๆ เห็นสีฟ้าของทะเลสาบเบลาเซ โผล่ผ่านแนวต้นไม้มา บอกเลยว่าได้ฟีลเหมือนกำลังเดินเข้าไปเจอสถานที่ลับกลางป่า ถึงเส้นทางจะไม่ได้ยาวหรือเดินเหนื่อยมาก แต่มีมุมสวย ๆ ให้หยุดดูวิวและถ่ายรูประหว่างทางตลอดเลย 

3. รูปปั้นหญิงสาวใต้น้ำกับตำนานของทะเลสาบ

รูปปั้นหญิงสาวใต้น้ำ Lake Blausee

นอกจากน้ำสีฟ้าสวย ๆ แล้ว Blausee ยังมีเรื่องเล่าโรแมนติกปนเศร้าซ่อนอยู่ด้วย ใครมาถึงแล้วลองสังเกตบริเวณใต้น้ำให้ดี จะเห็นรูปปั้นหญิงสาวนอนอยู่ท่ามกลางก้อนหิน ซึ่งสร้างขึ้นจากตำนานของหญิงสาวที่สูญเสียคนรัก และมานั่งร้องไห้อยู่ริมทะเลสาบด้วยความคิดถึง จนมีเรื่องเล่าว่าน้ำตาของเธอทำให้น้ำในทะเลสาบกลายเป็นสีฟ้าเหมือนสีดวงตาของเธอ แม้จะเป็นเพียงตำนาน แต่พอได้เห็นรูปปั้นผ่านน้ำใส ๆ ด้วยตาตัวเอง ก็ยิ่งทำให้บรรยากาศของ Lake Blausee ดูมีเสน่ห์และน่าค้นหาขึ้นอีกเยอะ

4. ฟาร์มปลาเทราต์ออร์แกนิก (Blausee Organic Trout Farm)

ถ้าเดินริมทะเลสาบแล้วเห็นปลาเทราต์ว่ายอยู่เต็มไปหมด ไม่ต้องแปลกใจ เพราะที่นี่มี Blausee Organic Trout Farm ฟาร์มปลาเทราต์ออร์แกนิกของตัวเองอยู่ด้วย โดยอาศัยน้ำธรรมชาติที่เย็นและใสของ Blausee เป็นส่วนหนึ่งของการเลี้ยงปลา ทำให้ปลาเทราต์กลายเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของที่นี่ไปเลย นอกจากจะได้ยืนดูฝูงปลาว่ายผ่านน้ำใส ๆ แบบเพลิน ๆ แล้ว ใครเป็นสายกินยังสามารถแวะลองเมนูปลาเทราต์ที่ร้านอาหารภายในได้อีก เรียกว่าได้ทั้งชมวิว เดินเล่น และลองของขึ้นชื่อของที่นี่ครบในทริปเดียวเลย

ที่ตั้งและการเดินทางไป Lake Blausee

Lake Blausee ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน Blausee-Mitholz กลางหุบเขา Kandertal ในภูมิภาค Bernese Oberland ของรัฐ Bern โดยอยู่ระหว่างเมือง Frutigen และ Kandersteg โลเคชั่นถือว่าดีมากสำหรับคนที่กำลังเที่ยวแถบ Interlaken, Spiez หรือ Kandersteg เพราะสามารถจัดเป็นเดย์ทริปได้สบาย ๆ แถมยังเที่ยวต่อ Oeschinensee ได้อีกด้วย ถึงตัวทะเลสาบจะซ่อนอยู่กลางป่า แต่การเดินทางไม่ได้ลำบากอย่างที่คิด เพราะมีทั้งรถไฟ รถบัส และถนนเชื่อมมาถึงบริเวณทางเข้า Blausee Nature Park เลย แถมจากป้ายรถบัสเดินต่อประมาณ 350 เมตรก็ถึงทะเลสาบแล้ว 

เวลาเปิด - ปิด: เปิดบริการทุกวัน 09.00 น. – 21.00 น.

ค่าเข้าชมช่วงเวลาปกติ (09.00 – 17.00 น.)

วันจันทร์ – ศุกร์: ผู้ใหญ่ 11 CHF / เด็ก (6–15 ปี) 7 CHF / เด็กต่ำกว่า 6 ปี เข้าฟรี
วันเสาร์ – อาทิตย์ & วันหยุดนักขัตฤกษ์: ผู้ใหญ่ 13 CHF / เด็ก (6–15 ปี) 9 CHF / เด็กต่ำกว่า 6 ปี เข้าฟรี

ค่าเข้าชมช่วงเย็น (ตั้งแต่ 17.00 น. เป็นต้นไป)

วันจันทร์ – ศุกร์: ผู้ใหญ่ 9 CHF / เด็ก (6–15 ปี) 5 CHF / เด็กต่ำกว่า 6 ปี เข้าฟรี
วันเสาร์ – อาทิตย์ & วันหยุดนักขัตฤกษ์: ผู้ใหญ่ 11 CHF / เด็ก (6–15 ปี) 7 CHF / เด็กต่ำกว่า 6 ปี เข้าฟรี

สิ่งที่รวมอยู่ในตั๋วและสิทธิพิเศษ

รวมสิทธิ์ลงนั่งเรือท้องกระจกชมใต้น้ำแล้ว (เปิดให้บริการเฉพาะช่วงฤดูร้อนและวันที่สภาพอากาศเอื้ออำนวย)
เข้าชมฟรีในวันเกิด เพียงแสดงพาสปอร์ตยืนยันที่จุดจำหน่ายตั๋ว

สิทธิ์ส่วนลดบัตรท่องเที่ยว

Swiss Travel Pass / GA / Half-Fare Card: ไม่ได้รับส่วนลดค่าเข้า (แต่ใช้เดินทางด้วยรถไฟและรถบัสมาถึงหน้าอุทยานได้ฟรี)
Berner Oberland Pass หรือ Guest Card ของโรงแรมในพื้นที่: ได้รับส่วนลดค่าเข้า 50%

วิธีการเดินทางจากไทยไปสวิตเซอร์แลนด์

จากประเทศไทยยังไม่มีเที่ยวบินที่พาไปถึง Lake Blausee โดยตรง วิธีง่ายที่สุดคือบินเข้าสวิตเซอร์แลนด์ก่อน แล้วค่อยต่อรถไฟและรถบัสมายัง Blausee โดยสนามบินที่เหมาะกับการเริ่มต้นทริปมีหลัก ๆ 2 แห่ง

บินลง Zurich Airport (ZRH): ตัวเลือกที่แนะนำสำหรับคนที่มี Lake Blausee อยู่ในแพลน เพราะ Zurich เชื่อมต่อกับ Bern, Spiez และภูมิภาค Bernese Oberland ด้วยรถไฟได้สะดวก หลังลงเครื่องสามารถขึ้นรถไฟจากสถานี Zürich Flughafen แล้วเดินทางต่อไปทาง Bern–Spiez ได้เลย เหมาะกับคนที่อยากเริ่มเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์จากฝั่ง Zurich ก่อนค่อยลงมาทาง Interlaken และ Blausee
บินลง Geneva Airport (GVA): เหมาะกับคนที่มีแพลนเที่ยวฝั่ง Geneva, Lausanne หรือ Montreux ก่อน จากสนามบินมีสถานี Genève-Aéroport เชื่อมกับระบบรถไฟสวิตเซอร์แลนด์ สามารถนั่งรถไฟไปทาง Bern หรือ Spiez แล้วเดินทางต่อเข้า Blausee ได้ เพียงแต่ระยะทางจะไกลกว่าเริ่มจาก Zurich จึงเหมาะกับทริปที่วางเส้นทางเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์จากตะวันตกไปตะวันออกมากกว่า

Discover Flights With Traveloka

Fri, 13 Nov 2026

easyJet

บูดาเปสต์ (BUD) ไป เจนีวา (GVA)

เริ่มจาก THB 2,839.39

Tue, 10 Nov 2026

KLM

บูดาเปสต์ (BUD) ไป เจนีวา (GVA)

เริ่มจาก THB 4,270.25

Sat, 14 Nov 2026

Air China

ฮานอย (HAN) ไป เจนีวา (GVA)

เริ่มจาก THB 9,376.46

วิธีการเดินทางไป Lake Blausee

พอเข้าสวิตเซอร์แลนด์แล้ว การไปทะเลสาบเบลาเซ ด้วยขนส่งสาธารณะถือว่าง่ายกว่าที่คิด หลัก ๆ ให้เดินทางไปยัง Frutigen หรือ Kandersteg ก่อน แล้วต่อรถบัสมาลงป้าย Blausee BE ซึ่งอยู่ใกล้ทางเข้า Blausee Nature Park

จาก Zurich: เริ่มจาก Zürich HB หรือสถานี Zürich Flughafen แล้วนั่งรถไฟสาย IC ไปทาง Bern–Spiez จากนั้นต่อรถไฟจาก Spiez ไปลง Frutigen แล้วเปลี่ยนเป็นรถบัส นั่งสาย 230 ลงป้ายไปลงป้าย Blausee BE เมื่อถึงแล้วเดินต่อเข้า Nature Park อีกประมาณ 350 เมตรก็ถึงบริเวณทะเลสาบ เหมาะกับคนที่อยากจัด Blausee เป็นเดย์ทริปยาว ๆ หรือเดินทางมาพักแถว Kandersteg ต่อ
จาก Interlaken: ใครพัก Interlaken อยู่แล้ว การมา Blausee ค่อนข้างสะดวก เริ่มจาก Interlaken Ost หรือ Interlaken West นั่งรถไฟไปลง Spiez แล้วต่อรถไฟไป Frutigen จากนั้นเปลี่ยนเป็นรถบัสสาย 230 ไปลง Blausee BE 
จาก Bern: ขึ้นรถไฟจาก Bern Bahnhof ไป Spiez แล้วต่อรถไฟไป Frutigen ก่อนเปลี่ยนเป็นรถบัสสาย 230 ไปลง Blausee BE ใครมี Bern อยู่ในแพลนอยู่แล้ว สามารถจัด Lake Blausee เป็นทริปออกนอกเมืองเพื่อเปลี่ยนจากบรรยากาศเมืองเก่ามาชมธรรมชาติได้แบบพอดี ๆ เลย 
จาก Kandersteg: ถ้าพักอยู่ Kandersteg ยิ่งง่าย เพราะสามารถขึ้นรถบัส สาย 230 จากบริเวณ Kandersteg Bahnhof มาลง Blausee BE ได้เลย ใช้เวลาไม่นาน เหมาะกับคนที่อยากจัดทริป Lake Blausee + Oeschinensee ในโซนเดียวกัน
ขับรถมาเอง: สำหรับสาย Road Trip สามารถขับมาตามเส้นหลวงหมายเลข 223 Spiez–Frutigen–Kandergrund–Kandersteg แล้วตามป้าย Blausee ได้เลย มีลานจอดรถอยู่ใกล้ทางเข้า Nature Park แต่ต้องเสียค่าจอด และช่วงหน้าร้อนหรือวันหยุดที่จอดรถอาจเต็มค่อนข้างเร็ว ถ้าไม่อยากลุ้นเรื่องที่จอด รถไฟกับรถบัสถือว่าสบายกว่า

จุดเด่นของ Lake Blausee

ทะเลสาบเล็ก ๆ ที่เที่ยวได้แบบสบาย ๆ: เสน่ห์ของ Lake Blausee คือไม่ต้องรีบวิ่งเก็บหลายจุดให้เหนื่อย เพราะพื้นที่กำลังพอดี สามารถค่อย ๆ เดินเล่น หามุมนั่งพัก หรือปล่อยเวลาไปกับบรรยากาศรอบตัวได้เต็มที่ เหมาะมากกับวันที่อยากพักจากทริปแน่น ๆ แล้วมาเที่ยวธรรมชาติแบบชิล ๆ
ธรรมชาติสวย แต่ไม่ต้องเป็นสาย Hiking ก็เที่ยวได้: ใครอยากสัมผัสบรรยากาศภูเขาของ Bernese Oberland แต่ไม่อยากเดินเทรลหนัก ๆ ที่นี่ตอบโจทย์มาก เพราะเส้นทางไปยังทะเลสาบค่อนข้างสั้นและเดินง่าย ไม่ต้องเตรียมตัวเหมือนไป Hiking เต็มวัน ก็ยังได้ใกล้ชิดทั้งป่า ลำธาร และวิวภูเขาแบบเต็มอิ่ม
เที่ยวได้ทุกฤดู ฟีลเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ: ความสนุกของ Blausee Switzerland คือมาแต่ละช่วงก็ได้บรรยากาศไม่เหมือนกัน หน้าร้อนสดใสและมีชีวิตชีวา พอเข้าฤดูใบไม้ร่วงจะได้โทนอบอุ่นละมุน ๆ ส่วนหน้าหนาวก็เปลี่ยนเป็นบรรยากาศเงียบสงบท่ามกลางหิมะ ทำให้ที่นี่เป็นที่เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ ที่กลับมาเที่ยวต่างฤดูก็ยังได้ฟีลลิ่งใหม่ ๆ เสมอ
จัดทริปคู่กับ Kandersteg และ Oeschinensee ได้ง่าย: โลเคชั่นของทะเลสาบเบลาเซ ถือว่าเหมาะกับการแพลนเที่ยวต่อมาก เพราะอยู่ไม่ไกลจาก Kandersteg และ Oeschinensee ใครมีเวลาเต็มวันสามารถจัดเส้นทางเที่ยวธรรมชาติหลายจุดในโซนเดียวกันได้ โดยไม่ต้องเสียเวลานั่งรถข้ามเมืองนาน ๆ
เหมาะกับหลายสไตล์การเที่ยว: จะมากับแฟน ครอบครัว หรือโซโล่ ก็สนุกได้ เพราะกิจกรรมส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้แรงเยอะ จะเดินเล่น ถ่ายรูป นั่งพัก หรือหาอะไรกินก็เลือกได้ตามสบาย เป็นพิกัดที่ไม่ต้องมีแพลนซับซ้อน แต่ก็ใช้เวลาที่นี่ได้เพลิน ๆ หลายชั่วโมง
ไปง่ายด้วยขนส่งสาธารณะ: ถึงจะให้ฟีลเหมือนทะเลสาบลับกลางป่า แต่จริง ๆ แล้ววิธีเดินทางไป Blausee ไม่ได้ยุ่งยากเลย มีทั้งรถไฟและรถบัสเชื่อมจากเมืองท่องเที่ยวหลัก ๆ และมีป้าย Blausee BE อยู่ใกล้ทางเข้า เหมาะกับสายเที่ยวด้วยรถไฟที่ไม่อยากเช่ารถขับเอง

เที่ยว Lake Blausee เดือนไหนดี?

ถ้าถามว่าเที่ยว Lake Blausee เดือนไหนดี ช่วงที่เที่ยวสบายและเหมาะกับการมาครั้งแรกคือประมาณ พฤษภาคม–ตุลาคม เพราะอากาศไม่หนาวจัด ป่าไม้รอบทะเลสาบมีสีสันสวย และเดินเที่ยวกลางแจ้งได้เต็มที่ โดยเฉพาะเดือนมิถุนายน–สิงหาคมที่บรรยากาศคึกคักและมีกิจกรรมช่วงฤดูร้อนให้ลอง แต่จริง ๆ แล้ว Lake Blausee เปิดให้เที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ละฤดูก็มีเสน่ห์ต่างกัน ใครชอบแบบไหนเลือกช่วงที่เข้ากับสไตล์ตัวเองได้เลย

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม): ช่วงที่ธรรมชาติรอบทะเลสาบเบลาเซ ค่อย ๆ กลับมาสดใสอีกครั้ง จากบรรยากาศปลายหนาวในเดือนมีนาคมไปสู่ป่าเขียว ๆ ในช่วงปลายเมษายนและพฤษภาคม อุณหภูมิโดยทั่วไปอยู่ประมาณ 0–15°C ช่วงต้นฤดูยังมีโอกาสเจออากาศหนาวหรือหิมะหลงเหลืออยู่บ้าง เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบเงียบ ๆ ก่อนเข้าสู่ช่วง High Season
ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม): เป็นช่วงยอดนิยมสำหรับการเที่ยว Lake Blausee เพราะอากาศกำลังสบาย อุณหภูมิช่วงกลางวันโดยทั่วไปอยู่ประมาณ 15–25°C ต้นไม้รอบทะเลสาบเขียวสดและมีแสงธรรมชาติค่อนข้างเยอะ เหมาะกับการเดินเล่น ปิกนิก หรือนั่งเรือท้องกระจก ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมเด่นของช่วงฤดูร้อน ใครอยากเที่ยวแบบกิจกรรมครบ ๆ เล็งช่วงนี้ไว้ได้เลย
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน): ใครชอบบรรยากาศโรแมนติก แนะนำช่วงนี้เลย เพราะสีเขียวรอบทะเลสาบจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเหลือง ส้ม และน้ำตาล ทำให้ Lake Blausee Switzerland ดูละมุนไปอีกแบบ ช่วงต้นฤดูอุณหภูมิกลางวันอาจอยู่ประมาณ 10–20°C ก่อนจะค่อย ๆ ลดลงจนเหลือประมาณ 0–10°C ในเดือนพฤศจิกายน โดยช่วงกันยายนถึงต้นตุลาคมถือว่าเดินเที่ยวสบายและยังไม่หนาวเกินไป
ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์): เป็นช่วงที่บรรยากาศเปลี่ยนไปคนละฟีลเลย เพราะอาจได้เจอป่าและภูเขารอบ Lake Blausee ที่ถูกคลุมด้วยสีขาว ดูเงียบสงบและเหมือนฉากในเทพนิยาย อุณหภูมิโดยทั่วไปอยู่ประมาณ -5 ถึง 5°C และอาจลดต่ำกว่านี้ได้ เหมาะกับคนที่ชอบวิวหิมะและอยากเห็น Blausee ในมุมที่ต่างจากช่วงหน้าร้อน แต่อย่าลืมเตรียมเสื้อกันหนาวและรองเท้าที่เดินบนพื้นลื่นได้ดีกันมาด้วยนะ

กิจกรรมแนะนำใน Lake Blausee

นั่งเรือท้องกระจกชม Blausee: ถ้ามาช่วงฤดูร้อน อย่าพลาดกิจกรรมซิกเนเจอร์อย่างการนั่งเรือพายท้องกระจกออกไปชมวิวกลาง Lake Blausee นอกจากจะได้เห็นทะเลสาบจากอีกมุมแล้ว ยังสามารถมองผ่านท้องเรือลงไปดูปลาเทราต์ที่ว่ายอยู่ด้านล่างได้ด้วย ที่สำคัญคือกิจกรรมนี้รวมอยู่ในค่าเข้าช่วงฤดูร้อนแล้ว ไม่ต้องซื้อตั๋วเรือเพิ่ม!
แวะชม Blausee Organic Trout Farm: ใครอยากรู้จักปลาเทราต์ของที่นี่มากขึ้น สามารถเดินเข้าไปชมฟาร์มปลาเทราต์ออร์แกนิกและบ่อเลี้ยงแบบธรรมชาติได้ ซึ่งรวมอยู่ในค่าเข้าเช่นกัน เป็นกิจกรรมเบา ๆ ที่ช่วยให้ได้เห็นอีกมุมของ Blausee นอกเหนือจากวิวทะเลสาบ
ชิมปลาเทราต์สด ๆ จากฟาร์ม: ดูปลาเสร็จแล้วจะลองชิมของขึ้นชื่อของที่นี่ต่อก็ได้ โดยมีเมนูปลาเทราต์ให้เลือกทั้งที่คาเฟ่ในช่วงฤดูร้อนและร้านอาหารริมทะเลสาบ เหมาะมากกับการแวะพักกินมื้อกลางวันหลังเดินเที่ยวมาเรื่อย ๆ
ปิกนิกและทำบาร์บีคิวกลางธรรมชาติ: ใครอยากเที่ยวแบบชิล ๆ แนะนำเตรียมของกินติดมาด้วย เพราะภายใน Blausee Nature Park มีทั้งพื้นที่ปิกนิกและจุดบาร์บีคิวที่รวมอยู่ในค่าเข้าแล้ว จะนั่งพัก กินอะไรเบา ๆ แล้วชมบรรยากาศรอบตัวไปด้วยก็เพลิน เหมาะทั้งกับกลุ่มเพื่อนและครอบครัวเลย
พาเด็ก ๆ เล่นที่ Natural Playground: ถ้ามาเที่ยว Lake Blausee แบบครอบครัว ที่นี่ก็มีสนามเด็กเล่นท่ามกลางธรรมชาติให้เด็ก ๆ ได้ปล่อยพลังกันเต็มที่ ทำให้ทริปไม่ได้มีแค่เดินชมวิวสำหรับผู้ใหญ่ แต่เด็ก ๆ ก็มีพื้นที่สนุกของตัวเองด้วย
ดำน้ำใน Blausee ช่วงฤดูหนาว: ใครเป็นสายดำน้ำและอยากลองประสบการณ์แปลกใหม่ ที่ Blausee สามารถดำน้ำได้ในช่วง พฤศจิกายน–มีนาคม (สำหรับผู้ที่มีใบรับรองการดำน้ำเท่านั้น) โดยไฮไลท์คือการได้ลงไปสัมผัสบรรยากาศใต้น้ำที่ใสและเงียบสงบของทะเลสาบแบบใกล้ ๆ ซึ่งให้ความรู้สึกแตกต่างจากการชมวิวอยู่บนฝั่งไปอีกแบบ ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมหน้าหนาวที่น่าสนใจสำหรับสายแอดเวนเจอร์โดยเฉพาะ

แนะนำที่พักใกล้ Lake Blausee

Hotel Blausee

Hotel Blausee
Hotel Blausee
Hotel Blausee
Hotel Blausee

+2

Hotel Blausee

ใครอยากพักใกล้ Lake Blausee ที่สุด ที่นี่แทบจะเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ต้องนึกถึง เพราะ Hotel Blausee ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ Blausee Nature Park เลย รอบตัวจึงเต็มไปด้วยป่า ภูเขา และบรรยากาศเงียบสงบของทะเลสาบ เหมาะกับคนที่อยากตื่นมาแล้วเจอธรรมชาติทันทีแบบไม่ต้องเสียเวลานั่งรถต่อ ตัวโรงแรมให้ฟีลอบอุ่นแบบที่พักบนเทือกเขาสวิส และยังมีห้องพักบางประเภทที่มองเห็นวิวทะเลสาบ Blausee ได้ด้วย เรียกว่าเหมาะมากสำหรับคนที่อยากพักใกล้ทะเลสาบและซึมซับบรรยากาศที่นี่ให้เต็มอิ่มขึ้น

Waldhotel Doldenhorn

Waldhotel Doldenhorn
Waldhotel Doldenhorn
Waldhotel Doldenhorn
Waldhotel Doldenhorn
Waldhotel Doldenhorn

ขยับมาทาง Kandersteg จะเจอกับ Waldhotel Doldenhorn ที่เหมาะกับคนอยากได้บรรยากาศหรูและเป็นส่วนตัวขึ้นมาอีกระดับ โรงแรมตั้งอยู่บริเวณที่ค่อนข้างสงบของหมู่บ้าน รายล้อมด้วยป่าและวิวภูเขา ให้ฟีลเหมือนมาพักผ่อนในรีสอร์ตกลางเทือกเขาแอลป์จริง ๆ โลเคชั่นยังเหมาะกับการใช้ Kandersteg เป็นฐานเที่ยว เพราะสามารถวางแพลนไปทั้ง Lake Blausee และ Oeschinensee ได้สะดวก ใครมาเป็นคู่หรืออยากเพิ่มวันพักผ่อนชิล ๆ เข้าไปในทริป ที่นี่น่าสนใจมาก

Hotel Ermitage Kandersteg

Hotel Ermitage Kandersteg
Hotel Ermitage Kandersteg
Hotel Ermitage Kandersteg
Hotel Ermitage Kandersteg

+2

Hotel Ermitage Kandersteg

สำหรับคนที่อยากได้ที่พักบรรยากาศสบาย ๆ และอยู่ใกล้ธรรมชาติ Hotel Ermitage Kandersteg เป็นอีกตัวเลือกที่ลงตัว ที่พักอยู่ใน Kandersteg บริเวณใกล้เส้นทางขึ้นไปยัง Oeschinensee รอบ ๆ มองเห็นวิวภูเขาได้แบบเต็มตา บรรยากาศเรียบง่าย อบอุ่น และไม่วุ่นวาย เหมาะกับสายเที่ยวธรรมชาติที่ตั้งใจใช้เวลาส่วนใหญ่ออกไปข้างนอก ตอนเช้าเที่ยว Oeschinensee แล้วอีกวันค่อยต่อไป Lake Blausee ก็จัดแพลนได้ง่าย โดยไม่ต้องย้ายที่พักหลายรอบ

เคล็ดลับการเที่ยว Lake Blausee

ไปช่วงเช้าจะเดินเที่ยวสบายกว่า: ถ้าอยากได้บรรยากาศเงียบ ๆ และถ่ายรูปได้แบบไม่ต้องรอคิวนาน แนะนำมา Lake Blausee ตั้งแต่ช่วงเช้า โดยเฉพาะหน้าร้อนและวันหยุดที่นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ
เผื่อเวลาเที่ยวประมาณ 2–3 ชั่วโมง: ถึงทะเลสาบเบลาเซจะไม่ได้ใหญ่มาก แต่ถ้าอยากเดินเล่นแบบไม่รีบ แวะถ่ายรูป นั่งพัก และหาอะไรกินด้วย เผื่อเวลาไว้สัก 2–3 ชั่วโมงกำลังดี ส่วนใครจะเที่ยว Oeschinensee ต่อก็ควรเริ่มวันให้เช้าหน่อย
เช็กสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง: อากาศแถบ Bernese Oberland เปลี่ยนได้ค่อนข้างเร็ว โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง แนะนำเช็กพยากรณ์อากาศในวันเดินทางอีกครั้ง จะได้เตรียมเสื้อกันฝน เสื้อกันหนาว หรือรองเท้าให้เหมาะ
เลือกรองเท้าที่เดินสบายและยึดเกาะดี: แม้จะไม่ได้เป็นเส้นทาง Hiking หนัก ๆ แต่บางช่วงเป็นทางเดินธรรมชาติและอาจลื่นได้หลังฝนตก รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าที่พื้นเกาะดีจะช่วยให้เดินเที่ยวได้สบายกว่ารองเท้าแฟชั่น
เช็กกิจกรรมตามฤดูกาลก่อนมา: กิจกรรมบางอย่างไม่ได้เปิดตลอดทั้งปี เช่น เรือท้องกระจกที่ให้บริการในช่วงฤดูร้อน หรือการดำน้ำที่เปิดเฉพาะช่วงพฤศจิกายน–มีนาคม ถ้ามีกิจกรรมไหนเป็นเป้าหมายหลักของทริป แนะนำเช็กข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทาง
เตรียมเสื้อคลุมติดกระเป๋าไว้สักตัว: ต่อให้มาเที่ยวช่วงอากาศอุ่น บริเวณทะเลสาบและในป่าก็อาจเย็นกว่าพื้นที่ในเมือง โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือวันที่มีเมฆ เสื้อคลุมบาง ๆ สักตัวช่วยได้เยอะและแทบไม่กินพื้นที่กระเป๋า
อย่าอัดโปรแกรมในวันเดียวแน่นเกินไป: ถึง Lake Blausee จะเที่ยวคู่กับ Kandersteg หรือ Oeschinensee ได้ แต่ถ้าอยากเดินเล่นและซึมซับบรรยากาศจริง ๆ ไม่จำเป็นต้องรีบเก็บทุกที่ในวันเดียว เลือกสัก 1–2 จุดแล้วเที่ยวแบบสบาย ๆ จะได้ซึมซับธรรมชาติของสวิตเซอร์แลนด์ได้เต็มอิ่มมากกว่า

อ่านต่อบทความท่องเที่ยวอื่นๆ:

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยว Lake Blausee

Q: เที่ยว Lake Blausee ต้องขอวีซ่าไหม?

A: ต้องใช้วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) สำหรับเดินทางเข้าประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หากมีวีซ่าเชงเก้นประเภท Multiple Entry ที่ยังไม่หมดอายุสามารถใช้เดินทางได้ทันที

Q: เดินทางจากสนามบินซูริก (ZRH) ไป Lake Blausee ยังไง?

A: ขึ้นรถไฟจากสถานี Zürich Flughafen ที่สนามบินไปลงที่ Spiez ต่อรถไฟไป Frutigen แล้วเปลี่ยนเป็นรถบัสสาย 230 ลงป้าย Blausee BE เดินต่อประมาณ 350 เมตรก็ถึงตัวทะเลสาบ

Q: ค่าใช้จ่ายในการเข้าชมประมาณเท่าไหร่?

A: ผู้ใหญ่ 11–13 CHF (ประมาณ 430–510 บาท) เด็กอายุ 6–15 ปี 7–9 CHF ขึ้นอยู่กับว่าเป็นวันธรรมดาหรือวันหยุด โดยตั๋วรวมสิทธิ์ลงเรือท้องกระจกและเข้าชมฟาร์มปลาเทราต์เรียบร้อยแล้ว

Q: เที่ยว Lake Blausee ช่วงไหนดีที่สุด?

A: ช่วงพฤษภาคม–ตุลาคม เหมาะที่สุดเพราะอากาศดี ป่าไม้เขียวสด มีเรือท้องกระจกให้บริการ แต่หากอยากชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำช่วงกันยายน–ตุลาคม หรืออยากเห็นป่าหิมะขาวโพลนแนะนำช่วงธันวาคม–กุมภาพันธ์

Q: แต่งตัวไปเที่ยว Lake Blausee ยังไงดี?

A: แต่งตัวสบายๆ พร้อมเสื้อคลุมกันลม/กันหนาวเพราะอากาศในป่ามักเย็นกว่าในเมือง และควรสวมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าที่ยึดเกาะพื้นได้ดีสำหรับเดินบนเส้นทางธรรมชาติ

Q: ขับรถไปเอง มีที่จอดรถไหม?

A: มีลานจอดรถแบบเสียค่าบริการบริเวณทางเข้าอุทยาน แต่ในช่วง High Season หรือวันหยุดลานจอดอาจเต็มเร็ว การเดินทางด้วยรถไฟและรถบัสจึงสะดวกและแน่นอนกว่า

จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร