
แมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn) หนึ่งในยอดเขาที่เห็นปุ๊บก็รู้ปั๊บว่า “นี่แหละสวิตเซอร์แลนด์!” ด้วยรูปทรงพีระมิดสุดโดดเด่นที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือเมือง Zermatt ทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กของเทือกเขาแอลป์ที่หลายคนอยากมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง ยิ่งวันที่ฟ้าเปิด เห็นยอดเขาคม ๆ ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าและหมู่บ้านสไตล์ชาเลต์ด้านล่าง บอกเลยว่าวิวตรงหน้าสวยจับใจจริง ๆ แถมการเที่ยว Matterhorn เองก็ไม่ได้มีแค่ยืนมองภูเขาแล้วถ่ายรูปกลับบ้าน เพราะรอบ ๆ มีกิจกรรมให้เลือกเยอะกว่าที่คิด บอกเเลยว่าอยู่ที่นี่ได้ทั้งวันแบบไม่มีเบื่อ
ใครกำลังวางแผนเที่ยว Matterhorn ด้วยตัวเอง บทความนี้จะพาไปเก็บข้อมูลแบบครบ ๆ ตั้งแต่จุดไฮไลท์ จุดชมวิวไหนน่าแวะ ช่วงไหนอากาศดี กิจกรรมอะไรควรลอง ไปจนถึง ที่พัก Zermatt สำหรับนอนพักเอาแรงก่อนออกเที่ยวต่อ และถ้าใครกำลังจัดทริปเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ ก็สามารถจองตั๋วเครื่องบินและที่พักผ่าน Traveloka ได้ครบในที่เดียว เตรียมทุกอย่างเสร็จแล้วก็พร้อมออกไปเจอ Matterhorn ของจริงกันได้เลย!
Fri, 6 Nov 2026

Vueling
บาร์เซโลน่า (BCN) ไป ซูริค (ZRH)
เริ่มจาก THB 1,902.23
Wed, 28 Oct 2026

Condor Flugdienst
แฟรงก์เฟิร์ต (FRA) ไป ซูริค (ZRH)
เริ่มจาก THB 8,631.83
Fri, 13 Nov 2026

Air India
กัวลาลัมเปอร์ (KUL) ไป ซูริค (ZRH)
เริ่มจาก THB 8,637.69
ยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn) เกิดจากการเคลื่อนตัวมาชนกันของแผ่นเปลือกโลกทวีปแอฟริกาและแผ่นเปลือกโลกทวีปยุโรปเมื่อประมาณ 50 ล้านปีก่อน โดยยอดพีระมิดแหลมที่สวยงามของภูเขาลูกนี้เกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็ง และหิมะที่ละลายลงในช่วงฤดูร้อนมาเป็นเวลานับล้านปี เกิดเป็นยอดเขาสูงตระหง่าน 4,478 เมตร ที่มีรูปทรงสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
สำหรับชื่อแมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn) แปลว่า ‘จุดสูงสุดของทุ่งหญ้า’ มีที่มาจากการผสมคำภาษาเยอรมัน 2 คำเข้าด้วยกันคือคำว่า Matte ที่แปลว่า ‘ทุ่งหญ้า’ กับคำว่า Horn ที่แปลว่า ‘เขาสัตว์’ หรือ ‘ยอดพีระมิดแหลม’ บ่งบอกถึงลักษณะทางกายภาพของภูเขาลูกนี้ที่มียอดแหลมสูง และมีส่วนฐานเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจีในฤดูร้อนนั่นเอง
ถ้าถามว่าไปปักหมุดจุดชมวิว Matterhorn ที่ไหนดี ชื่อของ Gornergrat ต้องติดอยู่ต้น ๆ แน่นอน เพราะที่นี่เป็นจุดชมวิวบนภูเขาที่เดินทางง่ายมาก แค่นั่ง Gornergrat Railway จาก Zermatt รถไฟก็จะค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นไปตามภูเขา ระหว่างทางได้มองทั้งหมู่บ้าน ป่าสน และยอดเขาสูงที่ค่อย ๆ โผล่มาให้เห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ เรียกว่าแค่ระหว่างทางก็คุ้มแล้ว พอขึ้นมาถึงด้านบน วิวจะเปิดกว้างจนเห็น Matterhorn ตั้งเด่นอยู่ท่ามกลางเทือกเขาแอลป์แบบเต็มตา ยิ่งวันที่ฟ้าใสคือสวยแบบยืนมองได้นาน ๆ ไม่เบื่อ ใครอยากได้วิวอลังการแต่ไม่อยากเดินเขาหนัก ที่นี่ตอบโจทย์มาก
ใครอยากขยับเข้าใกล้โลกของหิมะและธารน้ำแข็งขึ้นอีกหน่อย ต้องลองขึ้นไป Matterhorn Glacier Paradise บริเวณ Klein Matterhorn ซึ่งอยู่สูงประมาณ 3,883 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล จาก Zermatt สามารถนั่งกระเช้าขึ้นไปได้ และตลอดเส้นทางก็มีวิวภูเขาให้มองแบบแทบไม่อยากละสายตา
พอถึงด้านบนบรรยากาศจะเปลี่ยนไปคนละเรื่องกับในเมืองเลย ทั้งอากาศที่เย็นลง หิมะ และวิวเทือกเขาสูงที่ทอดยาวสุดสายตา ไฮไลต์อีกอย่างคือถ้ำน้ำแข็งใต้ธารน้ำแข็ง Glacier Palace ที่สามารถเดินเข้าไปชมโลกของน้ำแข็งใต้ธารน้ำแข็งได้ ใครอยากให้ทริป Matterhorn มีความแอดเวนเจอร์ขึ้นมาอีกนิด ที่นี่คือหนึ่งในจุดที่ควรเก็บไว้ในลิสต์มาก ๆ
หนึ่งในภาพของ Matterhorn สวิตเซอร์แลนด์ ที่หลายคนน่าจะเคยเห็นผ่านตามาบ้าง คือภาพยอดเขาทรงพีระมิดสะท้อนอยู่บนผิวน้ำแบบเหมือนกระจก ซึ่งหนึ่งในสถานที่ถ่ายภาพนั้นก็คือ Riffelsee ทะเลสาบบนภูเขาที่อยู่ไม่ไกลจากสถานี Rotenboden วันไหนที่อากาศดีและลมนิ่ง ผิวน้ำจะสะท้อนภาพ Matterhorn ลงมาแบบชัด ๆ กลายเป็นวิวที่สวยจนเหมือนจัดฉากไว้ ยิ่งมาเช้า ๆ ตอนคนยังไม่เยอะ บรรยากาศจะเงียบสงบมาก เหมาะทั้งกับสายถ่ายรูปและคนที่อยากนั่งพักชมวิวแบบไม่ต้องรีบไปไหน
ถ้าชอบวิวภูเขากับทะเลสาบ Stellisee เป็นอีกจุดที่ควรแวะ เพราะที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องวิวเงาสะท้อนของ Matterhorn เหมือนกัน แต่บรรยากาศจะให้ฟีลธรรมชาติและสงบไปอีกแบบ โดยเฉพาะช่วงเช้าที่แสงแรกเริ่มแตะยอดเขา วิวตรงหน้าจะสวยละมุนมาก การเดินทางสามารถขึ้นจาก Zermatt ไป Sunnegga แล้วต่อไปยัง Blauherd จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 20 นาที ใครชอบเดินเล่นเบา ๆ ท่ามกลางวิวภูเขา เส้นทางนี้กำลังดีเลย และระหว่างทางก็มีมุมให้หยุดถ่ายรูปอยู่เรื่อย ๆ ด้วย
ใครมีเวลาไม่เยอะ หรือไม่อยากขึ้นไปถึงความสูงเกือบ 4,000 เมตรแบบ Matterhorn Glacier Paradise ลองเลือก Sunnegga เป็นจุดชมวิวแทนได้ เพราะเดินทางจาก Zermatt สะดวกและยังเห็น Matterhorn ได้แบบสวยเต็มตา บรรยากาศแถวนี้จะชิลกว่า เหมาะกับการเดินเล่น นั่งชมวิว หรือใช้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับเที่ยวต่อไปยัง Blauherd และ Stellisee ถ้ามีเวลาแค่ครึ่งวัน แต่อยากสัมผัสบรรยากาศภูเขารอบ Zermatt แบบเต็ม ๆ Sunnegga ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก
Matterhorn อยู่ที่ไหน? ยอดเขาแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณพรมแดนระหว่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์กับอิตาลี โดยฝั่งสวิตเซอร์แลนด์จะมีเมือง Zermatt หรือเซอร์แมทเป็นเมืองหลักสำหรับการมาเที่ยว Matterhorn ตัวเมืองตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและโอบล้อมด้วยยอดเขาสูงของเทือกเขาแอลป์ บรรยากาศเลยสวยตั้งแต่ยังไม่ทันขึ้นเขาเลยด้วยซ้ำ
ที่สำคัญคือการเที่ยวแมทเทอร์ฮอร์น ไม่ได้หมายความว่าเราต้องปีนขึ้นไปบนยอดเขาจริง ๆ เพราะรอบ Zermatt มีทั้งรถไฟ กระเช้า และเส้นทางเดินป่าที่พาไปชม Matterhorn ได้จากหลายมุม จะเน้นเที่ยวสบาย ๆ หรือออกแรงเดิน Hiking หน่อยก็เลือกได้ตามสไตล์เลย
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/Un5ozQEk8uqD9sFM7
พอมาถึง Zermatt แล้ว การเดินทางไปชม Matterhorn จะเลือกได้หลายเส้นทาง
ถ้าถามว่าเที่ยว Matterhorn เดือนไหนดี สำหรับคนที่อยากชมวิว เดิน Hiking และเที่ยวทะเลสาบแบบสบาย ๆ ช่วงมิถุนายน–กันยายนถือว่าน่าเที่ยวที่สุด เพราะอากาศใน Zermatt กำลังเย็นสบาย กลางวันยาว และเส้นทางบนภูเขาหลายแห่งเปิดให้เที่ยวได้เต็มที่ ส่วนใครอยากเห็นหิมะหนา ๆ เล่นสกี และสัมผัสบรรยากาศเมืองสีขาว ให้เลือกช่วงธันวาคม–มีนาคมแทน
Hotel Butterfly เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ที่พักเดินทางสะดวก เพราะตั้งอยู่ใจกลาง Zermatt และเดินจากสถานีรถไฟเพียงไม่กี่นาที วันมาถึงก็ไม่ต้องลากกระเป๋าไกล แถมยังอยู่ใกล้ Bahnhofstrasse ถนนสายหลักของเมืองที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านค้า จะออกไปเดินเล่นช่วงเย็นก็สะดวกสุด ๆ อีกข้อดีคือสามารถเดินทางไปสถานี Gornergrat Railway ได้ง่าย เหมาะกับคนที่มีแพลนตื่นเช้าแล้วขึ้นไปเก็บวิว Matterhorn บน Gornergrat ตัวโรงแรมให้บรรยากาศอบอุ่นสไตล์ชาเลต์ ห้องพักดูสบาย ๆ ไม่เป็นทางการเกินไป เป็นตัวเลือกลงตัวสำหรับคนที่มา Zermatt ครั้งแรกและอยากเน้นเที่ยวแบบคล่องตัว
ถ้าอยากเพิ่มพรีเมียมให้ทริป Matterhorn สวิตเซอร์แลนด์ ลองดู Grand Hotel Zermatterhof ได้เลย โรงแรมหรูระดับ 5 ดาวที่อยู่ใจกลาง Zermatt และมีประวัติยาวนานมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 แค่บรรยากาศด้านนอกก็ให้ฟีลโรงแรมบนเทือกเขาแอลป์แบบคลาสสิกแล้ว โลเคชันของโรงแรมอยู่ใกล้ Bahnhofstrasse ทำให้เดินเล่นในเมือง หาร้านอาหาร หรือออกไปเที่ยวจุดต่าง ๆ ได้สะดวก ด้านในมีทั้งสปา สระว่ายน้ำ และพื้นที่พักผ่อน เหมาะมากสำหรับคนที่กลับจากเที่ยวภูเขามาทั้งวันแล้วอยากพักแบบสบาย ๆ ใครมาเป็นคู่หรืออยากให้ทริปเที่ยว Matterhorn มีความพิเศษขึ้นอีกระดับ ที่นี่น่าตอบโจทย์มาก
สำหรับคนที่อยากประหยัดค่าที่พักแล้วเก็บงบไว้ขึ้นรถไฟ กระเช้า หรือทำกิจกรรมรอบ Matterhorn มากกว่า Youth Hostel Zermatt เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ โดยเฉพาะ Backpacker และสายเที่ยวที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่นอกที่พัก ที่พักอยู่ในโซนที่ค่อนข้างสงบของ Zermatt แม้จะไม่ได้อยู่ติดสถานีรถไฟ แต่ยังเดินทางไปใจกลางเมืองและสถานีกระเช้าได้สะดวก มีทั้งห้องพักส่วนตัวและห้องพักรวมให้เลือกตามสไตล์และงบ จุดที่น่าสนใจคือบรรยากาศรอบ ๆ ที่พักมีวิวภูเขาสวย ๆ และบางมุมยังมองเห็นยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์นได้อีกด้วย เหมาะกับคนที่อยากสัมผัส Zermatt แบบเต็มที่โดยไม่ต้องทุ่มงบไปกับโรงแรมมากเกินไป
อ่านต่อบทความท่องเที่ยวอื่นๆ:
Q: เที่ยว Matterhorn ต้องทำวีซ่าไหม?
A: ต้องทำ เนื่องจากตั้งอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นักท่องเที่ยวชาวไทยจึงต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง
Q: เดินทางไป Matterhorn จากสนามบินยังไง?
A: บินลงสนามบินซูริค (ZRH) หรือเจนีวา (GVA) แล้วนั่งรถไฟ SBB ไปเปลี่ยนขบวนที่สถานี Visp เพื่อขึ้นรถไฟสาย Matterhorn Gotthard Bahn ตรงเข้าสู่เมือง Zermatt ได้เลย
Q: ขับรถยนต์ส่วนตัวไปเที่ยว Zermatt ได้ไหม มีที่จอดรถหรือเปล่า?
A: นำรถเข้าเมืองไม่ได้เพราะ Zermatt เป็นเมืองปลอดรถยนต์ สาย Road Trip ต้องนำรถไปจอดที่อาคารจอดรถในเมือง Täsch แล้วนั่ง Shuttle Train ต่อเข้า Zermatt ประมาณ 12 นาที
Q: ไปเที่ยว Matterhorn ช่วงไหนดีที่สุด?
A: ขึ้นอยู่กับสไตล์การเที่ยว หากชอบอากาศอบอุ่น เดิน Hiking ทะเลสาบเปิด แนะนำช่วง มิถุนายน–กันยายน แต่ถ้าอยากสัมผัสหิมะหนาแน่นและเล่นสกี แนะนำช่วง ธันวาคม–มีนาคม
Q: ขึ้นจุดชมวิวบนเขาต้องแต่งตัวยังไง?
A: แนะนำแต่งกายแบบ Layering (หลายชั้น) เตรียมเสื้อกันลม/กันหนาว แว่นกันแดด และครีมกันแดดไปด้วยเสมอ เพราะแม้เป็นหน้าร้อน แต่อากาศบนยอดเขาสูงอย่าง Matterhorn Glacier Paradise ก็ยังหนาวติดลบและมีหิมะตลอดปี
Q: ค่าใช้จ่ายในการขึ้นจุดชมวิวประมาณเท่าไหร่ มีส่วนลดไหม?
A: ตั๋วขึ้นจุดชมวิวแต่ละสาย (Gornergrat หรือ Glacier Paradise) อยู่ที่ประมาณ 80–120 CHF (ขึ้นอยู่กับฤดูกาล) แต่หากมี Swiss Travel Pass จะได้รับส่วนลดค่าตั๋วขึ้นเขาด้วย



















