
ถ้าให้เลือกพิพิธภัณฑ์สักแห่งในโลกที่ต้องไปดูให้ได้สักครั้งในชีวิต ก็ควรจะต้องเป็นพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Louvre Museum) นี่แหล่ะ เรียกได้ว่าเป็นที่เที่ยวยุโรปหรือที่เที่ยวฝรั่งเศสอันดับต้นๆ ที่นักท่องเที่ยวปักไว้ว่าต้องไปให้ได้ เพราะที่นี่ไม่ได้มีแค่รูปภาพชื่อดังอย่าง “โมนาลิซา” นะ แต่เพราะที่นี่คือพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยล่ะ มีผลงานสะสมกว่า 350,000 ชิ้น ครอบคลุมตั้งแต่อารยธรรมอียิปต์โบราณไปจนถึงภาพวาดยุคนโปเลียน และตัวอาคารเองก็เคยเป็นพระราชวังมาก่อน เรียกได้ว่าเดินเข้าไปครั้งเดียวได้เห็นทั้งประวัติศาสตร์ศิลปะและประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสไปพร้อมกันเลย!
บทความนี้รวมไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ กิจกรรมแนะนำสำหรับคนที่อยากได้ประสบการณ์มากกว่าแค่ถ่ายรูปกับโมนาลิซา วิธีเดินทางจากกรุงเทพฯ ช่วงเวลาที่เหมาะกับการไปเที่ยว รวมถึงที่พักใกล้เคียงที่เดินไปพิพิธภัณฑ์ได้สบายๆ เพื่อให้วางแผนทริปปารีสได้ครบในที่เดียว อ่านจบจองไฟล์ทไปปารีสและที่พักในปารีสกับ Traveloka เลย!
Fri, 9 Oct 2026

Oman Air
กรุงเทพ (BKK) ไป ปารีส (CDG)
เริ่มจาก THB 9,906.65
Wed, 30 Sep 2026

Etihad
ภูเก็ต (HKT) ไป ปารีส (CDG)
เริ่มจาก THB 11,334.19
Sun, 11 Oct 2026

Norwegian Air Shuttle
โคเปนเฮเกน (CPH) ไป ปารีส (CDG)
เริ่มจาก THB 7,831.37
ผลงานชิ้นเอกของเลโอนาร์โด ดา วินชี ที่ทุกคนรู้จัก ตั้งอยู่ในปีก Denon ห้อง 711 เป็นจุดที่คนแน่นที่สุดในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ตลอดทั้งวัน ตัวภาพมีขนาดเล็กกว่าที่หลายคนคิดอยู่ที่ 77x53 ซม. และถูกกั้นด้วยกระจกกันกระสุนพร้อมรั้วกันคนเบียด เพราะฉะนั้นถ้าอยากเข้าไปดูใกล้ๆ แบบไม่ต้องยืนเขย่งมองข้ามหัวคนอื่น แนะนำให้ไปให้ถึงตั้งแต่เปิดประตู 9 โมงเช้า ช่วง 30-60 นาทีแรกของวันคือเวลาที่ห้องนี้โล่งที่สุด เสน่ห์ของภาพนี้ไม่ได้อยู่ที่ความอลังการ แต่อยู่ที่รอยยิ้มลึกลับและเทคนิค sfumato ที่ทำให้เส้นขอบภาพดูนุ่มนวลไม่มีขอบชัดแบบภาพวาดยุคนั้น ถ้ามีเวลาไม่มาก จุดนี้คือจุดที่ต้องจัดสรรเวลาไว้เป็นอันดับแรกๆ เพราะเป็นภาพที่คนมาปารีสแล้วไม่ได้ดูจะรู้สึกเหมือนพลาดอะไรไป
ประติมากรรมกรีกโบราณที่ตั้งอยู่ในปีก Sully ห้อง 345 เป็นหนึ่งในรูปปั้นที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก แม้จะแขนหักหายไปทั้งสองข้างตั้งแต่ถูกค้นพบบนเกาะมิโลสเมื่อปี 1820 แต่ความสมส่วนของสัดส่วนร่างกายและท่วงท่าการบิดตัวที่ดูเป็นธรรมชาติทำให้ชิ้นนี้ยังคงเป็นตัวแทนของความงามในอุดมคติแบบกรีกที่ถูกยกย่องมาหลายร้อยปี นักประวัติศาสตร์ศิลป์ยังถกเถียงกันไม่จบว่าเดิมทีแขนทั้งสองข้างถืออะไรอยู่ บ้างว่าถือแอปเปิล บ้างว่ากำลังยึดผ้าคลุมที่กำลังจะหลุด ความไม่สมบูรณ์ตรงนี้เองที่กลายเป็นเสน่ห์ทำให้คนจดจำ ห้องจัดแสดงรอบข้างยังมีประติมากรรมกรีก-โรมันอีกจำนวนมาก ถ้ามีเวลาลองเดินชมห้องรอบๆ เพิ่มอีกสัก 15-20 นาที จะเห็นว่าโซนนี้ของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์มีรายละเอียดงานแกะสลักที่สวยงามไม่แพ้จุดหลักเลย
ตั้งตระหง่านอยู่บนบันได Daru ปีก Denon เป็นจุดที่บางคนบอกว่าประทับใจมากกว่าโมนาลิซา!?!ประติมากรรมหินอ่อนชิ้นนี้มีอายุราว 190 ปีก่อนคริสตกาล สูงกว่า 2 เมตร แกะสลักเป็นรูปเทพีแห่งชัยชนะที่กำลังลงจอดบนหัวเรือ ปีกทั้งสองข้างกางออกและผ้าคลุมที่ดูเหมือนกำลังปลิวตามแรงลมเป็นจุดที่ทำให้ชิ้นงานนี้ดูมีชีวิตชีวาผิดจากประติมากรรมทั่วไป เทคนิคการแกะสลักให้ผ้าดูเปียกแนบเนื้อและมีมิติของลมคือสิ่งที่ทำให้ศิลปินยุคปัจจุบันยังทึ่งอยู่ ทั้งที่ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนแกะถือเป็นรูปปั้นที่ลึกลับจริง ๆ เลยคุณผู้ชม
ผลงานของฌัก-หลุยส์ ดาวิด จัดแสดงในปีก Denon ใกล้ๆ กับโมนาลิซา เป็นภาพวาดขนาดมหึมาที่กว้างเกือบ 10 เมตร บันทึกช่วงเวลาที่นโปเลียนสวมมงกุฎให้ตัวเองต่อหน้าพระสันตปาปาที่มหาวิหารนอเทรอดามเมื่อปี 1804 ความยิ่งใหญ่ของภาพนี้ไม่ได้อยู่แค่ขนาด แต่อยู่ที่รายละเอียดของใบหน้าตัวละครกว่า 150 คนที่ปรากฏอยู่ในภาพ แต่ละคนมีอารมณ์และท่าทางต่างกันชัดเจน ดาวิดใช้เวลาวาดภาพนี้นานถึง 2 ปี และจงใจปรับเปลี่ยนรายละเอียดบางอย่างจากเหตุการณ์จริงเพื่อให้ภาพดูสง่างามและเป็นทางการมากขึ้น เช่น ปรับท่าทางของพระราชมารดาของนโปเลียนที่จริง ๆ ไม่ได้เข้าร่วมพิธีด้วยซ้ำ
พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปารีส เขต 1 (1st Arrondissement) ริมฝั่งขวาของแม่น้ำแซน ระหว่างสวนตุยเลอรีกับพระราชวังหลุยส์ ถือเป็นทำเลที่เดินทางง่ายที่สุดแห่งหนึ่งของปารีส เพราะอยู่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดินหลายสาย โดยเฉพาะสถานี Palais Royal–Musée du Louvre ที่เดินออกมาก็เจอทางเข้าพีระมิดแก้วทันที นอกจากนี้ยังอยู่ไม่ไกลจากจุดท่องเที่ยวสำคัญอื่นๆ ของปารีส ทั้งพระราชวังหลุยส์ หอไอเฟล และมหาวิหารนอเทรอดาม ทำให้วางแผนเดินเที่ยวต่อในย่านนี้ได้สะดวก คนที่พักโรงแรมแถวเขต 1 หรือเขตใกล้เคียงส่วนใหญ่สามารถเดินถึงพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ได้เลยโดยไม่ต้องต่อรถ
จุดเด่นที่ทำให้พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์แตกต่างจากพิพิธภัณฑ์อื่นคือขนาดและความหลากหลายของคอลเลกชัน ที่นี่แบ่งออกเป็น 8 โซน ครอบคลุมตั้งแต่โบราณวัตถุอียิปต์ เมโสโปเตเมีย กรีก-โรมัน ไปจนถึงจิตรกรรมยุโรปตั้งแต่ยุคกลางถึงกลางศตวรรษที่ 19 นอกจากคุณค่าทางศิลปะแล้ว ตัวอาคารเองก็คือมรดกทางสถาปัตยกรรม เพราะเดิมทีสร้างขึ้นเป็นป้อมปราการในศตวรรษที่ 12 ก่อนจะถูกดัดแปลงเป็นพระราชวังของกษัตริย์ฝรั่งเศสหลายพระองค์ ก่อนเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์สาธารณะครั้งแรกในปี 1793
หนึ่งในสิ่งที่ทำให้พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์เป็นสัญลักษณ์ของปารีสคือพีระมิดแก้วกลางลานกว้าง ผลงานออกแบบของสถาปนิก I.M. Pei ที่สร้างความขัดแย้งตอนเปิดตัวใหม่ ๆ แต่ปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปที่มีคนมาเช็คอินมากที่สุดของฝรั่งเศส ความคุ้มค่าของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์อยู่ที่ตั๋วใบเดียวเปิดประตูให้เห็นทั้งประวัติศาสตร์โลกและงานศิลปะระดับตำนานในที่เดียว
เหมาะกับ: ครอบครัว / กลุ่มเพื่อน / คนที่ต้องการพื้นที่ส่วนตัวและครัวในตัว
Charming Apartment Louvre Museum เป็นอพาร์ตเมนต์สไตล์ปารีเซียงคลาสสิกตั้งอยู่ที่ 6 Rue Bailleul ห่างจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์เดินเท้าประมาณ 8 นาที ใกล้ถนน Rue de Rivoli และ Palais Royal เหมาะกับคนที่อยากได้พื้นที่ส่วนตัวแบบมีครัวในตัว เพราะมีทั้งซักผ้า-อบผ้า เตารีด และมุมครัวให้ทำอาหารเองได้สะดวก ตัวห้องตกแต่งด้วยกลิ่นอายสถาปัตยกรรมปารีเซียงดั้งเดิม ทำเลเดินไปแหล่งท่องเที่ยวสำคัญได้หลายจุดในระยะไม่กี่นาที ทั้ง Les Halles, สวนตุยเลอรี และ Île de la Cité เหมาะกับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวที่มาพักหลายคืนและอยากประหยัดค่าอาหารด้วยการทำเองบางมื้อ รวมถึงคนที่ชอบความเป็นส่วนตัวมากกว่าการพักโรงแรมทั่วไป
เหมาะกับ: คู่รัก / สายติดแกลม / สายคอนเทนต์
Relais Du Louvre เป็นโรงแรมบูทีค 4 ดาว ตั้งอยู่ในอาคารเก่าแก่สมัยศตวรรษที่ 18 ที่ 19 Rue des Prêtres-Saint-Germain-l'Auxerrois ห่างจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์เพียงไม่กี่ร้อยเมตร เดินถึงได้ในไม่กี่นาที ห้องพักทั้ง 21 ห้องตกแต่งแบบคลาสสิกฝรั่งเศส บางห้องมองเห็นวิวโบสถ์ Saint-Germain-l'Auxerrois หรือแม้แต่ตัวพิพิธภัณฑ์เอง จุดเด่นที่ผู้เข้าพักมักพูดถึงคือความเงียบสงบทั้งที่อยู่ใจกลางเมือง พนักงานเป็นกันเองและช่วยเหลือดี อาหารเช้าเสิร์ฟถึงห้องพักได้ ใกล้สถานีรถไฟใต้ดินและร้านอาหารย่าน Place du Louvre เดินไปมหาวิหารนอเทรอดามก็ยังสะดวก ห้องพักออกแบบมาให้กะทัดรัดแบบโรงแรมปารีเซียงดั้งเดิม จึงเหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับทำเลและบรรยากาศมากกว่าขนาดห้อง

France

เรอเลดูลูฟวร์

9.4/10
•




Paris
THB 18,108.88
เหมาะกับ: คู่ฮันนีมูน / คนที่ต้องการโรงแรมหรูใจกลางเมือง / อยากพักทำเลตรงข้ามพิพิธภัณฑ์
Hôtel du Louvre, in The Unbound Collection by Hyatt เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวตั้งอยู่ตรงข้ามพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์พอดี ระหว่างลูฟวร์กับโรงอุปรากร Opéra Garnier มีห้องพักทั้งหมด 164 ห้อง รวมห้องสวีท 57 ห้อง ตกแต่งหรูหราสไตล์ประวัติศาสตร์ผสมความโมเดิร์น บางห้องมองเห็นวิวพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์หรือ Palais Royal โดยตรง จุดเด่นคือร้านอาหาร Brasserie du Louvre ที่เสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสต้นตำรับ และบาร์ L'Officine du Louvre ที่มีหลังคากระจกยุคเก่าซึ่งเพิ่งได้รับการบูรณะให้แสงส่องผ่านได้อีกครั้ง ล็อบบี้และบันไดหลักตกแต่งอย่างวิจิตร สะท้อนความเป็นโรงแรมที่ก่อตั้งในยุคนโปเลียนที่ 3 เหมาะสำหรับทริปพิเศษ ฮันนีมูน หรือใครที่อยากพักโรงแรมระดับลักชัวรีใจกลางปารีสแบบเดินออกประตูก็เจอพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ทันที

France

โฮเทล ดูลูฟวร์ ที่พักในเครือดิอันบาวด์ คอลเลกชัน บายไฮแอท

8.8/10
•





Louvre
THB 40,468.08
เปิดให้เข้าชมทุกวันยกเว้นวันอังคาร เวลา 9:00-18:00 น. ส่วนวันพุธและวันศุกร์เปิดถึง 21:45 น. ควรตรวจสอบตารางเวลาล่าสุดก่อนไปเสมอ เพราะอาจมีการปรับเปลี่ยนตามช่วงเทศกาลหรือวันหยุด
ถ้าต้องการดูแค่ไฮไลท์หลักอย่างโมนาลิซา วีนัส เดอ มิโล และเทพีไนกี้ ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง แต่ถ้าอยากเดินชมแบบละเอียดหลายโซนควรกันเวลาไว้ทั้งวัน
ราคาบัตรผู้ใหญ่อยู่ที่ประมาณ 30 ยูโร ส่วนผู้เยี่ยมชมอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าชมฟรี ราคาอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ในแต่ละปีจึงควรเช็กราคาล่าสุดก่อนจอง
เข้าฟรีได้ในเย็นวันเสาร์แรกของทุกเดือน (18:00-21:45 น.) และวันชาติฝรั่งเศส 14 กรกฎาคม แต่ยังต้องจองรอบเวลาล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ทางการ
แนะนำไปให้ถึงตั้งแต่เปิดประตู 9 โมงเช้า หรือช่วงเย็นหลัง 18:00 น. ในวันที่เปิดยาว เพราะเป็นช่วงที่คนน้อยที่สุดของวัน โดยเฉพาะห้องจัดแสดงโมนาลิซาที่แน่นมากในช่วง 10:00-13:00 น.
ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมจองไฟล์ทไปปารีสและที่พักในปารีสกับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!


















